--- title: มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล อ.ธิดารัตน์ วันที่ 22 ธ.ค. 2565 นาโน subtitle: date: วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ นะคะ วันนี้ก็เป็นบทที่ 6 นะคะ ที่เราจะเรียนต่อเป็นตัวมาตรฐานตัวถัดมาราคาจากตัวมาตรฐานที่เกี่ยวกับพวกสายสื่อสารนะคะ พี่เพ็รูปแบบมีสายแล้วก็ไร้สายน้องอันนี้จะเป็นรูปแบบมาตรฐาน ITIL ตัวมาตรฐาน ITIL ของเรานะเราจะมาดูกันว่านี่คือมาตรฐานทำอะไรได้บ้างนะคะ แล้วเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ชีวิตประจำวันของเรา หรือว่าการทำงานเกี่ยวกับตัวทวีสารสนเทศของเราได้หรือเปล่านะคะ มาดูความเป็นมานะคะ ตัวมาตรฐานตัวนี้เกิดมาจากอะไรนะคะ ก็แน่นอนตัวมาตรฐานสากลส่วนมาก ก็จะมาจากต่างประเทศนะคะ โดยรัฐบาลอังกฤษมีการใช้งานเกี่ยวกับพวกระบบสารสนเทศว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ตัวการสื่อสารนะคะ หรือว่าตัวการส่งข้อมูลระหว่างองค์กรแล้วก็ในองค์กรนะคะ ก็ได้มีการให้บริการนะคะ ทั้งพนักงานงาน แล้วก็ผู้ที่อยู่ในองค์กรนะคะ คราวนี้ เราใช้บริการ การบริการจะรู้ได้ไงว่าการให้บริการเกิดคุณภาพหรือว่ามีประสิทธิภาพแปลว่า ดังนั้นรัฐบาลก็เลยคิดว่าคุณภาพที่ให้บริการยังไม่ดีพอ จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานและองค์กรเนี่ยออกมาดูสิ การให้บริการเกี่ยวกับด้านสารสนเทศหรือไอทีของเรานี่ มันมีมาตรฐานหรือเปล่า โดยมอบหมายให้ 2 ที่ก็คือ UK Government’s Central Computer and Telecommunication ก็เป็นหน่วยงานกลางนะคะ ของตัวมัน ก็คือของพวก Government การจัดการต่าง ๆ นะคะ แล้วก็มีของ CCTA Office of Government commerce ก็จะเป็นพวกการให้บริการนะคะ กับหน่วยงานที่เป็นข้าราชการที่เกี่ยวกับพวกตลาดการค้าขายนะคะ มาพัฒนากรอบการให้บริการทางสารสนเทศนะคะ ของหน่วยงานที่อยู่ในต่างประเทศ ของประเทศอังกฤษนี่ เขสให้บริการดีหรือเปล่า โดยเริ่มแรกนี่ เขายังไม่ได้ตั้งชื่อว่าเป็นตัวมาตรฐาน ITIL นะคะ หรือว่าตัว ITILนั่นเอง ก็พูดง่าย ๆ คือ เป็นสถานที่ตีกรอบนะคะ ว่าการให้บริการในหน่วยงานเนี่ยควรจะมีข้อกำหนดอะไรบ้าง ตามนี้โดยเรียกเป็นชื่อแรกว่าตัว GITIMM ก่อนที่จะใช้งานมาเรื่อย ๆ ตามกรอบที่ถูกกำหนด 2 หน่วยงานนี้แล้วก็ปรับเปลี่ยนชื่อมาเป็นตัว ITIL ของเรา ITIL ของเรานั่นเองซึ่งเป็นตัวมาตรฐานตัวนี้ที่เราจะมาศึกษาว่ามันคืออะไร แล้วมันมีเราไหมมันอยู่ใกล้ตัวเราไหมนะคะ เมื่อรู้ถึงความเป็นมาแล้ว เราจะมาดูประโยชน์ อันนี้เป็นการสรุปมาแบบง่าย ๆ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจเลยว่า ประโยชน์มันเกิดอะไร มาตรฐานที่เกิดขึ้นนี่ ใช้แล้วดีจริงหรือเปล่า พวกนี้นะคะ อันแรกนะคะ ก็คือลดต้นทุนในการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ลดต้นทุนคืออะไร ก็คือสมมุติหน่วยงานนะคะ อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยของเรานี่ มีงบประมาณในการให้บริการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทำอย่างไรนะคะ ให้งบประมาณที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นปีถัดไป หรือว่าไตรมาสถัดไปนี่ เกิดลดลง งบน้อยลงนั่นเองนะคะ จะบริหารอย่างไรไหมบุคลากรไหม หรือว่าการปฏิบัติงานนั่นเอง ลดต้นทุนในการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นรถต้นทุนทางเงิน ไม่ต้องเสียเงินเยอะ ลดต้นทุนบุคลากร ไม่ต้องใช้คนเยอะนะคะ หรือลดต้นทุนกระบวนการ กระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะเวลา นะคะ ความมีประสิทธิภาพนั่นเอง 2. ช่วยปรับปรุงระบบการให้บริการด้านบริการสารสนเทศนั่นเองนะคะ การให้บริการคืออะไร เหมือนนักศึกษานี่ เวลาเราค้นหาข้อมูล หรือว่าทำรายงาน แน่นอนก็ต้องเข้า Google อยู่มหาวิทยาลัยก็ต้องมี Account ของนักศึกษา username Password นะคะ การใช้บริการสารสนเทศของเรา ทำอย่างไรให้มันเข้าถึงได้รวดเร็ว เข้าไปแล้ว ระบบเครือข่ายพร้อมใช้งาน เข้าไปแล้วสามารถใช้พร้อมกันได้ทุกคน เข้าไปแล้วไม่ติดขัดล่าช้า เข้าตอนไหนใช้บริการได้ตอนนั้น ก็คือบริการสารสนเทศที่มันนะคะ ใช้แล้ว การให้บริการของเราได้รับความพึงพอใจระดับไหน เหมือนเราใช้คอมพิวเตอร์ เข้าอินเตอร์เน็ต เข้า Google นะคะ ถ้าเป็นช่วงเหมือนช่วงลงทะเบียน เปิดรับสมัคร มีการเข้ามาดูประกาศผล เข้าศึกษาต่ออะไรอย่างนี้ะคะ แน่นอน ผู้ที่เข้ามาใช้งานตัวระบบสารสนเทศของเรา ค่อนข้างเข้าใช้งานพร้อมกัน ดังนั้น ความพึงพอใจที่เกิดจากการใช้งานตรงนี้นี่ อยู่ระดับไหน ใช้งานได้ดีไหม เข้าแล้วหน้าเกิด Session ค้าง หรือว่ามีอะไรหรือเปล่ามัน ก็คือการใช้งานแล้วเกิดความพึงพอใจระดับไหน ก็ต้องมาประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานด้วย ไม่ใช่ว่าเรามีระบบที่ให้ใช้งาน แต่ว่าเราก็ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว บริษัทเรามีความเป็นมืออาชีพไหมนะคะ คืออย่างไร พร้อมใช้งานตลอดหรือเปล่านั่นเอง ถัดมาเดี๋ยวเราจะมาดูประโยชน์ ถัดมาที่เกิดขึ้นนั่นเอง ช่วยให้องค์กร หน่วยงานของเรา ได้รับมาตรฐานสากลด้วย แล้วก็เป็นที่ยอมรับ คืออย่างไร เหมือนถ้าว่า หน่วยงานของเรานี่ ให้บริการสารสนเทศได้ดีนะคะ ตามตัวมาตรฐานตามเกณฑ์ ตามกรอบตามข้อกำหนดรองรับ มีแล้วก็มีใบประกาศว่าจะให้บริการของเราเนี่ยตรงตามมาแน่นอนส่งผลให้มาตรฐานของเรา มีสายงาน ส่งผลให้องค์กรของเรานี่ ดูดี เป็นที่ยอมรับมีมาตรฐาน การันตีบุคลากรก็มีภาพในการให้บริการเช่นเดียวกัน มันก็จะปากคลองแล้วก็สืบเนื่องกันบุคลากรดีการให้บริการดีภาพรวมขององค์กรก็จะดีตามไปด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมาก อย่างการทำงานนะคะ สมมติการเข้าไปสืบค้นข้อมูล ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน เข้าปุ๊บ Search ข้อมูลได้เลยนะคะ หรือในกรณีถ้าเป็นหน่วยงานอื่นการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานนะคะ รถเร็วปลอดภัยไหมข้อมูลไม่รั่วนะคะ ข้อมูลไม่หายระหว่างทางนะคะ ไม่โดนคู่แข่งนำข้อมูลในองค์กรของเราไป ก็จะเป็นการให้บริการที่มีประสิทธิภาพนะคะ ของหน่วยสารสนเทศของเรานั่นเองนะคะ ช่วยให้บริการขององค์กรมีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะ จะทำอะไรนะคะ เกี่ยวกับการสื่อสารนะคะ ก็สะดวกสบาย พร้อมใช้นะคะ การใช้งานง่ายนะคะ เขาถึงได้ง่ายด้วย ก็จะทำให้เกิดกระบวนการที่คล่องตัวนะคะ ในการทำงานนั่นเองนะคะ ขององค์กรด้วยนั่นเอง ว่ามีกระบวนการถูกต้อง ตามเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนดนั่นเองนะคะ คราวนี้โดนจะมาดูตัวอย่างของบริษัทหรือว่าหน่วยงาน ที่เอาตัวมาตรฐานมาใช้งาน เดี๋ยวขอบอกไว้ว่าตัวมาตรฐาน ITIL หรือว่า ITIL ของเรา ถือว่าเป็น Best Practice ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ดี เราทำแบบไหน แล้วมันดี มันก็จะถือตัวปลอมหัวข้อกำหนดต่าง ๆ มาปฏิบัติ ตามหน่วยงาน ตามองค์กรนะคะ เราก็มาดูตัวอย่างสิ ว่าบริษัทหรือหน่วยงานใหญ่ ๆ ที่เขาเอาตัวมาตรฐานมาใช้นี่ มันเกิดผลดีไหม ทำไมเขาถึงจะเอามาใช้ ทำให้ได้ผลกำไรที่มันมากขึ้นหรือเปล่านะคะ ถ้าเราเห็นว่าบริษัทใหญ่ หรือว่าหน่วยงานใหญ่เอาตัวมาตรฐานมาใช้ แล้วเกิดผลกำไรมากขึ้น แน่นอน ในกรณีที่เราเป็นบริษัทที่เล็ก หรือว่าบริษัทคู่แข่ง ที่ มีผลกำไรที่มากขึ้นเราก็ต้องคอยตามคิดว่าตัวมันก็สายซ้อนมาใช้เหมือนมีคนทดลองให้เราใช้งานก่อนนะคะ ว่าได้ ๆ เอามาใช้ตามขั้นตอนกระบวนการแบบนี้นะ ขายที่สุดแล้วผลลัพธ์ออกมานี่เกิดประโยชน์ มาดูตัวอย่างแรกเป็นตัวอย่างบริษัทที่ทุกคนน่าจะเขาถึงแน่นอนนะคะ เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องอุปโภคบริโภค ยาสระผม Pantene Head & Shoulder ต่าง ๆ เราใช้งานตามห้างสรรพสินค้าที่เราไปใช้นะคะ ในครัวเรือนของเรานี่ ค่อนข้างเยอะ บริษัทนี้ก็ต้องผลิตตัวสินค้าแล้วก็บริการ แน่นอนแล้วเห็นว่าเราจะไปห้างไหน หรือว่าร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ โชห่วยตามแถวบ้านนะคะ เขาก็มีผลิตภัณฑ์ว่าสินค้าแบบนี้ ดังนั้น เราเห็นแล้วบริษัทนี้เป็นบริษัทใหญ่แน่นอนนะคะ เขามีตัวมาตรฐานตัวนี้รองรับ มันส่งผลดีอย่างไร ส่งผลกำไรอย่างไร อย่างบริษัท P&G Procter & Gamble นะคะ นำตัวมาตรฐาน itil มาใช้งาน เขานำมาใช้งานแล้วนะคะ ตั้งแต่ ปี คริสต์ศักราช 1999เริ่มต้นมานะคะ เขามีการวัดเกณฑ์เขาแล้ว 4 ปีที่เขานำไปใช้งาน ตั้งแต่รุ่นแรกมาเนี่ยผลกำไรของเขานี่ เพิ่มขึ้นไหม แสดงให้เห็นว่ามันประหยัดต้นทุนนะคะ 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แน่นอน แน่นอน กำไรเกิดขึ้น ลดต้นทุนนะคะ เท่านี้ เงินที่เราได้กำไรมาเราก็สามารถพัฒนาส่วนอื่นของหน่วยงานหรือองค์กรหรือว่าจะมีการขยายสาขา ศูนย์กระจายสินค้าต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นนะคะ อันนี้ก็จะทำให้การตลาดของบริษัทนี่ เพิ่มมากขึ้นนะคะ เมื่อผู้บริโภคเห็นนะคะ ถึงการให้บริการที่ทั่วถึง แล้วก็พร้อมใช้ แน่นอนภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรก็ตามมา รวมถึงมีตัวมาตรฐานที่รองรับด้วย ยิ่งเป็นสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้มีกำลังซื้อใน ผลิตภัณฑ์ สินค้าแล้วก็ตรงนั้นมากขึ้น ตัวนี้มาลดต้นทุนด้านการปฏิบัติงานอย่างไรนะคะ การปฏิบัติงานของเรา อาจจะเป็นการให้บริการนะคะ พวกระบบสารสนเทศภายในองค์กรของเรา อาจจะช่วยลดขั้นตอน ลดบุคลากร ไม่ต้องจ้างคนเยอะ คนก็จ้างน้อยลง เงินที่ต้องใช้จ่าย หรือว่าจ้างบุคลากรก็ลดลง มันก็จะได้ไม่ต้องเปลืองงบประมาณตรงนั้น มันก็จะมีผลที่สืบเนื่องกันมาเรื่อย ๆ นะคะ บุคลากรด้าน IT แน่นอน 1 บุคคลสามารถดู หรือว่ามีสินค้านะคะ การทำงาน ดังนั้น เขาก็ไม่ต้องจ้างบุคลากรเพิ่ม 1 บุคลล มีสามารถมี Multifunction ทำได้หลายอย่างเนี่ยแล้วก็สามารถ หรือว่าสมัครงานเนี่ยได้ตามระยะเวลาที่กำหนดก็คือไม่ต้องเสียเวลาตามตารางงานที่วางไว้ เราก็ต้องไม่ต้องเพิ่มคนนะคะ เข้ามานั่นเอง ดังนั้น เราก็จะเห็นว่าบริษัทใหญ่ ๆ ที่เขานำมาใช้งาน ของตัวมาตรฐานตัวนี้นี่ เกิดผลกำไร เราเป็นภาพที่สะท้อนให้เราเห็นแล้ว ว่ามาตรฐานตัวนี้มาใช้แล้วมันเกิดผลลัพธ์ที่ดี แน่นอนมีตัวอย่างที่ดีเราก็อยากจะเอาตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้งานในตัวหน่วยงาน หรือว่าองค์กรของเรา อันนี้เป็นบริษัทแรกที่นำตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้งานนะคะ สักครู่นะคะ ต่อมานะคะ มาดูตัวอย่างของตัวมาตรฐานที่ 2 บริษัทนี้น่าจะเป็นโทรศัพท์ที่ศาลน่าจะเคยเห็นเช่นเดียวกัน เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ เครื่องใช้ เครื่องจักรต่าง ๆ อาจจะเป็นเครื่องจักรทางการเกษตร บ้านเรา จะเป็นลักษณะการ พวกรถเกี่ยวข้าว ถูกไหม รถขนดินรถ ตีนตะขาบที่ไว้ขุดเจาะต่าง ๆ ในบริษัท Caterpillar ก็จะเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับรถเกี่ยวกับเครื่องจักร น่าจะเป็นการเกษตรหรือว่าเกี่ยวกับที่ดิน พวกโยธา วิศวกรต่าง ๆ นะคะ ก็จะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็กินผลกำไรทางด้านธุรกิจทางนี้ค่อนข้างเยอะ รวมถึง Microsoft ก็ได้ลงทุนนะคะ เกี่ยวกับบริษัทของ Caterpillar เช่นเดียวกันนเคะ ราก็จะเห็นได้นะคะ ตามพวกไซต์ก่อสร้าง หรือว่าตามอุตสาหกรรมการเกษตรต่าง ๆ ที่นำรถตัว Caterpillar นี่มาใช้งาน หรือว่าเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ เช่น เดียวกันบริษัทนี้ก็นำตัวมาตรฐานนะคะ ITIL ของเรามาใช้งานเช่นเดียวกันนะคะ เกี่ยวกับจัดการเกี่ยวกับปัญหาในการใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ ซึ่งช่วยแก้ปัญหานะคะ ก็คือสามารถเพิ่มอัตราการตอบสนองผู้ใช้บริการให้มากยิ่งขึ้น คืออย่างไรนะคะ จาก 60 70 เป็น 90 เปอร์เซ็นต์ นะคะ เพิ่มอัตราการตอบสนอง การใช้บริการ ลูกค้านั่นเอง ลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อตัวสินค้าแล้วก็อุปกรณ์ของเรามีความต้องการที่มันมากขึ้นเราให้โอกาสโดยให้ลูกค้านี้เข้าถึงง่ายแล้วก็สะดวกสบายแน่นอนเมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่นละบริษัทให้บริการที่ดีกว่าลูกค้าก็จะเกิดแฟนว่าตัวสินค้านั้นนะคะ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นสินค้าตัวใหม่ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็จะกลับมาใช้สินค้ายี่ห้อแบรนด์นั้นหรือว่าเป็นมาตรฐานที่ถูกนำมาใช้แล้วผลลัพธ์ก็แต่ละบริษัทแต่ละวันก่อนก็ได้ผลลัพธ์ที่มันดียิ่งขึ้นผลกำไรที่มันมากขึ้นขั้นตอนการทำมีแต่ไม่ได้มีคนเสียตังค์เองนะคะ พม่าตัวอย่างองค์กรที่ 3 หน่วยงานองค์กรของทนายความ บางคนอาจจะฟังว่าทนายความนี้มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริการใช้มีสารสนเทศทนายความของเรา ก็คือหน่วยงานนึงนี่ มันก็ต้องมีการใช้การติดต่อสื่อสารกับลูกความกับทนายความ กับอัยการถูกไหมคะ แน่นอนการส่งข้อมูลต่าง ๆ กรณีจะเป็นความลับหรือไม่เป็นความลับ หรือการใช้อุปกรณ์สารสนเทศ ที่อยู่ในองค์กรของเขานี่ ก็ต้องมีการให้บริการที่มันทั่วถึง ครอบคลุม และพร้อมใช้งานตลอดนั่นเอง ตัวทนายความของรัฐบาลแคนาดานะคะ ขอโทษนะคะ จะปิด Enterprise ตัวนี้ก็ทำตัวมาตรฐาน ตัว ITIL มาใช้นะคะ โดยทำ Virtual service desk virtual service desk คือยังอย่างไรนะคะ ก็จะเป็นลักษณะการให้บริการกับสารสนเทศ ซึ่งทนายความ หรือว่าบุคลากรที่อยู่ในบริษัทที่เป็นของทนายความทั้งหดม เป็นอัยการผู้รักษาอะไรก็ตามที่อยู่ในบริษัทในองค์กรsupport เกี่ยวกับอุปกรณ์สารสนเทศได้ตลอด ก็คืออุปกรณ์ที่มันครบครัน พร้อมใช้งาน บุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ มาใช้แล้วก็ทำงานได้ตลอดนั่นเอง ช่วยให้การทำงานของเขานี่ ค่อนข้างไม่ติดขัดไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานหรือว่ากันขอข้อมูลต่าง ๆ ก็พอมันก็ทำให้ธุรกิจของเขาเนี่ยดำเนินไปโดยไม่ติดขัดอะไรกันอีกค้นหาการ support แน่นอน ไม่ต้องมีบุคลากรที่เยอะนะคะ อุปกรณ์ก็ไม่ต้องมีครบ บุคคลก็คือสามารถที่จะเป็นผู้ช่วย ก็คือเป็นอุปกรณ์กางแล้วบุคลากรที่เป็นทนายความสามารถที่จะเข้ามาใช้งานได้เลยมันเป็นโต๊ะกลางเปลี่ยนเข้ามาและอุปกรณ์ครบพร้อมใช้งานตลอดพยากรณ์อากาศให้หน่อยในการไปหมุนเวียนในองค์กรด้วยนะคะ หรือว่าคนกำไรของบริษัทเธอมันคือนางเอกลดการใช้จ่ายในการซัพพอร์ตถึง 40 เปอร์เซ็นต์นะคะ จากตัวอย่างนี้แล้วก็จะทำให้เห็นว่าว่าจะเป็นหน่วยงานประเภทไหนนะคะ เราจะเห็นว่ามีสารสนเทศนะคะ หรือว่าการใช้เกี่ยวกับตัวระบบคอมพิวเตอร์ของเราเนี่ยมันอยู่ทุกหน่วยงานนั้นเองถ้าเรามีการปฏิบัติที่ดีนะคะ มีกระบวนการ มีขั้นตอนต่าง ๆ ตามกรอบ ตามเกณฑ์ที่กำหนด มาตรฐานไปเที่ยวนี่ เขาก็จะมีกรอบกำหนดขั้นตอนว่าทำตามขั้นตอน 1 2 3 4 5 วันนี้นะคะ ตามเกณฑ์ที่เขากำหนดไว้แล้วนี่ มันจะส่งผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งมีการพิสูจน์มาแล้ว รวมถึงมีตัวอย่างมีกรณีศึกษาให้เราได้รู้นั่นเอง มันก็สะดวกสบาย แล้วก็ส่งผลให้ผู้ใช้บริการ หรือว่าเอาตัวมาตรฐานสากลตัวนี้ไปใช้งานเกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ คราวนี้มาดูวิวัฒนาการของตัวมาตรฐาน ITIL ของเรานะคะ จากมาตรฐานเวอร์ชันก่อนหน้า มาเป็นมาตรฐานที่มันพัฒนาขึ้นจากมาตรฐาน 2 มี 2 มาเป็นมาตรฐาน V. 3 นั่นเองนะคะ โดยตัวมาตรฐาน V.3 หรือว่า Version 3 ของเรานะคะ ก็จะแบ่งออกเป็นตัว 5 มาตรฐานหลัก ๆ นะคะ ว่ามันมีขั้นตอนกระบวนการ แล้วก็มีรายละเอียดย่อย ๆ มีอะไรบ้างนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อแตกต่างระหว่างมาตรฐานสากล ไอ ITIL นะคะ Version 2 กับ Version 3 นะคะ ว่ามันแตกต่าง หรือมีข้อดีข้อเสียหรือว่ามีการพัฒนาตรงไหนเพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ ข้อแตกต่างแรกนะคะ ก็คือมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างนะคะ แต่เดิมที่เน้นแต่กระบวนการนะคะ ตรงนี้นะคะ วงจรกระบวนการ และปรับแต่งให้ตัวสารสนเทศของเรานี่ เข้ากับธุรกิจได้ ก็คือเขาปรับนะคะ ให้ตัวสารสนเทศนี่ สามารถที่จะเข้าไปใช้งานกับทุกธุรกิจนั่นเองนะคะ แต่ก่อน เป็นแค่กระบวนการนะคะ ก็คือทั้งกระบวนการแล้วก็ปรับแต่งให้การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศของเราสามารถที่จะเอาไปประยุกต์ใช้งาน กับทุกหน่วยงาน ทุกบริษัทได้นั่นเองนะคะ หรือมีการให้บริการเชิงปฏิบัติ อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองนะะค อย่างที่บอกไปแล้วว่าต้องมีระบบสารสนเทศนะคะ หน่วยงานบริษัทผู้ปอนให้ว่าเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ต้องมีระบบสารสนเทศนะคะ ต้องมีตัวคอมพิวเตอร์นะคะ ตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถแล้วก็ส่งข้อมูลระหว่างกันได้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยจะเรียกว่า Best Practice บอกไปว่ากระบวนการนะคะ ของตัวมากเขาจะเรียกว่า Best Practice มีกระบวนการขั้นตอนที่มีการตามกระบวนการนี้มาอย่างดีแล้วว่า ทำตามขั้นตอนนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ กระบวนการนะคะ ของ IT Service Management หรือการจัดการการให้บริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่ ก็จะเน้นไปที่ความสะดวก และลดต้นทุนเป็นหลัก ๆ ใช้งานง่าย ประหยัดเงิน เอาไปง่าย ๆ เลยนะคะ เราจะไปดูหัวข้อหลักของตัว ITIL ITIL Version ชั้น 3 หรือว่า V. 3 ของเรานั่นเอง อันแรกนะคะ ก็จะเป็นหัวใจหลักของตัว ITIL ของเราก็จะเป็น Service strategy ก็ตามชื่อมันเลยนะ กลยุทธ์ในการให้บริการ Strategy โดยจะเน้นหลักเกี่ยวกับการจัดการการให้บริการ บริการอย่างไรให้มันดีที่สุด บริการยังไงให้ครบวงจร บริการอย่างไรให้กระบวนการของการทำงานในสารสนเทศของเรานี่ คล่องตัว ไม่ติดไม่ขัด ไม่เสียเวลา ไม่เปลืองทรัพยากร ไม่เปลืองงบประมาณ เหมือนเวลาเราใช้ระบบคอมพิวเตอร์ครั้งหนึ่งของแต่ละคนเนี่ จะมีการเปรียบเทียบ ให้แล้วเปลืองไฟมากไหม คอมพิวเตอร์ที่มันเปิดมาใช้งานนะคะ ระบบเครือข่ายไม่พร้อมใช้งานนะคะ ไฟที่มันใช้ไป เครื่องไหนที่มันใช้มากกว่า เครื่องไหนที่มันใช้มากกว่า พวกนี้เป็นต้นทุน ขั้นตอนการทำงาน 1 2 3 4 คนหนึ่งทำ 1 2 3 ได้ผลลัพธ์ คนหนึ่งทำ 1-6 ได้ผลลัพธ์รับอันนี้ก็จะเป็นข้อที่แตกต่างเขาก็จะมีการคิดตามกรอบตามขั้นตอนมาให้แล้วอ่ะทำตามอาการแบบนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ถัดมา มาดู service Design ก็จะเป็นขบวนการนะคะ ที่รวมทั้งการพัฒนากลยุทธ์ และการบริหารจัดการระบบบริการ มีอะไรบ้างอันแรก