--- title: สำรอง 2 ฝึก ASR + PE ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ข่าวเช้า วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 08.00-09.00 น. subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและผู้ฟังติดตามรายการติดตามอยู่กับคุณณัฏฐพัชรพลกรมพัฒนาอาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเรา อีกสักครู่หนึ่ง ช่วงของข่าวต่างประเทศรอพบกับคุณกิตติ เสรีประยูร นะครับ ช่วงของการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาปิดหีบแล้วครับ บางพื้นที่และก็เริ่มนับคะแนนแล้ว เช้าวันนี้พบกันตอนนี้ผมและคุณณัฐภัทรพลจะพาคุณผู้ชมไปติดตามบรรยากาศอันเป็นบุญเป็นกุศล เมื่อวานนี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้นำผ้าพระกฐินพระราชทาน ไปทอดถวายณวัดสังเวชวิศยารามในส่วนของกรุงเทพวันนี้เลยครับ นายพิเชษฐ์เชื้อเมืองพานรองประธานวันนี้ได้ครับ นายพิเชษฐ์เชื้อเมืองพานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปี พุทธศักราช 2567 ของสภาผู้แทนราษฎร ณ พระอุโบสถวัดสังเวชวิศยาราม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมาชิกเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและคณะผู้บริหาร รวมถึงบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตลอดประชาชนรวมไปถึงบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตลอดจนประชาชนบริเวณใกล้เคียงเข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วยรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ถวายเครื่องบริวารกฐินพระราชทานทั้งหมดแด่พระสงฆ์องค์ครอง และถวายจตุปัจจัยเพื่อบำรุงบูรณะพระอาราม แด่เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยารามประธานสงฆ์ และผู้เข้าร่วมพิธีถวายจตุปัจจัยไทย ธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 8 รูป พร้อมกันนี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ยังได้มอบและเงินสนับสนุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนวัดสังเวชวิศยารามจำนวน 20,000 บาท โดยยอดเงินทำบุญในพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2567 นี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 500,000 ดูยังไม่หักค่าใช้จ่ายฎีกากฐินพระราชทานเป็นผ้ากฐินที่พระบาทวันนี้กฐินพระราชทานเป็นผ้ากฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระกฐิน ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป นำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษา ณ พระอารามหลวง ทั่วราชอาณาจักรในกฐินพระราชทานทุกปี สำหรับวัดสังเวชนั้นเป็นพระอารามชั้นตรี ตั้งอยู่เลขที่ 110 ซอยสามเสน 1 เชื่อมระหว่างถนนพระอาทิตย์กับสามเสน เดิมชื่อวัดสามจีนเหนือ และเดิมชื่อวัดสามจีนเหนือและวัดบางลำภูเป็นพระอารามที่สำคัญ แห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์มาตั้งแต่ลูกมาถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์ด้านภาษา แล้วมีความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปลี่ยนชื่อจากวัดบางเปลี่ยนชื่อจากบางลำพูเสียใหม่ว่าวัดสังเวชวัดที่มีความสำคัญวัดหนึ่งของคณะสงฆ์ไทยมิน่าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจารึกจดจำมิน่าประวัติศาสตร์ที่ควรจารึกจดจำมาโดยตลอด นอกจากนี้นะครับ เป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้านายพระองค์ชั้นสูง ได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงเป็นพระอารามหลวง ยังมีหลักฐานที่บันทึกแผ่นไมโครฟิล์ม ในหอสมุดแห่งชาติ ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดได้เสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐินหลวงณวัดบางลำภูหรือวัดสังเวชวิศยารามรวมหลายครั้ง หลาย ๆ คนนะครับ ตอนนี้เตรียมตัวที่จะไปทำบุญทอดกฐินนะครับคุณวัฒนะ ตรงกับวันเสาร์อาทิต ย์วันหยุดนับไปน่าจะไปถึงประมาณต้องกราบขออนุโมทนาบุญด้วยกับคุณผู้ชม คุณฟังนะ ในส่วนของกฐินพระราชทาน แน่นอนครับ ในส่วนของกฐินพระราชทานเราก็จะเห็นว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือสำนักงานวุฒสภา ในรั้วนี่ ก็จะรับผ้ากฐินพระราชทานไปทอด ณ วัดต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี จะมีโอกาสได้ ๆ เป็นประจำทุกปีมีโอกาสได้ร่วมทำบุญด้วยแล้วก็ขออนุโมทนาบุญ ไปยังพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านด้วยเช่นกัน (ณัฐภัทรพล) ขอเชิญชวนผู้ชมอีกครั้งหนึ่งดีกว่าถ้าคุณผู้ชมครับ ไปติดตามข่าวกันหัวหน้าพรรคประชาชนได้ครับ มีการตั้งข้อสังเกตนะครับ ถึงเกี่ยวกับเรื่องของสัมปทานปิโตรเลียมนะครับคุณผู้ชมครับ มันสืบเนื่องจากกรณีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องของไทย-กัมพูชานี่นะครับคุณผู้ชมครับ อาจจะมีผลได้ผลเสียอาจจะเสียประโยชน์ของประเทศไทยไปได้ ไปติดตามเรื่องนี้กันดีกว่า คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ หัวหน้าพรรคประชาชน มีการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ... อ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีปทับซ้อนการหรือว่า OCA ระหว่างไทยกับกัมพูชา ขนาดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ เพราะว่าเกี่ยวพันอย่างมีนัยสำคัญถึงความพยากรณ์ปิโตรเลียมจากอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ เป็นสมบัติชาติที่มีมูลค่ามหาศาล และรัฐบาลไทยได้พยายามดำเนินการเรื่องนี้มาไม่ต่ำกว่า 20 ปีคุณผู้ชมแต่ก็ยังไม่ประสบกับความสำเร็จผมจึงอยากเชิญชวนประชาชนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญของเรื่องนี้นะครับ ว่ามีมากกว่าเรื่องของเกาะกูดนะ แล้ว ผมจึงอยากชี้ชวนประชาชนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญของเรื่องนี้นะครับ ว่ามีมากกว่าเรื่องของกู พูดนะแล้วก็การปักปันเขตแดนของระหว่างไทยกับกัมพูชาขูดนะแล้วก็การปักปันเขตแดนของระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ตอนนี้เป็นที่สนใจกันอยู่ว่าเราเสี่ยงที่จะเสียอธิปไตยเหนือเกาะกูด จากการกระทรวงการ ต่างประเทศก็ได้ยินชัดเจนครับคุณผู้ชม ว่าไทยไม่เคยลงงานใด ๆ ที่มีผู้ผูกพันยอมรับเส้นแบ่ง MOU รัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในหลายทวีปทับซ้อนกันครับ สอนการเป็นเพียงความตกลงกำหนดกรอบและกลไกการเจรจาระหว่างกันและกัน และมีการรับทราบการลากเส้นอาณาเขตทางทะเลของแต่ละฝ่าย ไทยรับทราบจุดยืนของกัมพูชา กัมพูชารับทราบจุดยืนของไทย และมีการรับทราบการลากเส้นอาณาเขตทางทะเลของแต่ละฝ่ายให้รับทราบจุดยืนกัมพูชากัมพูชาจุดยืนของไทยว่ามีความแตกต่างกัน ไม่ใช่การที่ไทยยอมรับเส้นอาณาเขตทางทะเลที่กัมพูชาอ้างสิทธิแต่อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนแล้วนะครับ ทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติว่าเกาะกูดเป็นของไทย และกัมพูชาก็ไม่เคยอ้างหรือมีข้อพิพาดเรื่องแต่อย่างใด ดังนั้น ก็ไม่มีทางพูดแต่อย่างใดดังนั้นก็ไม่มีทางที่จะเป็นของชาติอื่น แต่เรื่องน่ากังวลที่ยังไม่ได้มีการพูดถึงกันมากนักนะครับ ก็คือเรื่องของการจัดการผลประโยชน์เหนือแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ OCA นี่แหละครับ ตนถือว่าเป็นสมบัติชาติที่มีมูลถือว่าเป็นสมบัติชาติที่มีมูลค่ามหาศาลครับ ต้นจึงมีการ ตั้งข้อคำถามต่อรัฐบาลครับ ถึงแผนการจัดการสัมปทานปิโตรเลียมในพื้นที่ OCA ครับคุณผู้ชม ไทยกับกัมพูชาเจรจาการเป็นผลสำเร็จจนนำไปสู่การเปิดสัมปทานเหนือพื้นที่ไทยเคยให้แก่บริษัทต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่าง ชาติตั้งแต่ปี 2515 แต่ถูกแช่แข็งไว้ เนื่องจากยังไม่สามารถตกลงเรื่องของการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันได้ จะมีการจัดการอย่างไรหากมีการเปิดประมูลใหม่ รัฐบาลจะจัดการอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุก ฝ่ายไม่ละเมิด กติการะหว่างประเทศและทำให้ประชาชน เชื่อได้ว่าความพยายามในการเจรจากับกัมพูชาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดแหล่งปิโตรเลียมนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติและประชาชนชาวไทย ไม่ใช่การเปิดช่องให้ทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาแสวงหาความกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาแสวงหาความมั่งคั่งทรัพยากรอันเป็นของไทยเหมือนกับพี่ประชาชนเกิดข้อครหาต่อท่าทีและนโยบายพลังงานของรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา พรรคประชาชนยืนยันสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ OCA ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปลี่ยนผ่านที่โลกจะเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างสมบูรณ์แต่เราก็ต้องให้ทรัพยากรอันเป็นสมบัติของชาวจัดสรรอย่างโปร่งใสเป็นพราหมณ์เพื่อความมั่งคั่งความมั่นคงทางพลังงานของประชาชนทั้งชาติครับ ปัญหาใหญ่คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นี่มีการพูดถึงครับคุณผู้ชม ก็คือประชาชนไทยรู้สึกระแวงแคลงใจต่อเป้าประสงค์ที่แท้จริงนาฬิกาเร่งเจรจาเขตแดนพื้นในการเร่งเจรจาเขตแดนพื้นที่ OCA เพื่อที่จะเปิดแหล่งปิโตรเลียม ตนก็เชื่อว่าหากรัฐบาลเปิดข้อมูลเกี่ยวกับสัมปทาน หรือว่ามีการแถลงแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ oca นะครับ ก็จะช่วยคลายความกังวล แล้วก็ข้อครหาต่าง ๆ ที่มีต่อรัฐบาลลงมาได้มากเลยทีเดียวนะครับ แล้วก็ทำให้การเจรจาเรื่องของพื้นที่ทับซ้อน รวมถึงการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเดินหน้าไปได้โดย (ณัฐภัทรพล) หากพูดถึงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชานะครับผม ก็มีคนออกมาเคลื่อนไหวสมควร ไปฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรมนะครับ นั่นก็คือสมเด็จก็คือ กัณีรแสงบอกว่าอยากจะให้คนไทยตั้งสติแล้วก็เดินหน้าเรื่องนี้ไปด้วยกันในการพัฒนาประเทศไทยของไปฟังการเปิด เผยนะครับ ของคุณกัฐวี สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้โพสต์ Facebook ส่วนตัวกรณีข้อพิพาทของเขตแดนไทยกัมพูชา บอกว่าตนเองไม่อยากแสดงความคิดมาก เพราะเกรงว่าอาจจะนำข้อมูลที่เคยทำงานไว้ในชั้นความลับออกมาเปิดเผยได้ แต่ตนขอยืนยันว่าจะปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการอย่างเคร่งเครียดต่อไป สำหรับประเด็นเรื่องของเขตแดนนั้น ยังมีประเด็นที่ทางไทยและกัมพูชาดำเนินการอยู่ ยกตัวอย่าง หลักเขตที่ 3 73 นะครับ มีประเด็นของการลากเส้นเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงได้ทั้ง 2 ชาติ แต่ถึงอย่างไรก็ตามตนเข้าใจในลักษณะทางความคิดความสัมพันธ์ ระหว่างไทยและกัมพูชา การบริหารของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้ชิดกันมาก ๆ เลยทีเดียว จนสามารถจะหารือข้ามกระบวนการ ไปถึงการแสวงหาความสัมพันธ์ด้านการการพัฒนาธุรกิจปิโตรเลียมทางทะเล ที่ฝังอยู่ในเขตแดนยังมีข้อพิพาทการเมืองไทยในปัจจุบันก็คือการเมืองแห่งการตั้งสติ โดยสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ จุดประสงค์ของทุกฝ่ายให้ได้ว่าทุกฝ่ายหวังดี มองผลประโยชน์ของประเทศเข้ามาเป็นอันดับ 1 ในลักษณะของการเพิ่มพูนกำไรให้กับชาติ การป้อง กันการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือทุกคนต้องคิดต่อ คือ ทางใดที่จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติแล้วประชาชนมากที่สุด กำไรที่จะเพิ่มพูนศักยภาพของประเทศมากกว่า สิ่งที่เราจะต้องสูญเสียไปหรือไม่อย่างไร และหากพิจารณาแล้วว่ากำไรมากกว่า ต้องคิดต่อไปว่ าสิ่งที่เราจะสูญเสียนั้น มันก็จะน้อยกว่าที่จะแล้วจะเป็นสิ่งที่สูญเสียและยอมรูปไปถึงจะต้องมีการแก้ไขหรือยกเลิก MOU 44 ที่เป็นต้นเหตุปัญหาให้ได้ด้วยเช่นกัน พร้อมกับย้ำนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการตั้งสติ เนื่องจากประเทศไทยบอบช้ำสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการตั้งสติเนื่องจากประเทศไทยบอบช้ำควรจะบอบช้ำเพิ่มเติมขึ้นและควรที่จะ ช่วยกันเดินหน้าสร้างประเทศไทยไปด้วยกันอย่างมันไม่ควรจะบอกฉันเพิ่มเติมขึ้นและควรที่จะช่วยกันเดินหน้าสร้างประเทศไทยไปด้วยกันอย่างมั่นคงไปฟังเรื่องนี้จากข้างของสมาชิก วุฒิสภารับรองงานการต่างประเทศวุฒิสภามีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องงานการต่างประเทศวุฒิสภาก็มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนเกาะกูดนี่นะครับคุณผู้ชมครับ ก็ออกมาขอให้ทุกฝ่ายหยุด วาทกรรมขายชาติ แต่ก็ยืนยันนะครับคุณผู้ชมครับ ว่าเกาะกูดเนี่ยโดยมีการเปิดเผยจากคุณจิตนิยมครับ รองประธานคณะกรรมาธิการวุฒิสภาครับ มีการกล่าวถึงสาระสำคัญของ MOU 44 ระหว่างไทยกับกัมพูชา MOU 44 คือบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนกัน ซึ่งในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวได้มีการระบุถึงการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของทั้ง 2 ประเทศที่มีการตกลงกันบนพื้นฐานที่ยอมรับร่วมกันได้โดยเร็ว ปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนซึ่งในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวยังระบุว่ามีการตกลงแบ่งร่วมกันสำหรับทะเลอาณาเขตไหล่ทวีปและ เศรษฐกิจ จำเพาะในพื้นที่ที่มีการแบ่งเขตนะครับ โดยคุณชิบ จิตนิยม ยังบอกนะครับ ว่าบันทึกความเข้าใจนี้จะไม่มีการพูดถึงการแบ่งและการเสียดินแดน โดยเฉพาะการอ้างสิทธิ์ทางทะเลของแต่ละประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่า MOU เริ่มในสมัยของรัฐบาลของคุณทักษิณ ชินวัตร ครับ อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเองก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดแล้วก็เร่งรัดในเรื่องของ MOU 44 มาโดยตลอด แต่เป็นทางการไปเองนั่นแหละครับ ที่ประสบปัญหาการเมือง จึงยังไม่สามารถเจรจาบันทึกตามความเข้าใจได้ ความทางทางการกัมพูชายังไม่มีข้อแม้ใด ๆ โดยเฉพาะในประเด็นการเสียเกาะกูดให้กับทางกัมพูชาแม้แต่ตารางนิ้วเดียวตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส รวมถึงอนุสัญญาเจนีวาตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสร่วมอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งระบุชัดเจนว่า เกาะกูดเป็นของไทยนั่นเองครับ พิจิตรนิยมยังบอกอีกนะสำหรับพื้นที่ทับซ้อนที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างไทยกับกัมพูชา มีอยู่ประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตรครับ ซึ่งเป็นการแบ่งเขตทางทะเลที่ยังไม่มีความชัดเจน พื้นที่ดังกล่าวถูกแบ่งในพื้น... เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศต่างก็จำเป็นที่จะต้องรักษาผลในพื้นที่ พื้นที่ตกลงร่วมกันแล้วว่าควรเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาร่วมกัน แต่ติดที่ทางการไทยยังไม่มีการเปลี่ยนรัฐบาลมาโดยตลอดนั่นเองนะครับ แล้วก็ยังมีการตีความกันว่าหากจะดำเนินการทั้ง 2 ส่วน คือการแบ่งเขตทางทะเลทางกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วก็พื้นที่ที่มีการพัฒนาร่วมกันนั่นเอง คุณชิบก็ว่ามาทักกรรมขายชาติขายแผ่นดินไม่ควรเกิดขึ้นเพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ใต้ทะเลไม่เกี่ยวเนื่องกับพื้นที่บนบกจึงไม่เกี่ยวกับการเสียดินซึ่งการพัฒนาพื้นที่ร่วมการคือการนำคลังปิโตรเลียมแล้วก็ก๊าซธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ร่วมกันซึ่งก็เป็นผล กับประชาชนของทั้งสมกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาโดยเฉพาะพื้นที่ของเกาะกูดว่ากันว่า