นะคะ จะเป็นการแนะนำตัวโปรแกรม นะคะ ระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ เพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกับมันได้หลายโปรแกรมมากนะคะ อาจจะเป็น My SQL แต่มันก็จะใช้ภาษาเดียวกัน ก็คือ SQL ซึ่งโปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติม ก็จะมีอยู่แล้วนะคะ ก็คือโปรแกรม Microsoft Access นะคะ มันก็จะมีความสามารถที่จะพิมพ์คำสั่งภาษา SQL ลงไปได้ด้วย แล้วก็ในส่วนของตัวโปรแกรมนี้นี่ หน้าตาในการทำงานมันจะคล้าย ๆ กับโปรแกรม Excel ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้วนะคะ เก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นตารางเหมือนกันเราก็จะได้ทำความเข้าใจกับมันง่ายขึ้นนะคะ โดยตัว Microsoft Access นี่ ในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นสีส้ม ๆ นะ ในโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ได้วาดรูปไปแล้ว ว่าแต่ละตารางมันจะสัมพันธ์กันอย่างไร โดยที่โปรแกรมนี้นี่มันจะมีความสามารถทั้งการจัดการฐานข้อมูล แล้วก็สร้างโปรแกรมได้ในตัวเดียวกัน ก็คือเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบในฐานข้อมูลเบื้องต้นนะคะ มันเลยเหมาะที่จะนักศึกษานี่เรียนรู้ แล้วก็พัฒนาโปรแกรมไว้ใช้งานนะคะ รวมถึงคนที่อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมมากนักนี่ เขาก็อาจจะสามารถใช้โปรแกรมได้เช่นเดียวกันนะคะ เพราะว่าวิธีการใช้แล้วก็ตัวโปรแกรมก็ใช้งานง่าย คำสั่งไม่เยอะ ไม่ซับซ้อนวุ่นวายมากนะคะ หน้าตาตอนสร้างฐานข้อมูลก็ประมาณนี้นะคะ เดี๋ยวเราค่อยไปดูในตัวโปรแกรมกัน ส่วนของการทำงานหลัก ๆ อยู่ด้านบน เราจะเรียกว่าเป็น "Ribbon"ข้างบนนะคะ ในรูปนี่มันก็จะเป็นเกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างของตารางนะคะ แล้วก็การกำหนดหน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูล หรือแสดงข้อมูลเราก็ทำได้ การสร้างรายงานนะคะ เช่น สมมติมีรายชื่ออยู่ 10,000 รายชื่อ เราอยากให้มันออกมาเป็นรายงานที่เป็นผู้หญิง เราก็สามารถสร้างรายงานออกมาได้เหมือนกัน การสืบค้น การเรียกดูข้อมูลอื่น ๆ ตามเงื่อนไขเราก็ทำได้ ในส่วนของการสืบค้นเรียกดูข้อมูลนี่เราจะใช้คำสั่ง SQL เราจะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะ เราจะไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูปทุก ๆ อย่าง เราจะได้รู้ด้วยว่า ใช้ภาษา SQL นี่มันทำงานอย่างไรนะคะ โดยตารางที่อยู่ในโปรแกรม Microsoft Access นะคะ ซึ่งรูปแบบ ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของการจัดเก็บข้อมูล ในรูปแบบอยู่แล้วนะคะ ถ้าเราต้องการจะบันทึกหรือเก็บข้อมูลนี่เราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อน ถึงจะใช้งานได้ เหมือนอาทิตย์ก่อน ๆ ที่อาจารย์ลองให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมดูนี่ เพราะว่าเรายังไม่มีตารางนะคะ มันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้เริ่มสร้างตารางอะไรลงไปเลยนะคะ การสร้างตารางในทีนี้นี่ มันการตั้งชื่อ แล้วก็กำหนดโครงสร้างของตารางด้วย นั่นก็คือเราก็จะมี... ถ้าใน Excel มันจะเป็นคอลัมน์ ๆ ใช่ไหมคะ ใน Access ก็เหมือนกัน เราก็จะกำหนดว่า หัวคอลัมน์ แต่ละคอลัมน์นะคะ มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง แล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในนั้นนี่มีอะไรนะคะ เช่น เป็นตัวหนังสือเท่านั้น หรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือ ค่าตัวเลข ค่าตัวเลขจะต้องไม่เกิน 10 ตัว อะไรก็ว่าไป รวมถึงต้องกำหนดคีย์หลักนะคะ การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม Access นี่ค่อนข้างง่าย ก็เสร็จเลยนะคะ แล้วก็ต้องกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป ว่ามันจะเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะ ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูลอันนี้เราทบทวนกันอีกรอบนะคะ ที่โชว์อยู่ในหน้าจอตอนนี้ก็คือนะคะ เราจะเรียกว่าตารางนะ มีแถว มีคอลัมน์นะคะ แนวตั้งเราจะเรียกว่าคอลัมน์ ถ้าศัพท์ในระบบจัดการฐานข้อมูล ก็คือ Field อย่างในตารางนี้จะมีอยู่ 4 Filde ก็คือ 4 คอลัมน์ก็คือ 3 แถวข้อมูลนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูล ผู้ป่วยนะคะ ไอ้ตัว HN นี่ มันย่อมาจากรหัสผู้ป่วยนะคะ Hospital Number อันนี้เป็นตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่ายนะคะ อย่างง่าย ส่วนในตัวโปรแกรม เราจะสร้างตารางนะคะ โดยที่กันเราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้นะคะ เราจะมากำหนดในส่วนของ Design หรือการออกแบบ มันก็จะถามว่าอย่างในส่วนตรงนี้ อันนี้มันเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะ ว่าเก็บอะไรนะคะ เก็บข้อมูลชนิดอะไร บางทีตัว ID นี่ ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็น Auto เพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามา แต่เราสามารถระบุเองก็ได้ค่ะ บางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข1 2 3 4 5 ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ บาทีก็มันอาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบนะคะ มันอาจจะต้องมีตัวหนังสือที่มันมีมาผสมกับตัวเลข อย่างรหัสนักศึกษาเรานี่ เข้ามาใหม่ เราจะรัน 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้นะคะ มันจะต้องกำหนดเฉพาะ เช่น ขึ้นต้นด้วยปีการศึกษา ตามมาด้วยรหัสคณะ ตามมาด้วยรหัสหลักสูตร แล้วค่อยเป็นถึงเลขที่ของเราว่าเราถึงเลขที่อะไรนะคะ ตัวอย่างถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริง ๆ นี้ มันไม่ได้มีข้อมูลแค่นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็น อย่างด้านซ้ายนะคะ ก็จะเป็นตัวอย่างของตารางทั้งหมด ที่มันเอามาเชื่อมโยงกัน มีไม่ต่ำกว่า 20 ตารางนะคะ ถ้ามันเป็นระบบงานใหญ่ ๆ รวมถึงการกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี่อย่างเช่น ID เขากำหนดให้เป็นตัวเลขให้มันเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อัติโนมัติ ส่วนเลขประจำตัวผู้ป่วย เขาจะให้กรอกนะคะ แล้วก็จะมีคำอธิบายด้วยว่าไอ้คำย่อหรือหัวตารางนี่ ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไรนะคะ อย่าง Old HN ก็คือเลขบัตรเดิม ต้องพิมพ์อย่างไร หรือไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหม ชื่อเล่นจำเป็นต้องพิมพ์ หรือนามสกุล เราจะกำหนดตัวนี้ด้วยคำอธิบายนะคะ ถ้าในส่วนของฐานข้อมูล เราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูล หรือ Data Dictionary ก็คือสิ่งที่เราต้องบอก อย่างสมมติ อย่างสมมุติคุณเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงานนะคะ เห็นคำย่อ ptmarre คืออะไร สมมติเรามาทำงานต่อจากเขา แล้วเราเขียนอธิบายมาว่าไอ้คำศัพท์คำนี้มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอกนะคะ นั่นคือสถานภาพสมรส สมมติขาไม่ได้บอกเราไว้ เราก็ต้องมา กว่าจะทำความเข้าใจได้ว่า เอ๊ะ ฐานข้อมูลอันนี้ เขาต้องการข้อมูลอะไรกันแน่ เพราะฉะนั้น การเขียนคำอธิบายก็ค่อนข้างจำเป็นเหมือนกันสำหรับการจัดการฐานข้อมูลนะคะ ส่วนด้านล่างจะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลนะคะ เช่น จำนวนเงินเดือน เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก บางคนเงินเดือนเยอะ บางคนเงินเดือนน้อย เราก็สามารถกรอกเข้าไปได้นี่ มากขนาดไหน เงินเดือน ยังไม่เห็นภาพ ถ้าสมมติว่ามันเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะ ๆ นะคะ เลข 6-7 หลักมันไม่พอแน่นอนนะคะ เราก็ต้องมากำหนดตรงนี้ด้วยว่า ข้อมูลที่ต้องใาขนาดไหน หรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลักเราก็จะมากำหนดตรง Properties ข้างล่างตรงนี้นะคะ การสร้างตาราง โดยใช้มุมมองการออกแบบนะคะ มันก็จะมีกำหนดไว้ว่าชื่อของ Field หรือของคอลัมน์ควรจะตั้งให้มีความหมาย แล้วก็ไม่ยาวเกินไปแล้วก็ห้ามใช่สัญลักษณ์พิเศษ พวกเครื่องหมายคำถาม เครื่องหมาย # อะไรพวกนี้นะคะ หรือ ... Underscore ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่รวมถึงประเภทของข้อมูลนะคะ ก็คือชนิดของข้อมูลที่จะเก็บในคอลัมน์หรือ Field นั้น ๆ เช่น รหัสสินค้า มันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลข แล้วก็ตัวอักษรผสมกันนะคะ ควรจะเป็นตัวเลขอย่างเดียว เราไม่พิมพ์ เราจะไม่พิมพ์ 500 แล้วก็ใส่ ก ไก่ อีก 2 ตัวแทนเลข 0 มันไม่ใช่นะคะ เพราะฉะนั้น 500 มันเป็นตัวเลขอย่างเดียว กับ ถ้าสมมติข้อมูลนั้น ๆ จะต้องนำไปคำนวณนะคะ ควรจะต้องเป็นข้อมูลชนิดอะไร เช่น อายุนะคะ คือ เอาสัญลักษณ์ น.ส. มันก็จะมีสัญลักษณ์ มีเครื่องหมาย มีอักขนะคะ ที่ผสมกัน รวมถึงตัวเลข ก็ตัวเลขนี่ ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน ข้อมูลที่เป็นตัวเลขอาจจะเป็นจำนวนเงิน การเก็บเงินก็มีให้เลือกหลายรูปแบบนะคะ ถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น Byte ข้อมูลที่เราเก็บได้ก็จะมีแค่ 0-255 เท่านั้น แล้วก้เป็นจำนวนเต็ม ใส่เป็นทศนิยมไม่ได้นะคะ ข้อมูลที่เป็น interger ก็จะเป็นค่าตัวเลขระหว่าง -30,000 กว่า ไปจนถึง 32,000 เป็นจำนวนเต็มบวกนะคะ เป็นเต็มบวกกับเต็มลบถ้าเป็น Long integer หลักหมื่น มันจะกลายเป็น 2,000 ล้าน อันนี้เหมาะกับการใส่งบประมาณที่เยอะมาก ๆ Microsoft Access เงินใด ๆ ก็ตามที่เป็นตัวเลขที่มากกว่าค่า Integer ธรรมดาขึ้นไปนะคะ Single นะคะ เป็นทั้งทศนิยมที่เป็นเต็มลบกับเต็มบวกนะคะ ต่อมา Double จะใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยม อย่างเช่นบางทีเราไปซื้อของ จุดทศนิยมให้เราด้วย แสดงว่าการเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขา เขาแสดงผลจนถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง ก็ว่ากันไป แต่ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงิน เราจะใช้ 2 ตำแหน่งนะคะ ต่อมาวันที่เวลา ก็จะเป็นการระบุข้อมูลที่มีรูปแบบเป็นวันที่ เป็น ค.ศ. หรือ พ.ศ. แล้วแต่เราจะระบุก็ได้นะคะ โดยที่มันอาจจะเป็นระบบเต็ม ก็คืิอจะมีวันที่แล้วก็เวลา แต่ส่วนมากเราจะใช้แบบวันเดือนปีเท่านั้นนะคะ กับ Yes/No Question นะคะ ใช่หรือไม่ มันจะเป็นคำตอบ สำหรับข้อมูลที่เป็นตรรกะ มี 2 ค่า ก็คือจริงกับเท็จ เช่น ตอนนี้คุณเป็นนักศึกษา เขาก็จะถามว่าจริงหรือเท็จ ถ้ายังเป็นนักศึกษาอยู่ก็ตอบว่า Yes ก็คือใช้ ถ้าเรียนจบแล้วก็อาจจะบอกว่า No นะคะ กับ OLE Object นะคะ ก็จะเป็นข้อมูลที่จะเอาไว้ในการแนบรูปภาพนะคะ ฐานข้อมูลบางอย่าง เขาให้เราแนบรูปภาพด้วย เช่น บางทีเราสมัคร อาจจะเป็นสมาชิก หรือสมัครเรียนหนังสือ หรือสมัครสอบ เขาก็จะให้เราแนบรูปภาพ แนบใบเสร็จ ถ้าเป็นระบบขายของ ก็แบบใบเสร็จโอนเงิน ก็แนบรูปภาพมาด้วยนะคะ ส่วนที่ 3 จะเป็นส่วนของการกำหนดค่า เหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้ ในภาพนะคะ ก็จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลที่จะเก็บ เรากำหนดได้เลยนะคะ แล้วก็รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไร การป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหน เราสามารถกำหนดได้นะคะ กำหนดคำอธิบายข้อมูล เช่น ก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลลงไปนี่ ในระบบบางอัน ถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้ เขาก็จะมีคำอธิบายว่า ในช่องนี้ให้กรอกข้อมูลแบบไหน ถ้าเราบอกว่าให้กรอกรหัสบัตรประชาชน พอเอาเมาส์ไปชี้ปึ๊บ ให้กรอกเลขจำนวน 13 หลัก เป็นต้นนะคะ กับอาจจะมีการกำหนดค่าเริ่มต้น เช่น เขาถามวันเกิด ส่วนมากวันเกิด ค่าเริ่มต้นของเขา คือ วันที่ 1 มกราคม อะไรก็ว่าไปนะคะ ก็จะเป็นค่าเริ่มต้น ถ้าคุณไม่ได้เกิดวันนั้น คุณก็ไปเปลี่ยนค่าอื่น หรืออาจจะเป็นเงินบริจาคนะคะ ค่าเริ่มต้นอาจจะเป็น 10 บาท คุณอาจจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้นะคะ กับการกำหนดเงื่อนไขของค่านะคะ เช่น เงินเดือนจะต้องเป็นบวกเสมอ จะบอกว่า เขาถามเงินเดือนเท่าไร คุณจะบอกว่า -5000 คือ ทำงาน แล้วเป็นหนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่ใช่นะคะ ก็ต้อง ค่าบางค่าจะต้องเป็นบวกเสมอ เช่น อายุ จะต้องเป็นจำนวนเต็มบวก เต็มลบไม่ได้นะคะ กับการกำหนดข้อความที่แสดง หากใส่ข้อมูลไม่ตรงตามเงื่อนไข เช่น ใส่อายุเป็น -20 มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่า ให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้น นะคะ ก็จะเป็นแบบนี้ เราสามารถกำหนดได้ รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก จะเว้นว่างไม่ได้ เช่น เลขบัตรประชาชน คุณจะบอกว่าคุณไม่มีเลขบัตรประชาชน เป็นไปไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้น ต้องกรอกทุกครั้ง หรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใด ๆ ก็ตามไอ้เลขบัตรประชาชนนี่ เป็นข้อมูลที่จำเป็นจะต้องกรอกเสมอนะคะ จะปล่อยว่างไม่ได้ การกำหนดค่าคีย์หลักนะคะ ก็ทำได้ง่ายมาก ถ้าในโปรแกรม ก็คือคุณจะเลือกค่าไหนให้เป็นคีย์หลัก คลิกที่คอลัมน์นั้น ๆ หรือ Field นั้น ๆ แล้วกดตรงไอ้ตัวรูปกุญแจ ตัวกุญแจจะหมายถึงคีย์หลัก หรือว่า Primary Key นี่ล่ะ ให้เลือก แล้วก็กด มันก็จะเป็นการแจ้งในระบบเลยว่า ไอ้ค่านี้ คือ ค่าคีย์หลักของตารางนี้นะคะ กับความสัมพันธ์ มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป โดยที่เราจะมีการพิจารณาเรื่องคีย์นอกของแต่ละตาราง ทีมันจะอ้างถึง มีคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งนะคะ ก็อันนี้ก็ เดี๋ยวเราจะลองทำในตัวโปรแกรมนะคะ ในตัวโปรแกรมนี่ มันก็จะง่ายมากค่ะ มันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลย ตามลูกศรสีแดงชี้นะคะ เป็นโปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ ว่าเราจะสร้างคีย์หลักอย่างไร อันไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะ ก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ เราต้องรู้แล้วว่าตารางที่เราสร้างนี่ มันสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะว่าเราเคยวาด ER Diagram กันมาแล้ว ก็คือเหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำ ร้านหนังสือ ว่าผู้แต่งหนังสือกับหนังสือเขาควรจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ อย่างเช่นตัวอย่าง ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้แล้ว มันจะเป็นแบบนี้ค่ะ มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง ให้ดูเลยว่า ตารางนี้ กับตารางนี้ เขามีความสัมพันธ์กัน อย่างตารางนี้ค่ะ 2 ตารางนี้ มีความสัมพันธ์แบบ 1 กับ มากกว่า 1 อย่างที่อาจารย์เคยบอกว่า ในแต่ละโปรแกรม หรือในแต่ละหนังสือ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย เขาอาจจะไม่ได้ใช้ตัว M เหมือนที่อาจารย์สอน แต่มันเป็นความหมายเดียวกัน คือ 1 to Many ก็คือ 1 มีความสัมพันธ์มากกว่า 1 คืออะไร นะคะ เพราะฉะนั้น เราอ่านหนังสือบางเล่ม ก็อาจจะเขียนแบบนี้นะคะ ให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกัน แต่แค่มันต่างกันที่สัญลักษณ์เฉย ๆ แต่ถ้าความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 1 ต่อ 1 บางรูปแบบมันจะไม่เขียนกำหนดไว้เลย เพราะให้รู้ด้วยตัวเอง ว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ 1 to 1 1 to Many นะคะ ข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล เราต้องรู้ว่า เราจะสร้างฐานข้อมูลเพื่อมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไร นะคะ เหมือนในตัวอย่าง ก็คือร้านเช่าหนังสือ หรือร้านขายหนังสือ ในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้างนะคะ มันอาจจะไม่มีแค่ 3 ตาราง ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง มันมากกว่านั้น คุณจะเช่าหรือคุณจะขาย หรือคุณจะมีระบบสมาชิกไหมนะคะ รวมถึงรายละเอียดในตาราง ข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง เครื่องไหน ไฟตกเหรอ ต่อไป ก็ต้องดูว่า ในตาราง อะไรคือคีย์หลัก ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั่นเอง อันนี้เราจะได้นะ ความสัมพันธ์ของตารางข้อมูล เป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ มีค่าที่ต้องมาประมวลผล หรือมีการคำนวณไหมนะคะ เช่น อายุสมาชิก หรือวันเข้าทำงาน ทำงานมาแล้วกี่ปี เพื่อพิจารณาเงินเดือน อะไรก็ว่าไปนะคะ การจัด การแสดงผลของทางหน้าจอ เป็นอย่างไร สามารถนะคะ ข้อมูลเบื้องต้นที่จะใส่ ใส่แล้วเป็นอย่างไร เอาไปใช้กับระบบงานอะไร เอาไปผนวกกับ แล้วมันมีปัญหาไหมนะคะ อันนี้คือข้อพิจารณา ในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมา สักระบบหนึ่ง ขนาดระบบเล็ก ๆ ก็ต้องพิจารณาแบบนี้เหมือนกันนะคะ กับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรมเราต้องมารู้จักกับตัวคำสั่งที่เราจะสั่งให้ฐานข้อมูลมันทำงานก่อนนะคะ ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล อย่างที่บอกค่ะ เป็นภาษา SQL นะคะ Structured Query Language ตัวนี้นะคะ การเรียนภาษา SQL นะคะ มันก็จะเป็นเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน สำหรับสร้างโครงสร้างของฐานข้อมูล คำสั่งในการเรียกดูข้อมูล คำสั่งสำหรับการปรับปรุงข้อมูล เพิ่ม ลบ แก้ไข อันนี้เราต้องทราบนะคะ ซึ่งภาษา SQL นี่ เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้ความนิยมมากที่สุดนะคะ เป็นชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล แล้วก็ข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ กลุ่มคำสั่งของภาษา SQL จะมีอยู่ 3 กลุ่มคำสั่ง คำสั่งแรก ก็เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับกำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วย กำหนดโครงสร้างของตาราง กลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มคำสั่งสำหรับ เพิ่ม ลบ เปลี่ยยนแปลงข้อมูล ก็คือการปรับปรุงข้อมูลนั่นเอง ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มที่แล้วก็กำหนดโครงสร้างให้กับตารางนะคะ อันนี้เป็นภาษาที่ไม่ได้แค่สำหรับนิยามข้อมูลเป็นการสร้างด้วยนะคะ อย่างในสไลด์อาจารย์วันนี้นี่ ถ้าเราเห็นทรงกระบอกแบบนี้นี่ ถ้าในหนังสือหรือว่าในทางเชิงสากลนี่ เขาจะรับรู้ได้เลยว่า ถ้าเราใส่รูปทรงแบบนี้ ทางคอมพิวเตอร์นี่ เขาจะรู้เลยว่าเป็นฐานข้อมูล