(อาจารย์ธิดารัตน์) โอเค พร้อม(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ โอเคค่ะ วันนี้เราจะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐานโดยลงรายละเอียดนะคะ เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ ของ IEEEของเรานะคะ IEEE เราจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE โดยเราจะเลือกตัวมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับเรามาที่สุดนั่นเองโดยจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้าง ใช้ตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรแทนด้วยอะไรบ้าง แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้าง นั่นเองนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐาน IEEE เป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกันเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนาการทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้าโทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง และก็ระบบแสงนะคะ ระบบการสื่อสารนี่ก็อยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งด้านการสื่อสาร เพราะด้านการสื่อสารจะต้องใช้กำลังไฟมาให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้ถูกไหมไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE นี่ ก็จะเป็นตัวมาวัดมาตรฐานว่ามาตรฐานว่าตัวอุปกรณ์ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการศึกษาเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็วัดคุมระบบวัดก็จะเป็นอีกตัวหนึ่งนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแลว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันกลุ่มที่มาจากตัวมาตรฐานของตัวมาตรฐาน IEEE ก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลังไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะ ถ้าไฟฟ้ากำลังก็ตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป อันนี้น่าจะนึกภาพออกแล้วก็ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEEบอกว่าหมายเลขตัวนี้แทนด้วยการวัดมาตรฐานของการทำงานอะไร ของอุปกรณ์ไหม หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐานIEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยจะเริ่มจากมาตรฐาน 802 นะคะ 802 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารเริ่มด้วย802.1 จะเป็นการจัดการระบบเครือข่ายเช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช่้ตาม Acep pointAIS wifi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบรับรองผู้ใช้งาน หรือว่า Authenticationคืออะไร คือเรามี UsernamePassword เพื่อการใช้งานนั่นเอง นักศึกษา เป็นนักศึกษาคนไหนรหัสไอดีอะไร เริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมงใช้งานกี่โมงแล้วก็เลือกใช้งานเท่าไร นะคะ เข้าที่ค้นหาข้อมูลอยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้าง Authentication นะคะ บอกระบุว่านักศึกษา อาจารนะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง นะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ถัดมา 802.2กดหนดการเชื่อต่อLLC เทียบกับตัว Data Link Layer 3เรา ปี 2 กับปี 3 นะเรียน Network มาแล้วถูกไหม OSILayer เรียนมาแล้วคุ้น ๆ ไหมOSI ก็จะเป็นLogical Link Control นะคะ Data Link Layer OSI Modelนะคะ เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดตัว Layer ต่าง ๆ มีการเปรียบเทียบมีข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEEตัวที่ 3 ของเราก็คือ 802.3 เป็นฌปรโมInternet ก็จะเป็นเครือข่ายเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายภายในนั่นเองนะคะ เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์คู่รับแล้วก็คู่ส่งในการส่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาจะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทาง-ปลายทางอย่างไร ส่งข้อมูลแล้ว แล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่ เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการเช็กอย่างไรนั่นเอง ส่งไปแล้วมีการ Reaction กลับมาไหมว่า Reaction กลับไปไปทางรับได้แค่ 8 แล้วที่มัน Lost หรือขาดหายไประหว่างทางนี่มันเช็กได้อย่างไรนั่นเอง802.4 มาตรฐานแบบ Token Bus802.4 กับ 802.5 จะเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายเชื่อต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุดนะคะ Token Bus กับ Token Ringอุปกรณ์แบบไหน ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน แล้วตัวไหนมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมในกรณีที่อุปกรณ์ภายในระบบเสีย 1 ตัว ทำให้อุปกรณ์ภายในเครือข่ายเราล่มไหมหรือว่าไม่ล่ม หรือว่าใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดลึก ๆ อีกว่ามันมีอุปกรณ์ Switch ี้ิการส่งข้อมูลแบบไหน แล้วก็อันไหนมีการส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดแต่ละตัวนะคะ ถัดมา 802.6มาตรฐาน MANการส่งข้อมูลนะคะ ภายในเมือง ก็คือการสื่อสารที่มีการ พื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะ 1 ห้อง ขยายเป็นตึก แต่ละตึกขยายเพิ่มขึ้นเป็นเมืองเราก็จะมาดูว่าข้อกำหนัดสื่อสารภายในเมืองของเรานี่ มีการจุดพักสัญญาณไหม มีจุดกระจายสัญญาณอย่างไร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองถัดมา 802.7 มาตรฐานBroadband Bradebandจะพูดถึง Broadbrand จะมีการส่งข้อมูลอย่างไร Broadband กับ Baseband ต่างกันอย่างไรความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะคะ มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเป็นbaseband จะมีการส่งข้อมูลนี่จะมีการส่งที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อม ๆ กัน มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองเดี๋ยวเราก็จะมาดูข้อแตกต่างระหว่าง Bนั่นเองว่าต่างกันอย่างไรถัดมา 802.8เคเบิลใยแก้วนำแสงนะคะ ณ ปัจจุบันนี่แต่ก่อน เวลาเราใช้ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านนะคะ ส่วนมากก็จะเป็นสายทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็นไฟเบอร์ออฟตไฟเบอร์ออกทิคนะคะ แต่ข้อเสียก็จะมีเนื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ Fiber optic ความเปราะบางการแตกหักการบำรุงรักษาที่ใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองแต่ว่านิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า ส่งสัญญาณได้ไกลแล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา802.9 นะคะ ก็เป็นการรวมเทคโนโลยี ISDNกับเทคโนโลยีแลนISDN ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองการสื่อสารระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเองเวลาเราสื่อสารโทรศัพท์ก็จะมีประชุมสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุดนะคะ เหมือนสมมติโทรศัพท์แต่ละจังหวัดก็จะมาขึ้นข้างหน้าอะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯ ก็จะเป็น 02 ก็จะมีจุดพักและก็กระจายสัญญาณแต่ละที่ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตัว ISDN นั่นเองถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัยความปลอดภัย ความปลอดภัยตัวนี้ก็สำคัญสมมติตอนนี้เรามีอินเทอร์เน็ตแบงการใช้เติมเงินนะคะ Shopping Onlineความปลอดภัยตรงนี้ จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรากรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอเงินถอนเงินหรือว่าชอปปิงออนไลขึ้นมานี่ ความปลอดภัยตรงนี้จะถูกผู้อื่นนี่นำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่าก็จะมีข่าวว่าอยู่ดี ๆ จะมีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้...โอนเงินซื้อสินค้าอาจจะขึ้นเป็น US ดอลลาร์เช็คได้อย่างไร แล้วตัวระบบที่เราใช้ในเครือข่ายจะมีความปลอดภัยถึงระดับไหนนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะเพราะว่าเป็น ไวเลด หรือว่านะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้มาร์ทโฟนแท็บเล็ตนะคะ โน้ตบุ๊กขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารเช้าในรั่วมหาวิทยาลัยหรือว่าหอพักต่าง ๆ ก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา802.12802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการของการเข้าถึงลำดับความสำคัญของการใช้งานบางทีเวลาเราเข้าไปถึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต มันจะมีการเข้าถึงแบบรูปภาพหรือว่ามัลติมิเดียนี่ ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลารับส่งข้อมูล ถ้าเป็นคำพูดหรือตัวอักษรนะคะ เป็นตคัวอักษรนี่การไล่เรียงลำดับท้ายที่สุดแล้วก็จะประกอบร่างกันไปยังปลายทางได้ แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบของเสียง ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนท้ายที่สุดแล้วข้อมูลเสี่ยงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยชน์ถูกไหมคะ อันหน้ามาก่อนอันหลังมาก่อนมันก็จะรวมกันไม่ได้ เราก็จะมาดูลำดับความสำคัญความต้องการของข้อมูลของเรา ถัดมามาตรฐาน 802.15 ก็จะเป็นModem ก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป บ้านเราที่มี Switchเริ่มแรกจากการใช้งานสื่อสารต่าง ๆ จะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า Modem ในการที่จะรับและส่งข้อมูลโดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบ Dialogเพื่อทำการ ConnectEDจุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นหรือว่า โทรศัพท์ที่ให้บริการเพื่อทำการConnect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองเดี๋ยวสไลด์ถัด ๆ ไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัว Modem ว่าเขามีการเชื่อมต่อหรืออะไรนั่นเองนะคะ ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลย ตัว Modem ตัวนี้ ถัดมา802.5 กำหนดพื้อที่ไร่สารเครื่อข่ายส่วนบุคคลเวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ พูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณ ถูกไหมคะ เพื่อจะได้เข้าใจเวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือนี่ขึ้นเขาลงห้วย เวลาที่ไม่มีหรือว่าตัวส่งสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล สมมติเราให้บริการระบบเครื่อข่ายนะคะ หรือว่าที่บ้านของเราก็จะมีพื้นที่ควบคุมว่า ตัวกระจายสัญญาณของเรานี่เขาให้พื้นที่เท่าไหร่ เวลาพวกNetwork ต้องการคำนวณชั้นหนึ่งมีตัว Acep pointหรือว่า Area ต้องมีการคำนวณก่อนหรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตัวไหนที่มันครอบคลุม และครอบคลุมแล้วต้องมีไม่สิ้นเปลืองแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันจะต้องมาคู่กันคราวนี้ 802.16 จะเป็นมาตรฐานไร้สายหรือว่า WiMAX ก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบของมีสาย ถ้าเป็นรูปแบบของไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา 802.16มีทั้งมีสายแล้วก็ไร้สายถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ 802.11นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเราโดยจะกำหนดที่ตัวเลข 802.11 แล้วก็ตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตามมาเพื่อระบุ ความหมายว่าแต่ละตัวมีความหมายอะไรบ้าง A B G Nก็จะเป็น AC นั่นเองนะคะ ตัวมาตรฐาน802.11 นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว เราก็คุ้นเคยอยู่แล้ว Wi-Fiหรือว่า Wireless LanWiFi นะคะ ตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากันนั่นเองโดยอุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว Access Pที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดหรือจะมีการเชื่อมต่อในสายแลน ตัวรับตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสายแลนกับ Wifiหรือว่า Wi-Fi กับสายแลนก็ได้นะคะ เมื่อมีตัวเครือข่ายขึ้นมาแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับการใช้งานนะคะ และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วยว่าอันไหนมันเหมาะสมนะคะ อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศมารองรับกับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือใช้ได้เฉพาะต่างประเทศต้องดูอุปกรณ์ที่มันรองรับกับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเองนะคะ โดยเรามาดูตัวแรกที่มาตรฐาน IEEE802.11A นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่54 เมกะบิต หรือว่า เมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองใช้ย่านความถี่5 Ghz ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยนะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีบ้างแล้วแต่ข้อกำหนดหรือว่าข้อตกลงว่าใช้ย่านคลื่นความถี่นี้ได้หรือเปล่านะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านเคลื่อนความถี่อย่างไรเหมือนเหมือนเราฟังวิทยุ LM FM นี่นะคะ เขาก็จะจัดสรรคลื่นความถี่ต่าง ๆ นี่ให้ไปใช้อะไรได้บ้าง อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทางข้อราชการเกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ นั่นเองสำหรับประเทศไทยก็จะเอาที่ 5 Ghz ตัวนี้มาใช้กับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมนี่ครอบคลุมระยะไหนนะคะ กับพื้นโลกไหมที่ความถี่เท่าไหร่และเป็นระยะทางไกลเท่าไรแล้วก็มีตัวกระจายที่ช่วงนะคะ ที่เท่าไรนั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11A เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช่ในประเทศไทยนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลก็จะค่อนข้างต่ำต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ก็ไม่ไกลเท่าไร ถ้าเป็นตึกในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมเป็นตึกอาคารกรณีที่ไม่มีสิ่งมากีดขวางนะคะ ก็จะได้ที่ 120 เมตรบางคนบอกว่า ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกลดทอนสัญญาณไม่ว่าจะเป็นต้นไม้อาคารที่ออกไปเขาจะซับคลื่นความถี่นั้นก็จะได้รับข้อมูลนี่ลดน้อยลง ดังนั้นผู้รับข้อมูลจะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ พวกคลื่นความถี่ไว่าจะเป็ณตึกอาคารสภาพแวดล้อมเวลาที่ฝนตกนะคะ คลื่นความถี่ไปกระทบเม็ดฝนนะคะ ก็จะไปลดทอนมันก็มีปัจจัยหลาย ๆ อย่างในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สารตัวมาตรฐาน 802.11aจะได้ ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไปว่าไม่สามารถใช้กับไทยได้นะคะ อย่างที่บอกมันเป็นคลื่นความถี่ที่กดหนดไว้และก็ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11แล้วก็ 802.11G ก็จะใช้กับเพื่อนมันเองนะคะ ต้องใช้กับตัวที่อยู่ในซีรีเดียวกัน802.11A เท่านั่นนะคะ ข้อเสียถัดมา เมื่อเราพบข้อเสียของมาตรฐาน 802.11a แล้ว ก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมาคือ802.11bโดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า "CCK" นะคะ Complimentary Code Keyingนะคะ ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน เอา Clock เข้ามาเกี่ยวก็จะมีว่าการส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไร เอาไปใส่ที่ช่วงไหนร่วมกับเทคโนโลยีDSS นะคะ Direct Sเข้าไปนะคะ เมื่อกี้เราส่งไปที่ความเร็วที่ 54 เมกะบิตนะคะ เมกะบิตเปอร์เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 Ghz802.1a ใช้ 5 กิกะเฮิรตซ์นะคะ ลดลงซค่งเป็นย่านความถี่ที่สาธารณะ ก็คือทุกคนสามารถใช้งานได้แล้ว ไม่เหมือน 802.11a นั่นเองสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมนำไปใช้นั่นเองนะคะ ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถใช้ในด้านต่าง ๆ นั่นเองนะคะ ข้อดีเนื่องจากตัวนี้นี่ใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ 38 เมตรนะคะ ถ้าโครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่ที่ร้อยหน่อย ๆ 104 เมตรนะคะ ในที่โล่งแจ้งนะคะ แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์สามารถใช้กับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น a หรือ b นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย W-i-f-iWi-Fi หรือว่า Wi-Fi นะคะ การทำงานและก็การเชื่อต่อระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ มันก็คือแบบใช้กับเพื่อนได้ไม่ค่อยมีปัญหาไม่ต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกัน มาตรฐานก่อนหน้าก็เอามาใช้ได้นะคะ ก็คือจาก a ก็พัฒนาให้มันดีขึ้น ให้มันหลากหลายใช้งานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11Eก็จะรอบรับการใช้งานบนด้านมัลติมิเดียตามชื่อก็คือ Voice over IPVoice ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นเสียงที่เคลื่อนที่ไปกับตัว IP แต่ก่อนเราจะส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้แค่ตัว ITถูกไหมคะ สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ส่งตัวอักษรนะคะ การสื่อสารข้อมูลทั่วไปที่นี้ส่งแบบ Realtiสามารถส่งเสียงเข้าไปด้วย ส่งไปรับกลับก็คือสามารถที่จะ ขี่ไปกับตัว IPของเรานะคะ แต่ก่อนนะคะ สมัยก่อนนี่จะช่วยลดปัญหาในการใช้งานการสื่อสาร สมัยก่อนเรายังไม่มี VOIเราก็จะใช้ระบบโทรศัพท์ถูกไหม โทร. ไปต่างประเทศส่งไปแต่ละที่จังหวัดต่าง ๆ นะคะ หรือว่ามหาวิทยาลัยที่มีหลายวิทยาเขต หลายบริษัทที่มีหลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในกรณีที่เราต้องการโทรไปสถานที่ต่าง ๆ ก้จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถเชื่อมต่อตัวระบบ IP หรือว่าสาย Lan ของเราตัวนี้ถ้าต่างประเทศก็จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือทวีปนั่นเองนะคะ อันนี้จะค่อนข้างนิยมสำหรับบริษัทที่มีลูกข่ายค่อนข้างเยอะเราไม่ต้องกดหมายเลข ที่ระบบหมายถึจังหวัดหรือว่าระบุถึงประเทศ เราสามารถใช้เหมือนเบอร์ภายในโทรหากัน เหมือนอย่างมหาวิทยาลัยเราก็ใช้ระบบ VoIP อยู่เหมือนกันพวกระบบโทรศัพท์สำนักงานVoIP จะมีสายแลนเข้าเสียบกับตัวโทรของเราจะโทรเข้าสาขาหรือว่าแผนก ฝ่ายบัญชีธุรการ การเงินต่าง สามารถโทรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ ในกรณีที่มีวิทยาเขต พวกศิลปกร์เข้าไปให้บริการก็จะมีศิลปกร...ระบบตัว VOIP เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเวลาโทร. หาแต่ละวิทยาเขตก็ไม่เสียเงิน กดหมายเลขภายในพวกเลขโทรศัพท์ทั่วไปเลยโดยไม่เสียเงิน หรือจะโทรข้ามระหว่างประเทศนะคะ บางบริษัทที่เป็นบริษัทต่างชาตินะคะ ก็จะมีบริษัทแต่ละทวีปที่เป็นประเทศใหญ่ ๆ ลักษณะก็จะใช้ VoIP ในการคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็จะใช้ VOIP เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายนะคะ การเชื่อมต่อแบบนี้ก็จะมี Fire wall โน่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีกว่าคุณมาถึงเราก็สามารถส่งข้อมูลได้นั่นเองโดย เราจะมีลักษณะการตามหลักการ คือ OS หรือ Quality of Service ขึ้นมาว่าการเชื่อต่อในการใช้บริการแบบนี้มีคุณภาพไหม มี...หรือเปล่าโดยปรับปรุงโดย MacLayerนะคะ เดี๋ยวค่อยไปว่ากัน Layer หรือชั้นการทำงานต่าง ๆ ถัดมาเรามาดูตัวมาตรฐาน IEEE ต่อตัวมามาตรฐานIAPP Inter Access Point Protocol นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานการเคลื่อนที่ข้ามเขตสมมตินะคะ แรก ๆ นี่เวลาเราใช้งานระบบเครื่อข่ายตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเห็นเป็นทาวเวอร์ขาวแดงการให้บริการ ดังนั้น เวลาเราขับรถหรือว่าเคลื่อนย้ายตัวสมาทโฟน หรือว่า Tabletข้ามเขต เสาสัญญาณข้ามการสื่อสารเราไปอุดรธานีเอาง่าย ๆ อยู่สกลเดินทางไปอุดรธานี จะเป็นเซนทรัลเสาสัญญาจะสกลนครแล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานีทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยนนะคะ เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณจะให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่เข้าครอบคุมถ้ามีการย้ายตัวพื้นที่นี่มันก็จะไปเกาะตัวส่งเสาสัญญาณที่ให้พลังหรือสัญญาณเพื่อให้บริการเชื่อมต่อได้ทั่วถึงและไม่หลุดนั่นเองนะคะ ลักษณะเดียวกัยเหมือนตัว ACCESSหรือการโรมมิ่งตัวมาฐาน 802.11fนั่นเองนะคะ ถัดมาตัวมาตรฐานตัว802.11t นะคะ ก็ถูกพัฒนามาจาก aมาเป็น d แล้ว b มาเป็นมาตรฐานที่ .11G นะคะ โดยเราจะใช้ความถี่ที่ 2.4 GHzก็คือจะเป็นตัวมาตรฐานก็คือตัว 802.11b นะ จำได้นะ รับส่งข้อมูลนะคะ อยู่ที่54 Mbps ซึ่งเท่ากับตัวมาตรฐาน 802.11aความถี่อยู่ที่ 2.4เหมือนกับมาตรฐาน dนะคะ แล้วก็ส่งข้อมูอยู่ที่802.11aโดยจะมีรัศมีการทำงานที่มากกว่า 802.11aนะคะ แล้วก็สามารถร่วมกับ802.11b แล้วก็ 802.11a นั่นเองพูดง่าย ๆ ก็คือจะนำข้อดีของทั้ง802.11a แล้วก็ 802.11b มาให้ใช้บริการแล้วก็สามารถในการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง พูดง่าย ๆ ตัวแรก ๆ ก็จะเป็นต้นในการออกแบบแล้วก็พัฒนาตัวอักษรที่มันมากขึ้น ให้มีประสิทธิภาพที่มันมากขึ้นนั่นเองนะคะ เนื่องจากเราใช้เคลื่อนความถี่อยู่ที่ตัวมาตรฐานตัวเก่า ๆ ได้นะคะ แต่เนื่องจากเป็นความถี่สาธารณะก็จะมีคนที่ค่อนข้างมาใช้ความถี่นี้ค่อนข้างเยอะที่จะเกิดขึ้นก็จะมีแน่นอนในการส่งข้อมูลระหว่างนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11hนะคะ อันนี้ก็จะเป็นคลื่นความถี่ที่ 5GHz802.11a นะคะ ส่วนมากคลื่นความถี่นี้จะถูกนำมาใช้กับประเทศแถบทวีปยุโรปซึ่งบ้านเราก็ไม่ได้5 GHz นี้มาใช้งานนั่นเอง ตัวนี้บอกไว้ว่าจะเป็นมาตรฐานที่เขานำมาใช้ ถัดมา 802.11i ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่ายนะคะ เนื่องจากตัวระบบเครือข่ายไร้สายค่อนข้างมีผู้ใช่งาวค่อนข้างเยอะถูกไหมคะ สมาร์ตโฟนก็มีเรามีทุกคนนะคะ การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายง่ายมากนะคะ ดังนั้น การเข้าฟังก์ชันรหัสที่ถูกนำมาใช้ก็จะเป็น Wetอยู่ที่ 64/128-bitตรงนี้ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานนะคะ การรักษาความปลอดภัยตัวนี้ตัวมาตรฐานตัว 802.11i ตัวนี้เข้ามาควบคุมดูแล เนื่องจากมีการใช้งานมากขึ้นคนใช้งานมากขึ้น มาตรฐานตัวนี้จะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมานะคะ และก็มีการเข้ารหัสส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็น WPA นะคะ WPA2แล้วก็ AES นะคะ ตรงนี้เข้ามาว่าตัวระบบที่เราใช้งานของตัวอุปกรณ์เราจะตัวระบบเข้ารหัสในรูปแบบไหน WPA น่าจะเคยได้ยินอยู่นะถ้าเรียนไอ้ตัวเครือข่ายมาก่อนนะตัวนี้แปลว่าอาจารย์เป็นการทบทวนให้นะว่ามีการใช้งานแบบไหนบ้างนะคะ ถัดมาถัดมาตัวอักษรเราเยอะเหลือเกินมาถึงตัว k ของเราแล้ว 802.11kนะคะ ก็จะเป็นระบบเครือข่ายไร้สายนะคะ จัดการเกี่ยวกับคลื่นวิทยุเลือกช่องสัญญาณเราจะเลือกช่องสัญญาณอย่างไร มีการโรมมิงควบคุมในการส่ง ก็จะมีการคิดนิดหนึ่งว่าช่องสัญญาณไหนที่มันเหมาะสม การโรมมิงทำอย่างไรนะคะ การหารัศมีการใช้งานของเครื่อง Cianนะคะ เท่าไรถึงจะเหมาะสมที่จะวางตัว Client ในการเชื่อมต่อนั่นเองในการรับส่งสัญญาณตัวอุปกรณ์ที่มีตัวฟังไปคร่าว ๆ ก่อนนะอันไหนที่คิดว่านักศึกษาน่าจะใช้งานบ่อย เดี๋ยวอาจารย์จะอธิบายเพิ่มเติมของตัวมาตรฐานอันนี้ก็จะเป็นตัว 802.11kยังไม่หมดนะคะ 802.11 นี่ค่อนข้างเยอะถัดมานะคะ 802.11x นะคะ ตกไปตัวหนึ่ง ก็จะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าใช้งานระบบเครือข่าย ที่เราบอกว่าต้องมีสิทธิ์ ตรวจสอบสิทธิ์ก่อนก็จะใช้ตัวมาตรฐาน Potocoreตัวย่อเยอะมากตรงนี้ ก็คือไปใช้สิทธิ์ก่อนข้อมูลที่เข้ามาผ่านการเชื่อต่อแบบไหนว่าสิทธิที่เรามีนี่สามารถใช้งานได้ไหม นะคะ แล้วใช้งานได้ถึงขั้นหรือว่าระดับไหนนั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาดูแลความปลอดภัยของตัสไร้สารของเรามี a