--- title: ฝึก ASR + PE ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ข่าวเช้า วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 08.00-09.00 น. subtitle: date: วันพุธที่ 6 พฤษจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณวัฒนะ) ภัทรพลจุติการพาณิชย์กรมพัฒนาอาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเราเกลียดอีกสักครู่หนึ่งทุ่มของข่าวต่างประเทศรอพบกับคุณกิตติ เสรีประยูรนะครับ ช่วงของข่าวต่างประเทศวันนี้ การเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาปิดหีบแล้วบางพื้นที่ แล้วก็เริ่มนับคะแนนแล้วเช่นกันนะครับ เช้าวันนี้พบกันตอนนี้ผมและคุณณัฐพลจะพาคุณผู้ชมและผู้ฟังไปติดตามบรรยากาศวันนี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้นำผ้ากฐินพระราชทาน ไปทอดถวายนะครับ ณ วัดสังเวชวิศยาราม ในส่วนของกรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้ครับ นายพิเชษฐ์เชื้อเมืองพานรองประธานรัฐสภาคนที่ 1 เป็นประธานในพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทานประจำปีพุทธศักราช 2567 ของสภาผู้แทนราษฎร ณ พระอุโบสถวัดสังเวชวิศยาราม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งผู้บริหาร รวมถึงบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภารวมไปถึงบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตลอดจนประชาชนบริเวณใกล้เคียงเข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย โดยรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ถวายเครื่องบริวารผ้าพระกฐินทั้งหมด แด่พระสงฆ์องค์ครองและถวายจตุปัจจัยเพื่อบำรุงเจ้าอาวาส วัดสังเวชวิศยารามประธานสงฆ์ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 8 รูป รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอยากได้มอบทุนการศึกษาและเงินสนับสนุนให้แก่โรงเรียนวัดสังเวชวิศยารามจำนวน 20,000 บาท โดยยอดเงินทำบุญในพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 นี้ เป็นจำนวนเิงทั้งสิ้น โดยยังไม่หักค่าใช้จ่ายอันนี้กฐินพระราชทานเป็นผ้ากฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้ากฐิน ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาณพระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักรทุกปี สำหรับวัดสังเวชวิศยารามนั้นเป็นพระอาราม ตั้งอยู่เลขที่ 110 ซอยสามเสน 1 เชื่อมระหว่างถนนพระอาทิตย์กับถนน เดิมชื่อวัดสามจีนเหนือ และวัดพระรามที่สำคัญเป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าพระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์ด้านภาษา แล้วมีความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปลี่ยนชื่อจากวัดบางลำพูเสียใหม่ว่าวัดสังเวชวิศยาราม เป็นวัดที่มีความสำคัญวัดหนึ่งของคณะสงฆ์ไทย มีหน้าประวัติศาสตร์ที่ควรจารึกจดจำตลอด นอกจากนี้นะครับ เป็นวัดในพระเจ้านายพระองค์ชั้นสูงได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงเป็นพระไมโครฟิล์มในหอสมุดแห่งชาติว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราย รัชกาลที่ 1 ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าหรือวัดสังเวชวิศยารามรวมหลายครั้งออกหลาย ๆ คนนะครับ ตอนนี้เตรียมตัวที่จะไปทำบุญนับ นับไปออกพรรษา 1 เดือนนะ จะไปถึงประมาณวันที่ 14 นะ 14 พฤศจิกายนนี้ 15 ก็เราก็ตรงกับวันลอยกระทงใช่ไหมต้องกราบขออนุโมทนาบุญด้วยกับคุณสมบูรณ์ฟังนะครับ หลาย ๆ ท่านใดมีโอกาสแน่นอนครับ ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในรั้วรัฐสภานี่แหละครับคุณผู้ชม ก็จะรับผ้ากฐินพระราชทานต่างเป็นประจำทุกปี มีโอกาสได้ร่วมทำบุญด้วยนะแล้วก็ขอเป็นประจำทุกปีมีโอกาสได้ร่วมทำบุญด้วยแล้วก็ขออนุโมทนาบุญไปยังพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านด้วยเช่นกันนะครับ ขอเชิญชวนผู้ชมอีกครั้งหนึ่งดีกว่าส่งไปติดตามข่าวกันหัวหน้าพรรคประชาชนได้ครับ มีการตั้งข้อสังเกตนะครับ ถึงเกี่ยวกับเรื่องของสัมปทาน ปิโตรเลียมนะครับคุณผู้ชมครับ มันสืบเนื่องจากกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องของไทยกัมพูชาอาจจะมีผลได้ผลเสียอาจจะเสียประโยชน์ของประเทศไทยไปได้กลับถึงบ้านของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ หัวหน้าพรรคประชาชน มีการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ในหลายทวีปตารางกิโลเมตรครับ ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างในสังคมขณะนี้นะครับ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ เพราะว่าเกี่ยวพันอย่างมีนัยสำคัญถึงความพยายามพยากรณ์ปิโตรเลียมจากอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ เป็นสมบัติชาติที่มหาศาล และรัฐบาลไทยได้พยายามดำเนินการเรื่องนี้มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่ก็ยังไม่ประสบกับความสำเร็จ ตนจึงอยากเชิญชวนประชาชนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญว่ามีมากกว่าเรื่องของเกาะกูดนะแล้วก็การปักปันเขตแดนของระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เป็นที่สนใจกันอยู่ว่าเราเสี่ยงที่จะเสียอธิปไตยเกาะกูด การเจรจา oca และการพยายามเดินหน้าโครงการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ยินชัดเจนว่าใครไม่เคยลงงานใด ๆ ที่มีผู้ผูกพันยอมรับเส้นแบ่งเขตแดน ที่กัมพูชมอ้างสิทธิเกาะกูด MOU รัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในหลายทวีปทับซ้อนกัน เป็นเพียงความตกลงกำหนดกรอบและกลไกการเจรจาระหว่างและมีการรับทราบการลากเส้นอาณาเขตทางทะเลของแต่ละฝ่าย ไทยรับทราบจุดยืดของกัมพูชา กัมพูชารับทราบจุดยืนของไทยว่ามีไม่ใช่การที่ไทยยอมรับเส้นอาณาเขตทางทะเลที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์แต่อย่างใด ดังนั้น จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วนะครับ ทั้งในทางกฎหมายและจะทำทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติเกาะกูดเป็นของไทยและกัมพูชาก็ไม่เคยอ้างหรือมีข้อผิดพลาดเรื่องขอพูดแต่อย่างใดดังนั้นก็พูดไม่มีทางที่จะเป็นแต่เรื่องน่ากังวลที่ยังไม่ได้มีการพูดก็คือเรื่องของการจัดการผลประโยชน์เหนือแหล่งพื้นที่ oca การจัดการสัมปทานแผนการจัดการสัมปทานปิโตรเลียมในพื้นที่A C R O C Aดังนี้ครับ ไทยกับกัมพูชาเจรจาการเป็นผลสำเร็จจนนำไปสู่สัมปทานเหนือพื้นที่ไทยเคยให้แก่บริษัทต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างชาติตั้งแต่ปี 2515 แต่ถูกเนื่องจากยังไม่สามารถตกลงเรื่องของการอ้างสิทธิ์จะมีการจัดการอย่างไร จะเปิดประมูลใหม่หรือไม่ ข้อ 2 ครับ หากมีการเปิดรัฐบาลจะจัดการอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายกติกาและทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่าความพยายามในการเจรจากับกัมพูชาหลาย 10 ปีที่ผ่านมาเพื่อเปิดแหล่งปิโตรเลียมนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติและประชาชนชาวไทย ไม่ใช่การเปิดช่องให้กลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาแสวงหาความจากทรัพยากรอันเป็นของไทยทั้งประเทศนะครับ เหมือนกับพี่ประชาชนเกิดข้อครหาต่อท่าทีและนโยบาย cabal หลายชุดที่ผ่านมาซึ่งยืนยันว่าพรรคประชาชนสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ oca ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปลี่ยนผ่านที่โลกจะเข้าสู่ยุคในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปลี่ยนผ่านที่โลกจะเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างสมบูรณ์ แต่เราก็ต้องให้ทรัพยากรอันเป็นสมบัติของชาวไทยนี่นะครับ ถูกจัดสรรอย่างโปร่งใส เพื่อความมั่งคั่งและความมั่นคงทางพลังงานของประชาชนทั้งชาติครับ ปัญหาใหญ่คุณณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิในการ ก็คือประชาชนไทยรู้สึกระแวงแคลงใจต่อเป้าประสงค์ที่แท้จริงของรัฐบาลนี่นะครับ รายการเร่งเจรจาเขตแดนพื้นที่ oca เพื่อที่จะเปิดแหล่งปิโตรเลียมต้นก็เชื่อว่าหากรัฐบาลเปิดข้อมูลเกี่ยวกับสัมปทานหรือว่ามีการแถลงแนวทางที่ชัดเจน การการบริหารทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ oca นะครับ ก็จะช่วยคลายความกังวลแล้วก็หาต่าง ๆ ที่มีต่อรัฐบาลลงมาแล้วก็ทำให้การเจรจาเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนรวมถึงการพัฒนาเดินหน้าไปได้โดยหากพูดถึงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชานะครับผม ก็มีคนออกมาเคลื่อนไหวไปฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรมนะครับ คุณกันวี สืบแสง ก็คือบอกว่าอยากจะให้คนไทยตั้งสติแล้วก็เดินหน้าเรื่องนี้ไปด้วยกันในการพัฒนาประเทศไทยของเราไปฟังการเปิดเผยนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปฟังการเปิดเผยนะครับ ของคุณกัญญาวีร์สืบแสงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อโพสต์ Facebook ส่วนตัวกรณีข้อพิพาทของเขตแดนไทยกัมพูชา บอกว่าตนเองไม่อยากแสดงความคิดมากเกรงว่าอาจจะนำข้อมูลที่เคยทำงานไว้ในชั้นความลับออกมาเปิดเผยได้ แต่ตนขอยืนยันว่าจะปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการอย่างเคร่งครัดต่อไป สำหรับประเด็นเรื่องของเขตแดนนั้นยังมีประเด็นที่ทางไทยและกัมพูชาดำเนินการอยู่ ยกตัวอย่างเขตที่ 3 ยังมีประเด็นของการลากเส้นเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงถึงอย่างไรก็ตามตนเข้าใจในลักษณะทางความคิดความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาการบริหารของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้ชิดกันมาก ๆ เลยทีเดียว จนสามารถจะหารือข้ามกระบวนการหมายถึงการแสวงหาความสัมพันธ์ด้านการพัฒนาธุรกิจปิโตรเลียมทางทะเลที่ฝั่งอยู่ในเขตแดนยังมีข้อพิพาทกันอยู่ในพัดการเมืองไทยในปัจจุบันก็คือการเมืองโดยสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์จุดประสงค์ของทุกฝ่ายให้ได้ว่าทุกฝ่ายหวังดีมองผลประโยชน์ของประเทศเข้ามาเป็นอันดับ 1 ในลักษณะของการเพิ่มพูนกำไรให้กับชาติ การป้องกันการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือทุกคนต้องคิดต่อ คือ ทางใดที่จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนมากที่สุดกำไรที่จะเพิ่มพูนศักยภาพของประเทศมากกว่า สิ่งที่เราจะต้องสูญเสียไปหรือไม่ อย่างไร และหากพิจารณาแล้ว ว่ากำไรมากกว่า ต้องคิดต่อไป ว่าสิ่งที่เราจะสูญเสียนั้น ถึงแม้จะน้อยกว่าที่จะเพิ่มพูดนขึ้นมา แล้วจะเป็นสิ่งที่สูญเสียและยอมแล้วจะเป็นสิ่งที่สูญเสียแล้วยอมรับได้หรือไม่ลูกไปถึงจะต้องมีการแก้ไขหรือยกเลิก MOU 44 ที่เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาให้ได้ด้วยเช่นกัน พร้อมกับเน้นย้ำนะครับ สิ่งที่สำคัญการตั้งสติ เนื่องจากประเทศไทยบอบช้ำมานานพอแล้ว ไม่ควรจะบอบช้ำเพิ่มเติมขึ้น และควรที่จะช่วยกันเดินหน้าสร้างประเทศไทยไปด้วยกันอย่างมั่นคงต่อไปนะครับ (ณัฐภัทรพล) ไปฟังเรื่องนี้จากทั้งของสมาชิกอธิการการต่างประเทศวุฒิสภามีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนเกาะกูดนั่นแหละครับ