สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ โอเคค่ะ วันนี้เราจะมาเริ่มเหรียญตัวมาตรฐานโดยลงรายละเอียดนะคะ เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ IEEE ของเรา IEEE นะคะ เราจะมาดูว่ามาตรฐานเราจะเลือกตัวมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับเรามากที่สุดนั่นเอง มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้าง นะคะ 5ใช้รหัสตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรแผนด้วยอะไรบ้าง และบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐาน IEEE นี่ ก็จะเป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้า แล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกัน เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนานะคะ การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้า โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง แล้วก็ระบบแสงนะคะ ระบบการสื่อสารเนี่ยก็อยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงหนึ่ง ก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสาร แน่นอนเพราะว่าการสื่อสารของเรานี่ต้องใช้กำลังไปให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ ก็ไม่สามารถที่จะสารกันได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE นี่ก็จะเป็นตัวมาวัดตัวมาตรฐานว่าอุปกรณ์ ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเรา ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์วัดคุมนะคะ ระบบวัดคุมจะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกรนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแล ว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันนะคะ โดยกลุ่มที่มาจับของตัวมาตรฐาน IEE ก็จะแบ่งตามความเชีวชาญอย่างไฟฟ้าก็มีไฟฟ้าสื่อสาร ไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์ ก็จะเป็นไฟฟ้าตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป อันนี้น่าจะมองภาพออก การโทรศัพท์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEE บอกว่าหมายเลขตัวนี้แทนด้วยการวัดมาตรฐาน ของการทำงานอะไร ของอุปกรณ์ไหม หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน802 นะคะ 802 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย เช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช้งานตาม Access point พวก True WiFi AIS WiFi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบ และรับรองผู้ใช้งาน หรือว่า authentication authentication คืออะไร ก็คือเรามี username password ในการใช้งานเองนั่นเอง เพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหน ชื่ออะไร รหัส ID อะไร เริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมง ใช้งานกี่โมง แล้วก็เลิกงานกี่โมง แล้วก็ลักษณะเท่าไรนะคะ เข้าที่ค้นหาข้อมูลที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้าง อันนี้ก็จะเป็นการ authentication นะคะ บอกระบุว่าเป็นนักศึกษา เป็นเจ้าหน้าที่ เป็นอาจารย์นะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง นะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ผัดมาม่าถัดมา เป็น 802.2 กำหนดการเชื่อมต่อLLC เทียบกับตัว Data Link Layer เราปี 2 กับที่ 3 นะ เรียนมาแล้ว OS Layer มาแล้วคุ้น ๆ ไหม OSI นะคะ เราจะขอ Logical Link Control นะคะ แล้วก็ Link layer นะคะ ขอ OSI model เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวจะพูดถึงตัวเลยต่าง ๆ การเปรียบเทียบระหว่างหวยใต้น้ำตาไม่มีข้อจำกัดหรือว่าฉันการเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEE ตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น 802.3 เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายภายในนั่นเองนะคะ เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผู้รับและผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวอักษรรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาจะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางไปปลายทางอย่างไร แล้วส่งข้อมูลแล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางเนี่ยเขามีเงื่อนไข หรือวิธีการเช็กอย่างไรงมาอีกนะคะ ส่งไปแล้วมี Reaction กลับมาไหมว่าข้อมูลที่ส่งไปสมมุติมี 10 ข้อความแล้วไปทางรับไปได้ 8 แล้วที่มัน Lost หรือว่าหายระหว่างทางอย่างไร 802.4 มาตรฐานแบบ 802.4 802.5 จะเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุด Token Bus Token Ring ต่างกันอย่างไร มีการใช้อุปกรณ์แบบไหนใช้ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน และตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมนะคะ ในกรณีที่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัว ทำให้อุปกรณ์เครือข่ายล่มไหมหรือว่าไม่ล้มหรือว่ายังสามารถใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่า เดี๋ยวเราจะมาพูดลึก ๆ อีกว่ามีอุปกรณ์สัญญาณการส่งข้อมูลแบบไหน Switch Hub แล้วก็เชื่อมต่อแบบไหนที่มันมี การส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอะไร เดี๋ยวจะลงรายละเอียดอีกแต่ละตัวนะคะ ถัดมา 802.6 มาตรฐาน MAN นะคะ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการส่งข้อมูลนะภายในเมืองก็คือการสื่อสารที่มีพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน 1 ห้องขยายเป็นตึก ตึกแต่ละตึกขยายเพิ่มขึ้นเป็นเมืองนั่นเองนะคะ แต่ก็จะมาดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมืองของเรานี่ มีการจุดพักสัญญาณไไหม ก็จะให้สัญญาณอย่างไร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเอง 802.7 มาตรฐานการส่งสัญญาณแบบ Broadband กับ Baseband นั่นเอง พูดถึงแบรนด์แบรนด์มีการส่งข้อมูลอย่างไร Baseband กับ Broadband ต่างกัน อยมีการส่งข้อมูลความถี่เดียว หรือความถี่พร้อมกันนะคะ มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเป็น Baseband ก็คือการส่งข้อมูลนี่ ก็สามารถที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อม ๆ กันนะคะ มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เดี๋ยวเราจะไปดูการส่งสัญญาณ Broadband และ Baseband ต่างกันอย่างไร ถัดมา 802.8 นะคะ สายใยแก้วนำแสงกี่บาทเนี่ยก่อนเวลาเราใช้ระบบอินเตอร์เน็ตภายในบ้านส่วนมากจะเป็นสายทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic หรือว่าใยแก้วนำแสง ก็จะมีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลเต็มข้างระยะไกลกว่านะคะ แต่ข้อเสียของเขาก็จะมีเนื่องจากตามชื่อนะคะ เป็นแก้วนะคะ Fiber Optic ความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตกหัก การบำรุงรักษา หรือการเข้าหัวนี่ ค่อนข้างที่จะใช้บุคคลที่เฉพาะ นิยมใช้มากขึ้น เพราะว่าสัญญาณได้ไกลก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี ISDN กับเทคโนโลยี LAN ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบการศึกษาในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์ชุมสายในการเชื่อมต่อแต่ละจุด เหมือนสมมติโทรศัพท์แต่ละจังหวัดมันก็จะขึ้นข้างหน้าใช่ไหม บ้านเราจะเป็น 042 อะไรนี้ใช่ไหมคะ ต่างประเทศ หรือกรุงเทพก็เป็น 02 แล้วจะมีจุดพักแล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่ นั่นก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตู้ ATMถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัย ความปลอดภัยตัวนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ สมมติตอนนี้เรามีลักษณะแบบอินเทอร์เน็ตแบงค์กิง เติมเงินนะคะ ชอบปิงออนไลน์ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยตรงนี้จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรากรอกรหัสเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอนเงิน ถอนเงินนะคะ หรือว่าต้องชอปปิงออนไลน์ขึ้นมานี่ ความปลอดภัยตรงนี้โดนนำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่าเพราะบางทีก็จะมีข่าวว่าเตือนมาว่าคุณใช้โอนเงินไปนี้ ซื้อสินค้าอาจจะเป็นซึ่งเป็น US Dollar ต่างประเทศขึ้นมา เราจะเช็กได้อย่างไรว่าระบบที่เราใช้บนระบบเครือข่ายนั้นจะมีความปลอดภัยถึงระดับนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น Wireless หรือว่าตัว WiFi เวลาเราเชื่อมต่อใช้สมาร์ทโฟนแท็บเล็ต Notebook ขึ้นมานี่ ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะ เข้าในรั้วรั้วมหาวิทยาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพัก มันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา 802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการของการใช้งานระบบเครือข่าย ลำดับความสำคัญของการใช้งานบางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ตมันจะมีการเข้าถึงแบบที่เป็นรูปแบบตัวอักษรรูปภาพ หรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย ความสำคัญในการใช้งานนี่ ก็จะค่อนข้างต่างกัน เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็นคำพูด ตัวอักษร ถ้าเป็นตัวอักษรนี่ การไล่เรียงลำดับนี่ ท้ายที่สุดแล้วก็สามารถประกอบร่างกันแล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้ แต่ในกรณีที่รูปแบบของเสียง ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนที่สุดข้อมูลเสียงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยคถูกไหมคะ หลังมาก่อนอันหน้ามาก่อนนะคะ มันก็จะรวมกันไม่ได้นะคะ เราก็ต้องมาดูลำดับความสำคัญแล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรา ถัดมามาตรฐาน 802.14 เป็น Modem Modem ก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต ทั่วไป บ้านเราที่มีสวิตช์เสียบปุ๊บ สามารถที่จะ Login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ เริ่มแรกในการสื่อสารในระบบเครือข่ายแต่มีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Modem" ในการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ โดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบ Dialog หรือว่าตัวเลขเข้าไปหมายเลขโทรศัพท์ทำการ Connect ที่เราใช้บริการน่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ หรือว่าบริษัทที่ให้บริการ เพื่อทำการ Connect แล้วก็เชื่อมต่อก็ยังไปยังปลายทางนันเองนะคะ เดี๋ยวสไลด์ถัด ๆ ไปก็อาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเดลว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็ส่งข้อมูลอย่างไรถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลยตัวโมเดมตัวนี้ฉันมาถึง 802.5 กำหนดพื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล เวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ พูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์ มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณถูกไหมคะ มองภาพง่าย ๆ ก่อน เพื่อจะได้เข้าใจ เราใช้มือถือนี่ ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ไม่ครอบคลุม มันก็จะมีคลื่นความถี่หรือว่าตัวสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนะคะ สมมติว่าให้บริการระบบเครือข่าย สมมติอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือว่าเป็นที่บ้านของเรามันก็ต้องมีพื้นที่ครอบคลุมนะคะ ว่าตัวกระจายสัญญาณของเรานี่ เขาให้พื้นที่เท่าไร เวลาพวก Network ต้องการคำนวณ สมมติคันนึงนี่ มีตัว access point กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า area ต้องมีการคำนวณก่อน ว่าตรงไหนจุดอับสัญญาณ หรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตัวไหนให้มันครอบคลุม แล้วที่สำคัญก็คือครอบคลุมแล้วก็ต้องมีไม่สิ้นเปลืองพูดง่าย ๆ ทั้งครอบคลุมแล้วก็เด้วยกันอีกมันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ คราวนี้ไป 802.6 จะเป็นมาตรฐาน Broadband แบบไร้สายหรือว่า Y Maxก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย ถ้ารูปแบบไร้สายมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา ก็คือ 802.16 มีทั้งมีสายและก็ไร้สาย ถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุด ก็คือ802.11 นะคะ ตัวนี้น่าจะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเรานะคะ โดยกำหนดที่ตัวเลข 802.11 แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตามมาเพื่อระบุนะคะ ว่าแต่ละตัวนี่มีความหมายอะไรบ้าง a b c แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น ac นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว ก็คุ้นเคยอยู่แล้ว เรียกว่า "WiFi" หรือว่า Wireless Lan เขาเรียกว่าเหล็กแบนหรือว่า ufi นะคะ เชื่อมต่อตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์นะคะ ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากันนั่นเอง โดยอุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว Access point ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด หรือจะมีการเชื่อมต่อในสาย LAN นะคะ รับตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือ WiFi กับสาย LAN ก็ได้ เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้ขึ้นมา แล้วก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐาน แล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับ การใช้งานนะคะ และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วย ว่าอันไหนมันเหมาะสม อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศนี่ มันรองรับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือว่าใช้ได้เฉพาะต่างประเทศนะคะ ต้องดูอุปกรณ์ที่มันสามารถรองรับการใช้งานที่บ้านเราด้วยนั่นเอง โดยเรามาดูตัวแรกที่มาตรฐาน 802.11a นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูล 50 Mbps หรือว่า มิกะบิตต่อวินาทีนั่นเอง สัญญาณความถี่เราใช้อยู่ที่ 5 Ghz ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยนะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้าง แล้วแต่ข้อกำหนดข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าใช้ย่านความถี่ไม่ใช่หรือเปล่า บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่เป็นอย่างไร เหมือนฟังวิทยุ AM FM นี่ คลื่นความถี่มันก็จะคนละคลื่น เขาก็จะจัดสรรความถี่นี้ ต่าง ๆ ให้ไปใช้อะไรได้บ้างเดี๋ยวกันนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ นะคะ ว่าช่วงความถี่ไหน ใช้ทางข้าราชการ เกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ นั่นเอง สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะ ที่ 5 Ghz นะคะตรงนี้ มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมนี่ ครอบคลุมระยะไหน ครอบคลุมระยะไหน กับพื้นโลกไหม ที่ความถี่เท่าไร เป็นระยะทางไกลเท่าไร แล้วมีตัวกระจายสัญญาณหรืออุปกรณ์นี่ กระจายที่ช่วงที่เท่าไรนั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11a นี่ เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไป แล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทยนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลนี่ก็จะค่อนข้างต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ก็ไม่ไกลเท่าไร หรือในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคาร ก็คือกรณีที่ไม่มีสิ่งสิ่งมากีดขวางนะคะ ก็จะได้ที่ 120 เมตร บางคนบอกว่าทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกลดทอนสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ตึกอาคาร เวลาขึ้นตอนกี่เที่ยวไปนี่ เขาจะซ้ำแล้วก็ทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลนี่ลดน้อยลงนะคะ ดังนั้น ผู้รับก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้จะเป็นเหมือนอุปสรรคต่าง ๆ พวกคลื่นความถี่ ไม่ว่าจะเป็นตึกอาคาร หรือว่าสภาพแวดล้อมกรณีฝนตกนะคะ คลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัว เม็ดฝน พวกนี้ก็จะไปลดทอนด้วยเช่นกัน มันก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างนะคะ ในการส่งคลื่นความถี่พรุ่งนี้แล้วก็ไร้สายมาตรฐาน 802.11a จะได้ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไป ว่าสามารถใช้กับไทยได้ มันเป็นเหมือนคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้ แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11b แล้วก็ 802.11g ก็คือใช้กับแค่เพื่อนมันเอง ใช้กับเพื่อนไม่ได้ ต้องใช้กับซีรีเดียวกัน คือ 802.11 a เท่านั้นข้อเสีย ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11a แล้วก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมา ก็คือ 802.11 b โดยเราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า "CCK" Complimentary Code Keying มันก็จะเป็นเทคนิคในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน เอา Clock เข้ามาเกี่ยว ถ้าลงลึกอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญานี้ส่งอย่างไรนะคะ ขอข้อมูลตัว Clock ไปใส่ที่ช่วงไหน ร่วมกับซีเควนนะคะ สเปรตรัมเมื่อกี้เราส่งไปที่ความเร็วที่ 54 นะคะ เมกะบิตเปอร์เซก แต่ความเร็วตัวนี้ที่ใช้ก็คือ 11 MBสาย 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4เมื่อกี้2.1 A ใช้ 5 ghz จะเห็นว่ามันจะลดลง ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะสาธารณะ ก็คือทุกคนสามารถที่จะใช้งานได้แล้วนะคะ ไม่ได้เป็นข้อจำกัดเหมือนกัน ก็คือสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเอง ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถมาใช้ในด้านต่าง ๆ ได้นั่นเองนะคะ ข้อดี เนื่องจากตัวนี้นี่ ใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณนี้ ก็จะมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ จะเป็น 38 เมตรนะคะ แล้วก็โครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่ที่ 100 หน่อย ๆ อันนี้ก็เป็น 140 เมตรนะคะ ในที่โล่งแจ้ง แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์รองรับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น a หรือ b นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย w-i-f-i หรือว่า WiFi ก็คือสามารถใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ รองรับการทำงานแล้วก็การเชื่อมต่อระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ มันก็คือแบบไปกับใช้เพื่อนได้ ไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ต้องบอกว่าจำเป็นต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกันนะคะ มาตรฐานก่อนหน้าก็เอามาใช้ได้นั่นเองนะคะ ก็คือจาก a ก็พัฒนาให้มันดีขึ้น ให้มันหลากหลายแล้วก็ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11e ก็จะรองรับการใช้งาน Application บนด้านมัลติมีเดียตามชื่อก็คือ Voice Over IP Voice ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นเสียงที่สามารถเคลื่อนที่พร้อมไปกับตัว IP แต่ก่อนเราจะส่งสัญญาณ หรือว่าส่งข้อมูลได้เฉพาะ IP โดยยังไม่มีเสียง สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ ส่งตัวอักษรนะคะ การสื่อสารข้อมูลทั่วไป คราวนี่ส่งเป็นแบบเรียลไทม์ ก็คือสามารถส่งเสียงเอาไปด้วย ส่งไปรับกลับ ก็คือสามารถที่จะเอาเสียงให้ขี่ไปกับตัว IP ของเราไปก่อนนะคะ สมัยก่อนนี่ VOIP จะเป็นที่นิยมค่อนข้างสูงนะคะ บอกว่าจะช่วยลดปัญหาในการใช้งานการศึกษา สมัยก่อนนะคะ ยังไม่มีตัว VoIP แล้วก็ใช้ระบบโทรศัพท์อยู่ไหม โทร. ไปต่างประเทศนะคะ โทร. ไปแต่ละที่ จังหวัด อำเภอต่าง ๆ หรือว่ามหาวิทยาลัยที่มีหลายวิทยาเขต บริษัทที่มีหลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในกรณีที่เราต้องการโทร. ไปยังสาขาอื่น ๆ นะคะ ก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านตัวระบบ IP หรือว่าสาย Lan ของเราตัวนี้ ถ้าต่างประเทศเชื่อมต่อระหว่างประเทศ หรือว่าทวีปนั่นเอง อันนี้นี้จะค่อนข้างนิยมสำหรับที่มีสาขาค่อนข้างเยอะมันจะช่วยประหยัดนะคะ เราไม่ต้องกดหมายเลขระบบถึงจังหวัด หรือว่าระบุสิ่งประเทศ เราสามารถใช้เหมือนเบอร์ภายในโทร. หากันนะคะ อย่างมหาวิทยาลัยของเราตอนนี้ก็ใช้ตัวระบบ VoIP เช่นเดียวกัน ระบบโทรศัพท์สำนักงานธนาคารก็จะเป็น VoIP จะมีตัวสาย ศเข้ามาเสียบกับตัวระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรของเรา จะโทรเข้าสาขา หรือว่าแผนก ฝ่ายบัญชีธุรการนะคะ การเงินต่าง ๆ ก็สามารถโทรได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ ในกรณีที่มีวิทยาเขต ถ้าเป็นพวกศิลปากร ที่ตามเคยเข้าไปให้บริการ ก็จะมีพวกศิลปากรที่มีสาขาต่าง ๆ ทางพระจันทร์โน่นนี่นั่นเขาใช้ระบบ VoIP เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายว่าเวลาโทร. หาแต่ละวิทยาเขตยังไม่ต้องเสียเงิน ก็สามารถกดหมายเลขภายในเหมือนเลขโทรศัพท์ทั่วไปเลย โดยไม่เสียเงิน หรือจะโทรข้ามระหว่างประเทศก็ใช้ได้อยู่ บางบริษัทที่เป็นบริษัทต่างชาตินะคะ ก็จะมีบริษัทแต่ละทวีปที่เป็นทวีปที่เป็นประเทศใหญ่ ๆ นะคะ การเชื่อมต่อก็ใช้ระดับ VoIP แล้วก็การคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็ใช้ VoIP เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายนะคะ การเชื่อมต่อแบบนี้มันก็ต้องมีตัวออกไปนู่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีกเพื่อเป็นการป้องกัน แล้วก็ยืนยันต้นทางกับปลายทาง ว่าคุณมาถูกทางแล้วก็สามารถที่จะส่งข้อมูลกันได้นั่นเอง โดยเราจะมีลักษณะการตามหลักการคือ QOS หรือว่า Quality of Service ว่าการเชื่อมต่อการให้บริการแบบนี้มีคุณภาพดีไหม ตรงตามเงื่อนไขอะไรหรือเปล่านะคะ โดยปรับปรุงโดย MACLayer นะคะ เดี๋ยวค่อยว่ากันตัว Layer หรือว่าชั้นการทำงานต่าง ๆ นะคะ เรามาดูตัวมาตรฐานตัว IEEE ต่อมามาตรฐาน IAPP Inter Access Point Protocol นะคะ จะเป็นมาตรฐานนะคะ ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานการเคลื่อนที่ข้ามเขต สมมตินะคะ แรก ๆ นี่ เวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายโทรศัพท์ ตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเสาโทรศัพท์ที่เราน่าจะเคยเห็นที่เป็น Tower ขาวแดง เพื่อการให้บริการ ดังนั้น เวลาเราขับรถ หรือว่าเคลื่อนย้ายตัว Smartphone หรือว่าแท็บเล็ต หรืออะไรก็ตามที่เราใช้ในการสื่อสารข้ามเขตไป เสาในการสื่อสารจากเสาที่อยู่บริเวณสมมติเราไปอุดรธานี เอาง่าย ๆ อยู่สกลกำลังจะ อุดรธานีจะไปเซ็นทรัล การจับตัวเสาสัญญาณจากสกลมันก็ไปต่างอำเภอ แล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานี เสาสัญญาณจะทำการจับ แล้วก็ปรับเปลี่ยนเมื่อเข้าเขตพื้นที่หนึ่ง เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณจะให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่เขาก็คุมถ้ามีการเคลื่อนที่หรือว่าย้ายตัวพื้นที่นี่ มันก็จะไปเกาะตัวสัญญาณที่ให้พลังหรือว่ามีคลื่นที่ค่อนข้างแรงมากกว่า เพื่อให้บริการเชื่อมต่อได้ทั่วถึงแล้วก็ไม่หลุดนั่นเองนะคะ ลักษณะเดียวกันเหมือนตัว access point นะคะ หรือการโรมมิ่งตัวสัญญาณระหว่างการนั่งเองนะคะ มันเป็นตัวมาตรฐาน 802.11f นั่นเองนะคะ ถัดมาตัวมาตรฐาน 802.11g นะคะ ก็ถูกพัฒนามาจาก a มาเป็น b แล้ว b มาเป็นที่มาตรฐาน.11g นะคะ เราจะใช้ความถี่ที่ 2.4 Ghz 2.4 Ghz ก็เลยก็คือจะเป็นตัวมาตรฐานของ 802.11g จำได้นะ ส่งข้อมูลนะคะ อยู่ที่54 Mbps เขากลับตัวมาตรฐาน 802.11a ความถี่อยู่ที่ 24 เหมือนกับมาตรฐาน d นะคะ แล้วก็ส่งข้อมูลอยู่ที่ 802.11ฟ ก็คือมันก็ โดยจะมีรัศมีการทำงานที่มากกว่า 802.11A แล้วก็สามารถร่วมงานมาตรฐาน 802.11 B แล้วก็เป็น 802.1a นั่นเอง พัฒนานำข้อดีของมาตรฐาน 802.11a แล้วก็ 802.11 B มาให้ใช้บริการ แล้วก็สามารถให้ระยะทางในการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นนั่นเอง พูดง่าย ๆ ตัวเลขน่าจะเป็นต้นในการออกแบบและพัฒนาตัวอักษรเพิ่มมากขึ้นให้มันมีที่มันดีขึ้นนั้นเองเนื่องจากเราใช้คลื่นความถี่อยู่ที่ 2.4 ไม่ใช่เป็น 5 ghz ก็จะเป็นคลื่นความถี่สาธารณะ ก็คือสามารถใช้กับตัวมาตรฐานตัวเก่าได้เนื่องจากเป็นความถี่สัตว์นะก็คือจะมีคนขี้ค่อนข้างมาใช้ตั้งเยอะสัญญาณรบกวนที่จะเกิดขึ้นมีแน่นอน