เคหะงั้นเดี๋ยวเริ่มเลยนะคะ วันนี้จะเป็นบทที่ 8บทเหลืออีก 2 บทเราก็ได้ธรรมปฏิบัติวันนี้จะเป็นเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของฐานข้อมูลเนี่ยมันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลมันเป็นการเพิ่มลบแก้ไขเราจะเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเราจะทำการกู้คืนระบบอย่างไรหรือจะสำรองข้อมูลอย่างไร เพื่อป้องกันความเสียหายของข้อมูลนะคะ ตัวรายการการเปลี่ยนแปลงนี่ มันจะมีนิยามอยู่ 3 ยุค ยุคแรกก็คือไฟล์ที่เราเก็บรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงไว้นี่นะคะ จะเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลหลัก ซึ่งจะเป็นการเก็บเป็นแบบเรียงลำดับนะคะ หรือ Sequential File ที่มีการเรียงข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อมาจะเป็นยุคที่ 2 ตอนแรกก็เก็บข้อมูลเป็นเหมือนอาจจะเป็นคล้าย ๆ ไฟล์กระดาษ พอยุคที่ 2 นี่เราจะเริ่มใช้เป็นพวก Disk หรือ Harddisk เนี่ยเก็บข้อมูลซึ่งการเก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสนี่ มันจะไม่เป็นการเก็บข้อมูลแบบเรียงลำดับแล้ว ซึ่งรายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี่ จะหมายถึงทุก ๆ กิจกรรมที่ทำอยู่บนไฟล์ข้อมูลของเรา เช่น อาจจะตอนเช้า 10:00 น มีการเพิ่มข้อมูลนะคะ 10:30 น อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นนะคะ อันนี้จะเริ่มเป็นยุคที่ 2 พอยุคที่ 3 นะคะ ซึ่งเป็นยุคปัจจุบันนี้ล่ะ การเก็บข้อมูลนะคะ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระบบจัดการฐานข้อมูลนี่ จะอยู่ในรูปแบบของกลุ่มคำสั่ง โดยใช้ภาษาที่ใช้จัดการฐานข้อมูลระดับตรรกะนะคะ ที่อาจจะมีการยอมให้ละเมิดกฎความคงสภาพของข้อมูลบางกฎได้ หรือกฎที่ที่ทำความถูกต้องของฐานข้อมูล แต่จะต้องเป็นเกี่ยวข้องกับกฎของการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เราจะต้องใส่ข้อบังคับไว้ว่าข้อมูลเหล่านี้ ถ้าสมมติว่าคุณใส่ข้อมูลผิดพลาดจะเป็นอย่างไร ข้อมูลถูกต้องระบบจะแจ้งเตือนอย่างไรซึ่งกฎต่าง ๆ พรุ่งนี้นี่ ที่อยู่ในฐานข้อมูลถูกบังคับใช้โดยระบบจัดการฐานข้อมูล อันนี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในยุคปัจจุบัน เราจะใช้กลุ่มของคำสั่งภาษาที่จัดการฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งในวิชานี้เราจะเรียนเกี่ยวกับภาษา SQL เบื้องต้นนะคะ โดยเริ่มแรกนะคะ รายการการเปลี่ยนแปลงนี่ มันอาจจะเกิดขึ้นกับระบบที่ใช้งานคนเดียวนะคะ หรือเป็นระบบที่ใช้งานร่วมกันหลายคน หรืออาจจะเป็นการทำงานที่พร้อม ๆ กันไปนะคะ ซึ่งการทำงานพร้อมกันนี่ ก็จะมีอยู่ 2 แบบ ก็คืออาจจะเป็นการทำงานที่มีรายการระดับที่ 1 รายการลำดับที่ 2 สลับกันทำงาน ในเวลาเดียวกัน สลับกัน กับอย่างที่ 2 ก็คือจะเป็นการทำงานพร้อม ๆ กัน อาจจะมีทั้ง 2 งาน 3 งาน 4 งานว่าไป เป็นงานที่มากกว่า 1 สมมติว่ามีเป็นร้อยงานทุกอย่างจะประมวลผลพร้อม ๆ กัน อันนี้คือการทำงานของรายการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในฐานข้อมูล อย่างเช่นว่าระบบอาจจะเป็นระบบใบเรียกชื่อนักศึกษานะคะ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมี 300 คน สามารถเข้าใช้ระบบนี้ได้พร้อมกัน อาจจะมีการประมวลผลรายชื่อนักศึกษาได้พร้อมกัน ๆ 300 คนก็ได้นะคะ อันนี้ก็คือการประมวลผลมากกว่า 1 คนนะคะ ในเวลาเดียวกันนี่ อาจจะมีสัก 10 คนดูข้อมูลนักศึกษาชุดเดียวกันก็ได้ แต่ถามว่ามันจะทำงานได้ไหม ว่าต้องทำงานได้ ซึ่งการทำงาน 1 คนเดียวกันทำงานหลายคน มันจะมีแนวทางหรือข้อกำหนดประเภทของฐานข้อมูลอีกแบบหนึ่งนะคะ โดยที่จะกำหนดจำนวนของผู้ใช้งานที่สามารถเข้าใช้งานพร้อม ๆ กันได้ อย่างที่ว่าบางระบบในระบบจัดการฐานข้อมูลเขาจะกำหนดไว้ว่าในเวลานั้น จะต้องมีผู้ใช้งานแค่คนเดียวที่ทำงานอยู่ หรือถ้าเป็นระบบจัดการฐานข้อมูลโดยทั่วไปในโลกของความเป็นจริง ส่วนมากเขาจะให้ผู้ใช้งานนี่ สามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกันหลาย ๆ คนในเวลาเดียวกัน แต่จะมีการกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เท่ากัน เข้าใช้งานพร้อมกันก็จริงค่ะ แต่บางคนอาจจะแค่ดูข้อมูลบางคนอาจจะมาลบข้อมูลบางส่วน คนอาจจะมาแก้ไขบางส่วนมาเพิ่มข้อมูลเข้าไปได้หลาย ๆ คนน่ะจะทำงานพร้อม ๆ กันสิทธิ์ในการแก้ไขหรือการเพิ่มเติมใด ๆ ก็ตามนี่ จะไม่เท่ากันนะคะ โดยรายการเปลี่ยนแปลงนี่มันจะเป็นเกี่ยวกับการประมวลผลของโปรแกรม ที่ทำงานในเชิงตรรกะ ก็คือเป็น... อาจจะคิดว่าข้อมูลนี้จริงหรือเท็จ ข้อมูลนี้ถูกหรือผิดนะคะ โดยรายการเปลี่ยนแปลงนี่ จะประกอบไปด้วยการปฏิบัติที่ทั้งหน่วยประมวลผล ทั้งฐานข้อมูล อาจจะมีกระบวนการทำงานใด ๆ กระบวนการเกิดขึ้นพร้อมกันนะคะ ซึ่งการทำงานของฐานข้อมูลนี่ จะเป็นการกระทำผ่านโปรแกรมประยุกต์นะคะ ที่เดี๋ยวอีก 2 สัปดาห์เราจะได้เรียน โดยใช้ภาษาระดับสูงนะคะ ภาษา SQL ที่เราจะเรียน เราถือว่าเป็นภาษาระดับสูง เพราะเป็นภาษาที่มนุษย์อ่านแล้วเข้าใจใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากที่สุด แต่นักศึกษาต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าเราจะต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะฉะนั้นคุณพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาไทยนี่ ระบบจะไม่ประมวลผลเลย สำหรับ SQL เบื้องต้น โดยรายการเปลี่ยนแปลงทุกรายการจะต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดนะคะ เหมือนคุณไปกดเงินอยู่หน้ามหาวิทยาลัยจุดเริ่มต้นคืออะไร คือการใส่บัตร ATM เข้าไปตอนนี้ไม่มีใครกดเงินโดยใช้บัตร ATM แล้วจุดเริ่มต้น คือ เข้า Application กดถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ทุกอย่างจะเป็นขั้นตอน ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ ถึงจุดสิ้นสุด คือ คุณได้รับเงินออกจากเครื่อง ATM นะคะ ซึ่งทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ ว่าคุณเริ่มกดรหัสเมื่อเวลาเท่าไรนะคะ คุณยืนยันยอดเงินกี่โมง เงินออกจากตู้กี่โมง ทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ ถ้าหากว่าในการจัดการฐานข้อมูลนี่ มันจะมีรายการเปลี่ยนแปลงนะคะ ที่อาจจะ User ผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือนะคะ มีไว้อ่านเฉย ๆ นะคะ ถ้าศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า Read-Only นะคะ เอามาดูอย่างเดียว อย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับฐานข้อมูล เช่น คุณแค่อยากดูยอดเงินปัจจุบัน ว่ามีเงินเท่าไร เราแค่ดู ถามว่าคุณจะถอนเงินไหม ไม่ แค่อยากรู้ว่าตอนนี้ฉันมีเงินกี่บาท เราจะเรียกว่ารายการนั้น คือ หรือกระบวนการนั้น ว่าเป็นการอ่านอย่างเดียว ไม่มีการแก้ไขนะคะ โดยกระบวนการทำงาน ของฐานข้อมูลนะคะ อย่างเริ่มต้น ก็คือมันจะเรียกข้อมูลขึ้นมาดูก่อนนะคะ เรียกข้อมูลว่า สมมติว่าอยากดูว่าวันนี้เราจะถอนเงิน แต่เราจำไม่ได้ว่าเรามีเงินกี่บาท เราจะต้องทำการเรียกข้อมูลขึ้นมาดูก่อนว่าเงินในบัญชีมีเท่าไรนะคะ หน้าจอมันก็แสดงผลว่าเรามีเงินเท่าไร หลังจากนั้นจะเป็นการเขียน หรือการแก้ไขหรือการลบนะคะ ซึ่งขั้นตอนที่ 3 นี่ จะอยู่ที่ว่าเราจะโอนเงิน หรือเราจะถอนเงินนะคะ หรือเราจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้นะคะ แต่ทุกอย่างจะต้องมีจุดเริ่มต้นนะคะ ตัวอย่างตัวนี้ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงนะคะ อย่างสมมติให้ T นี่ ตัว T นะคะ เป็นรายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเขาต้องการจะโอนเงินจากบัญชีของ A จำนวน 5,000 บาท ปยังบัญชี B นะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร สิ่งที่เกิดขึ้นคือตอนแรกเราจะต้องดูข้อมูลก่อนว่าในบัญชี A ที่เขาบอกว่าเขาจะโอนเงินไปนี่ บัญชี A โอน 5,000 ขั้นตอนแรกคือดูก่อนสิ ว่าบัญชี A มีเงินถึง 5,000 ไหม มีเกินหรือเปล่า เช็กยอดเงินเสร็จปุ๊บ เราก็จะมาหักบัญชี เช่น สมมติเขามี 5,000 บาท 100 บาทงั้นแสดงว่ามีจะยอดเงินพอที่จะโอนไปให้จะทำการลบเงินออก 5,000 ลบไปแล้ว 5,000 ใช่ไหมคะ เพราะว่าเราจะโอน อันสุดท้ายแล้วบัญชีเอจะต้องเหลือเงิน 100 บาทใช่ไหม เวลาเราโอนเงินแล้วถอนเงินเขาจะบอกยอดเงินปัจจุบันของเราด้วย อันนี้เป็นเรื่องปกติใช่ไหมคะ หลังจากนั้นเราก็จะมาดูว่า เอ๊ะ เขาจะโอนไปที่บัญชี B ใช่ไหมคะ เราว่ายอดเงินบัญชี B ขึ้นมาดูซิว่ามีเท่าไหร่บัญชี Bจะมีอยู่ 1000 บัญชี B มี 1,000 พอโอนมาอีก 5,000 เราก็ต้องอัพเดทหรือการปรับปรุงข้อมูลบัญชีบี 1000 ก็จะเพิ่มเป็น 6,000 บาทอันนี้คือรายการเปลี่ยนแปลงของการโอนบัญชี แต่ทุกลำดับขั้นตอนจะต้องมีวันที่เวลากำหนดไว้ทุกการเปลี่ยนแปลงเป็นวินาทีเลยด้วยซ้ำนะคะ พอมันมีการเปลี่ยนแปลงแล้วนี่ เราใช้งานไปเรื่อย ๆ ระบบมันอาจจะมีปัญหา มันจะต้องมีการสำรองข้อมูลนะคะ พอเราสำรองข้อมูลไว้ ทำไมเราต้องสำรองข้อมูลนะคะ ถ้ามีข้อมูลสำรองไว้ถ้าระบบมีปัญหาเราสามารถกู้ข้อมูลกลับคืนมาได้ ทำไมเราถึงจำเป็นต้องกู้คืนข้อมูล เกิดเมื่อกี้นี้ เป็นคุณกำลังโอนเงินแล้วไฟดับ คุณโอนไปแล้ว 5,000 บาท แต่ไฟดับพอดี เงินคุณออกไปแล้ว แต่บัญชีที่คุณจะโอนให้เงินยังไม่ได้ เพราะไฟดับพอดี ทำอย่างไร เพราะว่าระบบล่ม มันจะต้องมีการแก้ปัญหาซึ่งเป็นหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลระบบจัดการฐานข้อมูลจะต้องรับผิดชอบว่าทุก ๆ การทำงานที่เกิดขึ้นในรายการเปลี่ยนแปลงต้องทำเสร็จเรียบร้อย มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อมูลถาวร ถ้าโอนไปเงินออกจากบัญชีคุณ แต่ปลายทางยังไม่ได้รับ ถือว่าการทำรายการเปลี่ยนแปลงนั้นยังไม่สมบูรณ์นะคะ โดยที่ระบบจัดการฐานข้อมูลจะไม่อนุญาตให้บางกระบวนการทำงานของรายการเปลี่ยนแปลงนะตะ จะถูกส่งเข้าไปฐานข้อมูลนะคะ เหมือนจะเป็นไปได้ไหม ว่ากำลังจะโอนเงิน 5,000 บาทแล้วก็คงจะถอนอีก 3,000 ในเวลาเดียวกัน เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการทำงานจะต้องเป็นตามรายการที่จะทำอยู่รายการเดียวเท่านั้น จะทั้งถอนทั้งโอนไม่ได้ต้องเลือกก่อนว่า สรุปคุณจะโอนก่อน หรือคุณจะถอนเพราะว่าถ้าบังเอิญว่าคุณปล่อยให้มีการกระทำมากกว่า 2 มากกว่า 1 การกระทำขึ้นมาพร้อมกัน มันจะเอา... มันจะสามารถไปเกิดปัญหาความไม่ถูกต้องแน่นอนของข้อมูล เช่น เรามีเงิน 5000 เราจะโอน 5,000 แล้วเราก็จะถอน 3,000 เป็นไปไม่ได้ บางคนมี App โทรศัพท์ แต่บัตร ATM อยู่กับแม่โอนเงินให้เพื่อน 5,000 บาทมั่นใจว่าจะมี 5,000 แม่กดไปแล้ว 3}000 แล้วก็ยังโอนมันโอนไม่ได้ค่ะ เพราะว่ายอดเงินไม่พอ เพราะฉะนั้นใครผิด อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ของระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งปัญหานะคะ การที่ระบบล่มนะคะ มันจะมีอยู่ 3 ประเภท แบบแรก ก็คือรายการเปลี่ยนแปลงผิดพลาด กับข้อ 2 เป็นปัญหาที่ระบบ ข้อ 3 จะเป็นปัญหาที่สิ่ง วัตถุที่มาใช้เก็บข้อมูลนะคะ โดยที่ปัญหาที่เกิดระหว่างการประมวลผลบางครั้งอาจจะเกิดกับคอมพิวเตอร์พังนะคะ หรืออาจจะเป็นปัญหาของรายการเปลี่ยนแปลงมัน Error ก็อาจจะเป็น Code โปรแกรมอาจจะมีปัญหานะคะ การเรียกดูข้อมูลอาจจะถูกดัก เจอรายการเปลี่ยนแปลงที่มีความผิดปกติ เช่น บอกว่ามีคนโอนเงินมาแต่จริง ๆ แล้วไม่พบรายการข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้ง ๆ ที่โอนไปแล้ว แต่ยอดเงินไม่ขึ้นนะคะ รวมถึงกระบวนการควบคุมการประมวลผลพร้อมกันจะทำอย่างไรนะคะ อาจจะมีเกี่ยวกับอุปกรณ์พัง Harddisk พังคนใช้งานนาน ๆ อากาศร้อน คอมพิวเตอร์ก็พังได้เหมือนกันนะคะ เหมือนบางคนเปิดคอมพิวเตอร์ไว้ไม่เคยปิดเลย พอช่วงฤดูร้อนมันร้อนมาก ไอ้ตัวตัวเมนบอร์ดงอ เพราะความร้อนก็มี รวมถึงอาจจะเกี่ยวกับไฟดับ ไฟไหม้ อุทกภัย หรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ถือว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้การประมวลผลมีปัญหาเช่นเดียวกันนะคะ หรือในการทำงานบางอย่าง อาจทำไปสู่... นำไปสู่การล่มของระบบ เช่น คุณใส่ข้อมูลเยอะเกินไป เหมือนเวลาเราเขียนโปรแกรมแล้วมันไม่รู้จบ หรือการที่เอา 0 มาหาร เวลาเราสูดมาหานี่มันจะหาค่าไม่ได้ ตอนที่เราเขียนโปรแกรม ระบบมันจะล่ม รวมถึงตรรกะของการเขียนโปรแกรมอาจจะผิด อย่างไรดี ถ้าคนผมสั้นสมมติตรรกะโปรแกรม คนผมสั้นจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ถามว่าจริงไหม ไม่จริง ผู้ชายผมยาวก็มี ผู้หญิงผมสั้นก็มี อันนี้คือตรรกะผิดพลาด เราจะมากำหนดอย่างนี้เลยไม่ได้ เหมือนเวลาสแกนใบหน้าอย่างนี้ แล้วบอกว่า ผมสั้นมาต้องเป็นผู้ชาย แน่นอนซึ่งมันไม่จริง หรือ User หรือผู้ใช้งานอาจเป็นการหยุดที่ไม่ถูกต้องระหว่างประมวลผล เช่น กำลังดาวน์โหลดเอกสาร หรือกำลังทำธุรกรรมบางคนกำลังโอนเงินอยู่แล้วไม่ได้ใช้เน็ตในโทรศัพท์ใช้เน็ต WiFi มีคนถอดปลั๊กออก การโอนเงินของตอนนั้นของคุณอาจจะมีปัญหาก็ได้นะคะ อันนี้คือการทำงานอาจจะมีการผิดพลาดหรือปัญหาเกิดขึ้น อันนี้ก็อธิบายไปแล้วนะ อันนี้เปลี่ยนแปลง ซึ่งด้วยสาเหตุเหล่านี้นี่ เราเลยจำเป็นจะต้องมีทั้งการกู้คืน แล้วก็การสำรองข้อมูลนะคะ โดยการกู้คืนฐานข้อมูลนี่ ก็คือกระบวนการที่ทำให้ฐานข้อมูลของเรานี่ กลับสู่สภาวะเดิม ที่สามารถใช้งานได้นะคะ ถ้าขนาดนั้นถ้าไม่มีความขัดข้อง หรือข้อผิดพลาดระหว่างการประมวลผลนะคะ ซึ่งการฟื้นสภาพ หรือการกู้คืนนี่ มันเป็นงานที่ระบบจัดการฐานข้อมูลนี่ย ย้อนกลับไปยังข้อมูลก่อนที่จะเกิดความเสียหายนะคะ โดยที่ฐานข้อมูลอาจจะเกิดความขัดข้องและความเสียหายของระบบไม่ว่ากรณีใด ๆ มันจะทำให้ข้อมูลนะนี่ ไม่ถูกต้องแล้วก็เชื่อถือไม่ได้ เราจะต้องย้อนกลับไปนะคะ เพราะฉะนั้นการกู้คืนฐานข้อมูลมันจะเป็นมีวิธีการในการเอาข้อมูลที่ถูกทำลาย หรืออาจจะถูกเปลี่ยนแปลงให้กับคืนมาอยู่ในสภาพที่ถูกต้องน่าเชื่อถือเหมือนเดิมนะคะ ซึ่งอันนี้ก็คือเป็นหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลเช่นเดียวกันนะคะ โดยการกู้คืนข้อมูลการฟื้นสภาพเหมือนจะเป็นการทำให้เรามั่นใจว่ารายการที่ทำของเรานี่ถ ที่ถูกยกเลิกไปหรืออาจจะมีความผิดพลาดต่าง ๆ เช่น น่าจะเกิดจากโปรแกรม ระบบมันเสีย ฮาร์ดดิสเสีย ไฟดับ ไฟตกนะคะ สิ่งเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายของฐานข้อมูล หรือการทำงานอื่นที่ทำงานร่วมกันของข้อมูลนั้น ๆ นะคะ โดยรูปแบบของลักษณะของความผิดพลาดนะคะ อันแรกระบบล่ม ซึ่งอันนี้เราก็น่าจะคุ้นเคยกันอยู่ ความขัดข้องจากอุปกรณ์บันทึกข้อมูลนะคะ Harddisk เสีย ssd เสียผิดพลาดของโปรแกรม ภัยธรรมชาติ อย่างเราเป็นเรียนทางคอมพิวเตอร์เราจะต้องไปดูแลคอมพิวเตอร์แต่ถ้าคุณไม่ดูแลเอาใจใส่ ไม่ทำความสะอาด ไม่เช็กความพร้อมอุปกรณ์ คิดว่าไม่เป็นไรหรอก เปิดฝาหลังคอมพิวเตอร์มามีแต่ฝุ่น ถามว่าฝนมันสะสมมาก ๆ สักวันมันจะช็อต แล้วคอมก็จะพัง อันนี้คือความไม่ดูแลเอาใจใส่ หรือเอาของเข้ามากินในห้อง น้ำหกใส่คอมพิวเตอร์ คอมคุณก็พัง เพราะฉะนั้นเดี๋ยวถ้ามีโอกาสที่คุณจะไปดูงานห้องคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ เขาจะห้ามของกินทุกชนิดรองเท้าต้องสะอาด ถุงเท้าต้องสะอาด ห้องคอมพิวเตอร์บางห้องต้องใส่หมวกคลุมผมไม่ให้ผมร่วงลงไป เพราะบางทีถ้าพัดลมมันพัด แล้วมันไปเกิดช็อตที่ใบพัดของระบบทำความเย็น คอมพิวเตอร์อาจจะเกิดความเสียหายได้ หรือรวมถึงการก่อวินาศกรรมถ้าเราดูหนังหลายเรื่องนะคะ จะมีการวางระเบิดห้องคอมพิวเตอร์ไรนี้ อันนี้ก็เป็นสาเหตุเช่นเดียวกันนะคะ ประเภทของของเหตุขัดข้องก็มีอยู่ 3 ลักษณะหลัก ๆ นะคะ อันแรกจะเป็นความขัดข้องของระบบ เช่น ความขัดข้องของระบบปฏิบัติการนะคะ ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานไปได้ การ... อาจจะต้องมีการปิดเปิดเครื่องใหม่ Restart นะคะ ซึ่งจะมีผลกับทุกรายการเปลี่ยนแปลงที่กำลังทำงานอยู่ อาจจะไม่ถึงขั้นทำลายข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ เราจะเรียกการขัดข้องแบบนี้ว่าเป็นการปกครองแบบว่า อย่างเบาแล้วกันโดยข้อมูลไม่หาย แต่ข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์นี่ บางครั้งอาจจะ ต่อไปครั้งหน้าที่มีการทำงานมันอาจจะช้านะคะ เพราะว่าส่วนมากข้อมูลแล้วจะเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ ซึ่ง Harddisk ไม่มีไฟฟ้าก็สามารถเก็บข้อมูลได้นะคะ ก็เป็นความขัดข้องแบบที่ยังพอรับได้ ปิดเปิดเครื่องใหม่ก็หายนะคะ แต่ถ้าเป็นความขัดข้องของรายการเปลี่ยนแปลงนะคะ ก็จะมีอยู่ 2 ลักษณะ บางครั้งมันจะเป็นความขัดข้องที่อาจจะป้องกันได้จากโปรแกรมที่เราเขียนไว้ โปรแกรมที่เราใช้งาน โดยมีทั้งภายใน ภายนอก ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างสมมติว่าเป็นความขัดข้องที่สามารถป้องกันได้จากภายในโปรแกรม เช่น ถ้าเราจะโอนเงิน สมมติว่าเราอยากโอน 500,000นะคะ แต่จริง ๆ แล้วมีอยู่ 500 โปรแกรมก็จะเริ่มตรวจสอบความผิดพลาดแล้ว ว่าแล้วก็แสดงผลแล้วว่ายอดเงินของคุณไม่เพียงพอ ยกเลิกรายการนี้ หรือกลับไปแก้ไขจำนวนเงินใหม่ อันนี้คือเราสามารถป้องกันความเสียหายได้นะคะ อันนี้ก็คือมันจะเป็นเกี่ยวกับตรรกะ แนวคิดอยู่แล้วเงินไม่พอจะโอนได้อย่างไร อันนี้เป็นพื้นฐานง่าย ๆ เป็นต้น หรือถ้าไม่สามารถป้องกันได้ เช่น ข้อมูลมันเยอะเกิน อย่างเช่นอยากจะเคยได้ยินข่าว ว่ามี Hacker พยายามเอาข้อมูลเหมือนพยายามโจมตี server server หนึ่งนะคะ อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยเราก็ได้ สามารถทำงานได้พร้อมกันเต็มที่ 500 คน Hacker ใช้ User เป็น 1 ล้านคนมาโจมตี มันจะทำให้ระบบเรานี่ ไม่สามารถรับได้ ระบบเราก็จะล่ม เพราะเรารับได้เต็มที่ 500 แต่คนล้านคนพยายามเข้ามาหรือพยายามกรอกข้อมูลนี่ย ป็นไปไม่ได้เลย ระบบก็จะพังนะคะ อย่างนี้เป็นต้น อันนี้คือไม่สามารถป้องกันในจากโปรแกรมเราได้เลยกลับอย่างหนึ่งกล้องของอุปกรณ์ อาจจะพังหัวอ่านสะเทือนกระทบกันนักศึกษาบางคนชอบขาย Notebook แล้วปิดฝาลงไม่ปิดเครื่องเครื่องก็ยังทำงานอยู่ เวลาคุณขี่มอเตอร์ไซค์ตกหลุม ขึ้นเนินมันสะเทือน อุปกรณ์ที่อยู่ในกระเป๋าเป้เรามันยังทำงานก็จะสะเทือนไปด้วย มันก็อาจจะพัง คอมคุณก็จะพัง เพราะบางทีหัวอ่านฮาร์ดดิสก์คุณมันทำงานอยู่ พอมันโดนกระแทกหัวอ่านมันจะเป็นเข็มเล็ก ๆ มันก็พังนะคะ อันนี้ก็ระวังด้วย อันนี้คือความเสียหายของอุปกรณ์ ที่ถือว่าเป็นลักษณะที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะถ้ามันพังเราแก้ไขไม่ได้ เพราเหมือนมันหักไปแล้ว มันเสียไปแล้ว ข้อมูลแล้วก็ไม่ได้สำรอง อันนี้ก็คือข้อผิดพลาดจากอุปกรณ์เก็บข้อมูล ความจำเป็นของการกู้คืนข้อมูลก็แน่นอนค่ะ อยู่ที่ว่าเราจะสำรองข้อมูลกับอะไร ใส่ harddisk ไว้ไหม หรือใส่ USB ไว้อัพโหลดขึ้นบน Google Drive หรือมัน Cloud ก็ว่าไป ซึ่งประเภทของเก็บข้อมูลสำรองจะมีอยู่ 3 แบบ 3 แบบนี้ อันถ้านับเป็นอุปกรณ์นะ ที่จับต้องได้ งานแรกเป็นอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลได้ต่อเมื่อมีไฟฟ้านะคะ ในกรณีที่ไม่มีไฟฟ้าข้อมูลพวกนี้จะหายไป สิ่งเหล่านี้ ก็คือ Ram เรียนประกอบคอมมาแล้วแรมการ์ดแผ่นเล็ก ๆ นะคะ มันจะเป็นพื้นที่สำหรับสำรองข้อมูลตอนที่คอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ ถ้าเราปิดปุ๊บข้อมูลในนั้นจะหายไปนะคะ กับอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า ก็คือ Harddisk ซึ่งอุปกรณ์ประเภทนี้น่ะมักจะเกิดปัญหาก็คือชนิดพัง หัวอ่านหัก หรือตัว Harddisk เป็นรอยนะคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องระวังด้วยกับต่อมาเป็น stable ก็คืออันนี้จะเป็นค่อนข้างโบราณ ไม่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้า ส่วนมากจะมาใช้ในการสำรองข้อมูลมากกว่าลักษณะเป็น Tape แม่เหล็ก เพราะราคาค่อนข้างถูกการเรียกดูข้อมูลมันจะช้านะคะ แต่ว่าส่วนมากเขาเลยใช้เป็นที่เก็บข้อมูล ไม่ได้มาประมวลผลทุกวันนะคะ ก็ถามว่านิยมใช้ไหม ก็ไม่นะคะ เพราะว่าตอนนี้เขาก็ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นหมดอย่างน้อย ๆ นะคะ ต่อมาก็เป็นความผิดพลาดมีอยู่ 4 ประเภทนะคะ อันแรกก็คือความผิดพลาดทางตรรกะนะคะ ก็บางทีก็เกิดความผิดพลาดตั้งแต่ตอนเราที่เขียนโปรแกรมมันผิด เช่น โปรแกรมไม่ยอมทำงาน เพราะว่าบัตรประชาชนคุณกำหนดไว้เป็น 15 หลัก ความจริงมีแค่ 13 พอกรอกไม่ครบระบบทำงานไม่ได้ผู้ใช้งานกรอกถูกแล้ว 13 ตัวแต่ระบบบอกว่ามันต้องมันหายไป 2 ตัว อันนี้คือตรรกะมันผิด โปรแกรมมันผิด เราเขียนผิดเองนะคะ ก็ไปถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่ง หรือว่านามสกุลกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่บังเอิญคุณไม่ได้ปิดความผิดพลาดตรงนี้ มีคนมาปั่นมาป่วนระบบคุณเขาใช้นามสกุลเป็นตัวเลข ระบบยอมให้ Save หรือยอมให้บันทึกข้อมูล สรุปคุณก็ได้ข้อมูลขยะเข้ามาทำให้เปลืองการประมวลผลข้อมูลอีกนะคะ กับความผิดพลาดของระบบนะคะ เช่นปัญหาการจัดลำดับงานผิดพลาด แล้วมันเลยเกิดปัญหาระบบหยุดการทำงานของมันเอง Lock ไม่ให้คุณทำงานแบบนี้ รวมถึงความผิดพลาดของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น เหมือนตึกนี้ไฟไม่สม่ำเสมอ ไฟตกบ่อยข้อมูลหาย อันนี้ก็เป็นปัญหาเพราะฉะนั้นในห้องนี้ เมื่อก่อนเราเลยมีอุปกรณ์สำรองไฟ แต่พออุปกรณ์สำรองไฟใช้ไปนาน ๆ ไฟตกบ่อย ก็พังเหมือนกันนะคะ อันนี้ก็เป็นความผิดพลาดของระบบ รวมถึงความผิดพลาดของระบบอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลนะคะ เช่น ปัญหาบางที่ Harddisk ของเรานี่ พอเราอย่างที่ท่านบอกคุณแม่ปิดเครื่องนี่มันทำงานตลอดแล้วหัวเข็มมันสะเทือน ไอ้ตัวหน้าหน้าจานแม่เหล็กที่เก็บข้อมูลของเราเนี่ยมันเลยเป็นรอยขูดขีดลอยเหมือนสมัยเด็ก ๆ ทุกคนดูแผ่น CD คะ แผ่นซีดีเป็นรอยหนังในแผ่นซีดีเรานี่ ก็จะดูแล้วมันก็จะกระตุก อาจจะดูไม่ได้เลย เพราะว่าเราเก็บรักษาไม่ดีอันนี้ก็เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นการใช้อุปกรณ์ใด ๆ ที่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นี่ มันค่อนข้างมีราคา แล้วก็มีความสำคัญอาจจะมีข้อมูลสำคัญอยู่ในนั้น เราก็ต้องช่วยกันรักษาด้วยนะคะ การกู้ข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้านะคะ มีอยู่ 3 แบบ แบบแรกก็เป็นการกู้ข้อมูลที่อาศัยข้อมูลที่เก็บจาก เขาจะเรียกว่า "รายการเปลี่ยนแปลง" อย่างนี้ สมมติว่าเวลาเราไปเซ็นชื่อ หรือการเก็บข้อมูลว่าวันนี้คุณมาเรียนกี่โมง กลับบ้านกี่โมง มันก็มีการเก็บไว้ เป็นลำดับรายกา รเป็นหมายเลขการเปลี่ยนแปลงมีการกระทำอะไรบ้าง ชื่อตารางมาจากไหนเปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไร ลักษณะของการเก็บข้อมูลเป็นตารางแบบนี้เช่น สมมติ10:12 น. เริ่มทำงานนะคะ นาทีต่อมามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของพนักงานลำดับที่เท่าไรนะคะ ข้อมูลเดิมลำดับที่ 1 เปลี่ยนเป็นลำดับที่ 8แบบนี้เป็นต้น อันนี้คือเขาจะรู้เลย ว่าทุก ๆ กี่นาทีมีข้อมูลอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีรายการเปลี่ยนแปลงใดบ้าง อย่างเช่นรายการไปที่ 1 แปลงที่ 2 แปลงที่ 3 สังเกตุว่าทุกการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นที่จุด Start มีการเริ่มทำงานอย่างเหมือนรายการเปลี่ยนแปลงที่ 1 เห็นไหมคะ เริ่มต้นเมื่อ 10:12 น. สถาน Commit ก็คือยอมรับการเปลี่ยนแปลงตอน 10:18 น. ก็คือเราทำงานในการแก้ไขข้อมูลเนี่ยใช้เวลา 6 นาทีมันจะเก็บทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน 6 นาทีนั้นนะคะ อย่างเช่น start นะคะ เช็กสถานะ ก็คือ Start ก็คือรายการจะเริ่มต้นทำงานนะคะ commit ก็คือทำงานเสร็จอัพเดท ก็คือรายการถูกบันทึกแล้วแล้วก็ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่าสถานะหลัก ๆ จะมีอยู่ 3 สถานะนะคะ การเก็บข้อมูลเป็นประเภท Log file ก็คือเป็นการเก็บการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเองการกู้คืนใน... เกิดจากเหตุขัดข้องแบบความผิดพลาดของระบบ เราจะมีจุดที่เป็นเหมือนจุดตรวจสอบนะคะ ถ้าสมมติว่าทำงานแล้วยังไม่ถึงจุดตรวจสอบ แล้วถ้าระบบล่ม เราจะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าการทำงานของเราเลยจุดตรวจสอบแล้ว แล้วระบบจึงล่ม เราจะเริ่มการทำงานใหม่ที่จุดตรวจสอบนั้นนะคะ ก็คือไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด จะเริ่มตรงจุดที่เรา Mark ไว้หรือเราตั้งธงไว้นั่นเองนะคะ เดี๋ยววันนี้ค่อยอธิบายเพราะว่าเป็นตัวเลขเยอะเนาะ แบบนี้นะคะ อย่างเช่นอันนี้ค่ะ จุด Check point ถามว่าตัวกระบวนการทำงานที่ 1 ที่ 1 เริ่มต้นตรงนี้ ถึงตรงนี้ ถามว่ามันทำงานเสร็จไหมทำงานเสร็จเรียบร้อยนะคะ T 1 ไม่มีปัญหาอะไร T2 ]่ะ T2 ทำงานผ่านจุดตรวจสอบที่ 1 เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจุดที่ระบบจะล่ม ถามว่า T2 ทำงานเสร็จไหม T2 ทำงานเสร็จนะคะ T3ทำเริ่มทำงานตรงนี้ผ่านจุดตรวจสอบทำงานจนถึงผิดพลาด ถามว่า T3 จะเริ่มทำงานที่ไหน จะไม่เริ่มตรงนี้นะคะ จะเริ่มตรงที่จุดตรวจสอบตรงนี้ T4:00 นเริ่มทำงานตรงนี้เสร็จตรงนี้ไม่อยู่ในจุดตรวจสอบก็จริง แต่เราก็นับว่าเขาทำงานเสร็จเรียบร้อยนะคะ ส่วน T5 ทำงานหลังจากตรวจสอบ แล้วทำไม่เสร็จ T5 จะทำอย่างไร T5 ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด อันนี้คือการทำงานของจุดตรวจสอบ จะเห็นได้ว่าถ้าคุณทำงานผ่านจุดตรวจสอบก็จริง แต่ถ้าระบบมันทำงานเสร็จก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าการทำงานมีปัญหาแล้วผ่านจุดตรวจสอบแล้ว เราจะไม่เริ่มใหม่ทั้งหมด เราจะเริ่มต้นแค่ตรงที่จุดตรวจสอบนะคะ อันนี้เป็นแบบการกู้คืนข้อมูลแบบใช้จุดตรวจสอบ กับการกู้คืนแบบทำคล้าย ๆ กับว่าเป็นสำเนาข้อมูลนะคะ ก็ส่วนมากตัวนี้การกู้คืนตัวนี้จะใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเยอะพอสมควร เพราะไม่ว่าจะมีการกระทำใด ๆ เกิดขึ้นในระบบของเรามันจะทำสำเนาซ้ำไว้ด้วยเสมอ เหมือนกับเงานะคะ เขาเรียกว่าเหมือนเราเดินไปก็จะมีเงาติดตัวเราไปด้วย เราเดินซ้ายเงาไปทางซ้าย เราเดินขวาก็เป็นเงาทางขวา เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดการกระทำใดขึ้นจะมีสำเนาไว้ด้วยเสมอนะคะ อันนี้เป็นการทำแบบ Shadow Pagingนะคะ ต่อมาเป็นการกู้ข้อมูลจากการสำรองข้อมูลที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ส่วนมากก็จะเป็นอุปกรณ์ที่เป็น Harddisk หรือว่า Tape แม่เหล็กนะคะ แต่แบบนี้นี่ เราจะไม่ทำสำเนาตลอดเวลา เราจะมีการกำหนดช่วงเวลาในการสำรองข้อมูล เช่น ทุก ๆ 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือนว่าไป แต่ถ้าเป็นข้อมูลปริมาณมากนะคะ อย่างในธนาคารนี่ เขาจำเป็นต้องสำรองข้อมูลเแทบจะตลอดเวลาเลย พอเขามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ มันจะพลาดไม่ได้ อันนี้จะทำงานได้ พรุ่งนี้อาจจะไปไม่ห้องเก็บข้อมูลหรือเปล่าก็ไม่รู้ โดยการกู้คืนข้อมูลแบบนี้เนี่ยถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เขาจะต้องมีการซ้อมด้วย ว่าถ้าเกิดวันนี้นี่ ระบบล่ม 20:00 น. พรุ่งนี้ต้องทำงานจะทำอย่างไร ถ้าใครที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะต้องมาซ้อม อาจจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง พรุ่งนี้ต้องทำงานเหมือนเดิม เงินต้องอยู่เหมือนเดิม ต้องกู้คืนระบบให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมงจากข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะต้องมีการซ้อมด้วย เช่น สมมติว่าคุณมีข้อมูลที่เก็บไว้มันจะเป็น Harddisk ประมาณเป็นพัน ๆ ลูก Harddisk 1 ลูก คุณจะเรียกข้อมูลกลับคืนมายังไงให้ให้เสร็จภายในพรุ่งนี้เช้าเขาต้องสอนนะคะ บางทีถ้าเป็นคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และเฝ้า Server เดี๋ยวบางทีต้องมานอนเฝ้าห้องด้วยซ้ำ เขาก็จะห้ามของกิน ห้ามสูบบุหรี่ ห้อง Server ก็จะหนาวมากอาจจะต้องนอนในนั้นบางคนมีถุงนอนด้วยซ้ำ เพื่อเฝ้าอุปกรณ์เก็บข้อมูลนะคะ การกู้ข้อมูลจะเป็นการโอนข้อมูลจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลทั้งหมดกลับมา แล้วก็จะเอารายการเปลี่ยนแปลงที่มีการเก็บ Log file ก็คือการเก็บเวลาการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่ทำงานสมบูรณ์นะคะ ก็จะมาบันทึกไว้ในระบบที่เรากู้คืนมาใหม่ทั้งหมด ก็คือเหมือนกับถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเราก็กันมาทั้งหมดนะคะ วันนี้ก็จะประมาณนี้ เพราะว่าเราจะไม่เน้นว่าทุกคนจะต้องสำรองข้อมูลเองทั้งหมดนะ อันนี้ให้รู้ไว้ เพราะมันจะเป็นฐานข้อมูลขั้นสูง เพราะว่าเรียนในปีที่สูงกว่านี้นะคะ เป็นวิชาเฉพาะทางแต่ว่าภาษา SQL นี่ ทุกคนจะต้องได้เรียนนะคะ อาทิตย์หน้าจะเป็นตัวอย่างคำสั่งภาษา SQL นะคะ ที่ทุกคนจะต้องจำแล้วก็ทำให้ได้ ข่าวว่าแต่ละคำสั่งมันมีความสำคัญอย่างไรกระบวนการทำงานเราจะเขียนเขียนโปรแกรมยังไงในการเรียกดูข้อมูล ใครยังใช้โปรแกรมไม่เป็น เดี๋ยวอาทิตย์หน้าอาจารย์จะพาดูอย่างง่ายก่อนว่าแต่ละคำสั่งมันต้องทำงานยังไงถ้าเราจะเรียกดูข้อมูลเราจะต้องใช้คำสั่งอะไรนะคะ ถ้าจะเพิ่มข้อมูลใช้คำสั่งอะไร แก้ไขข้อมูล ลบข้อมูลต้องทำอย่างไร แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเราจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นะคะ เพราะฉะนั้นพยายามจำ แล้วก็พิมพ์ให้ถูก หรือแปลความหมายมันได้ยิ่งดีว่าคำศัพท์คำนี้ถ้าเป็นภาษาไทยมันคืออะไร ทำไมเราถึงเลือกใช้คำนี้นะคะ เวลาสมมติว่าต่อไปปี 3 ไปฝึกงาน เขาถามว่ารู้จักฐานข้อมูลไหม รู้จักคำสั่งนี้หรือเปล่านะคะ เราจะได้ตอบเขาได้ว่าอย่างน้อยเรารู้ว่าคำสั่งนี้มันทำงานอย่างไรนะคะ วันนี้ไม่มีการบ้านนะคะ เพราะว่าต้องขออนุญาตไปประชุมตอน 14:00 น. พอดี วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ แต่ว่าอาทิตย์หน้านะคะ เตรียมตัวมาดี ๆ ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษกันนะคะ วันนี้ก็ขอบคุณล่ามแล้วก็ขอบคุณข้อความด้วยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ