เรียนสมาชิกทุกทานครับ ผ่านท่านประธานประเทศไทยในประชาคมโลก ยังไม่ถูกมองว่าสามารถตอบสนองต่อปัญหาต่อประชาคมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพตัวอย่างเช่น ตัวอย่างการบริหารจัดการ การโยกย้านถิ่นฐานอาธิเรื่องการจัดการผู้ลี้ภัยแรงงานข้ามชาติ ต่าง ๆ นานา ไม่ถูกจัดการอย่างมีมนุษศท่านประธานครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรารอไม่ได้นะครับ แต่ทั้งหมดนี้ เราต้องเริ่มที่การปลดล็กอรัฐสภาอันทรงเกียรติที่นี้เสียก่อนยืนยันในหลักการที่เคารพเสียงของประชาชน ตามกติกาและครรลองของประชาธิปไตยอย่างสากลเราเอง ซึ่งนี้องค์ประกอบพื้นฐานความสำคัญความล้าช้า ความลังเล ในการยืนยันกติกาตรงนี้คือ ความไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุเหล่านี้ครับ ผมจึงขอสนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้มีคุณสมบัติแก้ปัญหาทางการเมืองที่มีปัญหาอยู่อย่างยาวนานสังคมโลกได้อย่างสง่าผ่าเผยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับ ท่านกัณวีร์ ต่อไปมีท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ ขอ 25 นาทีนะครับ เชิญครับ (คุณสมท่านเสรี คิดว่าจะได้คิวประมาณ 14.00 น. ท่านติดภาระกิจอยู่ครับ จะขอข้ามไปท่านอื่นก่อนค(ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ตอนนี้ไม่มีท่านอื่นแล้วนะครับ อันนี้ไม่มีผู้เข้าบัญชีเสนอแล้วนะครับ ดังนั้น ก็จบผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานจะใช้ข้อบังคับข้อที่ 49 และ 51 เพื่อปิดประชุมการอเลยใช่ไหมครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) คือ ตอนนี้ไม่มีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายแล้วแต่ตอนนี้ท่านเสรียังติดใจอยู่ ตอนนี่มาหรือยังครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ท่านเสรีมาแล้วนะครับ เชิญครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน กระผมประพันธุ์ คูณมี ครับ ขออนุญาตเวลา ก่อนที่ท่านเสรีอภิปรายนิดเดียวครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง กรณีที่ท่านพิธาได้ตอบ คำอภิปรายของผมและใช้สิทธิทำให้รัฐสภาเสียหายครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เสียหายครับ เชิญครับ (คุณประพันธุ์) ครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ในช่วงที่ผมอภิปรายไปนะครับ ผมได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องคุณสมบัติคุณพิธาว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญแต่คุณพิธาได้ตอบคำถามผม ได้ตอบ โดยใช้สิทธิพาดพิงพาดพิงซึ่งผมเห็นว่าหากไม่ชี้แจงก็จะเกิดความเสียหายต่อรัฐสภาท่านตอบว่าท่านยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย แแต่ประเด็นที่ท่านพูดถึงก็คือว่ามีคำว่าในรัฐสภาไม่ควรวินิจฉัยคุณสมบัติท่าน คือ ใช้คำว่า "ไม่ควรมีศาลเตี้ยในรัฐสภา การที่ท่านบุคคลผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายรัฐมนตรีใช้คำว่าในรัฐสภาไม่ควรมีศาลเตี้ยที่จะมาวินิฉัยคุณสมบัติของท่านนั้นน่ะ ผมคิดว่าเป็นการกล่าว และเป็นการพูดที่ไม่เหมาะสมครับ ผมได้อภิปรายโดยกฎหมายข้อบังคับและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าคุณพิธามีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ถ้ารัฐสภานี้จะใช้ดุลพินิจพิจารณาของตนเองวินิจฉัยว่าท่านเป็นบุคคลว่าท่านเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติหรือไม่มีคุณสมบัตินั้นน่ะ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิในการพิจารณาด้วยวิจารณญาณของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติซึ่งเป็นผู้ร่างกฎหมายให้ประชาชน ให้หน่วยงาน ให้องค์กรอิสระทั้งหลาย ไปบังคับใช้เพราะฉะนั้นการใช้ดุลพินิจของท่านคุณพิธาขาดคุณสมบัติหรือไม่ จึงไม่ใช่กรณีใช้ศาลเตี้ย ผมจึงขอให้คุณพิธาได้ถอนคำพูดเรื่องนี้ครับ แล้วควรให้การเคารพ ดุลพินิจของสมาชิกเพราะฉะนั้นการพาดพิงในลักษณะอย่างนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่เฉพาะตัวผมเองกับสมาชิกรัฐสภาด้วย ขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เด๊๋ยวท่านเสรี ท่านเสรีท่านประธานขออนุญาตนิดเดียว ขออนุญา(ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวจะให้ท่านพิธา (คุณรังสิมันส์)ขอใช้สิทธิตามข้อ 5 ครับ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นหลางที่จะต้องเป็นกลางครับ ท่านประธานครับ ผมรังสิมันส์ โรมบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานผมทราบดีครับ ท่านประธานครับ ว่ามันมีการพาดพิงกัน ซึ่งเรื่องนี้นี่ เราพร้อมเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้นี่เมื่อเราถูกพาดพิงนะครับ ท่านพิธานะครับ เขาก็ชี้แจง เมื่อเขาชี้แจงแล้วมันก็ควรจะจบตรงนั้น ถ้าใช้สิทธิพาดพิงกันอีกสุดท้ายมันจะเป็นการโต้ไปโต้มา พาดพิงกันไปพาดพิงไม่จบ ดังนั้นนะครับ ขอให้ท่านประธานนะครับ ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และควบคุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะถ้าท่านพิธาชี้แจงแล้วจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร เป็นเรื่องที่แต่ละท่านต้องใช้ดุลพินิจในการเข้าใจเอาเองให้วินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอประท้วงท่านผู้ลุกขึ้นมาเมื่อสักครู่ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) คือ เดี๋ยวผมอธิบายก่อนนะครับ ตอนนี้ท่านพิธาท่านไม่ได้อยู่ในห้อง พอดีมีท่านเสรี สุวรรณภานนท์กำลังจะอภิปราย ก็ให้ท่านเสรีพูดเสียก่อนและหลังจากนั้นนี่ ไอ้เรื่องศาลเตี้ยนี่ เดี๋ยวจะให้ท่านพิธาชี้แจงเองนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านสมชายยังไม่ต้องแถลงแล้วนะครับ (คุณเสรี) ท่านประธานครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอทำความเข้าใจในห้องประชุมนี้นะครับ เมื่อตอนที่พรรคก้าวไกลใช้สิทธิพาดพิงตอนที่ท่าน สว. คำนูณอภิปรายนี่ตัวบุคคลไปที่คุณชัยธวัชพรรคร่วมที่จะเสนอชื่อรัฐบาลนี่ สว. ก็และเห็นด้วย ท่านประพันธ์ลุกขึ้นอธิบายในสิ่งที่พาดพิงท่านนะครับ ก้ต้องชี้แจงได้ครับ ผมกราบเรียน เวลาที่นับในส่วนวุฒิสภามาด้วยดีแล้วครับ ผมว่าท่านประธานดำเนินการได้ถูกต้องแล้วสิทธิของสมาชิกวุฒิสภาเหลืออีกเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเศษนี่สามารถชี้แจง ถ้าพาดพิงก็สามารถใช้สิทธิได้เดี๋ยวพอคุณพิธา เข้ามายังเหลือเวลาอีก 28 นาทีท่านก็มาชี้แจงในส่วนนี้ให้สภาเดินหน้าต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ตอนนี้ท่านเสรีว่าพร้อมหรือยังว่าไปก่อน ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะเพราะว่าเดี๋ยวอาจจะมีประเด็นที่โต้แย้งกันอีกมากครับ เชิญท่านเสรีครับ (คุณเสรี) ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาต้องกราบเรียนท่านประธานในเรื่องที่เรากำลังจะพิจารณาให้ความเห็นชอบคุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องกราบเรียนด้วด้วยความเคารพครับ ว่าสิ่งที่ผมเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ ไม่ได้เกิดจากความอคติ หรือความไม่ชอบคุรพิธาหรือพรรคก้าวไกล แต่เป็นด้วยหลักสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าให้รัฐสภาชุดแรกนี้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญภายใน 5 ปีสำคัญในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำว่าเป็นบุคคลซึ่งสมควรนี่นะครับ อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาให้เป็นสำคัญ ผมต้องกราบเรียนตั้งแต่แรกเลยนะครับ ว่าคุณพิธาที่รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนี้ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยมีเหตุผลสำคัญครับ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาในฐานะที่ทำหน้าที่สำคัญในวุฒิสภาแห่งนี้ถูกพูดเสมอ ๆ ครับ ว่าเราจะไม่เลือกคุณพิธา ตามมติมหาชน ประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้งมาให้หรือ แล้วท่านก็อธิบายพูดถึงว่าพวกเราจะไม่ทำตามมติมหาชนก็ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ครับ ว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่พี่น้องประชาชนให้คะแนนเลือกแต่ละพรรคการเมืองมาเรียบร้อยแล้วซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อพี่น้องประชาชนเลือกแต่ละพรรคการเมืองมานั้น แต่ละพรรคการเมืองก็ต้องทำตามฉันทมติของแต่ละพรรคการเมืองที่เลือกพรรคนั้นมาหรือสมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนนั้นมาแต่เราก็พยายามถูกกล่าวในถ้อยคำที่รุนแรงมาตลอดครับ ท่านประธานถามว่าเราไม่ให้ความเคารพประชาชนหรือ อยากขอให้พี่น้องทั้งประเทศได้เข้าใจ ว่าเราก็ให้ความเคารพและในการทำหน้าที่ของวุฒิสภานั้นก็แยกส่วนจากเสียงพี่น้องประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ สส. แต่ละพรรคเข้ามาทำหน้าที่ซึ่งเป็นส่วนนั้นจบไปแล้ว ประชาชนเลือกแล้วว่าพรรคไหนได้คะแนนเท่าไร และมี สส. มาเท่าไร แต่การทำหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ เป็นกระบวนการอีกส่วนหนึ่งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นการสำคัญว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนี่ จะต้องมีคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม จะต้องไม่มีคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ดังนั้นเมื่อจะทำหน้าที่กันในวันนี้มีวันนัดประชุมรัฐสภาก็มีกระบวนการที่ให้พี่น้องประชาชนออกมาแสดงเจตจำนงหลายจังหวัดทั่วประเทศจนผู้สื่อข่าวถามผมว่าแล้วไม่กลัวเสียงพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาหรือซึ่งมีเสียงสนับสนุนคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องตอบครับ กลัวประชาชนครับ กลัวมาก กลัวว่าท่านจะเข้าใจผิดว่าวุฒิสภาไม่ให้ความเคารพเสียงของประชาชน แต่ด้วยความเกรงกลัวเสียงประชาชนเหล่านั้นนี่นะครับ เราก็คำนึงถึงว่าการทำหน้าในวุฒิสภาเรานี้ ต้องทำหน้าที่เพื่อรักษาปกป้องประเทศรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นความกลัวที่มันเกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่ากลัวประชาชนที่รวมตัวออกกันมามากมายมหาศาลกลัวเสียงที่มาข่มขู่ให้ร้าย พูดจาด่าทอเสียดสี สารพัด เราก็กลัวครับ แต่กลัวน้อยกว่าความรู้สึกความรู้สำคัญที่เราต้องออกมาปกป้องประเทศ ปกป้องสถาบันนี่เป็นภารกิจหน้าที่สำคัญ นี่เป็นหน้าที่คนละส่วนของการทำหน้าที่ของรัฐสภา คนละส่วนกับการที่พี่น้องประชาชนได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วการทำหน้าที่ใยรัฐสภานี้นะครับ ท่านประธานก็มีเสียงพูดอีกครับ ว่าเสียงที่สนับสนุนคุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองหลายพรรครวมกัน 8 พรรคได้คะแนนถึง 312 เสียงมีประชาชนลงคะแนนให้ 25ล้านเสียงรวมกันแล้วหรือ 30 ล้านเสียง แต่พรรคก้าวไกลนั้นนี่นะครับ ได้คะแนนเสียง 14 ล้านเสียงจริง ๆ แล้วนี่ท่านประะานครับ พอเอาตัวเลขมารวมนี่ ทำให้ประชาชนเขาก็กล่นด่าวุฒิสภาอีกครับ ท่านประธาน ก็ว่าก็ในเมื่อมีประชาชนสนับสนุนเลือกคุณพิธาถึง 30 ล้านเสียงแล้วนะครับ ทำไมวุฒิสภานี่ถึงจะไม่ลงเสียงให้ก็ต้องกราบเรียนอีกครับ ว่าเสียงจากพรรคก้าวไกลได้จากพี่น้องประชาชนนั้น 14 ล้านเสียงนะครับ อย่าสำคัญผิดว่าตัวเองได้ 30 ล้านเสียงเสียงที่เหลือนั้นเป็นของพรรคอื่นครับ พรรคอื่นที่ประชาชนเขาลงคะแนนให้นี่นะครับ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยนี่นะครับ ได้คะแนนจากพี่น้องประชาชนถึง 10 ล้านเสียงนะครับ ไม่น้อยนะครับ ได้รับจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกันครับ แต่พี่น้องประชาชนของแต่ละพรรคเหล่านั้นนะครับ ที่ท่านไปรวมMOU มา 7-8 พรรคนี่ เขาไม่ได้เลือกคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านประะาน พรรคเพื่อไทยเขาก็ประสงค์ที่จะลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทยเลือกคุณแพทองธารนะครับ เลือกคุณเศรษฐา เลือกคุณชัยเกษมเป็นายกรัฐมนตรี แต่บรรดาท่านสมาชิกท่านสภาผู้แทนราษฎรเอาเสียงของประชาชนมารวมกันเอง แล้วไปยกให้คุณพิธาในส่วนของพรรคก้าวไกล จึงขอเรียนวุฒิสภานี่นะครับ เคารพเสียงประชาชนนะครับ แต่ท่านไปได้มานั้นนะครับ ไม่ได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกพรรคนั้น ๆ มาก็ต้องกราบเรียนครับ มิฉะนั้นแล้วนะครับ เราก็จะถูกต่อว่าต่อขานตลอด ว่าเรานี่ไม่เคารพประชาชน ไม่ใช้ความที่จะนับถือประชาชนนะครับ ฉะนั้น สิ่งที่ท่านจะทำหน้าที่ตรงนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านประพันธ์ได้อธิบายไปแล้วครับ ว่าการทำหน้าที่ขอของสมารัฐสภานะครับ จะต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272ที่จะต้องเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติ ไม่มีคุณลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 159 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติเรื่องห้ามถือหุ้นสื่อ ITV ไว้ครับ 98 (3) นี่เป็นคุณสมบัติสำคัญครับ ท่านประธานครับ คุณสมบัติหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่าน เห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ความเห็นชอบหรือความเห็นควรอยู่ที่เงื่อนไขคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ถ้าหากว่าท่านยังมีความคิดหรือดำเนินการตามมาตรา 159 โดยไม่คำนึงถึงเรื่องคุณสมบัติที่มีความปรากฏชัดอยู่ในปัจจุบันก็เท่ากับว่าท่านกระทำการผิดรัฐธรรมนูญหรือพรรคอื่น ๆ ด้วยนะครับ ก็ต้องฝากตรงนี้ไว้นะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนของวุฒิสภาเอง ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้และผมยืนยันหลักการสำคัยมาตลอดครับ ท่านประะานว่าการจะทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีหรือเข้าไปบริหารประเทศนั้นนะครับ จะต้องมีพฤติการณ์หรือการแสดงออกอย่างชัดเจนในการที่จะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบัน เราก็เลยมาถึงมาตรา112 ของประมวลกฎหมายอาญา ที่มีสมาชิกทั้ง 2 สภาพูดกันไปหลายท่าน ท่านประธานครับ ถ้าเรามาพูดถึงว่ามาตรา 112 เหมาะสมที่จะเป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้หรือไม่นะครับ เรียนให้ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับฟังครับ ให้ชัดเจนว่าการกฎหมายมาตรา 112 ที่พูดกันนี่นะครับ มันเป็นเพียงการแสดงเจตนาในการที่จะแก้กฎหมายแต่สิ่งที่กระผมและสมาชิกวุฒิสภาเกือบทั้งหมด มีความตระหนักและรู้คิด รู้ทำว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดในบ้านเมืองนี้ ก่อนที่จะแก้มาตรา112 นั้นนี่นะครับ มันไม่ได้เกิดจากเหตุผลให้มันเป็นสากลเหตุผลว่าให้เป็นสากล มันไม่ได้เกิดว่าให้เป็นเหตุผลว่าจะต้องสร้างแนวทางกฎหมายให้เป็นที่ปกป้องดูแลประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้งในทางการเมืองหรือในทางคดีต่าง ๆ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะถึงแก้มาตรา 112 ครับ ท่านไม่เห็นสภาพบ้านเมืองหรือคำว่าเป็อย่างไร คนที่จะต้องบริหประเทศนี่นะครับ หรือเป็นผู้นำประเทศหรือดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ต้องมีความรับผิดชอบ ต่อบ้านเมืองต่อพี่น้องประชาชน ต่อสิ่งที่มันปรากฏในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี่นะครับ วุฒิสภาถูกด่าทอในสภามาโดยตลอดแต่เราไม่ใส่ใจหรอกครับ ถือว่าท่านจะคิดอย่างไรก็คิดไป แต่สิ่งสำคัญที่เราทนอยู่กันนี่ครับ เพราะว่าเราต้องการที่จะปกป้องบ้านเมืองครับ ท่านประธาน เราเห็นสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่นอกสภาแล้วนะครับ มีช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายมากมาย สร้างเสรีภาพแนวคิดให้เยาวชนเด็กเยาวชน ประชาชนทั่วไปในแนวทางที่ผิด ๆ มีการเสนอแนวคิดต่าง ๆ ให้มีการกระทำระเมิด จาบจ้วง ละเมิดสถาบันมากมาย จนกระทั่งท่านมาพูดเองนะครับ ว่าปัจจุบันเห็นไหมครับ ว่าท่านจะแก้มาตรา 112 นี่ เพราะอะไรครับ เพราะมีคนกำลังถูกดำเนินคดี272 คดี มีคนอยู่ระหว่างดำเนินคดีตอนนี้นี่นะครับ 253 คน เห็นไหมครับ ตัวเลขนี้มาจากไหนครับ ก็มาจากสิ่งที่ท่านไปสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน ประชาชน คนทั้งหลายกระทำแต่เรื่องละเมิดสถาบัน ปรากฏอยู่เป็นคดีมากมายจะเห็นได้อย่างไรครับ ท่านบอกฉันไม่ได้สนับสนุนเห็นได้ครับ ท่านประธาน เพราะมันปรากฏเป็นประวัติศาสตร์อยู่ในคลิปวิดีโอทั้งหลายมากมายท่านออกไปปลุกปั่นยุยงส่งเสริม ขึ้นเวทีให้ม็อบเยาวชนกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ แสดงคำพูดให้ร้ายต่าง ๆ นานาเป็นข้อเสนอที่จะปฏิรูปสถาบันปฏิรูปกระบวนการอะไรต่าง ๆ มากมายแสดงพฤติกรรมไปในแนวทางที่ให้ร้าย ไม่ว่าจะพูดจาด่าทอเรียกชื่อ เรียกพระนามไม่เคารพ เขียนเขียนข้อมูลตามกำแพง พอคนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีครับ ท่านประธาน ท่านก็ใช้สถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกนี้ แทนที่เราจะไปลดปัญหา ไปลดสิ่งที่เป็นความผิด ไม่ให้กระทำความผิดเกิดขึ้นแต่มันกลับกลายเป็นยุยงส่งเสริมให้คนกระทำความผิดในเรื่องเหล่านี้ และมาในตอนนี้ครับ เดติดคุกติดตารางกันเยอะแยะมากมาย ท่านก็มาเสนอแก้ 112 เพราะว่าเราก็บอกว่านี่เป็นประบวนการกฎหมาย112 เพราะว่า เขาก็บอกว่านี่ เป็นกระบวนการทางกฎหมาย ให้ดำเนินถ้าเด็กเหล่านี้ คนเหล่านี้ไม่ถูกยุยงเกิดเรื่องเหล่านี้ไหม เพียงเพื่อต้องการจะได้มวลชนเลยขาดความรับผิดชอบ ทำให้เด็กกระทำผิดกฎหมาย เสียอนาคตการเรียน ครอบครัวแตกแยกอย่างที่เป็นอยู่และเห็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าความเป็นนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ ผมยังไม่เคยเห็นท่านออกมาปกป้อง ห้ามปราม สิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่ยุ่งนี่นะครับ หรือไม่มีส่วนกระทำการเหล่านี้การเรื่องเหล่านี้ เราก็ต้องออกไปห้ามปรามครับ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ท่านไม่ห้ามปรามอะไรเลย กลายเป็นว่าให้คนของท่านไปช่วยกัน ไม่ว่าจะไปประกันตัวไปกำลังใจ ไปขึ้นเวที พอขึ้นเวทีเสร็จ เด็กก็ถามว่าจะแก้ไขมาตรา 112 หรือจะยกเลิกท่านมาบอกว่าจะแก้ไขถ้าแก้ไขไม่ได้ จะยกเลิก แล้วก็ไปปิดสติกเกอร์ที่มาตรา 112 นี่คือที่มาที่ไปครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่สมาชิกวุฒิสภานี่นะครับ ได้ปฏิเสธนะครับ ในเรื่องที่ท่านจะทำอะไรก็ตามนะครับ ถ้าหากว่ามันทำได้ตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ทำนี่นะครับ มันปรากฏชัดเจดนว่าเป็นการล้มล้างครับ ท่านหญิงถ้าเป็นอย่างนี้แล้วนี่นะครับ จะให้ทางผมเองหรือสมาชิกวุฒิสภาเองไปสนับสนุนให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไปบริหารประเทศ มันก็จะผิดวิสัย แต่อย่างไรตามครับ ผมก็จะพูดเผื่อไว้เลยครับ เพราะว่าผมไม่แน่ใจ ถ้าหากว่าผมพูดแล้วนะครับ ท่านอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วท่านลุกขึ้นมาพูดว่าท่านไม่แก้ไข112 จะไม่ดำเนินการ 112 แล้วนะครับ ท่านจะพูดก็พูดมาครับ แต่ผมไม่เชื่อแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่รู้ ไอ้สิ่งการกระทำตั้งปต่ประวัติศาสตร์จะมาพูดแค่คำ ๆ เดียวว่าผมจะไม่แก้ 112 แล้วเพื่อต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรีผมก็คิดว่ามันเป็นการหลอกลวง เมื่อวานเป็นอย่างนี้วันนี้พูดอย่างนี้ ถ้าท่านบอกไม่แก้แล้ว พรุ่งนี้ท่านไม่บอกว่าแก้แล้วเพระาฉะนั้น นะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ปกราบเรียนท่านประธานทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกิดจากความไม่ชอบแล้วรู้สึกไม่ดีแต่ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นภารกิจสำคัญของความเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในที่สภาแห่งนี้ด้วยเสียงกร่นด่าว่าด้วยพูดจาด่าทอเสียดสี ไม่ให้เกียรติไม่เคาระยำเกรงนะครับ เราทนมาตลอด ก็ด้วยจะปกป้อง สิ่งซึ่งเป็นเสาหลักของชาติความสำคัญ ความมั่นคงของประเทศมาจนถึงทุกวันนี้เราก็ต้องอยู่ เพื่อไม่ให้สิ่งไม่ดีไม่งามนี้นะครับ เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย ท่านประธานครับ เสียงที่จะลงคะแนนมติอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเราไม่ได้คิดที่จะไม่ให้ความเคารพพี่น้องประชาชนและหลังจากลงมติไปแล้วถ้าหากว่าท่านได้เสียงประชาชนสนับสนุน จนกระทั่งทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผมก็ยินดีแต่ถ้าหากว่าเสียงไม่ถึง ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ว่าท่านจะต้องไม่แสดงพฤติกรรม การกระทำใด ๆ ที่จะไปปลุกม็อบไปเรียกร้อง ไปดำเนินการใด ๆ ให้คนในประเทศนี้ออกมาสนับสนุนผลักดันเรียกร้องให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะนี่มันเป็นกติกาในทางรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย ไม่ใช่ใครอื่นึมันก็เกิดจากที่ท่านไปยุงยงส่งเสริมประชาชนให้กระทำสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายซึ่งที่ผ่านมา ผมก็กังวงใจครับ ที่ท่านออกพื้นที่ต่าง ๆ นั้นนะครับ มีประชาชนมาห้อมล้อม มีประชาชนมาแสดงความยินดีเรียกท่านนายกฯ พิธา นายกฯ พิธา นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นะครับ ผมก็เห็นว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนนะครับ มันเป็นความรัก เป็นความเชื่อ เป็นความศรัทธา แต่เราอยู่ในกระบวนการในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติความประพฤติผมไม่อยากเห็นภาพครับ ที่ท่านลงพื้นที่แล้วมีประชาชนมาก้มกราบท่านนะครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านยังไม่ได้เปรัฐมนตรีเลย ทำให้ผมได้คิดครับ ว่ามันปรากฏการณ์นี่นะครับ มันเกิดจากความที่ประชาชนเขาอยากจะกราบท่านจริงหรือนะครับ หรือสร้างภาพ หรือไปจ้างคนมานะครับ ซึ่งมันไม่ควรหรอกครับ ที่จะให้ภาพเหล้านี้เกิดขึ้นนะครับ เอาเด็กมาขึ้นเวทีนะครับ เชียร์ อายุ 10 ขวบเองครับ เชียร์ท่านพิธา พิธานะครับ ผมรู้สึกว่าผมจะอยู่ลำบากเหมือนกันนะครับ จะอยู่ลำบากเหมือนกัน เพราเหลือเกิน แต่คนที่เชียร์มานี่ครับ แต่ฟังผมวันนี้แล้วจะเลือกคนที่มีคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้าม ขัดต่อรัฐธรรมนูญกระทำการ อันที่เป็นการแก้ไข ม. 112ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือครับ นะครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าขอให้นำเรื่องเหล่านี้ไปพิจารณา ก่อนที่จะออกมาชุมนุม เรียกร้องให้พี่น้องประชาชน ช่วยกันสนับสนุนผลักดันให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง ๆ ที่ท่านจะขาดคุณสมบัตินะครับ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไปแสดงพฤติกรรมที่ผ่านมา แล้วก็จะมาแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 ก็อยากจะฝากให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศช่วยกันพิจารณานะครับ และให้เหตุผล หูตาสว่างนะครับ จะได้ไม่เกิดความรุนแรงหรือสิ่งใดขึ้นนะครับ ก็ฝากในส่วนนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศฝากพิจารณาผมจึงไม่เห็นด้วยนะครับ ที่จะให้คุณพิธา และพรรคก้าวไกลเป็นผู้บริหารประเทสหรือเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่า(ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ขอบคุณครับ ท่านเสรีครับ ก่อนที่จะถึงท่านนะครับ ผมขอชี้แจงสักเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากคุณพิธาเข้ามาแล้วนะครับ คือก่อนหน้านั้นนี่ ก่อนหน้านั้นคุณเสรีนี่นะครับ คือคุณประพันธุ์ คูณมี นี่ได้ประท้วงนะครับ ว่ามีการที่ไปพิพาทมีข้อที่กล่าวว่าศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งคำพูดผมให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในเทปแล้วนะครับ ซึ่งขณะนั้น ผมไม่ได้อยู่บนบัลลังก์ดังนั้นผมอ่านให้ท่านฟัง ท่านพิธาจะชี้แจงหรือไม่ชี้แจง ผมถือว่าไม่... ถือว่าไม่ติดใจ แต่ผมถือว่าไม่ได้ทำอะไร ที่ไม่เป็นกลางเลยนะครับ ดังนั้น แล้วแต่ท่านนะครับ ที่เขาถอดเทปมาเขาบอกว่า "มันมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ ไม่ได้ครับ ดังนั้น ถ้าท่านติดใจที่จะชี้แจงเรื่องนี้ เชิญครับ ถ้าไม่ติดใจ เพราะว่าการขึ้นอยู่กับท่านจะลงมติในที่นี้นะครับ ขึ้นอยู่กับท่านพิธานะครับ (คุณพิธา) ครับ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ตอบข้อวินิจฉัยท่านประธานครับ ก็ตรงตามคำพูด ว่าจะมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้ ก็น่าจะเห็นตรงกันนะครับ ในการที่จะวินิจฉัย ทั้ง ๆ ที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ก็เกิดขึ้นไม่ได้ตรงนี้นี่ ผมก็คิดว่าไม่มีอะไรประท้วงได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ รุกได้แต่ถอยไม่เปถ้าท่านยังติดใจอยู่ผมขอถอน เพื่อประหยัดเวลารัฐสภาและชี้แจงเรื่องอื่นครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร)ถ้าท่านถอนคำว่าศาลเตี้ยก็ไม่ดี มันยังไม่มีประโยคอื่นที่จะมาเชื่อม ก็จะดูไม่ดีนะครับ ท่านพิธาเข้าใจ (คุณพิธา) ท่านประธานหมายความว่า(ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ก็ถอนเฉพาะคำนี้ครับ ศาลเตี้ย (คุณพิธา)ประหยัดเวลาและเดินหน้าต่อได้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ยังมีอีกท่านหนึ่งนะครับ ค่อยดูว่าท่านจะเห็นว่าไปล่วงเกินอะไรหรือเปล่านะครับ ตอนนี้ท่านเสรีจบไปแล้วครับ ค่อยชี้แจงครับ (คุณพิธา) ยังไม่จบครับ ท่านประธาน ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านวุฒิสภาเสรีได้อภิปรายไป มีพาดพิงถึงผม 3 ประเด็น ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร)ไม่รอท่านสมชาย (คุณพิธา) ผมคิดว่าเรื่องนี้รอไม่ได้ กลัวว่าจะเป็นเรื่องกังวลใจ มี 3 ประเด็นสั้น ๆ เองครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ได้ครับ (คุณพิธา) เช่น ประเด็นที่...เวลานะครับ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมควรที่จะพูดกับท่านประธานก็คือเวลที่เวลาผมลงพื้นที่นะครับ แล้วมีประชาชนมากราบเท้าผมนะครับ คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ผมก็คิดว่าไม่เหมาะสมนะครับ ก็พยายามได้กราบเท้า... พยายามกราบเท้า ที่ประชาชนกราบ มีความเป็นคนเท่ากันนะครับ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้ว่าเป็นการบนบานศาลกล่าวว่าให้ผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็บอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนี้ก็เห็นด้วยว่าไม่ควรที่จะให้ใครมากราบเท้าใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือไม่ได้เป็นสมาชิประเด็นที่ 2 ที่ท่านวุฒิสภาชิกได้พูดไว้เรื่องเกี่ยวกับการยุยงเด็ก ส่งเสริมเด็กนะครับ มันเป็นประเด็นที่สำคัญ ที่อาจจะมีความเห็นต่างกันของสมาชิกรัฐสภา หรือประสบการณ์ที่ต่างกัน หรือวัยวุฒิที่ต่างกันเยาวชนคนหนุ่มสาวสมัยใหม่นี่นะครับ ยุยงปลุกปั่นไม่ได้หรอกครับ เขามีความคิดเป็นของตัวเองเขาเข้าถึงข้อมูลได้เยอะกว่ารุ่นเรา ถ้ามันเป็นการยุยง ด้วยกันชักจูงด้วย Propagandaทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้ แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่เข้าใจก่อน คิดถึงตัวเองตอนอายุเท่าเขา ว่าของเขา ว่าการเข้าถึงข้อมูลมันต่างจากคนรุ่นเราอย่างไรก็ต้องยืนยันตรงนี้ว่าไม่ได้มีการไปยุยงปลุปปั่นอะไรทั้งสิ้น เพราะทำไม่ได้ อันที่ 3 ก็เป็นเรื่องบอกว่า เราไปสนับสนุนเอาตำแหน่ง สส. ไปประกันตัว ต้องเรียนท่านประธานว่าสิทธิในการประกันตัว สิทธิในการเข้าถึงทนายเป็นส่วนสำคัญในระบบยุติธรรมนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาตพันธุ์โดนคดี พี่น้องที่โดนคดีทวงคืนผืนป่า โดนไล่ที่ หรือจะคดีเกี่ยวกับอะไรก็แล้วแต่ สส.จากพรรคก้าวไกลก็มีหน้าที่ทำให้เกิดความเสรีภาพ ในการแสดงออก สิทธิในการเข้าถึงทนาย แล้วก็สิทธิที่จะจะสันนิธานว่าบริสุทธิ์พิพากษาจนถึงที่สิ้นสุดครับ เรียนท่านประธานไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณรับ(คุณเสรี)ท่านประธานครั บผมเสรีครับ เรียนท่านประะานนิดเดียวครับ เดี๋ยวะจเป็นผมที่พูฏดนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) เชิญครับ (คุณเสรี) กระผมเสรี สุวรรณภานน์ที่ผมได้กราบเรียนที่ประชุมไปครับ ว่าในส่วนพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ที่ไปยุยงส่งเสริมเด็กนะครับ ท่านประธาน ท่านไปเปิดคลิปดูนะครับ มีเด็กที่ถูกยุยงออกมาพูดเองครับ ออกมาสารภาพเอง ว่ามันเกิดจากที่เขาทำไปนี่นะครับ มีพรรคก้าวไกลนะครับ เป็นผู้อยู่เบื่องหลังนะครับ ล อันนี้ผมไม่ได้พูด มันในคลิปนะครับ ท่านก็ต้องไปดูเองด้วยขอบคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ ท่านพิธา (คุณเสรี) เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลนะครับ ผมคิดว่าเรื่องคลิปอะไรพวกนี้นะครับ เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี มันมีทั้ง Fake newsใครจะทำคลิปอะไรขึ้นมาก็ได้นี่ มันยังไม่มีการตรวจสอบถ้าเป็นผมเวลาจะพูดอะไรแบบนี้ ในการที่ทำลายผม ทำลายใฝั่ตรงกันข้ามนี่นะครับ ผมก็ต้องมีการพิสูจน์ก่อนที่จะมาพูดในรัฐสภาแห่งนี้ครับ ว่าเป็นข้อเท็จจริงเพียงใดมันถูกบันทึกไว้หมด เพราะฉะนั้นนี่ คนที่จะเป็นผู้นำได้ต้องมีวุฒิภาวะได้ในการตรวจสอบว่าจริงไม่จริงแต่อย่างไร แต่อย่างไรก็ดีครับผม จะลองไปศึกษาดู แต่ผมเชื่อว่าไม่เป็นความจริงครับ ยุตินะครับ (คุณเสรี) ครับ ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ไม่ได้ตอบโต้ครับ เพียงแต่จะกราบเรียนว่าทา่านก็ต้องไปดูด้วยแต่ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาอยู่ในสายตาท่านมาตลอดว่ามันไม่ใช่ Fake news ครับ มันเรื่องจริงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน(คุณพิธา) ขอให้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ ผมผมไม่แน่ใจว่าท่านจะรู้ได้อย่างไร ว่าสายตาผมเป็นอย่างไรกันไม่ได้แล้วนะครับ ผมก็ต้องยึดถือหลักว่าเรื่องเหล่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ เป็นข้อกล่าวอ้างเถียงไปเถียงกันมา ไม่ถูกต้องนะครับ ทีนี้ยุตินะครับ อันนี้ก็ฟังการอภิปรายของท่าน...ท่านสมชาย แสวงการครับ ท่านสมชาติ แสวงการเชิญครับ (คุณสมชาย) กราบเรียนท่านประธานประธานรัฐสภาที่เคารพครับ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาวันนี้ขอทำหน้าที่ในการเป็นสภาวุฒิสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอมาตามมาตรา 272 ซึ่งผมกราบเรียนว่าประเทศไทยนั้น เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วให้ไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีมิได้เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง มิได้เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง เหมือนที่กลุ่มบุคคล ทั้งในสภาในมวลชนในถนน แลในโซเซียลที่เป็นกองทัพอวตาร แก้ว 3 ประการกำลังพยายามบังคับ กดทับ Bullyว่านี่คือเสียงข้างมาก ที่เลือกประชาชนเลือกแล้ว จะต้องให้สมาชิกวุฒิสภาผู้บังคับว่าต้องเลือกด้วยแม้ก่อนหน้านี้สมาชิกวุฒิสภา23 ท่าน ได้ลงมติเห็นชอบกับการแก้ไข ยกเลิกมาตรา 272ซึ่งเป็นอำนาจ หน้าที่ของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลในระยะ 5 ปีแรกซึ่งเปลี่ยนผ่านการปกครองตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งให้มีส่วนร่วมในการเห็นชอบนายกรักับสภาผู้แทนราษฎรด้วย กับผ่านประชามติรัฐธรรมนูญมาด้วยเสียง 16 ล้านเสียง ผ่านคำถามพวกนี้ 15,200,000 เสียง มีสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนท่านขอปิดสวิตซ์ตัวเองเสมือนจะบวชเป็นพระไปตลอดชีวิต จนกว่าจะพ้นวาระการดำรงตำแหน่งหลัง 11 พฤษภาคม 2567 ท่านก็ยังไปขุด ไปอ้อนวอน ไปข่มขู่ ไป Bullyไปใช้สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ปลุกท่านขึ้นมาให้เปิดสวิตช์ ผมก็โดนครับ ท่านคำนูณก็โดนและท่านสมาชิกต่าง ๆ โดนทุกคนครับ ท่าน สว. ผมขออนุญาตในเรื่องวิชามารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งครอบครัว ตัวบุคคล และสภาพแวดล้อมแต่พวกผมทั้ง 250 คน ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุ?ตามรัฐธรรมนูญมาตราปวงชนชาวไทยอย่างสมบูรณ์ มีสิทธิ์และคะแนนเสียง เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งแม้เราจะมาจากการสรรหาและแม้เราจะมาจากการเลือกตั้งกันบางส่วน และการสรรหาก็ตามนะครับ เพราะฉะนั้น การทำหน้าที่วันนี้ของสมาชิกวุวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะกระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจจริตรัฐธรรมนูญและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งมีสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้งครับ ผมขออนุญาตท่านประธานถึงสิ่งที่จะขออภิปรายดังต่อไปนในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ สว.จะต้องทำหน้าที่นั้นเป็นเช่นเดียวกับที่เราเคยปฏิบัติในฐานะที่วุฒิสภา เป็นส่วนหนึ่งของสภาที่กลั่นกรองกฎหมาย กลั่นกรองตัวบุคคลในองค์กรอิสระ อาทิคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานศาลปกครองสูงสุดตุลาการศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุดเป็นต้น ที่ท่านให้สมาชิกวุฒิสภาทำการกลั่นกรอง พิจารณาคุณสมบัติทางจริยธรรมเพื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผมยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 4 ปี ของการทำหน้าที่ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาของผมในสมัยที่ 3 ทุกคนผมยืนยันใน 250 ท่าน ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูพิจารณาโดยไม่มีอคติไม่มีโมหะจริต ไม่มีอามิสสินจ้างใด ๆ เราก็จะทำหน้าที่เช่นนั้นครับ อยากฝากกราบเรียนประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน และอาจจะเห็นด้วยเห็นต่างในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่านเข้ามาในสภาว่าวันนี้รัฐสภาต้องทำหน้าที่และทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ท่านได้ในการเลือกผู้แทนแล้ว ผู้แทนของท่านต้องมารวมตัวกันเป็นคณะหรือพรรค ไม่ว่าจะเซ็น MOU หรือเซ็นสัตยาบันหรือไม่ก็ตาม รวมตัวกันเป็นผู้ที่เสนอตัวเป็นรัฐบาล และเสนอตัวเป็นายกรัฐมนตรีตามไว้รัฐธรรมนูญมาตรา 88 89คุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 160 และคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 118 ด้วยก็จะอย่างนี้นะครับ สมาชิกรัฐสภา 750 ก็จะลงมติด้วยความสบายใจ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ไม่ถูกกดทับ ไม่ถูก Bully และไม่อนิสินจ้างและไม่ถูกกระทำการตามหลังมาอย่างที่เกิดขึ้นในแก้ว 3 ประการ คือใช้สมาชิกในสภา มวลชนบนท้องถนน และกองทัพอาวตาลในโซเชียล วันนี้ผมกราบเรียนว่า วันนี้ผมยืนยัน และสบายใจที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ โดยไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้นสมาชิกทุกคนมีความรักชาติรักผืนแผ่นดินแห่งนี้ เคารพเสียงที่เลือกตั้งไม่ว่าจะเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยหรือเห็นด้วยกันพรรคพลังประชารัฐ รวมไทยประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และพรรคอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งประเทศรวมกัน67 ล้านคน ผมขอร้องครับ ว่าหลังจากวันนี้เราเลือกเสร็จแล้ว ไม่ว่าคุรพิธาจะำด้เป็นนายกเราเลิกอ้างเรื่องเสียงข้างมาก 14 ล้านคนคนทั้งประเทศว่าจะต้องเปิดสวิตช์ สว.มาให้เห็นด้วย แล้วห้ามเห็นด้วยกับคนอื่น ยกเว้นนายพิธาผิดหลักประชาธิปไตย มันเป็นเผด็จการหรือถ้าเลยจากนั้นไป เป็นแก้ว 3 ประการก็เป็นอนาธิปไตย เรากำลังเข้าสู่การเมืองที่เราอยากเห็นประชาธิปไตยรุ่นใหม่เราอยากเห็นความสงบ ซึ่งเราผ่านความขัดแย้งมานานแล้วนะครับ ตั้งแต่ พฤษภาคม2535 แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ 2540จากนั้น ก็เกิดปัเกิดรัฐประหาร 2549 ก็ร่างรัฐนูญขึ้นมาใหญ่ ปี2550 ก็เกิดการชุมนุมขึ้นมาอีกใน 255125532557 แล้วก็ยึดอำนาจกันอีก เราก็มาร่างรัฐธรรมนูญ2560 วันนี้เราเดินเข้าสู่ครรลองของประชาธิปไตยแล้วเราควรนำพาประเทศไปสู่ครรลองอย่าใช้สังคมกดทับอย่าใช้ประชาธิปไตยแบบฟุ่มเฟือยหรือประชาธิปไตยที่เลือกพวกข้าเท่านั้นที่ถูฏเลือกผิด อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยผมกราบเรียนท่านประธาน ที่ต้องใช้เวลานี่ ผมเองมีหลักเกณฑ์ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ และตามหน้าที่อำนาจมาตามมาตรา 272โดยมีองค์ประกอบตั้งแต่ 1. ซื่อสัตย์สุจริต2. มีความรอบรู้3. มีวิสัยทัศน์ และ 4. สร้างแรงบรรดาลใจหรือไม่แต่ทั้งหมดจะต้องคำนึงถึงปัจจัย สำคัญนอกเหนือจากเสียงเลือกตั้งมาในการเสนอต่อสภาแล้วนี่ สิ่งสำคัญที่สุด คือความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่ความมั่นคงทางมหารครับ ความมั้นของชาติคืออนาเขต รัฐการปกครองผู้องเป็นรัฐาธิปัติหลักกฎหมาย หลักนิติธรรม ที่คนไทยทั้งหมดรวมกันอยู่ยาวนานมาตลอดนับพันปีผมเห็นแล้วไม่สบายใจในการรณรงค์ของบางกลุ่ม แล้ววันนี้ก็ยังมีอยู่ต้องยอมรับนะครับ ว่าเราเปลี่ยนแปลงการปกครองหลังจากมีความเป็นชาติ ตั้งแค่สุโขทัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มีการเปลี่ยนแปลง 24 มิถุนายน 2475แต่คณะบุคคลบางกลุ่ม บางเหล่า บางพวกโดยไม่เข้าใจประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง2475 บ้างก็บอกว่าอีกไม่กี่ปี2575 จะฉลองครบ 100 ปีแล้วผม ในฐานะที่อยู่ในสภา แล้วก็ใส่ส่วนที่มีเห็นความเห็นที่ศึกษาทางประวัติศาสตร์อย่าย้อนโหยหาอดีตอีกเลย เพราะ 2475 เป็นการยึดอำนาจคณะราษฎ ที่ได้ทุนเล่าเรียนหลวง ไปเรียนอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ยึดอำนาจจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เป็นการยึดเอานะครับ ปฏิวัติและทำไมคนในสมัยนั้นจึงต่อต้านคณะราษฎ โดยการไม่ปล่อยให้อธิปไตยสมบูรณ์ล่ะครับ ทำไมคนเหล่านั้น2475 91 ปีที่แล้ว จึงเลือกการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะคนไทยในอดีตจวบจนคนไทยในปัจจุบัน เคารพ และเทิดสถาบันมหากษัตริย์ในฐานะผู้นำของชาติ คนไทยไม่ยอมเลือกการปกครองระบอบธิปไตยสมบูรณ์แบบบางกลุ่มบางเหล่ากำลังโหยหา กำลังเรียกร้อง กำลังเคลื่อนไหวและกำลังสร้างความเข้าใจผิด เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมจะพูดจากนี้คือ สิ่งที่กระทบต่อการดำเนินการของการให้ความเห็นผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีและนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ท่านหาเสียงในการเคลื่อนไหว ทางการเมืองของคณะกลุ่มบุคคล ผู้ช่วยหาเสียงและมวลชนที่สอดประสานกันตลอดมา ประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของความเกี่ยวข้องกับความเป็นชาติที่ต้องมีสถาบันหลัก3 สถาบัน ประกอบด้วย ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ สิ่งที่ท่านกำลังทำมันใหญ่มาก ที่ผมจะตอบตัวเอง ว่าสามารถโหวตให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี และทำนโยบายของท่านจนทำให้ประเทศเกิดความไม่สงบสุข ได้หรือไม่สิ่งที่สมาชิกไปร่วมกันทำ MOU แล้วเสนอ บอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ที่มีการแก้ไข ผมเห็นใจท่านครับ บางท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ท่านไม่เคยเห็นร่างกฎหมายที่แก้ไขมาตรา 112ประชาชนก็ไม่เคยเห็นครับ แต่ผมก็ขออนุญาตท่านประธานสักครู่เพื่อนำร่างที่พวกเขาเหล่านั้น แล้วตอบว่าไม่เคยเสนอเข้าสู่สภาให้ท่านประธานได้เห็นครับ นี่คือเอกสารหลักฐานตัวจริง ลงเลขที่รับวันที่27/ 2564 ของผู้แทนราษฎรวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564ถามว่าทำไมถึงมีเลขรับ 2 ครั้ง ร่างนี้ถูกนำเข้าเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล และท่านรองประธานคนที่ 1โดยความเห็นของคณะกฎหมายรัฐสภามาตรา 6 จึงไม่นำเข้าสู่การพิจารณา แล้วให้เอากลับไปแก้ไข ปรากฏว่าส่งกลับมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564ทำไมเรื่องนี้ถึงกระทบมาก แล้วผมอยากได้รับคำยืนยันนะครับ ว่าเรื่องนี้จะเดินหน้าต่อไหม เพราะหลายครั้ง ต่างกรณี ต่างวาระจนกระทั่งนาทีสุดท้ายเมื่อสักครู่ พรรคก้าวไกลก็จะยืนยันว่าจะดำเนินการต่อ สาระสำคัญมีความ... ทุกมาตราดูที่ผมได้บอกว่าบันทึกหลักการ เหตุผล ร่างแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาคือยกเลิกความผิดข้อหาหมิ่นประมาทหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินีรับทายาท และอาฆาตมาดร้ายพระองค์นะครับ โดยกำหนดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินีรัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พร้อมกำหนดฐานความผิด หมิ่นประมาท ดูหมิ่นและความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมืพระราชินี พระรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ดังกล่าว นอกจากนี้กำหนดให้ ขีดเส้นใต้นะครับ ติผู้ซึ่งติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใด ๆ โดยสุจริต ซึ่งดำรงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรัฐธรรมนูญและประโยชน์สาธารณะไม่มีความผิดย้ำ ไม่มีความผิด คุณกำลังทำกฎหมายปกป้องพระประมุขของประเทศไม่มีความผิด กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นความจริง ไม่ต้องรับโทษ ผมบอกท่านผู้แทน พรรคเล็ก ๆ 2- 3 พรรค ว่าท่านไม่เกี่ยวข้องกับมาตรานี่นะครับ เดี๋ยวผมจะให้ดูเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญว่าท่านกำลังจะถูกดำเนินคดีไปด้วย แล้วกำหนดบอกว่าเป็นความจริง ไม่ต้องรับโทษ และกำหนดเป็นความผิดอันยอมความได้และให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์ ท่านจะทำให้ความผิดหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาทวึ่งเมื่อกี้ท่านตำรวจเสรีในอดีตนั้นกฎหมายเขียนโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี แล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ ตุลาคม2519 มีการแก้ไข เป็นการจำคุก 3-15 ปี แต่ท่านดูหลักการที่แก้ไขนะครับ มาตราให้ฟังเลยครับ ท่านสมาชิกจะได้ตาสว่าง และประชาชนจะได้ตาสว่างครับ มาตรา 4ให้ยกเลิกมาตรา 112มีหลักฐานชัดมากนะครับ ไปอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ อาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคณะแก้ไขปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519มาตรา 4 เขียนว่าอย่างไรครับ ไปเพิ่มมมาตรา 6ลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินีว่าไปนะครับ เอามามาตรา 135/5 เลยครับ เวลาจำกัด ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ นี่ตัดพระราชินีองค์รัชทายาทออกนะครับ ออกมาเป็นหมวดปกติแล้วนะครับ ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีครับ เมื่อสักครู่ครับ กฎหมายนี้เกิดมานานมากแล้วนะครับ ยังจำคุกไม่เกิน 7 ปี และแก้ไข3 ปีขึ้นไป จำคุกไม่เกิน 1 ปี สมาชิกรัฐสภาท่านสมาชิกวุฒิสภา เราเป็นนักนิติบัญญัตินะครับ บอกประชาชน ให้ความจริงสิครับ ว่าไม่ติดคุกเลย แม้แต่วันเดียวก็ได้ครับ อย่าโกหกประชาชนหมายความว่าท่านหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องติดคุกเลยก็ได้ท่านยังเขียนต่ออีกนะ มาตรา 156 ดครึ่งราคาอีกครับ ผู้ใดหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระราชินี องค์รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน แยกออกมา แยกมาตราอีกมาตรา 135/7 ผู้ใดติชม แสดงความคิดเห็นหรือแสดงความโดยสุจริต ผมไม่อ่านต่อนะหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะผู้นั้นไม่มีความผิดมาตรา 135/8 ท่านเขียนไว้เองนะถ้าผู้ถูกกล่าวหาทำความผิด สามารถพิสูจน์ได้วนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ผมถามว่กฎหมายอะไรครับ ต่ำกว่ากฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาอีกนะครับ บุคคลธรรมดานี่ บอกว่าเป็นเรื่องจริงนะครับ ยังผิดเลยครับ พระท่านไปหมิ่นประมาทต่อหเานะครับ นี่ไม่รวมถึงท่านแก้ไปเลอะเทอะใหญ่เลยนะครับ บอกว่าผู้ใดหมิ่นประมาทราชาธิบดีราชสามี ราชประมุข ต่างประเทศ ปรับโทษจำคุกหมดเลยคเหลือโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาทว่าถ้าเป็นอาฆาตมาดร้ายต่างประเทศเหลือโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท ผมถามว่าพระราชอาคันตุกะ ประธานาธิบดีไปสนุกสนานในการอาฆาตมาดร้ายนะครับ ความเห็นโดยสุจริต ถ้าเป็นความจริงไม่ต้องถูกรับโทษแล้วยังแถมอีกนะครับ ว่าทำไมผู้แทนศาลท่านไม่เห็นหรือครับ มาตรา 198 บอกว่า ผู้ใดหมิ่นศาล หรือ...ในการพิจารณา หรือขัดขวางการพิหรือพิพากษาคดีของศาล ตัดออกหมดเลยครัเหลือเป็นว่าต้องระวังโทษจำคุก... เอ๊ย ปรับไม่เกิน140,000 บาท การมีโทษจำคุกป้องกันไม่ให้ใีกา่รละเมิดศาล หมิ่นศาลเพื่ออะไรครัยิงกันในศาลไงครับ หรือไม่ให้ไปหมิ่นศาลนะครับ เพราะฉะนั้น ทำแบบนี้จริงอยู่ครับ ท่านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องไปแก้ในสภานะครับ ซึ่งผมจะมีข้อความไปอีกต่อว่าชัดเจนมาก ทั้งในที่ลับ ที่แจ้ง และในเวทีต่าง ๆ รวมถึงนะครับ เรื่องเหล่านี้นี่มีการกระทำอย่างต่อเนื่องซึ่งผมเกรงว่านอกเหนือจากการที่ไปร้อง กกต. แล้วร้องคุณสมบัติของการมีลักษณะต้องห้ามใน(3) ในเรื่องถือหุ้นสื่อ ITVถ้ามีเวลาผมจะอธิบายอย่างละเอียดเลย เพราะผมเป็นคนที่ถูกร้องในคดี ทำนองเดียวกัน และผมก็เป็นบึมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เรื่องไอทีวีดีที่สุดในประเทศไทยนะครับ และผมก็ยืนยันว่าเป็นหุ้นสื่อ อันนั้นไม่ก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ที่สำคัญ คือ ข่าวสารรัฐธรรมนูญสำคัญมากครับ เป็นคดีที่นายธรรมนุสุวรรณเกศร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 49 นะครับ ว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกร้องที่ 1และพรรคก้าวไกลที่ 2 ที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นการหาเสียงเลือกตั้งและยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาตรา 49 วรรค 1 หรือไม่ เขาร้องศาลได้ทำหนังสือไปหาอัยการ 15 วันตามกฎหมาย อัยการยังตอบว่ายังททำไม่เสร็จ แต่ศาลแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเป็นกรณีที่ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการทำเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องสู่อัยการสูงสุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 49 วรรค 2 แล้วมิได้ดำเนินการร้องขอ ภายใน 15 วัน หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องขอการณีนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 49 วรรค 3จะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ จึงรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณารัฐธรรมนูญ2561 แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นแก้ไขภายใน 15 วัน ผมไม่อ่านตรงนี้แต่ที่สำคัญครับ ผมได้เอกสารของนายธีรยุทธมาแล้วผมเรียนเตือน ท่านผู้เป็นองค์ประกอบร่วมในการเสนอให้คุรพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่มีความอคติใด ๆ กับคุณพิธาเลย ชื่นชอบด้วยซ้ำ เคยคุยกันหลายครั้ง แต่ผมคิดว่าการกระทำของคุณพิธาแล้วพรรคก้าวไกลนั้นถ้าพิจารณาตามคำร้องและศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา49 นี้ นำไปสู่การ 1 ให้ยกเลิกการกระทำดังกล่าว ไม่ว่าการเสนอแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 32. อาจนำไปสู่สิ่งที่ผมไม่อยากเห็น คือ การยุบพรรคและพรรคที่เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐธรรมนูญท่านพิจารณาให้ดีนะครับ เมื่อสักครู่พรรคเล็ก ๆ หลาก็เป็น สส. ใหม่ ท่านไม่มีความเกี่ยวข้องด้วยใด ๆ ก็ตาม อย่าโยนภาระ บอกว่าเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาไปเลย โดยพรรคการเมืองก็ได้ โดยประชาชนก็ได้ทำมาหลายครั้งแล้วนะครับ ไอ้แก้ว 3 ประการนี่ไปพิจารณา ก็กราบเรียนถามท่านประธานต้องดูแลสภา เราเสนอให้ประเทศไทยเสนอร่างกฎหมายประเทศไทย เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ เราเสนอประเทศไทยให้เป็นสาธารัฐแม้กระทั่งยกร่างขึ้นมาเสนอสภา ก็ขัดกับรัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้แล้วครับ ในคำวินิจฉัยเดิมนะครับ ซึ่งไปอ่านได้ครับ คำวินิจฉัยที่ 19/2564 ถ้าท่านหาไม่เจอเอาเอกสารที่ผมได้ครับ เขียนว่าเป็นการใช้เหตุ... เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น พูด เขียน โฆษณาอื่นนะครับ ต่าง ๆ ผมคงไม่ไอ้นั่นนะครับ การที่เป็นการเลยครับ เป็นการบ่อนเสาะพระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้นี่ พรรคก้าวไกล เดี๋ยวผมจะรอคุณพิธาตอบ และถ้ามีสิ่งที่ไม่เข้าใจผมก็จะชนะครับ คำวินิจฉัยเขียนไว้ชัดเจนครับ ว่าตั้งแต่เรื่องของการชุมนุมกลุ่มบุคคล เครือข่าย10 ข้อ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตนะครับ ปละศาลรัฐธรรมนูญได้มีให้เลิกการกระทำที่เป็นการกระทบกระเทือบต่อสถาบันให้อนาคต เพื่อเป็นการหยุดยั้ง ลุกลามเป็นอันตราย แก่สถาบันหลักของชาติ ซึ่งที่หน้า 45 ปรากฏความดังนี้ครับ การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเรียกร้องเพื่อให้มีการยกเลิกผู้ใดล่วงละเมิดหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสถาบันพระมหากษัตริย์และกฎหมายดังกล่าว จะส่งผมให้่สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในสถานที่เคารพสักการะการสร้างความปั่นป่วน และความกระด่างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพไม่พอเหมาะพอควร โดยมีผลทำให้กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงขอรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และจะนำไปสู่การบ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขในบรรบาบฟ้องทั้งหมดนี้นะครับ มีทุกครั้งของนายพิธา และพรรคก้าวไกลเป็นองค์ประกอบความผิดในการแสดงความคิดเห็นและดำเนินการต่อเนื่อง ในการที่จะแก้ไข และยกเลิกมาตรา 112 นะครับ อาทินะครับ อาธิ วันที่ 25 มีนาคม 2564 นายพิธาผู้ถูกร้องที่ 1 เสนอแก้ร่างกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งผมอ่านไปแล้วนะครับ ถัดมาอีกแล้วนะครับ รายละเอียดของมาตรา 4 ที่ยกเลิกดังกล่าวระบุเรื่องโทษต่าง ๆ ที่ไปลดทอนจนไม่เหลือความเป็นโทษนี่ครับ อธิบายให้ฟังแล้วนะครับ ยังมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องนะครับ ที่จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อสถาบันนะครับ ดังที่อาจารย์แก้วสรร อติโพธิอดีตสมาชิกวุฒิสภาระบุว่าก้าวไกลแก้ไข 112 หมดความเป็นสถาบันเหลือความเป็นแค่คนธรรมดา ผมลุกขึ้นมาวันนี้เพื่อเตือนสติท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งเขามาใหม่ในสภา ว่าท่านได้เข้าร่วมกระบวนการเหล่านี้นี่ โดยท่านไม่รู้ หรือท่านรู้แล้วแล้วท่านกระทำอยู่นี่มันจะเกิดปัญหาขึ้น ต่ออนาคตการเมืองของท่านซึ่งผมชื่นชมและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ทำงานแทนรุ่นเก่า ผมอยากเห็นท่านเป็นความหวังในการที่มีคนทุกรุ่น ไม่ว่าจะคนรุ่นหนุ่มสาวคนรุ่นอายุมา ที่เป็นอาวุโส อย่างท่านประธานไปจนถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษาประชาธิปไตยอย่างที่ทำอยู่ แต่หาใช่การไปปลุกระดมเคลื่อนไหวนะครับ ในการหาเสียงเลือกตั้งหลายครั้งคุณพิธา ยังได้ยืนยันนโยบายที่จะยกเลิกมาตรา 112 นะครับ ดังกล่าว เช่น วันที่18 เมษายน ไปกล่าวในรายการ ไทยรัฐดีเบตหรือการนำสติกเกอร์ในช่องยกเลิกมาตรา 112 ที่ตะวันดำขึ้นเวทีนะครับ แล้วยังมีการพูดอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินการ MOUผมได้เสนอไปแล้วว่าให้ใส่ไปในข้อเสนอเลย ผมไม่อยากใช้คำว่า "ตะแบง" นะเป็นคำปรารภ ซึ่งไม่มีผลทางกฎหมายนะครับ แล้วก็จะดำเนินการต่อไปจนสำเร็จ คำกล่าวของคุณพิธานะครับ และยังคงกระทำอยู่ และบอกว่าครั้งนี้คราวที่แล้วยื่นเมื่อกุมภาพันธ์ 2564แล้วนะครับ แต่ยังไม่มีการบรรจุ แต่ทั้งนี้นะครับ ยังไม่มีการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ยังมีการยืนอยู่โดยการดำเนินการของพรรคก้าวไกลครับ หลักฐานชัดมากครับ ท่านประธานมีแต่หลักฐานทั้งนั้น ที่สำคัญถัดมาอีกครับ สื่อมวลชนอาวุโส ที่ผมเคารพนี่และคุณพิธาที่สัมภาสัมพันธ์ CNN นะฟังแล้วก็ตกใจนะครับ โดยสรุปท่านบอกว่าท่านใช้คำที่ถูกสัมภาษณ์ และใช้คำว่า "The monarchy and the mass."ซึ่งคำ ๆ นี้นี่มันแปลว่สสถาบันมหากษัตริย์ ความสัมพันธภาพระหว่างสถายัพระมหากษัตริย์ between the monarความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับมวลชนเห็นว่าเป็นคำที่แรง ชัดเจน และแก้ตัวไม่ได้ว่าควรจะใช้เป็น The people ครับ อันนี้ความเห็ที่สำคัญยังถัดมาอีก ยังให้สัมภาษณ์กับก็มีหลายเรื่องนะครับ บอกว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้เดินหน้าต่อไป อะไรหลาย ๆ เรื่องครับ อยู่ในคำร้อง ของผู้ร้องผมกราบเรียนว่าที่ต้องเอามาพูดนี่ เรามีเวลาจำกัดนะครับ เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอ่านแล้ว ไม่สบายใจแทนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลและพรรคอื่น ๆ ที่ไปร่วมลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาลในเรื่องของคดี 112 เป็นเรื่องสำคัญ ที่อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ แม้คณะราษฎรที่ท่านเชิดชูกันนี่นะครับ ยังได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ รัชกาล ที่ 7 เลยครับ ขอดูที่ผมนะครับ ลงวันที่ 4 กรกฎ 2545ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 7