การได้ยินไหมคะกินค่ะโอเคค่ะอาทิตย์นี้นะคะจะเป็นการแนะนำตัวโปรแกรมที่เราจะใช้เขียนระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ ก็จะเป็นโปรแกรม เอาอย่างง่ายก่อนละกันนะคะ เพราะว่าไอ้ตัวภาษา SQL นี่ มันก็จะมีโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกันได้หลายโปรแกรมมากนะคะ อาจจะเป็น MySQL หรือเป็น Oracle แต่มันก็จะใช้ภาษาเดียวกันคือภาษา SQL ซึ่งโปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมเขาจะมีอยู่แล้วนะคะ ก็คือโปรแกรม Microsoft Access นะคะ มันก็จะมีความสามารถที่จะพิมพ์คำสั่งภาษา SQL ลงไปได้ด้วย แล้วก็ในส่วนของตัวโปรแกรมนี้นี่ หน้าตาการทำงานมันจะคล้าย ๆ กับโปรแกรม Excel ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้วเก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นตารางเหมือนกัน เราก็จะได้ทำความเข้าใจกับมันง่ายขึ้นนะคะ โดยตัว Microsoft Access นี่นะคะ ในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นสีส้ม ๆ นะ มันจะเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์นะคะ อย่างที่เราเคยได้วาดรูปไปแล้ว ว่าแต่ละตารางมันควรจะสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ โดยที่โปรแกรมนี้นี่ มันก็จะมีความสามารถทั้งการจัดการฐานข้อมูล แล้วก็สร้างโปรแกรมได้ในตัวเดียวกันก็คือเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบสำหรับการทำงานฐานข้อมูลเบื้องต้นนะคะ มันเลยเหมาะกับที่จะให้นักศึกษานี่เรียนรู้แล้วก็พัฒนาโปรแกรมไว้ใช้งานนะคะ รวมถึงคนที่อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนักนี่ เขาก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันนะคะ เพราะว่ามันก็วิธีการใช้งานก็ค่อนข้างสะดวก แล้วก็โปรแกรมก็ใช้งานง่าย คำสั่งไม่เยอะซับซ้อนวุ่นวายมากนะคะ หน้าตาตอนสร้างฐานข้อมูลก็จะเริ่มต้นประมาณนี้นะคะ แต่เดี๋ยวเราค่อยไปดูในตัวโปรแกรมกันมันจะมีส่วนของการทำงานหลัก ๆ อยู่ด้านบนนะคะ แล้วจะเรียกเป็น Ribbon ด้านบนนะคะ ในรูปนี่จะเป็น 10 เกี่ยวกับกันกำหนดโครงสร้างของตารางนะคะ แล้วก็การกำหนดหน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูลหรือแสดงข้อมูลแล้วก็สามารถทำได้ การสร้างรายงานนะคะ เช่น สมมุติมีรายชื่ออยู่ 1 รายชื่อ เราอยากให้มันออกเป็นรายงานเฉพาะชื่อที่เป็นผู้หญิง เราก็สามารถสร้างรายงานออกมาได้เหมือนกัน รวมถึงการสืบค้นการเรียกดูข้อมูลอื่นตามเงื่อนไขแล้วก็สามารถทำได้ส่วนของการสืบค้นเรียกดูข้อมูลนี่ เราจะใช้คำสั่ง SQL เราจะพิมพ์ด้วยตัวเอง เราจะไม่ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่าง เราจะได้รู้เลยว่าเวลาที่เราใช้ภาษา SQL นี่มันทำงานอย่างไรนะคะ โดยตารางที่อยู่ในโปรแกรม Access นะคะ รูปแบบของตารางนี่ ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ถ้าเราต้องการจะบันทึก หรือเก็บข้อมูลนี่ เราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้เหมือนอาทิตย์ก่อน ๆ ที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมดูนี่ บางคนจะยังพิมพ์อะไรลงไปไม่ได้เลย เพราะว่าเรายังไม่มีตารางนะคะ มันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้เริ่มสร้างตารางเลยนะคะ การสร้างตารางในที่นี้นี่ มันก็คือการตั้งชื่อ แล้วก็กำหนดโครงสร้างของตารางด้วย ก็คือเราก็จะมีค่าใน Excel มันจะเป็นคอลัมน์ คอลัมน์ ใช่ไหมคะ Access ก็เหมือนกันเราก็ต้องดูว่าหัว Column แต่ละคอลัมน์ ก็คือ Filed นี่แหละนะคะ มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง แล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในนะนี่มีอะไรนะคะ เช่น เป็นตัวหนังสือเท่านั้น หรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือหรือรับเฉพาะค่าตัวเลข ค่าตัวเลขต้องไม่เกิน 10 ตัว อะไรก็ว่าไป รวมถึงต้องกำหนดคีย์หลักนะคะ การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม Access มันก็ง่าย ๆ กดปุ่มเดียวก็เสร็จเลย แล้วก็ต้องกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไปว่ามันจะเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะ ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูลอันนี้เราทบทวนอีกรอบนะคะ ที่โชว์อยู่ในหน้าจอตอนนี้ ก็คือเราเรียกว่า "ตาราง" นะ มีแถว มีคอลัมน์นะคะ แนวตั้งเรียกว่า "คอลัมน์" ถ้าศัพท์ในระบบจัดการฐานข้อมูล Field อย่างในตารางนี้ จะมีอยู่ 4 Field ก็คือ 4 คอลัมน์ มี 3 Rก็คือ 3 แถวข้อมูลอันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลผู้ป่วย นะคะ ไอ้ตัว HN เนี่ยมันย่อมาจากรหัสป่วยนะคะ Cotton Number แล้วก็จะมีชื่อมีนามสกุลจริงที่อยู่อันนี้เป็นตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่ายนะคะ ตัวอย่างง่าย ส่วนในโปรแกรม เราจะสร้างตารางนะคะ โดยที่การ... เราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้นะคะ เราจะมากดกดตรงที่ส่วนของการดีไซน์ ก็คือการออกแบบมันก็ถามว่า อย่างในส่วนตรงนี้ อันนี้มันเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ชื่อคอลัมน์อะไรนะคะ เก็บข้อมูลชนิดอะไร บางทีตัว ID นี่ ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็น Auto มันจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามาแต่เราสามารถระบุเองก็ได้ค่ะ บางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข 1 2 3 4 5 ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ บางทีก็มันอาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบนะคะ มันจะต้องมีตัวหนังสือที่มันมีมาผสมกับตัวเลข อย่างรหัสนักศึกษาเรานี่ เข้ามาใหม่แล้วจรัญ 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้ มันจะต้องกำหนดเฉพาะเลขขึ้นต้นด้วยปีการศึกษา ตามมาด้วยรหัสคณะ ตามมาด้วยรหัสหลักสูตร แล้วค่อยเป็นถึงเลขที่ของเรา ว่าเลขที่อะไรตัวอย่าง ถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริง ๆ นี่ มันจะไม่มีข้อมูลแค่นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็น อย่างนั้นซ้ายนะคะ ก็จะเป็นตัวอย่างของตารางทั้งหมดที่มันเอามาเชื่อมโยงกัน มีไม่ต่ำกว่า 20 ตารางนะคะ ถ้ามันเป็นระบบงานใหญ่ ๆ รวมถึงการกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี่ อย่างเช่น ID เขากำหนดให้เป็นตัวเลขให้มันเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อนุมัติส่วนเลขประจำตัวผู้ป่วย เขาจะให้กรอกนะคะ แล้วก็จะมีคำอธิบายด้วยว่าคำย่อหรือหัวตารางนี่ ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไรนะคะ OHN คือเลขบัตรเดิม ต้องพิมพ์vpหนูไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหมชื่อแรกจำเป็นต้องพิมพ์นามสกุล เราจะกำหนดตรงนี้ด้วยคำอธิบายนะคะ ถ้าในส่วนของฐานข้อมูล เราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูล หรือ Data Dictionary ก็คือสิ่งที่เราต้องบอก อย่างสมมุติว่าคุณอาจจะเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงานนะคะ เห็นคำย่อ PT Marry คืออะไร มาทำงานต่อจากเขา แล้วเขาไม่เขียนอธิบายว่าคำศัพท์คำนี้มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอก นั่นคือสถานภาพสมรสสมมุติเขาไม่ได้บอกเราไว้ เราก็ต้องมากว่าจะทำความเข้าใจได้ว่า เอ๊ะ สรุปข้อมูลนี้เขาต้องการข้อมูลอะไรกันแน่ เพราะฉะนั้น การเขียนคำอธิบาย ก็ค่อนข้างจำเป็นเหมือนกันสำหรับการจัดการฐานข้อมูลนะคะ อ๋อ ส่วนด้านล่างจะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลนะคะ เช่น จำนวนเงินเดือน เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก บางคนเงินเดือนเยอะ บางคนเงินเดือนน้อย เราก็สามารถกำหนดได้ว่าตัวเลขที่สามารถกรอกเข้าไปได้นี่มากขนาดไหน เงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพ ถ้าสมมุติว่ามันเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศ ที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะ ๆ นะคะ เลข 6-7 หลัก มันไม่พอแน่นอน เราก็ต้องมากำหนดต้องดูด้วยว่าข้อมูลที่ใส่ได้ควรจะเป็นข้อมูลขนาดไหน หรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลัก เราก็จะมากำหนดตรง Property ตรงข้างล่างตรงนี้นะคะ การสร้างตารางโดยใช้มุมมองการออกแบบนะคะ มันก็จะมีการกำหนดว่าชื่อของ Field หรือชื่อแต่ละคอลัมน์ ควรตั้งชื่ออะไร ควรจะตั้งให้มีความหมาย แล้วก็ไม่ยาวจนเกินไป แล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษ พวกเครื่องหมายคำถาม เครื่องหมาย # นะคะ หรือ... _ ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่ รวมถึงประเทศของข้อมูลนะคะ ก็คือชนิดของข้อมูลที่จัดเก็บในคอลัมน์หรือ Filed นั้น ๆ เช่น รหัสสินค้ามันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกัน ส่วนราคานะคะ มันจะเป็นตัวเลขอย่างเดียว เราไม่พิมพ์ เราจะไม่พิมพ์ 500 แล้วก็ใส่ ก ไก่ อีก 2 ตัว แทนได้ 0 มันไม่ใช่ 500 ก็คือเป็นตัวเลขอย่างเดียว ถ้าสมมุติข้อมูลนั้น ๆ จะต้องนำไปคำนวณ ควรจะเป็นข้อมูลชนิดอะไร เช่น อายุคือ เอาวันเดือนปีเกิดไปคำนวณ มันจะต้องเป็นตัวเลข หรือวันที่ หรืออย่างไรนะคะ เราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วย อย่างเช่น วันเข้าทำงาน วันแรกจนถึงปัจจุบันเขาทำงานมาแล้วกี่ปี ก็จะใช้วันที่ในการคำนวณนะคะ เราก็ต้องพิจารณาตัวนี้ด้วย ถ้าสมมุติว่ากูได้ไปทำฐานข้อมูลด้วยตัวเอง ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่า Text นะคะ ก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ตัวเลข ตัวเลขทำไมถึงบอกว่าเป็น Textถ้าตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณ เช่น รหัสนักศึกษาพวกคุณเราจะไม่เอามาบวกกัน มันมีผลในการคำนวณนะคะ มันเป็นตัวเลขบอกรหัสเฉย ๆ สัญลักษณ์เครื่องหมาย ก็บางคนอาจจะจำเป็นที่ต้องใส่สัญลักษณ์ อย่างคำนำหน้าชื่อ บางคนก็ทีมนางสาว บางคนพิมพ์ น. ส. มันก็จะมีสัญลักษณ์มีเครื่องหมาย มีตัวอักขระนะคะ ที่ผสมกันลบตัวเลขก็ตัวเลขนี่ ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน เป็นข้อมูลที่เป็นตัวเลขจะเป็นจำนวนเงินการเก็บเงินก็มีให้เลือกหลายรูปแบบนะคะ ถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น Byte ข้อมูลที่เราเก็บได้จะมีแค่ 0-255 เท่านั้น แล้วก็เป็นจำนวนเต็ม ใส่เป็นทศนิยมไม่ได้นะคะ ข้อมูลที่เป็น Integer ก็จะเป็นค่าตัวเลขระหว่าง - 3หมื่นกว่า ก็จะถึง 30,000 จำนวนเต็มบวก เป็นเต็มบวกเต็มลบไม่มีจุดทศนิยม ถ้าเป็น Long Integer เมื่อกี้จากหลักหมื่น มันจะกลายเป็นประมาณ 2,000 ล้านเหมาะกับการใส่งบประมาณที่เยอะมาก ๆ หรือข้อมูลเงินใด ๆ ก็ตามที่เป็นตัวเลขที่มากกว่าค่า Integer ธรรมดาขึ้นไปนะคะ Single จะเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมนะคะ จะมีค่าไปจนถึงติดลบนะคะ เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งทศนิยมที่เป็นเต็มลบ กับเต็มบวกนะคะ Double ใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยม อย่างเช่น บางทีเราไปซื้อของ เราจะถึงบ้านข้างบนเป็นจุดทศนิยมให้เราด้วย แสดงว่าการเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขา เขาแสดงผลจนถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่งก็ว่ากันไป ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่ 2 ตำแหน่งนะคะ ต่อมา วันที่ เวลา ก็จะเป็นการระบุข้อมูลที่มีรูปแบบที่เป็นวันที่ ค.ศ.หรือ พ.ศ. ก็แล้วแต่เราจะระบุก็ได้ โดยที่มันจะอาจจะเป็นระบบเต็มก็คือจะมีทั้งวันที่แล้ว ก็เวลาแต่ส่วนมากเราจะใช้แบบวัน เดือน ปี แค่นั้นนะคะ กับ Yes/No Questions นะคะ ใช่หรือไม่ มันจะเป็นคำถามคำตอบสำหรับข้อมูลที่เป็นตรรกะที่มีอยู่ 2 ค่า ก็คือจริงกับเท็จ เช่น ตอนนี้คุณเป็นนักศึกษา เขาจะถามว่าจริงหรือเท็จ ถ้าเป็นยังเป็นนักศึกษาอยู่ก็ตอบว่า Yes ถ้าเรียนจบแล้วกะจะบอกว่า No นะคะ กับ OLE Object นะคะ เพื่อเป็นข้อมูลที่เอาไว้ในการแนบรูปภาพนะคะ ฐานข้อมูลบางอย่างเขาให้เอาแนบรูปภาพด้วย เช่น บางทีเราสมัครจะเป็นสมาชิกหรือสมัครเรียนหนังสือ หรือสมัครสอบ เขาก็จะให้แนบรูปภาพ แนบใบเสร็จ ถ้าเป็นระบบขายของได้แบบแนบใบเสร็จโอนเงินเป็นรูปภาพมาด้วยนะคะ ส่วนที่ 3 จะเป็นส่วนของการกำหนดค่าเหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้ในภาพนะคะ ก็จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลที่จะเก็บ เรากำหนดได้เลยนะคะ แล้วก็รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไร การป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหน เราสามารถกำหนดได้ กำหนดคำอธิบายข้อมูลเช่นก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลไปนี่ระบบบางอันถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้ เขาก็จะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้ให้กรอกข้อมูลแบบไหน ถ้าเราบอกว่าให้กรอกรหัสบัตรประชาชน พอเอาเมาส์ไปชี้ปุ๊บ เขาบอกว่าให้กรอกเลขจำนวน 13 หลัก เป็นต้นนะคะ กับมาจะมีการกำหนดค่าเริ่มต้น เช่น เขาถามวันเกิด ส่วนมากวันเกิดค่าเริ่มต้นของเขาคือจะเป็นวันที่ 1 มกราคม ปี 2000 อะไรก็ว่าไปนะคะ ก็จะเป็นค่าเริ่มต้น ถ้าคุณไม่ได้เกิดวันนั้น คุณก็เปลี่ยนค่าอื่นหรืออาจจะเป็นเงินบริจาคนะคะ ถ้าเริ่มต้นจากเป็น 10 บาท คุณจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้นะคะ กับการกำหนดเงื่อนไขของค่านะคะ เช่น เงินเดือนจะต้องเป็นบวกเสมอ บอกว่าเขาถามเงินเดือนเท่าไร คุณจะบอกว่าติดลบ 5,000 คือยังไม่ได้ทำงานแล้วเป็นหนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่ใช่นะคะ ก็ต้องค่าจะต้องเป็นบวกเสมอเช่นอายุต้องเป็นจำนวนเต็มบวก เต็มลบไม่ได้นะคะ กับตั้งตรวจข้อความที่แสดงหากใส่ข้อมูลไม่ตรงตามเงื่อนไขเช่น ใส่อายุเป็น -20 มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่าให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้นนะคะ ก็จะเป็นแบบนี้ เราสามารถกำหนดได้ รวมถึงข้อมูลที่ไม่ต้องตอบ จะเว้นว่างไม่ได้ เช่น เลขบัตรประชาชน คุณจะบอกว่าคุณไม่มีเลขบัตรประชาชน เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องกรอกทุกครั้ง หรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใด ๆ ก็ตาม ไอ้เลขบัตรประชาชนนี่ จะเป็นข้อมูลที่จำเป็นจะต้องออกเสมอนะคะ ปล่อยวางไม่ได้ การกำหนดค่าคีย์หลักนะคะ ก็ทำได้ง่ายมาก ถ้าในโปรแกรม ก็คือคุณจะเลือกค่าไหนให้เป็นคีย์หลัก คลิกที่คอลัมน์นั้น ๆ หรือ Field นั้น ๆ แล้วก็กดลูกกุญแจ กุญแจจะหมายถึงคีย์หลัก Primary Key นี่แหละนะคะ เลือกแล้วก็กด มันก็จะเป็นการแจ้งในระบบเลยว่าไอ้ค่านี้ คือค่าคีย์หลักของตารางนี้นะคะ กับความสัมพันธ์มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป โดยที่เราจะมีการพิจารณาเรื่องคีย์นอกของแต่ละตารางที่มันจะอ้างถึงคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งนะคะ ก็อันนี้ก็เดี๋ยวเราจะลองทำในโปรแกรม มันจะอ้างอิงกันอย่างไรนะคะ ในตัวโปรแกรมนี่ มันก็จะง่ายมากค่ะ มันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลย เป็นโปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ ว่าเราจะตั้งคีย์หลักอย่างไร อันไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะ ก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องดูแลว่าตารางที่เราสร้างมันสำคัญเป็นอย่างไร เพราะว่าเราเคยวาด ER Diagram มาแล้ว ก็คือเหมือนตัวอย่างที่ใช้ทำร้านหนังสือว่าผู้แต่งหนังสือกับหนังสือเขาควรจะมีความสัมพันธ์เป็นอย่างไร อย่างเช่นตัวอย่าง ถ้าเราสั่งของสัมพันธ์ได้แล้ว มันจะเป็นแบบนี้ค่ะ มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง ให้ดูเลยว่าตารางนี้กับตารางนี้ เขามีความสัมพันธ์กัน อย่างตารางนี้ค่ะ 2 ตารางนี้ มีความสำคัญแบบ 1 กับมากกว่า 1 อย่างที่ฉัเคยบอกว่าในแต่ละโปรแกรมหรือในแต่ละหนังสือสัญลักษณ์เครื่องหมาย เขาจะไม่ใช้ตัว M เหมือนที่อาจารย์สอน แต่มันเป็นความหมายเดียวกัน คือวัONE To Many ONE มีความสำคัญมากกว่าหนึ่งกับอะไรนะคะ เพราะฉะนั้น เราหนังสือบางเล่มก็จะเขียนแบบนี้นะคะ ให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกัน แต่แค่มันต่างกันที่สัญลักษณ์เฉย ๆ ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 นะคะ 1 ต่อ 1 บางรูปแบบมันจะไม่เขียนกำหนดไว้เลย เพราะให้รู้ด้วยตัวเองว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ นี่ ONE To ONE ONE To Many นะคะ ข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล เราต้องรู้ว่าเราจะสร้างฐานข้อมูลเพื่อมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไรนะคะ เหมือนในตัวอย่าง คือ ร้านเช่าหนังสือ ร้านขายหนังสือ ในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้าง มันอาจจะไม่มีแค่ 3 ตัวอย่าง 3 ตาราง เทียบตัวอย่างมันมากกว่านั้น คุณจะเช่าหรือคุณจะขายหรือคุณจะมีระบบสมาชิกไหมนะคะ รวมถึงรายละเอียดในตารางข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง เครื่องไหน มันจะพังไฟตกหรือ ต่อไปก็ต้องดูว่าในตารางอะไรคือคีย์หลัก ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั่นเอง สิ่งที่เราทำได้นะ ความสัมพันธ์ของตารางข้อมูลความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ มีค่าที่ต้องมาประมวลผล มีการคำนวณไหม เช่น อายุสมาชิก หรือวันเข้าทำงาน ทำงานมากี่ปี เพื่อพิจารณาเงินเดือนอะไรก็ว่าไป การจัดการแสดงผลออกทางหน้าจอเป็นอย่างไร สามารถพรินต์ออกมาเป็นรายงานได้ไหม ข้อมูลเบื้องต้นที่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไร เอาไปใช้กับระบบงานอะไร เอาไปผนวกกันแล้วมีปัญหาไหมนะคะ อันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาสักระบบหนึ่งค่ะ ระบบเล็ก ๆ ก็ต้องพิจารณาตามนี้เช่นเดียวกันนะคะ กับก่อนที่เราจะเรียนในโปรแกรม เราต้องมารู้จักคำสั่งที่เราจะสั่งให้ฐานข้อมูลมาทำงานก่อนนะคะ ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะ เป็นภาษา SQL นะคะ Structured Query Language ตัวนี้นะคะ การเรียนภาษาอังกฤษ SQL นะคะ มันก็เป็นเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานสำหรับสร้างโครงสร้างของฐานข้อมูล คำสั่งในการเรียกดูข้อมูล คำสั่งสำหรับการปรับปรุงข้อมูล เพิ่ม ลบ แก้ไข ช่อง 9นะคะ ซึ่งภาษา SQL นี่ เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนะคะ เป็นชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล แล้วก็ข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ กลุ่มคำสั่งของภาษา SQL จะมี 3 กลุ่มคำสั่งคำสั่งแรกก็คืิอคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้างฐานข้อมูล โครงสร้างฐานข้อมูลด้วยนะคะ โครงสร้างของตาราง กลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับ เพิ่ม ลบ เปลี่ยนแปลงข้อมูลขึ้น เป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเอง ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับสร้าง แล้วก็กำหนดโครงสร้างจากตาราง