--- title: (แมน-AGGRESSIVE) หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล อ เกวลี วันที่ 17 มค 2566 subtitle: date: วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) นะคะ จะเป็นโปรแกรม แต่มันก็จะใช้ภาษา ภาษา SQL ซึ่ง โปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมก็จะมีอยู่แล้วนะคะก็คือโปรแกรม Microsoft Access มันก็จะมีความสามารถ ที่จะพิมพ์ คำสั่ง ภาษา html ลงไปได้ด้วย แล้วก็ในส่วนของตัว โปรแกรมนี้นี่ หน้าตาการทำ งานมันจะคล้ายๆกับโปรแกรม Excel ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้วนะคะเก็บข้อมูลในรูปแบบของตารางเหมือนกัน เราก็จะได้ ทำความเข้าใจกับมันง่ายขึ้นนะคะ โดยตัว Microsoft Access มีนะคะ ในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นตัวสีส้มนะ มันจะเป็น ตัวจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์อย่างที่เราเคยได้วาดรูปกันไปแล้วว่า ว่าแต่ละตารางมันจะสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ โดยที่โปรแกรมนี้นี่ มันก็จะมีความสามารถทั้ง การจัดการฐานข้อมูล แล้วก็สร้างโปรแกรมในตัวเดียวกันก็คือ โปรแกรมที่ค่อนข้างครบสำหรับการทำงานในการ ฐานข้อมูลเพิ่ม เบื้องต้นมันเลยเหมาะกับที่จะให้นักศึกษานี่เรียนรู้แล้วก็พัฒนาโปรแกรมไว้ใช้งานนะคะรวมถึง คนที่ อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนักนี่ เขาก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ในการ ไม่เหมือนกัน วิธีใช้การก็ค่อนข้างสะดวกแล้วก็ ตัวโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ คำสั่งไม่เยอะซับซ้อนวุ่นวายมาก หน้าตาตอนสร้างฐานข้อมูลก็จะเริ่ม ประมาณนี้แต่เดี๋ยว ดูในตัวโปรแกรมการมันจะมีส่วนของการโปรแกรม ทำงานหนักๆด้านบนจะเรียกว่าเป็นริบบอนด้านบนนะคะ ในรูปนี่ เกี่ยวกับ การกำหนดโครงสร้างของตาราง นะคะ แล้วก็ การกำหนด หน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูลหรือแสดงข้อมูลสามารถทำได้การสร้างรายงานนะคะเช่น สมมุติมีรายชื่ออยู่ 10 รายชื่อ เราจะให้ไล่ออก รายงานเป็น รายชื่อเฉพาะผู้หญิงเราก็สามารถ รายงาน เหมือนกันรวมถึงการ ค้น ตามเงื่อนไขเราสามารถทำได้ในส่วนของสืบค้นเรียกดูข้อมูลเราจะใช้คำสั่ง SQL เราจะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะ เราจะไม่ใช้ โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่างเราจะได้รู้ด้วยว่า เวลาที่เราใช้ภาษา SQL ใช้งานอย่างไรนะคะ โดยตารางที่อยู่ใน โปรแกรม access นะคะ รูปแบบของตารางนี่ ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของ การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ถ้าเราต้องการจะบันทึก หรือเก็บข้อมูลหนี้ เราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้ เหมือน อาทิตย์ก่อนก่อนที่ อาจารย์ให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมบางคนจะยังพิมพ์โปรแกรม อะไรลงไปไม่ได้เลยเพราะว่าเราไม่มีตาราง นะคะมันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่ยังเริ่มสร้างตารางเลยนะคะ การสร้างตาราง การตั้งชื่อ แล้วก็คำ สรุปโครงสร้างของตารางด้วยนั่นก็คือเราก็จะมี ถ้าใน Excel ก็จะเป็นคอลัมน์ Column ใช่ไหมคะ ใน access ก็เหมือนกัน เราจะกำหนดว่าหัวคอลัมน์แต่ละคอลัมน์นี่ก็คือฟิวส์นี่แหละ มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง แล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในนั้นนี่ มีอะไร นะคะ เช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้นหรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือหรือรับเฉพาะค่าตัวเลข ค่าตัวเลขจะต้องไม่เกิน 10 ตัว อะไรก็ว่าไปรวมถึงต้องกำหนดคีย์หลัก นะคะ การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม access มันก็จะง่ายกดปุ่มเดียวมันก็จะเสร็จเลยนะคะ แล้วก็ต้องกำหนดความสำคัญ สำหรับ 2 ตารางขึ้นไป ว่ามันจะเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะ ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูล ทบทวนการอีกรอบนะคะ ที่โชว์อยู่ในตอนนี้ ก็คือตารางนะ มีแถวมีคอลัมน์ นะคะ แนวตั้งเราจะเรียกว่าคอลัมน์ ปราสาทในระบบในจัดการฐานข้อมูลจะเรียกว่าฟิวส์ ยางในตารางนี้จะมี 4 นิ้วก็คือ 4 คอลัมน์นะคะ มี 3 เล็ก คอร์ดก็คือ 3 แถวของข้อมูลนะคะอันนี้เป็นตัวอย่าง ข้อมูลผู้ป่วย นะคะ ไอ้ตัว H n ย่อมาจาก รหัส รหัสผู้ป่วย Hospital Number มีชื่อมีนามสกุลมีที่อยู่ ตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่ายนะคะตัวอย่างอย่างง่าย ส่วนไอ้ตัวโปรแกรม เราจะสร้างตาราง นะคะโดยที่การ เราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อ ทีนี้เราจะมากำหนด ในส่วนของการดีไซน์ก็คือการออกแบบ ในส่วนตรงนี้ อันนี้มันเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะ ว่าชื่อคอลัมน์อะไร นะคะ ข้อมูลชนิดอะไร บางทีตัว ID นี่ ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็นออโต้ มันจะเพิ่มไปเรื่อยๆ ตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามาแต่เราสามารถ ระบุเองก็ได้บางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข 1 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆนี่บางทีก็ มันอาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบนะคะมันอาจจะต้องมีตัวหนังสือ ที่มันมาผสมกับตัวเลข รหัสนักศึกษาเรานี่เข้ามาใหม่เราจะรัน 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้นะคะ มันจะต้องกำหนดเฉพาะ เช่นขึ้นต้นด้วยปีการศึกษา ตามมาด้วยรหัสคณะ มาด้วยรหัสหลักสูตร แล้วค่อยเป็น เลขที่ของเรา บ้านเลขที่อะไรนะคะ ตัวอย่าง ถ้าเป็นการทำงานในการจัด ตารางจริงๆนี่มันจะไม่ได้มีข้อมูลแค่ นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็น ยางด้านซ้าย นะคะ จะเป็นตัวอย่างของ ตารางทั้งหมดที่มันเอามา เชื่อมโยงกัน มีไม่ต่ำกว่า 20 ตาราง ราคาที่เป็นระบบงานใหญ่ๆรวมถึง การกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี่อย่างเช่น ID เขากำหนดเป็น ตัวเลขให้มันเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆอัตโนมัติ ตรวจเลข ประจำตัวผู้ป่วย เขาจะให้กรอก นะคะ แล้วก็จะมีคำอธิบายด้วยว่า ไอ้คำคำย่อหรือหัวตารางนี่ ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไรนะคะ ยาง ohna ก็คือเลขบัตรเดิม ต้องพิมพ์อย่างไรหรือไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหมชื่อเลข จำเป็นต้องพิมพ์นามสกุล เราจะ กำหนดด้วยในคำอธิบายนะคะ ถ้าในส่วนของ ฐานข้อมูลเราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูล หรือ Data Dictionary ก็คือ สิ่งที่เราต้องบอก คุณอาจจะเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงาน เห็นคำย่อ PT Mary คืออะไร สมมุติเรามาทำงานต่อจากเขาแล้วเขาไม่เขียนอธิบายว่าไอ้คำศัพท์คำนี้ มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอก นะคะ นั่นคือสถานภาพสมรสสมมุติเขาไม่ได้บอกเราไว้ เราก็ต้องมา เราก็ต้องความเข้าใจได้ว่าสรุปข้อมูลนี้เขาต้องการข้อมูลอะไรกันแน่เพราะฉะนั้น การเขียนคำอธิบายก็ค่อนข้างจะเป็นเหมือนกัน ระบบการจัดการฐานข้อมูลนะคะ ส่วนด้านล่าง จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูล นะคะ เช่น คำนวณเงินเดือน เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก บางคนเงินเดือนเยอะบางคนเงินเดือนน้อยเราก็สามารถกำหนดได้ว่า ตัวเลขที่สามารถกรอก ไม่ได้หนี้มากขนาดไหนเงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพถ้าสมมุติว่าเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศ ที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะๆนะคะ เลข 67 หลักมันไม่พอแน่นอน นะคะ เราก็ต้องมากำหนดตรงนี้ด้วยว่าข้อมูลที่ใส่ได้ ควรจะเป็นข้อมูลขนาดไหน หรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลัก เราก็จะมา ตรง Property ตรงนี้นะคะ การสร้างตารางโดยใช้มุมมองการออกแบบ นะคะ ก็จะมีกำหนดบอกว่าชื่อของฟิวส์ ชื่อแต่ละคอลัมน์ควรตั้งชื่ออะไร ควรจะตั้งให้มีความหมายแล้วก็ไม่ยาวจนเกินไป แล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษ พวกเครื่องหมายคำถาม เครื่องหมายแฮชแท็ก อะไรพวกนี้ หรือจุดอันเดอร์สกอร์ ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่ รวมถึง ประเภทของข้อมูลนะคะก็คือ ชนิดของข้อมูลที่จัดเก็บในคอลัมน์หรือ Seal นั้นๆ เช็ครหัสสินค้า มันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลข ตัวอักษรผสมกันส่วนราคา ควรจะเป็นตัวเลขอย่างเดียว เราไม่พิมพ์เราจะไม่พิมพ์ 500 แล้วก็ใส่กไก่อีก 2 ตัว มันไม่ใช่เพราะฉะนั้น 500 คือตัวเลขอย่างเดียว ถ้าสมมุติข้อมูลนั้นๆมันจะต้องไปคำนวณ นะคะควรจะเป็นข้อมูลชนิดอะไรเช่นอายุ นะคะ คือเอาวันเดือนปีเกิดไปคำนวณมาจะต้องเป็นตัวเลขหรือวันที่ หรืออย่างไร ราคาเราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วย นะคะอย่างเช่นวันเข้าทำงาน วันแรกจนถึงปัจจุบันเขาทำงานมาแล้วกี่ปี เพราะจะใช้วันที่ในการคำนวณนะคะ เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ด้วยถ้าสมมุติ คุณได้ไปทำฐานข้อมูลด้วยตัวเอง ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่า Tech นะคะ มันจะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลขตัวเลขทำไมถึงบอกว่าเป็น Text ถ้า ตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ การคำนวณเช่นรหัสนักศึกษาพวกคุณ เราจะไม่เอามาบวกกัน มันไม่มีผลในการคำนวณนะคะมันเป็น ตัวเลขในการบอกรหัสเฉยๆสัญลักษณ์ เครื่องหมาย บางคนก็จำเป็นต้องใส่สัญลักษณ์ ยางคำนำหน้าชื่อ บางคนก็ได้พิมพ์ นางสาว บาง คนพิมพ์น้อย ส.ค มีสัญลักษณ์มีเครื่องหมายมีอักขระนะคะที่ผสมกัน รวมถึงตัวเลข ก็ตัวเลขนี่ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน เป็นจำนวนเงิน การเก็บเงิน ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ นะคะ ถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น B ข้อมูลที่เราเก็บได้จะมี 0-255 เท่านั้น แล้วก็เป็นจำนวนเต็ม ใส่ทศนิยมไม่ได้นะคะข้อมูลที่เป็น teacher จะเป็นค่าตัวเลขระหว่าง - 3 หมื่นกว่า จน จนถึง - 3 หมื่นสองเป็นจำนวนเต็มบวกนะคะเป็นเต็มบวกกับเต็ม ลบ ไม่มีจุดทศนิยม ถ้าเป็น long integer เมื่อกี้จากหลักหมื่น มันจะกลายเป็น 2 พันล้าน วันนี้ เหมาะกับการใส่งบประมาณที่เยอะมากๆหรือข้อมูล เงิน ใดใดก็ตามที่เป็นตัวเลขที่ มากกว่า ค่า integer ธรรมดาขึ้นไปนะคะ Single จะเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยม นะคะ อาจจะมีค่า เป็นจำนวนติดลบนะครับเป็นทั้ง เป็นทั้งต้นมะยมที่ ลบแล้วก็เต็มบวกนะคะ ต่อมาดับเบิ้ลจะใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยม เอาไปซื้อของเราจะเห็นว่าเป็น ให้เราด้วย การเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขา เขาแสดงผลจนถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่งก็ว่ากันไป แต่ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่ 2 ตำแหน่งนะคะ ต่อมา วันที่ เวลา เขาจะเป็นการระบุข้อมูลที่มีรูปแบบของวันที่ เป็นคศหรือผชก็ เราจะระบุก็ได้นะคะโดยที่ กบเต็มที่ วันที่แล้วก็เวลาแต่ส่วนมากเราจะใช้แบบ วันเดือนปีแค่นั้น นะคะ กลับ Yes No questions ใช่หรือไม่ มันจะเป็นคำตอบสำหรับ ข้อมูลที่เป็นตรรกะ ที่มีอยู่ 2 ค่าก็คือจริงหรือเท็จ เช่น ตอนนี้คุณเป็นนักศึกษาเขาก็จะถามว่าจริงหรือเท็จ ถ้ายังเป็นนักศึกษาอยู่ก็ยัง Yes ใช่ถ้าเรียนจบแล้วก็จะบอกว่า No นะคะ กับ OLX มันจะเป็นข้อมูลที่ เอาไว้ แบบรูปภาพ ฐานข้อมูลบางอย่างให้เราแนบรูปบ้าน บางทีเราสมัคร บางทีสมาชิกหรือสมัครเรียนหนังสือ หรือสมัครสอบ เขาก็จะให้เราแนบรูปภาพแนบใบเสร็จ ถ้าเป็นระบบขายของ ใบเสร็จ โอนเงินก็เป็นแนบรูปภาพมาด้วยนะคะ ส่วนที่ 3 ก็จะเป็นส่วนของการกำหนดค่า ที่อาจารย์เอาให้ดูเมื่อกี้นี้ในภาพก็จะเป็นบอกขนาดของข้อมูลที่จะเก็บเรากำหนดได้เลยนะคะ แล้วก็ รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไร การป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหน เราสามารถกำหนดได้นะคะ กำหนดคำอธิบายข้อมูลเช่น ก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลไปนี่ ในระบบบางอันถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้ เขาก็จะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้ ไส้กรอก ข้อมูลแบบไหน ถ้าเราบอกว่ารหัสประชาชนพ่อเอาไปชิ้วปุ๊บ เขาบอกว่า ไส้กรอกเลขจำนวน 13 หลัก เป็นต้นนะคะ กับอาจจะมีการกำหนดค่าเริ่มต้นเช่น เขาถามวันเกิดส่วนมากวันเกิดค่าเริ่มต้นของเขาก็จะเป็น 1 มกราคม ปี 2000 อะไรก็ว่าไป ถ้าเป็นค่าเริ่มต้น ไม่ได้เกิดมานั้น หรืออาจจะเป็นเงินบริจาค นะคะ ค่าเริ่มต้นจะเป็น 10 บาท คุณอาจจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้ นะคะ กับการกำหนดเงื่อนไขของข้า นะคะเช่น เงินเดือน จะต้องเป็นบวกเสมอ จะบอกว่า เขาถามเงินเดือนเท่าไหร่คุณจะบอกว่าติดลบ 5,000 บาท คือ สรุปทำงานเป็นหนี้ไปเรื่อยๆมันก็ไม่ใช่นะคะ ก็ต้องฆ่าบางข้าจะต้องเป็นบวกเสมอ เส้นอายุ ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก ลบไม่ได้ นะคะ กับการกำหนดข้อความที่แสดงหากใส่ข้อมูล ไม่ตรงตามเงื่อนไขเช่น ใส่อายุเป็น -20 มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่าให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้น นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดได้ รวมถึง ข้อมูลที่ จำเป็นต้องกรอก จะเว้นว่างไม่ได้ เช่นเลขบัตรประชาชนคุณจะบอกว่าคุณไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้ง หรือ จะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใดๆก็ตาม ใส่เลขบัตรประชาชนเลขบัตรประชาชน จำเป็นต้องกรอกเสมอจะปล่อยวางไม่ได้ การกำหนดค่าคีย์หลัก นะคะ ก็ทำได้ง่ายมาก ค่าในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกค่าไหนที่เป็นคีย์หลัก คลิป ขอรับนานๆหรือฟิวส์นานๆแล้วก็กด ไอ้ตัวลูกกุญแจ กุญแจก็จะหมายถึงคีย์หลัก หรือแฟมิลี่คลินิกราคา แค่เรื่อง ปรากฏ มันก็จะ เป็นการแจ้ง ในระบบเลยว่า ได้ค่านี้ คือค่า คีย์หลักของ ตารางนี้นะคะ กับความสัมพันธ์ น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป โดยที่เราจะมีการพิจารณาภายนอกของแต่ละตารางที่มันจะอ้างถึงคีย์หลักของอีกตารางหนึ่ง อันนี้ก็ เราจะลองทำในตัวโปรแกรม ว่ามันจะอ้างอิงกันอย่างไรนะคะในตัวโปรแกรมนี่มันก็จะง่ายมากค่ะ มันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลย ตามลูกศรสีแดงชี้นะคะ เป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ ว่า เราจะ สร้างคีย์หลักอย่างไร ไหนจะเป็นความสัมพันธ์ ก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ เราต้องรู้แล้วว่า ตารางที่เราสร้างหนี้ความสัมพันธ์กันอย่างไรเพราะว่า เราเคยวาด ER diagram มาแล้ว เหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำร้านหนังสือ ว่าผู้แต่ง ร้านหนังสือกับหนังสือ เขาควรจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ อย่างเช่นตัวอย่าง ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วมันจะเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง ให้ดูเลยว่าตารางนี้ ตารางนี้ เขามีความสัมพันธ์กัน อย่างตารางนี้นะค่ะ 2 ตารางนี้ มีความสัมพันธ์แบบหนึ่ง กลับมากกว่า 1 อย่างที่อาจารย์เคยบอกว่าในแต่ละโปรแกรม อยู่ในใจแล้วหนังสือสัญลักษณ์เครื่องหมาย เขาอาจจะ ไม่ได้ใช้ตัวเองอย่างที่อาจารย์สอนแต่ มันเป็นความหมายเดียวกันคือวันทรูมันนี่ คือ หนึ่งมีความสัมพันธ์มากกว่า 1 กับอะไร เพราะฉะนั้นเรา เราอ่าน หนังสือบางเล่ม น่าจะเขียนแบบนี้นะคะ ให้เราเข้าใจว่ามีความ เดียวกัน ต่างกันที่สำนักเฉยๆถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อหนึ่ง บางรูปแบบมันจะไม่เขียนกำหนดไว้เลยให้รู้ด้วยตัวเอง ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไหน นะคะ one two one one to many ข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล เราต้องรู้ว่า คนเราจะสร้างฐานข้อมูล เพื่อมาทำงาน เกี่ยวกับระบบอะไร ราคาเหมือนในตัวอย่างก็คือร้านเช่าหนังสือร้านขายหนังสือ ร้านหลาย ขายหนังสือต้องมีอะไรบ้าง มันอาจจะไม่ได้มีแค่ 3 ตัวอย่าง มันมากกว่านั้น คุณจะเช่าหรือคุณจะขายคุณจะมีระบบสมาชิกไหม นะคะ รวมถึงรายละเอียด ในตาราง ข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง เครื่องไหน ไปตกหรือ ต่อไปก็ต้องดูว่าในตาราง อะไรคือคีย์หลัก ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั้นเองเราจำได้นะ ความสัมพันธ์ของตารางข้อมูลมีความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ มีค่าที่ต้องมาประมวลผลมีการคำนวณไหมนะคะ เช่น อายุสมาชิก หรือวันเข้าทำงาน ทำงานมาแล้วกี่ปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนก็ว่าไปนะคะ การจัด การแสดงผลออกทางหน้าจอเป็นอย่างไรสามารถปริ้นออกมาเป็นรายงานได้ไหมนะคะ ข้อมูลเบื้องต้น ที่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไร เอาไปใช้กับระบบงานอะไร เอาไปผนวกแล้ว มันมีปัญหาไหมนะคะ อันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมา จากระบบนึงขนาดถาม พิจารณาตามนี้เช่นเดียวกัน กลับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรม เราต้องมารู้จัก คำสั่งที่เราจะสั่งให้ฐานข้อมูลทำงานก่อน นะคะ ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะเป็นภาษา SQL Structure Query Language ตัวนี้ การเรียนภาษา SQL ก็จะไปเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานสำหรับ สร้างฐาน ข้อมูล คำสั่งในการเรียกดูฐานข้อมูล คำสั่งสำหรับ ฐานข้อมูลเพิ่มลบแก้ไขอันนี้เราต้องทราบนะคะ ซึ่งภาษา SQL นี่เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูล ที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุดนะคะ เป็นชุดคำสั่งที่ใช้ ข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ กลุ่มคำสั่ง ของภาษา SQL จะมี 3 กลุ่มคำสั่ง คำสั่งแรกก็คือ สำหรับการสร้างฐานข้อมูล กำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วยนะคะ กำหนดโครงสร้างของตารางกลุ่มที่ 2 จะเป็น ปุ่มสำหรับเพิ่มลบเปลี่ยนแปลง ก็คือเป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเองนะคะส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับ สร้าง แล้วก็กำหนดโครงสร้างให้กับตารางนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาษาที่ ไม่ใช่แค่เป็นภาษาที่แบบนิยามข้อมูลเป็นการสร้างด้วยนะคะ ยางในสไลด์อาจารย์วันนี้นี่ ถ้าเราเห็น ทรงกระบอกแบบนี้นี่ ถ้าในหนังสือหรือในทาง เพลงสากลนี่ เราก็จะรับรู้ได้เลยว่า ใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้ในสัญลักษณ์ใดๆที่เป็นโครงสร้างทางคอมพิวเตอร์นี่ จะรู้เลยว่าอันนี้คือ ฐานข้อมูลนะคะ ส่วนข้อมูลผลลัพธ์ ถ้าเป็นรูปภาพแบบนี้ก็แสดงว่าเป็น แสดงผลรายงานนะคะ อันนี้ก็เวลา คุณไปอ่านหนังสือดูหนังสือเล่มอื่นแล้วเขาเขียนแบบนี้นี่ บอกให้เข้าใจว่า ก่อนที่จะออกจากฐานข้อมูลใช้คำสั่งเพื่อเรียก ดูรายการออกมา รับผลรายงานเป็นอย่างไรนะคะ อันนี้เป็น โครงสร้างคำสั่งภาษา SQL สำหรับการสืบค้นนะคะ คำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่ ใช้บ่อยที่สุด ก็คือ Siri e l e c T นะคะ นักศึกษาบางคนพิมพ์ บางคนไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนเพื่อน บางทีพิมพ์ผิด นะคะ บางครั้งก็ จะตกชัย ไม่ต้องตกใจถ้า ถ้าผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาเรามาไล่ดูกันว่าเรามาได้ พิมพ์อะไรผิดไปหรือเปล่า ลืมสัญลักษณ์อะไรไหม ทำอะไรหรือเปล่านะคะ ก็เช็คด้วย ส่วนมากคำสั่งพื้นฐานจากขึ้นด้วย Select ตามด้วย from select ก็คือเราจะ แสดงผลข้อมูลออนไลน์อย่างที่บอกนะคะต้อง พยายามภาษาอังกฤษนิดนึงเพราะว่า มันจำเป็น นะคะ from ก็คือเราจะเรียกข้อมูลจากตารางไหน นะคะ where หมายถึงมีเงื่อนไขในการค้นหาว่าอย่างไรบ้าง Group by ข้อมูลจะถูก รวม เป็นข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะ มีเงื่อนไขอะไรอีกไหมรวมถึงการจัดเรียงอย่างไร นะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งให้ดู อาทิตย์นี้ดูตัวอย่างคำสั่งไปก่อนนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่าง ของข้อมูลนะคะสไลด์หลังจากนี้ไปเราจะดู คล้ายแบบนี้เหมือนกัน มีอยู่ 2 ตารางนะคะ ตารางแรกเป็นตารางหนังสือ ตารางที่ 2 เป็นตารางสำนักพิมพ์ ตารางแลกก็จะมีรหัสหนังสือชื่อหนังสือ รหัสสำนักพิมพ์ ราคา นะคะ ตารางที่ 2 จะเป็นตารางสำนักพิมพ์ มี รหัสสำนักพิมพ์แล้วก็ชื่อสำนักพิมพ์นะคะ คำสั่งจัดแสดงผลมุมบนขวาตรงนี้ ส่วนผลลัพธ์ที่ได้จากภาษา SQL จะอยู่ด้านล่างนะคะ ตัวอย่าง คำสั่งในการสืบค้นข้อมูล 1 ตารางคำสั่งที่ง่ายที่สุดก็คือ Select star from เวลาอ่านคำสั่งเราจะดูตรงนี้นะคะ ขึ้นต้นคำสั่งว่าอะไรกดตรงนี้นะคะ ตัวอย่างตัวอย่างการสืบค้นจาก 1 ตารางนะคะ ดอกจัน หมายถึง เอาข้อมูลทุกๆคอลัมน์ หรือเราจะสามารถระบุได้ว่าเราจะ ข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ไหน จากตารางอะไร นะคะ ตัวอย่างเช่นตัวนี้ นะคะ ให้แสดงผลข้อมูลทุกแถว และทุกคอลัมน์ คำสั่งก็คือ Select ใส่เครื่องหมายดอกจันเขาจะเรียกว่า Star นะคะ เอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์ จากตาราง book ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงผลข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในตารางบุ๊คนั่นเองนะคะ นะคะถามว่าคำสั่งนี้ ใครสั่ง บางครั้ง ดูแลฐานข้อมูลหรือผู้ใช้งานต้องการ เรียก ดูข้อมูลในลักษณะนี้ คำสั่งที่เกิด ขึ้นใน select from อันนี้คือ select ตาก็คือเอาทุกแถวคอลัมน์ ถ้าเราไม่เอาทุกแถวทุกคอลัมน์เรากำหนดได้ไหมเรากำหนดได้ค่ะ คำสั่งต่อมา อินทรีเหล็กก็คือตัวเลือกชื่อ กลับราคา จากตาราง book ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้ ก็จะแสดง ชื่อ ราคาของหนังสือเท่านั้น เพราะว่าอย่างที่อาจารย์เคยบอกมุมมองของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากดูข้อมูลทั้งหมด บางคนอยากดูข้อมูลแค่ 2 อย่าง สามารถทำได้ไหมทำได้ค่ะ ดูข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้ แค่เราต้องบอกให้ถูกว่าคุณอยากดูข้อมูลจากตารางไหน คอลัมน์อะไรระบุไป ระบบจัดการฐานข้อมูลมันก็จะดึงข้อมูล มาให้เราดูนะคะ ต่อมา ถ้าเป็นการสื่อ คนแบบมีเงื่อนไขล่ะ แค่เอาคอลัมน์มันไม่พอแล้ว เราอยากเพิ่มเงื่อนไข คำสั่งที่ใช้ในการเพิ่มเงื่อนไขก็คือ where นะคะ บางทีก็จะเป็น select from Where ไล่ลำดับลงมานะคะ โดยอาจจะมีเงื่อนไข อาจจะเป็นเงื่อนไขในการเปรียบเทียบ เวลาเปรียบเทียบนะคะดูสัญลักษณ์ตรงนี้มันจะเป็น มากกว่า ราคามากกว่าเท่ากับน้อยกว่า นะคะ พวกนี้ น้อยกว่าเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับ วันนี้ไม่เท่ากับ อันนี้เป็นเท่ากับ มากกว่าน้อยกว่าอะไรอย่างนี้นะคะ จะทำตัวขั้นให้ หรือการรวบรวม เห็นและเป็นหรือ วิชาคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนไปแล้วเป็นการปฏิเสธเช่นไม่เอา ข้อมูลนักศึกษาชายอะไรอย่างนี้ ตรวจสอบค่าของข้อมูลว่าง ให้มัน ตรวจดูซิว่าข้อมูลตรงไหนมีช่องว่าง ข้อมูลตรงไหนหายไป ตรวจสอบเป็นช่วงเช่นช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี หรือ ในชื่อ ใครมีชื่อจอจาน หรือในชื่อใครมีสระเอ ตรวจสอบข้อความ นะคะ เช่นในข้อความนั้นมีคำว่านาย เอาคนที่มี คำขึ้นต้นที่มีนายทั้งหมดอะไรก็ว่าไป มันจะมีการเปรียบเทียบเงื่อนไขด้วยนะคะอันนี้อาจารย์อธิบายไปแล้วนะคะ เท่ากับมากกว่าน้อยกว่า มากกว่าเท่ากับ ไม่เท่ากับ นะคะ