--- title: การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) 130766 (นาทีที่ 4.00.01 - 6.00.00 น.) subtitle: date: วันพุธที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 13.05 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมาย มาตรา 112 กันเป็นจำนวนมาก แต่ใน MOU ที่เราได้ทำมา 23 ข้อ มีข้อที่ 1 บอกว่า ทุกพรรคการเมืองเชิดชูสถาบันมหากษัตริย์นะครับ ในข้อที่ 1 มันมี 23 ข้อ แต่ก็ไม่มีว่าแก้ 112 นะครับ ผมว่าการแก้มาตรา 112 นี้ มันต้องมีขั้นตอนอีกมานะ ต้องเข้ามาผ่านที่สภานะครับ ก็มีการรับหลักการผ่านกฎหมายกันไปหลายมาตรา หลายข้อนะครับ ถึงจะแก้ได้ ไม่แก้ได้อยู่ที่ความเห็นชอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คน แต่ในนามพรรคพลังสังคมใหม่ ถ้ามีการแก้ไข มาตรา 112 จริง เราต้องมาดูว่าการแก้ไขนี้ได้ไปกระทบกระเทือนสถาบันพระมหากษัตริย์ไหม ถ้ามีการกระทบกระเทือนพระมหากษัตริย์ ทางพรรคพลังสังคมใหม่เราก็ไม่เห็นด้วยครับ แต่ถ้าขั้นนี้พรรคพลังสังคมใหม่ก็สนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ท่านเชาวฤทธิ์ นะครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง ท่านกัณวีร์ครับ (คุณกัณวีร์) ครับ เรียน เรียนท่านประรัฐสภาที่เคารพครับ ผมกัณวีร์ สืบแสง สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ครับท่านประธานครับ ในการอภิปรายของผมไม่ใช่ในฐานะของ 8 พรรคร่วมนะครับ แตในนามของประชาชน ที่ให้ความไว้วางใจผมในรัฐสภาอันทรงเกียรตินี้นะครับ การอภิปรายนี้ครับ ทท่านประธานครับ เราต้องของเรียนอย่างนี้นะครับ ตอนนี้เรายืนอยู่บนรอยต่อประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่ง แสวงหาทางออกของการเมืองซึ่งได้ทำลายโอกาสต่าง ๆ ของประเทศชาตินะครับ ไม่ว่าทั้งทางเศรษฐกิจ การทำลายโอกาสในการที่จะมีชีวิตที่ดี มานับสิบ ๆ ปี ขอเรียนอย่างนี้ครับท่านครับ ไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง และปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งเช่นเดียวกันครับ เราจึงจำเป็นครับ ต้องมองที่ใจกลางของปัญหา และทางออกของการเมืองไทย ซึ่งก็คือเรื่องความชอบธรรมทางอำนาจ ที่ยึดโยงประชาชนทั้งชาติ และการที่เราจะกุมหัวใจนี้ได้มันจำเป็นอย่างยิ่งครับ มันจะต้องหวนกลับมาสู่ในทางการเมืองไทย ซึ่งก็คือประชาชน และดังนั้นครับ ขอย้ำครับ ท่านประธานครับ มติมหาชน ต้องมีที่เดียวของการเข้าสู่อำนาจรัฐ หลักการนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญลำดับแรกสุดนะครับ ที่จะต้องสถาปนามาให้ได้ก่อนหลักการอื่น ๆ มิฉะนั้น เราไม่สามารถปลดล็อกประตูที่ปิดตายของการเมืองไทยไปได้เลย ท่านประธานครับประเทศไทยต้องเดินหน้าแล้วครับ ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงเพื่อเดินไปข้างหน้า และการเดินหน้าครั้งนี้ครับ จำเป็นต้องให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกเรา พรรคเป็นธรรมทำงานในช่วงที่ผ่านมานะครับ วาระที่จำเป็น รอไม่ได้แล้วครับท่านประธานทั้งการสร้างสันติภาพที่กินได้ และความยั่งยืนจังหวัด 3 ชายแทนภาคใต้ของเรา การรับประกันสิทธิสถานะ ต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาจังหวัดชานแดน และเกาะแก่งอีกมากมาย ต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนมีต้นทุนมากมาย เรียนสมาชิกทุกทานครับ ผ่านท่านประธานประเทศไทยในประชาคมโลก ยังไม่ถูกมองว่าสามารถตอบสนองต่อปัญหาต่อประชาคมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างการบริหารจัดการ การโยกย้านถิ่นฐานอาธิเรื่องการจัดการผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติ ต่าง ๆ นานา ไม่ถูกจัดการอย่างมีมนุษศท่านประธานครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรารอไม่ได้นะครับ แต่ทั้งหมดนี้ เราต้องเริ่มที่การปลดล็กอรัฐสภาอันทรงเกียรติที่นี้เสียก่อน ยืนยันในหลักการที่เคารพเสียงของประชาชน ตามกติกา และครรลองของประชาธิปไตยอย่างสากล เราเอง ซึ่งนี้องค์ประกอบพื้นฐานความสำคัญ ความล้าช้า ความลังเล ในการยืนยันกติกาตรงนี้ คือ ความไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุเหล่านี้ครับ ผมจึงขอสนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้มีคุณสมบัติแก้ปัญหาทางการเมืองที่มีปัญหาอยู่อย่างยาวนาน สังคมโลกได้อย่างสง่าผ่าเผยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับ ท่านกัณวีร์ ต่อไปมีท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ ขอ 25 นาทีนะครับ เชิญครับ (คุณสมท่านเสรี คิดว่าจะได้คิวประมาณ 14.00 น. ท่านติดภาระกิจอยู่ครับ จะขอข้ามไปท่านอื่นก่อนค (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ตอนนี้ไม่มีท่านอื่นแล้วนะครับ อันนี้ไม่มีผู้เข้าบัญชีเสนอแล้วนะครับ ดังนั้น ก็จบผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานจะใช้ข้อบังคับข้อที่ 49 และ 51 เพื่อปิดประชุมการอเลยใช่ไหมครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) คือ ตอนนี้ไม่มีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายแล้ว แต่ตอนนี้ท่านเสรียังติดใจอยู่ ตอนนี่มาหรือยังครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ท่านเสรีมาแล้วนะครับ เชิญครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน กระผมประพันธุ์ คูณมี ครับ ขออนุญาตเวลา ก่อนที่ท่านเสรีอภิปรายนิดเดียวครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง กรณีที่ท่านพิธาได้ตอบ คำอภิปรายของผมและใช้สิทธิทำให้รัฐสภาเสียหายครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เสียหายครับ เชิญครับ (คุณประพันธุ์) ครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ในช่วงที่ผมอภิปรายไปนะครับ ผมได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องคุณสมบัติคุณพิธาว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่คุณพิธาได้ตอบคำถามผม ได้ตอบ โดยใช้สิทธิพาดพิง พาดพิงซึ่งผมเห็นว่าหากไม่ชี้แจงก็จะเกิดความเสียหายต่อรัฐสภา ท่านตอบว่าท่านยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย แแต่ประเด็นที่ท่านพูดถึงก็คือว่ามีคำว่าในรัฐสภาไม่ควรวินิจฉัยคุณสมบัติท่าน คือ ใช้คำว่า "ไม่ควรมีศาลเตี้ยในรัฐสภา การที่ท่านบุคคลผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายรัฐมนตรีใช้คำว่าในรัฐสภาไม่ควรมีศาลเตี้ยที่จะมาวินิฉัยคุณสมบัติของท่านนั้นน่ะ ผมคิดว่าเป็นการกล่าว และเป็นการพูดที่ไม่เหมาะสมครับ ผมได้อภิปรายโดยกฎหมายข้อบังคับและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าคุณพิธามีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ถ้ารัฐสภานี้จะใช้ดุลพินิจพิจารณาของตนเองวินิจฉัยว่าท่านเป็นบุคคลว่าท่านเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติหรือไม่มีคุณสมบัตินั้นน่ะ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิในการพิจารณาด้วยวิจารณญาณของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ร่างกฎหมายให้ประชาชน ให้หน่วยงาน ให้องค์กร อิสระทั้งหลาย ไปบังคับใช้ เพราะฉะนั้นการใช้ดุลพินิจของท่านคุณพิธาขาดคุณสมบัติหรือไม่ จึงไม่ใช่กรณีใช้ศาลเตี้ย ผมจึงขอให้คุณพิธาได้ถอนคำพูดเรื่องนี้ครับ แล้วควรให้การเคารพ ดุลพินิจ ของสมาชิกเพราะฉะนั้นการพาดพิงในลักษณะอย่างนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่เฉพาะตัวผมเอง กับสมาชิกรัฐสภาด้วย ขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เด๊๋ยวท่านเสรี ท่านเสรี ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียว ขออนุญา (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวจะให้ท่านพิธา (คุณรังสิมันส์) ขอใช้สิทธิตามข้อ 5 ครับ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นหลาง ที่จะต้องเป็นกลางครับท่านประธานครับ ผมรังสิมันส์ โรม บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับท่านประธาน ผมทราบดีครับท่านประธานครับ ว่ามันมีการพาดพิงกัน ซึ่งเรื่องนี้นี่ เราพร้อมเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้นี่ เมื่อเราถูกพาดพิงนะครับ ท่านพิธานะครับ เขาก็ชี้แจง เมื่อเขาชี้แจงแล้วมันก็ควรจะจบตรงนั้น ถ้าใช้สิทธิพาดพิงกันอีกสุดท้ายมันจะเป็นการโต้ไปโต้มา พาดพิงกันไปพาดพิงไม่จบ ดังนั้นนะครับ ขอให้ท่านประธานนะครับ ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และควบคุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะถ้าท่านพิธาชี้แจงแล้วจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร เป็นเรื่องที่แต่ละท่านต้องใช้ดุลพินิจในการเข้าใจเอาเอง ให้วินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอประท้วงท่านผู้ลุกขึ้นมาเมื่อสักครู่ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) คือ เดี๋ยวผมอธิบายก่อนนะครับ ตอนนี้ท่านพิธาท่านไม่ได้อยู่ในห้อง พอดีมีท่านเสรี สุวรรณภานนท์ กำลังจะอภิปราย ก็ให้ท่านเสรีพูดเสียก่อน และหลังจากนั้นนี่ ไอ้เรื่องศาลเตี้ยนี่ เดี๋ยวจะให้ท่านพิธาชี้แจงเองนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านสมชายยังไม่ต้องแถลงแล้วนะครับ (คุณเสรี) ท่านประธานครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอทำความเข้าใจในห้องประชุมนี้นะครับ เมื่อตอนที่พรรคก้าวไกลใช้สิทธิพาดพิงตอนที่ท่าน สว. คำนูณอภิปรายนี่ ตัวบุคคลไปที่คุณชัยธวัช พรรคร่วมที่จะเสนอชื่อรัฐบาลนี่ สว. ก็และเห็นด้วย ท่านประพันธ์ลุกขึ้นอธิบายในสิ่งที่พาดพิงท่านนะครับ ก้ต้องชี้แจงได้ครับ ผมกราบเรียน เวลาที่นับในส่วนวุฒิสภา มาด้วยดีแล้วครับ ผมว่าท่านประธานดำเนินการได้ถูกต้องแล้ว สิทธิของสมาชิกวุฒิสภาเหลืออีกเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเศษนี่ สามารถชี้แจง ถ้าพาดพิงก็สามารถใช้สิทธิได้ เดี๋ยวพอคุณพิธา เข้ามายังเหลือเวลาอีก 28 นาที ท่านก็มาชี้แจงในส่วนนี้ให้สภาเดินหน้าต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ตอนนี้ท่านเสรีว่าพร้อมหรือยัง ว่าไปก่อน ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะเพราะว่าเดี๋ยวอาจจะมีประเด็นที่โต้แย้งกันอีกมากครับ เชิญท่านเสรีครับ (คุณเสรี) ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานในเรื่องที่เรากำลังจะพิจารณาให้ความเห็นชอบคุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องกราบเรียนด้วด้วยความเคารพครับ ว่าสิ่งที่ผมเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ ไม่ได้เกิดจากความอคติ หรือความไม่ชอบคุรพิธาหรือพรรคก้าวไกล แต่เป็นด้วยหลักสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าให้รัฐสภาชุดแรกนี้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญภายใน 5 ปี สำคัญในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำว่าเป็นบุคคลซึ่งสมควรนี่นะครับ อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาให้เป็นสำคัญ ผมต้องกราบเรียนตั้งแต่แรกเลยนะครับ ว่าคุณพิธาที่รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนี้ ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีเหตุผลสำคัญครับท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาในฐานะที่ทำหน้าที่สำคัญในวุฒิสภาแห่งนี้ ถูกพูดเสมอ ๆ ครับ ว่าเราจะไม่เลือกคุณพิธา ตามมติมหาชน ประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้งมาให้หรือ แล้วท่านก็อธิบาย พูดถึงว่าพวกเราจะไม่ทำตามมติมหาชน ก็ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ครับ ว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่พี่น้องประชาชนให้คะแนนเลือกแต่ละพรรคการเมืองมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อพี่น้องประชาชนเลือกแต่ละพรรคการเมืองมานั้น แต่ละพรรคการเมืองก็ต้องทำตามฉันทมติของแต่ละพรรคการเมืองที่เลือกพรรคนั้นมา หรือสมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนนั้นมา แต่เราก็พยายามถูกกล่าวในถ้อยคำที่รุนแรงมาตลอดครับท่านประธาน ถามว่าเราไม่ให้ความเคารพประชาชนหรือ อยากขอให้พี่น้องทั้งประเทศได้เข้าใจ ว่าเราก็ให้ความเคารพ และในการทำหน้าที่ของวุฒิสภานั้นก็แยกส่วนจากเสียงพี่น้องประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ สส. แต่ละพรรคเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งเป็นส่วนนั้นจบไปแล้ว ประชาชนเลือกแล้วว่าพรรคไหนได้คะแนนเท่าไร และมี สส. มาเท่าไร แต่การทำหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ เป็นกระบวนการอีกส่วนหนึ่ง ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นการสำคัญว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนี่ จะต้องมีคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม จะต้องไม่มีคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนั้นเมื่อจะทำหน้าที่กันในวันนี้ มีวันนัดประชุมรัฐสภา ก็มีกระบวนการที่ให้พี่น้องประชาชนออกมาแสดงเจตจำนงหลายจังหวัดทั่วประเทศ จนผู้สื่อข่าว ถามผมว่า แล้วไม่กลัวเสียงพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาหรือ ซึ่งมีเสียงสนับสนุนคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องตอบครับ กลัวประชาชนครับ กลัวมาก กลัวว่าท่านจะเข้าใจผิดว่าวุฒิสภาไม่ให้ความเคารพเสียงของประชาชน แต่ด้วยความเกรงกลัวเสียงประชาชนเหล่านั้นนี่นะครับ เราก็คำนึงถึงว่าการทำหน้าในวุฒิสภาเรานี้ ต้องทำหน้าที่เพื่อรักษาปกป้องประเทศ รักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้น ความกลัวที่มันเกิดขึ้นครับท่านประธานครับ ไม่ว่ากลัวประชาชนที่รวมตัวออกกันมามากมายมหาศาล กลัวเสียงที่มาข่มขู่ให้ร้าย พูดจาด่าทอเสียดสี สารพัด เราก็กลัวครับ แต่กลัวน้อยกว่าความรู้สึก ความรู้สำคัญที่เราต้องออกมาปกป้องประเทศ ปกป้องสถาบัน นี่เป็นภารกิจหน้าที่สำคัญ นี่เป็นหน้าที่คนละส่วนของการทำหน้าที่ของรัฐสภา คนละส่วนกับการที่พี่น้องประชาชนได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว การทำหน้าที่ใยรัฐสภานี้นะครับท่านประธาน ก็มีเสียงพูดอีกครับ ว่าเสียงที่สนับสนุนคุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองหลายพรรครวมกัน 8 พรรค ได้คะแนนถึง 312 เสียง มีประชาชนลงคะแนนให้ 25 ล้านเสียงรวมกันแล้ว หรือ 30 ล้านเสียง แต่พรรคก้าวไกลนั้นนี่นะครับ ได้คะแนนเสียง 14 ล้านเสียง จริง ๆ แล้วนี่ท่านประะานครับ พอเอาตัวเลขมารวมนี่ ทำให้ประชาชนเขาก็กล่นด่าวุฒิสภาอีกครับท่านประธาน ก็ว่าก็ในเมื่อมีประชาชนสนับสนุน เลือกคุณพิธาถึง 30 ล้านเสียงแล้วนะครับ ทำไมวุฒิสภานี่ถึงจะไม่ลงเสียงให้ ก็ต้องกราบเรียนอีกครับ ว่าเสียงจากพรรคก้าวไกลได้จากพี่น้องประชาชนนั้น 14 ล้านเสียงนะครับ อย่าสำคัญผิดว่าตัวเองได้ 30 ล้านเสียง เสียงที่เหลือนั้นเป็นของพรรคอื่นครับ พรรคอื่นที่ประชาชนเขาลงคะแนนให้นี่นะครับ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยนี่นะครับ ได้คะแนนจากพี่น้องประชาชนถึง 10 ล้านเสียงนะครับ ไม่น้อยนะครับ ได้รับจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกันครับ แต่พี่น้องประชาชนของแต่ละพรรคเหล่านั้นนะครับ ที่ท่านไปรวม MOU มา 7-8 พรรคนี่ เขาไม่ได้เลือกคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับท่านประะาน พรรคเพื่อไทยเขาก็ประสงค์ที่จะลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย เลือกคุณแพทองธารนะครับ เลือกคุณเศรษฐา เลือกคุณชัยเกษม เป็นายกรัฐมนตรี แต่บรรดาท่านสมาชิกท่านสภาผู้แทนราษฎรเอาเสียงของประชาชนมารวมกันเอง แล้วไปยกให้คุณพิธาในส่วนของพรรคก้าวไกล จึงขอเรียนวุฒิสภานี่นะครับ เคารพเสียงประชาชนนะครับ แต่ท่านไปได้มานั้นนะครับ ไม่ได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกพรรคนั้น ๆ มา ก็ต้องกราบเรียนครับ มิฉะนั้นแล้วนะครับ เราก็จะถูกต่อว่าต่อขานตลอด ว่าเรานี่ ไม่เคารพประชาชน ไม่ใช้ความที่จะนับถือประชาชนนะครับ ฉะนั้น สิ่งที่ท่านจะทำหน้าที่ตรงนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านประพันธ์ ได้อธิบายไปแล้วครับ ว่าการทำหน้าที่ขอของสมารัฐสภานะครับ จะต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่จะต้องเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติ ไม่มีคุณลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 159 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติเรื่องห้ามถือหุ้นสื่อ ITV ไว้ครับ 98 (3) นี่เป็นคุณสมบัติสำคัญครับ ท่านประธานครับ คุณสมบัติหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่าน เห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ความเห็นชอบหรือความเห็นควรอยู่ที่เงื่อนไขคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ถ้าหากว่าท่านยังมีความคิดหรือดำเนินการตามมาตรา 159 โดยไม่คำนึงถึงเรื่องคุณสมบัติ ที่มีความปรากฏชัดอยู่ในปัจจุบัน ก็เท่ากับว่าท่านกระทำการผิดรัฐธรรมนูญ หรือพรรคอื่น ๆ ด้วยนะครับ ก็ต้องฝากตรงนี้ไว้นะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนของวุฒิสภาเอง ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ และผมยืนยันหลักการสำคัยมาตลอดครับท่านประะาน ว่าการจะทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเข้าไปบริหารประเทศนั้นนะครับ จะต้องมีพฤติการณ์หรือการแสดงออกอย่างชัดเจน ในการที่จะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบัน เราก็เลยมาถึงมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ที่มีสมาชิก ทั้ง 2 สภาพูดกันไปหลายท่าน ท่านประธานครับ ถ้าเรามาพูดถึงว่ามาตรา 112 เหมาะสมที่จะเป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้หรือไม่นะครับ เรียนให้ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับฟังครับ ให้ชัดเจนว่าการกฎหมายมาตรา 112 ที่พูดกันนี่นะครับ มันเป็นเพียงการแสดงเจตนาในการที่จะแก้กฎหมายแต่สิ่งที่กระผมและสมาชิกวุฒิสภาเกือบทั้งหมด มีความตระหนัก และรู้คิด รู้ทำว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดในบ้านเมืองนี้ ก่อนที่จะแก้มาตรา 112 นั้นนี่นะครับ มันไม่ได้เกิดจากเหตุผลให้มันเป็นสากล เหตุผลว่าให้เป็นสากล มันไม่ได้เกิดว่าให้เป็นเหตุผลว่าจะต้องสร้างแนวทางกฎหมายให้เป็นที่ปกป้องดูแลประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้งในทางการเมืองหรือในทางคดีต่าง ๆ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะถึงแก้มาตรา 112 ครับ ท่านไม่เห็นสภาพบ้านเมืองหรือคำว่าเป็อย่างไร คนที่จะต้องบริหประเทศนี่นะครับ หรือเป็นผู้นำประเทศ หรือดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ต้องมีความรับผิดชอบ ต่อบ้านเมือง ต่อพี่น้องประชาชน ต่อสิ่งที่มันปรากฏในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี่นะครับ วุฒิสภาถูกด่าทอในสภามาโดยตลอด แต่เราไม่ใส่ใจหรอกครับ ถือว่าท่านจะคิดอย่างไรก็คิดไป แต่สิ่งสำคัญที่เราทนอยู่กันนี่ครับ เพราะว่าเราต้องการที่จะปกป้องบ้านเมืองครับท่านประธาน เราเห็นสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่นอกสภาแล้วนะครับ มีช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายมากมาย สร้างเสรีภาพแนวคิดให้เยาวชน เด็กเยาวชน ประชาชนทั่วไปในแนวทางที่ผิด ๆ มีการเสนอแนวคิดต่าง ๆ ให้มีการกระทำระเมิด จาบจ้วง ละเมิดสถาบันมากมาย จนกระทั่งท่านมาพูดเองนะครับ ว่าปัจจุบันเห็นไหมครับ ว่าท่านจะแก้มาตรา 112 นี่ เพราะอะไรครับ เพราะมีคนกำลังถูกดำเนินคดี 272 คดี มีคนอยู่ระหว่างดำเนินคดีตอนนี้นี่นะครับ 253 คน เห็นไหมครับ ตัวเลขนี้มาจากไหนครับ ก็มาจากสิ่งที่ท่านไปสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน ประชาชน คนทั้งหลาย กระทำแต่เรื่องละเมิดสถาบัน ปรากฏอยู่เป็นคดีมากมาย จะเห็นได้อย่างไรครับ ท่านบอกฉันไม่ได้สนับสนุน เห็นได้ครับท่านประธาน เพราะมันปรากฏเป็นประวัติศาสตร์ อยู่ในคลิปวิดีโอทั้งหลายมากมาย ท่านออกไปปลุกปั่นยุยงส่งเสริม ขึ้นเวทีให้ม็อบเยาวชนกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ แสดงคำพูดให้ร้ายต่าง ๆ นานา เป็นข้อเสนอที่จะปฏิรูปสถาบัน ปฏิรูปกระบวนการอะไรต่าง ๆ มากมาย แสดงพฤติกรรมไปในแนวทางที่ให้ร้าย ไม่ว่าจะพูดจาด่าทอ เรียกชื่อ เรียกพระนามไม่เคารพ เขียนเขียนข้อมูลตามกำแพง พอคนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีครับท่านประธาน ท่านก็ใช้สถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พวกนี้ แทนที่เราจะไปลดปัญหา ไปลดสิ่งที่เป็นความผิด ไม่ให้กระทำความผิดเกิดขึ้น แต่มันกลับกลายเป็นยุยงส่งเสริมให้คนกระทำความผิดในเรื่องเหล่านี้ และมาในตอนนี้ครับ เดติดคุกติดตารางกันเยอะแยะมากมาย ท่านก็มาเสนอแก้ 112 เพราะว่าเราก็บอกว่านี่เป็นประบวนการกฎหมาย112 เพราะว่า เขาก็บอกว่านี่ เป็นกระบวนการทางกฎหมาย ให้ดำเนินถ้าเด็กเหล่านี้ คนเหล่านี้ไม่ถูกยุยงเกิดเรื่องเหล่านี้ไหม เพียงเพื่อต้องการจะได้มวลชนเลยขาดความรับผิดชอบ ทำให้เด็กกระทำผิดกฎหมาย เสียอนาคต การเรียน ครอบครัวแตกแยกอย่างที่เป็นอยู่และเห็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าความเป็นนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ ผมยังไม่เคยเห็นท่านออกมาปกป้อง ห้ามปราม สิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่ยุ่งนี่นะครับ หรือไม่มีส่วนกระทำการเหล่านี้ การเรื่องเหล่านี้ เราก็ต้องออกไปห้ามปรามครับ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ท่านไม่ห้ามปรามอะไรเลย กลายเป็นว่าให้คนของท่านไปช่วยกัน ไม่ว่าจะไปประกันตัว ไปกำลังใจ ไปขึ้นเวที พอขึ้นเวทีเสร็จ เด็กก็ถามว่าจะแก้ไขมาตรา 112 หรือจะยกเลิก ท่านมาบอกว่าจะแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ จะยกเลิก แล้วก็ไปปิดสติกเกอร์ที่ มาตรา 112 นี่คือที่มาที่ไปครับท่านประธานครับ สิ่งที่สมาชิกวุฒิสภานี่นะครับ ได้ปฏิเสธนะครับ ในเรื่องที่ท่านจะทำอะไรก็ตามนะครับ ถ้าหากว่ามันทำได้ตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ทำนี่นะครับ มันปรากฏชัดเจดนว่าเป็นการล้มล้างครับท่านหญิงถ้าเป็นอย่างนี้แล้วนี่นะครับ จะให้ทางผมเอง หรือสมาชิกวุฒิสภาเองไปสนับสนุนให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไปบริหารประเทศ มันก็จะผิดวิสัย แต่อย่างไรตามครับ ผมก็จะพูดเผื่อไว้เลยครับ เพราะว่าผมไม่แน่ใจ ถ้าหากว่าผมพูดแล้วนะครับ ท่านอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วท่านลุกขึ้นมาพูดว่าท่านไม่แก้ไข 112 จะไม่ดำเนินการ 112 แล้วนะครับ ท่านจะพูดก็พูดมาครับ แต่ผมไม่เชื่อแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่รู้ ไอ้สิ่งการกระทำตั้งปต่ประวัติศาสตร์จะมาพูดแค่คำ ๆ เดียวว่าผมจะไม่แก้ 112 แล้ว เพื่อต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็คิดว่ามันเป็นการหลอกลวง เมื่อวานเป็นอย่างนี้ วันนี้พูดอย่างนี้ ถ้าท่านบอกไม่แก้แล้ว พรุ่งนี้ท่านไม่บอกว่าแก้แล้ว เพระาฉะนั้น นะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ปกราบเรียนท่านประธานทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกิดจากความไม่ชอบแล้วรู้สึกไม่ดี แต่ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นภารกิจสำคัญของความเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในที่สภาแห่งนี้ด้วยเสียงกร่นด่าว่าด้วยพูดจาด่าทอเสียดสี ไม่ให้เกียรติ ไม่เคาระยำเกรงนะครับ เราทนมาตลอด ก็ด้วยจะปกป้อง สิ่งซึ่งเป็นเสาหลักของชาติ ความสำคัญ ความมั่นคงของประเทศ มาจนถึงทุกวันนี้ เราก็ต้องอยู่ เพื่อไม่ให้สิ่งไม่ดีไม่งามนี้นะครับ เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย ท่านประธานครับ เสียงที่จะลงคะแนนมติอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราไม่ได้ คิดที่จะไม่ให้ความเคารพพี่น้องประชาชนและหลังจากลงมติไปแล้ว ถ้าหากว่าท่านได้เสียงประชาชนสนับสนุน จนกระทั่งทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผมก็ยินดี แต่ถ้าหากว่าเสียงไม่ถึง ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ว่าท่านจะต้องไม่แสดงพฤติกรรม การกระทำใด ๆ ที่จะไปปลุกม็อบ ไปเรียกร้อง ไปดำเนินการใด ๆ ให้คนในประเทศนี้ออกมาสนับสนุน ผลักดันเรียกร้องให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนี่มันเป็นกติกาในทางรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย ไม่ใช่ใครอื่นึมันก็เกิดจากที่ท่านไปยุงยง ส่งเสริมประชาชนให้กระทำสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา ผมก็กังวงใจครับ ที่ท่านออกพื้นที่ต่าง ๆ นั้นนะครับ มีประชาชนมาห้อมล้อม มีประชาชนมาแสดงความยินดี เรียกท่านนายกฯ พิธา นายกฯ พิธา นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นะครับ ผมก็เห็นว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนนะครับ มันเป็นความรัก เป็นความเชื่อ เป็นความศรัทธา แต่เราอยู่ในกระบวนการในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติความประพฤติ ผมไม่อยากเห็นภาพครับ ที่ท่านลงพื้นที่ แล้วมีประชาชนมาก้มกราบท่านนะครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านยังไม่ได้เปรัฐมนตรีเลย ทำให้ผมได้คิดครับ ว่ามันปรากฏการณ์นี่นะครับ มันเกิดจากความที่ประชาชนเขาอยากจะกราบท่านจริงหรือนะครับ หรือสร้างภาพ หรือไปจ้างคนมานะครับ ซึ่งมันไม่ควรหรอกครับ ที่จะให้ภาพเหล้านี้เกิดขึ้นนะครับ เอาเด็กมาขึ้นเวทีนะครับ เชียร์ อายุ 10 ขวบเองครับ เชียร์ท่านพิธา พิธา นะครับ ผมรู้สึกว่าผมจะอยู่ลำบากเหมือนกันนะครับ จะอยู่ลำบากเหมือนกัน เพราเหลือเกิน แต่คนที่เชียร์มานี่ครับ แต่ฟังผมวันนี้แล้วจะเลือกคนที่มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กระทำการ อันที่เป็นการแก้ไข ม. 112 ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือครับนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าขอให้นำเรื่องเหล่านี้ไปพิจารณา ก่อนที่จะออกมาชุมนุม เรียกร้อง ให้พี่น้องประชาชน ช่วยกันสนับสนุนผลักดันให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง ๆ ที่ท่านจะขาดคุณสมบัตินะครับ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไปแสดงพฤติกรรมที่ผ่านมา แล้วก็จะมาแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็อยากจะฝากให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศช่วยกันพิจารณานะครับ และให้เหตุผล หูตาสว่างนะครับ จะได้ไม่เกิดความรุนแรงหรือสิ่งใดขึ้นนะครับ ก็ฝากในส่วนนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศฝากพิจารณาผมจึงไม่เห็นด้วยนะครับ ที่จะให้คุณพิธา และพรรคก้าวไกลเป็นผู้บริหารประเทสหรือเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับท่า (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ขอบคุณครับท่านเสรีครับ ก่อนที่จะถึงท่านนะครับ ผมขอชี้แจงสักเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากคุณพิธาเข้ามาแล้วนะครับ คือก่อนหน้านั้นนี่ ก่อนหน้านั้นคุณเสรีนี่นะครับ คือคุณประพันธุ์ คูณมี นี่ ได้ประท้วงนะครับ ว่ามีการที่ไปพิพาท มีข้อที่กล่าวว่าศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งคำพูดผมให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในเทปแล้วนะครับ ซึ่งขณะนั้น ผมไม่ได้อยู่บนบัลลังก์ดังนั้นผมอ่านให้ท่านฟัง ท่านพิธาจะชี้แจงหรือไม่ชี้แจง ผมถือว่าไม่... ถือว่าไม่ติดใจ แต่ผมถือว่าไม่ได้ทำอะไร ที่ไม่เป็นกลางเลยนะครับ ดังนั้น แล้วแต่ท่านนะครับ ที่เขาถอดเทปมาเขาบอกว่า "มันมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ ไม่ได้ครับ ดังนั้น ถ้าท่านติดใจที่จะชี้แจงเรื่องนี้ เชิญครับ ถ้าไม่ติดใจ เพราะว่าการขึ้นอยู่กับท่านจะลงมติในที่นี้นะครับ ขึ้นอยู่กับท่านพิธานะครับ (คุณพิธา) ครับ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ตอบข้อวินิจฉัยท่านประธานครับ ก็ตรงตามคำพูด ว่าจะมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้ ก็น่าจะเห็นตรงกันนะครับ ในการที่จะวินิจฉัย ทั้ง ๆ ที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ก็เกิดขึ้นไม่ได้ ตรงนี้นี่ ผมก็คิดว่าไม่มีอะไรประท้วงได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ รุกได้แต่ถอยไม่เปถ้าท่านยังติดใจอยู่ผมขอถอน เพื่อประหยัดเวลารัฐสภาและชี้แจงเรื่องอื่นครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ถ้าท่านถอนคำว่าศาลเตี้ยก็ไม่ดี มันยังไม่มีประโยคอื่นที่จะมาเชื่อม ก็จะดูไม่ดีนะครับท่านพิธาเข้าใจ (คุณพิธา) ท่านประธานหมายความว่า (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ก็ถอนเฉพาะคำนี้ครับ ศาลเตี้ย (คุณพิธา) ประหยัดเวลาและเดินหน้าต่อได้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) ยังมีอีกท่านหนึ่งนะครับ ค่อยดูว่าท่านจะเห็นว่าไปล่วงเกินอะไรหรือเปล่านะครับ ตอนนี้ท่านเสรีจบไปแล้วครับ ค่อยชี้แจงครับ (คุณพิธา) ยังไม่จบครับท่านประธาน ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านวุฒิสภาเสรีได้อภิปรายไป มีพาดพิงถึงผม 3 ประเด็น ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ไม่รอท่านสมชาย (คุณพิธา) ผมคิดว่าเรื่องนี้รอไม่ได้ กลัวว่าจะเป็นเรื่องกังวลใจ มี 3 ประเด็นสั้น ๆ เองครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ได้ครับ (คุณพิธา) เช่น ประเด็นที่... เวลานะครับ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมควรที่จะพูดกับท่านประธาน ก็คือเวลที่เวลาผมลงพื้นที่นะครับ แล้วมีประชาชนมากราบเท้าผมนะครับ คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ผมก็คิดว่าไม่เหมาะสมนะครับ ก็พยายามได้กราบเท้า... พยายามกราบเท้า ที่ประชาชนกราบ มีความเป็นคนเท่ากันนะครับ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้ ว่าเป็นการบนบานศาลกล่าวว่าให้ผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็บอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนี้ ก็เห็นด้วยว่าไม่ควรที่จะให้ใครมากราบเท้าใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือไม่ได้เป็นสมาชิประเด็นที่ 2 ที่ท่านวุฒิสภาชิก ได้พูดไว้เรื่องเกี่ยวกับการยุยงเด็ก ส่งเสริมเด็กนะครับ มันเป็นประเด็นที่สำคัญ ที่อาจจะมีความเห็นต่างกันของสมาชิกรัฐสภา หรือประสบการณ์ที่ต่างกัน หรือวัยวุฒิที่ต่างกัน เยาวชนคนหนุ่มสาวสมัยใหม่นี่นะครับ ยุยงปลุกปั่นไม่ได้หรอกครับ เขามีความคิดเป็นของตัวเอง เขาเข้าถึงข้อมูลได้เยอะกว่ารุ่นเรา ถ้ามันเป็นการยุยง ด้วยกันชักจูง ด้วย Propaganda ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้ แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ เข้าใจก่อน คิดถึงตัวเองตอนอายุเท่าเขา ว่าของเขา ว่าการเข้าถึงข้อมูลมันต่างจากคนรุ่นเราอย่างไร ก็ต้องยืนยันตรงนี้ว่าไม่ได้มีการไปยุยงปลุปปั่นอะไรทั้งสิ้น เพราะทำไม่ได้ อันที่ 3 ก็เป็นเรื่องบอกว่า เราไปสนับสนุนเอาตำแหน่ง สส. ไปประกันตัว ต้องเรียนท่านประธานว่าสิทธิในการประกันตัว สิทธิในการเข้าถึงทนายเป็นส่วนสำคัญในระบบยุติธรรมนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาตพันธุ์ โดนคดี พี่น้องที่โดนคดีทวงคืนผืนป่า โดนไล่ที่ หรือจะคดีเกี่ยวกับอะไรก็แล้วแต่ สส. จากพรรคก้าวไกลก็มีหน้าที่ทำให้เกิดความเสรีภาพ ในการแสดงออก สิทธิในการเข้าถึงทนาย แล้วก็สิทธิที่จะจะสันนิธานว่าบริสุทธิ์ พิพากษาจนถึงที่สิ้นสุดครับ เรียนท่านประธานไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณรับ (คุณเสรี)ท่านประธานครั บผมเสรีครับ เรียนท่านประะานนิดเดียวครับ เดี๋ยวะจเป็นผมที่พูฏดนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร) เชิญครับ (คุณเสรี) กระผมเสรี สุวรรณภานน์ ที่ผมได้กราบเรียนที่ประชุมไปครับ ว่าในส่วนพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ที่ไปยุยงส่งเสริมเด็กนะครับ ท่านประธาน ท่านไปเปิดคลิปดูนะครับ มีเด็กที่ถูกยุยงออกมาพูดเองครับ ออกมาสารภาพเอง ว่ามันเกิดจากที่เขาทำไปนี่นะครับ มีพรรคก้าวไกลนะครับ เป็นผู้อยู่เบื่องหลังนะครับล อันนี้ผมไม่ได้พูด มันในคลิปนะครับ ท่านก็ต้องไปดูเองด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ ท่านพิธา (คุณเสรี) เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลนะครับ ผมคิดว่าเรื่องคลิปอะไรพวกนี้นะครับ เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี มันมีทั้ง Fake news ใครจะทำคลิปอะไรขึ้นมาก็ได้นี่ มันยังไม่มีการตรวจสอบ ถ้าเป็นผมเวลาจะพูดอะไรแบบนี้ ในการที่ทำลายผม ทำลายใฝั่ตรงกันข้ามนี่นะครับ ผมก็ต้องมีการพิสูจน์ก่อนที่จะมาพูดในรัฐสภาแห่งนี้ครับ ว่าเป็นข้อเท็จจริงเพียงใด มันถูกบันทึกไว้หมด เพราะฉะนั้นนี่ คนที่จะเป็นผู้นำได้ต้องมีวุฒิภาวะได้ในการตรวจสอบว่าจริงไม่จริงแต่อย่างไร แต่อย่างไรก็ดีครับผมจะลองไปศึกษาดู แต่ผมเชื่อว่าไม่เป็นความจริงครับ ยุตินะครับ (คุณเสรี) ครับ ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ไม่ได้ตอบโต้ครับ เพียงแต่จะกราบเรียนว่าทา่านก็ต้องไปดูด้วย แต่ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาอยู่ในสายตาท่านมาตลอด ว่ามันไม่ใช่ Fake news ครับ มันเรื่องจริงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน (คุณพิธา) ขอให้สิทธิพาดพิงครับท่านประธานครับ ผม ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะรู้ได้อย่างไร ว่าสายตาผมเป็นอย่างไรกันไม่ได้แล้วนะครับ ผมก็ต้องยึดถือหลักว่าเรื่องเหล่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ เป็นข้อกล่าวอ้าง เถียงไปเถียงกันมา ไม่ถูกต้องนะครับ ทีนี้ยุตินะครับอันนี้ก็ฟังการอภิปรายของท่าน... ท่านสมชาย แสวงการครับ ท่านสมชาติ แสวงการ เชิญครับ (คุณสมชาย) กราบเรียนท่านประธานประธานรัฐสภาที่เคารพครับ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขอทำหน้าที่ในการเป็นสภาวุฒิสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอมาตามมาตรา 272 ซึ่งผมกราบเรียนว่าประเทศไทยนั้น เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วให้ไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี มิได้เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง มิได้เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง เหมือนที่กลุ่มบุคคล ทั้งในสภา ในมวลชนในถนน แลในโซเซียลที่เป็นกองทัพอวตาร แก้ว 3 ประการกำลังพยายามบังคับ กดทับ Bully ว่านี่คือเสียงข้างมาก ที่เลือก ประชาชนเลือกแล้ว จะต้องให้สมาชิกวุฒิสภาผู้บังคับว่าต้องเลือกด้วย แม้ก่อนหน้านี้สมาชิกวุฒิสภา 23 ท่าน ได้ลงมติเห็นชอบกับการแก้ไข ยกเลิกมาตรา 272 ซึ่งเป็นอำนาจ หน้าที่ของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลในระยะ 5 ปีแรก ซึ่งเปลี่ยนผ่านการปกครองตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งให้มีส่วนร่วมในการเห็นชอบนายกรักับสภาผู้แทนราษฎรด้วย กับผ่านประชามติรัฐธรรมนูญมาด้วยเสียง 16 ล้านเสียง ผ่านคำถามพวกนี้ 15,200,000 เสียง มีสมาชิกวุฒิสภา บางส่วนท่านขอปิดสวิตซ์ตัวเอง เสมือนจะบวชเป็นพระไปตลอดชีวิต จนกว่าจะพ้นวาระการดำรงตำแหน่ง หลัง 11 พฤษภาคม 2567 ท่านก็ยังไปขุด ไปอ้อนวอน ไปข่มขู่ ไป Bully ไปใช้สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ปลุกท่านขึ้นมา ให้เปิดสวิตช์ ผมก็โดนครับ ท่านคำนูณก็โดน และท่านสมาชิกต่าง ๆ โดนทุกคนครับ ท่าน สว. ผมขออนุญาตในเรื่องวิชามารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งครอบครัว ตัวบุคคล และสภาพแวดล้อม แต่พวกผมทั้ง 250 คน ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุ?ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ปวงชนชาวไทยอย่างสมบูรณ์ มีสิทธิ์และคะแนนเสียง เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้ง แม้เราจะมาจากการสรรหา และแม้เราจะมาจากการเลือกตั้งกันบางส่วน และการสรรหาก็ตามนะครับ เพราะฉะนั้น การทำหน้าที่วันนี้ของสมาชิกวุวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะกระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจจริต รัฐธรรมนูญและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งมีสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้งครับ ผมขออนุญาตท่านประธานถึงสิ่งที่จะขออภิปรายดังต่อไปนในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ สว. จะต้องทำหน้าที่นั้นเป็นเช่นเดียวกับที่เราเคยปฏิบัติในฐานะที่วุฒิสภา เป็นส่วนหนึ่งของสภาที่กลั่นกรองกฎหมาย กลั่นกรองตัวบุคคลในองค์กรอิสระ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด เป็นต้น ที่ท่านให้สมาชิกวุฒิสภาทำการกลั่นกรอง พิจารณาคุณสมบัติทางจริยธรรมเพื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผมยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 4 ปี ของการทำหน้าที่ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาของผมในสมัยที่ 3 ทุกคนผมยืนยันใน 250 ท่าน ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูพิจารณาโดยไม่มีอคติ ไม่มีโมหะจริต ไม่มีอามิสสินจ้างใด ๆ เราก็จะทำหน้าที่เช่นนั้นครับ อยากฝากกราบเรียนประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน และอาจจะเห็นด้วยเห็นต่างในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่านเข้ามาในสภาว่าวันนี้รัฐสภาต้องทำหน้าที่ และทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ท่านได้ในการเลือกผู้แทนแล้ว ผู้แทนของท่านต้องมารวมตัวกันเป็นคณะหรือพรรค ไม่ว่าจะเซ็น MOU หรือเซ็นสัตยาบันหรือไม่ก็ตาม รวมตัวกันเป็นผู้ที่เสนอตัวเป็นรัฐบาล และเสนอตัวเป็นายกรัฐมนตรีตามไว้รัฐธรรมนูญมาตรา 88 89 คุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 160 และคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 118 ด้วย ก็จะอย่างนี้นะครับ สมาชิกรัฐสภา 750 ก็จะลงมติด้วยความสบายใจ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ไม่ถูกกดทับ ไม่ถูก Bully และไม่อนิสินจ้าง และไม่ถูกกระทำการตามหลังมาอย่างที่เกิดขึ้นในแก้ว 3 ประการ คือใช้สมาชิกในสภา มวลชนบนท้องถนน และกองทัพอาวตาลในโซเชียล วันนี้ผมกราบเรียนว่า วันนี้ผมยืนยัน และสบายใจที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ โดยไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น สมาชิกทุกคนมีความรักชาติ รักผืนแผ่นดินแห่งนี้ เคารพเสียงที่เลือกตั้ง ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทย หรือเห็นด้วยกันพรรคพลังประชารัฐ รวมไทยประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และพรรคอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งประเทศรวมกัน 67 ล้านคน ผมขอร้องครับ ว่าหลังจากวันนี้เราเลือกเสร็จแล้ว ไม่ว่าคุรพิธาจะำด้เป็นนายกเราเลิกอ้างเรื่องเสียงข้างมาก 14 ล้านคน คนทั้งประเทศว่าจะต้องเปิดสวิตช์ สว. มาให้เห็นด้วย แล้วห้ามเห็นด้วยกับคนอื่น ยกเว้นนายพิธา ผิดหลักประชาธิปไตย มันเป็นเผด็จการ หรือถ้าเลยจากนั้นไป เป็นแก้ว 3 ประการ ก็เป็นอนาธิปไตย เรากำลังเข้าสู่การเมืองที่เราอยากเห็นประชาธิปไตยรุ่นใหม่ เราอยากเห็นความสงบ ซึ่งเราผ่านความขัดแย้งมานานแล้วนะครับ ตั้งแต่ พฤษภาคม 2535 แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ 2540 จากนั้น ก็เกิดปัเกิดรัฐประหาร 2549 ก็ร่างรัฐนูญขึ้นมาใหญ่ ปี 2550 ก็เกิดการชุมนุมขึ้นมาอีกใน 2551 2553 2557 แล้วก็ยึดอำนาจกันอีก เราก็มาร่างรัฐธรรมนูญ 2560 วันนี้เราเดินเข้าสู่ครรลองของประชาธิปไตยแล้ว เราควรนำพาประเทศไปสู่ครรลองอย่าใช้สังคมกดทับ อย่าใช้ประชาธิปไตยแบบฟุ่มเฟือย หรือประชาธิปไตยที่เลือกพวกข้าเท่านั้นที่ถูฏ เลือกผิด อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยผมกราบเรียนท่านประธาน ที่ต้องใช้เวลานี่ ผมเองมีหลักเกณฑ์ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ และตามหน้าที่ อำนาจมาตามมาตรา 272 โดยมีองค์ประกอบตั้งแต่ 1. ซื่อสัตย์สุจริต2. มีความรอบรู้ 3. มีวิสัยทัศน์ และ 4. สร้างแรงบรรดาลใจหรือไม่ แต่ทั้งหมดจะต้องคำนึงถึงปัจจัย สำคัญ นอกเหนือจากเสียงเลือกตั้งมาในการเสนอต่อสภาแล้วนี่ สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่ความมั่นคงทางมหารครับ ความมั้นของชาติคืออนาเขต รัฐ การปกครอง ผู้องเป็นรัฐาธิปัติ หลักกฎหมาย หลักนิติธรรม ที่คนไทยทั้งหมดรวมกันอยู่ ยาวนานมาตลอดนับพันปี ผมเห็นแล้วไม่สบายใจในการรณรงค์ของบางกลุ่ม แล้ววันนี้ก็ยังมีอยู่ ต้องยอมรับนะครับว่าเราเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลังจากมีความเป็นชาติ ตั้งแค่สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มีการเปลี่ยนแปลง 24 มิถุนายน 2475 แต่คณะบุคคลบางกลุ่ม บางเหล่า บางพวก โดยไม่เข้าใจประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง 2475 บ้างก็บอกว่าอีกไม่กี่ปี 2575 จะฉลองครบ 100 ปีแล้ว ผม ในฐานะที่อยู่ในสภา แล้วก็ใส่ส่วนที่มีเห็นความเห็นที่ศึกษาทางประวัติศาสตร์ อย่าย้อนโหยหาอดีตอีกเลย เพราะ 2475 เป็นการยึดอำนาจคณะราษฎ ที่ได้ทุนเล่าเรียนหลวง ไปเรียนอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ยึดอำนาจจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เป็นการยึดเอานะครับ ปฏิวัติและทำไมคนในสมัยนั้นจึงต่อต้านคณะราษฎ โดยการไม่ปล่อยให้อธิปไตยสมบูรณ์ล่ะครับ ทำไมคนเหล่านั้น 2475 91 ปีที่แล้ว จึงเลือกการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะคนไทยในอดีตจวบจนคนไทยในปัจจุบัน เคารพ และเทิดสถาบันมหากษัตริย์ ในฐานะผู้นำของชาติ คนไทยไม่ยอมเลือกการปกครองระบอบธิปไตยสมบูรณ์แบบ บางกลุ่มบางเหล่ากำลังโหยหา กำลังเรียกร้อง กำลังเคลื่อนไหว และกำลังสร้างความเข้าใจผิด เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมจะพูดจากนี้คือ สิ่งที่กระทบต่อการดำเนินการของการให้ความเห็นผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีและนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล มีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ท่านหาเสียงในการเคลื่อนไหว ทางการเมืองของคณะกลุ่มบุคคล ผู้ช่วยหาเสียง และมวลชนที่สอดประสานกันตลอดมา ประเด็นสำคัญ ก็คือเรื่องของความเกี่ยวข้องกับความเป็นชาติที่ต้องมีสถาบันหลัก 3 สถาบัน ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งที่ท่านกำลังทำมันใหญ่มาก ที่ผมจะตอบตัวเอง ว่าสามารถโหวตให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี และทำนโยบายของท่านจนทำให้ประเทศเกิดความไม่สงบสุข ได้หรือไม่ สิ่งที่สมาชิกไปร่วมกันทำ MOU แล้วเสนอ บอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง กับมาตรา 112 ที่มีการแก้ไข ผมเห็นใจท่านครับ บางท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ท่านไม่เคยเห็นร่างกฎหมายที่แก้ไขมาตรา 112 ประชาชนก็ไม่เคยเห็นครับ แต่ผมก็ขออนุญาตท่านประธานสักครู่ เพื่อนำร่างที่พวกเขาเหล่านั้น แล้วตอบว่าไม่เคยเสนอเข้าสู่สภาให้ท่านประธานได้เห็นครับ นี่คือเอกสารหลักฐานตัวจริง ลงเลขที่รับวันที่ 27/ 2564 ของผู้แทนราษฎรวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564 อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 ถามว่าทำไมถึงมีเลขรับ 2 ครั้ง ร่างนี้ ถูกนำเข้าเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล และท่านรองประธานคนที่ 1 โดยความเห็นของคณะกฎหมายรัฐสภามาตรา 6 จึงไม่นำเข้าสู่การพิจารณา แล้วให้เอากลับไปแก้ไข ปรากฏว่าส่งกลับมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 ทำไมเรื่องนี้ถึงกระทบมาก แล้วผมอยากได้รับคำยืนยันนะครับ ว่าเรื่องนี้จะเดินหน้าต่อไหม เพราะหลายครั้ง ต่างกรณี ต่างวาระ จนกระทั่งนาทีสุดท้ายเมื่อสักครู่ พรรคก้าวไกลก็จะยืนยันว่าจะดำเนินการต่อ สาระสำคัญมีความ... ทุกมาตราดูที่ผมได้ บอกว่าบันทึกหลักการ เหตุผล ร่างแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา คือยกเลิกความผิดข้อหาหมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รับทายาท และอาฆาตมาดร้ายพระองค์นะครับ โดยกำหนดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พร้อมกำหนดฐานความผิด หมิ่นประมาท ดูหมิ่น และความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมืพระราชินี พระรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ดังกล่าว นอกจากนี้กำหนดให้ ขีดเส้นใต้นะครับ ติผู้ซึ่งติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใด ๆ โดยสุจริต ซึ่งดำรงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญและประโยชน์สาธารณะไม่มีความผิด ย้ำ ไม่มีความผิด คุณกำลังทำกฎหมายปกป้องพระประมุขของประเทศไม่มีความผิด กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นความจริง ไม่ต้องรับโทษ ผมบอกท่านผู้แทน พรรคเล็ก ๆ 2- 3 พรรค ว่าท่านไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา นี่นะครับ เดี๋ยวผมจะให้ดูเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าท่านกำลังจะถูกดำเนินคดีไปด้วย แล้วกำหนดบอกว่าเป็นความจริง ไม่ต้องรับโทษ และกำหนดเป็นความผิดอันยอมความได้ และให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์ ท่านจะทำให้ความผิดหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท วึ่งเมื่อกี้ท่านตำรวจ เสรี ในอดีตนั้นกฎหมายเขียนโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี แล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ ตุลาคม 2519 มีการแก้ไข เป็นการจำคุก 3- 15 ปี แต่ท่านดูหลักการที่แก้ไขนะครับ มาตราให้ฟังเลยครับ ท่านสมาชิกจะได้ตาสว่าง และประชาชนจะได้ตาสว่างครับ มาตรา 4 ให้ยกเลิกมาตรา 112 มีหลักฐานชัดมากนะครับ ไปอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ อาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคณะแก้ไขปฏิรูปการปกครอง ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 มาตรา 4 เขียนว่าอย่างไรครับ ไปเพิ่มมมาตรา 6 ลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินีว่าไปนะครับ เอามามาตรา 135/5 เลยครับ เวลาจำกัด ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ นี่ตัดพระราชินี องค์รัชทายาทออกนะครับ ออกมาเป็นหมวดปกติแล้วนะครับ ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีครับ เมื่อสักครู่ครับ กฎหมายนี้เกิดมานานมากแล้วนะครับ ยังจำคุกไม่เกิน 7 ปี และแก้ไข 3 ปีขึ้นไป จำคุกไม่เกิน 1 ปี สมาชิกรัฐสภา ท่านสมาชิกวุฒิสภา เราเป็นนักนิติบัญญัตินะครับ บอกประชาชน ให้ความจริงสิครับ ว่าไม่ติดคุกเลย แม้แต่วันเดียวก็ได้ครับ อย่าโกหกประชาชนหมายความว่าท่านหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องติดคุกเลยก็ได้ ท่านยังเขียนต่ออีกนะ มาตรา 156 ดครึ่งราคาอีกครับ ผู้ใดหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระราชินี องค์รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน แยกออกมา แยกมาตราอีก มาตรา 135/7 ผู้ใดติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงความโดยสุจริต ผมไม่อ่านต่อนะ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะผู้นั้นไม่มีความผิด มาตรา 135/8 ท่านเขียนไว้เองนะ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาทำความผิด สามารถพิสูจน์ได้วนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ผมถามว่กฎหมายอะไรครับ ต่ำกว่ากฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาอีกนะครับ บุคคลธรรมดานี่ บอกว่าเป็นเรื่องจริงนะครับ ยังผิดเลยครับ พระท่านไปหมิ่นประมาทต่อหเานะครับ นี่ไม่รวมถึงท่านแก้ไปเลอะเทอะใหญ่เลยนะครับ บอกว่าผู้ใดหมิ่นประมาทราชาธิบดี ราชสามี ราชประมุข ต่างประเทศ ปรับโทษจำคุกหมดเลยคเหลือโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท ว่าถ้าเป็นอาฆาตมาดร้ายต่างประเทศ เหลือโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท ผมถามว่าพระราชอาคันตุกะ ประธานาธิบดี ไปสนุกสนานในการอาฆาตมาดร้ายนะครับ ความเห็นโดยสุจริต ถ้าเป็นความจริงไม่ต้องถูกรับโทษ แล้วยังแถมอีกนะครับ ว่าทำไมผู้แทนศาลท่านไม่เห็นหรือครับ มาตรา 198 บอกว่า ผู้ใดหมิ่นศาล หรือ... ในการพิจารณา หรือขัดขวางการพิหรือพิพากษาคดีของศาล ตัดออกหมดเลยครัเหลือเป็นว่าต้องระวังโทษจำคุก... เอ๊ย ปรับไม่เกิน 140,000 บาท การมีโทษจำคุก ป้องกันไม่ให้ใีกา่รละเมิดศาล หมิ่นศาลเพื่ออะไรครัยิงกันในศาลไงครับ หรือไม่ให้ไปหมิ่นศาลนะครับ เพราะฉะนั้น ทำแบบนี้จริงอยู่ครับ ท่านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องไปแก้ในสภานะครับ ซึ่งผมจะมีข้อความไปอีกต่อว่าชัดเจนมาก ทั้งในที่ลับ ที่แจ้ง และในเวทีต่าง ๆ รวมถึงนะครับ เรื่องเหล่านี้นี่มีการกระทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมเกรงว่านอกเหนือจากการที่ไปร้อง กกต. แล้วร้องคุณสมบัติของการมีลักษณะต้องห้ามใน (3) ในเรื่องถือหุ้นสื่อ ITV ถ้ามีเวลาผมจะอธิบายอย่างละเอียดเลย เพราะผมเป็นคนที่ถูกร้องในคดี ทำนองเดียวกัน และผมก็เป็นบึมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เรื่องไอทีวีดีที่สุดในประเทศไทยนะครับ และผมก็ยืนยันว่าเป็นหุ้นสื่อ อันนั้นไม่ก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ที่สำคัญ คือ ข่าวสารรัฐธรรมนูญ สำคัญมากครับ เป็นคดีที่นายธรรมนุสุวรรณเกศร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 49 นะครับ ว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกลที่ 2 ที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นการหาเสียงเลือกตั้ง และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาตรา 49 วรรค 1 หรือไม่ เขาร้องศาลได้ทำหนังสือไปหาอัยการ 15 วัน ตามกฎหมาย อัยการยังตอบว่ายังททำไม่เสร็จ แต่ศาลแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเป็นกรณีที่ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการทำเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องสู่อัยการสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 49 วรรค 2 แล้ว มิได้ดำเนินการร้องขอ ภายใน 15 วัน หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องขอการณีนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 49 วรรค 3 จะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ จึงรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณารัฐธรรมนูญ 2561 แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นแก้ไขภายใน 15 วัน ผมไม่อ่านตรงนี้ แต่ที่สำคัญครับ ผมได้เอกสารของนายธีรยุทธมา แล้วผมเรียนเตือน ท่านผู้เป็นองค์ประกอบร่วม ในการเสนอให้คุรพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่มีความอคติใด ๆ กับคุณพิธาเลย ชื่นชอบด้วยซ้ำ เคยคุยกันหลายครั้ง แต่ผมคิดว่าการกระทำของคุณพิธาแล้วพรรคก้าวไกลนั้น ถ้าพิจารณาตามคำร้องและศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 นี้ นำไปสู่การ 1 ให้ยกเลิกการกระทำดังกล่าว ไม่ว่าการเสนอแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 32. อาจนำไปสู่สิ่งที่ผมไม่อยากเห็น คือ การยุบพรรค และพรรคที่เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐธรรมนูญ ท่านพิจารณาให้ดีนะครับ เมื่อสักครู่พรรคเล็ก ๆ หลาก็เป็น สส. ใหม่ ท่านไม่มีความเกี่ยวข้องด้วย ใด ๆ ก็ตาม อย่าโยนภาระ บอกว่าเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาไปเลย โดยพรรคการเมืองก็ได้ โดยประชาชนก็ได้ทำมาหลายครั้งแล้วนะครับ ไอ้แก้ว 3 ประการนี่ ไปพิจารณา ก็กราบเรียนถามท่านประธานต้องดูแลสภา เราเสนอให้ประเทศไทย เสนอร่างกฎหมายประเทศไทย เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ เราเสนอประเทศไทยให้เป็นสาธารัฐแม้กระทั่งยกร่างขึ้นมาเสนอสภา ก็ขัดกับรัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้แล้วครับ ในคำวินิจฉัยเดิม นะครับ ซึ่งไปอ่านได้ครับ คำวินิจฉัย ที่ 19/2564 ถ้าท่านหาไม่เจอเอาเอกสารที่ผมได้ครับ เขียนว่าเป็นการใช้เหตุ... เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น พูด เขียน โฆษณา อื่นนะครับ ต่าง ๆ ผมคงไม่ไอ้นั่นนะครับ การที่เป็นการเลยครับ เป็นการบ่อนเสาะ พระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้นี่ พรรคก้าวไกล เดี๋ยวผมจะรอคุณพิธาตอบ และถ้ามีสิ่งที่ไม่เข้าใจผมก็จะชนะครับ คำวินิจฉัยเขียนไว้ชัดเจนครับว่าตั้งแต่เรื่องของการชุมนุมกลุ่มบุคคล เครือข่าย 10 ข้อ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต นะครับ ปละศาลรัฐธรรมนูญได้มีให้เลิกการกระทำที่เป็นการกระทบกระเทือบต่อสถาบันให้อนาคต เพื่อเป็นการหยุดยั้ง ลุกลามเป็นอันตราย แก่สถาบันหลักของชาติ ซึ่ง ที่หน้า 45 ปรากฏความดังนี้ครับ การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเรียกร้องเพื่อให้มีการยกเลิก ผู้ใดล่วงละเมิดหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพสถาบันพระมหากษัตริย์ และกฎหมายดังกล่าว จะส่งผมให้่สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในสถานที่เคารพสักการะ การสร้างความปั่นป่วน และความกระด่างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพไม่พอเหมาะพอควร โดยมีผลทำให้กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงขอรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และจะนำไปสู่การบ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในบรรบาบฟ้องทั้งหมดนี้นะครับ มีทุกครั้งของนายพิธา และพรรคก้าวไกล เป็นองค์ประกอบความผิดในการแสดงความคิดเห็นและดำเนินการต่อเนื่อง ในการที่จะแก้ไข และยกเลิกมาตรา 112 นะครับ อาทินะครับ อาธิ วันที่ 25 มีนาคม 2564 นายพิธา ผู้ถูกร้องที่ 1 เสนอแก้ร่างกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งผมอ่านไปแล้วนะครับ ถัดมาอีกแล้วนะครับ รายละเอียดของมาตรา 4 ที่ยกเลิกดังกล่าว ระบุเรื่องโทษต่าง ๆ ที่ไปลดทอนจนไม่เหลือความเป็นโทษนี่ครับ อธิบายให้ฟังแล้วนะครับ ยังมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องนะครับ ที่จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อสถาบันนะครับ ดังที่อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภาระบุว่าก้าวไกลแก้ไข 112 หมดความเป็นสถาบัน เหลือความเป็นแค่คนธรรมดา ผมลุกขึ้นมาวันนี้ เพื่อเตือนสติท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เพิ่งเขามาใหม่ในสภา ว่าท่านได้เข้าร่วมกระบวนการเหล่านี้นี่ โดยท่านไม่รู้ หรือท่านรู้แล้วแล้วท่านกระทำอยู่นี่ มันจะเกิดปัญหาขึ้น ต่ออนาคตการเมืองของท่าน ซึ่งผมชื่นชมและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ทำงานแทนรุ่นเก่า ผมอยากเห็นท่านเป็นความหวังในการที่มีคนทุกรุ่น ไม่ว่าจะคนรุ่นหนุ่มสาว คนรุ่นอายุมา ที่เป็นอาวุโส อย่างท่านประธาน ไปจนถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาธิปไตยอย่างที่ทำอยู่ แต่หาใช่การไปปลุกระดมเคลื่อนไหวนะครับ ในการหาเสียงเลือกตั้งหลายครั้ง คุณพิธา ยังได้ยืนยันนโยบายที่จะยกเลิกมาตรา 112 นะครับ ดังกล่าว เช่น วันที่ 18 เมษายน ไปกล่าวในรายการ ไทยรัฐดีเบตหรือการนำสติกเกอร์ในช่องยกเลิกมาตรา 112 ที่ตะวันดำขึ้นเวทีนะครับ แล้วยังมีการพูดอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินการ MOU ผมได้เสนอไปแล้วว่าให้ใส่ไปในข้อเสนอเลย ผมไม่อยากใช้คำว่า "ตะแบง" นะ เป็นคำปรารภ ซึ่งไม่มีผลทางกฎหมายนะครับ แล้วก็จะดำเนินการต่อไปจนสำเร็จ คำกล่าวของคุณพิธานะครับ และยังคงกระทำอยู่ และบอกว่าครั้งนี้คราวที่แล้วยื่นเมื่อกุมภาพันธ์ 2564 แล้วนะครับ แต่ยังไม่มีการบรรจุ แต่ทั้งนี้นะครับยังไม่มีการสำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี ยังมีการยืนอยู่โดยการดำเนินการของพรรคก้าวไกลครับ หลักฐานชัดมากครับท่านประธาน มีแต่หลักฐานทั้งนั้น ที่สำคัญถัดมาอีกครับ สื่อมวลชนอาวุโส ที่ผมเคารพนี่ และคุณพิธาที่สัมภาสัมพันธ์ CNN นะ ฟังแล้วก็ตกใจนะครับ โดยสรุปท่านบอกว่าท่านใช้คำที่ถูกสัมภาษณ์ และใช้คำว่า "The monarchy and the mass." ซึ่งคำ ๆ นี้นี่ มันแปลว่สสถาบันมหากษัตริย์ ความสัมพันธภาพระหว่างสถายัพระมหากษัตริย์ between the monarความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับมวลชน เห็นว่าเป็นคำที่แรง ชัดเจน และแก้ตัวไม่ได้ ว่าควรจะใช้เป็น The people ครับ อันนี้ความเห็ที่สำคัญยังถัดมาอีก ยังให้สัมภาษณ์กับก็มีหลายเรื่องนะครับ บอกว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้เดินหน้าต่อไป อะไรหลาย ๆ เรื่องครับ อยู่ในคำร้อง ของผู้ร้อง ผมกราบเรียนว่าที่ต้องเอามาพูดนี่ เรามีเวลาจำกัดนะครับ เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอ่านแล้ว ไม่สบายใจแทนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลและพรรคอื่น ๆ ที่ไปร่วมลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาล ในเรื่องของคดี 112 เป็นเรื่องสำคัญ ที่อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ แม้คณะราษฎร ที่ท่านเชิดชูกันนี่นะครับ ยังได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ รัชกาล ที่ 7 เลยครับ ขอดูที่ผมนะครับ ลงวันที่ 4 กรกฎ 2545 ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 7 ให้พระราชทานอภัยโทษให้กับคณะราษฎร คือ พยานโมปกรณ์ นิติธาดา บอกข้าพระเจ้าได้รับหนังสือขมา ที่ราษฎรได้ประกาศปรักปรำข้าพเจ้าเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นี้แล้ว มีอีกหลายความนะครับ คงไม่อ่าน เพราะเวลาจำกัดนะครับ โดยสรุป คือ 1. ท่านจะเดินหน้าแก้ไข 112 ท่านเดินหน้า 2 ท่านยังเดินรับธรรมนูญ โดยการใช้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ในรุ่นเรานี่นะครับ เคยมีความพยายามเสนอมาแล้ว ผมเคยเป็นกรรมการกระทำประชามติดังกว่าว รัฐสภาไม่เห็นชอบ มีเสียง 151 แล้ว ท่านอาจจะทำมาอีกก็ได้ ในรัฐธรรมนูญนี่นะครับ มีหลายเรื่อง ที่แก้ปัญหาความขัดแย้ง เป็นรัฐธรรมนูญ 50 และเป็นรัฐธรรมนูญ 60 ในการบัญญัติรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญใด ไม่มีกรออันตราย รัฐธรรมนูญมีกรอบมาตั้งแต่ 2475 ครับ เมื่อกี้คุณพิธาตอบไม่ตรง ตอบไม่ชโปรดตอบให้ชัดเจนด้วยนะครับ ในมาตรา 1. ให้ตอบคำว่าจักแบ่งแยกไม่ได้ด้วย นี่ความสงสัย เพราะมันมีการรณรงค์ ทำประชามติเอกราชรัฐปัตตานี รัฐล้านนาอะไรก็ตามนะครับ มาตรา 2 ประเทศไทยมีระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่สำคัญคือหมวด 2 หมวด 2 นี่นะครับ มาตรา 6 พระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ละเมิดมิได้ ในทางใดมิได้ แล้วก็มีหมวดที่หลายคนในคณะบุคคลที่พยายามนำเสนอ อ้างเวทีว่าจะยกเลิกองคมนตรีในที่ประชุมพิจารณางบประมาณครั้งที่แล้ว มีคนบอกให้ลด ตัดงบประมาณองคมนตรี สำนักพระราชวัง สำนักพระราชดำริไปพูดในเวทีสาธารณะอ้างวิชาการต่อไปพระมหากษัตริย์จะขึ้นครองราชจะต้องมากล่าวคำปฏิญาณตนต่อสภาผู้แทนราษฎร นี่มันอะไรครับ นี่มันสุดโต่งไปไหนครับ ประเทศไทยความเป็นชาติเราอยู่ไหนครับ อย่า Copy ลอกฝรั่ง ความเป็นคนไทย อย่างไรท่านก็เป็นคนหน้าตี๋ ผิวเหลือง ท่านคนชั้น 2 อยู่ดี ท่านไม่ใช่ Glo ผม... ผมขาวตัวใหญ่ ไม่ใช่ครับ อย่าไปลอกฝรั่ง เรามีความเป็นชาติไทยดีอยู่แล้วครับ ที่ผมห่วง คือ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่มีกรอบ อีก 38 มาตราอยู่ในนี้ นี่ประเด็นที่พูดว่าอย่าตอบว่าไม่แก้ไขมาตรา 112 หรือจะพยายามตอบอย่างที่ผมได้การข่าวมาว่า เราจะไม่เอามาตรา 112 เข้าสภาหรอก แต่กระซิบ ขยิบตาให้ องค์กรที่คู่ขนานกันอยู่ ใครรอบ้าง ประชาชนที่ยื่นไว้แล้ว 60,000 ชื่อ 100,000 ชื่อ แล้วก็จะเดินหน้าต่อไป อันนี้ไม่ได้ครับ และเราจะศึกษาล่วงหน้าก่อน แล้วเอามาพูดคุยในสภาไม่ได้ครับ รวมถึงจะสร้างรัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ไม่รวมถึงที่ท่านจะ กตตศาลรัฐธรรมนูญ เพราะท่านไม่ถูกใจ อย่างนี้ไม่ได้ครับ มีเวลาจำกัดนะครับ ประเด็นถัดมาอีกครับ เมื่อสักครู่ ท่านเลขาชัยธวัช ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะท่านลุกขึ้นมาแก้แทนท่านพิธา ถ้าพาดพิงก็ขออภัยนะ ท่านบอกว่าอย่าเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ มาปะทะกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ความจริงผมอยากให้ท่านถอนคำพูด เพราะสิ่งเหล่านี้พระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในฐานะที่จะมาปะทะกับใครหรอกครับ พสกนิกรเป็นพสกนิกรภายใต้พระองค์ท่านทั้งสิ้น พระมหากษัตริย์ถูกเขียนให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่อยู่เหนือการเมืองไปแล้ว แต่ท่านอย่าดึงลงมา ผมก็มีคำถามว่าท่านเอามวลชนปะทะกับสถาบันหรือเปล่า ต่างกรรม ต่างวาระ ถ้าไม่ใช่ ไปถามผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ในอดีตสิครับ แต่ละครั้งบอกว่าหนังสือ The Portrait ฟ้าเดียวกัน และหลาย ๆ ที่นะ ต่อไปจะต้องให้เรียกไปนั่งคุยกัน ผมถามว่านามสกุลของท่านน่ะ แซ่นะ เป็นแซ่ ผมน่ะ รุ่น 3 เป็นรุ่น 3 คนจีนที่อพยพมา แต่พ่อท่านนี่เกิดเมืองจีนด้วยซ้ำไป (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอประธานโทษคุณสมชายครับ ขอความกรุณาไม่ต้องเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ครับ ขอบคุณครับ ไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ผมขออนุญาตต่อนะครับ มีเรื่องสำคัญอีกนะครับ ที่ท่านถึงอ้างถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ ผมไม่แน่ใจว่า ท่านประพบประธานระหว่างประเทศแล้วหรือไม่ แต่ผมนี่เป็นคนพบระหว่างประเทศเองครับ ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ท่านห่วงให้ประเทศไทยไปร่วม หลังจากที่ลงนามและสัตย์ทำไมประเทศไทยถึงให้ไม่ได้ แล้วเมื่อกี้ตอนนต้นนี่ คุณพิธาพูดนี่ไม่หมดความ บอกว่าประเทศกัมพูชา ญี่ปุ่น เข้าแล้ว มีสถาบันพระมหากษัตริย์นี่นะครับ กัมพูชาเข้าร่วม ICC เพราะอะไรครับ เพราะศาลอาญาจัดการเรื่องเขมรแดงครับ ญี่ปุ่นเข้าไปครับ เพราะเรื่องงานจริง เพราะเรื่องแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องพูดความจริงให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจครับ และที่สำคัญกว่านั้น ใครครับ มหาอำนาจสหรัฐอเมริกา หลายคนชื่นชมนะครับ ผมก้ชื่นชม รัสเซีย จีน อินเดีย ไม่เข้าร่วม ICC บอกให้พี่น้องประชาชนได้ทราบด้วยครับ บอกให้หมดนะครับ ถัดมาครับ โดยสรุปนะครับ มีประเด็นที่ขอสรุปว่าคุณพิธามีคุณสมบัติครบท้วนเป็นนายกรัฐมนตรีที่ผมจะโหวตให้หรือไม่ พิจารณาร่วมกันตั้งแต่ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ มีวิสัยทัศน์ สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และมีองค์ประกอบเพื่อความมั่นคงของชาติร่วมกัน ทั้งทางด้านการเมืองความเป็นพลเมือง ความเป็นรัฐ ดูแลเรื่อง ชาจตอ ศษและความสงบสุขของประเทศได้หรือไม่ ผมมีความสงสัยในประการที่ 1 เรายังหา แสวงหาความจงรักภักดีในการปกป้องเบื้องสูง ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ ไม่ได้ ตอบให้ชัดเจนครับว่าท่านจะทำอย่างไร ว่าท่านจะแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกการสนับสนุนมาตรา 112 ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งยกเลิกกรณีที่ท่านจะนิรโทษกรรม มาตรา 112 ซึ่งผมเรียนเลยครับ มาตรา 112 ไม่มีปัญหาใด ๆ กระบวนการมีคณะกรรมการบริการจัดการอยู่แล้ว แต่การยุยงส่งเสริมทางโซเซียล เคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชนไปดูหมิ่นและอาฆาตมาดร้ายโพสต์ข้อความ และแม้กระทั่งเผาพระบรมรูปต่าง ๆ นี่นะครับ เป็นการพูดความจริงในสภาเพียงด้านเดียว และทำให้เด็กเหล่านั้น ผู้เป็นเยาวชนได้รับความเสียหายและก็เสียผู้เสียคนไปเยอะนะครับ ประชาชนเหล่านั้นก็เป็นลูกหลานผม เมื่อวันก่อน ทางโรงเรียนหยก ก็มาร้องเรียนต่อผม เดี๋ยวผมเข้าไปดุ เห็นใจทั้งน้องหยก และนักเรียน 400ความผิดเหล่านี้ท่านจารึกไว้ในใจเถอะครับว่าท่านทำบาป เพราะวันหนึ่งมันเป็นลูกหลานของท่านที่เกิดเหมือนกัน เพราะฉะนั้น คดีนิรโทษกรรมทางการเมือง ในมาตรา 112 ตัวอย่างแล้วนะครับ ด้วยความปรารถนาดีว่าอย่าปไเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษท่านสามารถทำได้อยู่แล้ว เกี่ยวกับเรื่อง 112 นี่ ไม่ได้ทำให้กฎหมายมีปัญหาแต่อย่างใดนะครับ ในเรื่องของความมั่นคง ผมก็เห็นปัญหาที่กระทบกระเทือน โดยเฉพาะการการหาเสียงแบบฉาบฉวย การตอกย้ำบาดแผล ปลุกความเกลียดชัง มีคนของพรรคบางส่วนไปยุ่งเกี่ยวกับการทำประชามติ มีเอกสารชัดเจนนะครับ เจ้าหน้าที่ กอรมน. ได้เพื่อรัฐปัตตานี ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 1 แน่นอนนะครับ แนวร่วมสำคัญหลายส่วน ที่ได้ร่วม ไม่ว่าจะเป็นคณะบุคคลที่แปลงจากพรรคเป็นคณะ อะไรก็ตาม อยู่เบื้องหน้าเบื้อหลัง แก้ว 3 ประการตลอดเวลา ซึ่งกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวของมวลชน การประกันตัว เฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดี 112 กับอันอื่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การนิรโทษกรรมทำให้เห็นว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลัก Hidden agenda เพื่อใครบางคน และพวกตัวเองที่ไปสนับสนุนหรือไม่ ที่สำคัยครับ มีการขุดความคิดบิดเบือนด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยแพร่สื่อสารธารผ่านคณะทำงาน ผ่านสื่อสาธารณะ ผ่านสื่อโซเชียล ผ่านสื่อหนัง สือในเครือตลอดเวลา แล้วมักบอกว่าเป็นการหวังดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้สถาบันมหากษัตริย์อยู่ในความเคารพดูแล ทันสมัย ปกป้อง ให้ท่านอยู่ในศตวรรษที่ 21 คำถามมากเลยครับว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านไปทำอะไร แล้วทำไมถึงต้องไปปฏิรูป ปฏิวัติท่าน ให้อยู่ในส่วนที่เป็นปะทะกับมวลชนอย่างที่ว่านะครับ นอกจากนั้น ยังมีการเคลื่อนไหว ใช้วาทะกรรม ข่มขู่กับกลุ่มคนที่เห็นต่าง เป็นวาทะกรรม เห็นต่าง จะเห็นว่าไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย ผมเรียนนะครับ ว่าผมทำงานร่วมกับท่านมาตลอด 4 ปี ผมเห็นว่าท่านทำงานในฝ่ายค้าน ยังไม่ดีพอครับ อยากจะสนับสนุนแต่ว่าที่ผ่านมานี่หลายเรื่องก็ประสาน ชวนท่านทำงานด้านการตรวจสอบก็ยังไม่เห็นนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือเยังทำหน้าที่ในฐานะนิติบัญญัติในการตรวจสอบรัฐบาล ผมให้กำลังใจท่านนะครับ แต่ว่าเลือกการเมืองแบบสุดโต่ง ในสิ่งที่... มาตลอด การเข้าข้างมหาอำนาจทางตะวันตก หรืออาจเกิดการกระทบต่อพื้นที่ชายแดนเมียนมา กัมพูชา และประเทศอื่น ๆ และการสร้างปลูกฝีความคิด ต่อต้าน สร้างความคิด ลัทธิสุดโต่ง ครอบงำเยาวชน มุ่งเปลี่ยนแปลงกระทบกระเทือนสถาบันหลัก สถาบันครอบครัว รวมไปถึงสถาบัเป็นสิ่งที่ผมในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พิจารณาแล้วว่า คุณพิธา ยังไม่เหมาะสมการเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณท่านสมชาย แสวงการมากครับ เนื่องจากท่านพริษฐ์ ขอชี้แจงนะครับ ในเรื่องที่ได้พาดพิงถึงพรรค และตัวบุคคล เชิญครับ (คุณพริษฐ์) ครับ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ประะานรับสภา กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมชิกแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกลครับ ต้องขออนุญาตพาดพิงในประเด็นเมื่อสักครู่ทั้ง 2 ประเด็นครับ ที่เป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างมีความร้ายแรง พาดพิงข้อที่ 1 ครับ เป็นข้อที่หลายท่านที่มาการกล่าวหาว่านโยบายบางส่วนของพรรคก้าวไกลมีจุดมุ่งหมายในการล้มล้างการปกครอง ในฐานะคนที่เป็นส่วนหนึ่งที่รับผิดชอบเรื่องการทำข้อทมูลสื่อสาร รณรงค์นโยบาย จึงมีความจำเป็นครับ ที่ต้แงชส่วนประเด็นพาดพิงข้อที่ 2 ครับ เป็นการพาดพิง ว่าพรรคก้าวไกลนั้นไม่ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองประชาธิปไตย ในรัฐสภา แต่เป็นการเข้าใจว่าเราปกครองในระบบประธานาธิบดี ร้ายแรงเช่นกันครับ ดังนั้นครับท่านประธาน ผมขอใช้เวลาในการชี้แจง 2 ประเด็นดังกล่าว ในส่วนของประเด็นที่ 1 ครับ เกี่ยวของกับข้อกังวล การแก้ไขเกี่ยวกับนโยบายในการแก้ไขกฎหมายอาญา ม. 112 เริ่มชี้แจงนะครับ ผมขอพูดตามตรงที่เข้ามาฟังการประชุมรัฐสภาวันนี้ โดยไม่รู้มาก่อนว่าระเบียบวาระการประชุมคืออะไร ผมอาจจะหลงคิดไปไเว่าการอภิปรายในวันนี้นั้น ไม่ได้บุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการอภิปรายวาระที่ 1 เพื่อพิจารณาเหตุผล ของการเสนอกฎหมาย หรือการเสนอการแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ถึงอย่างไรไม่เป็นไรครับ ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการรับฟังความเห็นต่างที่หลากหลาย แล้วก็เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นชัดครับ ว่าการมาถกเถียงกันเรื่องของการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ ในรัฐสภาแห่งนี้ แต่เพื่อให้การอภิปรายของผมนั้น ไม่นอกประเด็นจากระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดนะครับ ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ท่านบอกไป แต่อยากจะแค่ยืนยันครับ เกี่ยวกับหลักการนั้น ได้มีการบรรจุกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้นเป็นหนึ่งใน 300 นโยบาลที่เราได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ต้องเป็นกฎหมายที่ระบุโทษเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ เจตนาขแงพรรคก้าวไกล ในการเสนอให้มีการแก้ไขและเป้าหมายที่ผมเชื่อว่าคงไม่แตกต่างจากเจตนาและเป้าหมายของหลาย ๆ ท่านที่รัฐสภาแห่งนี้ นั่นคือเป้าหมายของการจะพัฒนา และรักษา ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน ภายใต้บริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และภายใต้หลักการของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีทรงเป็นประมุข ในมุมมองของพรรคก้าวไกลครับ ความสัมพันธ์นั้นจะดีขึ้นได้ ก็มีความจำเป็นครับ จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ดีขึ้น ระหว่างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ของประชาชน กับการคุ้มครองประมุขในการกมิ่นแประมาท ซึ่งเรามองว่าจะปรับปรุงให้มันดีขึ้นได้นั้น มี 3 ปัญหาด้วยกันครับ ปัญหาข้อที่ 1 ครับ คือ ปัญหาเรื่องขอบเขตการบังคับใช้ จริงอยู่นะครับ ว่ากฎมายมาตรา 112 นั้นถ้าใครไปเิแชัดครับ ว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการ ดูหมิ่น และอาฆาตมาดร้าย แต่ข้อเท็จจริงในการเมืองไทย ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็มีหลายกรณีครับที่ถูกดำเนินคดี หรือถูกตการกระทำความผิดตามมาตรา 112 หากเราดูด้วยสามัญสำนึกก็ไม่น่าจะเข้าข่ายอาฆาตมาดร้าย ดังนั้นครับ หากเราต้องการจะแก้ไข้กฎหมายนี้ ก็เลยเสนอว่าจพเป็นที่เรมีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อเขียนขอบเขตการบังคับใช้ให้มีแยกแยะระหว่างการแสดงออกโดยสุจริต ที่เป็นสิทธิเสรีภาพ ที่ผมเชื่อว่าทุกท่านคงเห็นตรงกันกับผม ในประเทสที่ปกครองประชาธิปไตย ซึ่งก็เป็นฐานความผิดตามกฎหมาย สิ่งที่ 2 ครับ ที่พรรคก้าวไกลต้องการจะเข้ามาปรับปรุงแก้ไข ก็คือการปรับอัตราโทษให้มากขึ้น ฐานความผิด ผมเคารพนะครับ ว่าแต่ละท่านนั้น อาจจะมองต่างกันครับ ว่าฐานรับโทษควรจะอยู่ที่เท่าไร แต่ผมก็หวังนะครับ ว่าหลายท่านในที่นี้ รวมถึงสมาชิกรัฐสภา ที่ไม่ได้สังกัดพรรคก้าวไกลนั้น อาจะเห็นตรงกันกับผม ว่าดาโทษให้สูงถึงการจำคุก 3-15 ปีนั้น โ?ษเท่ากับการฆ่าคนโดยไม่เจตนานั้นเป็นโทษที่ไม่ได้สัดส่วนกับฐานความผิด การหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ส่วนปัญหาข้อที่ 3 ครับ ที่เราต้องการแก้ไขผ่านข้อเสนอทางกฎหมายของเรานั้น สิทธิในการร้องทุกข์กล่าวโทษ ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน การเปิดให้ประชาชนทุกคน มีสิทธิ์ร้องทุกข์กล่าวโ ยงโย่เป็ฯการเปิดช่องให้กฎหมายนี้นะครับ ทประมุข กับถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งซึ่งทั้งหมดนี้ก็ล้วนไม่ส่งผลดีต่อสถานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ของพระมหากษัตริย์ จากนั้นครับ ในประเด็นพาดพิงข้อที่ 1 และสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในที่นี้ครับ อาญามาตรา 112 พรรคก้าวไกลนั้นเป็นข้อเสนอที่ไม่ได้มีเจตนาในการล้มล้างการปกครอง และเป็นข้อเสนอที่สอดคล้องกับหลักสากลกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาสู่ประเด็นการพากพิงข้อที่ 2 ครับ เป็นข้อกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกลนั้นไม่ได้เข้าใจเรื่องระบบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ผมต้องเรียนตามตรงนะครับ ว่าพรรคก้าวไกลเราเข้าใจเป็นอย่างดีครับ ว่าระบบรัฐสภาแบบปกตินั้นหน้าตาเป็นอย่างไร และเพราะเราเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีครับ ผมเลยต้องขออนุญาตสมาชิกรัฐสภา ร่วมกันครับ ว่าคำถามที่สำคัญในวันนี้จริง ๆ แล้ว คำถามว่าอะไร สำหรับผมแล้วนะครับ คำถามที่สำคัญสำหรับสมาชิกรัฐสภามากที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่คำถามว่าพวกเรา 750 นั้น มีความคิดเห็นอย่างไร กับในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับนโยบายของพรรคก้าวไกล แต่คำถามที่สำคัญที่สุดต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในวันนี้ครับ ก็คือพวกเรา 750 คนนั้น พร้อมจะเคารพเสียงของประชาชน 40 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และออกมาให้คำตอบต่อคำถามดังกล่าวในการเลือกตั้งเมื่อ 14 พฤษภาคม 2 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่ ผมเข้าใจเป็นอย่างดีนะครับ ว่าเสียงของประชาชนนั้น ถึงการเคารพเสียงถึงแค่ประชาชนทพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นการเคารพเสียงประชาชนที่สนับสนุนเสียงทุกพรรคการเมือง รวมไปถึงประชาชนที่ไม่ได้สนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งที่ผ่านก็ได้ทำหน้าที่แล้ว ได้แปล 1 สิทธิ์ 1 เสียง ที่มีความแตกต่างหลากหลายออกมาเป็นผู้แทนราษฎร 500 คน ที่เป็นตัวแทนของชุดความคิด ที่แตกต่างหลากหลายในสังคม และยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์ 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากการเลือกตั้ง เดินทางมาถึงวันนี้ ก็ได้ปรากฏชัดครับ ว่าแคนดิเดตนายกพรรคการเมือง ก็สามารถรวบรวมเสียง ของ สส. พรรคการเมือง ที่มีอดุมการสอดคล้องกัน รวมได้เกินกึ่งหนึ่ง ราษฎรดังนั้นครับตามความเข้าใจในระบบรัฐสภาปกติ ข้อสรุปว่าใครควรจะได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นข้อสรุปที่มีความชัดเจนแล้ว แต่ข่าวร้ายของประเทศไทยครัล และข่าวร้ายของประชาชนกว่า 60 กว่าล้านคน ที่ฟังการประชุมวันนี้อยู่ ก็เพราะว่าประเทศเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในสภาวะการเมืองที่เป็นปกติ แน่นอนครับ ความไม่ปกตินี้ ก็มีต้นกำเนิดส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ ที่ได้ให้อำนาจแก่สว. 250 คน มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นการเปิดช่อง ให้มีการแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ให้เป็นตามครรลองของระดังนั้นครับ ในเมื่อมาตรานี้ ยังคงดำเนินมาถึงทุกวันนี้ โจทย์ที่สำคัญในวันนี้ครับ ก็คือเราจะร่วมกันกำจัดความไม่ปกติที่สืบทอดมาจากอดีต เพื่อคืนความปกติให้ประเทศไทยเดินไปสู่แแนาคได้อย่างไร สำหรับเพื่อน ๆ สมาชิกผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมืองในซีกที่ไม่ได้สนับสนุนคุณพิธา ผมเข้าใจนะครับ แล้วก็เคารถความคิดเห็นที่แตกต่างของท่าน ผมเชื่อครับ ว่าตัวท่านเอง หรือสนับสนุนพรรคการเมืองของท่านนั้น ไม่ได้สนับสนุนคุณพิธาหรือพรรคก้าวไกลให้มาบริหารประเทศ และผมว่าจะเป็นคนหนึ่งที่จะปกป้อง ในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าน อยากให้ท่านพึงตระหนัก ระบอบเดียวเท่านั้นที่อนุญาตให้มีฝ่ายค้าน คือ ระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นครับ ถึงแม้เราทราบดี ว่าหากเราอยู่ภายใต้การเมืองที่ปกติ แคนดิเดตนายก เราอยู่ในสภาวะการเมืองที่ไม่ปกตินั้น ผมว่านี่เป็นโอกาสที่ดีครับ ที่ท่านจะแสดงให้สังคมเห็น ว่าสิ่งหนึ่งที่อยู่เหนือการเมืองที่แตกต่าง คือจุดมุ่งหมายที่เรามีร่วมกัน คือคืนความและการเคารพเสียงของประชาชน และรักษาระบอบประชาธิปไตยที่ทำให้พวกเราทุกคนนั้น มีสิทธิ์ในการออกมาพูดตั้งแต่ต้น ส่วนสำหรับสมาชิกวุฒิผมก็เคารพเช่นกันครับ ว่าท่านจะมีความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่ไว้วางใจพรรคก้าวไกลหรือคุณพิธาอยู่บ้าง แต่ผมต้องขออนุญาตย้ำกับท่านครับ ว่าหากท่านมีความประสงค์ที่จะคืนเสียงของประชาชนทุกฝ่าย ทางออกตรงนั้นต้องไม่ใช่การงดออกเสียง หรือการไม่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ แต่หากท่านต้องการจะคืนความปกติ เป็นกลางการเมืองจริง ความออกของท่าน คทอการเห็นชอบ กับคุลิ้มเจริญรัตน์ เพราะการลงมติให้กับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในวันนี้การขานชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในวันนี้ ไม่ได้ความ ว่าท่านไว้วางใจบุคคลใด บุคคลหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใก พรรคการเมือแต่การขานชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือให้การเห็นชอบกับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในวันนี้ ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาแห่งนี้ คือ การให้ความเห็นชอบกับการคืนความปกติให้กับการเมืองไทย กับการให้โอกาสประชาธิปไตยในการเดินหน้าต่อ ความเห็นชอบกับการเคารพเสียงของประชาชนผ่านผลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหลักการขั้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ครับขอบคุณมากครับ คุณพริษฐ์ครับ ท่านรังสิมันส์ขอพูดอีกท่านหนึ่ง แล้วก็คิดว่าคงจะ (คุณชาดา) ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ (คุณชาดา) ท่านประธานครับ ยกมานานแล้วครับ // พาดพิงใช่ไหมครับ ได้ ๆ เดี๋ยว... คุณ... ปรเชษฐ์หรือเปล่าครับ อ๋อ คุณชาดา เดี๋ยว ๆ ผมแจ้งนิดหนึ่ง เดี่ยวจะให้คุณชาดา ก็เดี๋ยวคิวที่จะให้ ก็คือคุณรังสิมันส์ ที่พาดพิง ก็คิดว่าคงจะไม่ยาวนัก เพราะว่าสำหรับพรรคก้าวไกล ซีก 8 พรรคฏ้ยังมีท่าพิธาขออภิปรายเป็คงจะใช้เวลาพอสมควรนะครับ แล้วก็ทาง 10 พรรคนี่ คุณปรเชษฐื กีนา หลังจากที่คุณโรมพูดแล้ว สำหรับคุณชาดา ยกมือเหมือนประท้วงหรือจะชี้แจงอะไร เชิญครับ (คุณชาดา) ครับ ไม่ได้ประท้วงครับท่านประธาน เมื่อเช้าที่ผมอภิปราย พอดี ขออนุญาตท่านทวี สอดส่อง ท่านพูดถึงว่า เรื่องการเห็นว่าอยู่สภาแห่งนี้ ไม่เคยเห็นการแก้ไข มาตรา 112 ผมก็บอกว่าแล้วว่าท่านประธานชวนไม่ให้เข้า ผมก็เลยอยากจะยื่นกับท่านประธาน ผ่านไปให้ท่านทวีนะครับ ว่านี่คือเออกสารนั้น จะขออนุญาตยื่นให้ท่านประธาน เดี๋ยวจะหาว่าเราพูดไม่จริง ครับผม ด้วยความเคารพครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ได้ครับ บอกเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เดี๋ยวก่อนคุณ โรม ครับ คุณมหรรณพ (คุณมหรรณพ) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ผมจะขอใคร่ท่านประธานได้ตรวจสอบการใช้เวลาในการอภิปรายของทุกฝ่าย ว่าขณะนี้ฝ่ายใดใช้เวลาไปเท่าไรแล้ว เพราะในข้อตกลง 3 ฝ่านที่เราคุยกันมานั้น ในเรื่องของการใช้เวลา ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วมันจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่งาม สำหรับการประชุมในครั้งต่อ ๆ ไป ฝากท่านประธานกรุณาวินิจฉัยครับ ขอบคุณคุณมหรรณพครับ เวลานะครับ ที่เหลืออยู่ในขณะนี้นะครับ ของสมาชิกวุฒิสภา เหลือเวลาอีก 3 นาที 35 วินาทีนะครับ ของพรรค18 พรรคนะครับ เหลือเวลาอีก 13 นาที 47 วินาที แต่ของ 10 พรรคนี่ เหลืออีก1 ชั่วโมง 5 นาที แต่ผมอยากจะเรียนทุกท่านว่าเนื่องจากการอภิปรายวันนี้เป็นการอภิปรายที่สำคัญ เพื่อจะเลือกตัวบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีการพาดพิงก็ค่อนข้างจะเยอะหน่อย ผมอาจจะขอผ่อนผันให้ผู้ที่ถูกพาดพิงได้ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ พอสมควรนะครับ อาจจะเกิน 5 นาที 10 นาที แต่เพื่อความกระจ่าง ในการที่เราจะลงมติในตอนสุดท้าย แล้วในตอนจริง ๆ ก็ทางฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 18 พรรค ก็ยังเหลือเวลาอยู่อีกเกือบ ๆ ชั่วโมงนะครับ และเรา ผมก็เข้าใจว่าเราน่าจะร่วมนับคะแนนได้ก่อน 16.30 น. หรือประมาณ 4 โมง ก่อนที่เรานัดหมายว่าก่อน 5 โมง จะต้องเป็น 17.00 น. ผมขอความกรุณาไม่ให้มันมาเเพื่อความกระจ่าง และเพื่อความเรียบร้อย เนื่องจากว่ามีการพาดพิงถึงตัวบุคคลและก็พรรคบ้าง ผมก็จะอนุญาตให้ครับ เพื่อความสบายใจ แต่จะไม่ให้มันเลิกเกินเวลา เลิกเกินเวลา เข้าใจว่า 4 โมง เราคงจะเริ่มใช้สิทธิได้ครับ ขอบคุณครับคุณมหรรณพครับ เชิญคุณ โรม ก็คงจะไม่ใช้เวลามากนักนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านพิธาอีกคนหนึ่งครับ (คุณรังสิมันต์) เรียนท่านปรผมรังสิมันส์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ ประเด็นที่ผมชี้แจงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงไปแล้ว แต่เนื่องจากว่ายังมีสมาชิกรัฐสภาบางท่าน ได้หยิบยกมใาอภิปราย ดังนั้นการพูดอภิปรายของผม ในรอบนี้จะใช้เวลาอย่างกระชับ และให้เกิดความเข้าใจตรงกันนะครับ ประเด็นแรกครับ ในเรื่องที่พูดถึงกรณีหุ้น ITV ต้องเรียนต่อท่านประธา่นครับว่า เรื่องนี้สสามารถชี้แจง 3 ข้อครับ ประการแรกนะครับ กระบวนการที่กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ต่อท่านพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล กระบวนการที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ณ วันนี้ยังไม่สิ้นสุดเลยครับ ยังแยู่ในกระบวนการ ซึ่งถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา เราก็ถือหลัก Presumption of innocence. หรือสันนิษฐานไว้ก่อน ณ เวลานี้ ท่านพิธา จึงยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และสามารถถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี มาตรา 159 ประกอบมาตรา 188 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ได้ นี่คือหลักการที่ผมคิดว่าทุกฝ่ายทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน ประการที่ 2 ครับ ในปี พ.ศ. 2562 ตอนที่จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรี ระหว่างพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องขออภัยที่เอ่ยนามบุคคลภายนอก กับคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามบุคคลภายนอก ณ วันนั้น เราก็มีการลงมติในเรื่องนี้ได้อย่างเป็นปกติครับ ทั้ง ๆ ที่เราจำกันได้ การลงมติในเวลานั้น คุณธนาธร ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วด้วยซ้ำ แต่ในเวลานี้ คุคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังไม่ได้ถูกสั่งอะไรเลยครับ อาจจะมีกระบวนการในการดำเนินการ แต่ถึงที่สุด ณ เวลานี้ ที่เรากำลังปฏิบัติหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี คุณพิธา มีสิทธิที่ชอบธรรม และมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด ทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ ผมจึงยืนยันกับท่านประธานว่าบรรดาเรื่องที่มีการหยิบยกมาในกรณีหุ้น ITV ไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาได้ว่า คุณพิธษดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ คำถามต่อไปก็คือตกลงแล้วที่มีการอภิปรายกันมา เป็นเพราะคุณพิธา คือ หัวหน้าพรรคก้าวไกลใช่ไหมครับ เราถึงไม่สามารถที่จะปฏิบัติอย่างที่ ปี 62 เขาทำกันได้ ปี 62 ประเด็นเหล่านี้ ไม่มีเลยครับ ดังนั้นพรรคก้าวไกล เราจึงคาดหวังว่าเราจะมีการปฏิบัติอย่างที่เคยได้ทำตอนปี 62 และอย่างสุดท้ายครับท่านยประธาน ที่มีการพูดถึงกัน ว่าการกระทำของเราทั้งหลายแหล่ เป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง เรียนตามตรงครับ การล้มล้างการปกครองที่ผมเห็นว่าชั่วชีวิต ที่ผมอายุ 31 ปีนี้ ที่ผมเห็นอยู่มีกรณีเดียวครับ คือการรัฐปะขอบคุณครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครัขอบคุณคุณโรมมากครับ ท่านสุดท้ายที่จะพูดทั้ง 8 พรรคนะครับ คือ คุณพิธา ก่อนจะถึงคุณพิธานะครับ ก็ขอเชิญ 10 พรรคนะครับ คุณจินา ครคุณจินา เชิญครับ (คุณปรเมษฐ์) ครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานีในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาต เนื่องจากว่าพอจะมีเวลา ได้สรุปนะครับ ให้ทุกท่านได้เห็นในเรื่องข้อกฎหมายนะครับ วันนี้เราจะไม่พูดถึงว่าใครเป็นใครนะครับ แต่เราจะพูดถึงข้อกฎหมายที่เราเป็นปวงชนชาวไทย ที่ต้องปฏิบัติประแรกในเรื่องของกฎหมายสูงสุด คือรัฐธรรมนูญ ประการที่ 2 กฎหมายประเภทต่าง ๆ ประการที่ 3 ในเรื่องของข้อบังคับตามลำดับชั้น ทีนี้ เรามาดูว่าในส่วนของสภาของเีรานะ วันนี้เราจะพิจารณาผลงานชิ้นแรก ชิ้นแรก แล้วก็ชิ้นโบแดง แล้วก็ผมได้รับฟังในส่วนการแสดงวิสัยทัศน์ ของท่านรองปดิพัฒน์ อยากจะเห็น อยากจะเห็นความ Smart ของสภาแห่งนี้นะครับ เพราะฉะนั้น สินค้าที่เราจะนำเสนอให้กับประชาชน สินค้าที่เราจะนำเสนอให้กับประชากรโลก หรือสินค้าที่ที่เราจะนำเสนอเพื่อพระปรก็จะต้อง Clean แล้วก็ต้องไม่มีตำหนิ ของรัฐธรรมนูญนะ เราไล่มาตั้งแต่มาตรา 50 ที่ (1)ที่ระบุว่าเรากำหนดไว้ซึ่งชาตินะครับ ณ วันนี้ เราก็เห็นการเปลี่ยนวันชาติ เรามีความกังวลในเรื่องของการแยกรัฐใหม่นะครับ ในเรื่องของศาสนาก็เช่นกัน พิธีกรรมต่าง ๆ นะครับ อาจจะหมดความสำคัญนะครับ ในเรื่องของประเพณี ในเรื่องของการไหว้ครู เรื่องของศาสนา การแก้ไข มาตรา 112 ครับ ในเรื่องของ (6) ในเรื่องของการที่ไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก หรือเกลียดชังในสังคมนะครับ หลายกรรม หลายวาระนะครับที่ท่านสมาชิกวุฒิสภานะครับ แต่ว่าเราก็มองว่ามันไม่ใช่ แต่ว่ามันไม่ใช่คนทั่วไปนะครับ ที่เป็นวิญญูชนเขาแยกแยะได้ว่า เกิดสาเหตุอะไรนะครับ ในเรื่องของการอ่อนน้อมถ่อมตนนะ ในส่วนของเยาวชนในปัจจุบันนะ มาตรา 98 (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อใด ๆ นะครับ อันนี้พวกเราก็ได้รับฟังมาเยอะแล้วนะครับ ในส่วนของมาตรา 59 นะครับ ให้สภานะครับ ให้เลือกบุคคลแต่งตั้งเป็นนายกฯ จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม160 ครับ นั่นก็คือว่ามาตรา 160 ก็จะมีอยู่ 3 ประเด็นที่เกี่ยวข้องนะครับ นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี (4) ซึ่งต้องซื่อสัตยอันนี้ก็หลาย ๆ ส่วนเราก็มองว่าไม่ Clean จริง ๆ ครับ วงเล็บที่ 5 นะครับ มาตราฐานจริยธรรม อันนี้กำหนดไว้ในส่วนของความมั่นคง หรือว่าความที่จะแตกแยกในสังคมนะครับ มาตราที่ 6 ต้องห้ามตามมาตรา 98 เรื่องของการถือหุ้นสื่อ ทีนี้เรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่ากด้วยการเลือกตั้งนะครับ ซึ่งก็มีการพิจารณาไปแล้วนะครับ ไปแล้ว แล้วก็มีการรับเรื่องไปแล้วนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรามองว่าทำไมวันนี้บริสุทธิ์ ยกตัวอย่างนะ ยกตัวอย่างว่า หญิงสาวคนหนึ่งเขามีลูกในครรภ์นะครับ อล้วอีก 2 วันจะคลอด นะครับ แล้วก็วันนี้มายืนยันว่าบริสุทธิ์ อันนี้ก็ไม่ใช่ เพราะว่าเรารู้อยู่ว่าผู้ผ่านการเมืองครับ 1. ก่อนที่จะมีการรับร้อง ต้องมีการร้องเรียน ภายใน 60 วันนะครับ หลังจากศาลรับเรื่องแล้ว หน้าที่อีกอย่างน้อย 60 วันนี้ รู้อนาคตล่วงหน้าอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าวันนี้อย่างเดียวนะครับ เราต้องมองดูวันพรุ่งนี้และอนาคตของประเทศชาติด้วยนะครับ ในส่วนของข้อบังคับด้วยเช่นกันนะครับ ส่วนของข้อบังคับมวลของจริยธรรมผู้แทนราษนะครับ จะต้องมีความจงรักภักดี ข้อที่ 6 ครับ จงรักภักดีและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วก็การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ข้อที่ 12 นะครับ สมาชิกจะต้องไม่นำเรื่องที่เป็นเท็จ จะต้องไม่นำเรื่องที่ไม่จริงมาอภิปรายในที่ประชุมหรือว่าที่อื่นใดนะครับ วันนี้ผมมองว่า เราก็อยากจะให้ผลงานชิ้นแรกของรัฐสภาแห่งนี้นะครันะครับ เสนอต่อสาธารณชน ได้เป็นสิ่งที่ดี ๆ เป็นสิ่งที่ Clean ไม่มีตำหนินะครับ ก็ขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ คุณปรเมษฐ์ จินา มากครับ ขอประธานโทษด้วย เมื่อสักครู่ ผมเรียนนามสกุล เป็นชื่อไปนะครับ ต้องขอภัยด้วยนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งครับ ของวุฒิสมาชิกผิดไปนะครับ เจ้าหน้าที่เพิ่งมาแจ้งไป คำนวณผิดไป ของวุฒิสมาชิกยังอยู่อีก 46 นาทีครับ ท่านจะใช้ไม่ได้ จะใช้ก็ได้ แล้วแต่ท่านนะครับ แล้วก็คุณพิธา... (คุณรังสิมันส์) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ คุณโรมครับ (คุณรังสิมันต์) ผมรังสิมันส์ โรม ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าผมตรวจสอบเวลาจากเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการนับเวลา ณ 14.18. น. นะครับ ขณะนี้ คือ บ่าย 3 เกือบจะครึ่งนะครับ มีผู้อภิปราวยฝั่งวุฒิสภาหลายท่าน ซึ่ง ณ เวลาที่ผมตรวจ วุฒิสภา46 นาที 44 วินาทีครับ ดังนั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ต้องมีการตรวจสอบอีกรอบหนึ่ง เวลาทางฝั่งของวุฒิน่าจะเหลือไม่ถึง 40 นาทีแน้่ ๆ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะไปเช็กอีกรอบหนึ่ง แต่ว่าทางสมาชิกวุฒิสภาอาจจะไม่ใช้ก็ได้ วุฒิสภา อาจจะไม่ใช้ก็ได้ ถ้าหากว่าจะให้ ท่านประธานที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ วิปทางวุฒิทางเราตรวจสอบแล้วเรามีเวลา 35 วินาที เข้าใจว่า 46 นาทีน่าจะเป็นกลุ่ม 10 พรรค ครับทท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ไม่เป็นไร ก้ตรวจสอบอีกครั้งนะครับ ทีนี้ผมอยากหารือคุณพิธา นะครับ ว่า... (คุณวิทยา) ท่านประธานครับ ผมวิทยา แก้วภราดัย (คุณวิทยา) ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ผมขอหารือว่า ทางพรรค 10 พรรค เขายังมีเแล้วก็คุณวิทยาขอเวลาอีก 10 นาที ถ้าจะให้คุณวิทยาอภิปรายไปก่อน แล้วคุณพิธาจะได้พูดสรุปสุดท้าย จะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาอีกนะครับ ตกลงนะครับ อยา่งนั้นขอ เชิญคุท่านขอเวลา 10 นาทีครับ เชิญครับ (คุณวิทยา) ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ นะครับ ระบบบัญชีรายชื่อ ใน 10 พรรคนะครับ ที่เตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านไว้ขณะนี้นะครับ ก็มีเวลาพอสมควร ก็ขออนุญาตรบกวนไม่เต็มเวลานะครับ ผมเหลือเวลาเกือบชั่วโมง แต่จะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีครับ เพื่อทำความเข้าใจบางประการ พอมาถึงเวลานี้นะครับ ฝฝ่ายที่ร่วมกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นวุฒิสมาชิก 10 พรรค ที่ต้องเป็นฝ่ายค้าน รวม ทั้ง 7 พรรค ที่เตรียมจะเป็นรัฐบาล มีความคิดเหมือนกันหมดครับ ว่าทั้งวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ในวันนี้ก็ไม่อยากไปแตะ มาตรา 112 พรรคที่เตรียมเป็นรัฐบาล 8 พรรค ก็มีพรรคเดียวครับที่อยากแตะ ส่วนอีก 7 พรรคท่านยืนยันในหลักการว่าไม่อยากแตะ มาทาง 10 พรรคที่เตรียมเป็นฝ่ายค้าน ทั้งหมดคิดเหมือนกันหมดครับ เราไม่อยากให้แตะต้องมาตรา 112 มันก็เลยเกิดคำนิยาว่า ทางการเมือง อันนี้ท่านประธานนึกออกไหมครับ ว่าความไม่ปกติทางการเมืองอยู่ตรงไหน เราเลือกตั้งมา ตั้งแต่ประชาธิปไตย 2475 เปลี่ยนแปลงใหม่ ท่านประธานสมัยครับ ผมก็ร่วมกว่า 10 กว่าสมัย ท่านเห็นว่าการเลือกตั้ง มีชูนโยบายอย่างนี้ไหมครับ มันเป็นความไม่ปกติ วันที่พรรคการเมืองพรรคเดียว แล้วก็เสนอนโยบายการแก้ 112 ผมไม่อธิบายลงความในรายละเอียด ขณะที่ในสภาเรามี 18 พรรคการเมือง 17 พรรคการเมืองไม่เอาด้วย บวกกับวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย คราวนี้ความไม่ปกติที่เกิดขึ้นนี่ รู้สึกไหมครับ ว่าใครไม่ปกติ ผมคิดว่าต้องทบทวนใหม่แล้วครับ ที่อภิปรายทั้งหมดไม่มีใครติดใจคุณพิธา แต่ติดใจนโยบาลทางการเมืองของพรรคก้าวไกลที่กล้าประการเรื่องที่ไม่เคยเกิดในเปลี่ยนใจการปกครอง ครั้งแรกเลยครับ เปิดอย่างนี้ เรียกร้องว่าคนอื่นผิดปกติหมด สว. ผิดปกติ ผิดปกติ เรียกร้องให้คนอื่นเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ตัวเองมี 14 ล้านเสียง และคลุมหมด อีก 17 พรรคการเมืองเขาไม่เอาด้วย ทบทวนตัวเองหน่อยได้ไหมครับ ว่าติดขัดอะไรกับคุณพิธา ตั้งแต่เช้่าตอันนี้ยังไม่ได้พูดเรื่องคุณสมบัติคุณพิธานะครับ เขาพูดเรื่องนโยบายเรื่อเดียว เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าจะปรับปรุงให้มันปกติ ก็ต้องปรับปรุงให้ถูกที่ครับ มันไม่ปกติตรงไหน การเมืองเราผ่านมา 80 ปี ในระบบประชาธิปไตย จะปฏิวัติอะไรก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับ ที่สภามาถกเรื่องนี้เรื่องเดียว แล้วก็ติดใจเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่คนที่มีเสียงที่พูดว่า 40 ล้านเสียง กลับจะข่มขืนสภาเอาไปคล้อยตามตัวเอง นี่แหละความไม่ปกติครับ ถ้าทบทวนเสียใหม่เรื่องเดียวครับ ผมคิดว่าทุกอย่างก็จะดีขึ้น แล้วก็แน่ใจครับ ไม่ใช่หนักใจเฉพาะฝ่ายค้านหรือประชาชน พรรคที่ไปร่วมรัฐบาล 8 พรรค ผมก็หนักใจ ตกลงกันแล้วไม่ยุ่งเรื่องนี้ แต่ไปเน้นว่าส่วนตัว แล้วมันจะอยู่ปกติสุขได้อย่างไรครับ คราวนี้ อ้างความไม่ปกติ ขณะที่ตัวเองไม่ปกติ มาข่มขืนคนอื่นให้คล้อยตามตนเอง ผมคิดว่าเป็นตรรกะที่อธิบายยาก เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ท่านคุณพิธาลุกขึ้นมาตอบว่าทบทวนครับ นายกรัฐมนตรีครับ ไม่รู้ติดเรื่องอะไร แล้วทุกคนในสภานี้ก็รู้ครับ ขยับก้าวนั้นเสียได้ไหมครับ มีนโยบาย 300 กว่าข้อ ที่เขียนไว้ ทิ้งหมด ติดใจข้อเดียว ผมว่าคนอื่นติดใจข้อนี้ข้อเดียวเหมือนกันครับ เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องง่ายครับ ตัดสินใจเสีย ออกมาจากปากคนคนเดียวก็ไปได้ครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ คุณวิทยา แก้วภราดัยต่อไป ขอเชิญคุณพิธา เหลือเวลา ทางนี้เหลือเวลาอีก 8 พรรคเหลือเวลาอีก 12 นาที คิดว่าคงพอนะครับ ได้ครับ (คุณพิธา) ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ขอลุกขึ้นอภิปรายสรุป ในการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก รวมถึงการพูดของคนที่ถูกนำเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยครับท่านประธาน เป็นเกียรติอย่างยิ่งสูงสุดในชีวิตผมนะครับ ที่ได้รับการเสนอจากเพื่อสมาชิก ให้มีการเลือกมตินายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ผมจะใช้เวลาในการอภิปรายสรุปและพูดถึงวิสัยทัศน์ภายในการนำของรัฐบาล ที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่าพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็อื่นก็ต้องมาพูดคุยกันใน