น่าประมาณนี้นะคะ วันนี้จะเป็นบทที่ 5 เกี่ยวกับกระบวนการการปรับบรรทัดฐานนะคะ ภาษาอังกฤษก็จะเป็นนกอะไร Season มันก็จะมีความหมายแล้วก็จุดประสงค์ของการทำการปรับมาตรฐานนะคะ แล้วก็จะเกี่ยวกับฟังก์ชั่นการขึ้นต่อกัน และกระบวนการในการทำ Normalization ด้วยนะคะ มีอยู่ 3 ข้อวันนี้ โดยการปรับบรรทัดฐานนะคะ หรือว่า Normalization นี่ มันจะเป็นทฤษฎีที่คนที่จะต้องออกแบบฐานข้อมูลเขาจะต้องมาแปลงข้อมูลข้อมูล อาจจะเป็นข้อมูลที่ซับซ้อนนะคะ ให้มันง่าย เข้าใจก็ง่าย นำไปใช้งานก็ง่าย แล้วก็ต้องเป็นระบบที่หลังจากออกแบบแล้วนำไปใช้งานจริงนี่ ต้องเกิดปัญหาน้อยที่สุด โดยกระบวนการทำงานนะคะ ในการปรับบรรทัดฐานนี่ มันอยู่จะมี 3 ระดับนะคะ จริง ๆ เราก็จะเรียกสั้น ๆ ว่า... ระดับแรกเราจะเรียกว่า "1NF 2NF 3NF" ในระดับปริญญาตรีนี่ถึง 3NF ได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วนะคะ ถ้าเป็นระดับที่สูงขึ้นไปอีกก็จะถึงได้ถึง 5NF เลยนะคะ อันนี้เป็นแผนภาพกระบวนการทำงานนะคะ ก่อนที่เราจะมาทำกระบวนการปรับบรรทัดฐานได้นี่ มันก็จะต้องวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานก่อน ว่าเขาต้องการระบบฐานข้อมูลแบบไหน มีความต้องการใช้ตารางกี่ตารางในฐานข้อมูลนะคะ หลังจากนั้นก็จะมาวาดรูปแผนที่เราเรียนอาทิตย์ที่แล้วนะคะ ว่าเป็นแผนภาพเพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังจะออกแบบหรือสิ่งที่เรากำลังจะทำฐานข้อมูลนี่ มันตรงตามความต้องการหรือเปล่านะคะ แต่รูปแบบของรูปที่เราวาดอาทิตย์ที่แล้วนี่ มันจะยังเป็นรูปแบบที่ยังไม่เป็นบรรทัดฐานหรือว่ายังไม่มีการจัดระเบียบความคิดที่จัดข้อมูลที่ตัดข้อมูลที่มันซ้ำซ้อนกันออกไป หรืออาจจะมีคีย์หลักที่มันขอนแก่นนะคะ เราก็เลยจะต้องเอาข้อมูลจากที่เราว่าอาทิตย์ที่แล้วนี่ เข้าสู่กระบวนการปรับพื้นฐานก่อน ซึ่งอย่างที่บอกเราทำแค่ถึง 3NF นี่ก็เก่งมากแล้ว อย่างน้อยต้องถึงบ 3 นะคะ ไอ้บอยคอร์ดกับ 4 นี่ ไม่ทำก็ก็ก็รักไว้ได้นะคะ แต่อย่างน้อยต้องถึง วัตถุประสงค์ของการปรับฐานนะคะ แน่นอนลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ก็คือถ้าข้อมูลมันซ้ำกันนี่ เราก็ต้องตัดออกไปเพราะถ้าเป็นสิ่งสำคัญมากเท่าไร เนื้อหาแล้วก็พื้นที่ในการเก็บข้อมูลอย่างมันก็จะเยอะ ก็ทำให้สิ้นเปลืองประมาณด้วยเหมือนกัน รวมถึงลดปัญหาความไม่ถูกต้องของข้อมูล ข้อมูลนี่ นอกจากที่จะไม่เกิดความสอดคล้องกันแล้วนี่ มันอาจจะเกิดจากสาเหตุ คือ ถ้าเหมือนที่ตัดกระจกทุกอย่างก็คือถ้าเราเก็บข้อมูลหลาย ๆ ที่นะคะ อย่างนักศึกษาเก็บข้อมูลที่คณะด้วย เก็บที่มหาลัยด้วย เก็บที่สาขาด้วยนี่ บางทีถ้าวันหนึ่ง คุณอาจจะเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน เราก็ต้องไปตามเปลี่ยนทุกที่เลยนะคะ ซึ่งเสียเวลา แล้วคราวนี้ก็จะเป็นที่เถียงกันว่าสรุปแล้วเบอร์ไหนถูก เบอร์ไหนผิดนะคะ โดยวัตถุประสงค์ของการปรับบรรทัดฐานนี่ ก็คือข้อมูลจะถูกเก็บอยู่แหล่งเดียวนะคะ เก็บไว้ที่เดียว แต่สามารถเรียกใช้งานได้หลาย ๆ ที่พร้อมกันได้ แต่ถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือมีการลบ หรือการเพิ่มข้อมูลนี่ เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันที่สุดเราเลยเก็บข้อมูลไว้ที่เดียว มีแก้ไขก็ที่เดียว เพราะฉะนั้น ข้อมูลก็จะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแล้วก็ปัจจุบันด้วย แล้วก็อย่างที่ให้เหตุผลเมื่อนี้นี้นะคะ ในการเก็บข้อมูลที่เดียวนี่ มันก็จะลดความผิดพลาดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ปรับปรุงข้อมูลนะคะ เหมือนที่บอก ก็คือถ้าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หรือเปลี่ยนบ้านเลขที่นะคะ ก็เปลี่ยนแปลงที่เดียวเราสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้พร้อมกันถ้าต้องการข้อมูลนะคะ ความซ้ำซ้อนกันของข้อมูลนี่ หรืออาจจะเกิดความผิดพลาดของการปรับปรุงข้อมูลนะคะ แนวคิดที่สำคัญของการออกแบบฐานข้อมูลนี่ ก็คือการออกแบบข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันน้อยที่สุดนะคะ เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลแล้วก็ลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น ถ้าสมมติว่าข้อมูลมันซ้ำซ้อนกันมากเกินไป หรือปริมาณข้อมูลมันเยอะเกินไปนะคะ อย่างเช่นตัวอย่างนะคะ ตารางด้านบนตารางสีเทาข้างบนนะคะ จะเป็นตัวอย่างการออกแบบฐานข้อมูลที่ดี เดี๋ยวจะมาให้ดู ว่าทำไมมันถึงดีกว่า ในตารางข้างบนนี่ มันจะมีตารางของพนักงานแล้วก็ต่างสาขาจะเห็นได้ว่าตารางพนักงานนี่ จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นข้อมูลของรหัสสาขาห้อยไว้อยู่ ถามว่าทำไมไม่เอาข้อมูลสาขามาไว้ในตารางพนักงานทีเดียวเลยล่ะ ทำไมต้องแยกออกนะคะ อย่างถ้าศึกษาดูคนแรกนะคะ พนักงานคนแรก รหัสสาขา B005 ก็คือสาขาเชียงใหม่ ถ้าสมมติว่าพนักงานคนที่ 1 ลาออก ก็จะมีการลบข้อมูลเกิดขึ้นใช่ไหมคะ มีการลบข้อมูล บุคคลนี้ออกขีดฆ่าทิ้งนะคะ ขีดฆ่าทิ้ง สิ่งไหนที่หายไปบ้างแน่นอนสาขาเชียงใหม่จะหายไปด้วยนะคะ ถ้าสมมติเราอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าสมมติพนักงานคนนี้ลาออกสาขาเชียงใหม่ยังอยู่ไหม ยังอยู่นะคะ ซึ่งแตกต่างจากด้านล่าง ด้านล่างเห็นไหมคะ ว่าถ้าสมมติว่าจะลบทิ้งหมดเลย ลบทิ้งหมดนี่ กากบาททิ้ง สาขาเชียงใหม่หายไปด้วย อันนี้คือการออกแบบที่ไม่ดีนะคะ เหมือนคนข้างล่าง คนนี้ออกสาขาพิษณุโลกก็หายไปด้วย แต่ถ้าเป็นตารางด้านบนนะคะ ถ้าคนนี้ลาออก สาขายังอยู่ไหมยังอยู่เหมือนเดิมนะคะ อันนี้คือการออกแบบฐานข้อมูลที่ดี ถ้าข้อมูลตัวไหนที่มันมีผลกระทบต่อกันเราจะต้องแยกตารางออกนะคะ ตัวอย่างนะคะ ถ้าการออกแบบที่ดีนี่เราจะลดปัญหาความซ้ำซ้อนของข้อมูลออกได้นะคะ เช่นตัวนี้อันนี้เป็นตารางที่ออกแบบที่ไม่ดีนะคะ เห็นไหมคะ ว่ามันจะมีรหัสสาขาแล้วก็ที่อยู่อยู่ในตารางเดียวกัน ถ้าสมมติว่าอาจารย์เพิ่มเข้ามาใหม่อีก 1 คนนะคะ EM10 ตรงนี้ ถ้าต้องการเพิ่มพนักงานสาขาเชียงใหม่ อาจารย์ก็ต้องมากรอกข้อมูลตรงนี้อีกว่าเชียงใหม่นะ โน่นนี่นั่นโน่น แต่ถ้าการออกแบบฐานข้อมูลที่ดีนี่ เราแค่ใส่รหัสสาขา ไม่จำเป็นจะต้องพิมพ์ที่อยู่ทุกครั้งก็ได้นะคะ เหมือนเวลาคุณไปธนาคารใช่ไหมคะ คุณก็แค่ยื่นบัตรประชาชนพนักงานธนาคารก็จะกรอกเลขบัตรประชาชนคุณลงไปนะคะ หรืออาจจะเอาชิปการ์ดของคุณนี่ เสียบเข้าไปในเครื่อง ถามว่าตอนนี้เราได้กรอกข้อมูลไหม ขอแค่มีเลขบัตรประชาชน ข้อมูลทุกอย่างที่คุณมีเขาจะดึงออกมาจากระบบให้เลย เราไม่ต้องมาเสียเวลากรอกนะคะ เหมือนเมื่อก่อนนี่ต้องเขียนใส่กระดาษ เลขบัตรประชาชนอะไร ชื่ออะไรนามสกุลอะไร ที่อยู่ที่ไหน เบอร์โทรศัพท์อะไรเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลยขอแค่มีเลขบัตรประชาชนข้อมูลทุกอย่างเราสามารถดึงขึ้นมาได้อยู่แล้วอันนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าการออกแบบไม่ดีนี่ เราต้องกรอกข้อมูลถูกต้องทุกช่อง ๆ เลยนี่ มันทำให้อาจจะคนเดียวไม่เดือดร้อนค่ะ ถ้าเป็นพนักงานใหม่เป็นเหมือนโรงงานน่ะค่ะ พนักงงานเป็นพัน ๆ คนนั่งกรอกเชียงใหม่เป็นพัน ๆ ครั้งนี่เสียเวลามาก ๆ นะคะ อันนี้คือการออกแบบที่ไม่ดีนะคะ กับอีกอย่างหนึ่งถ้าสมมติว่าเมื่อกี้อาจารย์เพิ่มพนักงานแล้ว ถ้าอาจารย์อยากเพิ่มแค่สาขา อยากเพิ่มแค่สาขา ซึ่งในตารางนี้คีย์หลักจำได้ไหมคะ คีย์หลักจะเป็นคีย์ที่ขีดเส้นใต้ ซึ่งอาจารย์อยากเพิ่มสาขาสมุทรปราการจะเพิ่ม B100 สกลนคร สกลนครนะคะ ถามว่าเพิ่มได้ไหม อาจจะเป็นการตั้งสาขา แต่ยังไม่มีพนักงานหรอกถ้าจากตารางนี้นะคะ เราจะเพิ่มเฉพาะชื่อสาขาไม่ได้ เนื่องจากเรายังไม่มีรหัสพนักงาน เพราะรหัสพนักงานเป็นคีย์หลักนะคะ คีย์หลัก คือ คุณสมบัติมัน คือ เป็นค่าว่างไม่ได้นะคะ ก็ทำให้เราเพิ่มสาขาไม่ได้ เพราะเราไม่มีพนักงาน อันนี้ก็เป็นข้อผิดพลาดในการเพิ่มข้อมูล ถ้าเราออกแบบตารางแบบนี้นะคะ อันนี้ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกแบบตารางที่ไม่ดีกต่อมาโตมาเป็นปัญหาการลบข้อมูลที่อาจารย์บอกถ้าพนักงานคนนี้ลาออก สาขาเชียงใหม่หายไปด้วยนะคะ โดนลบไป กรณีความผิดพลาดจากการเปลี่ยนแปลงนะคะ เหมือน B03 B003 นี่ค่ะ เป็นกรุงเทพฯ ใช่ไหมคะ แล้วคราวนี้ข้อมูลมันอยู่ในตารางเดียวกัน ถ้านักศึกษาจะแก้ สมมติว่าเราย้ายจากกรุงเทพฯ ไปอยู่นนทบุรี สมมติมีพนักงาน 3,000 คน คุณต้องแก้กรุงเทพฯ 3,000 ครั้ง เป็น นนทบุรีนะคะ ถ้าพนักงานมีคน 2 คนไม่ใช่ปัญหาค่ะ แต่ถ้าคุณเป็นโรงงานขนาดใหญ่ นั่งแก้ทีละ 3,000 คน ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ ๆ นะคะ อันนี้ก็เป็นปัญหานะคะ เพราะฉะนั้น เราควรแยกตารางพนักงานกับตารางสาขาออกจากกันนะคะ อันนี้เป็นเหตุผล อันนี้คือขนาดข้อมูลขนาดเล็กนะคะ แล้วยังเห็นปัญหาขนาดนี้ ถ้าสมมติว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เป็นบริษัท เป็นโรงงาน หรือระดับโรงเรียนมีนักเรียนเป็น 200-300 20 3000 คนก็ได้นะคะ มีปัญหาเยอะมาก ถ้าสมมติว่าเราจัดการตารางไม่ดี จากปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นะคะ อย่างที่บอกค่ะ เราจะแก้ปัญหาโดยการแยกตารางเป็น 2 ตารางแบบนี้นะคะ ฟังก์ชันการขึ้นต่อกันนะคะ อันนี้เดี๋ยวจะเป็นเกี่ยวกับตารางหนึ่งนะคะ มีผลดีต่อรางหนึ่ง เราจะเรียกว่าเป็น "ฟังก์ชันการขึ้นต่อกัน" เดี๋ยวดูตัวอย่างเลยแล้วกันนะคะ อย่างเช่น ตารางนี้นะคะ ดูจากรหัสพนักงานนะคะ เราจะเห็นได้ว่ารหัสพนักงานจะส่งผลกับชื่อ ตำแหน่ง สัญลักษณ์ของการขึ้นต่อกันนะคะ อันไหนเป็นตัวหลักจะชี้ไปที่ตัวรองนะคะ ตามหัวลูกศรเลย ดูทิศทางตามหัวลูกศรนะคะ อันไหนเป็นตัวหลัก อันไหนเป็นตัวรองอย่างเช่น ตัวนี้ถามว่าตำแหน่งมาชี้ที่รหัสพนักงานได้ไหมนะคะ ไม่ได้ เพราะการขึ้นต่อการจะต้องเป็นลักษณะ 1 ต่อ 1 เท่านั้นเป็น 1 ต่อกลุ่มไม่ได้ ชนิดของการขึ้นต่อกันนะคะ จะมีอยู่ 4 ชนิดนะคะ ชนิดแรกเป็นการขึ้นต่อกันโดยสมบูรณ์นะคะ ซึ่งอาจจะเป็นเกี่ยวกับตารางนะคะ จะมีคอลัมน์ 1 คอลัมน์หรือมากกว่า 1 คอลัมน์มาประกอบกันนะคะ โดยในคอลัมน์นั้น ๆ นี่ จะบรรจุค่าที่ระบุ ความพิเศษของแถวได้อย่างชัดเจน Attribute จะเป็นค่าเฉพาะที่บอกเลยว่า Record ข้อมูลแถวนั้นนี่ มันมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างไร โดยในทุกความสัมพันธ์นี่จะต้องระบุค่าคีย์หลักไว้ด้วย ซึ่งคีย์หลักนี้คือต้องเป็นค่าเอกลักษณ์ คือ ไม่ซ้ำกันอยู่แล้วนะคะ อย่างเช่น การขึ้นต่อกันอย่างสมบูรณ์อันแรกนะคะ Attribute ที่ ก็คือคอลัมน์ที่ไม่ใช่คีย์หลัก คีย์หลักจำได้ใช่ไหมคะ คีย์หลักจะเป็นคอลัมน์ที่มีขีดเส้นใต้นะคะ คอลัมน์ที่ไม่ใช่คีย์หลักจะขึ้นตรงต่อคอลัมน์ที่เป็นคีย์หลักคอลัมน์เดียวเท่านั้นนะคะ เช่น เลขบัตรประชาชน จะขึ้น... จะเป็นเจ้าของชื่อนี้เท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้นการขึ้นตัวกันอย่างสมบูรณ์จะเป็นลักษณะแบบหนึ่งต่อหนึ่งนะคะ เลขบัตรประชาชน 1 เลข จะต้องเป็นของคนคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเลขประชาชนนี้ใช้ 10 คน เป็นไปไม่ได้นะคะ ตัวอย่างนะคะ ตารางที่มีคอลัมน์หลายตัวนะคะ ขึ้นอยู่กับคีย์หลักตัวเดียว เช่น คน 1 คนนี่ ก็จะมีข้อมูล ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด วันที่ทำบัตรใช่ไหมคะ แต่ว่าเขาจะต้องขึ้นตรงกับเลขบัตรประชาชนเดียวเท่านั้น ถามว่า 3 คนนี้ อาจจะเกิดวันเดียวกันก็ได้ค่ะ แต่เลขบัตรประชาชนเขาจะไม่เหมือนกัน หรือเขาอาจจะมาทำบัตรวันเดียวกันนะตะ แต่หมายเลขบัตรประชาชนเขาจะไม่ซ้ำกันนะคะ คืออะไรซ้ำกันได้ทุกอย่างค่ะ ยกเว้นหมายเลขบัตรประชาชน แต่บางตารางนะคะ ก็อาจจะเป็นการรวมตัวกันของคีย์หลักมากกว่า 1 คีย์หลักนะคะ มารวมกัน เช่น นักศึกษาอันนี้ลงทะเบียนวิชานี้ ได้เกรดอะไร อันนี้ก็เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้เหมือนกันค่ะ ว่าบัตรนักศึกษาซ้ำกันได้ไหม ไม่ซ้ำนะคะ รหัสวิชาซ้ำกันได้ไหม ไม่ซ้ำนะคะ เหมือนชื่อวิชาการก็รหัสหนึ่ง ชื่อคนอื่นก็รหัสวิชาอีกอันหนึ่งนี้จะไม่ซ้ำกันอยู่แล้วนะคะ ต่อมาจะเป็นการขึ้นต่อกันบางส่วน มันก็จะเป็นอาศัยความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากคีย์ผสมนะคะ อาจจะเป็นเส้นตรงจากตารางอื่นหรือ 2 ตารางมารวมกัน อาจจะไม่ใช่คีย์หลักก็ได้ แต่มันมีความหมายกับอีกคอลัมน์หนึ่ง เดี๋ยวจะยกตัวอย่างเลยดีกว่า อย่างเช่น เมื่อตารางที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นะคะ ก็จะมีรหัสนักศึกษา รหัสวิชา มีเกรด แล้วก็มีการบอกด้วย ว่ารหัสวิชานี้เป็นชื่อวิชาอะไรนะคะ มันจะเป็นการเกิดขึ้นเมื่อคีย์หลักประกอบกันด้วยคอลัมน์หรือว่า Attribute รวมกัน โดยบางส่วนของคีย์หลักสามารถไประบุ Attribute ค่าอย่างอื่นที่ไม่ใช่คีย์หลักได้นะคะ อย่างเช่น ในความสัมพันธ์นี้คีย์หลักจะมี 2 ตัวนะคะ มีรหัสนักศึกษากับรหัสวิชานะคะ ถามว่าถ้ามีแต่รหัสนักศึกษา เกรดนะคะ รหัสวิชา แล้วเราจะรู้ไหมว่าชื่อวิชาที่เราเรียนไปนี่ ชื่อวิชาอะไรนะคะ เหมือนบางคนรู้รหัสวิชา แต่จำชื่อวิชาไม่ได้ก็มี เพราะฉะนั้นรหัสวิชานี่ มันเลยสามารถไปส่งผลกับชื่อวิชาได้เหมือนกัน เพราะเป็นตัวระบุว่า ไอ้รหัสวิชานี้ ชื่อวิชาอะไร ก็คือคีย์หลักในตารางนี้มี 2 อัน แต่มีคีย์หลัก 1 ตัวนี่ ไปมีผลกับ Attribute หนึ่งได้นะคะ อันนี้คือความขึ้นต่อกันบางส่วน อย่างเช่นตัวนี้ก็จะเป็นของจริง ถ้าสมมติว่าอาจารย์ตัดรหัสนักศึกษาออก มีแค่รหัสวิช ามีเกรด มีการวิชาเขียนโปรแกรม แล้วถามรู้ไหมคะ ว่าเกรด A นี้ของใครนะคะ หรือว่า อย่าลบอันนี้ก่อนนะ หรือว่าการลบรหัสวิชาออก เหลือแต่ชื่อนักศึกษา เหลือแต่เกรดชื่อวิชา แล้วถามว่าแล้วรหัสวิชาอะไรล่ะที่เราได้เกรด A เราก็ไม่ทราบอีกเหมือนกันนะคะ อันนี้ก็คือเป็นการขึ้นต่อกันบางส่วนนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ต่อมาเป็นการขึ้นต่อกันแบบส่งต่อ ก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมี Attribute หรือว่าคนอื่นที่ไม่ใช่แต่ไปสามารถขึ้น... สามารถระบุค่าของ Attribute อื่นใน Record ได้ ซึ่งเป็นการออกแบบที่ไม่เหมาะสมนะคะ เพราะส่วนใหญ่แล้วในตารางนี่ ถ้าเราจะระบุค่าอื่นให้กับคอลัมน์อื่นได้ ควรจะต้องเป็นคีย์หลักเท่านั้นนะคะ ดูตัวอย่างนะคะ เช่น ตารางนี้เขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือ Attribute ก็คือคอลัมน์ที่ไม่ใช่คีย์หลัก หรือ Primary Key นะคะ ก็คือไม่ใช่คอลัมน์ที่มีเส้นขีดนี่ มันไประบุค่าอื่น ๆ ในตารางได้ เช่น ตารางนี้ คีย์หลักก็คือเลขประจำตัวนะคะ โดยตัวเลขประจำตัวนี่ ไปมีผลกับ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ตำแหน่งใช่ไหมคะ ทีนี้ รถประจำตำแหน่งมันไม่ถูกระบุโดยเลขประจำตัว มันถูกระบุโดยรหัสตำแหน่ง เหมือนถ้าเป็นผู้จัดการนี่ แทนที่ผู้จัดการนะคะ จะรู้เลยว่ารถประจำตำแหน่งคืออะไร แต่เขาไปเช็กที่รหัสตำแหน่ง แทนที่จะเช็กกับเลขประจําตัว อันนี้คือการออกแบบที่ไม่ดี เพราะฉะนั้น ถ้าสมมติว่าจะให้รถประจำตำแหน่ง วิธีการแก้ปัญหา ก็คือเราควรจะแยกตารางนี้ออกไปสร้างตารางใหม่เลยค่ะ มันไม่ควรจะมาขึ้นกับตารางที่มีคีย์หลักแต่ไม่สามารถระบุค่าข้อมูลตรงนี้ได้นี่ มันไม่ควรทำ กับต่อมาเป็นการขึ้นต่อกันเชิงกลุ่มนะคะ ก็จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคอลัมน์หรือ Attribute นี่ขึ้นต่อกันแบบสมบูรณ์นะคะ ก็ไปสามารถระบุค่าอื่นได้ โดยที่อย่างเช่นตัวอย่าง ในตารางนี้นะคะ จะมีรหัสหลักสูตร สามารถระบุรหัสวิชาได้หลายวิชา เช่น จริง ๆ ในสถานศึกษาจะเห็นได้ว่ามีเลข 122 ในรหัสนักศึกษามี122 คืออะไร 122 ก็คือหลักสูตรที่เราเรียนอยู่นะคะ ซึ่งในหลักสูตรที่โรงเรียนนี่ มันมีวิชามากกว่า 20 วิชานะคะ นั่นก็คือรหัสหลักสูตรนี่ มันสามารถระบุรหัสวิชาได้หลากหลายรหัสวิชามาก ๆ ก็คือการขึ้นต่อกันแบบมีค่ามากกว่า 1 นะคะ รหัสหลักสูตรสามารถระบุรหัสวิชาได้หลายค่านั่นเองนะคะ แล้วรหัสหลักสูตรก็สามารถระบุค่ารหัสนักศึกษาได้หลายคนเช่นกัน เหมือนตอนนี้หลักสูตรที่เราเรียนนี่มีนักศึกษาเกือบ 100 คน แต่รหัสหลักสูตรเดียวนะนะคะ นี่คือความสัมพันธ์แบบสามารถระบุค่าได้มากกว่า 1 นั้นเอง แบบหลายค่า เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหาของสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ เราเลยจะต้องมีการ... กระบวนการปรับบรรทัดฐาน หรือว่ากระบวนการปรับปรุงโครงสร้างของฐานข้อมูลนะคะ ที่มีความซ้ำซ้อนกันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐาน ก็คือเป็นรูปแบบที่พร้อมที่จะเอาไปพัฒนาเป็นฐานข้อมูลได้นะคะ โดยหลักการนะคะ อย่างที่บอกมี 5 ระดับ แต่ระดับในที่ 3 นี่ ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการออกแบบฐานข้อมูลในปัจจุบันแล้ว โดยคีย์ของการทำงานนะคะ ขั้นที่ 1 นะคะ กำจัดกลุ่มของข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกันออกไป ข้อแรกง่ายมาก ๆ ง่ายที่สุด ก็คือ 1NF นะคะ ต่อมาขั้นที่ 2 อยู่ 2NF นะคะ จะกำจัดการขึ้นต่อกันบางส่วนออก ขั้นสุดท้าย 3NF นะคะ กำจัดการขึ้นต่อกันของ Attribute ที่ไม่ใช่คีย์หลักนะคะ เดี๋ยวจะมาดูทีละขั้น ว่ามันจะต้องเป็นยังไงบ้าง ขั้นแรกง่ายที่สุดง่ายมาก ๆ นะคะ ให้นักศึกษาจำกระบวนการหลัก ๆ จะมี 3 ข้อนะคะ ขั้นตอนอันแรกเลย ดูก่อนว่าคำซ้อนกันไหม ขั้นที่ 2 คือมันขึ้นต่อกันแค่บางส่วนหรือเปล่าขั้นที่ 3 ค่าอันไหนไม่ใช่คีย์หลักแต่มันไปส่งผลกระทบกับข้อมูลอื่นได้หรือเปล่า ดูขั้นตอนที่ 1 ก่อน ขั้นตอนที่ 1 ง่ายมากนะคะ ทุก ๆ คอลัมน์ Records จะต้องเป็นค่า Single Value คือ มีค่าเดียวเท่านั้นนะคะ จะใส่แบบนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อมูลทุกแถวจะต้องไม่มีค่าที่ซ้ำกัน อย่างนี้ นักศึกษาคนที่ 1 แน่นอนนักศึกษษ 1 เทอมนี่ คุณลงทะเบียนประมาณ 6-7 วิชาใช่ไหมคะ ข้อมูลมันก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าเราไม่มีการทำ ถ้าเราไม่มีการทำ Normalization แต่คราวนี้ขั้นตอนที่ 1 เราจะข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันออก วิธีการง่ายมากค่ะ คือ แยกข้อมูลออกเป็นอย่างละแถวที่ไม่ซ้ำกัน ดูตัวอย่างนะคะ วิธีการทำ 1NF ง่ายมากค่ะ ถ้าข้อมูลตัวไหนเป็นกลุ่มนี่คะ คนที่ 1 วิชาลงทะเบียนเรียน 3 วิชาใช่ไหมคะ คนที่ 2 มี 2 วิชา สามารถทำในรูปแบบ 1NF ก็คือเอามันกระจายออกมาค่ะ ย้ายข้อมูลพวกนี้ออกมากระจายออกใช่ไหมคะ กระจายออก ง่ายมาก ข้อมูลพวกนี้ก็ทำซ้ำลงมา ทำซ้ำลงมา ทำซ้ำลงมา ทำซ้ำลงมา ถามว่า อ้าว อาจารย์ทำไม 001 มันซ้ำกันได้ล่ะ แต่รหัสวิชาเขาไม่ซ้ำกันเห็นไหมค่ะ เด็ก ๆ เลยง่ายมากค่ะ ข้อมูลถ้ามันเป็นก้อนอย่างนี้เรากระจายออกมา เป็นแยกออกมาเป็นบรรทัดบรรทัดเลยแค่นั้นเองอย่างน้อยในข้อสอบ ต้องทำ 1NF ให้ได้ มันง่ายที่สุดแล้วนะคะ อย่างเช่นตัวนี้นะคะ ก็กระจายออกมาแล้วคราวนี้ถ้าเรากระจายข้อมูลเรียบร้อยแล้วนะคะ ก็จะมาดูว่าอย่างในตารางนี้ค่ะ มันมีตารางของพนักงานใช่ไหมคะ เขาจะมีคีย์หลัก 1 ตัวแล้ว แต่ว่ามันจะมีตัวนี้ค่ะ ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ที่มีคุณสมบัติเป็นคีย์หลักได้ เราต้องแยกมันออกนะคะ กระบวนการนะคะ ดูก่อนว่าตารางเมื้อกี้นะคะ สิ่งที่ขึ้นตรงกับคีย์หลักตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 สังเกตเราว่าคีย์หลักมีตัวเดียว ข้อมูลมีเยอะมากนะคะ เราแยกออกมาได้อันแรกเลย ก็จะมีรหัสโปรเจ็กนะคะ แล้วก็ชื่อโปรเจ็กนะคะ ใครเป็นผู้จัดการ เงินเดือนเท่าไร งบประมาณเท่าไร คือ มันจะเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เป็นคีย์หลักก็คือ Project Code อันนี้นะคะ ส่วนตัวนี้เป็นคีย์คู่แข่ง 2 ตัว นะคะ 2 ตัวนี่ มันสามารถทำหน้าที่เป็นคีย์หลักให้กับ... อย่างตัวนี้นะคะ มันจะเป็นคีย์หลักให้กับชื่อของพนักงาน อย่างตัวนี้ก็จะเป็นคีย์หลักสำหรับชื่อแผนกนะคะ ถามว่ามันขึ้นตรงกับ Project Code ไหม ไม่นะคะ เพราะฉะนั้น การทำขั้นตอนต่อมานะคะ 2NF ขั้นตอนที่ 1 เราจะต้องทำ 1NF มาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งง่ายมาก ๆ แล้วก็ต้องมาของการขึ้นต่อกันบางส่วนออกนะคะ ก็คือการกำจัด Attribute ที่ไม่ขึ้นคีย์หลักของตารางนั้นเอง กำจัดออกนะคะ อย่างเช่นตัวนี้นะคะ การขึ้นต่อกันบางส่วน จะเห็นได้ว่ารหัสวิชากับชื่อวิชามันไม่ขึ้นตรงกับรหัสนักศึกษาใช่ไหมคะ นี้จำได้นะ รูปเดิม รูปเดิม วิธีกำจัดปัญหา เราก็ดึงสิ่งที่มันเป็นปัญหาค่ะ สิ่งที่มันไม่ขึ้นตรงกับคีย์หลักตัวนั้นไปสร้างตารางใหม่ สร้างตารางเพิ่มนะคะ เอาสิ่งที่เป็นปัญหาออกมา ไปใส่ตารางใหม่ กำหนดคีย์หลักใหม่นะคะ ในตารางเดิมนะคะ เราก็เอาคีย์หลักของตารางใหม่ไปใส่ แค่นั้นเองนะคะ วิธีการก็คือเหมอืนรูปนี้นะคะ สิ่งที่เป็นปัญหาที่จะยกตัวอย่าง คือรหัสวิชากับชื่อวิชา เพราะรหัสวิชามันไม่ได้ขึ้นตรงกับรหัสนักศึกษานะคะ เพราะฉะนั้น ไอ้ 2 ตัวนี้ คือ สิ่งที่เป็นปัญหา วิธีการแก้ปัญหา คือ เราสร้างตารางผลการเรียนใหม่ สร้างตารางวิชาใหม่นี่เห็นไหมคะ ในตารางใหม่เราจะตัดชื่อวิชาออก แต่ต้องเหลือรหัสวิชาไว้ เพื่อให้เชื่อมโยง ว่ารหัสวิชานี้มันชื่อวิชาอะไรจากอีกตาราง 1 แค่นั้นเองนะคะ โอเคค่ะ อันนี้เป็นตัวอย่างของการปรับบรรทัดฐานในรูปแบบของ 2NF เดี๋ยววันนี้จะให้ทำการบ้าน เดี๋ยวค่อยย้อนกลับมาแล้วกันนะคะ ย้อนมาสั่ง อันนี้เป็น 1NF นะคะ อันนี้ก็แก้แล้วตาเมื่อกี้นะคะ ขั้นตอนสุดท้ายนะคะ 3NF นะคะ โดยความสัมพันธ์นะคะ ก่อนที่จะทำเป็น 3NF ได้จะต้องทำ 2 อย่างนี้มาก่อน หลักของการทำขั้นตอนที่ 3 คือ ต้องเอาความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่คีย์หลักออกนะคะ เช่น ไม่ใช่คีย์หลักแต่ไม่มีผลกับคอลัมน์ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ วิธีการแก้ปัญหาเช่นเดิมค่ะ สร้างตารางใหม่ขึ้นมาแก้ปัญหานั้น ๆ อย่างเช่น ในตัวอย่างนะคะ รหัสพนักงานนะคะ ชื่อ สกุล รหัสแผนก ชื่อแผนก เงินเดือน จะเห็นได้ว่าในตารางนี้นี่คีย์หลัก ก็คือรหัสพนักงาน อันนี้รหัสแผนกกับชื่อแผนกติดมาด้วย ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับรหัสพนักงานเลยนะคะ วิธีการแก้ปัญหา ก็คือเอารหัสแผนกกับชื่อแผนกไปสร้างตารางใหม่ แต่ต้องยังคงรหัสแผนกไว้ในตารางเดิมนะคะ เพื่อให้มันเชื่อมโยงได้ ว่าไอ้แผนก A001 นี่ คือแผนกอะไรนะคะ อันนี้คือการแก้ปัญหาไม่ใช่คีย์หลัก แต่ไปส่งผลกับคอลัมน์อื่นในตารางนะคะ อันนี้คือ 3NF จริง ๆ แล้วอยากให้ลองทำในห้องมากกว่า แต่ด้วยสัปดาห์นี้มันมีข้อจำกัดนะ ก็ไม่เป็นไรอันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ สรุปนะคะ วิธีการทำ Normalization หรือว่าการปรับบรรทัดฐานนะคะ ทุก ๆ ที่ทุก ๆ คอลัมน์ในแต่ละแถว จะต้องมีค่าของข้อมูลเพียงค่าเดียวเท่านั้น เช่น เวลาเรากรอกเบอร์โทรศัพท์ เรามีโทรศัพท์ 3 เบอร์ก็จริง แต่เราจะกรอกได้แค่เบอร์เดียวนะคะ ถ้าอยากใส่เบอร์ที่ 2 ที่ 3 ก็ต้องเพิ่มข้อมูลแถวใหม่ขึ้นมานะคะ ต่อมา 2NF นะคะ ก็ปัญหาก็คือถ้ามีข้อมูลนะคะ ข้อมูลทุกตัวในตารางนั้นจะต้องขึ้นกับคีย์หลักของตารางตัวเดียวเท่านั้นนะคะ ข้อที่ 3 ถ้าคอลัมน์ไหนที่ไม่ใช่คีย์หลักนะคะ จะมาส่งผลกับคอลัมน์อื่นในตารางไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นไอ้ตารางข้อ 1 นี่ คือแค่กระจายตาราง อันที่ 2 อันที่ 3 ถ้ามีปัญหา เราต้องสร้างตารางใหม่นะคะ การบ้านเอาอย่างนี้ดีกว่าอาจารย์จะให้ทำน่าจะส่งวันนี้ เอาแค่ข้อเดียวนะคะ ข้อเดียวพอ เพราะว่าจริง ๆ อยากให้ทำในห้อง เดี๋ยวสัปดาห์หน้าค่อยทำในห้อง แต่อันนี้จะให้ลองทำดูก่อน ว่าที่เรียนไปวันนี้เข้าใจไหม ถ้าทำเสร็จแล้วก็ค่อยเอามาส่งที่ตู้ส่งงานอาจารย์เอาเฉพาะข้อนี้นะ ข้อเดียว ขี้เดียวพอ วันนี้ข้อเดียวพอนะคะ ส่งในเวลานี้ละให้ลองทำดูว่าเข้าใจไหม ข้อนี้ทำ 1NF ทำอย่างนี้ทำอย่างไรง่ายมาก ๆ เลย การเว้นช่องว่างให้แล้วเติมมา 2NF คุณเห็นไหมว่ามันมีรหัสวิชานี่ ต้องทำอย่างไรกับมัน แยกมันออกมาสิแยกอย่างไร เอาข้อเดียวก่อนนะคะ แล้วลองส่งมาให้อาจารย์ดูก่อน ว่าเข้าใจมากน้อยขนาดไหน จริง ๆ อยากให้เรียนในห้องมากกว่า แต่วันนี้ก็เอาประมาณนี้ก่อนแล้วกัน ให้ทุกคนหายดีกลับมาอาทิตย์หน้าค่อยเดินดูในห้องดีกว่า วันนี้ก็จะประมาณนี้นะคะ เดี๋ยวเวลาที่เหลือให้ทำข้อนี้แล้วมาส่งวันนี้เลยยิ่งดีนะคะ เวลาที่เหลือทำใส่กระดาษมาส่งอาจารย์แล้วกันนะ ก็ประมาณนี้ค่ะ เวลาที่เหลือทำให้เสร็จภายในวันนี้นะคะ ข้อเดียวเองนะคะ ข้อเดียว มีใครสงสัยไหมคะ ปุ๋ยสงสัยไหม ปุ๋ยเปิดไมค์หรือเปล่า (นักศึกษา) ไม่มีค่ะ อาจารย์เดี๋ยวถ้ายังไงเดี๋ยวให้อุบลไปส่งหรือยังไงคะเพราะว่าบนขึ้นไม่ ๆ ส่วนมากอยู่ในการอยู่หอนี่ล่ะค่ะตอนนี้เหลืออยู่ DSS ประมาณ 4 คนค่ะ (อาจารย์เกวลี) ก็เอามา โอเค ก็ได้ทำอยู่ดี วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่ยังตั้งใจเรียนอยู่ แล้วก็งานอย่าลืมส่งวันนี้นะคะ อยู่ดี ๆ ก็ทำให้เสร็จแล้วก็ฝากเพื่อนมาส่งหรือรวมกันมาส่งก็ได้นะคะ ถ้าใครอยู่หอก็จะมาทำอยู่ DSS ก็ได้ หรือว่าทำเสร็จแล้วมาส่งที่อาจารย์ก็ได้ โอเคค่ะ วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ ขอบคุณล่ามด้วยนะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ปุ๋ยวันนี้ครบนะ ปุ๋ยไปแล้ว โอเค