ทำงานหลักๆอยู่ด้านบนเราจะเรียกว่าริบบอน ด้านบนนะคะ ในรูปนี่มันก็จะเป็นเกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างของตารางนะคะ แล้วก็การกำหนดหน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูลหรือแสดงข้อมูลเราสามารถทำได้ การสร้างรายงานนะคะ เช่นสมมุติมีรายชื่ออยู่ 1 รายชื่อเราอยากให้มันออกเป็นรายงานเฉพาะชื่อที่เป็นผู้หญิง เราสามารถสร้างรายงานออกมาได้เหมือนกันรวมถึงการสืบค้นการเรียกดูข้อมูลอื่นๆตามเงื่อนไขเราก็สามารถทำได้ในส่วนการสืบค้นเรียกดูข้อมูลเราจะใช้คำสั่ง SQL เราจะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะ เราจะไม่ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่างเราจะได้รู้ด้วยว่าภาษาที่เราใช้ SQL มันจะเป็นอย่างไรนะคะ โดยตารางที่อยู่ในโปรแกรม access นะคะ รูปแบบของตารางนี่ ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของการเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะถ้าเราต้องการจะบันทึกหรือเก็บข้อมูลหนี้ เราก็ต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้ เหมือนอาทิตย์ก่อนก่อนที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมดู บางคนยังจะพิมพ์อะไรลงไปไม่ได้เลยเพราะว่าเราไม่มีตารางนะคะ มันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้เริ่มสร้างตารางเลยนะคะ การสร้างตารางในที่นี้มันก็คือการตั้งชื่อแล้วก็กำหนดโครงสร้างของตารางด้วย นั่นก็คือเราก็จะมีธาตุใน Excel มันก็จะมีเป็นคอลัมน์ Column ใช่ไหมคะ ใน excess ก็เหมือนกัน มันก็จะกำหนดว่าหัวคอลัมน์แต่ละคอลัมน์ก็คือฟิวนี่แหละ มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้างแล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในนั้นนี่ มีอะไร นะคะ เช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้นหรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือหรือรับเฉพาะค่าตัวเลข ค่าตัวเลข ต้องไม่เกิน 10 ตัวอะไรก็ว่าไปรวมถึงต้องกำหนดคีย์หลักนะคะ การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม Excel มันก็ง่ายกดปุ่มเดียวมันก็เสร็จเลยนะคะแล้วก็ต้องกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป ว่ามันจะเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะ ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูลนี้เราทบทวนกันอีกรอบนะคะ ที่โชว์อยู่ในหน้าจอตอนนี้คือเราเรียกว่าตารางนะ นะคะ มีแถวมีคอลัมน์ นะคะ แนวตั้งเราจะเรียกว่าคอลัมน์ โทรศัพท์ในระบบการจัดการฐานข้อมูลก็คือฟิว อยากได้ตารางนี้ก็จะมีอยู่ 4 ฟิวส์ก็คือ 4 คอลัมน์นะคะมี 3 Records ก็คือ 3 แถวข้อมูลนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลผู้ป่วยนะคะ ไอ้ตัว H n มันย่อมาจากรหัสผู้ป่วยนะคะ Hospital Number มีชื่อมีนามสกุลมีที่อยู่ก็จะเป็นตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่ายนะคะตัวอย่างอย่างง่ายส่วนในตัวโปรแกรม เราจะสร้างตารางนะคะ โดยที่เราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้นะคะ เราจะมากำหนดตรงที่ส่วนของการดีไซน์ก็คือการออกแบบ มันก็จะถามว่าอย่างในส่วนตรงนี้อันนี้มันเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะ ว่าชื่อ Column อะไรนะคะ เก็บข้อมูลชนิดอะไรนะคะ บางทีตัว ID นี่ ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันก็จะเป็น Auto มันจะเพิ่มไปเรื่อยๆตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามา แต่เราสามารถระบุเองก็ได้ค่ะเราไม่ได้อยากได้ตัวเลข 1 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆ บางทีก็มันอาจจะไม่ได้เป็นไปได้ทุกระบบนะคะมันอาจจะต้องมีตัวหนังสือที่มีปลาผสมกับตัวเลข อยากรหัสนักศึกษาเราจะรัน 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้นะคะ มันจะต้องกำหนดเฉพาะเช่นขึ้นต้นด้วยปีการศึกษาตามมาด้วยรหัสคณะตามมาด้วยรหัสหลักสูตร แล้วค่อยมาเป็นถึงเลขที่ของเราว่าเป็นเลขที่อะไรนะคะ ตัวอย่างถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริงๆนี่มันจะไม่มีข้อมูลแค่นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็น อย่างด้านซ้ายนะคะ จะเป็นตัวอย่างของตารางทั้งหมดที่เราเอามาเชื่อมโยงกัน มีไม่ต่ำกว่า 20 ตารางนะคะ ถ้ามันเป็นระบบงานใหญ่ๆ รวมถึงการกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามาอย่างเช่น ID เขากำหนดให้เป็นตัวเลขให้มันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอัตโนมัติ ส่วนเลขประจำตัวผู้ป่วย เขาจะให้กรอกนะคะ เราก็จะมีคำอธิบายด้วยว่าไอ้คำย่อหรือหัวตารางนี่ ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไรนะคะ อย่าง osn ก็คือเลขบัตรเดิมต้องพิมพ์อย่างไรไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหมชื่อแรกจำเป็นต้องพิมพ์ นามสกุลเราจะระบุตรงนี้ด้วยนะคำอธิบายนะคะ ถ้าในส่วนของฐานข้อมูล เราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูลหรือ Data Dictionary นะคะ ก็คือสิ่งที่เราต้องบอกนะคะ อย่างสมมุติว่าคนเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่ในการทำงานนะคะเห็นคำย่อ p t Daily คืออะไร สมมุติเรามาทำงานต่อเขาแล้วเขาไม่เขียนอธิบายไว้ว่าไอ้คำศัพท์คำนี้ มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอก นะคะ นั่นคือสถานภาพสมรสสมมุติเขาไม่ได้บอกเราไว้ เราก็ต้องมากวาดเราจะทำความเข้าใจได้ว่าเอ๊ะสรุปข้อมูลนี้เขาต้องการทำอะไรได้กันแน่เพราะฉะนั้นการเขียนคำอธิบาย ก็ค่อนข้างจำเป็นสำหรับการจัดการฐานข้อมูลนะคะ ส่วนด้านล่างจะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลนะคะ เช่นจำนวนเงินเดือน เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก บางคนเงินเดือนเยอะหรือบางคนเงินเดือนน้อยเราสามารถกำหนดได้ว่าตัวเลขที่สามารถกำหนดเข้าไปได้มากขนาดไหน เงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพถ้ามันเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศ ที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะๆนะคะ เลข 67 หลักมันไม่พอแน่นอนนะคะ เราก็มากำหนดตรงนี้ด้วยว่าข้อมูลที่ใส่ได้ควรจะเป็นข้อมูลขนาดไหน หรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลักเราก็มาจะกำหนดตรง Property ข้างล่างตรงนี้นะคะ การสร้างตารางโดยใช้มุมมองการออกแบบ นะคะ มันก็จะมีการกำหนดไว้ว่าชื่อของฟิวส์ก็คือชื่อแต่ละคอลัมน์ควรจะตั้งชื่อว่าอะไร ควรจะตั้งให้มีความหมายแล้วก็ไม่ยาวจนเกินไป แล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษพวกเครื่องหมายคำถาม เครื่องหมายแฮชแท็กอะไรพวกนี้นะคะหรือจุดอันเดอร์สกอร์ ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่ รวมถึงประเภทของข้อมูลนะคะ ก็คือชนิดของข้อมูลที่จะเก็บในคอลัมน์หรือฟิวส์นั้นๆ เช็ครหัสสินค้า มันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกันส่วนราคา นะคะควรจะเป็นตัวเลขอย่างเดียว เราไม่พิมพ์ เราจะไม่พิมพ์ 500 แล้วก็ใส่กไก่อีก 2 ตัวแทนเลข 0 ไม่ใช่นะคะ เพราะฉะนั้น 500 ตัวเลขเป็นอย่างเดียว กับสมมุติถ้าข้อมูลนั้นๆจะต้องนำไปคำนวณ นะคะ ควรจะต้องเป็นข้อมูลชนิดอะไรเช่นอายุนะคะ คือเอาวันเดือนปีเกิดไปคำนวณมันจะต้องเป็นตัวเลขหรือวันที่หรืออย่างไร นะคะ เราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลตรงนั้นด้วยนะคะอย่างเช่นวันเข้าทำงาน วันแรกจนถึงปัจจุบันเขาทำงานมาแล้วกี่ปี ว่าจะใช้วันที่ในการคำนวณนะคะ เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ด้วยถ้าสมมุติคุณไม่ได้ทำฐานข้อมูลด้วยตัวเอง ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่า Tech นะคะ ก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลขตัวเลขทำไมถึงบอกว่าเป็นตัวอักษรหรือเป็นเท็จ เดี๋ยวไปคำนวณเช่นรหัสนักศึกษา พ่อคูณเราจะไม่นำมาบวกกัน เราจะไม่มีผลในการคำนวณนะคะจะเป็นตัวเลขบอกรหัสเฉยๆสัญลักษณ์เครื่องหมายก็ บางคนอาจจะจำเป็นที่จะต้องใส่สัญลักษณ์ เช่นอย่างคำนำหน้าชื่อบางคนก็พิมพ์นางสาว บางขุนพรหมพิมพ์น้อยจุด 2 จุด มันก็มีสัญลักษณ์มีเครื่องหมายมีตัวอักขระนะคะที่ผสมกัน รวมถึงตัวเลขก็ตัวเลขก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน จะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวเลขอาจจะเป็นจำนวนเงินกันเก็บเงินก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ นะคะ ถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น B ข้อมูลที่เราจะเก็บข้อมูลได้ไม่ถึง 255 เท่านั้นแล้วก็เป็นจำนวนเต็มใส่เป็นทศนิยมไม่ได้นะคะ ข้อมูลที่เป็น integer ว่าจะเป็นค่าตัวเลขระหว่าง - 30,000 ว่าไปถึง - 30,000 ประชุมจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มบวกกับจำนวนเต็มลบไม่มีจุดทศนิยม ถ้าเป็น long integer เมื่อกี้เป็นจากหลักหมื่นมันจะกลายเป็น 2 พันล้าน อันนี้เหมาะกับการใช้งบประมาณที่เยอะมากๆ หรือข้อมูล เงินใดๆก็ตามที่เป็นตัวเลขที่เงินมากกว่าค่าอินดิเคเตอร์ธรรมดา ขึ้นไปนะคะ Single ก็จะเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมนะคะอาจจะมีค่าไปจนถึงติดลบ นะคะ เป็นทั้งทศนิยมที่เป็นเต็มลบกับเต็มบวกนะคะ ตอบมา Double ใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยมอย่างเช่นบางทีเราไปซื้อของเราจะเห็นว่าเขาคำนวณเป็นจุดทศนิยมให้เราด้วย การเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขา เขาแสดงจนถึงจุดทศนิยม 1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่งก็ว่ากันไป แต่ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่ 2 ตำแหน่งนะคะ ต่อมาวันที่เวลาก็จะเป็นการระบุข้อมูลที่เป็นรูปแบบวันที่พ.ต.ท. ก็แล้วแต่เราจะระบุก็ได้นะคะ โดยที่มันอาจจะเป็นระบบเต็มก็คือจะมีทั้งวันที่และเวลา แต่ส่วนมากก็จะเป็นแบบวันเดือนปีแค่นั้นนะคะ กลับ Yes No question นะคะ ใช่หรือไม่นะคะมันจะเป็นคำตอบสำหรับข้อมูลที่เป็นตรรกะที่มีอยู่ 2 ค่า ก็คือมีอยู่ จริงหรือเท็จ เช่นตอนนี้คุณเป็นนักศึกษาเขาจะถามว่าจริงหรือเท็จ ถ้าไปศึกษาอยู่ก็ตอบว่า Yes ก็คือใช่ถ้าเรียนจบแล้วก็อาจจะบอกว่า No นะคะ กลับ oss นะคะก็จะเป็นข้อมูลที่เอาไว้ในการแนบรูปภาพ นะคะฐานข้อมูลบางอย่างเขาให้เราแนบรูปภาพด้วยเช่นเราสมัครเป็นสมาชิก หรือสมัครเรียนหนังสือ หรือสมัครสอบเขาก็จะให้เราแนบรูปภาพแนบใบเสร็จ ถ้าเป็นระบบขายของเป็นระบบโอนเงินก็แลกรูปภาพมาด้วยนะคะ ส่วนที่ 3 ก็จะเป็นส่วนของการกำหนดค่าอย่างที่อาจารย์ให้ดูเมื่อ ปีนี้เป็นภาพนะคะก็จะเป็นบ่อขนาดของข้อมูลที่จะเก็บเรากำหนดได้เลยนะคะ รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไรการป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหนเราสามารถกำหนดได้นะคะ กำหนดคำอธิบายข้อมูลเช่นก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลลงไปในระบบบางอัน ถ้าเรานี่เอาเมาส์ไปชี้ เขาจะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้ให้กรอกข้อมูลแบบไหน ถ้าเราบอกว่าให้กรอกบัตรประชาชนพ่อมาเป็นกรุ๊ปเขาก็จะบอกว่าให้กรอกเลขจำนวน 13 หลัก เป็นต้น นะคะ กลับอาจจะมีการกำหนดค่าเริ่มต้นเช่น เขาถามวันเกิด ส่วนมากวันเกิดคือจะเป็นวันที่ 1 มกราคมปี 2000 อะไรก็ว่าไป นะคะ จะเป็นค่าเริ่มต้นถ้าคุณไม่ได้เกิดวันนั้นคุณก็เปลี่ยนเป็นค่าอื่นหรืออาจจะเป็นเงินบริจาค นะคะ ค่าเริ่มต้นอาจจะเป็น 10 บาทคุณอาจจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้นะคะ กับการกำหนดเงื่อนไขของข้านะคะ เช่นเงินเดือน ต้องเป็นบวกเสมอ จะบอกว่าเขาถามเงินเดือนเท่าไหร่บอกเงินเดือนติดลบ 5,000 คือยังไม่ได้ทำงานแล้วเป็นหนี้ไปเรื่อยๆก็ไม่ใช่นะคะ ก็ต้องฆ่ามันฆ่าก็ต้องเป็นบวกเสมอ เช่นอายุจะต้องเป็น นวนเต็มบวกไม่ได้นะคะ กับการกำหนดข้อความที่แสดงหักใส่ข้อมูลที่ไม่ตรงตามเงื่อนไขเช่นใส่อายุเป็น -20 มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนเข้ามาว่า ให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้นนะคะ ก็จะเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดได้ รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นต้องตอบ จะเว้นว่างไม่ได้ เช็คเลขบัตรประชาชนคุณจะบอกว่าไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้นะคะเพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้ง หรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใดๆก็ตามไอ้เลขบัตรประชาชนจะเป็นเลข ข้อมูลที่ต้องกรอกเสมอนะคะจะปล่อยวางไม่ได้ การกำหนดค่าคีย์หลัก นะคะ ก็ทำได้ง่ายมากถ้าในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกค่าไหนให้เป็นคีย์หลัก คลิกที่ คอลัมน์นั้นๆหรือฟิวส์นั้นๆแล้วก็กดไอ้ตัวรูปกุญแจตัวกุญแจจะหมายถึงคีย์หลัก แล้วก็ Primary Key นั่นแหละนะคะ ให้เลือกแล้วก็กด มันก็จะเป็นการแจ้ง ในระบบเลยว่าไอ้ค่านี้ คือค่า คีย์หลักของตารางนี้นะคะ ความสัมพันธ์มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป โดยที่เราจะมีการพิจารณาเรื่องคีย์นอกของแต่ละตารางที่มันอ้างถึงที่หลักของอีตาราง 1 นะคะ ก็อันนี้ก็เดี๋ยวเราจะลองทำในตัวโปรแกรมว่ามันจะอ้างอิงอย่างไรนะคะ ตัวโปรแกรมมันก็จะง่ายมากมันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลยตามลูกศรสีแดงชี้นะคะ โปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ ว่าเราจะสร้างคีย์หลักอย่างไรอันไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะ ก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องรู้แล้วว่าตารางที่เราสร้างมันสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะว่าเราเคยวาด ER diagram มาแล้ว ก็คือเหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำร้านหนังสือ ว่าผู้แต่งหนังสือกับหนังสือเขาควรจะมีความสัมพันธ์อย่างไรนะคะ อย่างเช่นตัวอย่างถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วมันจะเป็นแบบนี้ค่ะ มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง ให้ดูเลยว่าตารางนี้กับตารางนี้ เขามีความสัมพันธ์กัน อย่างตารางนี้ค่ะ 2 ตารางนี้ มีความสัมพันธ์แบบ นึ่งกับมากกว่า 1 อย่างที่อาจารย์เคยบอกว่าแต่ละโปรแกรมหรือในแต่ละหนังสือสัญลักษณ์เครื่องหมาย เขาอาจจะไม่ได้ใช้ตัวเองเหมือนที่อาจารย์สอน แต่มันเป็นความหมายเดียวกันคือวันทรูมันนี่ก็คือ หนึ่งมีความสัมพันธ์มากกว่า 1 กับอะไรนะคะ เพราะฉะนั้น เราอ่าน หนังสือบางเล่มก็อาจจะเขียนแบบนี้นะคะ ให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกันแต่แค่มันต่างกันที่สัญลักษณ์เฉยๆถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งนะคะ หนึ่งต่อหนึ่ง บางรูปแบบมันก็จะไม่เขียนกำหนดไว้เลยจะให้รู้ไว้ว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ นี่ one two one one two Money นะคะ ข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล เราต้องรู้ว่าเราต้องสร้างฐานข้อมูลเพื่อมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไร นะคะ เหมือนในตัวอย่างก็คือร้านเช่าหนังสือร้านขายหนังสือในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้างนะคะ มันอาจจะไม่มีแค่ 3 ตัวอย่าง 3 ตารางที่อาจารย์ยกตัวอย่างมันมากกว่านั้น คุณจะเช่าหรือคุณจะขายหรือคุณจะมีระบบสมาชิกใหม่นะคะ รวมถึงรายละเอียดในตาราง ข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง เครื่องไหน มันจะพังไฟตกหรือ ต่อไปก็ต้องดูว่าในตารางอะไรคือคีย์หลัก ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั่นเองอย่างที่เราจำได้นะ ความสำคัญของตารางข้อมูลเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ มีค่าที่ต้องมาประมวลผลหรือคำนวณใหม่นะคะ เช่นอายุสมาชิก หรือวันเข้าทำงาน ทำงานมาแล้วกี่ปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนอะไรก็ว่าไปนะคะ การจัดการแสดงผลของทางหน้าจอเป็นอย่างไรสามารถ Print ออกมาได้ไหม ข้อมูลเบื้องต้น พี่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไรเอาไปใช้กับระบบงานอะไรเอาไปผนวก แล้วมันมีปัญหาใหม่นะคะ อันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาสักระบบหนึ่งขนาดระบบเล็กๆยังต้องพิจารณาตาม ข้อมูลนี้เช่นเดียวกันนะคะ กลับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรม เราต้องรู้จักคำสั่งที่เราจะสั่งให้ฐานข้อมูลมันทำงานก่อนนะคะ ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะ เป็นภาษา SQL นะคะ Structure Query Language นะคะ ตัวนี้นะคะ การเรียนภาษา SQL นะคะมันก็ไปเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน สำหรับสร้างโครงสร้างของฐานข้อมูลคำสั่งในการเรียกดูข้อมูล คำสั่งสำหรับการปรับปรุงข้อมูลเพิ่มลบแก้ไขอันนี้เราต้องทราบนะคะ ซึ่งภาษา SQL เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนะคะ ชุดคำสั่งที่ใช้ในการ จัดการฐานข้อมูลแล้วก็ข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ ปุ่มคำสั่งของภาษา SQL จะมีอยู่ 3 กลุ่มคำสั่ง คำถามแรกก็จะเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้างฐานข้อมูลกำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วยนะคะ กำหนดโครงสร้างของตารางกลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับเพิ่มลบเปลี่ยนแปลงข้อมูลก็คือเป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเองนะคะ ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับสร้างแล้วก็กำหนดโครงสร้างให้กับตารางนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาษาที่ไม่ได้ใช้แค่สำหรับนิยามข้อมูล เป็นการสร้างด้วยนะคะ อย่างในสไลด์อาจารย์วันนี้นี่ ถ้าเราเห็น ทรงกระบอกแบบนี้นี่ ถ้าในหนังสือหรือว่าในทางเชิงสากล เขาจะรับรู้ได้เลยว่าถ้าเราใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้ในสัญลักษณ์ใดๆที่เป็นโครงสร้างทางคอมพิวเตอร์นี่ เขาจะรู้ไว้เลยว่าอันนี้คือฐานข้อมูลนะคะ ส่วนข้อมูลผลลัพธ์ ถ้าเป็นรูปภาพแบบนี้ก็แสดงว่าเป็นการแสดงผลรายงานนะคะ อันนี้ก็แสดงว่าคุณไปอ่านหนังสือเจอหนังสือเล่มอื่นแล้วเขาเขียนแบบนี้ก็ให้เข้าใจว่า ก่อนที่จะออกจากฐานข้อมูลใช้คำสั่ง เรียกดูรายงานออกมาผลลัพธ์ของรายงานเป็นอย่างไรนะคะ อันนี้เป็นโครงสร้างคำสั่งภาษา SQL สำหรับการสืบค้นนะคะ คำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือคำสั่ง Select ตัวนี้นะคะ select2 นะคะนักศึกษาบางคน พิมพ์ คนรับไม่ได้เหมือนเพื่อนบางทีพิมพ์ผิด นะคะ นะคะบางครั้งก็ตกใจไม่ต้องตกใจ ผลลัพธ์มันไม่ออกมาเรามานั่งไล่ดูก่อนว่าเราพิมพ์อะไรผิดไปหรือเปล่านะคะ ลืมสัญลักษณ์อะไรไหมตกคำอะไรหรือเปล่านะคะ เช็คด้วย ส่วนมากคำสั่งพื้นฐานก็ขึ้นต้นด้วย select ตามมาด้วยฟอร์มนะคะ select ก็คือเราจะเลือกว่าเราจะแสดงผลอะไรนะคะอย่างที่บอกนะคะ ต้องพยายามภาษาอังกฤษนิดนึงนะคะ เพราะว่ามันจำเป็นนะคะ from ก็คือเราจะเลือกข้อมูลจากตารางไหนนะคะ where หมายถึงว่ามีเงื่อนไขในการค้นหาว่าอย่างไรบ้าง Group by ข้อมูลจะถูกรวม เป็นข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะ มีเงื่อนไขอะไรอีกไหมรวมถึงการจัดเรียงอย่างไรนะคะ เดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งให้ดู อาทิตย์นี้ดูตัวอย่างคำสั่งก่อนนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของข้อมูลนะคะ สไลด์หลังจากนี้ไป เราจะดูคล้ายๆแบบนี้เหมือนกันมีตารางอยู่ 2 ตารางนะคะ ครั้งแรกเป็นตารางหนังสือ ตารางที่ 2 เป็นตารางสำนักพิมพ์ นะคะ ครั้งแรกก็จะมีรหัสหนังสือชื่อหนังสือ รหัสสำนักพิมพ์ ราคา นะคะ ตารางที่ 2 จะเป็นตารางสำนักพิมพ์มีรหัสสำนักพิมพ์แล้วก็ชื่อสำนักพิมพ์นะคะ คำสั่งจะแสดงผลมุมบนขวาตรงนี้นะคะ ส่วนผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งภาษา SQL จะอยู่ด้านล่างนะคะ ตัวอย่าง คำสั่งในการสืบค้นข้อมูล 1 ตารางคำสั่งที่ง่ายที่สุดคือ Siri from นะคะ เวลาอ่านคำสั่งเราจะดูตรงนี้นะคะตรงนี้ ขึ้นต้นคำสั่งว่าอะไรดูตรงนี้นะคะ ตัวอย่างการสืบค้นจาก 1 ตารางนะคะดอกจัน หมายถึงว่าเอาข้อมูลทุกๆคอลัมน์ หรือเราจะสามารถระบุได้ว่าเราจะเอาข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ไหน จากตารางอะไร นะคะ ตัวอย่างเช่นตัวนี้ นะคะ ให้แสดงผลข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์ คำสั่งก็คือ Select เครื่องหมายดอกจันจะเป็น Star นะคะ select star from book ก็คือเอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์จากตาราง book ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงข้อมูลทั้งหมดในตารางบุ๊คนั่นเองนะคะ ถามว่าคำสั่งนี้ใครสั่ง บางครั้งอาจจะเป็นคนที่ดูแลฐานข้อมูลหรือผู้ใช้งานต้องการจะเรียกดูข้อมูลในลักษณะนี้ คำสั่งที่เกิดขึ้นให้คอมพิวเตอร์ทำงานก็คือ select from นะคะ อันนี้ก็คือ select Star ก็คือเอาทุกแถวทุกคอลัมน์แล้วถ้าเราไม่เอาทุกแถวทุกคอลัมน์ล่ะเรากำหนดได้ไหมเรากำหนดได้ค่ะ คำสั่งต่อมา Ben phillips ก็คือเลือกชื่อกับราคา ตาราง book ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้ก็จะแสดงผลเฉพาะชื่อ ราคาของหนังสือเท่านั้น เพราะว่าอย่างที่อาจารย์เคยบอกมุมมองของผู้ใช้งานของแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนอยากดูข้อมูลทั้งหมด บางคนอยากดูข้อมูลแค่ 2 อย่างสามารถทำได้ไหมทำได้ค่ะ ดูข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้ แค่เราต้องบอกให้ถูกว่าคุณอยากดูข้อมูลจากตารางไหนคอลัมน์อะไร ระบุไป ระบบจัดการฐานข้อมูลก็จะดึงข้อมูลมาให้เราดูนะคะ ต่อมาถ้าเป็นการสืบค้นแบบมีเงื่อนไขล่ะ แค่เอาคอลัมน์มันไม่พอแล้วเราอยากเพิ่มเงื่อนไขคำสั่งที่ การเพิ่มเงื่อนไขก็คือคำสั่ง Where นะคะ มันก็จะเป็น select from Where นะคะไล่ลำดับลงมานะคะ โดยอาจจะมีเงื่อนไขอาจจะเป็นเงื่อนไขในการเปรียบเทียบเวลาเปรียบเทียบนะคะดูสัญลักษณ์ตรงนี้ มันจะเป็นมากกว่า นะคะ มากกว่าเท่ากับ น้อยกว่านะคะ พวกนี้นะคะน้อยกว่าเท่ากับมากกว่าเท่ากับอันนี้ไม่เท่ากับนะคะ อันนี้เป็นเท่ากับมากกว่าน้อยกว่าอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวจะทำตัวขั้นให้ทีหลังนะคะ หรือการรวบรวมเป็นและเป็นหรือคล้ายๆกับวิชาคณิตศาสตร์ที่เราเรียนไปแล้วนะคะ เป็นการปฏิเสธเช่นไม่เอาข้อมูลนักศึกษาชายอะไรอย่างนี้ ตรวจสอบค่าของข้อมูลว่าง ให้มันตรวจดูซิ ว่าข้อมูลไหนมีช่องว่างข้อมูลตรงไหนหายไป ตรวจสอบเป็นช่วงเช่นช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี หรือในชื่อใครมีชื่อมีจอจาน หรือในชื่อใครมีสระเอ ตรวจสอบข้อความนะคะ เพศในข้อความนั้นมีคำว่านาย ก็เอาคนที่มีคำขึ้นต้นคำว่านายทั้งหมดอะไรก็ว่าไปนะคะมันจะมีการเปรียบ เทียบเงื่อนไขด้วยนะคะอันนี้อาจารย์อธิบายไปแล้วนะคะ เท่ากับมากกว่าน้อยกว่ามากกว่าเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับ ไม่เท่ากับนะคะ