--- title: เข้มข่าวค่ำ | 15 ต.ค. 66 (161066) ครั้งที่ 2 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2566 เวลา 14.32 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) พี่ฝึกวันค่ะตรงคงต้องติดตามแนวทางการอพยพคนไทยออกมาจากอิสราเอล ประเทศไทยนี่ก็หลายรอบทยอยมาแล้วนะล่าสุดเมื่อช่วงสายที่ผ่านมาก็เป็นรถที่ 3 แล้วเดี๋ยววันพรุ่งนี้ก็จะเป็นอีกรอบนึงซึ่งมีผู้ที่แจ้ง ความประสงค์จะเดินทางกลับไทยหนูนี่ยอดหนี้ล่าสุด 70 กว่าแล้วใช่ไหมหนูก็เรื่อยๆ หลายคนก็บอกขอกลับมาประเทศไทยมาตั้งหลักก่อนหลังจากนั้นจะ อนาคตจะกลับไปทำงานหรือจะไม่กลับแล้วก็อีกเรื่องนึงนะสัญญายังไม่ครบแต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวมาขอความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงานเอาครอบครัวตอนนี้ก็เป็นห่วงกันมากเพราะฉะนั้นไปดูที่โรงพัก ล่าสุดก็คือเมื่อช่วงสายที่ผ่านมานะครับคนไทยที่กลับมาจากอิสราเอลเนี่ยอีก 9 คนนะครับถึงประเทศไทยแล้วบรรยากาศเมื่อช่วงสายก็ ทั้งครอบครัวนะที่เฝ้ารอด้วยความเป็นห่วง น้ำปลาพริกดึกๆหลายคนเนี่ยก็ อยากจะให้กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวก่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ยังมีตัวอย่างนะ ที่วันนี้เนี่ยเป็นแรงงานไทยกลับมาจากอิสราเอลเขาเปิดใจว่าก็ดีใจมาก ที่ได้กลับมาเอาลองฟังแล้วอย่างเช่นคุณวีรยุทธ กับเรานะครับ ลองดูนะ ก็ดีใจครับที่ได้กลับได้กลับเร็วและกลับนะครับ ให้พยายามติดต่อท่าทางการเขาไม่ติดต่อไป ไอ้ให้เรา ตามตลอด เผื่อทีมันเร็วขึ้นเพราะว่าเขาก็ไม่รู้ว่า เราจะได้กลับไหมแล้วก็ มันมีคนตกค้างอีกไหม บางทีเขาติดตามไปแล้ว เบอร์โทรเรา คนคน คนประสานงานมันน้อย เราเราก็ต้อง โทรไปเรื่อยๆ ความรู้สึกนะ ของคุณวีรยุทธปัญญาประชุมนะครับก็บอกว่าดีใจครับ จะได้กลับมาสู่ประเทศไทยพร้อมกับเพื่อนแรงงานไทยรวมทั้งหมด 90 คนในวันนี้ ดีใจมากที่หนึ่งคือตัวเองรอดชีวิตมาได้เพราะตัวเองเนี่ย เจอกับ เหตุการณ์ระเบิดตกลงมาที่สวนที่เขาทำงานอยู่เลยนะนึกว่าทำให้ตัวเขาเนี่ย เกลียดมากๆแล้วที่น่าเศร้าก็คือเพื่อนร่วมงานก็เสียชีวิตไป 1 ราย บาดเจ็บ 1 รายนะครับ คุณประยุทธ์เองบอกว่าตอนเกิดเหตุแล้วก็รู้แหละว่ามันเสี่ยง จากตอนนั้นนายจ้างก็สั่งให้ไปทำงาน ถึงแม้จะเป็น สถานการณ์สู้รบ ก็ต้องไปทำงานเหมือนเดิมหลายคนเจอแบบนี้นะที่บอกว่าจะไม่ไปเลยช่างก็ขอร้องไม่มี ผลผลิตก็จำเป็นต้องออกไปก็ไม่มีทางเลือกก็ต้องไปตามที่นายจ้างบอกนะครับปรากฏว่าระหว่างนั้นคุณวิบอกว่า ได้ยินเสียงไซเรนมาเลย เสียงไซเรนเตือนมา 1 ครั้ง ปีนี้พอ ครั้งที่ 2 อีกรอบนึงเนี่ย ผ่านไปแค่ 2 วินาทีเบิกลงเลยฮะ ระเบิดลงเสร็จเขาหันไปเห็นเพื่อนที่อยู่ห่างกันแค่ 10 เมตร เสียชีวิตต่อหน้าเขา ซึ่งเขาก็ตกใจมากตัวเองก็ไม่รู้จะทำยังไงก็พยายามหนีตายหมอบคลาน เท่าที่จะทำได้แล้วก็ได้รับความช่วยเหลือในเวลาต่อมา แล้วคุณวีรยุทธก็พูดถึงเสียงสะท้อนที่บางส่วนมองว่า แรงงานก็รู้อยู่แล้วว่าไปอิสราเอลมาเป็นพื้นที่สู้รบเป็นพื้นที่เสี่ยงแล้วจะไปทำไม คนที่พูดแบบนี้เหมือนกันหลายปีที่ผ่านมา ต่อเนื่องทำไมถึงไปกัน ได้ยินอะไรแบบนี้มาเนี่ยโอ้โหเขาบอกว่าคือ บางทีเนี่ย การทำมาหากินมันไม่ได้เลือกได้นะ ถ้ารู้ว่าอันตรายไปทำไม มันยังไงล่ะมันก็ต้องมันก็ต้องสู้ ครอบครัว การทำมาหากิน คนคนรวยเขาก็ไม่รู้หรอกคนรวยเขาก็ พูดไปเรื่อย กับสถานการณ์วันนี้ คนคนจนอย่างเรา หาเช้ากินค่ำมันก็ มันอันตรายขนาดไหน ต้องอยู่ใกล้ๆกับเรา คนมีอยู่แล้ว ไม่ไปก็ได้ โรงเรียน ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้ บอกคนทีเนี่ยคนรวยไม่เข้าใจหรอก ต้องทำมาหากินต้องมีรายได้มันก็ไม่มีทางเลือกมากนักเพราะฉะนั้นหลายคนก็เลยจำเป็นต้องไปเสี่ยงแบบนี้ วีรยุทธบอกแล้วครับว่า วันนี้พี่กลับมาพร้อมเขาทั้งหมดเนี่ยคือตัวเล็กก็คือ 90 คนกูประชุมกับแบงค์เป็นชาย 18 หญิง 2 การเดินทางรถนี้ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมามีผู้บาดเจ็บรวมอยู่ด้วย 2 คนนะคะ 2 คนที่บาดเจ็บแล้วกลับมาเมื่อช่วงสายคนนึงบาดเจ็บบริเวณขาก็คืออาการขาอักเสบเพราะว่าโดนสะเก็ดระเบิด ส่วนอีกคนนึงบาดเจ็บที่ข้อมือ พอมาถึงแน่นอนครับเจ้าหน้าที่ก็ผ่านแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจรักษาในเบื้องต้น ปรากฏภาพรวมก็ถือว่าอาการดีสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลยนะครับ ประเมินสุขภาพจิตของแรงงานทั้งหมดด้วยก็ไม่ได้พบว่ามีใครมีปัญหาแต่อย่างใด จากนั้นก็ รถบัสออกจากสนามบินอู่ตะเภานะจากอู่ตะเภาไปที่โรงแรมเอสซีปาร์ค กรุงเทพฯแล้วก็จะส่งแต่ละคนกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไปนะ พูดถึงเรื่องจำนวนรอสัมภาษณ์หลายคนนะเพราะบางคนบอกว่า อยู่เมืองไทยหาเงินได้วันละ 300 บาทเอาไปส่งกลับบ้านได้เดือนละ 50,000 บาท ความหวังเดียวของเขาแต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงเขาจำเป็นต้องทำ รอดูกันแล้วแหละมันจะเป็นยังไงล่ะคนบอกอยากให้กลับมาก่อนและ ครอบครัวคือคนที่โอ๋เฝ้ารอกันมากที่สุดแต่ครอบครัวไม่ได้หลับได้นอนนะครับ เฝ้ารอคอย Video Call หากันนี้กลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงสนามบินอู่ตะเภาเจ้าหน้าที่ก็มีการจัด สถานที่ไว้ที่โรงแรมเอสซีปาร์คหลายครอบครัวมาจากเนื้อมาจากอีสานอุ้มลูกจูงหลานกันมา บางคนเอากับข้าวมาด้วยอยากจะให้ครอบครัวได้กินใช่ไหม ก็หลายครอบครัวค่ะความเชื่อของคนไทยเอาได้มาด้วยผูกกับบัตรการขวัญกันให้กำลังใจกัน อาการที่เรียกว่าภาวะสงคราม เพื่อนตายต่อหน้ามาคนเล่ากูตายมึงข้างทางเขื่อนเลยไลน์ครอบครัวมาเจอหน้ากัน หนูเข้ากอดกันร้องไห้ไปดูภาพบรรยากาศบางช่วงวินาทีแรกที่ได้เจอกับครอบครัวค่ะ ดูถ่ายในกอดไม่ห่างกันเลยแล้วก็ เวลาต่อมาแล้วคุณจะหยุดก็พูดถึงเสียงสะท้อนที่บางส่วนมองว่า แล้วแรงงานก็รู้อยู่แล้วว่าไปอิสราเอลมาเป็นพื้นที่สู้รบเป็นพื้นที่เสี่ยงแล้วจะไปทำไม คนที่พูดแบบนี้เหมือนกันรู้ว่าเขามีสงครามการหลายปีที่ผ่านมาก็ ต่อเนื่องทำไมถึงไปกันไม่ได้ ได้ยินอะไรแบบนี้มาเลยโอ้โหเขาบอกว่าคือ บางทีเนี่ย การทำมาหากินมันไม่ได้เลือกได้นะ ถ้ารู้ว่าอันตรายไปทำไม มันยังไงล่ะมันก็ต้องมันก็ต้องสู้ ครอบครัว การทำมาหากิน คนคนรวยเขาก็ไม่รู้หรอกคนรวยเขาก็ พูดไปเรื่อย กับสถานการณ์วันนี้ คุณคนจนอย่างเรา หาเช้ากินค่ำมันก็ มันอันตรายขนาดไหน ต้องอยู่ในฐานะกับเราทำตาม แล้วคนมีอยู่แล้ว ไม่ไปก็ได้ โรงเรียน งั้นก็อยู่ไม่ได้ บอกคนทีเนี่ยคนรวยไม่เข้าใจหรอก ต้องทำมาหากินต้องมีรายได้มันก็ไม่มีทางเลือกมากนักเพราะฉะนั้นหลายคนก็เลยจำเป็นต้องไปเสี่ยงแบบนี้ วีรยุทธบอกนะครับว่า วันนี้ที่กลับมาพร้อมเขาทั้งหมดเนี่ยคือตัวเล็กก็คือ 90 คนกูก็ส่งกลับแบ่งเป็นชาย 18 หญิง 2 ซึ่งในกรณี การเดินทางรถนี้ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมามีผู้บาดเจ็บรวมอยู่ด้วย 2 คนนะครับ ของคนที่บาดเจ็บแล้วกลับมาเมื่อช่วงสายคนนึงบาดเจ็บบริเวณขาก็คือมีอาการขา เพราะว่าโดนสะเก็ดระเบิดอีกคนนึงบาดเจ็บที่ข้อมือ มาถึงแน่นอนครับเจ้าหน้าที่ก็ผ่าแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจรักษาในเบื้องต้น ปรากฏภาพรวมก็ถือว่าอาการดีสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลยนะครับ แล้วก็ประเมินสุขภาพจิตของแรงงานทั้งหมดด้วยก็ไม่ได้พบว่ามีใครมีปัญหาแต่อย่างใด จากนั้นก็ รถบัสออกจากสนามบินอู่ตะเภานะจากอู่ตะเภาไปที่โรงแรมเอสซีปาร์คกรุงเทพฯแล้วก็จะส่งแต่ละคน กลับสู่ภูมิลำเนาต่อไปนะคะ พูดถึงเรื่องจำนวนคนรอสัมภาษณ์หลายคนบางคนบอกว่า อยู่เมืองไทยหาเงินได้วันละ 300 เขาไปส่งกลับบ้านได้เดือนละ 50,000 บาทมันอาจจะเป็นความหวังเดียว แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงเราจำเป็นต้องทำ รอดูก่อนแหละถ้าจะเป็นยังไงล่ะคนบอกอยากให้กลับมาก่อนและ ครอบครัวคือคนที่โอ๋เฝ้ารอกันมากที่สุดแต่ครอบครัวไม่ได้หลับได้นอนนะครับ เฝ้ารอคอยวีดีโอคอลหากัน นี้กลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงสนามบินอู่ตะเภาเจ้าหน้าที่ก็มีการจัดสถานที่ไว้ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ครอบครัวมาจากเนื้อมาจากอีสานอุ้มลูกจูงหลานกันมาเอากับข้าวมาด้วย จะให้ครอบครัวได้กินใช่ไหม ความเชื่อของคนไทยเอาได้มาด้วยผูกรับขวัญกันขวัญการให้กำลังใจกัน อาการที่เรียกว่าภาวะสงคราม เพื่อนตายต่อหน้ามาคนเล่ากูตายกันข้างทางเขื่อนเลยหลายครอบครัวพอเจอหน้ากัน หนูเข้ากอดกันร้องไห้ไปดูภาพบรรยากาศบางช่วงวินาทีแรกที่ได้เจอกับครอบครัวค่ะ ผู้ชายในกอดไม่ห่างกันเลยแล้วก็ ตะโกนเรียกคุณพ่อโบกมือตั้งแต่คุณก็ยังเดินมาใส่หมวกใส่แ***ก็จำได้เป็นภาพประทับใจ ทันทีที่นายสมชายบุตรศรีนะคะแรงงานไทยในอิสราเอลเดินทางมาพบหน้าครอบครัว มารอกันจากจังหวัดชัยภูมินะคะ กลับบ้าน ลูกชายก็ร้องเรียกพ่อก่อนจะโผเข้ากอดด้วยความคิดถึงค่ะส่วนพ่อตาและภรรยาใช้ได้ที่เตรียมมาจากบ้าน เข้าข้อมือเพื่อรับขวัญหลังจากที่นายสมชายเนี่ยต้องตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบ เขาว่าโรงงานที่ทำงานอยู่นะอยู่ติดกับรั้วถนนการสร้างแบบฝึกหัดการได้ยินเสียงระเบิดตลอดเวลา สมชาติบอกว่าดีใจมากที่ได้กลับมาเจอครอบครัวด้วยเขาไปทำงานอิสราเอล เกือบครบกำหนดตามสัญญา 5 ปีแล้ว วันที่เกิดเหตุสู้รบกันเขาและเพื่อนรวมทั้งหมด 32 คนนะคะต้องเข้าไปอยู่ในบังเกอร์หลบภัยของโรงงาน ปิดประตูล็อกกันเอาไว้เนื่องจากมีกลุ่มคนร้ายประมาณ 5-6 คนมาพร้อมกับอาวุธ เอามือมาปิดล้อมโรงงาน พยายามที่จะบุกเข้ามาแต่เข้ามาไม่ได้ เขาและเพื่อนหนูอยู่ติดอยู่เลยนะเนี่ย 2 วันเต็ม ถูกตัดไฟ อาหารไม่พอประทังชีวิตกินกระเทียมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแค่ 5 ห่อมีกัน 5 คนมีบะหมี่ 5 ห่อ มีเท่านั้นเองก็ต้องไปทางชีวิตกันไปนะ บอกตอนนั้นยอมรับว่ารู้สึกกลัวมากกลางคืนเนี่ย ไม่หลับเลยเพราะว่าต้องช่วยกันอยู่เวรยาม ก็ขายให้ถูกต้องได้รับการช่วยเหลือออกมาเป็นเสียงค่ะ มากันประมาณ 5 คนนะครับแต่เข้าไม่ได้ มีทหารมาช่วยกันทั้งคืน ก็ปิด หมดเลยครับ ประตูโรงงานนะครับ ล็อกไว้ ไม่มี YouTube เจอสถานการณ์ที่เลวร้ายจริงๆนะคะ รายงานอีกคนอยู่โรงงานเดียวกับนายสมชายอย่างนายสุรชาติภิญโญพันธุ์ค่ะเป็นชาวจังหวัดหนองบัวลำภู เราบอกว่าวันที่เกิดเหตุไม่ได้มีการแจ้งเตือนมาก่อนมีการยิงจรวดเข้ามาหลายลูกแล้วก็ ที่สำคัญคือมีกองกำลังบุกภาคพื้นดินหลายคนบอกว่าอยู่อิสราเอลประมาณ 4-5 ปี เป็นเรื่องปกติ วันนี้มาทางภาคพื้นดินเลยเป็นครั้งแรกที่ เป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนไทยและคนบอกว่าน่าจะอยู่ไม่ได้แล้วเพราะว่าจะยืดเยื้อแล้วก็ ตลาดมาถึงตัวนี้ยังมี Iron Dome คอยหลบได้หลบแล้วค่อยออกมาเอง บางคนบอกร้องเรียกก็มี ที่นี้ เขาบอกทำยังไงกันตอนนั้นน่ะช่วยกันนำรถโฟล์คลิฟท์นะคะที่ไปทำงานกันแล้วขนกล่องผลไม้ มาวางปิดไว้ทุกประตูเพื่อจะยื้อเวลาไม่ให้คนร้ายเข้ามาที่สำคัญด้านใน เตรียมมีดสำหรับทำการเกษตรในติดตัวไว้ คิดกันว่าถ้าคนร้ายบุกเข้ามาก็ต้องใช้ป้องกันตัวโดยช่วงวันที่ 2 มีอาหารเริ่มหมด ตัวเองพร้อมกับเพื่อน 6 คน ตัดสินใจวิ่งออกจากโรงงานเพื่อมาหาอาหารที่แคมป์ห่างกัน 100 เมตรคูณเป็นร้อยเมตร ความรู้สึกตอนนั้นหมดแล้วทำอะไรไม่ได้ จากนั้นก็กลับไปเที่ยวโรงงานซึ่งก็มีการยิงกันอยู่แต่ระหว่างที่วิ่งเดี๋ยวก็หกล้มทำให้มีอาการ ไปหลบในโรงงานครับลบในโรงงานแล้วก็มีโฟล์คลิฟท์อยู่ในโรงงานครับผมจะเอา ผลไม้ พี่เขามาแล้วก็ไป ปิดประตูไว้ทุกช่อง ยื้อเวลา ให้เขาเข้ามาเขาพยายามเข้ามาทุกครั้ง จะเข้ามาไม่ได้ครับ แล้วก็ปืนยิง ยิงเข้ามา วนอยู่ในรอบโรงงาน นี้เป็นคลิปวีดีโอที่ถ่ายกันเอาไว้ระหว่างอพยพนะคะจะเห็นว่าหูแต่ละคนนี่ต้องรีบวิ่งแล้วก็ย่อตัวการ ดีที่เขาแล้วก็เพื่อนแรงงานในหอบของ เพิ่งออกมาจากโรงงานบางช่วงเนี่ยต้องนอนหมอบ แนบกับพื้นด้วยความระมัดระวังแล้วก็มีทหารอิสราเอลในคอยคุ้มกัน ถังสำหรับอพยพเพราะว่าทหารในตำบลว่าจะมีการลอกเป็นการเกิดคลื่นและอนุภาค เป็นระยะทางใกล้ๆที่มันไกลมากที่มันเสี่ยงมากนะ โอ้โหเป็นคลิปวินาทีเลยวินาทีชีวิต วิ่งไปบ่ไป แต่ละคนบอกไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลยเอาแค่พาสปอร์ตหรือพ่อของสำคัญของมีค่านิดหน่อยพอ แต่สุดท้ายก็ได้ กลับมาสู่ประเทศไทยเรียบร้อยนะครับคุณผู้ชมครับเพราะฉะนั้นแรงงานคนนึงค่ะคุณไชยบูรณ์สั่งเนี่ย เหล้านะครับบอกว่าทันทีที่วันนี้ได้กลับมาเจอหน้าครอบครัวนะเนี่ย สวมกอดเข้าหากันนะครับลูกชายผมเข้ากอดผู้เป็นพ่อร้องไห้กันแบบนี้ ระยะเล่าว่าตัวเองจริงๆเพิ่งไปไม่นานนะเพิ่งไปทำงานเถอะ 1 ปี 2 เดือนเท่านั้นเองก็ยอมยอมรับว่าก่อนหน้านี้คนในครอบครัวก็ไม่อยากให้ไปนะ รู้ว่าไปแล้วมันเสี่ยงหรือว่ามีเรื่องความไม่สงบ ตัวเองเนี่ยก็รู้สึกว่าต้องไปเพราะว่า ค่าแรงที่หนูเนี่ยมันเยอะกว่าที่นี่ บอกว่าวินาทีหนีตายเนี่ย ต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคา 3 วัน ไม่มีอะไรกินเลยนะครับ แล้วคนร้ายก็พยายามจะพังประตูเข้ามา ตอนนั้นก็คิดว่ายังไงก็ตามต้องเอาตัวรอดอย่างเดียวไม่ได้เพราะว่ากลัวจะไม่ได้กลับบ้านมาเจอหน้าครอบครัว เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นยังไงคะทำไมพี่ต้องขึ้นไป มีผู้ก่อการร้ายเขาเข้าโรงพยาบาลจะเข้ามาแล้วครับ พยายามจะพังประตู ก็ต้องหนีเอาตัวรอด Gmail ทหาร แถวนั้นมี ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นไงบ้าง ขับรถ อยากกลับบ้านอีกเหรอ นี่แหละ แล้วก็กดวันนี้เท่าที่ผู้สื่อข่าวลองสอบถามแรงงานไทยที่กลับมาแล้วครับ ทั้งหมด พูดตรงกันนะน้องว่า จะไม่ขอกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกแล้วนะอยู่ที่ 5 ปี ในปีเดียวปีครึ่ง ถึงแม้จะไม่ยังไม่หมดสัญญาแต่ก็ไม่อยากกลับไปอีกแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้มาช่วยได้นะสัญญา ภาวะภาวะสงครามจริงๆแล้วหลายคนเป็นห่วงหรือถ้าไม่อยากกลับไปก็อาจจะต้องให้ ช่วยหางานที่นี่เพราะว่าส่วนใหญ่ไปกับกระทรวงแรงงานว่าการกระทรวงแรงงาน คุณพิพัฒน์รัชกิจประการก็บอกว่าตอนนี้ มีแรงงานไทยบางส่วนที่ยังคงไม่อยากกลับก็มี ถ้าเขาแจ้งความประสงค์ว่าขอทำงานต่อที่เซลล์แต่ว่า ถ้าเกิดว่ามันมีกลิ่นไปมากกว่านี้ถ้ามันเลวร้ายไปมากกว่านี้สุดท้ายก็อาจจะต้องพากลับมาทั้งหมด ดูรายงานที่ยังไม่หมดสัญญานะครับ ก็พยายามติดต่อหางานให้ใหม่นะฮะ ซึ่งทหารเหตุการณ์สงบแล้วเนี่ยสมมุติถ้าถึงจุดนั้นใครอยากจะกลับไป พร้อมที่จะดูความสะดวกให้แต่ถ้าใครไม่อยากกลับไปอีกแล้วก็ช่วงแรงงาน ก็จะจัดหางาน ที่ใหม่ให้เช่นเดียวกันก็จะดูแลตลอดนะฮะ แต่คนกลับมาก็คือไม่รู้จะทำอะไรต่อเลยแต่ว่าเอาชีวิตรอดไว้ก่อน มาเปลี่ยนสถานการณ์คนไทยในทะเบียนไว้ ตอนแรก 1,000 นะช่วงแรกที่เราตามข่าวการเพิ่มเป็น 50 คนล่าสุดวันนี้ พันคนแล้วที่ลงทะเบียนต้องการจะกลับแต่ว่ายังกลับไม่ได้นะคะ ขณะเดียวกันตอนนี้มีคนไทยที่เดินทางกลับได้แล้วจำนวน 162 คนมาใน 3 เที่ยวบินค่ะรอบแรก 5 คน รอบที่ 2 จำนวน 57 คนและรอบที่ 3 จำนวน 9-10 คนก็คือวันนี้นะคะ ในรอบที่ 4 จะมีจำนวนอีก 137 คนค่ะทางการไทยจะประสานเที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศ ออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อคืนนี้แล้วนะคะก็จะรับแรงงานไทยกลับถึงไทยวันที่ 15 สมาคม เวลาประมาณ 04:30 น และรอบต่อไปสายการบินแห่งชาติอิสราเอลแบบเช่าเหมาลำ ออกเดินทางในวันที่ 16 ตุลาคมคาดว่าจะสามารถพาคนไทยกลับได้ 250 กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะอพยพคนไทยในอิสราเอลได้มากกว่า 4000 คนภายในเดือนตุลาคมนี้ค่ะ อะไรก็เป็นแต่รถไปรอที่ระยองเนี่ยพากลับมานะกูไม่สน เอาล่ะ ก็ต้องยอมรับว่ายังมีชาวไทยที่อยู่ที่สระเอหรือเฉพาะทางพื้นที่สีแดง Red Zone ทางตอนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง ยังไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้เลยครับ ตอนนี้อย่างที่เราทราบกันนะครับว่าการเดินทางก็ไม่ง่ายบางที ขึ้นจากทางภาคใต้ของเซลล์ขึ้นมา ที่ทางตอนเหนือหรือไปที่กรุงเทพฯเนี่ย การสัญจรก็ลำบากนะครับ ก็บอกไม่ได้ต้องรอรับมาเพราะว่าเท่าที่ทำได้เพียงแค่รอยังแคมป์หรือว่าโรงแรมที่เป็น ไม่อย่างนั้นก็ยังไม่สามารถเดินทางมาได้นี่คืออุปสรรคสำคัญแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือครอบครัวที่อยู่ที่เมืองไทยก็เป็นห่วงมากมีครอบครัวนึงนะกูไม่ตรงกับที่เขาได้เร็ว วีดีโอคอลกับแรงงานไทยที่นั่นนะครับก็เป็นห่วงมาก อย่างชาวมหาสารคามคนนึงกูเป็นแม่เนี่ย เขาเป็นห่วงมากเขาบอกว่าลูกเขานี่ยังไม่สามารถออกไปจากพื้นที่เสี่ยงได้เลย แล้วก็มีจังหวะที่เขาวีดีโอคอลคุยหากันด้วยลองดูสวัสดีครับ ดีเขาไม่ยิงตายจริงเลย ผมทำอยู่ที่ว่า