สวัสดีค่ะท่านผู้ชมคะโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอนำท่านผู้ชมรับชมการถ่ายทอดสดการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม อากาศ 2562 ซึ่งในการนี้เป็นพระราชพิธีสำคัญ ในส่วนของพระราชพิธีเบื้องปลายค่ะวันนี้ดิฉันสายสวรรค์ขยันยิ่งรับหน้าที่เป็นผู้บรรยาย ดิฉันเกียรติยาธรรมวิภัชน์นะคะและ ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธมัยลาภค่ะเป็นผู้บรรยายภาพภาษาอังกฤษซึ่งเป็นผู้ชมสามารถรับฟังการบรรยายการถ่ายทอดสด ภาษาอังกฤษได้นะคะหากโทรทัศน์ของท่านมีระบบเสียง 2 ภาษาหรือรับชมได้ทางช่อง GTA San หรือทาง Facebook nnt ค่ะ ไม่ชมการเสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทย โบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ การเสด็จพระราชดำเนินทางบกเรียกว่าพยุหยาตราทางสถลมารคการแสดง ราชดำเนินทางน้ำก็คือพยุหยาตราทางชลมารคเป็นการแสดงถึงพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ ตั้งการเสด็จพระราชดำเนินไปในการรบ การพระราชพิธีหรือเสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆและโดยส่วนพระองค์ด้วยนะคะนอกจากนี้ยัง โอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชื่นชมพระบารมีค่ะ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคมพุทธศักราช 2562 ซึ่งในวันที่ 5 พฤษภาคมได้เสด็จ พระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี กันถ้วนหน้าด้วยความปลื้มปิติแล้วนั้นนะคะ มาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก LINE ในวันนี้เส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน ใช่แล้วค่ะแล้วก็ในวันนี้นะคะก่อนที่จะมีพิธีสำคัญเกิดขึ้นนะคะในช่วงเช้านั้นก่อน เรือก็ได้จัดพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีเพื่อความเป็น ก่อนที่จะมีการออกเรือด้วยนะคะ โดยพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนะคะเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกาศ 2562 นั้นเริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ค่ะ สักครู่เราจะมีภาพให้ชมได้ติดตามรับชมกันนะคะ ผู้ชมได้ชมขนาดนี้ก็คือภาพของประชาชนนักเรียนนิสิต นักศึกษานะคะพี่ เดินทางมา รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอนะคะที่จะเสด็จพระราชดำเนิน มาในการเรียกพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จักราช 2562 ค่ะ นี่เป็นภาพบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้นะคะ โดยใช้รถติดผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีในการเสด็จ พระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคค่ะโดยก่อนที่จะเดินทาง ในการพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือก็จะไปที่โบสถ์วัดวงศมูลวิหารสักการะ รูปนี้พระอุโบสถสักการะพระวิษณุกรรมแล้วจึงประกอบพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธี หมายเลข 1 หมู่ทหารเรือธนบุรีกรมอู่ทหารเรือค่ะ การบวงสรวงแม่ย่านางเรือนั้นเป็นพิธีสำคัญนะคะที่ชาวเรือมีความเชื่อกันว่า ว่าเรือทุกลำมีแม่ย่านางเรือสิงสถิตอยู่คอยปกปักรักษาคุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวงที่จะเกิดแก่เรือดังนั้นก่อนจะออกเดินทุกครั้งหรือว่าการนำเรือไปใช้งานแล้วจึงมาจากจะทำพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ หรือบูชาแม่ย่านางเรือก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจ กำลังพลประจำเรือซึ่ง เป็น ประเพณีอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันต่อเนื่องมาค่ะ หลังจากพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็บวงสรวงแม่ย่านางเรือเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจของกำลังพล ทุกฝ่ายแล้วนะคะในช่วงบ่ายก็จะมีการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ค่ะ กองทัพเรือโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนเรือ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ได้จัดเรือพระราชพิธีในเรื่องกระบวนทั้งสิ้น 52 ลำนะคะซึ่งรวมถึงเรือพระที่นั่ง 4 ลำด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติ ชมนะคะถ้าสังเกตจากแผนผังที่อยู่หน้าจอในเวลานี้ก็จะเห็นว่า เรือพระที่นั่ง จะอยู่ในริ้วกลางซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งเป็นนิ้วสำคัญทั้งหมดซึ่งจัดขึ้น 5 นิ้ว 3 สายนะคะก็จะเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นไปตามรูปแบบตามโบราณราชประเพณีค่ะ ที่ประชุมเห็นอยู่นี้คือเรือพระที่นั่งนะคะที่สำคัญค่ะเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนะคะ ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยรวมปัจจุบันนั้นเป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ค่ะคนเรือ ปิดทองประดับ กระจก เป็นรูปพญาอนันตนาคราชหรือพญานาค 7 เศียรกลางลำเรือทอดบุษบก ให้ประดิษฐานพระพุทธรูปหรือผ้ากฐิน ลำเรือภายนอกทาสีเขียวส่วนท้องเรือนั้นภายในทาสีแดง ตัวเรือมีความยาวประมาณ 14 เมตรนะคะ ให้กำลังพลรวมจำนวน 72 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 69 นายประกอบด้วยนายเรือ 2 นายนายท้าย 2 นาย ฝีพาย 54 นายนะคะมีคนถือธงท้าย 1 นายพลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร นาย คนแขนยาว 1 นายพนักงานเห่เรือ 1 นายแล้วก็เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอีก 3 นายด้วยกันค่ะ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชขณะนี้ได้เทียบที่ ฉนวนประจำท่า สุกรีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเรียบร้อยแล้วนะคะและที่ท่องเที่ยว เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นลำแรกก็กะว่าจะใช้เป็นเรือ เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 นำเรือพระที่นั่งนะคะนั่นหมายความว่า รุ่น 1 ชมจะเห็นริ้วขบวนเรือจะเห็นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนำอยู่เป็นลำที่ 1 นิ้วกลางอ่ะ ก่อนหน้าที่จะถึงพระราชพิธีนี้นะคะทางกองทัพเรือและทุกฝ่ายก็ได้มีการประ เตรียมความพร้อมความพร้อมแล้วก็มีการซักซ้อมในเรื่องของการ จัดริ้วขบวนได้อย่างสวยงามทั้ง 52 ลํานะคะโดยที่บอกว่าเป็น 5 นิ้ว 3 สายนะต้องมีการ ปุ่มสั่งการมีความพร้อมเพียงเป็นอย่างมากเดี๋ยวเราจะพาไปดูเบื้องหลังบางช่วง ก่อนนะคะว่ากว่าที่จะมาถึงวันนี้มีการซ้อมโดยใช้ระบบเทคโนโลยีใช้ GPS เข้ามา ปุ่มทิศทางการจัดเรียงกระบวนเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามอย่างไรค่ะ กระแสน้ำจะเปลี่ยนเป็นน้ำนิ่ง เล็กน้อย ออกแล้ว rz1 วิธีเบื้องหลัง การฝึกซ้อมก่อนที่จะมาถึงวันจริงซึ่งมีความหมายความสำคัญและบริการ รายละเอียดต่างๆเพื่อที่จะให้ริ้วขบวนนั้น เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามและไม่ว่ากระแสน้ำจะเป็นอย่างไรคงจะสังเกตเห็นว่า หน้าที่ควบคุมโดย GPS นั้นนะคะจะเห็นแนวเรือเป็นสีต่างๆ ตรง 3 เส้นของริ้วขบวนซึ่งนี้คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของดีภายกำลังพลและ ทุกลำรวมไปถึงการซ้อมแล้วก็การออกแบบแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆนะคะที่กว่าจะมาถึงวันนี้ที่มีเรื่องราวอีกมากมายราคาต่อวันในระยะเวลาอันสั้นก็คงจะไม่ได้เห็น เบื้องหลังแต่เพียงเท่านี้ก่อน ซึ่งอีกสักครู่ หมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระนางเจ้าพระบรมราชินีและ พระบรมวงศานุวงศ์ก็ใกล้จะถึงเวลาเสด็จนะคะโดยตามหมายกำหนดการก็คือเวลาประมาณ 15:00 น 30 นาทีนะคะ จุดที่ต้องชมเห็นอยู่นี้ก็คือจุดเริ่มต้นของริ้วขบวนค่ะริ้วขบวนนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ท่าวาสุกรีซอยท่าวาสุกรีนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นะคะหลังจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งแรกลงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สร้างพระราชวังดุสิตขึ้นเพื่อเป็นพระราชอุทยานที่พระธาตุแห่งใหม่นอกพระบรมมหาราชวังค่ะ แล้วก็โกรธให้สร้างท่าเทียบเรือประจำพระราชวังดุสิตอยู่ระหว่างวัดเทวราช ชอนและวัดราชาธิวาสค่ะ โดยสร้างขึ้นเป็นพระตำหนักแพอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพระยา พิพัฒน์เป็นผู้ดูแลกำกับการสร้างท่าเทียบเรือนี้จนแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2400 52 นะคะ ก็นึกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สืบทอดมาตามโบราณราชประเพณีพระตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า พระราชวังหลวงจะต้องมีอาณาเขตติดกับแม่น้ำอำนวยการเดินทางทางชลมารค ตลอดจนการศึกสงครามการใช้แม่น้ำเป็นแนวป้องกันข้าศึกก็ดี เนื่องมาจน รัตนโกสินทร์พระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นพระราชวังหลวงของกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีท่าเทียบเรือพระที่นั่งนะคะที่ท่าราชวรดิษฐ์ อีกสักครู่ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคก็จะยาตราไปจบที่ ราชวรดิษฐ์นะคะส่วนท่าวาสุกรีนี้ ชื่อที่หมาก็สืบเนื่องมาจากคติโบราณว่าพระเจ้าแผ่นดินเปรียบเสมือนพระนารายณ์ซึ่งมีครู แต่เวลาจะเสด็จทางน้ำจะต้องอาศัยพญานาคซึ่งเป็นเจ้าแห่งน้ำในการเสด็จ ดังปรากฏนามของพญานาคตนหนึ่งที่มีชื่อว่าวาสุกรีนะคะก็เลยมี ประวัติว่าได้รับพระราชทานชื่อท่าน้ำนี้ว่าท่าวาสุกรีตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมง เกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา ปัจจุบันท่าวาสุกรียังคงเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิตแล้วก็เป็นท่าเรือหลวงที่ใช้เทียบเรือ นั่งในพระราชพิธีต่างๆเสมอมาและยังใช้เป็นที่เก็บเรือพระราชพิธีบางองค์ด้วยนะคะ นอกจากนี้ผู้ชมคงจะคุ้นเคยกับ ข่าวในพระราชสำนักเวลาที่มีวันสำคัญดังเช่นวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์ หรือวันคล้ายวันพระราชสมภพนะคะก็จะ แผนที่ทรงลอยพระประทีปทรงปล่อยนกปล่อยปลาปล่อยโคในวันสำคัญดังกล่าวด้วยค่ะ แล้วก็ไม่สักครู่ที่ได้กล่าวถึงเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนะคะจะเป็นที่ประดิษฐานของพระ ปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 นะคะเราจะนำผู้ชมไปติดตาม ชมพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 นะคะซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระ ก็มาใช้ในการที่เบสมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้า จะมอมให้สร้างขึ้นค่ะเมื่อปีพุทธศักราช 2561 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ โดยทรงประกอบพิธีสมโภชเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามนับเป็นการจัดสร้างพระชัยประจำรัชกาล ตรงตามตำรับและพิธีที่มีมาแต่โบราณอาการทุกประการนะคะพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 ค่ะ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ประทับนั่งแบบภายใต้ฉัตร 5 ชั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 17.5 cm นะคะสูงเฉพาะองค์พระ 22.5 cm พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแบบ พัชราชนะภูมิพุททราคือประทับนั่งขัดสมาธิเพชรนะคะ พระหัตถ์ซ้ายวางเหนือพระเพลา ในกริยาทรงถือตาลปัตร รหัสขวาที่ลงพระธรณีในลักษณะ การมาระวิชัยนิ้วรหัสทั้งสี่ยาวเสมอกันตรงตามคัมภีร์มหาปุริสลักษณะ พระพักตร์เป็นรูปไข่ผ่าซีกละม้ายศิลปะสุโขทัยที่เรียกว่าหน้านาง พระนลาฏค่อนข้างกว้าง ขนมโกรกพระเนตรมองลงยังเบื้องล่างพระนาสิกโด่ง อดเปรี้ยว ยะลากันยาวเกือบจรดพระอังสา สำหรับเกษียณนั้นประกอบด้วยเม็ดพระศก เป็นตุ่มขนาดเล็ก ศรีสะเกษมาลาและรัศมีรูปเปลวเพลิงอยู่เบื้องบนค่ะ พระพุทธรูปเราจะลาส่งเรียบเชียงมีชาลิตาส่งภาพบนพระอังสะห้อย อยากจะสดใสหน้าผี ลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบนะคะอันเป็นพุทธลักษณะ ของศิลปะสุโขทัยที่สื่อถึงความสุข ความเจริญ โดยปรากฏขอบที่ครอบพระบาททั้งสองข้างนอกจากนี้ยังมีตาลปัตร มี 2 ถือค่ะมีลักษณะเรียวแหลมคล้ายรูปใบโพธิ์หล่อด้วยเงินจำหลักลาย พระพุทธรูปปางประทับนั่งเหนือฐานปัดประกอบด้วยกลีบบัวหงายซ้อนกัน 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นฐานขาสิงห์ สื่อถึงฐานของเขาพระสุเมรุ ตามคติความเชื่อแบบไตรภูมิและฐานเขียงจำหลักคำจารึกภาษาบาลี เบื้องหน้าฐานมีผ้าเช็ดขนาดใหญ่จำหลักลายลงยาสีห้อย กลุ่มฐานปัทม์ แล้วก็ฐานขาสิงห์ซึ่งพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 นี้จะนำออกประดิษฐาน งานพระราชพิธีฉัตรมงคลและวันเฉลิมพระชนมพรรษาจึงนับเป็น พระพุทธรูปสำคัญที่ช่วยภิบาลรักพิทักษ์รักษาตลอดจนประสิทธิ์ประสาทพรให้กับองค์พระมหากษัตริย์ ประสบนิกรของพระองค์เสมอมาค่ะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ผิดนั้น ส่งหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์องค์นี้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 นะคะแล้วก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญไป สถานะขอพระสุราลัยพิมานร่วมกับพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ทุกรัชกาล ไม่มีงานพระราชพิธีจึงอัญเชิญไปประดิษฐานในมณฑลพิธีและวันนี้พระบาท พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรือพระที่นั่งลำแรกในโลก ส่วนสายกลางน้ำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งลำทรง จะมีเจ้าพนักงานภูษามาลาถวายพระกลด รูปช้อยเจ้าพนักงานเครื่องสูงถวายบังสูง ตั้งศูนย์นะครับประจำอยู่ด้านหลังบุษบกด้วยค่ะ นี่คือบริเวณสวนสันติ ไชยปราการนะคะซึ่งก็จะเป็นหนึ่งในแนว กลวิธีที่เร็วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคยาตราผ่านในวันนี้นะคะ ทุกจุดที่มีพื้นที่และประชาชนสามารถเข้าไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ได้ก็จะมีคนเดินทางหลั่งไหลกันมาจ๊ะ จองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้านะคะแล้วก็จุดคัดกรองก็จะเริ่มเปิดให้ประชาชน เข้าจุดคัดกรองผ่านเข้าพื้นที่เฝ้าได้ตั้งแต่เวลา 10:00 น เป็นต้นมาค่ะ ประชาชนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองนะคะ ต่างก็มีพระบรมฉายาลักษณ์บ้างก็มีธง ประจำพระองค์ ธงพระปรมาภิไธย ติดไม้ติดมือเชิญมาเพื่อที่จะ การแสดงออกถึงความจงรักภักดีในระหว่างที่ ริวขบวน พยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนผ่านนะคะ อาการไปสอบถามประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท นั้นนะคะหลายคนก็บอกว่า อยากจะมาเห็นบรรยากาศจริงๆในสถานที่จริงๆเลยชมผ่านโทรทัศน์ไม่เหมือนจริง จะได้เห็นบรรยากาศได้ยินเสียงแจวเรือได้ยินเสียงเฮเรือรู้สึกว่า ประทับใจมากกว่า การสอบถามประชาชนมาบอกว่าขอมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มาชื่นชมพระบารมีแล้วก็เห็นราชพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วยค่ะ มีวัด 6 วัดที่อยู่ในแนวลำน้ำเจ้าพระยาที่เป็นเส้นทางของริ้วขบวน เชิญชวนประชาชนร่วมเจริญพระพุทธมนต์ด้วยนะคะในช่วงที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านก็จะมี ที่ จะมีการ เจริญพระพุทธมนต์เฉพาะช่วงที่เราไปที่นั่งเลื่อนผ่านผ่าน โอนไปแล้วประชาชนก็ ดูขบวนใน ดูหนังๆตอนหลังๆกันต่อ ซึ่งจุดที่ประชาชนสามารถเข้าชม วิธีนี้นะคะก็มีทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามี 5 จุดหลักๆด้วยกันนะคะชมฟรีด้วยนะคะ ได้แก่สวนหลวงพระราม 8 คือเชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรีค่ะสวนสันติชัยปราการถนน อาทิตย์สถานีรถไฟธนบุรีเดิมสวนนาคราภิรมย์ท่าเตียนแล้วก็ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์นะคะก็เป็นสถานที่ที่ มีอาจารย์นะคะให้ประชาชนได้ เศร้านะคะ เต็มแน่นทีเดียวค่ะ จากเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆแล้วนะคะก็จะมี เราจิตอาสาพระราชทานนะคะกระจายกันอยู่เพื่อที่จะช่วยดูแลประชาชนอีกทางหนึ่งด้วยค่ะจะมีอยู่ สามารถที่จะ ดูแลประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในวันนี้ ถึงค่ะ วันนี้อากาศ ดีนะคะสงสัยดีมากนะคะก็เป็น วันอันเป็นมหามงคลของผู้ชมชาวไทยอีกครั้งหนึ่งนะคะ ที่จะติด ใช้พูดเอา ราชการที่เป็นชาว ต่างชาติล่ะคะมาลงทะเบียนแล้วก็อาสาที่จะมาช่วย ช่วยได้เยอะทีเดียวค่ะเพราะว่า ช่วยสื่อสารภาษาต่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่มาอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อที่จะชมกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันนี้ด้วยก็จะมีจิตอาสาพระราชทานชาวต่างชาติ เครื่องแบบนะ หมวก ตาผ้าพันคอหรือหลังน้าอยู่ตามจุดต่างๆ ตลอดแนวลำน้ำค่ะ สะพานพระราม 8 เป็นอีกจุดหนึ่งนะคะซึ่งเป็น ภูมิทัศน์ ที่สวยงามที่เราจะได้เห็นตลอดการถ่ายทอดสดในการยาตราริ้วขบวนพยุหยาตรา ทางชลมาศในวันนี้นี่ขณะนี้ เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำรวมทั้งเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ตั้งขบวนเรือหัวขบวนของเรือพระราชพิธีอยู่ที่บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ ท้ายขบวนอยู่ที่ ก่อนถึงสะพานกรุงธนนะคะจากนั้น เบื่อได้เวลา เสด็จพระราชดำเนินขบวนเรือก็จะเคลื่อนออกจากจุดตั้งขบวนมุ่งหน้าไปทาง พระบรมมหาราชวัง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรค่ะใช้เวลาในการเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้น ถึงที่หมาย ประมาณ 40 นาทีนะคะ การจัดรูปขบวนเรือก็แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สายแต่งที่ ไม่ได้เห็นจากแผนผังกราฟิกไปเมื่อสักครู่นี้แล้วอีกสักครู่ก็จะได้ชมริ้วขบวน จริงๆที่ยิ่งใหญ่งดงามตระการตาผ้า สำหรับเรือพระราชพิธีที่ผู้ชมจะได้เห็นคู่นึงนะคะ หลายลำทีเดียวก็ได้ มีการชำรุดเสียหายนะคะจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะโดยอู่เรือพระราช ที่ถูกระเบิดได้รับความเสียหายสำนักพระราชวังก็เลยตรวจสอบนะคะเมื่อปี พ. ศ. 2490 ค่ะ เรือประเภทลายทองคงสภาพดีจำนวน 12 ลำนะคะแต่บางส่วนตัวชำรุด คนเรืออยู่ในสภาพดีจำนวน 8 ลำนะคะก็เลยมีการมอบหมายให้กรมศิลปากรนั้นเป็นผู้ รักษาจัดการซ่อมโรงเรียนแล้วก็เรือพระราชพิธีแล้วก็จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี เมื่อปี 2517 นะคะเพื่อเก็บรักษาเรือพระราชพิธีจำนวน 9 ลำนะคะ แล้วก็มีการซ่อมบำรุงดูแลตลอดเวลาให้มีความงดงามนะคะเมื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีจะทำให้เกิดความสง่างาม สกุลเงินของผู้ชมจะได้เห็นประจักษ์กับสายตานะคะ จะกล่าวถึงขบวนเรือของพระมหากษัตริย์ไทยนั้นมีมาตั้งแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กดว่าพระร่วงทรงใช้เรือออกไปลอยกระทงหรือพิธีจองเปรียงณกลางสระน้ำ เผาเทียนเล่นไฟในยามคืนเพ็ญเดือนสิบสองครั้งต่อมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีซึ่งอยุธยา เมืองเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำลำคลองมากมายหลายสายชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำ ชาวกรุงเก่าจึงต้องอาศัยเรือในการสัญจรไปมาเวลารบทัพจับศึก มาใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญจึงปรากฏมีการสร้างเรือรบมากมายในสมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากเป็นเวลาราษฎรว่างเว้นการทำนาจึงเรียกระดม ฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือก็กลับ จะดูการทอดกฐิน พระเจ้าแผ่นดินจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนเรือรบ Hand ให้ใกล้ คนเริ่มมีการกุศลและถือเป็นการฝึกซ้อมกระบวนยุทธอยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ มีการค้นพบหลักฐานเรื่องเรือพระราชพิธีที่ชัดเจนตั้งแต่สมัยอยุธยา กฎมณเฑียรบาลกฎหมายตราสามดวงซึ่งสันนิษฐานว่าตราขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถค่ะมีการกล่าวถึงประกอบด้วย กฎหมายเกี่ยวกับกระบวนเรือหลวงและการใช้เรือพระที่นั่งในการพระราชพิธีต่างๆ กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยอยุธยานั้นสันนิษฐานว่ามีการจับคู่ เป็น 2 แบบคือกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่และกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค อย่างน้อย หลักฐานประวัติศาสตร์กระบวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยอยุธยาได้แก่ขบวน หน้ากาก สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชค่ะ บันทึกไว้ว่าเป็นกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่มีจำนวนเรือใน วันถึง 113 รำนะคะ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายพระเจ้าแผ่นดินเสด็จโดยกระบวนเรือ เป็นพระราชกุศลต่างๆจึงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานผ้าพระกฐิน ฉลองพระอารามเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทและใช้เพื่อการแห่ ช้างเผือกเป็นต้นค่ะ ในสมัย แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศวรรณกรรมกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร เป็นหลักฐานแสดงถึงเรือพระราชพิธีตอนปลายไปด้วยนะคะและถือว่า เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรนั่นก็เป็น ต้นแบบในการประพันธ์กาพย์เห่เรือในยุคกลางๆต่อมาด้วย ถึงสมัยกรุงธนบุรีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ต่อเรือรบ ใช้ในราชการสงครามและทรงให้สร้างเรือสำหรับเกียรติยศของแผ่นดินด้วยนะคะ ในการพระราชพิธีต่างๆเช่น อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางจากท่าเจ้าสนุกมาสู่กรุงธนบุรี มีหลักฐานบันทึกว่ามีเรือขบวนถึง 115 ล้านค่ะ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีการสร้างเรือพระที่นั่งขึ้น เนื่องด้วยการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มตำราภายหลังจากสร้างพระนครแล้วเสร็จ เมื่อพุทธศักราช 2328 ตามธรรมเนียมครั้งกรุงศรีอยุธยา และต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างเรือพระที่นั่ง เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากค่ะ ในรัชกาลที่ 4 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเสร็จการพระราชพิธี ราชาภิเษกแล้วรีบโปรดให้จัดขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางชลมารค เป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่ เพื่อนในขบวนครั้งนั้นมีจำนวน 260 ข้าวหลามนะคะพ่นสีพายถึง 10,000 นายซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนครในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้จัดกระบวนพยุหยาตราเลียบพระนครเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทางที่ 2 เมื่อปีพุทธศักราช 2416 ใช้ในการพระราชพิธีอื่นๆขบวนเรือในช่วง ราชการก็ยังคงบริบูรณ์นะคะจากหลักฐานปรากฏในโคลงทวาทศมาส ก็มีการสร้างเรือพระที่นั่งเพิ่มเติมขึ้นอีกอาทิเรือพระที่นั่งอเนกชาติ ชงเป็นต้น อย่างไรก็ดีในช่วงนี้ก็มี การพัฒนาในเรื่องของการเดินทางต่างๆมีถนนหนทางในการคมนาคมทาง เพิ่มมากขึ้นนะคะการเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่างๆก็ทั้งทางบกทางน้ำ มีความเปลี่ยนแปลงไปดังนั้น ความสำคัญของการใช้เรือพระที่นั่งก็ลดน้อยลงในสมัย ลายรัชกาลที่ 5 ต่อเนื่องรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 นะคะแต่ว่าในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 นั้นก็ยังคงมีกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จอมพลเรือสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ รักพี่นิดว่างระเบียบริ้วขบวนเรือพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวน ยาตราทองชลมารคขึ้นใหม่เป็น 5 แบบนะคะมีกระบวนพยุหยาตราใหญ่ 48 ลำกระบวนพยุหยาตราน้อยใช้เรือ 39 ลำ ก็มีขบวนราบใหญ่ขบวนราบน้อยขบวนราบย่อนะคะสุดท้ายแปล ลักษณะของการเสด็จพระราชดำเนินและการประกอบริ้วขบวนค่ะ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร มีแต่เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในปีพุทธศักราช 2501 ในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ครั้งนั้น อัญเชิญพระพุทธรูปพระไตรปิฎกและพระสงฆ์เรียกว่าขบวน พยุหยาตราจะเป็นกระบวนพยุหยาตราน้อยเนื่องจากมีเรือจำนวนไม่มาก พอที่จะ กระบวนพยุหยาตรายางใหญ่นะคะ ต่อมาจึงมีการบูรณะซ่อมแซมเรือพระราชพิธีที่เสียหายอย่างหนัก ระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีการซ่อมสร้างเรือพระราชพิธีเพิ่ม ต่อเรือจ้างครบ 11 คู่ ต่อเรือรูปสัตว์ครบ 4 คู่ สามารถจัดกระบวนพยุหยาตราใหญ่ได้ในการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 2525 และมีการสร้างเรือ ที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 เพิ่มขึ้นอีก 1 ลำในปีพุทธศักราช 2530 ทำให้มีเรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำนับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมานะคะ พร้อมกันนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ พระราชกุมารีพระอิสริยยศในขณะนั้นทรงปรับริ้วขบวนใหม่มีลักษณะ เหมือนดาวล้อมเดือนและใช้เป็นแบบแผนมาจนถึงปัจจุบันค่ะ รัชกาลที่ 9 มีการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารครวม 17 ครั้งเป็นการแสดง พระราชดำเนิน 14 ครั้งอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 1 ครั้งและจัดแสดง ขบวนเรือพระราชพิธี 2 ครั้ง ในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งหลังสุดจัดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2555 สมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินณวัดอรุณราชวราราม เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษานะคะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรจึงทำให้ปวงชนชาวไทย ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่เป็นเอกลักษณ์งดงามยิ่งใหญ่ เปลี่ยนชาติเดียวในโลกและบัดนี้พระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสืบสานรัก รักษายอด รัชสมัยของพระองค์ค่ะเมื่อสักครู่ชมจะได้เห็นนะคะเป็นพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารีนะคะบริเวณสวนสันติชัยปราการ ผ่านค่ะ ซึ่งจะประทับทอดพระเนตรราชพิธีสำคัญนี้ด้วยนะคะ ซึ่งอย่างที่คุณสัมผัสได้กล่าวไว้ว่าในกระบวนเรือนั้นมีจำนวน 52 ลำนะคะ เรือที่สำคัญและโดดเด่นก็คงมีคนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และคะซึ่ง เรือพระที่นั่ง บ่ได้กล่าวถึงนะคะตั้งแต่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราช มาลีนะคะ ราชดำเนินมาประทับบริเวณสวนสัตว์พัทยา สันติชัยปราการพร้อมด้วย ท่านผู้หญิงพลอยไพลินเจนเซ่นแล้วก็ท่านผู้หญิงสิริกิติยาเจนเซนนะคะ เผือกทอดพระเนตรการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 นะคะ โรงเรียนสวนสันติชัยปราการก็เป็นอีกจุดนึงนะคะที่จะได้เห็นขบวนเรือที่มีความสวยงามนะคะ นอกจากอีกหลายๆจุดที่มีการกำหนด สถานที่ไว้ให้กับประชาชนได้เข้าชม พิธีอันสำคัญนี้นะคะ จะเห็นได้ว่าทุกพื้นที่นั้นเต็มแน่นไปหมดทีเดียวนะคะประชาชนนั้นพร้อมใจกัน ที่จะมารอชมนะคะ หลายท่านบอกว่ามาชมการซ้อมแล้วแต่ว่าวันจริงก็อยากจะมาชมอีกนะคะเพราะว่าไม่เหมือนกันคนละบรรยากาศ อย่างที่เห็นก็จะมีจิตอาสาพระราชทานนะคะก็ เดินทางมา เข้าร่วมดูความเรียบร้อยนะคะ มีเป็นช่างภาพสื่อมวลชนค่ะก็ประจำตามจุดต่างๆนะคะเฝ้ารอบันทึก ภาพข่าวเหตุการณ์สำคัญและวันพรุ่งนี้ท่านก็จะได้ชมผ่านสื่อ ถามว่าจะเป็นสื่อหนังสือพิมพ์สื่อวิทยุสื่อโทรทัศน์นะคะจะได้ชมความงดงาม ไปแพร่ไปทั้งประเทศไทยแล้วก็ทั่วโลกด้วยความงดงามหนึ่งเดียว ของานพระราชพิธีครั้งนี้นะคะ สำหรับกำลังพลในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนี้ จะมีทั้งสิ้น 2431 นายนะคะในจำนวนนี้เป็นกำลังพลที่เป็นฝีพายแล้วก็เจ้าหน้าที่ ที่อยู่ประจำเรือ 2,200 นาย กว่าจะมาถึงวันนี้มีการ เลือก ผู้ที่จะมาเป็นฝีพายแล้วก็ประจำอยู่ในเรือแต่ละลำอย่างเหมาะสมค่ะ กองทัพเรือนั้นได้คัดเลือกบุคลากร ในหน่วยงานในสังกัดงานซึ่งก็กระจายกันอยู่ หลายพื้นที่ทั่วประเทศนะคะก็มีการคัดเลือกเสร็จแล้วในการฝึกซ้อมอยู่ที่ ของหน่วยนั้นก่อนนะคะเมื่อได้ เวลาอันเหมาะสมแล้วก็มีการมาฝึกซ้อมรวมกันที่กรุงเทพฯ กว่าที่จะลงนามได้ก็ผ่านขั้นตอนในการฝึกซ้อมหลายขั้นตอนมากนะคะ ให้ท่วงท่า ลีลาในการพาย แม้แต่กระทั่งองศาในการยก หายขึ้นมา องศาที่เท่าเทียมกันแล้วก็ดู มองจากทิศไหนก็ให้สวยงามเหมือนกันเท่ากันหมดนะคะดังนั้นการคัดเลือก มังกรตั้งแต่ต้นทางก็มีความสำคัญทั้งเรื่องของรูปร่างนอกนั้นก็มาฝึก การพายแล้วก็ลีลาท่าทางในการถ่ายหน้าต้องสง่างามเข้มแข็งแล้วก็แกะ เป็นจังหวะจะโคน แล้วก็มีการฝึก เหตุเกิดที่จะต้องเห็นรับด้วยนะคะ การฝึกก็กว่าจะลงน้ำ มีการฝึกตั้งแต่บนเขียงก็คือทำเหมือนกัน เป็นโครงเรือ สำรองขึ้นมานะคือจำลองขึ้นมาแล้วก็ให้สามารถนั่งอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะดูท่าทางก่อนยังไม่ลงน้ำ แต่พอช่วงต้นๆที่มีการฝึกลงนาม ทุกคนก็ต้องปรับสภาพกับร่างกายแล้วก็ท่าทางใหม่ก็ว่ากัน บนบก ลงน้ำก็ต้องฝึกว่าจะส่งตัวอย่างไรจะทำอย่างไรให้ควบคุมเรืออยู่ได้ในขณะที่ท่วงท่าลีลา มันคงแข็งแรง แล้วก็สง่างามด้วยนะคะดังนั้นกว่าที่ท่านผู้ชมจะได้เห็นวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รับผิดชอบในการฝึก ระวังคนตีพายก็คือกองทัพเรือนะคะก็ได้ฝึกซ้อมมาร่วมปีค่ะผ่านขั้นตอน ทั้งซ้อมย่อยหลายครั้งซ้อมใหญ่หลายครั้งแล้วก็มีการซ้อมใหญ่ พี่แต่งกายเสมือนจริงไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาด้วยนะคะ หลายคนบอกว่า ดูแล้วล่ะตั้งแต่วันที่ 7 ค่ะเพราะว่าอยากเห็นว่าใกล้วันจริงเนี่ยแต่งกายจะสวยงามขนาด นะคะ แล้ววันนี้ก็มาดูอีกใช่แล้วค่ะต้องมาซ้ำนะคะครั้งเดียวไม่พอนะคะเขาบอกว่า ตึกอื่นที่คุณสายสวรรค์ได้กล่าวไว้นะคะผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญก็คงหนีไม่พ้นในเรือค่ะ ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของเรือนะคะโดยเป็นเรือพระที่นั่งจะมีในเรือสองคนด้วยกัน หน้าที่ในเรือนั้นก็คือนำเรือให้ปลอดภัยดูแลกำลังคนในเรือดูแลความปลอดภัย เหลือทั้งหมดเรื่องสำคัญก็คือนายเราต้องควบคุมดูแลเรื่องเกี่ยวกับ Free Fire ขายให้พร้อมกันนะคะ เข้ากลุ่มให้เรืออยู่ในทิศทางที่กำหนดให้อยู่ในตำแหน่งสถานีที่กำหนดนะคะ ควบคุมเรื่องเวลาที่คณะกรรมการกำหนดไว้ด้วยว่าจะต้องไปถึงจุดนั้นจุดนี้กี่โมงนะคะ หากว่าเห็นว่าเรื่องตัวเองไปไม่ทันขบวนหรือภายอาจจะหายเร็วไปช้าไป เดี๋ยวก็มีหน้าที่ที่จะสังเกตสั่งสีภายเร็วขึ้นหรือว่าช้าลงนะคะ นอกจากนี้แล้วนะคะโดยเฉพาะในเรือพระที่นั่งนั้นจำเป็นจะต้องมีความระมัดระวัง พิเศษนะคะนอกจากนี้ยังมีเรื่องของคนสัญญาณก็มีหน้าที่สำคัญเช่นกันค่ะ จะนั่งอยู่ที่หัวเรือหันหน้าเข้ามาด้านในเรือ รอดูคำสั่งจากสัญญาณมือของนายเรือที่จะส่งมาว่าจะให้ฝีพายทำอย่างไรนะคะ สั่งส่วนมากอย่างเช่นสีไพ่พายถ้านกบิน ไปผสมหรือว่าให้พายทั้งซ้ายทั้งขวานะคะ และที่สำคัญมีไม่ได้ก็คือเรื่องของฝีพายเป็นกำลังพลสำคัญอย่างยิ่งค่ะ ตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องอาศัยกำลังพลมากที่สุดในเรือแต่ละลำก็จะมีฝีพายที่ มีพละกำลังมากทีเดียวจากรูปผู้ชมจะได้เห็นนะคะว่าแต่ละคนนั้นมีความแข็งแรงแค่ไหนในการพายเรือ ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างที่คุณสมานบอกว่าหลายต่อหลายครั้งที่เดียวทั้งซ้อมย่อยซ้อมใหญ่ จะมาถึงวันนี้ซึ่งสักครู่จะได้ปรากฏ สายตาของผู้ชมราคาว่ามีความสง่างามแข็งแรงมากน้อยแค่ไหนนะคะ ในระหว่างการยาตราริ้วขบวนผู้ชมสามารถจะสังเกตเห็น บินซึ่งถ้านกบินนี้ต้องชมจะเห็นว่าจะใช้กับเรือพระที่นั่งเท่านั้น 2 ก็คือถ้าขนรากจะเป็นท่าการพายโดยไม่ยกไม้ไผ่ ขับเรือซึ่งจะใช้กับเรือทุกลำในกระบวนค่ะมีถ้าผสม ค่าพายที่ผสมกันระหว่างถ้าภายนอกบินกับคนราบก็จะใช้ตอนเสด็จ ซึ่งเป็นการพายทวนน้ำที่ผ่านๆมาก็มักจะฝึกเอาไว้เวลาที่เสด็จกลับ ทางชลมารคนะคะกาแฟ การไพฑูรย์น้ำก็จะต้องใช้ถ้าผสมส่วนถ้าภายธรรมดาก็เป็นท่าเหมือนพายเรือ ไปค่ะจะมีท่าทางที่พิเศษที่สุดและในวันนี้ มีการใช้ท่านี้ หลอดริ้วขบวนตั้งแต่ จนกระทั่ง เสร็จสิ้น ไปจนถึงท่าราชวรดิษฐ์นั่นก็คือท่านกบินของเรือพระที่นั่งซึ่งวันนี้ จับตาดูให้ดีนะคะว่ากว่าจะฝึกซ้อมกันมาได้ร่วมปีแล้วถ้าหนู วันนี้จะสวยงามสมเกียรติขนาดไหนค่ะ ค่ะเรื่องการเห่เรือข้อสำคัญทางสวรรค์ค่ะการเห่เรือก็เป็นทำนองเรื่องของการร้องหรือเปล่า เสียง ประกอบให้จังหวะแก่ติดภายในการพายเรือส่วนประกอบที่สำคัญในการพายเรือ พระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนะคะอีกสักครู่ชมก็จะได้ฟัง การเห่เรือที่ไพเราะเช่นกันนะคะ ในช่วงของการยอดระลึกควรจะไม่มีการบรรยายนะคะให้ผู้ชมได้รับ รถจากการฟังประเภทหรือเฉลิมพระเกียรติซึ่งมีทั้งหมด 3 บท สรรเสริญพระบารมีบทที่ 2 เป็นบทชมเรือขบวนนะคะและบทที่ 3 พรมเมืองกาญโดยนาวาเอกทองย้อยแสงสินชัยค่ะ ส่วนผู้ที่เห็นก็คือนาวาโทณัฐวัฏอร่ามเกลื้อนะคะ พนักงานเขต สักครู่เสียงจะดังกึกก้อง ปวดท้องน้ำนะคะเจ้าพระยา เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช วันนี้นะคะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะฉลองพระองค์ด้วยทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ เหรียญฉลองพระองค์สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในพระราชพิธีสำคัญเช่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ราชพิธีเสด็จเลียบพระนคร พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินนะคะโดยเดิมฉลองพระองค์สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรียกว่าฉลองพระองค์เครื่องต้นอย่างบรมราชาภิเษกจนถึงสมัย สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะก็มีการออกนามฉลองพระองค์สำหรับนี้เป็นครั้งแรก เรื่องพระราชสุตาภรณ์อย่างวันบรมราชาภิเษก เสด็จเลียบพระนครจะเปลี่ยนไปใช้ว่า เครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์นะคะ ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์สำหรับนี้ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีการออกนามว่าฉลองพระองค์ บรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ค่ะ จากนี้จะส่งสายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์สวมสายสร้อยเชือกร่มเกล้านะคะ ส่วนผู้ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีวันนี้จะแต่งเครื่องแบบ เป็นชุดสะพายสูงสุด สถานที่ หมายกำหนดการตรวจการ นี่คือจุดเริ่มต้นของริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ซึ่ง บริเวณท่าวาสุกรีค่ะ