แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่รักทุกท่านครับ 10 ตุลาคม 2560 กลับ Honda Smile เหยียบ อัพเดทมา จริงๆต้องขอบคุณงานในวันนั้น แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์สุวิทย์ที่เป็น บันดาลใจให้กับตัวผมในขณะนั้นเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ มาถึงวันนี้เกือบจะ 7 เดือน พรุ่งนี้นะครับ ครบ 7 เดือนพอดี การที่ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง ตามที่ได้ พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างถึงได้เข้าใจครับว่าวันนี้ การทำงานให้กับพี่น้องคนพิการนั้น คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร ภาษาอังกฤษก็บอกว่าเขาไม่ได้ต้องการที่จะ คนพิการต้องการโอกาส คนพิการ ต้องการ ศักยภาพที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้น อยู่ในสังคม ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีที่ เข้ากับคนพวกเราทุกๆคนไม่ได้ต่างอะไรกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลาง ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นใน โลกปัจจุบันและในประเทศไทยของเรา ถ้าไม่นับเรื่อง climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่ ปี 20 แต่ปัญหาที่เรากำลังจะเจอ ระยะสั้น อีกไม่ถึง 10 ปีจากนี้ไปก็คือปัญหา วิกฤตประชากร มันจะลามมาจนถึงสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบัน ราชภัฏมหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล รวมไปถึงโลเคชั่นเอาทั้งหลายและกลับอาชีวะเทคนิค สารพัดช่าง อีกในอนาคตอีกไม่นาน จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่มันน้อยลง แล้วจะขี่เข้ามาในมหาวิทยาลัย ก็จะลดลงไป เมื่อสักครู่ผมได้มีโอกาสคุยกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ก็เลยพูดคุยกันถึงเทคโนโลยีต่างๆที่เกิดขึ้น AI แล้วก็สงสัยว่าอีกหน่อย จะมีมนุษย์ไปทำไม เพราะว่า AI มันทำได้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วมันก็จะลามไปถึงว่าพอคนเข้ามหาวิทยาลัยน้อย คนทำงาน มันก็จะน้อยลงไปน้อยลงไปอีกตรงกันข้าม กับผู้สูงอายุที่มากขึ้นมากขึ้นทุกวันทุกวัน ดังนั้นวันนี้ด้วยแรงงานที่น้อยลงกำลังคนทำงานที่น้อยลงจำเป็นอย่างยิ่งครับพี่ ประเทศไทยของเราในระยะสั้น ระยะทางนั้นเราจะต้องหา กำลังแรงงานหรือว่าศักยภาพ ผลิตภัณฑ์ภาพโปรดักทิวิตี้ของคนทุกๆคนที่อยู่ในสังคมไทย วันนี้ อย่างที่ผมได้กลับไปเมื่อสักครู่ว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความสงสารเขาต้องการโอกาส ตอนนี้เรากำลังจะหยิบยื่นโอกาส แล้วก็จะทำให้พวกเขาเหล่านั้น เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า รายการที่จะมาผลักดันมิติทุกๆติ ของสังคมไทย ต้องบอกว่า เครือข่ายนะครับทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็น ในภาคเหนือเป็นมช ภาคอีสานมข ภาคกลางของเรานะครับ ดีครั้ง สวนดุสิตที่สุพรรณบ้านผมเอง แล้วกลับมีทั้ง เจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วก็ สงขลานครินทร์ แล้วก็ต้องขอบคุณครับเจ้าของสถานที่ ใหญ่เลยจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ก็คือมจธ เริ่มต้นกับ เพราะว่าผมเองได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม กลับปีที่แล้ว กลับไปที่กระทรวงก็ได้เรียนท่านปลัด รองปลัดวันนี้มากับเราวันนี้ท่านปลัดติดงานอยู่นะครับผมขอให้ท่านปลัดไปที่สำนักนายกประชุม ท่านนายก ก็มีท่านรองปลัดและอธิบดีมาผมบอกผมไม่รีบ แต่ว่า ขอด่วน สงกรานต์นี้ ต้องเกิดให้ได้ โชคดีปรับครมครั้งล่าสุดมาผมยังเป็นรัฐมนตรีอยู่นะครับ ผมบอกว่า ยังไงเสียโครงการนี้ต้องเกิด ตอนที่ผมยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพม ก็โชคดีว่ากลับกทมก่อนแล้วผมยังอยู่ก็เลยได้มีโอกาสมาพูดแถลงข่าวในวันนี้ ก็ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าอยากจะเป็นรัฐมนตรีกับเขาอยู่หรือไม่ แต่วันนี้ครับ เราได้มีโอกาสมา เห็นแล้วมันทำได้จริง แต่การที่จะทำ โครงการลักษณะนี้ได้ ผู้บริหารของสถานศึกษาของมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องเข้าใจถึงบริบทของการที่ ไปเอาคนพิการเข้ามา ฝึกฝีมือ Imitation โบราณ เข้าใจถึงวิถีชีวิตของคนพิการว่า แต่ละย่างก้าวหรือว่าแต่ละเม็ดที่ออกมาจากบ้านเขานั้นมันคือความท้าทาย คือการผจญภัยที่ จบกันไปแล้วเนี่ย จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ อารยสถาปัตย์ในกรุงเทพฯ ในประเทศไทยในวันนี้ บางครั้งไม่ค่อยเชื่อคนพิการ บางครั้งจะทำให้คนพิการไม่ต้องใช้กองทุนคนพิการติดต่อไปไปใช้กองทุนฌาปนกิจ and แปลว่า ออกมาแล้ว เสียชีวิตไปเลยก็มี ทางลัดที่ฉันถึง 45 องศา อารยสถาปัตย์ที่มันไม่ได้ตอบโจทย์นั้นวันนี้เรากำลังจะมาเชื้อเชิญ สถาบันการศึกษา วันนี้เราเริ่มต้นกันที่ 6 แผ่น และในอนาคตอันใกล้ ผมก็จะไปขอเซ็น MOU กับทางอบต แล้วก็สอน รายการที่จะขยายเครือข่ายของพวกเรา เมื่อสักครู่ อาจารย์สุวิทย์บอกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ท่านดีคนพิการ เข้า อบรม กว่า 400 คน ไปกับเราก็ได้งานการทำไป ผมก็มานั่งคิดว่า มีแค่มหาวิทยาลัยเดียว ในประเทศไทยของเรามีสถาบันที่มีคุณภาพ นับพันนับหมื่นแผ่น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ถ้าอย่างเดียวทำได้ 400 1 แผ่น จะทำได้สักเท่าไหร่ contact เท่าไหร่ จำนวนพี่น้องคนพิการ 2 ล้านกว่าชีวิตในประเทศไทย และนอนความพิการมีดีกรีที่แตกต่างกันไป แต่ไอ้ดีกรีที่แตกต่างกันไปนั้น ด้วย เทคโนโลยี พัฒนาการทั้งหลาย มันกำลังจะทำให้เส้นแบ่งบางๆระหว่างความพิการกับความไม่พิการนั้น มันก็ค่อยลดน้อยถอยลงไป สักครู่ก็ได้เห็นการ เสาร์อาทิตย์นะครับ เทคโนโลยีหลายอย่าง นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะเห็น ว่าพี่น้องคนพิการนั้นได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้แล้วก็มาพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเขาเอง แล้วก็มาพัฒนาสังคมไทย แน่นอนวันนี้ในภาคเอกชนมีกฎหมาย มากมายที่ เกี่ยวข้องกับคนพิการภายใต้พรบส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 กว่าจะจำได้นี่ก็ผมเองก็ปาเข้าไป 7 เดือนพอดี นะครับ ได้ความรู้ใหม่ต้องขอบคุณเพื่อนๆรัชกาลกระทรวงกมที่ทำได้ทำให้ผมได้ เรียนรู้ หลายสิ่งหลายอย่างแล้วก็เอามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน งั้นวันนี้นะครับ ต้องเปลี่ยนว่า การที่เราจะมาส่งเสริมศักยภาพชีวิต แล้วก็ คุณภาพชีวิตของพี่น้องคนพิการนั้นมันจะอยู่ภายใต้ร่ม นโยบายใหญ่ของกระทรวงพม เรามีนโยบายเรียกว่า 5 * 5 ฝ่าวิกฤตประชากร นโยบายนำข้อเสนอนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมเองได้ไปนำเสนอต่อที่ประชุมของคณะกรรมาธิการของสหประชาชาติ ว่าด้วยการ พัฒนาแล้วก็เรื่องของประชากรเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โลกยอมรับในแผนนี้ ประกันแจ้งแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากรที่มันจะกระทบกับทุกภาคส่วนทั้งภาค เอกชนภาครัฐ เมื่อสักครู่ผมได้กล่าวไปว่าด้วยประชากรที่น้อยลง คนก็จะเข้ามหาวิทยาลัยพี่น้อยลง คนก็จะมาทำงานได้น้อยลง ดังนั้นการที่มหาวิทยาลัยทุกแห่งสถาบันการศึกษา Higher Education ในประเทศไทยเริ่มที่จะเปิดตลาด ให้มีคนพิการเข้ามามากขึ้นในอนาคต เมื่อเด็กเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยน้อยลงแล้ว เราจะใช้คนกลุ่มไหนเข้ามาเรียนได้อีก คนพิการแน่นอนเป็นคนสำคัญ พี่น้องคนสูงอายุ ต้องกลับเข้ามาเรียนใหม่ในอนาคตผมคิดว่าเราจะได้เห็น นักศึกษานิสิตในมหาวิทยาลัย พี่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ เด็กวัยรุ่นอายุ 10 กว่า 20 ต้นๆอีกต่อไป อีกหน่อยเราจะได้เห็นคนอายุ 50 มาอยู่ในมหาวิทยาลัย คนอายุ 60 กว่ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคนพิการ เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย นี่คือการที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนไป ตามสภาพบริบทของสังคมที่เกิดขึ้น และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น พร้อม ที่จะเป็นแรง กับเพื่อนแล้วก็สนับสนุนการทำงานทุกๆอย่าง ต้องบอกว่ารำคาญกระทรวงคอมเราเอง เราเปรียบเสมือนกาวนะครับ ไปติดต่อคนนู้น ติดต่อคนนี้ แล้วเราก็มาทากาวเชื่อมกันเหมือนอย่างวันนี้ เราเป็นกาวมาเชื่อม 6 มหาวิทยาลัยเหนือกลางอีสานใต้ ให้มาเชื่อมด้วยกันแล้วก็สร้างเป็นเครือข่ายแล้วก็มาพัฒนา พัฒนาสังคม แล้วก็มาพัฒนา ความมั่นคงของมนุษย์ซึ่ง มีอยู่หลายมิติเหลือเกิน ผมต้องขอขอบคุณนะครับ อาจารย์สุวิทย์ ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัย ทั้ง 6 แห่งที่ได้ให้เกียรติมาร่วมกัน นะครับในโครงการนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าในอนาคตอันใกล้ ทั้ง 6 มหาวิทยาลัยนี้ เป็นเหมือนโหนด แล้วก็ขยายความของ สงกรานต์ของเรา ไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆในแต่ละภูมิภาค แล้วส่งผลให้พี่น้องคนพิการ ได้ไม่ต้องจากบ้านจากถิ่นฐานมาทำงานในกรุงเทพฯ อยู่เหนือก็ทำงานภาคเหนือ อยู่อีสานก็ทำงานภาคอีสาน ภาคใต้ก็ทำงานภาคใต้หรือแม้แต่ภาคตะวันออก แล้วเราจะได้มีโอกาสมา เห็น การพัฒนาสังคม ได้เห็นความมั่นคงของชีวิต สองพี่น้องคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ไม่ว่าจะสถานะภาพใด เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกๆคนนะครับ แล้วก็ขอขอบคุณทั้ง 6 มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง กลับไหน สงกรานต์กัน ขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ การประกอบอาชีพผ่านโมเดลการฝึกอบรม ฝึกงานคนพิการ ชื่อโครงการยาวมาก จอด เป็นสิ่งเดียวที่ผมต้องอ่านในนี้นะครับเพราะว่า อันอื่นเนี่ยรู้แต่ ชื่อโครงการยาวมากจำไม่ได้ แล้วก็จะส่งพร้อมครับโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เรามีกองทุน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ รถเยอะมาก ฉะนั้น ขอมาเลยครับ เดี๋ยวผมอนุมัติผมอนุมัติไม่ได้ขออภัยนะครับท่านอธิบดีอยู่นี่เดี๋ยวผมไปขอท่านอธิบดีให้ นะครับอยากทำอะไร ขอมา ทางเรามี แล้วก็ไม่ใช่ตังค์ของเราด้วยเป็นตังค์ของภาคเอกชนจ่ายมาเข้ากองทุนฉะนั้นเรื่องตังค์เรื่องเล็กครับ ไม่ใช่ตังค์ผมใช้เลย ลักหลับ แล้วก็ โครงการต่างๆเหล่านี้ เราจะได้เห็น คนพิการ ที่ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่เรากำลังจะหยิบยื่นโอกาสให้กับพวกเขาเหล่านั้น ก็หวังเป็นอย่างยิ่งกับสังคมไทยจากนี้ไป เราเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่ว่าจะอายุใด จะ 7 Baby boomer Gen X Gen Y gen c จะเอาฟ้าเดินไปด้วยกันกลับ ทุกสถานะ โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง