--- title: ห้องทดสอบ ASR 6766 โครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ(ช่วงท่านวราวุธ ศิลปอาชา กล่าว) subtitle: date: วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 14.02 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ตุลาคม 2560 ครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไป เยี่ยม มสธนะครับ โอกาสพบกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ก็บอกว่าวันนี้งานวันนี้เกิดขึ้นได้ จริงๆต้องขอบคุณงานในวันนั้น แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์สุวิทย์ที่เป็น บันดาลใจให้กับตัวผมในขณะนั้นเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ มาถึงวันนี้เกือบจะ 7 เดือน เปลี่ยนเพื่อน อธิการบดี วิลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะครับท่าน แป๊บเดียวนะครับ ผู้แทนมหาวิทยาลัย ทั้ง 5 ภูมิภาคนะครับ ท่านรองปลัดกระทรวงท่านอธิบดี จะกลับ กรมส่งเสริมพัฒนาชีวิตคนพิการ การบริหารกระทรวงกมนะครับ คณาจารย์ของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่รักทุกท่านครับ 10 ตุลาคม 2560 ครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไป เยี่ยม ปตทนะครับ โอกาสพบกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ต้องบอกว่าวันนี้งานวันนี้เกิดขึ้นได้ จริงๆต้องขอบคุณงานในวันนั้น แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์สุวิทย์ที่เป็น บันดาลใจให้กับตัวผมในขณะนั้นเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ มาถึงวันนี้เกือบจะ 7 เดือน พรุ่งนี้กลับ ก็จะครบ 7 เดือนพอดี การที่เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง การที่ได้ พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างถึงได้เข้าใจครับว่าวันนี้ การทำงานให้กับพี่น้องคนพิการนั้น คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร ภาษาอังกฤษเขาบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการทิชชู่ คนพิการต้องการโอกาส คนพิการ ต้องการ ศักยภาพที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้น อยู่ในสังคม เกียรติและศักดิ์ศรีที่ เข้ากับคนพวกเราทุกๆคนไม่ได้ต่างอะไรกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลาง ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นใน โลกปัจจุบันและในประเทศไทยของเรา ถ้าไม่นับเรื่อง Exchange คือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่ อีกหลายสิบปีนะครับ 30 ปี 20 แต่ปัญหาที่เรากำลังจะเจอใน ระยะสั้น อีกไม่ถึง 10 ปีจากนี้ไปก็คือปัญหา ประชากร มันจะลามมาจนถึงสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันราชภัฏมหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล รวมไปถึงโอเคเศร้าทั้งหลายระดับอาชีวะเทคนิค สารพัดช่าง อีกในอนาคตอีกไม่นาน จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่มันน้อยลง แล้วจะขี่เข้ามาในมหาวิทยาลัย ก็จะลดลงไป เมื่อสักครู่ผมได้มีโอกาสคุยกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ก็ได้พูดคุยกันถึงเทคโนโลยีต่างๆที่เกิดขึ้น AI สงสัยว่าอีกหน่อย จะมีมนุษย์ไปทำไม เพราะว่า AI มันทำได้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วมันก็จะลามไปถึงว่าพอคนเข้ามหาวิทยาลัยน้อย คนทำงาน มันก็จะน้อยลงไปน้อยลงไปอีกตรงกันข้าม กับผู้สูงอายุที่มากขึ้นมากขึ้นทุกวันทุกวัน ดังนั้นวันนี้ด้วยแรงงานที่น้อยลงกำลังคนทำงานที่น้อยลงจำเป็นอย่างยิ่งครับพี่ ประเทศไทยของเราในระยะสั้น ระยะทางนั้นเราจะต้องหา กำลังแรงงานหรือว่าศักยภาพ ผลิตภัณฑ์ภาพลักษณ์ที่ดีของคนทุกๆคนที่อยู่ในสังคมไทย วันนี้ จากที่ผมได้กลับไปเมื่อสักครู่ว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความสงสารเขาต้องการ ตอนนี้เรากำลังจะหยิบยื่นโอกาส แล้วก็จะทำให้พวกเขาเหล่านั้น เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า รายการที่จะมาผลักดันนิติทุกๆติของสังคมไทย ต้องบอกว่า เพื่อข่ายนะครับทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็น ในภาคเหนือเป็นมช ภาคอีสานมข ภาคกลางของเรานะครับ มีทั้ง สวนดุสิตที่สุพรรณบ้านผมเอง แล้วกลับกี่ครั้ง เจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วก็ สงขลานครินทร์ แล้วก็ต้องขอบคุณครับเจ้าของสถานที่ ผู้ใหญ่เลยจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ก็คือมสธ เริ่มต้นกับ เพราะว่าผมเองได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ปีที่แล้ว ไปที่กระทรวงก็ได้เรียนท่านปลัด รองปลัดวันนี้มากับเราวันนี้ท่านปลัดติดงานอยู่นะครับผมขอให้ท่านปลัดไปที่สำนักนายกประชุม ท่านนายก กระบี่ท่านรองปลัดและอธิบดีมาผมบอกผมไม่รีบ แปลว่า ขอด่วน สงกรานต์นี้ ต้องเกิดให้ได้ โชคดีปรับครมครั้งล่าสุดมาผมยังเป็นรัฐมนตรีอยู่นะครับ ผมบอกว่า ยังไงเสียโครงการนี้ต้องเกิด ตอนที่ผมยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพม ก็โชคดีว่ากลับกทมก่อนแล้วผมยังอยู่ก็เลยได้มีโอกาสมาพูดแถลงข่าวเลยวันนี้ ก็ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าอยากจะเป็นรัฐมนตรีกับเขาอยู่หรือไม่ แต่วันนี้ครับ เราได้มีโอกาสมา เห็นแล้วมันทำได้จริง การที่จะทำ โครงการลักษณะนี้ได้ ผู้บริหารของสถานศึกษาของมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องเข้าใจถึงบริบทของการที่ เอาคนพิการเข้ามา ฝึกฝีมือฟิวส์ marquez เข้าใจถึงวิถีชีวิตของคนพิการว่า แต่ละย่างก้าวหรือว่าแต่ละเม็ดที่ออกมาจากบ้านเขานั้นมันคือความท้าทายมัน การผจญภัยที่ จบกันไปแล้วเนี่ย จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ อารยสถาปัตย์ในกรุงเทพฯ ในประเทศไทยในวันนี้ บางครั้งไม่ค่อยเชื่อคนพิการ บางครั้งจะทำให้คนพิการไม่ต้องใช้กองทุนคนพิการอีกต่อไปไปใช้กองทุนฌาปนกิจ แอบแปลว่า ออกมาแล้ว เสียชีวิตไปเลยก็มี ทางลาดที่ฉันถึง 45 องศา อารยสถาปัตย์ที่มันไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งนั้นวันนี้เรากำลังจะมา เชื้อเชิญ สถาบันการศึกษา วันนี้เราเริ่มต้นกันที่ อกหัก และในอนาคตอันใกล้ ผมก็จะไปขอเซ็น MOU กับทางอบต แล้วก็สอน รายการที่จะขยายเครือข่ายของพวกเรา เมื่อสักครู่ หน้ากากสวิทช์บอกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ท่านบีคนพิการ เข้า อบรม กว่า 400 คน เราก็ได้งานการทำไป ผมก็มานั่งคิดว่า มีแค่มหาวิทยาลัยเดียว ประเทศไทยของเรามีสถาบันที่มีคุณภาพ นับพันนับหมื่นแผ่น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แผ่นเดียวทำให้ 400 จะทำได้สักเท่าไหร่ contact จะทำได้สักเท่าไหร่ จำนวนพี่น้องคนพิการ 2 ล้านกว่าชีวิตในประเทศไทย และนอนความพิการมีดีกรีที่แตกต่างกันไป แต่ไอ้ดีกรีที่แตกต่างกันไปนั้น ด้วยเทคโนโลยี ด้วยวิวัฒนาการทั้งหลาย มันกำลังจะทำให้เส้นแบ่งบางๆระหว่างความพิการกับความไม่พิการนั้น มันก็ค่อยๆลดน้อย ขายลงไป เมื่อสักครู่ก็ได้เห็นการ สาธิต เทคโนโลยีหลายๆอย่าง นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะเห็น ว่าพี่น้องคนพิการนั้นได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้แล้วก็มาพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเขาเอง แล้วก็มาพัฒนาสังคมไทย แน่นอนวันนี้ในภาคเอกชนมีกฎหมาย มากมายที่ เกี่ยวข้องกับคนพิการภายใต้พรบส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 กว่าจะจำได้นี่ก็ผมเองก็ปาเข้าไป 7 เดือนพอดี นะครับ จอด ตราบใดองค์ความรู้ใหม่ต้องขอบคุณเพื่อนๆและการกระทรวงกมที่ทำได้ ทำให้ผมได้ เรียนรู้ หลายสิ่งหลายอย่างแล้วก็เอามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน วันนี้นะครับ ต้องเรียนว่า การที่เราจะมาส่งเสริมศักยภาพชีวิต แล้วก็ คุณภาพชีวิตของพี่น้องคนพิการนั้นมันจะอยู่ภายใต้ร่ม นโยบายใหญ่ของกระทรวงพม เรามีนโยบายเรียกว่า 5 * 5 ฝ่าวิกฤตประชากร นโยบายนำข้อเสนอนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมเองได้ไปนำเสนอต่อที่ประชุม ของคณะกรรมาธิการของสหประชาชาติ ว่าด้วยการ พัฒนาแล้วก็เรื่องของประชากรเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โลกยอมรับในแผ่นนี้ รถประกันแจ้งแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากรที่มันจะกระทบกับทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชน ชนภาครัฐ เมื่อสักครู่ผมได้กล่าวไปว่าด้วยประชากรที่น้อยลง คนก็จะเข้ามหาวิทยาลัยพี่น้อยลง คนก็จะมาทำงานได้น้อยลง ดังนั้นการที่มหาวิทยาลัยแห่งสถาบันการศึกษา Higher Education ในประเทศไทยเริ่มที่จะเปิดตลาด ให้มีคนพิการเข้ามามากขึ้นในอนาคต เมื่อเด็กเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยน้อยลงแล้ว เราจะใช้คนกลุ่มไหนเข้ามาเรียนได้อีก คนพิการแน่นอนเป็นคนสำคัญ พี่น้องคนสูงอายุ จะต้องกลับเข้ามาเรียนใหม่ในอนาคตผมคิดว่าเราจะได้เห็นนักศึกษานิสิตในมหาวิทยาลัย พี่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ เด็กวัยรุ่นอายุสิบกว่า 20 ต้นๆอีกต่อไป อีกหน่อยเราจะได้เห็นคนอายุ 50 มาอยู่ในมหาวิทยาลัยคนอายุ 60 กว่ามาอยู่ใน และที่สำคัญคนพิการ เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย นี่คือการที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนไป ตามสภาพบริบทของสังคมที่เกิดขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น พร้อม ที่จะเป็นแรง เพื่อนเราคอยสนับสนุนการทำงานทุกๆอย่าง ต้องบอกว่ารำคาญกระทรวงพร้อมเราเอง เราเปรียบเสมือนกาวนะครับ ไปติดต่อคนนู้น ติดต่อคนนี้ แล้วเราก็มาทากาวเชื่อมกันเหมือนอย่างวันนี้ เราเป็นกาวมาเชื่อม 6 มหาวิทยาลัยเหนือกลางอีสานใต้ ให้มาเชื่อมด้วยกันแล้วก็สร้างเป็นเครือข่ายแล้วก็มาพัฒนา พัฒนาสังคม แล้วก็มาพัฒนา ความมั่นคงของมนุษย์ซึ่ง มีอยู่หลายไม่ติดเหลือเกิน ผมต้องขอขอบคุณนะครับ อาจารย์สุวิทย์ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัย ทั้ง 6 แห่งที่ได้ให้เกียรติมาร่วมกัน กลับในโครงการนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าในอนาคตอันใกล้ ทั้ง 6 มหาวิทยาลัยนี้จะ เป็นเหมือนโหนด แล้วก็ขยายความของ โครงการของเรา ไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆในแต่ละภูมิภาค แล้วส่งผลให้พี่น้องคนพิการ ได้ไม่ต้องจากบ้านจากถิ่นฐานมาทำงานในกรุงเทพฯ อยู่เหนือก็ทำงานภาคเหนือ อยู่อีสานก็ทำงานภาคอีสาน อยู่ภาคใต้ก็ทำงานภาคใต้หรือแม้แต่ภาคตะวันออก แล้วเราจะได้มีโอกาสมาเห็น การพัฒนาสังคม ได้เห็นความมั่นคงของชีวิต ของพี่น้องคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ไม่ว่าจะสถานะภาพใด เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกๆคนนะครับ แล้วก็ขอขอบคุณทั้ง 6 มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง กลับไหน สงกรานต์กัน ขยายผลเครือข่าย อุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ การประกอบอาชีพผ่านโมเดลการฝึกอบรม ฝึกงานคนพิการ ชื่อโครงการยาวมาก ชอบ สิ่งเดียวที่ผมต้องอ่านในนี้นะครับเพราะว่า อันอื่นเนี่ยรู้แต่ ชื่อโครงการยาวมากจำไม่ได้ นะครับ แล้วก็จะส่งพร้อมออกครับโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นะครับ เรามีกองทุน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ รถเยอะมาก ฉะนั้น ขอมาเลยครับ เดี๋ยวผมอนุมัติผมอนุมัติไม่ได้ขออภัยนะครับท่านอธิบดีอยู่นี่เดี๋ยวผมไปขอท่านอธิบดีให้เอง ลักหลับอยากทำอะไร ขอมา ตังค์เรามี แล้วก็ไม่ใช่ตังค์ของเราด้วยเป็นตังค์ของภาคเอกชนจ่ายมาเข้ากองทุนฉะนั้นเรื่องตังค์เรื่องเล็กครับ ไม่ใช่ตังค์ผมใช้เลย แล้วก็ โครงการต่างๆเหล่านี้ เราจะได้เห็น คนพิการ ที่ไม่ได้ต้องการความสงสาร กำลังจะหยิบยื่นโอกาสให้กับพวกเขาเหล่านั้น แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งกับสังคมไทยจากนี้ไปเราเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่ว่าจะอายุใด จะ 7 Baby boomer Gen X Gen Y gen c จะเน่าฝ้าเดินไปด้วยกันครับ ทุกสถานะ โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง