--- title: (ASR-NORMAL) พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค (0:43:47-1:28:30) subtitle: date: วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2566 เวลา 00.46 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีค่ะท่านผู้ชมคะโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยขอนำท่านผู้ชมรับชมการถ่ายทอดสดการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคมพุทธศักราช 2562 ซึ่งในการนี้เป็นพระราชพิธีสำคัญในส่วนของพระราชพิธีเบื้องปลายค่ะ วันนี้ดิฉันสายสวรรค์ขยันยิ่งรับหน้าที่เป็นผู้บรรยาย ดิฉันเกียรติยาธรรมวิภัชน์นะคะและ ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธมัยลาภค่ะ เป็นผู้บรรยายภาพภาษาอังกฤษซึ่งเป็นผู้ชมสามารถรับฟังการบรรยายการถ่ายทอดสดในภาษาอังกฤษได้นะคะหากโทรทัศน์ของท่านมีระบบเสียง 2 ภาษาหรือรับชมได้ทางช่อง TNN หรือทาง Facebook nnt ค่ะ ไม่ชมการเสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะการเสด็จพระราชดำเนินทางบกเรียกว่าพยุหยาตราทางสถลมารคการเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำก็คือพยุหยาตราทางชลมารคเป็นการแสดงถึงพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ ตั้งการเสด็จพระราชดำเนินไปในการรบ การพระราชพิธีหรือเสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆและโดยส่วนพระองค์ด้วยนะคะนอกจากนี้ยังจัดขึ้นในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครเพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชื่นชมพระบารมีค่ะ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคมพุทธศักราช 2562 ซึ่งในวันที่ 5 พฤษภาคมได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีกันถ้วนหน้าด้วยความปลื้มปิติแล้วนั้นนะคะ มาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลายในวันนี้เส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐระยะทาง 3.4 กิโลเมตรค่ะซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน ใช่แล้วค่ะแล้วก็ในวันนี้นะคะก่อนที่จะมีพิธีสำคัญเกิดขึ้นนะคะในช่วงเช้านั้นกองทัพเรือก็ได้จัดพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนที่จะมีการออกเรือด้วยนะคะ โดยพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนะคะเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 นั้นเริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ค่ะ สักครู่เราจะมีภาพให้ชมได้ติดตามรับชมกันนะคะ ไปที่เขาชมได้ชมขนาดนี้ก็คือภาพของประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษานะคะ เดินทางมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอนะคะที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาในการเรียกพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ค่ะ นี่เป็นภาพบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้นะคะ พลเรือเอกลือชัยรุดดิษฐ์ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคโดยก่อนที่จะเดินทางไปในการพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือก็จะไปที่โบสถ์วัดวงศมูลวิหารสักการะพระพุทธรูปในพระอุโบสถสักการะพระวิษณุกรรมแล้วจึงประกอบพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีณุหมายเลข 1 ทหารเรือธนบุรีกรมอู่ทหารเรือค่ะ การบวงสรวงแม่ย่านางเรือนั้นเป็นพิธีสำคัญนะคะที่ชาวเรือมีความเชื่อกันมาแต่โบราณว่าเรือทุกลำมีแม่ย่านางเรือสิงสถิตอยู่คอยปกปักรักษาคุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวงที่จะเกิดแก่เรือดังนั้นก่อนจะออกเดินทุกครั้งหรือว่าการนำเรือไปใช้งานแล้วจึงมาจากกระทำพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือหรือบูชาแม่ย่านางเรือก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือซึ่งถือเป็น ประเพณีอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันต่อเนื่องมาค่ะ หลังจากพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็บวงสรวงแม่ย่านางเรือเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจของกำลังพลทุกคนทุกฝ่ายแล้วนะคะในช่วงบ่ายก็จะมีการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ค่ะ กองทัพเรือคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนเรือ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ได้จัดเรือพระราชพิธีในเรื่องกระบวนทั้งสิ้น 52 ลำนะคะซึ่งรวมถึงเรือพระที่นั่ง 4 ลำด้วยประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์นะคะถ้าสังเกตจากแผนผังที่อยู่หน้าจอในเวลานี้ก็จะเห็นว่าเรือพระที่นั่ง จะอยู่ในริ้วกลางซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งเป็นเรื่องสำคัญทั้งหมดซึ่งจัดขึ้น 5 รีวิว 3 สายนะคะก็จะเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่ เป็นไปตามรูปแบบตามโบราณราชประเพณีค่ะ ประชุมเห็นอยู่นี้คือเรือพระที่นั่งนะคะที่สำคัญค่ะเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนะคะ ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยรวมปัจจุบันนั้นเป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ค่ะค้นเรือปิดทองประดับกระจกเป็นรูปพญาอนันตนาคราชหรือพญานาค 7 เศียรกลางลำเรือทอดบุษบกให้ประดิษฐานพระพุทธรูปหรือผ้ากฐินลำเรือภายนอกทาสีเขียวส่วนท้องเรือนั้นภายในทาสีแดงตัวเรือมีความยาวประมาณ 14 เมตรนะคะ ใช้กำลังพลรวมจำนวน 12 นายแยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 69 นายประกอบด้วยนายเรือ 2 นายนายท้าย 2 นายศรีไพร 54 นายนะคะ มีคนถือธงท้าย 1 นายพลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย ขนแขนยาว 1 นายพนักงานเห่เรือ 1 นายแล้วก็เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอีก 3:00 น ค่ะ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชขณะนี้ได้เทียบที่ ฉนวนประจำท่า วาสุกรีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเรียบร้อยแล้วนะคะและที่ต้องเทียบเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นลำแรกก็กะว่าจะใช้เป็นเรือ อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 นำเรือพระที่นั่งนะคะนั่นหมายความว่าสักครู่หนึ่งท่านผู้ชมจะเห็นริ้วขบวนเรือจะเห็นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนำอยู่เป็นลำที่ 1 นิ้วกลางอ่ะก่อนหน้าที่จะถึงพระราชพิธีนี้นะคะทางกองทัพเรือและทุกฝ่ายก็ได้มีการเตรียมความพร้อมความพร้อมแล้วก็มีการซักซ้อมในเรื่องของการ จัดริ้วขบวนได้อย่างสวยงามทั้ง 52 ลํานะคะโดยที่บอกว่าเป็น 5 นิ้ว 3 สายนะต้องมีการควบคุมสั่งการมีความพร้อมเพียงเป็นอย่างมากเดี๋ยวจะพาไปดูเบื้องหลังบางช่วงบางตอนนะคะว่ากว่าที่จะมาถึงวันนี้มีการซ้อมโดยใช้ระบบเทคโนโลยีใช้ GPS ก็มาควบคุมทิศทางการจัดริ้วขบวนเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามอย่างไรค่ะ กระแสน้ำจะเปลี่ยนเป็นน้ำนิ่งและน้ำลงเล็กน้อย ปิ่นเกล้า ทุกลำ ออกแล้ว เต็มไปหมดตอนนี้ 1 เมตร rz1 วิทยุเบื้องหลังการฝึกซ้อมก่อนที่จะมาถึงวันจริงซึ่งมีความหมายความสำคัญและมีการเก็บ รายละเอียดต่างๆเพื่อที่จะให้ริ้วขบวนนั้น เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามและไม่ว่ากระแสน้ำจะเป็นอย่างไรคงจะสังเกตเห็นว่าจากภาพที่ควบคุมโดย GPS นั้นนะคะจะเห็นแนวเรือเป็นสีต่างๆ ลง 3 เส้นของริ้วขบวนซึ่งนี้คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของสีภายกำลังพลและผู้ควบคุมเรือทุกลำรวมไปถึงการซ้อมแล้วก็การออกแบบแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆอาทิกว่าจะมาถึงวันนี้เบื้องหลังอีกมากมายนะคะแต่ว่าในระยะเวลาอันสั้นก็คงจะให้ได้เห็นเบื้องหลังแต่เพียงเท่านี้ก่อน ซึ่งอีกสักครู่ หมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีและ พระบรมวงศานุวงศ์ก็ใกล้จะถึงเวลาเสด็จนะคะโดยตามหมายกำหนดการก็คือเวลาประมาณ 15:00 น 30 นาทีนะคะ จุดที่ต้องชมเห็นอยู่นี้ก็คือจุดเริ่มต้นของริ้วขบวนค่ะริ้วขบวนนี้เริ่มต้นตั้งแต่ท่าวาสุกรีซอยท่าวาสุกรีนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นะคะหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งแรกลงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระราชวังดุสิตขึ้นเพื่อเป็นพระราชอุทยานที่ประทับแห่งใหม่นอกพระบรมมหาราชวังค่ะแล้วก็โปรดให้สร้างท่าเทียบเรือประจำพระราชวังดุสิตอยู่ระหว่างวัดเทวราชกุญชรและวัดราชาธิวาสค่ะ โดยสร้างขึ้นเป็นพระตำหนักแพอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์เป็นผู้ดูแลกำกับการสร้างท่าเทียบเรือนี้จนแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2452 นะคะ นึกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สืบทอดมาตามโบราณราชประเพณีพระตั้งแต่ครั้งกรุงเก่าพระราชวังหลวงจะต้องมีอาณาเขตติดกับแม่น้ำอำนวยต่อการเดินทางทางชลมารคตลอดจนการศึกสงครามการใช้แม่น้ำเป็นแนวป้องกันข้าศึกพอดีสืบเนื่องมาจน รัตนโกสินทร์พระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นพระราชวังหลวงของกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีท่าเทียบเรือพระที่นั่งนะคะท่าราชวรดิษฐ์อีกสักครู่ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคก็จะยากตราไปจบที่ท่าราชวรดิษฐ์นะคะส่วนท่าวาสุกรีนี้ ชื่อที่หมาก็สืบเนื่องมาจากคติโบราณว่าพระเจ้าแผ่นดินเปรียบเสมือนพระนารายณ์ซึ่งมีครุฑเป็นพาหนะแต่เวลาจะเสด็จทางน้ำจะต้องอาศัยพญานาคซึ่งเป็นเจ้าแห่งน้ำในการเสด็จดังปรากฏนามของพญานาคตนหนึ่งที่มีชื่อว่าวาสุกรีนะคะก็เลยมีประวัติว่าได้รับพระราชทานชื่อท่าน้ำนี้ว่าท่าวาสุกรีตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมาปัจจุบันเท่าไหร่สุกรีงงเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิตแล้วก็เป็นท่าเรือหลวงที่ใช้เทียบเรือพระที่นั่งในพระราชพิธีต่างๆเสมอมายังใช้เป็นที่เก็บเรือพระราชพิธีบางองค์ด้วยนะคะนอกจากนี้ผู้ชมคงจะคุ้นเคยกับ ข่าวในพระราชสำนักเวลาที่มีวันสำคัญดังเช่นวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์หรือวันคล้ายวันพระราชสมภพด้วยนะคะ แผนที่ส่ง LINE พระประทีปทรงปล่อยนกปล่อยปลาปล่อยโคในวันสำคัญดังกล่าวด้วยค่ะ แล้วก็ไม่สักครู่ที่ได้กล่าวถึงเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนะคะจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 นะคะเราจะนำผู้ชมไปติดตามรับชมพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 นะคะซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นค่ะเมื่อปีพุทธศักราช 2561 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ โดยทรงประกอบพิธีสมโภชเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 วัดพระศรีรัตนศาสดารามนับเป็นการจัดสร้างพระชัยประจำรัชกาลตรงตามตำหรับและพิธีที่มีมาแต่โบราณอาการทุกประการนะคะพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 ค่ะเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ประทับนั่งแบบภายใต้ฉัตร 5 ชั้นขนาดหน้าตักกว้าง 17.5 cm นะคะสูงเฉพาะองค์พระ 22.5 cm พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแบบ วัชราชนะตราคือประทับนั่งขัดสมาธิเพชรนะคะ พระหัตถ์ซ้ายวางเหนือพระเพลา ในกริยาทรงถือตาลปัตร รหัสขวาที่ลงพระธรณีในลักษณะ การมาระวิชัยรหัสทั้ง 4 อย่างเสมอกันตรงตามคัมภีร์มหาปุริสลักษณะ พระพักตร์เป็นรูปไข่ผ่าซีกละม้ายศิลปะสุโขทัยที่เรียกว่าหน้านางพระราชค่อนข้างกว้าง ขนมโกรกพระเนตรมองลงมายังเบื้องล่างพระนาสิกโด่งจะอดเรียว สัญลักษณ์อันยาวเกือบจรดพระอังสา สำหรับเกษียณนั้นประกอบด้วยเม็ดพระศก เป็นตุ่มขนาดเล็ก มีพระเกตุมาลาและรัศมีรูปเปลวเพลิงอยู่เบื้องบนค่ะ พระพุทธรูปเราจะส่งเรียบเชียงมีชาลิตาส่งภาพบนพระอังสะห้อยยาวจรดพระนาภี ลายเป็นลายเขียวตะขาบนะคะอันเป็นพุทธลักษณะ ของศิลปะสุโขทัยที่สื่อถึงความสุข ความเจริญ โดยปรากฏขอบที่ครอบพระบาททั้งสองข้างนอกจากนี้ยังมีตาลปัตรที่ทรงถือค่ะมีลักษณะเรียวแหลมคล้ายรูปใบโพธิ์หล่อด้วยเงินจำหลักลายพระพุทธรูปประทับนั่งเหนือฐานปัดประกอบด้วยกลีบบัวหงายซ้อนกัน 3 ชั้นชั้นล่างเป็นฐานขาสิงห์ สื่อถึงฐานของเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อแบบไตรภูมิและฐานเขียงจำหลักคำจารึกภาษาบาลีเบื้องหน้าฐานมีผ้าทิพย์ขนาดใหญ่จำหลักลายลงยาสีค่อยปกคลุมฐานปัดแล้วก็ฐานขาสิงห์ซึ่งพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 นี้จะนำออกประดิษฐานในงานพระราชพิธีฉัตรมงคลและวันเฉลิมพระชนมพรรษาจึงนับเป็นพระพุทธรูปสำคัญ ช่วยภิบาลรักพิทักษ์รักษาตลอดจนประสิทธิ์ประสาทพรให้กับองค์พระมหากษัตริย์และพระสงฆ์นิกรของพระองค์เสมอมาค่ะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรนั้น ส่งหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์องค์นี้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ศักราช 2561 แล้วก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญไปประดิษฐานณหอพระสุราลัยพิมานร่วมกับพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ทุกราชการค่ะมีงานพระราชพิธีจึงอัญเชิญไปประดิษฐานในมณฑลพิธีวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรือพระที่นั่งลำแรกในกระบวนสายกลางนำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งลำทรงนะคะ จะมีเจ้าพนักงานภูษามาลาถวายพระกลด บอกรูปช้อยเจ้าพนักงานเครื่องสูงถวายบังสูง ตั้งศูนย์นะครับประจำอยู่ด้านหลังบุษบกด้วยค่ะ นี่คือบริเวณสวนสันติ ไชยปราการนะคะซึ่งก็จะเป็นหนึ่งในแนว กลวิธีที่เร็วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคยาตราผ่านในวันนี้นะคะทุกๆจุดที่มีพื้นที่และประชาชนสามารถเข้าไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จได้ก็จะมีคนเดินทางหลั่งไหลกันมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้านะคะเพราะจุดคัดกรองก็จะเริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าจุดคัดกรองผ่านเข้าพื้นที่เฝ้าได้ตั้งแต่เวลา 10:00 น เป็นต้นมาค่ะประชาชนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองนะคะ ต่างก็มีพระบรมฉายาลักษณ์บ้างก็มีธง ประจำพระองค์ ธงพระปรมาภิไธย ติดไม้ติดมือเชิญมาเพื่อที่จะ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในระหว่างที่ ขบวน พยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนผ่านนะคะ ถ้าต้องการไปสอบถามประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จนั้นนะคะหลายคนก็บอกว่าเขาอยากจะมาเห็นบรรยากาศจริงๆในสถานที่จริงๆเลยชมผ่านโทรทัศน์ไม่เหมือนจริงนะคะหนูจะได้เห็นบรรยากาศได้ยินเสียงแจวเรือได้ยินเสียงเฮเรือรู้สึกว่าน่าประทับใจมากกว่า การสอบถามประชาชนมาบอกว่าขอมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มาชื่นชมพระบารมีแล้วก็เห็นราชพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วยค่ะ มีวัด 6 วัดที่อยู่ในแนวลำน้ำเจ้าพระยาที่เป็นเส้นทางของริ้วขบวนเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญพระพุทธมนต์ด้วยนะคะในช่วงที่ริ้วขบวนก็จะมี 6 วัดที่ พอจะมีการเจริญพระพุทธมนต์เฉพาะช่วงที่รับพระที่นั่งผ่านมาผ่าน โอนไปแล้วประชาชนก็ ดูขบวนใน เดี๋ยวหลังๆตอนหลังๆกันต่อ ซึ่งจุดที่ประชาชนสามารถเข้าชม วิธีนี้นะคะก็มีทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามี 5 จุดหลักๆด้วยกันนะคะชมฟรีด้วยนะคะได้แก่สวนหลวงพระราม 8 คือเชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรีค่ะสวนสันติชัยปราการถนนพระอาทิตย์สถานีรถไฟธนบุรีเดิมสวนนาคราภิรมย์ท่าเตียนแล้วก็ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์นะคะว่าเป็นสถานที่ที่ มีอาจารย์นะคะให้ประชาชนได้ เศร้านะคะ เต็มแน่นทีเดียวค่ะ หลังจากเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆแล้วนะคะก็จะมี เราจิตอาสาพระราชทานนะคะกระจายกันอยู่เพื่อที่จะช่วยดูแลประชาชนอีกทางหนึ่งด้วยค่ะจะมีอยู่ทุกจุดนะคะสามารถที่จะ ดูแลประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในวันนี้ได้อย่างทั่วถึงค่ะ วันนี้อากาศ ดีนะคะวันนี้อากาศแจ่มใสดีมากนะคะก็เป็น วันอันเป็นมหามงคลของผู้ชมชาวไทยอีกครั้งหนึ่งนะคะ ที่จะติด ใช้พูดเอา ราชการที่เป็นชาว ต่างชาตินะคะมาลงทะเบียนแล้วก็อาสาที่จะมาช่วย ช่วยได้เยอะทีเดียวค่ะเพราะว่ามาช่วยสื่อสารภาษาต่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่มาอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อที่จะชมกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ด้วยก็จะมีจิตอาสาพระราชทานชาวต่างชาติ เครื่องแบบนะ หมวก ปลาผ้าพันคอเหลืองนะคะอยู่ตามจุดต่างๆตลอดแนวลำน้ำค่ะ สะพานพระราม 8 เป็นอีกจุดหนึ่งนะคะซึ่งเป็นภูมิทัศน์ที่สวยงามที่เราจะได้เห็นตลอดการถ่ายทอดสดในการยาตราริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ในขณะนี้ เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำรวมทั้งเรือพระที่นั่ง 4 ลำและตั้งขบวนเรือโดยหัวขบวนของเรือพระราชพิธีอยู่ที่บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะและท้ายขบวนอยู่ที่ ก่อนถึงสะพานกรุงธนนะคะจากนั้นเมื่อได้เวลา เสด็จพระราชดำเนินขบวนเรือก็จะเคลื่อนออกจากจุดตั้งขบวนมุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรค่ะใช้เวลาในการเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้นถึงที่หมาย ประมาณ 40 นาทีนะคะ การจัดรูปขบวนเรือก็แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สายแต่งที่ประชุมได้เห็นจากแผนผังกราฟิกไปเมื่อสักครู่นี้แล้วอีกสักครู่ก็จะได้ชมริ้วขบวนจริงๆที่ยิ่งใหญ่มดงามตระการตาค่ะ สำหรับเรือพระราชพิธีที่ผู้ชมจะได้เห็นคู่นึงนะคะ สายน้ำทีเดียวก็ได้ มีการชำรุดเสียหายนะคะจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะโดยอู่เรือพระราชพิธีถูกระเบิดได้รับความเสียหายสำนักพระราชวังก็เลยตรวจสอบนะคะเมื่อปีพศ 2490 ค่ะพบเรือประเภทลายทองคงสภาพดีจำนวน 12 ลำนะคะแต่บางส่วนตัวชำรุด คนเรื่อยๆสภาพดีจำนวน 8 ลำนะคะก็เลยมีการมอบหมายให้กรมศิลปากรนั้นเป็นผู้ดูแลรักษาจัดการซ่อมโรงเรียนแล้วก็เรือพระราชพิธีแล้วก็จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธีเมื่อปี 2517 นะคะเพื่อเก็บรักษาเรือพระราชพิธีจำนวน 9 ลำนะคะแล้วก็มีการซ่อมบำรุงดูแลตลอดเวลาให้มีความงดงามและเมื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีจะทำให้เกิดความสง่างามพี่อีกสักครู่นึงคุณผู้ชมจะได้เห็นประจักษ์กับสายตานะคะ อาจจะกล่าวถึงขบวนเรือของพระมหากษัตริย์ไทยนั้นมีมาตั้งแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีก็ปรากฏว่าพระร่วงทรงใช้เรือออกไปลอยกระทงหรือพิธีจองเปรียงนะกลางสระน้ำมันต้องเผาเทียนเล่นไฟในยามคืนเพ็ญเดือนสิบสองครั้งต่อมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีซึ่งอยุธยานั้นเป็นเมืองเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำลำคลองมากมายหลายชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวกรุงเก่าจึงต้องอาศัยเรือในการสัญจรไปมาเวลารบทัพจับศึกก็ใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญจึงปรากฏมีการสร้างเรือรบมากมายในสมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะเมื่อถึงฤดูน้ำหลากเป็นเวลาราษฎรว่างเว้นการทำนาจึงเรียกระดมพลมาฝึกซ้อมขบวนทัพเรือก็กลับเป็นฤดูการทอดกฐิน พระเจ้าแผ่นดินจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนเรือรบ Hand ให้ไพร่พลรื่นเริงในการกุศลและถือเป็นการฝึกซ้อมกระบวนยุทธอยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ มีการค้นพบหลักฐานเรื่องเรือพระราชพิธีที่ชัดเจนตั้งแต่สมัยอยุธยาจากกฎมณเฑียรบาลกฎหมายตราสามดวงซึ่งสันนิษฐานว่าตราขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถค่ะมีการกล่าวถึงประกอบยศ กฎหมายเกี่ยวกับกระบวนเรือหลวงและการใช้เรือพระที่นั่งในการพระราชพิธีต่างๆ กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยอยุธยานั้นสันนิษฐานว่ามีการจับคู่ควรเป็น 2 แบบคือกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่และกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างน้อย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ขบวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยอยุธยาได้แก่ขบวนพยุหยาตราเพชรพวงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชค่ะ บันทึกไว้ว่าเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่มีจำนวนเรือในกระบวนถึง 113 ลำนะคะ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายพระเจ้าแผ่นดินมักเสด็จโดยกระบวนเรือไปเพื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆเช่นเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานผ้าพระกฐินฉลองพระเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทและใช้เพื่อการแห่รับช้างเผือกเป็นต้นค่ะ ในสมัย แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศปรากฏวรรณกรรมกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศรเป็นหลักฐานแสดงถึงเรือพระราชพิธีตอนปลายไปด้วยนะคะและถือว่ากาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรมันก็เป็นต้นแบบในการประพันธ์กาพย์เห่เรือในยุคกลางๆต่อมาด้วย ถึงสมัยกรุงธนบุรีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ต่อเรือรบใช้ในราชการสงครามและทรงให้สร้างเรือสำหรับเกียรติยศของแผ่นดินด้วยนะคะดังปรากฏ ในการพระราชพิธีต่างๆเช่น ขออัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางจากท่าเจ้าสนุกมาสู่กรุงธนบุรีเป็นต้นมีหลักฐานบันทึกว่ามีเรือขบวนถึง 115 ล้านค่ะ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีการสร้างเรือพระที่นั่งขึ้นเนื่องด้วยการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มตำราภายหลังจากสร้างพระนครแล้วเสร็จเมื่อพุทธศักราช 2328 ตามธรรมเนียมครั้งกรุงศรีอยุธยาและต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างเรือพระที่นั่งและอื่นๆเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากค่ะ ในรัชกาลที่ 4 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้วนี่โปรดให้จัดขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางชลมารคเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่ เพื่อนในขบวนครั้งนั้นมีจำนวน 260 ข้าวหลามนะคะพ่นสีพายถึง 10,000 นายอาจกล่าวได้ว่ากระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนครในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดกระบวนพยุหยาตราเลียบพระนครเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 พุทธศักราช 2416 และใช้ในการพระราชพิธีอื่นๆขบวนเรือในช่วง ราชการก็ยังคงบริบูรณ์นะคะจากหลักฐานปรากฏในโคลงทวาทศมาสแล้วก็มีการสร้างเรือพระที่นั่งเพิ่มเติมขึ้นอีกอาทิเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เป็นต้นอย่างไรก็ดีในช่วงนี้ก็มี การพัฒนาในเรื่องของการเดินทางต่างๆมีถนนหนทางในการคมนาคมทางบกเพิ่มมากขึ้นนะคะการเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่างๆก็ทั้งทางบกทางน้ำ มีความเปลี่ยนแปลงไปดังนั้น ความสำคัญของการใช้เรือพระที่นั่งก็ลดน้อยลงในสมัย ลายรัชกาลที่ 5 ต่อเนื่องรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 นะคะแต่ว่าในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 นั้นก็ยังคงมีกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จอมพลเรือสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตวางระเบียบริ้วขบวนเรือพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคขึ้นใหม่เป็น 5 แบบนะคะมีกระบวนพยุหยาตราใหญ่ เหลือ 48 ลำกระบวนพยุหยาตราน้อยใช้เรือ 39 ลำแล้วก็มีขบวนราบใหญ่ขบวนราบน้อยขบวนราบย่อนะคะสุดแท้แต่ลักษณะของการเสด็จพระราชดำเนินแล้วก็การประกอบริ้วขบวนค่ะ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรมิได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแต่ว่าจะส่งไปกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูขบวนพยุหยาตราทางชลมารคขึ้น ในปีพุทธศักราช 2501 ในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษค่ะ ครั้งนั้น อัญเชิญพระพุทธรูปพระไตรปิฎกและพระสงฆ์เรียกว่าขบวน พยุหยาตราจะเป็นกระบวนพยุหยาตราน้อยเนื่องจากมีเรือจำนวนไม่มากพอที่จะ กระบวนพยุหยาตราอย่างใหญ่นะคะต่อมาจึงมีการบูรณะซ่อมแซมเรือพระราชพิธีที่เสียหายอย่างหนักจากการถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีการซ่อมสร้างเรือพระราชพิธีเพิ่มต่อเรือจ้างครบ 11 คู่ ขอรูปสัตว์ครบ 4 คู่ สามารถจัดกระบวนพยุหยาตราใหญ่ได้ในการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์พุทธศักราช 2525 และมีการสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 เพิ่มอีก 1 ลำในปีพุทธศักราช 2535 ทำให้มีเรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำนับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมานะคะ พร้อมกันนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัคราชกุมารีพระอิสริยยศในขณะนั้นทรงปรับริ้วขบวนใหม่มีลักษณะเหมือนดาวล้อมเดือนและใช้เป็นแบบแผนมาจนถึงปัจจุบันค่ะ รัชกาลที่ 9 มีการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารครวม 17 ครั้งเป็นการเสด็จพระราชดำเนิน 14 ครั้งอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 1 ครั้งและจัดแสดงขบวนเรือพระราชพิธี 2 ครั้ง ในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งหลังสุดจัดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2555 พระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินณวัดอรุณราชวรารามโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษานะคะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรจึงทำให้ปวงชนชาวไทยและชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่เป็นเอกลักษณ์งดงามยิ่งใหญ่ เปลี่ยนชาติเดียวในโลกและบัดนี้พระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสืบสานรักษาและต่อยอด รัชสมัยของพระองค์ค่ะเมื่อสักครู่ชมจะได้เห็นนะคะเป็นพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีในนักเรียนสวนสันติชัยปราการค่ะซึ่งจะประทับทอดพระเนตรราชพิธีสำคัญนี้ด้วยนะคะ ซึ่งอย่างที่คุณสายสวรรค์ได้กล่าวไว้ว่าในกระบวนเรือนั้นมีจำนวน 52 ลำนะคะ เรือที่สำคัญและโดดเด่นก็คงมีคนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์นะคะซึ่งชื่อเรือพระที่นั่ง บ่ได้กล่าวถึงนะคะตั้งแต่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีนะคะเสด็จพระราชดำเนินมาประทับบริเวณสวนสันติชัยปราการพร้อมด้วยท่านผู้หญิงพลอยไพลินเจนเซนแล้วก็ท่านผู้หญิงสิริกิติยาเจนเซนนะคะ เผือกทอดพระเนตรการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 นะคะ บริเวณสวนสันติชัยปราการก็เป็นอีกจุดนึงนะคะที่จะได้เห็นขบวนเรือที่มีความสวยงามนะคะ นอกจากอีกหลายๆจุดที่มีการกำหนด สถานที่ไว้ให้กับประชาชนได้เข้าชม พิธีอันสำคัญนี้นะคะ จะเห็นได้ว่าทุกพื้นที่นั้นเต็มแน่นไปหมดทีเดียวนะคะประชาชนนั้นพร้อมใจกันที่จะมารอชมนะคะ หลายท่านบอกว่ามาชมการซ้อมแล้วแต่ว่าวันจริงก็อยากจะมาชมอีกนะคะเพราะว่าไม่เหมือนกันคนละบรรยากาศนะคะ จากที่เห็นก็จะมีจิตอาสาพระราชทานนะคะก็เดินทางมา เข้าร่วมดูความเรียบร้อยนะคะ มีเป็นช่างภาพสื่อมวลชนค่ะก็ประจำตามจุดต่างๆนะคะเฝ้ารอบันทึก ภาพข่าวเหตุการณ์สำคัญและวันพรุ่งนี้ท่านก็จะได้ชมผ่านสื่อต่างๆว่าจะเป็นสื่อหนังสือพิมพ์สื่อวิทยุสื่อโทรทัศน์นะคะจะได้ชมความงดงามนี้เผยแพร่ไปทั้งประเทศไทยแล้วก็ทั่วโลกด้วยความงดงามหนึ่งเดียวของงานพระราชพิธีครั้งนี้นะคะ สำหรับกำลังพลในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนี้จะมีทั้งสิ้น 2431 นายนะคะในจำนวนนี้เป็นกำลังพลที่เป็นฝีพายแล้วก็เจ้าหน้าที่ต่างๆที่อยู่ประจำเรือ 2200 นายกว่าจะมาถึงวันนี้มีการ เลือก ผู้ที่จะมาเป็นฝีพายแล้วก็ประจำอยู่ในเรือแต่ละลำอย่างเหมาะสมค่ะ กองทัพเรือนั้นได้คัดเลือกบุคลากร หน่วยงานในสังกัดงานซึ่งก็กระจายกันอยู่ หลายพื้นที่ทั่วประเทศนะคะก็มีการคัดเลือกเสร็จแล้วในการฝึกซ้อมอยู่ที่ตั้ง ของหน่วยนั้นก่อนนะคะเมื่อได้ เวลาอันเหมาะสมแล้วก็มีการมาฝึกซ้อมร่วมกัน ที่กรุงเทพฯ กว่าที่จะลงนามได้ก็ผ่านขั้นตอนในการฝึกซ้อมหลายขั้นตอนมากนะคะเพื่อให้ท่วงท่า เวลาในการภายแม้แต่กระทั่งองศาในการยก หายขึ้นมา เป็นองศาที่เท่าเทียมกันแล้วก็ดู มองจากทิศไหนก็ให้สวยงามเหมือนกันเท่ากันหมดนะคะดังนั้นการคัดเลือกกำลังพลตั้งแต่ต้นทางก็มีความสำคัญทั้งเรื่องของรูปร่างนอกนั้นก็มาฝึก กระบวนการพายแล้วก็ลีลาท่าทางในการถ่ายหน้าต้องสง่างามเข้มแข็งแล้วก็กันพายเป็นจังหวะจะโอน แล้วก็มีการฝึก เหตุเกิดที่จะต้องเห็นรับด้วยนะคะ การฝึกก็กว่าจะลงน้ำมีการฝึกตั้งแต่บนเขียงก็คือทำเหมือนกับ เป็นโครงเรือ สำรองขึ้นมานะคือจำลองขึ้นมาแล้วก็ให้สามารถนั่งอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะดูท่าทางก่อนยังไม่ลงน้ำแต่พอช่วงต้นๆพี่มีการฝึกลงนาม ทุกคนก็ต้องปรับสภาพกับร่างกายแล้วก็ท่าทางใหม่เพราะว่าการฝึกอยู่บนบกพร่องลงน้ำก็ต้องฝึกว่าจะส่งตัวอย่างไรจะทำอย่างไรให้ควบคุมเรืออยู่ได้ในขณะที่ช่วงท่าลีลา มันคงแข็งแรงแล้วก็สง่างามด้วยนะคะดังนั้นกว่าที่ท่านผู้ชมจะได้เห็นวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รับผิดชอบในการฝึกกำลังพลตรีพายก็คือกองทัพเรือนะคะก็ได้ฝึกซ้อมมาร่วมปีค่ะผ่านขั้นตอนต่างๆต้องซ้อมย่อยหลายครั้งซ้อมใหญ่หลายครั้งแล้วก็มีการซ้อมใหญ่แบบที่แต่งกายเสมือนจริงไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาด้วยนะคะหลายคนบอกว่า ไปดูแล้วล่ะตั้งแต่วันที่ 7 ค่ะเพราะว่าอยากเห็นว่าถ้าวันจริงเนี่ยแต่งกายจะสวยงามขนาดไหนนะคะ วันนี้เข้ามาดูอีกใช่แล้วค่ะต้องมาซ้ำนะคะครั้งเดียวไม่พอนะคะเขาบอกว่าในการ ตึกเรื่องที่คุณสายสวรรค์ได้กล่าวไว้นะคะผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญก็คงหนีไม่พ้นในเรือค่ะเป็นผู้ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของเรือนะคะโดยเป็นเรือพระที่นั่งจะมีในเรือสองคนด้วยกันนะคะ หน้าที่ในเรือนั้นก็คือนำเรือให้ปลอดภัยดูแลกำลังคนในเรือดูแลความปลอดภัยของเรือทั้งหมดเรื่องสำคัญก็คือนายเราต้องควบคุมดูแลเรื่องเกี่ยวกับชีสพายต้องพาให้พร้อมกันนะคะควบคุมให้เหลืออยู่ในทิศทางที่กำหนดให้อยู่ในตำแหน่งสถานีที่กำหนดนะคะต้องควบคุมเรื่องเวลาที่คณะกรรมการกำหนดไว้ด้วยว่าจะต้องไปถึงจุดนั้นจุดนี้กี่โมงนะคะถ้าหากว่าเห็นว่าเรื่องตัวเองไปไม่ทันขบวนหรือภายอาจจะไปเร็วไปช้าไป เดี๋ยวก็มีหน้าที่ที่จะสังเกตสั่งสีภายเร็วขึ้นหรือว่าช้าลงนะคะ นอกจากนี้แล้วนะคะโดยเฉพาะในเรือพระที่นั่งนั้นจำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะนอกจากนี้ยังมีเรื่องของคนสัญญาณก็มีหน้าที่สำคัญเช่นกันค่ะจะนั่งอยู่ที่หัวเรือหันหน้าเข้ามาด้านในเรือรอดูคำสั่งจากสัญญาณมือของนายเรือที่จะส่งมาว่าจะให้ฝีพายทำอย่างไรนะคะคำสั่งส่วนมากอย่างเช่นตีพายพายถ้านกบินผสมหรือว่าให้พายทั้งซ้ายทั้งขวานะคะ และที่สำคัญมีไม่ได้ก็คือเรื่องของ Free Fire เป็นกำลังพลสำคัญอย่างยิ่งค่ะเป็นตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องอาศัยกำลังพลมากที่สุดในเรือแต่ละลำก็จะมีฝีพายที่มีพละกำลังมากเดี๋ยวจะโครกผู้ชมจะได้เห็นนะคะว่าแต่ละคนนั้นมีความแข็งแรงแค่ไหนในการพายเรือแต่ละลำออกไปนะคะ ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างที่ผู้โดยสารบอกว่าหลายต่อหลายครั้งที่เดียวทั้งซ้อมย่อยซ้อมใหญ่กว่าจะมาถึงวันนี้สิ่งสักครู่จะได้ปรากฏ สายตาของผู้ชมราคาว่ามีความสง่างามแข็งแรงมากน้อยแค่ไหนนะคะ ในระหว่างการยาตราริ้วขบวนผู้ชมสามารถจะสังเกตเห็น ประดุจนก บินซึ่งถ้านกบินนี้ต้องชมจะเห็นว่าจะใช้กับเรือพระที่นั่งเท่านั้นนะคะซองก็คือถ้าคนราบจะเป็นท่าการพาโดยไม่ยกไม้ไผ่ให้คนขับเรือซึ่งจะใช้กับเรือทุกลำในกระบวนค่ะมีถ้าผสมเป็นค่าพายที่ผสมกันระหว่างถ้าภายนอกบินกับคนราบก็จะใช้ตอนเสด็จ ซึ่งเป็นการพายทวนน้ำที่ผ่านๆมาก็มักจะฝึกเอาไว้เวลาที่เสด็จกลับทางชลมารคนะคะ การใช้ตัวน้ำก็จะต้องใช้ถ้าผสมส่วนถ้าภายธรรมดาก็เป็นท่าเหมือนพายเรือธรรมดาทั่วไปค่ะจะมีท่าทางที่พิเศษที่สุดและในวันนี้จะมีการใช้ท่านี้ หลอดริ้วขบวนตั้งแต่ต้นจนกระทั่ง เสร็จสิ้น ไปจนถึงท่าราชวรดิษฐ์นั่นก็คือถ้านกบินของเรือพระที่นั่งซึ่งวันนี้ไม่ยอมจับตาดูให้ดีนะคะว่ากว่าจะฝึกซ้อมกันมาได้ร่วมปีแล้วถ้านกบินในวันนี้จะสวยงามสมพระเกียรติขนาดไหนค่ะ ค่ะเรื่องการเห่เรือข้อสำคัญทางสวรรค์ค่ะการเห่เรือเป็นทำนองหนึ่งของการร้องหรือว่าออกเสียง ประกอบให้จังหวะแก่ติดภายในการพายเรือช่วยประกอบที่สำคัญในการพายเรือ พระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนะคะอีกสักครู่ชมก็จะได้ฟังการเห่เรือที่ไพเราะเช่นกันนะคะ ในช่วงของการยอดระลึกควรจะไม่มีการบรรยายนะคะให้ผู้ชมได้รับอรรถรสจากการฟังกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติซึ่งมีทั้งหมด 3 บทด้วยกันก็คือบทสรรเสริญพระบารมีบทที่ 2 เป็นบทชมเรือกระบวนนะคะและบทที่ 3 กับบทชมเมืองกาญจน์โดยนาวาเอกทองย้อยแสงสินชัยค่ะ ส่วนผู้ที่เห็นก็คือนาวาโทณัฐวัฏอร่ามเกลื้อนะคะ พนักงานเฮ สักครู่เสียงดังกึกก้องทั่วท้องน้ำนะคะเจ้าพระยา อนันตนาคราช วันนี้นะคะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะฉลองพระองค์ด้วยทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์นะคะเป็นฉลองพระองค์สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในพระราชพิธีสำคัญเช่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระราชพิธีเสด็จเลียบพระนครราชพิธีถวายผ้าพระกฐินนะคะโดยเดินฉลองพระองค์สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรียกว่าฉลองพระองค์เครื่องต้นอย่างบรมราชาภิเษกจนถึงสมัย สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะก็มีการออกนามฉลองพระองค์สำหรับมีแต่ครั้งแรกว่าเรื่องพระราชสุตาภรณ์อย่างวันบรมราชาภิเษกเมื่อเสด็จเลียบพระนครจะเปลี่ยนไปใช้ว่า เครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์นะคะ ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรเมื่อทรงฉลองพระองค์สำหรับนี้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีการออกนามว่าฉลองพระองค์บรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ค่ะ จากนี้จะส่งสายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์สวมสายสร้อยเชือกร่มเกล้านะคะ ส่วนผู้ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีวันนี้จะแต่งเครื่องแบบเต็มยศสูงสุด สถานที่ หมายกำหนดการตรวจการ นี่คือจุดเริ่มต้นของริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ซึ่งคือบริเวณท่าวาสุกรีค่ะ