--- title: ห้องทดสอบ PE subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.07 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเค พร้อม (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ โอเคค่ะ วันนี้เราจะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐานโดยลงรายละเอียดนะคะ เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ ของ IEEEของเรานะคะasc IEEE เราจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE โดยเราจะเตรฐานที่ใกล้ตัวกับเรามาที่สุดนั่นเองโดยจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้าง ใช้ตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรไรบ้าง แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นเองนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐาน IEEE เป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกันเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนาการทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้าโทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง และก็ระบบแสงนะคะ ระบบการสื่อสารนี่ก็อยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งด้านการสื่อสาร เพราะด้านการสื่อสารจะต้องใช้กำลังไฟมาให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้ถูกไหมไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE นี่ ก็จะเป็นตัวมาวัดมาตรฐานว่ามาตรฐานว่าตัวอุปกรณ์ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการศึกษาเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็วัดคุมระบบวัดก็จะเป็นอีกตัวหนึ่งนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแลว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันกลุ่มที่มาจากตัวมาตรฐานของตัวมาตรฐาน IEEE ก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลังไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะ ถ้าไฟฟ้ากำลังก็ตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป อันนี้น่าจะนึกภาพออกแล้วก็ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEEบอกว่าหมายเลขตัวนี้แทนด้วยการวัดม [เสียงปรบมือ]าตร [ภาษาท้องถิ่น]ฐานของ [ภาษาต่างประเทศ]การทำงานอะไร ของอุปกรณ์ไหม หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐานIEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยจะเริ่มจากมาตรฐาน 802 นะคะ 802 จะเป็นรเริ่มด้วย802.1 จะเป็นการจัดการระบบเครือข่ายเช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช่้ตาม Acep pointAIS wifi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบรับรองผู้ใช้งาน หรือว่า Authenticationคืออะไร คือเรามี UsernamePassword เพื่อการใช้งานนั่นเอง นักศึกษา เป็นนักศึกษาคนไหนรหัสไอดีอะไร เริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมงใช้งานกี่โมงแล้วก็เลือกใช้งานเท่าไร นะคะ เข้าที่ค้นหาข้อมูลอยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้าง Authentication นะคะ บอกระบุว่านักศึกษา อาจารนะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง นะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ถัดมา 802.2กดหนดการเชื่อต่อLLC เทียบกับตัว Data Link Layer 3เรา ปี 2 กับปี 3 นะเรียน Network มาแล้วถูกไหม OSILayer เรียนมาแล้วคุ้น ๆ ไหมOSI ก็จะเป็นLogical Link Control นะคะ Data Link Layer OSI Modelนะคะ เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดตัว Layer ต่าง ๆ มีการเปรียบเทียบมีข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEEตัวที่ 3 ของเราก็คือ 802.3 เป็นฌปรโมInternet ก็จะเป็นเครือข่ายเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่างภายในนั่นเองนะคะ เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์คู่รับแล้วก็คู่ส่งในการส่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาจะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทาง-ปลายทางอย่างไร ส่งข้อมูลแล้วแล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการเช็กอย่างไรนั่นเอง ส่งไปแล้วมีการ Reactionกลับมาไหมว่า Reaction กลับไปไปทางรับได้แค่ 8 แล้วที่มัน Lost หรือขาดหายไประหว่างทางนี่มันเช็คได้อย่างไรนั่นเอง802.4 มาตรฐานแบบ Token Bus802.4 กับ 802.5 จะเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายเชื่อต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุดนะคะ Token Bus กับ Token Ringอุปกรณ์แบบไหน ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน แล้วตัวไหนมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมในกรณีที่อุปกรณ์ภายในระบบเสีย 1 ตัว ทำให้อุปกรณ์ภายในเครือข่ายเราล่มไหมหรือว่าไม่ล่ม หรือว่าใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดลึก ๆ อีกว่ามันมีอุปกรณ์ Switch ี้ิการส่งข้อมูลแบบไหน แล้วก็อันไหนมีการส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดแต่ละตัวนะคะ ถัดมา 802.6มาตรฐาน MANการส่งข้อมูลนะคะ ภายในเมือง ก็คือการสื่อสารที่มีการ พื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะ 1 ห้อง ขยายเป็นตึก แต่ละตึกขยายเพิ่มขึ้นเป็นเมืองเราก็จะมาดูว่าข้อกำหนัดสื่อสารภายในเมืองของเรานี่ มีการจุดพักสัญญาณไหม มีจุดกระจายสัญญาณอย่างไร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองถัดมา 802.7 มาตรฐานBroadband Bradebandจะพูดถึง Broadbrand จะมีการส่งข้อมูลอย่างไร Broadband กับ Baseband ต่างกันอย่างไรวามถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะคะ มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเป็นbaseband จะมีการส่งข้อมูลนี่จะมีการส่งที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อม ๆ กัน มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองเดี๋ยวเราก็จะมาดูข้อแตกต่างระหว่าง Bนั่นเองว่าต่างกันอย่างไรถัดมา 802.8เคเบิลใยแก้วนำแสงนะคะ ณ ปัจจุบันนี่แต่ก่อน เวลาเราใช้ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านนะคะ ส่วนมากก็จะเป็นสาย ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็นไฟเบอร์ออฟตไฟเบอร์ออกทิคื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ Fiber optic ความเปราะบางการแตกหักการบำรุงรักษาที่ใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองแต่ว่านิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า ส่งสัญญาณได้ไกลแล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา802.9 นะคะ ก็เป็นการรวมเทคโนโลยี ISDNกับเทคโนโลยีแลนISDN ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองการสื่อสารระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเองเวลาเราสื่อสารโทรศัพท์ก็จะมีประชุมสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุดนะคะ เหมือนสมมติโทรศัพท์แต่ละจังหวัดก็จะมาขึ้นข้างหน้าอะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯ ก็จะ [ภาษาท้องถิ่น]เป็น 02 ก็จะมีจุดพักและก็กระจายสัญญาณแต่ละที่ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตัว ISDN นั่นเองถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัยความปลอดภัย ความปลอดภัยตัวนี้ก็สำคัญการใช้เติมเงินนะคsk8ะ Shopping Onlineความปลอดภัยตรงนี้ จะมีไ [เสียงปรบมือ]ด้อย่างไรsk8 ในกรณีที่เรากรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอเงินถอนเงินหรือว่าชอปปิงออนไลขึ้นมานี่ ความปลอดภัยตรงนี้จะถูกได้หรือ [เสียงด [ภาษาท้องถิ่น]นตรี]เป [เสียงหัวเราะ]ล่าก็จะมีข่าวว่าอยู่ดี ๆ จะมีตัว SMS เตือน [เสียงปรบมือ] [ภาษาต่างประเทศ]มาว่าคุณใช้...โอนเงินซื้ [ภาษาต่างประเทศ]อสินค้าอาจจะขึ้นเป็น US ดอลลาร์เช็คได้อย่างไร แล้วตัวระบบที่เราใช้ในเครือข่ายจะมีความปลอดภัยถึงระดับไหนนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะเพราะว่าเป็น ไวเลด หรือว่านะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้มาร์ทโฟนแท็บเล็ตนะคะ โน้ตบุ๊กขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารเช้าในรั่วมหาวิทยาลัยหรือว่าหอพักต่าง ๆ ก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการของการเข้าถึงลำดับความสำคัญของการใช้งานบางทีเวลาเราเข้าไปถึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต มันจะมีการเข้าถึงแบบรูปภาพหรือว่ามัลติมิเดียนี่ ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลารับส่งข้อมูล ถ้าเป็นคำพูดหรือตัวอักษรนะคะ เป็นตกษรนี่การไล่เรียงลำดับท้ายที่สุดแล้วก็จะประกอบร่างกันไปยังปลายทางได้ แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบของเสียง ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนท้ายที่สุดแล้วข้อมูลเสี่ยงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยชน์ถูกไหมคะ อันหน้ามาก่อนอันหลังมาก่อนมันก็จะรวมกันไม่ได้ เราก็จะมาดูลำดับความสำคัญความต้องการของข้อมูลของเรา ถัดมามาตรฐาน 802.15 ก็จะเป็นModem ก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป บ้านเราที่มี Switchเริ่มแรกจากการใช้งานสื่อสารต่าง ๆ จะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า Modem ในการที่จะรับและส่งข้อมูลโดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบ Dialogเพื่อทำการ ConnectEDจุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นหรือว่า โทรศัพท์ที่ให้บริการเพื่อทำการConnect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองเดี๋ยวสไลcsaอาจารย์ก็จะพูดถึงตัว Modem ว่าเขามีการมต่อหรืออะไรนั่นเองนะคะ ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลย ตัว Modem ตัวนี้ ถัดมา802.5 กำหนดพื้อที่ไร่สารเครื่อข่ายส่วนบุคคลเวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ พูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณ ถูกไหมคะ เพื่อจะได้เข้าใจเวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือนี่ขึ้นเขาลงห้วย เวลาที่ไม่มีหรือว่าตัวส่cccงสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล สมมติเราให้บริการระบบเครื่อข่ายนะคะ หรือว่าที่บ้านของเราก็จะมีพื้นที่ควบคุมว่า ตัวกระจายสัญญาณของเรานี่เขาให้พื้นที่เท่าไหร่ เวลาพวกNetwork ต้องการคำนวณชั้นหนึ่งมีตัว Acep pointหรือว่า Area ต้องมีการคำนวณก่อนหรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตัวไหนที่มันครอบคลุม และครอบคลุมแล้วต้องมีไม่สิ้นเปลืองแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันจะต้องมาคู่กันคราวนี้ 802.16 จะเป็นมาตรฐานไร้สายหรือว่า WiMAX ก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบของมีสาย ถ้าเป็นรูปแบบของไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา 802.16มีทั้งมีสายแล้วก็ไร้สายถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ 802.11นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเราโดยจะกำหนดที่ตัวเลข 802.11 แล้วก็ตามด้วdzcยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตามมาเพื่อระบุ ความหมายว่าแต่ละตัวมีความหมายอะไรบ้าง A B G Nก็จะเป็น AC นั่นเองนะคะ ตัวมาตรฐาน802.11 นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว เราก็คุ้นเคยอcยู่แล้ว Wi-Fiหรือว่า Wvvzzireless LassnWddiFi นะfffคะ ตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากันนั่นเองโดยอุปกรณ์ที่เราใช้ะคะ ะมีตัว Aess Pที่รับข้อมูวก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหวกรณ์ทั้ง 2ชนิดหรือจะมีการเชื่อต่อในสายแลน ตัวรับตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสายแลนกับ Wifiหรือว่า Wi-Fi กับสายแลนก็ได้นะคะ เมื่อมีตัวเครื่อข่ายขึ้นมาแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับการใช้งานนะคะ และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วยว่าอันไหนมันเหมาะสมนะคะ อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศมารองรับกับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือใช้ได้เฉพาะต่างประเทศต้องดูอุปกรณ์ที่มันรองรับกับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเองนะคะ โดยเรามาดูตัวแรกที่มาตรฐาน IEEE802.11A นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่54 เมกะบิต หรือว่า เมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองใช้ย่านความถี่5 Ghz ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยนะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีบ้างแล้วแต่ข้อกำหนดหรือว่าข้อตกลงว่าใช้ย่านคลื่นความถี่นี้ได้หรือเปล่านะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านเคลื่อนความถี่อย่างไรเหมือนเหมือนเราฟังวิทยุ LM FM นี่นะคะ เขาก็จะจัดสรรคลื่นความถี่ต่าง ๆ นี่ให้ไปใช้อะไรได้บ้าง อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทางข้อราชการเกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ นั่นเองสำหรับประเทศไทยก็จะเอาที่ 5 Ghz ตัวนี้มาใช้กับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมนี่ครอบคลุมระยะไหนนะคะ กับพื้นโลกไหมที่ความถี่เท่าไหร่และเป็นระยะทางไกลเท่าไรแล้วก็มีตัวกระจายที่ช่วงนะคะ ที่เท่าไรนั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11A เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช่ในประเทศไทยนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลก็จะค่อนข้างต่ำต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ก็ไม่ไกลเvssavsvถ้าเป็นตึกในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกcsavอาคาร ทำไมเป็sacนตึกอาคารกรณีที่ไม่มีสิ่งมากีดขวางนะคะ ก็จะได้ที่ 120 เมตรบางคนบอกว่า ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกลดทอนสัญญาณไม่ว่าจะเป็นต้นไม้อาคารที่ออกไปเขาจะซับคลื่นความถี่นั้นก็จะได้รับข้อมูลนี่ลดน้อยลง ดังนั้นผู้รับข้อมูลจะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ พวกคลื่นความถี่ไว่าจะเป็ณตึกอาคารสภาพแวดล้อมเวลาที่ฝนตกนะคะ คลื่นความถี่ไปกระทบเม็ดฝนนะคะ ก็จะไปลดทอนมันก็มีปัจจัยหลาย ๆ อย่างในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สารตัวมาตรฐาน 802.11aจะได้ ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไปว่าไม่สามารถใช้กับไทยได้นะคะ อย่างที่บอกมันเป็นคลื่นความถี่ที่กดหนดไว้และก็ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11แล้วก็ 802.11G ก็จะใช้กับเพื่อนมันเองนะคะ ต้องใช้กับตัวที่อยู่ในซีรีเดียวกัน802.11A เท่านั่นนะคะข้อเสียถัดมา เมื่อเราพบข้อเสียของมาตรฐาน 802.11a แล้ว ก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมาคือ802.11bโดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า "CCK" นะคะ Complimentary Code Keyingนะคะ ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน เอา Clock เข้ามาเกี่ยวก็จะมีว่าการส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไร เอาไปใส่ที่ช่วงไหนร่วมกับเทคโนโลยีDSS นะคะ Direct Sเข้าไปนะคะ เมื่อกี้เราส่งไปที่ความเร็วที่ 54 เมกะบิตนะคะ เมกะบิตเปอร์เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 Ghz802.1a ใช้ 5 กิกะเฮิรตซ์นะคะลดลงซค่งเป็นย่านความถี่ที่สาธารณะ ก็คือทุกคนสามารถใช้งานได้แล้ว ไม่เหมือน 802.11a นั่นเองสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมนำไปใช้นั่นเองนะคะ ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถใช้ในด้าง ๆ นั่นเองนะคะ ข้อีเนื่องจากตัวนี้นี่ใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ 38 เมตรนะคะ ถ้าโครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่หน่อย ๆ 104 เมตรนะคะ ในที่โล่งแจ้งนะคะ แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์สามารถใช้กับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น a หรือ b นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย W-i-f-iWi-Fi หรืzxcxzcอว่านะคะ การทำงานและก็การเชื่อต่อระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ มันก็คือแบบใช้กับเพื่อนได้ไม่ค่อยมีปัญหาไsacม่ต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกัน มาตรฐานก่อนหน้าก็เอามาใช้ได้นะคะ อจาก a ก็พัฒนาให้มันดีขึ้น ให้มันหลากหลายใช้งานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11Eก็จะรอบรับการใช้งานบนด้านมัลติมิเดียตามชื่อก็คือ Voice over IPVoice ก็คือสื่อมัลติมีเดียเcascasvasvvsaป็นเสียลื่อนที่ไปกับตัว IP แต่ก่อนเราจะส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้แค่ตัว ITถูกไหมคะ สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ส่งตัวอักษรนะคะ การสื่อสารข้อมูลทั่วไปที่นี้ส่งแบบ Realtiสามารถส่งเสียงเข้าไปด้วย ส่งไปรับกลับก็คือสามารถที่จะ ขี่ไปกับตัว IPของเรานะคะ แต่ก่อนนะคะ สมัยก่อนนี่จะช่วยลดปัญหาในการใช้งานการสื่อสาร สมัยก่อนเรายังไม่มี VOIเราก็จะใช้ระบบโทรศัพท์ถูกไหม โทร. ไปต่างประเทศส่งไปแต่ละที่จังหวัดต่าง ๆ นะคะ หรือว่ามหาวิทยาลัยที่มีหลายวิทยาเขต หลายบริษัทที่มีหลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในกรณีที่เราต้องการโทรไปสถานที่ต่าง ๆ ก้จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถเชื่อมต่อตัวระบบ IP หรือว่าสาย Lan ของเราตัวนี้ถ้าต่างประเทศก็จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือทวีปนั่นเองนะคะ อันนี้จะค่อนข้างนิยมสำหรับบริษัทที่มีลูกข่ายค่อนข้างเยอะเราไม่ต้องกดหมายเลข ที่ระบบหมายถึจังหวัดหรือว่าระบุถึงประเทศ เราสามารถใช้เหมือนเบอร์ภายในโทรหากัน เหมือนอย่างมหาวิทยาลัยเราก็ใช้ระบบ VoIP อยู่เหมือนกันพวกระบบโทรศัพท์สำนักงานVoIP จะมีสายแลนเข้าเสียบกับตัวโทรของsacsacเราจรเข้าสาขาหรือว่าแผนก ฝ่ายบัญชีธุรการ การเงินต่าง สามารถโทรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ ในกรณีที่มีวิทยาเขต พวกศิลปกร์เข้าไปให้บริการก็จะมีศิลปกร...ระบบตัว VOIP เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเวลาโทร. หาแต่ละวิทยาเขตก็ไม่เสียเงิน กดหมายเลขภายในพวกเลขโทรศัพท์ทั่วไปเลยโดยไม่เสียเงิน หรือจะโทรข้ามระหว่างประเทศนะคะ บางบริษัทที่เป็นบริษัทต่างชาตินะคะ ก็จะมีบริษัทแต่ละทวีปที่เป็นประเทศใหญ่ ๆ ลักษณะก็จะใช้ VoIP ในการคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็จะใช้ VOIP เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายนะคะ การเชื่อมต่อแบบนี้ก็จะมี Fire wall โน่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีกว่าคุณมาถึงเราก็สามารถส่งข้อมูลได้นั่นเองโดย เราจะมีลักษณะการตามหลักการ คือ OS หรือ Quality of Service ขึ้นมาว่าการเชื่อต่อในการใช้บริการแบบนี้มีคุณภาพไหม มี...หรือเปล่าโดยปรับปรุงโดย MacLayerนะคะ เดี๋ยวค่อยไปว่ากัน Layer หรือชั้นการทำงานต่าง ๆ ถัดมาเรามาดูตัวมาตรฐาน IEEE ต่อตัวมามาตรฐานIAPP Inter Access Point Protocol นะคะ ก็จsadะเป็รฐานการเคลื่อนที่ข้ามเขตสมมตินะคะ แรก ๆ นี่เวลาเราใช้งานระบบเครื่อข่ายตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเห็นเป็นทาวเวอร์ขาวแดงการให้บริการ ดังนั้น เวลาเราขับรถหรือว่าเคลื่อนย้ายตัวสมาทโฟน หรือว่า Tabletข้ามเขต เสาสัญญาณข้ามการสื่อสารเราไปอุดรธานีเอาง่าย ๆ อยู่สกลเดินทางไปอุดรธานี จะเป็นเซนทรัลเสาสัญญาจะสกลนครแล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานีทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยนนะคะ เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณจะให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่เข้าครอบคุมถ้ามีการย้ายตัวพื้นที่นี่มันก็จะไปเกาะตัวส่งเสาสัญญาณที่ให้พลังหรือสัญญาณเพื่อให้บริการเชื่อมต่อได้ทั่วถึงและไม่หลุดนั่นเองนะคะ ลักษณะเดียวกัยเหมือนตัว ACCESSหรือการโรมมิ่งตัวมาฐาน 802.11fนั่นเองนะคะ ถัดมาตัวมาตรฐานตัว802.11t นะคะ ก็ถูกพัฒนามาจาก aมาเป็น d แล้ว b มาเป็นมาตรฐานที่ .11G นะคะ โดยเราจะใช้ความถี่ที่ 2.4 GHzก็คือจะเป็นตัวมาตรฐานก็คือตัว 802.11b นะ จำได้นะ รับส่งข้อมูลนะคะ อยู่ที่54 Mbps ซึ่งเท่ากับตัวมาตรฐาน 802.11aความถี่อยู่ที่ 2.4เหมือนกับมาตรฐาน dนะคะ แล้วก็ส่งข้อมูอยู่ที่802.11aโดยจะมีรัศมีการทำงานที่มากกว่า 802.11aนะคะ แล้วก็สามารถร่วมกับ802.11b แล้วก็ 802.11a นั่นเองพูดง่าย ๆ ก็คือจะนำข้อดีของทั้ง802.11a แล้วก็ 802.11b มาให้ใช้บริการแล้วก็สามารถในการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง พูดง่าย ๆ ตัวแรก ๆ ก็จะเป็นต้นในการออกแบบแล้วก็พัฒนาตัวอักษรที่มันมากขึ้น ให้มีประสิทธิภาพที่มันมากขึ้นนั่นเองนะคะ เนื่องจากเราใช้เคลื่อนความถี่อยู่ที่ตัวมาตรฐานตัวเก่า ๆ ได้นะคะ แต่เนื่องจากเป็นความถี่สาธารณะก็จะมีคนที่ค่อนข้างมาใช้ความถี่นี้ค่อนข้างเยอะที่จะเกิดขึ้นก็จะมีแน่นอนในการส่งข้อมูลระหว่างนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11hนะคะ อันนี้ก็จะเป็นคลื่นความถี่ที่ 5GHz802.11a นะคะ ส่วนมากคลื่นความถี่นี้จะถูกนำมาใช้กับประเทศแถบทวีปยุโรปซึ่งบ้านเราก็ไม่ได้5 GHz นี้มาใช้งานนั่นเอง ตัวนี้บอกไว้ว่าจะเป็นมาตรฐานที่เขานำมาใช้ถัดมา802.11i ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่ายนะคะ เนื่องจากตัวระบบเครือข่ายไร้สายค่อนข้างมีผู้ใช่งวค่อนข้างเยอะถูกไหมคะ สมาร์ตโฟนก็มีเรามีทุกคนนะคะ การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายง่ายมากนะคะ ดังนั้น การเข้าฟังก์ชันรหัสที่ถูกนำมาใช้ก็จะเป็น Wetอยู่ที่ 64/128-bitตรงนี้ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานนะคะ การรักษาความปลอดภัยตัวนี้ตัวมาตรฐานตัว 802.11i ตัวนี้เข้ามาควบคุมดูแล เนื่องจากมีการใช้งานมากขึ้นคนใช้งานมากขึ้น มาตรฐานตัวนี้จะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมานะคะ และก็มีการเข้ารหัสส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็น WPA นะคะ WPA2แล้วก็ AES นะคะ ตรงนี้เข้ามาว่าตัวระบบที่เราใช้งานของตัวอุปกรณ์เราจะตัวระบบเข้ารหัสในรูปแบบไหน WPA น่าจะเคยได้ยินอยู่นะถ้าเรียนไอ้ตัวเครือข่ายมาก่อนนะตัวนี้แปลว่าอาจารย์เป็นการทบทวนให้นะว่ามีการใช้งานแบบไหนบ้างนะคะ ถัดมาถัดมาตัวอักษรเราเยอะเหลือเกินมาถึงตัว k ของเราแล้ว 802.11kนะคะ ก็จะเป็นระบบเครือข่ายไร้สายนะคะ จัดการเกี่ยวกับคลื่นวิทยุเลือกช่องสัญญาณเราจะเลือกช่องสัญญาณอย่างไร มีการโรมมิงควบคุมในการส่ง ก็จะมีการคิดนิดหนึ่งว่าช่องสัญญาณไหนที่มันเหมาะสม การโรมมิงทำอย่างไรนะคะ การหารัศมีการใช้งานของเครื่อง Cianนะคะ เท่าไรถึงจะเหมาะสมที่จะวางตัว Client ในการเชื่อมต่อนั่นเองในการรับส่งสัญญาณตัวอุปกรณ์ที่มีตัวฟังไปคร่าว ๆ ก่อนนะอันไหนที่คิดว่านักศึกษาน่าจะใช้งานบ่อย เดี๋ยวอาจารย์จะอธิบายเพิ่มเติมของตัวมาตรฐานอันนี้ก็จะเป็นตัว 802.11kยังไม่หมดนะคะ 802.11 นี่ค่อนข้างเยอะถัดมานะคะ 802.11x นะคะ ตกไปตัวหนึ่ง ก็จะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าใช้งานระบบเครือข่าย ที่เราบอกว่าต้องมีสิทธิ์ ตรวจสอบสิทธิ์ก่อนก็จะใช้ตัวมาตรฐาน Potocoreตัวย่อเยอะมากตรงนี้ ก็คือไปใช้สิทธิ์ก่อนข้อมูลที่เข้ามาผ่านการเชื่อต่อแบบไหนไหมนะคะ แล้วใช้งาcavaaนได้ถึงขั้นหรือว่าระดับไหนนั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาดูแลความปลอดภัยของตัสไร้สารของเรามี ab g ถัดมาก็จะเป็น nมาตรฐานตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นความถี่ในการใช้นะคะ ช่องสัญญาณที่ใช้ในการส่งแล้วก็ระยะทางที่สามารถส่งตัวสื่อสารเข้าไป ตัว nก็จะเพิ่มประสิทธิภาพของการส่งสัญญาณในการสื่อสารระหว่างตัว Wi-fi ต้นทางกับปลายทางนั่นเองนะคะ คราวนี้มี n แล้วก็มีการพัฒนาจากตัวอักษรตัวเดียวก็จะเป็นตัวอักษรที่มี 2 ตัวนั่นเอง ก็จะเป็นตัวacเดี๋ยวพูดถึงตัว n ก่อน ว่ามันมีคุณสมบัติอย่างไร ตัว.11n ก็จะมีความเร็วอยู่ที่300 Mbpzความเร็วนี่เยอะที่สุดนะคะ มีพื้นที่ให้บริการ ก็คือระยะทางในการส่งนี่เยอะขึ้นนะคะ ใช้เทคโนโลยีMimo หรือว่า M-i-m-oก็คือเป็นการรับส่งสัญญาณหลายเสาพร้อม ๆ กัน แต่ก่อนนี่ก็จะมีการรับจากเสาหนึ่งไปยังส่งข้อมูลไปยังเสาหนึ่งไปเรื่อย ๆ แต่ตัวนี้ก็สามารถจะรับข้อมูลจากหลาย ๆ เสาส่งสัญญาณหลาย ๆ เสาแล้วก็ประมวณผลไปได้นั่นเอง ทำให้ความเร็วในการส่งข้อมูลนี่ก็จะเพิ่มขึ้นแล้วก็ยังสามารถใช้คลื่นความถี่แบบ Duobaเขาเราก็จะมีทั้ง a แล้วก็ bก็คือ 24... 2.4 GHz แล้วก็5 GHz แล้วก็รวมถึงมี a b นะคะ gแล้วก็ตัว n นะคะ ก็คือมันจะรวมนั่นเอง ก็คือสามารถใช้งานกับตัวคลื่นความถี่พวกนี้ก็คือตัวที่อุปกรณ์เก่า ๆ ก็สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้นั่นเอง Duoband2 คลื่นความถี่ถ้า a ก็จะเป็น 5 GHz ถ้า b ก็ 2.4a b แล้วก็มี gแล้วก็มี n ต่อมาจะเป็น 802.11acเยอะขึ้นกว่าเดิม จากตัวเดียวคราวนี้มีอักษร 2 ตัวเป็นมาตรฐานเครื่อข่ายไร้สายเช่นเดียวกันนะคะ 802.11 เป็นตัวเครือข่ายไร้สายทั้งหมด ต่อยอดมาจากการพัฒนา...ต้องเป็น n ช่วยให้สามารถรับส่งสัญญาณGigabit สามารถรอบรับตัวaccess po ที่มากขึ้นมีตัวกระจายสัญญาณที่เพิ่มมากขึ้นนี่ สามารถส่งข้อมูลได้ระยะที่ครอบคุมหรือว่าไกลมากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่ก่อนตัวกระจายสัญญาณได้จำกัดกี่ตัวเนื่องจากคลื่นความถี่แล้วก็ความยาวที่สามารถส่งข้อมูลได้ระยะ ทางที่จะส่งข้อมูลอาจารย์พูดผิดแล้วก็สามารถส่งข้อมูลพร้อมกันได้ streamบนช่องสัญญาณที่กว้างขึ้น พื้นที่ในการส่ง banไม่เข้าใจศัทพ์ตัวไหนให้ถามนะคะ เพราะว่าอาจารย์ดูตัว คอร์ส รายวิชามาแล้วว่าเรียน Network มา น่าจะมีศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับเครือข่ายนะหรือว่าใช้ทับศัพท์ไปน่าจะเรียนมาบ้างแล้วนะคะ น่าจะจำกันได้นะคะ ก็คือ access po สตรีมสัญญาณพร้อม ๆ กันนั่นเองโอเคอันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.11 ในรูปแบบเเครือข่ายไร้สายทั้งหมดนะคะ เดี๋ยวต่อไปอาจจะมีการพัฒนาที่มีมาตรฐานที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิม ก็เห็นแล้วอาจจะมีพัฒนาเป็นตัว ac ต่อไปหน่วยงานขององค์กร IEEEแล้วก็พัฒนาขึ้นมานั่นเองนะคะ ถัดมาเดี๋ยวอาจารย์จะขอทบทวนเกี่ยวกับตัว Layer หรือว่าการพูดถึงชั้นนะคะ ในการส่งข้อมูลเดี๋ยวอาจารย์ขอพูดเปรียบเทียบตัว TCPIP นะคะ เดี๋ยวเราพูดพูดถึงตัว OSI ของตัว 7เรามีปี 2 กับปี 3 นะเรียนมาแล้ว OSI7 Layer 7 ชั้นนะ ผ่าน ๆ นะนี่ปกติต้องท่องให้ได้นะคะ Trancitionท่อง ท่อง...Layer หรือชั้นนี่ เขาก็จะใช้... ไม่ว่าจะเป็นวิชาไหนที่เป็นท่องจำก็จะมีการใช้กับคำย่อ เพื่อจะให้จำว่ากี่ชั้นนี่มีอะไรนะคะ อย่างตัวอย่างนี้มันมีจะ 7 ชั้นนะคะ อาจารย์จะใช้เทคนิค ก็คือจะจำเฉพาะตัวด้านหน้าจะมีd n t s t aนะคะ ส่วนมากท่องก็จะเป็นคำย่อสั้น ๆ นะคะ อย่างตัว OSI 7 Layerก็จะเป็น อันนี้ก็คือจะได้ด้สูตรมาก็คือไปดื่มน้ำที่สปาภาษาไทยแล้วก็จะแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกก็จะเป็นน้ำก็จะเป็น Neteorkแล้วก็ spa ก็จะเป็นapplication โอเคนะ7 ชั้น คราวนี้เรามีตัว OSI OSI ก็จะนะคะ ฝั่งการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเรานะคะ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งTCP/IP ModelTCP/IP Modelนะคะ คราวนี้เขาจะมาเชื่อมกันระหว่างตัวmodel ทั้ง 2 อัน มีส่วนที่เหมือนแล้วก็แตกต่างกันอย่างไรนะคะ อันนี้จะเป็นเชิงทฤการเชื่อมต่อหรือการส่งข้อมูลได้ง่าย ๆ นะคะ ตามชื่อนะคะ phycical กับData Link นะคะ Physical จะเป็นการใช้สาย LAN หรือ Port Lอีกเครื่องหนึ่งนะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของอินเทอร์เน็ตซึ่ง OSI ก็จะเป็น Data Linkกับ Physical ส่วนทางด้าน TCP/IPก็จะเป็น Network Interมองง่าย ๆ นะคะ การเชื่อมต่อเป็นโครงสร้างแล้วก็ที่สามารถจับต้องแล้วก็มองภาพได้นะคะ จะเป็นชั้นแรกถัดมาของที่ ของชั้นที่ 2 ก็จะเป็นNetwork ถ้าเป็นตัวของ OSI ถ้าเป็น TCP ก็จะเป็นตัว Internet ก็คือการใช้ การส่งข้อมูลเชื่อมต่อระหว่างกันเอาคร่าว ๆ แล้วกันนะถ้าลงลึกเดี๋ยวจะยาว ถัดมาก็จะมีการส่งข้อมูลนะ Bit Byteแพ็กเกตต่าง ๆ มันก็จะเปโอเค ก็จะเป็น bit เป็น frameแล้วก็เป็น Secment ในการส่งข้อมูลเชื่อม IP มี Hub เช็กต้นทางกัยปลายทางถามกันตรงนี้คราวนี้ชั้นที่ตรงกันของ OSI ของTCP/IP ก็จะเป็น Transport Layerทั้ง 2 ฝั่งเลยก็จะเป็นชั้นที่ 3ของการเปรียบเทียบของตัว TCP/IP ก็จะมีTCP กับ UTPตัวนี้ในการส่ง เป็น Protocalในการส่งข้อมูลนะคะ ว่าใช้ภาษาเดียวกันไหมส่งข้อมูลได้หรือเปล่านะคะ แล้วก็สุดท้ายจะเป็นลักษณะของ Application ที่เราจะใช้นั่นเองจะเป็น http http ก็พวกเข้าเว็บไซต์น่าจะมองภาพง่ายที่สุดถ้าเป็น Tel Netสมัยก่อนใช้ Tailnectในการ Connect เข้าตัวแอปพลิเคชันหรือว่า Server ต่าง ๆ สมัยก่อนก็จะใช้ตัวนี้เชื่อใส่ตัวค่าตัวปลายทางลักษณะเหมือนตัว IP น่ะค่ะ เราก็เชื่อมเข้าไป มีตัวDHCP การเชื่อมต่อตัว Server ของเรานี่สามารถเข้าไปในตัว Network หรือวง Network ตัวนี้ได้ไหม ก็จะเป็นแอปพลิเคชัน ตัวPresentationหลัก ๆ ก็จะเป็นประมาณนี้ เป็นการเชื่อมต่อของอุปกรณ์นะคะ เหมือนกันนะคะ ในการส่งข้อมูลท้ายที่สุดเราก็จะได้ตัวข้อมูลที่เราส่งจากต้นทางจากปลายทางนั่นเองภาพนี้ก็จำเอาไว้นะคะ เผื่อได้ใช้งานแน่ ๆ ตัวนี้ว่าแต่ละชั้น Layer เขาทำงานอย่างไรส่งอะไรไหม ที่จริงถ้าเรียนกับ Network ก็จะเรียนแต่ละชั้นไปเลย ว่าแต่ละชั้นทำงานกับอะไรแอปพลิเคชันตัวไหนกับแบบไหนกับอุปกรณ์ตัวไหนเช่นเดียวกันนั่นเองวันนี้เป็นอย่างไรคะ อาจารย์พูดศัพท์เยอะไปไหมหรือว่าเร็วไปหรือเปล่าหรือว่าเยอะมากเลย ศัพท์เยอะไปเลย ตัวย่อก็...เดี๋ยวคราวหน้านะ เดี๋ยวอาจารย์จะใส่ตัวย่อแล้วก็ข้างหลังว่าแต่ละตัวหมายความว่าอะไร จะได้จำได้บางทีอาจจะคุ้น ๆ แต่ความหมายไม่ตรงกับที่อาจารย์สื่อก็ได้อันนี้ก็จะเป็นตัวย่อเยอะนิดหนึ่งใครไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามนะคะ เพราะว่าทฤษฎีมันค่อนข้างฟังไป ถ้าฟังไปแล้วผ่านมันก็จะจำไม่ได้ต้องกลับไปทบทวนนิดหนึ่งอันนี้น่าจะเคยเรียนอยู่แล้วถือว่าเป็นการทบทวนที่ใหม่วันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEEที่ละเอียดวันนี้ก็จะเป็นมาตรฐาน 802.ตามตัวอักษรว่าแต่ละตัวมี Bandwith เท่าไหร่เป็นมาตรฐานที่ใช้กับทุกตัวไหม เป็นสากลหรือว่า หรือว่าใช้แต่ละประเทษนั่นเองนะคะ มีสงสัยคำถาม อาจารย์พูดช้าไปอาจารย์พูเร็วไปง่วงนอนไหมอย่างนี้ถามได้นะคะ ทักได้วันนี้ก็จะเป็นมาตรฐาน IEEE นะเดี๋ยวต่อไปก็จะเป็นมาตรฐานตัวอื่นเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แล้วก็จะมีตัวมาตรฐานที่เจาะลึกที่อาจารย์เลือกว่าคิดว่าจะพวกเรามากที่สุดโอเค วันนี้เราก็จะมีที่ทำในคาบนะ ถ้าใครเปิดสไลด์มาแล้วก็จะเห็นแล้วบางคนอาจจะเห็นแล้วบางคนอาจจะเตรียมตัวมาแล้วงานกลุ่มนะคะ ที่จะให้ทำเดี๋ยวมาดูอันแรกที่เราจะให้ทำ ก็จะเป็นอันเมื่อกี้ที่อาจารย์พูดไปนะคะ ก็จะมีการเขียนมาตรฐานเมื่อกี้ที่บอกไปมี 7 7 เลเยอร์IP ที่มี 4 ชั้นนะคะ 4 Layerนั่นเองนะคะ เมื่อกี้อาจารย์สอนสูตรท่องไปแล้วใครผ่านหูก็จะเขียนได้ง่าย ๆ เลย 2 อันนะคะ อันนี้ก็คือให้เขียนในคาบ เพราะว่าเอาจริง ๆ 7 Layer กับ TCP/IP มันต้องใช้งานได้อยู่แล้วนะคะ งงไหม ไม่งง อันนี้ง่าย ๆ จำไม่ได้ก็ไปเปิดค้น Googleมาเลย เสร็จแล้วคราวนี้เนื่องจากเป็นวิชาบรรยายเราต้องมีการทำงานร่วมกับเพื่อนนิดหนึ่งนะคะ เราจะได้ทบทวนไปด้วยนะคะ เดี๋ยวจะมีงานกลุ่มนะคะ เนื่องจากเรามีทั้งหมด30 กว่าคนไหมถูกนะ20 กว่า ๆ 30 นะคะ โอเค อันนี้ผ่านไปงานในคาบ งานกลุ่มจะให้กลุ่มละ 4 คนเราจะกลุ่มแบบไหนดี คละกันไหมเรารู้จักกันหมดนะ ปฏิเสธอย่างรวดเร็สนะคะ ไม่รู้จะได้รู้จักกันไงกลุ่มละ 4 คนนะคะ แล้วก็อาจารย์จะมีตัวมาตรฐานที่ไปช่วยกันหา ไม่ยากหรอกพวกนี้ ไปดูมาแล้วก่อนที่จะมาเป็นตัวข้อนะคะ ก็ไปค้นคว้ามาว่าตัวมาตรฐานของเรานี่อย่างแมน ก็คือ metro pro neการสื่อสารภายในเมืองเขาทำอย่างไร ใช้อุปกรณ์แบบไหนได้ระยะกลางใกล้ไกลนะคะ Basebandเดียวไหม ระยะทางไกลขนาดไหนFiber optic ที่ว่าส่งไกล ๆ นี่ ไกลได้ขนาดไหนนะคะ 802.9 ตัวนี้ก็จะเป็นการส่งรวมเสียงข้อมูลบนระบบเครือข่าย802.10นะคะ ความปลอดภัย 802.14 อย่างที่บอกไปก็จะเป็น Modemอุปกรณ์เริ่มแรกในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายของเรานั่นเองนะคะ แล้วก็ 802.15 ก็จะเป็ฯไร้สายส่วนบุคคลแล้วก็ 802.16 ก็จะเป็น Broadband แบบไร้สาย หรือว่า WiMAX นั่นเอง ก็จะมีทั้งหมด5 มี 8 หัวข้อก็ของเรามี 30 กว่าคนนะคะ ก็น่าจะได้ประมาณ 8 กลุ่มกลุ่มจะให้อาจารย์จัดให้ไหมหรือว่าจะไปจัดการกันเอง จัดเลยใช่ไหมเราคละกันไหม โอเค คละกันนะเราจะได้รู้จักกันเพราะว่าเราจำทำเป็นรูปแบบรายงานน่าจะไม่มีปัญหานะ จัดกันได้โอเคก็เดี๋ยวให้ นักเรียนนักศึกษาทำงานกลุ่มก่อนนะคะ ก็สำหรับพี่ล่ามก็จะ...คาบนี้ก็ขอบคุณนะคะ ก็เดี๋ยวเจอกันคาบหกนเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเค พร้อม (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ โอเคค่ะ วันนมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐานโดยลงรายละเอียดนะคะ เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ ของ IEEEของเรานะคะ IEEE เราจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE โดยเราจะเลือกตัวมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับเcasasvasvรามาที่สุดนั่นเองโดยจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้าง ใช้ตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรแทนด้วยอะไรบ้าง แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้าง นั่นเองนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐาน IEEE เป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกันเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนาการทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้าโทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง และก็ระบบแสงนะคะ ระบบการสื่อสารนี่ก็อยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งด้านการสื่อสาร เพราะด้านการสื่อสารจะต้องใช้กำลังไฟมาให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้ถูกไหมไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE นี่ ก็จะเป็นตัวมาวัดมาตรฐานว่ามาตรฐานว่าตัวอุปกรณ์ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการศึกษาเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็วัดคุมระบบวัดก็จะเป็นอีกตัวหนึ่ง นะคะ - ที่ทำก ารควบคุมดูแลว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันกลุ่มที่มาจากตัวมาตรฐานของตัวมาตรฐาน IEEE ก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลังไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะ ถ้าไฟฟ้ากำลังก็ตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป อันนี้น่าจะนึกภาพออกแล้วก็ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEEบอกว่าหมายเลขตัวนี้แทนด้วยการวัดมาตรฐานของการทำงานอะไร ของอุปกรณ์ไหม หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐานIEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยจะเริ่มจากมาตรฐาน 802 นะคะ 802 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารเริ่มด้วย802.1 จะเป็นการจัดการระบบเครือข่ายเช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช่้ตาม Acep pointAIS wifi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบรับรองผู้ใช้งาน หรือว่า Authenticationคืออะไร คือเรามี UsernamePassword เพื่อการใช้งานนั่นเอง นักศึกษา เป็นนักศึกษาคนไหนรหัสไอดีอะไร เริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมงใช้งานกี่โมงแล้วก็เลือกใช้งานเท่าไร นะคะ เข้าที่ค้นหาข้อมูลอยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้าง Authentication นะคะ บอกระบุว่านักศึกษา อาจารนะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง นะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ถัดมา 802.2กดหนดการเชื่อต่อLLC เทียบกับตัว Data Link Layer 3เรา ปี 2 กับปี 3 นะเรียน Network มาแล้วถูกไหม OSILayer เรียนมาแล้วคุ้น ๆ ไหมOSI ก็จะเป็นLogical Link Control นะคะ Data Link Layer OSI Modelนะคะ เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดตัว Layer ต่าง ๆ มีการเปรียบเทียบมีข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEEตัวที่ 3 ของเราก็คือ 802.3 เป็นฌปรโมInternet ก็จะเป็นเครือข่ายเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่างภายในนั่นเองนะคะ เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์คู่รับแล้วก็คู่ส่งในการส่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาจะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทาง-ปลายทางอย่างไร ส่งข้อมูลแล้วแล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการเช็กอย่างไรนั่นเอง ส่งไปแล้วมีการ Reactionกลับมาไหมว่า Reaction กลับไปไปทางรับได้แค่ 8 แล้วที่มัน Lost หรือขาดหายไประหว่างทางนี่มันเช็คได้อย่างไรนั่นเอง802.4 มาตรฐานแบบ Token Bus802.4 กับ 802.5 จะเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายเชื่อต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุดนะคะ Token Bus กับ Token Ringอุปกรณ์แบบไหน ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน แล้วตัวไหนมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมในกรณีที่อุปกรณ์ภายในระบบเสีย 1 ตัว ทำให้อุปกรณ์ภายในเครือข่ายเราล่มไหมหรือว่าไม่ล่ม หรือว่าใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดลึก ๆ อีกว่ามันมีอุปกรณ์ Switch ี้ิการส่งข้อมูลแบบไหน แล้วก็อันไหนมีการส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดแต่ละตัวนะคะ ถัดมา 802.6มาตรฐาน MANการส่งข้อมูลนะคะ ภายในเมือง ก็คือการสื่อสารที่มีการ พื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะ 1 ห้อง ขยายเป็นตึก แต่ละตึกขยายเพิ่มขึ้นเป็นเมืองเราก็จะมาดูว่าข้อกำหนัดสื่อสารภายในเมืองของเรานี่ มีการจุดพักสัญญาณไหม มีจุดกระจายสัญญาณอย่างไร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองถัดมา 802.7 มาตรฐานBroadband Bradebandจะพูดถึง Broadbrand จะมีการส่งข้อมูลอย่างไร Broadband กับ Baseband ต่างกันอย่างไรความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะคะ มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเป็นbaseband จะมีการส่งข้อมูลนี่จะมีการส่งที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อม ๆ กัน มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองเดี๋ยวเราก็จะมาดูข้อแตกต่างระหว่าง Bนั่นเองว่าต่างกันอย่างไรถัดมา 802.8เคเบิลใยแก้วนำแสงนะคะ ณ ปัจจุบันนี่แต่ก่อน เวลาเราใช้ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านนะคะ ส่วนมากก็จะเป็นสายทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็นไฟเบอร์ออฟตไฟเบอร์ออกทิคนะคะ แต่ข้อเสียก็จะมีเนื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ Fiber optic ความเปราะบางการแตกหักการบำรุงรักษาที่ใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองแต่ว่านิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า ส่งสัญญาณได้ไกลแล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา802.9 นะคะ ก็เป็นการรวมเทคโนโลยี ISDNกับเทคโนโลยีแลนISDN ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองการสื่อสารระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเองเวลาเราสื่อสารโทรศัพท์ก็จะมีประชุมสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุดนะคะ เหมือนสมมติโทรศัพท์แต่ละจังหวัดก็จะมาขึ้นข้างหน้าอะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯ ก็จะเป็น 02 ก็จะมีจุดพักและก็กระจายสัญญาณแต่ละที่ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตัว ISDN นั่นเองถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัยความปลอดภัย ความปลอดภัยตัวนี้ก็สำคัญสมมติตอนนี้เรามีอินเทอร์เน็ตแบงการใช้เติมเงินนะคะ Shopping Onlineความปลอดภัยตรงนี้ จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรากรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอเงินถอนเงินหรือว่าชอปปิงออนไลขึ้นมานี่ ความปลอดภัยตรงนี้จะถูกผู้อื่นนี่นำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่าก็จะมีข่าวว่าอยู่ดี ๆ จะมีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้...โอนเงินซื้อสินค้าอาจจะขึ้นเป็น US ดอลลาร์เช็คได้อย่างไร แล้วตัวระบบที่เราใช้ในเครือข่ายจะมีความปลอดภัยถึงระดับไหนนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะเพราะว่าเป็น ไวเลด หรือว่านะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้มาร์ทโฟนแท็บเล็ตนะคะ โน้ตบุ๊กขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารเช้าในรั่วมหาวิทยาลัยหรือว่าหอพักต่าง ๆ ก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา802.12802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการของการเข้าถึงลำดับความสำคัญของการใช้งานบางทีเวลาเราเข้าไปถึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต มันจะมีการเข้าถึงแบบรูปภาพหรือว่ามัลติมิเดียนี่ ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลารับส่งข้อมูล ถ้าเป็นคำพูดหรือตัวอักษรนะคะ เป็นตคัวอักษรนี่การไล่เรียงลำดับท้ายที่สุดแล้วก็จะประกอบร่างกันไปยังปลายทางได้ แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบของเสียง ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนท้ายที่สุดแล้วข้อมูลเสี่ยงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยชน์ถูกไหมคะ อันหน้ามาก่อนอันหลังมาก่อนมันก็จะรวมกันไม่ได้ เราก็จะมาดูลำดับความสำคัญความต้องการของข้อมูลของเรา ถัดมามาตรฐาน 802.15 ก็จะเป็นModem ก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป บ้านเราที่มี Switchเริ่มแรกจากการใช้งานสื่อสารต่าง ๆ จะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า Modem ในการที่จะรับและส่งข้อมูลโดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบ Dialogเพื่อทำการ ConnectEDจุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นหรือว่า โทรศัพท์ที่ให้บริการเพื่อทำการConnect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองเดี๋ยวสไลด์ถัด ๆ ไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัว Modem ว่าเขามีการเชื่อมต่อหรืออะไรนั่นเองนะคะ ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลย ตัว Modem ตัวนี้ ถัดมา802.5 กำหนดพื้อที่ไร่สารเครื่อข่ายส่วนบุคคลเวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ พูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณ ถูกไหมคะ เพื่อจะได้เข้าใจเวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือนี่ขึ้นเขาลงห้วย เวลาที่ไม่มีหรือว่าตัวส่งสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล สมมติเราให้บริการระบบเครื่อข่ายนะคะ หรือว่าที่บ้านของเราก็จะมีพื้นที่ควบคุมว่า ตัวกระจายสัญญาณของเรานี่เขาให้พื้นที่เท่าไหร่ เวลาพวกNetwork ต้องการคำนวณชั้นหนึ่งมีตัว Acep pointหรือว่า Area ต้องมีการคำนวณก่อนหรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตัวไหนที่มันครอบคลุม และครอบคลุมแล้วต้องมีไม่สิ้นเปลืองแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันจะต้องมาคู่กันคราวนี้ 802.16 จะเป็นมาตรฐานไร้สายหรือว่า WiMAX ก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบของมีสาย ถ้าเป็นรูปแบบของไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา 802.16มีทั้งมีสายแล้วก็ไร้สายถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ 802.11นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเราโดยจะกำหนดที่ตัวเลข 802.11 แล้วก็ตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตามมาเพื่อระบุ ความหมายว่าแต่ละตัวมีความหมายอะไรบ้าง A B G Nก็จะเป็น AC นั่นเองนะคะ ตัวมาตรฐาน802.11 นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว เราก็คุ้นเคยอยู่แล้ว Wi-Fiหรือว่า Wireless LanWiFi นะคะ ตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากันนั่นเองโดยอุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว Access Pที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2ชนิดหรือจะมีการเชื่อต่อในสายแลน ตัวรับตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสายแลนกับ Wifiหรือว่า Wi-Fi กับสายแลนก็ได้นะคะ เมื่อมีตัวเครื่อข่ายขึ้นมาแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับการใช้งานนะคะ และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วยว่าอันไหนมันเหมาะสมนะคะ อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศมารองรับกับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือใช้ได้เฉพาะต่างประเทศต้องดูอุปกรณ์ที่มันรองรับกับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเองนะคะ โดยเรามาดูตัวแรกที่มาตรฐาน IEEE802.11A นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่54 เมกะบิต หรือว่า เมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองใช้ย่านความถี่5 Ghz ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยนะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีบ้างแล้วแต่ข้อกำหนดหรือว่าข้อตกลงว่าใช้ย่านคลื่นความถี่นี้ได้หรือเปล่านะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านเคลื่อนความถี่อย่างไรเหมือนเหมือนเราฟังวิทยุ LM FM นี่นะคะ เขาก็จะจัดสรรคลื่นความถี่ต่าง ๆ นี่ให้ไปใช้อะไรได้บ้าง อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทางข้อราชการเกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ นั่นเองสำหรับประเทศไทยก็จะเอาที่ 5 Ghz ตัวนี้มาใช้กับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมนี่ครอบคลุมระยะไหนนะคะ กับพื้นโลกไหมที่ความถี่เท่าไหร่และเป็นระยะทางไกลเท่าไรแล้วก็มีตัวกระจายที่ช่วงนะคะ ที่เท่าไรนั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11A เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช่ในประเทศไทยนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลก็จะค่อนข้างต่ำต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ก็ไม่ไกลเท่าไร ถ้าเป็นตึกในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมเป็นตึกอาคารกรณีที่ไม่มีสิ่งมากีดขวางนะคะ ก็จะได้ที่ 120 เมตรบางคนบอกว่า ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกลดทอนสัญญาณไม่ว่าจะเป็นต้นไม้อาคารที่ออกไปเขาจะซับคลื่นความถี่นั้นก็จะได้รับข้อมูลนี่ลดน้อยลง ดังนั้นผู้รับข้อมูลจะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ พวกคลื่นความถี่ไว่าจะเป็ณตึกอาคารสภาพแวดล้อมเวลาที่ฝนตกนะคะ คลื่นความถี่ไปกระทบเม็ดฝนนะคะ ก็จะไปลดทอนมันก็มีปัจจัยหลาย ๆ อย่างในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สารตัวมาตรฐาน 802.11aจะได้ ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไปว่าไม่สามารถใช้กับไทยได้นะคะ อย่างที่บอกมันเป็นคลื่นความถี่ที่กดหนดไว้และก็ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11แล้วก็ 802.11G ก็จะใช้กับเพื่อนมันเองนะคะ ต้องใช้กับตัวที่อยู่ในซีรีเดียวกัน802.11A เท่านั่นนะคะ ข้อเสียถัดมา เมื่อเราพบข้อเสียของมาตรฐาน 802.11a แล้ว ก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมาคือ802.11bโดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า "CCK" นะคะ Complimentary Code Keyingนะคะ ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน เอา Clock เข้ามาเกี่ยวก็จะมีว่าการส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไร เอาไปใส่ที่ช่วงไหนร่วมกับเทคโนโลยีDSS นะคะ Direct Sเข้าไปนะคะ เมื่อกี้เราส่งไปที่ความเร็วที่ 54 เมกะบิตนะคะ เมกะบิตเปอร์เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 Ghz802.1a ใช้ 5 กิกะเฮิรตซ์นะคะ ลดลงซค่งเป็นย่านความถี่ที่สาธารณะ ก็คือทุกคนสามารถใช้งานได้แล้ว ไม่เหมือน 802.11a นั่นเองสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมนำไปใช้นั่นเองนะคะ ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถใช้ในด้านต่าง ๆ นั่นเองนะคะ ข้อดีเนื่องจากตัวนี้นี่ใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ 38 เมตรนะคะ ถ้าโครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่ที่ร้อยหน่อย ๆ 104 เมตรนะคะ ในที่โล่งแจ้งนะคะ แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์สามารถใช้กับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น a หรือ b นะคะตัวมาตรฐานตัวเก่า ๆ ได้นะคะ แต่ เนื่องจากเป็นความถี่สาธารณะก็จะมีคนที่ค่อนข้างมาใช้ความถี่นี้ค่อนข้างเยอะ ที่จะเกิดขึ้นก็จะมีแน่นอนในการส่งข้อมูลระหว่างนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11hนะคะ อันนี้ก็จะเป็นคลื่นความถี่ที่ 5GHz802.11a นะคะ ส่วนมากคลื่นความถี่นี จะถูกนำมาใช้กับประเทศแถบทวีปยุโรปซึ่งบ้านเราก็ไม่ได้5 GHz นี้มาใช้งานนั่นเอง ตัวนี้บอกไว้ว่าจะเป็นมาตรฐานที่เขานำมาใช้ถัดมา802.11i ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่าย นะคะ เนื่องจากตัวระบบ เครือข่ายไร้สายค่อนข้างมีผู้ใช่งว ค่อนข้างเยอะถูกไหมคะ สมาร์ตโฟนก็มีเรามีทุกคนนะคะ การเชื่อมตjอระบบเครือข่าย ง่ายมากนะคะ ดังนั้น การเข้าฟังก์ชันรหัสที่ถูกนำมาใช้ก็จะเป็น Wet อยู่ที่ 64/128-bit ตรงนี้ซึ่งไม่ เพียงพอต่อการใช้งานนะคะ การรักษาความปลอดภัยตัวนี้ ตัวมาตรฐานตัว 802.11i ตัวนี้เข้ามาควบคุมดูแล เนื่องจากมีการใช้งานมากขึ้น คนใช้งานมากขึ้น มาตรฐานตัวนี้จะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมานะคะ และก็มีการเข้ารหัส ส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็น WPA นะคะ WPA2 แล้วก็ AES นะคะ ตรงนี้เข้ามาว่าตัวระบบ ที่เราใช้งานของตัวอุปกรณ์เราจะตัวระบบเข้ารหัสในรูปแบบ ไหน WPA น่า จะเคยได้ยินอยู่นะ ถ้าเรียนไอ้ตัวเครือข่ายมาก่อนนะ ตัวนี้แปลว่า อาจารย์เป็น่่่่่่การทบทวนให้นะว่า มีการใช้งานแบบไหนบ้างนะคะ ถัดมา ถัดมาตัวอักษรเราเยอะเหลือเกิน มาถึงตัว k ของเราแล้ว 802.11k นะคะ ก็จะเป็นระบบเครือข่าย ไร้สายนะคะ จัดการเกี่ยวกับคลื่นวิทยุเลือกช่อง สัญญาณ เราจะเลือกช่องสัญญาณอย่างไร มีการโรมมิงควบคุมในการส่ง ก็จะมีการคิดนิดหนึ่งว่าช่องสัญญาณไหนที่มันเหมาะสม การโรมมิงทำอย่างไร นะคะ การหารัศมีการใช้งานของเครื่อง Cian นะคะ เท่าไรถึงจะเหมาะสมที่จะวางตัว Client ในการเชื่อมต่อนั่นเองในการรับส่งสัญญาณตัวอุปกรณ์ที่มีตัวฟังไปคร่าว ๆ ก่อนนะอันไหนที่คิดว่านักศึกษาน่าจะใช้งานบ่อย เดี๋ยวอาจารย์จะอธิบายเพิ่มเติมของตัวมาตรฐาน อันนี้ก็จะเป็นตัว 802.11k ยังไม่ หมดนะคะ 802.11 นี่ ค่อนข้างเยอะ ถัดมานะคะ 802.11x นะคะ ตกไปตัวหนึ่ง ก็จะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าใช้งาน ระบบเครือข่าย ที่เราบอกว่าต้องมีสิทธิ์ ตรวจสอบสิทธิ์ก่อนก็จะใช้ตัวมาตรฐาน Potocoreตัวย่อเยอะมากตรงนี้ ก็คือ