วันนี้เราจะมาเรียนในตอนปัจจัยบางประการที่มีผลต่อพืช ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยภายในนะคะ ซึ่งก็ปัจจัยภายในที่เป็นฮอร์โมนพืชนี้นะคะ คือเอทิลีนและกรดแอบไซซิกค่ะ ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชอีก 2 ชนิดที่เรายังไม่ได้เรียนกันในคลิปที่แล้วนะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้นะคะ ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการเกษตรและเพิ่มผลผลิตของพืช และนำเสนอข้อมูล นี่คือผลอะโวคาโดค่ะ นี่คือยังไม่สุกนะคะ ที่ขายให้ครูค่ะ แนะนำว่าให้นำผลอโวคาโด้ใส่กล่องกระดาษหรือว่าถุงกระดาษนะคะ หลังจากนั้นก็ให้ใส่กล้วยที่ใกล้สุกลงไป หรือว่าใส่แอปเปิลลงไปค่ะ จะทำใหสุกเร็วขึ้น นี่เรียกว่า "การบ่มผลไม้" นะคะ นักเรียนเคยบ่มผลไม้อะไรบ้างหรือเปล่าคะ และทำไมการบ่มผลไม้จึงทำให้ผลไม้ของเราสุกเร็วขึ้นค่ะ เดี๋ยวเราจะมาศึกษาไปพร้อมกันเลยค่ะ เอทิลีน เอทิลีนเป็นฮอร์โมนพืช ที่มีสถานะเป็นแก๊ส มีบทบาทสำคัญในการสุกของผลไม้บางชนิด นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลในด้านอื่น ๆ อีก เช่น ควบคุมการงอกของเมล็ด กระตุ้นการงอกของใบ เอทิลีนกับการสุกของผลไม้ ผลไม้บางชนิดเมื่อเจริญเต็มที่จะมีการสร้างเอทิลีนสูงขึ้น และเกิดอัตรากให้เกิดการเพิ่มอัตราการหายใจระดับเซลล์มีการเปลี่ยนสีของผลจากสีเขียวเป็นสีเหลือง หรืแดเช่น นักเรียนน่าจะเคยเห็นมะม่วงดิบนะคะ ก็จะเป็นสีเขียวค่ะ แต่ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นหรือว่ามะเขือเทศนะคะ มะเขือเทศดิบจะเป้นสีเขียว ส่วนมะเขือเทศสุกจะเป็นสีแดงค่ะ นอกจากนี้แล้วนะคะ เปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลนะคะ ผลไม้สุกจึงมีรสหวานค่ะ รวมทั้งอาจเกิดการสร้างกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ทุเรียนค่ะ ยังไม่สุก ทุเรียนนั้นก็ยังไม่มีกลิ่นค่ะ แต่ถ้าทิ้งเอาไว้จนสุกก็จะมีกลิ่นออกมานะคะ ก็ทำให้เรารู้ว่าทุเรียนนั้นสุก พร้อมให้เรารับประทานได้แล้วค่ให้เรารับประทานได้แล้วค่ะ เอทิลีนกับการนำไปใช้ กล้วยแต่ละผลที่อยู่ในหวีเดียวกัน อาจจะสุกไม่พร้อมกันนะคะ เช่นเดียวกับมะม่วงแต่ละผลในช่อเดียวกัน ก็มักจะสุกไม่พร้อมกันค่ะ แต่ถ้านักเรียนเคยไปซื้อมะม่วงที่ตลาดนะคะ จะเห็นว่ามะม่วงที่ขายนั้น เป็นมะม่วงที่ขายพร้อมนั่นก็เพราะว่าเกษตรกรสามารถทำให้มะม่วงสุกพร้อมกันเป็นจำนวนมากได้ เพื่อให้จำหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จากสมบัติของเอทิลีน ซึ่งมีผลต่อการสุกของผลไม้นะคะ จึงมีการใช้เอทิฟอน ซึ่งให้แก๊สเอทิลีนหรือใช้ถ่านแก๊ส แคลเซียมคาร์ไบด์ที่ให้แก๊สเอทิลีน ซึ่งสามารถใช้ควบคุมการสุกของผลไม้ในเชิงพาณิชย์ได้ จากรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นกล้วยและมะม่วงที่ไม่บ่มและบ่มด้วยสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายเอทิลีนค่ะ จะเห็นว่าทั้งกล้วยและที่ไม่มีการบ่มนะคะ จะยังคงเป็นสีเขียวอยู่ แต่ว่ากล้วยและมะม่วงที่มีการบ่มค่ะ จะเปลี่ช่วงชวนคิด ครูมีคำถามมาชวนให้นักเรียนคิดนั่นก็คือผลไม้ทุกชนิดสามารถนำมาบ่มให้สุกเร็วขึ้นได้หรือไม่ นักเรียนน่าจะเคยทานผลไม้มากันมาหลายชนิดนะคะ ลองนึกดูสิคะ ว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่สามารถเก็บมาจากต้นแล้วสามารถทานได้ทันที และอีกแบบหนึ่ง ก็คือเก็บมาแล้วจะต้องนำมาบ่มให้สุกถึงจะรับประทานได้ค่ะ ผลไม้บางชนิดสามารถบ่มให้สุกได้ ซึ่งเป็นผลไม้ในกลุ่มที่สร้างระดับเซลล์และการสร้างเอทิลีนเพิ่มขึ้นก่อนสุก จากกราฟนี้นะคะ จะเห็นว่าเมื่อมะเขือเทศยังดิบอยู่ค่ะ จะมีอัตราการหายใจระดับเซลล์ และการสร้างเอทิลีนระดับต่ำนะคะ ซึ่งเมื่อเริ่มสุกค่ะ ก็จะมีอัตราการหายใจระดับเซลล์และการสร้างเอทิลีนมากขึ้น ผลไม้บางชนิดสามารถบ่มให้สุกได้ค่ะ เช่น มะม่วง ทุเรียน มะเขือเทศ มะละกอ ขนุน มังคุด แอปเปิล และฝรั่งค่ะ แต่ว่าผลไม้บางชนิดนะคะ ไม่มีการสร้างเอทิลีน และไม่มีการตอบสนองต่อเอทิลีนด้วย จึงไม่สามารถทำให้สุกได้ด้วยการบ่ม ต้องรอให้สุกบนต้นแล้วเราถึงจะเก็บมารับประทานนะคะ อย่างเช่น ชมพู่ เงาะ ลิ้นจี่ และลำไยค่ะ กรดแอบไซซิก กรดแอบไซซิกเป็นฮอร์โมนพืช ที่มีบทบาทการงอกของเมล็ด ทำให้เมล็ดเกิดการพักตัว นอกจากนี้ยังมีบทบาทอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ เช่น ตอบสนองต่อการขาดน้ำ ส่งผลให้รูปากใบปิด เพื่อลดการสูญเสียน้ำ นักเรียนเคยเพาะถั่วงอกไหมคะ จำได้ไหมว่าตอนที่เราเพาะถั่วงอก จะต้องทำอย่างไรบ้าง ก็จะต้องนำเมล็ดถั่วเขียวนี้นะคะ ไปแช่น้ำก่อน เมล็ดจึงจะสามรถงอกได้ การเพาะถั่วอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันค่ะ จะต้องนำไปแช่น้ำก่อนนะคะ แล้วหลังจากนั้น เมล็อดก็จะงอกค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดการแช่เมล็ดเหล่านี้ในน้ำ จึงมีผลต่อการงอกของเมล็ด นักเรียนรู้จักถั่วทั้ง 2 เมล็ดที่เห็นในรูปนี้ไหมคะ รูปแรกนี้นะคะ ก็คือถั่วเหลืองค่ะ นี่คือถั่วเขียว ส่วนรูปที่ขยายใหญ่นี้ คือ ถั่วแดงค่ะ ถ้าสังเกตนะคะ จะเห็นว่าถั่วต่าง ๆ นี้ค่ะ จะมีเปลือกเมล็ดที่แผ่อยู่ และมีสารที่เคลือบอยู่ภายนอก ทำให้น้ำไม่สามารุซึมผ่านไปได้ค่ะ ขณะที่เกิดการพัฒนาเมล้ดถั่วบนต้นแม่ เมื่อเมล็ดพัฒนาเต็มที่จะเข้าสู่ระยะพักตัว โดยปริมาณน้ำภายในเซลล์ลดลงมาก ซึ่งการที่นำในเซลล์ลดลงนั้นทำให้ปฎิกิริยาปฏิกิริยาต่าง ๆ ภายในเมล็ดเกิดน้อยมาก อัตราการหายใจต่ำลง ในภาวะดังกล่าวพบว่าภายในเมล็ด มีกรดแอบไซซิกเพิ่มขึ้น ซกรดแอบไซซิกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกรดแอบไซซิกนี้ ทำให้เมล็ดสามารถดำรงชีวิตได้ แม้อยู่ในภาวะที่มีน้ำภายในเซลล์น้อยมาก เรียกว่า "การพักตัวของเมล็ด" การแช่เมล็ด ช่วยให้เปลือกเมล็ดอ่อนนุ่มลง ทำให้น้ำเข้าสู่ภายในเมล็ดผ่านรูเล็ก ๆ ก็คือตรงนี้ค่ะ เป็นรูที่น้ำเข้านะคะ เมื่อเมล็ดได้รับน้ำ เมล็ดจะพองขึ้น ทำให้เปลือกเมล็ดแตกออกทำให้ได้รับน้ำมากขึ้นค่ะ น้ำจะทำให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเมล็ด ซึ่งในขณะนั้นกรดแอบไซซิกจะลดลง เมล็ดมีการหายใจสูงขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนพืชชนิดอื่นที่ช่วยให้เมล็ดงอก และสามารถพัฒนาต่อได้ ความรู้เพิ่มเติม โกงกางเป็นพืชที่ขึ้นในป่าชายเลน นักเรียนน่าจะเคยไปเที่ยวป่าชายเลนกันมาบ้างนะคะ เคยสังเกตไหมคะ ว่าดินในป่าชายเลนเป็นแบบไหน สภาพดินในป่าชายเลนะป่าชายเลนนะคะ เป็นดินเลนค่ะ และมีน้ำท่วม เมล็ดโกงกาง ไม่มีการพักตัว กรดแอบไซซิกต่ำ สามารถงอกรากบนต้นได้ เมื่อเมล็ดโกงกางหลุดออกจากต้น จึงพร้อมที่จะเจริญต่อไปได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสให้แวดล้อมสภาพที่ป่าชายเลนค่ะ กรดแอบไซซิกกับการนำไปใช้ สำหรับสารสังเคราะห์ที่มีกรดคล้ายกรดแอบไซซิกนั้นนะคะ สามารถนำไปช่วยชะลอการเหี่ยวเฉาของพืช โดยส่งผลให้รูปากใบปิดเพื่อลดการสูญเสียน้ำ แต่ว่ายังไม่เป็นที่นิยมนะคะ เพราะว่ามีราคาที่แพงอยู่ค่ะ จากรูปนี้นะคะ เป็นการใช้สารสังเคราะห์ที่สมบัติคล้ายกรดแอบไซซิกในการฉะลอในการเหี่ยวเฉาของไม้กาผาของกลุ่มเบญจมาศในขณะขนส่งค่ะ จะเห็นว่าถ้าไม่มีการรดน้ำนะคะ ดอกไม้ก็จะเหี่ยวค่ะ ถ้ามีการรดน้ำดอกไม้ก็จะยังสดชื่นอยู่นะค แต่ถ้าไม่มีการรดน้ำ แล้วก็มีการใช้สารที่มีการใช้กรดแอบไซซิกนะคะ ก็จะเห็นว่า ดอกไม้นี่ ก็จะมีการเหี่ยวเป็นบางส่วนนะคะ แต่ว่าส่วนมากก็จะยังคงปกติอยู่ได้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่เราเรียนปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในครบแล้วนะคะ ปัจจัยภายนอก เช่น แสง น้ำ อุณหภูมิและสิ่งสัมผัส นับเป็นสิ่งเร้า ที่มีผลกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนพืช ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน ฮอร์โมนพืชเหล่านี้ ทำงานให้เหมาะสมในแต่ละช่วงของการเจริญเติบโตและทำให้เกิดการตอบสนองในพืชขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ต่อเจริญเติบโตของพืชและมนุษย์ได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาทางการเกษตร ครูมีคำถามตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนหนึ่งคำถามนะคะ สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชคืออะไร และมีความสำคัญต่อพืชอย่างไร ครูมีเวลาให้นักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันนะคะ สารการเจริญเติบโตของพืช คือ สารที่มีบทบาทต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ซึ่งมีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งมีทั้งฮอร์โมนพืช ที่พืชสร้างขึ้นเอง และสารที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น เอทิลีน เป็นฮอร์โมนพืชที่มีบทบาทสำคัญในการสุกของผลไม้บางชนิด นอกจากนี้แล้ว ยังควบคุมการงอกของเมล็ดและกระตุ้นการร่วงของใบด้วยค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสารคล้ายเอทิลีนนะคะ ซึ่งใช้ควบคุมการสุกของผลไม้ในเชิงพาณิชย์ค่ะ กรดแอบไซซิก มีบทบาทความสำคัญในการยับยั้งการงอกของเมล็ด ทำให้เมล็ดเกิดการพักตัว นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทเกี่ยวกับต่อการขาดน้ำของพืชค่ะ โดยส่งผลให้รูปากใบปิด เมื่อลดการสูญเสียน้ำนะคะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกรดแอบไซซิกนะคะ นิยมนำมาใช้ในกของพืชและไม้ดอกขณะขนส่งโดยทำให้พืชหรี่หรือว่าปิดรูปากใบ เพื่อลดการสูญเสียน้ำค่ะ สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]