(อาจารย์เกวลี) สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินอาจารย์ไหมคะ น่าจะไม่ได้ยิน ทุกคนเข้า... ได้ยินเสียงอาจารย์ไหมคะ ครูล่าม โอเคนะคะ ทุกคนเปิดสไลด์นะคะ ที่อาจารย์อัปให้ใน Classroom มีเครื่องไหนเปิดไม่ได้ไหมเอ่ย ไม่มีนะ Part ที่ 2 นะคะ เราจะเรียนทฤษฎีนะคะ 6 บท 6 เรื่องด้วยกัน ส่วนของการแบ่งคะแนนนะคะ พอดีอาจารย์แบ่งกับอาจารย์ปยวรรณ คนละครึ่ง ก็คือ 50 50ส่วนของเราก็จะมี 50 นี้ มาจากไหนบ้างนะคะ 30 คะแนนจะมาจากการสอบจริง ๆ มันเป็น 2 ทฤษฎี แต่ว่าเขาจับให้เป็นปลายภาคก็คือเป็น Final 60 ข้อนะคะ 30 คะแนน เป็นข้อสอบของส่วนกลาง ครูไม่ได้ออกเอง เนื้อหาเป็นของส่วนกลางเหมือนกัน นะคะ ถามว่ายากไหม ยากเลยหรืิอ เนื้อหาก็จะเป็น คือ ด้วยความที่วิชานี้เป็นวิชาอยู่ในกลุ่มของการศึกษาทั่วไปหรือ DNA สนามจะสอนกว้าง คือ 6 บทที่ 6 เรื่อง ไม่ได้ลงลึก แต่เราต้องรู้ในทั้ง 6 เนื้อหานี้นะคะ สไลด์ก็ของส่วนกลาง ข้อสอบของส่วนกลาง ครูมีหน้าที่อธิบาย เราสงสัยตรงไหนก็สอบถามเพิ่มเติม พอเรียน 6 บทนี้เสร็จ เราจะมีสอบ สอบปลายภาคนั่นล่ะ แล้วก็เป็นเนื้อหาของ 6 บทนี้ ครูก็เลยคุยกับครูปิยวรรณก่อน ว่าให้สอนปฏิบัติก่อนเพราะเพราะว่าถ้าครูสอนทฤษฎีก่อนกว่าที่เราจะสอบปลายภาคมันจะผ่านไปอีก 2 เดือนกลัวลืมแต่นี่คือเรียนเสร็จเราก็สอบเลยจะได้ไม่ลืมนะคะ บางคนบอกไม่ได้ลืมครับ ยังไม่ได้จำเลย เนื้อหาค่อนข้างเยอะนะคะ เยอะพอสมควร เดี๋ยวจะค่อย ๆ อธิบายไปแล้วกันนะ เราสงสัยตรงไหนนะคะ ต้องการรู้ตัวไหนเพิ่มเติม ก็ยกมือถามไปได้เลยนะคะ โอเค เดี๋ยวเช็กชื่อให้ ที่มา มงคลกับธีรพลนะ โอเคค่ะ ที่มาเพิ่มก่อน สไลด์ อาจารย์จะอัปให้ทุกวันนะคะ แล้วท้ายสไลด์ มันจะมีแบบฝึกหัดอยู่ ส่วนของเรา 50 คะแนนนี่ จะมาจาก 30 คะแนน ที่เป็นสอบ ข้อสอบกลางนะคะ เป็นข้อสอบปลายภาค อีก 10 คะแนนนะคะ มาจากแบบฝึกหัด แล้วก็เหลืออยู่ 10 คะแนน ใช่ไหมคะ ส่วนของครู แบ่งกันกับอาจารย์ปิยวรรณ คนละครึ่ง คนละ 50 อีก 10 คะแนน ก็จะเป็นคะแนนรายงาน คะแนนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ครูก็จะบรรยายไปคนเดียว ก็จะมีถาม ทราบคำตอบก็ตอบมานะจะมีให้คะแนนไปอันนี้เป็นคะแนนที่ไม่หารถ้าถามอะไรตอบวันนี้ได้ให้ 2 คะแนน ก็คือให้ 2 คะแนนเลย เอาไปรวมกันเลย ไม่หารนะคะ ฉะนั้น เก็บไปเรื่อย ๆ นะคะ ต้องตั้งใจเรียนนะคะ แล้วก็พยายามเก็บคะแนนไปให้ได้เยอะที่สุด ด้วยความที่วิชานี้นะคะ เป็นวิชา Gen Ed อยากให้ทุกคนได้ A ของเรา คือ เทคโนโลยี คอมฯ ไง เทคโนคอม เราปรับปรุงหลักสูตร มาจากไอทีแต่โดยพื้นฐานนี่ เราก็จะรู้เท่ากับไอทีนั่นแหละชื่อหลักสูตร แท้ของมันก็คือ ait ในส่วนของเนื้อหาดาว 6 บทก็ต้องเรียน106 สัปดาห์เลยครูจะไม่มาอัดให้วันนี้เรียน 2 บทวันนี้เรียน 3 บท ไม่มีประโยชน์นะคะ มันเยอะ ถามว่าถ้าแค่สอนให้จบนะ สอนวันเดียวก็จบค่ะ รู คู่ตั้งแต่นี้จนถึงบทที่ 6 เลย นักศึกษาอะไรได้ฟังค่ะ เข้าหูนี้บางทีก็ไม่เข้าผ่านไปฉะนั้นค่อย ๆ อธิบายทำความเข้าใจไปสงสัยก็ถามเราก็ทำแบบฝึกหัดท้ายบทมานะคะ ส่งผ่าน Classroom มา ครูก็จะตรวจเสร็จ จะแจ้งคะแนนต่อไป เราก็รู้คะแนนไปเลยเรื่อย ๆ เก็บปลายภาคของครู 50 คะแนน โอเคนะคะ บทที่ 1 นะคะ จริง ๆ เรียนวิชานี้ ทฤษฎีที่เราต้องรู้ ก็คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร รู้ความหมาย ความเป็นมานะคะ ประเภทจ ริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องไกลตัว นักศึกษาเกิดในยุคมีอยู่แล้วนะคะ แต่บางทีเราไม่รู้ว่า ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี่ มันคือเทคโนโลยีไหม หรือมันคือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไหมโอเค นะคะ ตรงไหนที่เป็นข้อสอบ ทำอย่างไรถึงจะจำได้ เอาวิธีการ เทคนิคของแต่ละคนเลย แต่อาจารย์จะบอกว่าตรงนี้คือข้อสอบนะ เราก็แล้วแต่ เราจะไฮไลต์ เราจะจด เราจะพรินต์ ปกติสไลด์ครูตามให้ก่อนเรียน 1 สัปดาห์อยู่แล้ว วันนี้เราเรียนบทที่ 1slide มีอยู่แล้วนะคะ แล้วก็ทำแบบฝึกหัดมาแล้วไม่เกินวันพุธครูกับวันที่ 2 ให้คณะเราสามารถปิดหน้าก่อนหาเป็นสไลด์มา หรือเราจะใช้วิธีการไหนก็แล้วแต่ เอาเทคนิคแต่ละคน นะคะ คอมพิวเตอร์คืออะไร ถ้าไม่อ่านความหมายตามนี้ แล้วให้นักศึกษาอธิบายในความคิดของนักศึกษาเอง ตอนนี้กูยังไม่รู้ จำชื่อใครยังไม่ได้ ครูสุ่มถามเลยได้ไหม ครูอยากรู้ ว่าในมุมมอง ในความคิด ของเอกเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนี่ ถ้าให้นิยามความหมายของคำว่า "คอมพิวเตอร์" นี่ โดยที่ไม่อ่านตามนี่ อันนี้เขาบอกเราว่ามันคืออันนี้ แต่ในความคิดของนักศึกษา ให้เรานิยาม เรานิยามว่าอย่างไรนะคะ ขออนุญาตถามถามหัวหน้าห้องก่อน ดูเป็นความหวัง จักรพันธ์ Stand Up เขาพูดถึงคอมพิวเตอร์ เราจะนิยามความหมายว่าอย่างไรเอ่ย ในความคิดของเราไม่มีถูกผิดค่ะ เพราะเราคิดแบบนี้เพราะตอนนี้เรายังไม่ได้เรียน หลังจากเรียนไปเราก็คิดเหมือนกัน เอาความคิดของเราก่อน คอมพิวเตอร์คืออะไร คะ มีอีกไหม จักรพันธ์บอก คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคำนวณ หมดหรือยัง ทำไมตอบสั้นจัง งนั่งลง ผมจำมาตั้งแต่อนุบาลเลยครับ เธอคือเครื่องคำนวณ เหมือนเล่นต่อข้าวมา เครื่องคำนวณ ต่อไปกรพจน์ คอมพิวเตอร์เป็นยังไงคะในความคิดเรา อุปกรณ์ที่ โอเค นั่งลงไม่ได้ทำได้แค่คำนวณ กรพจน์บอก ทศทิศ เป็นเบนโรบอต สมอง หุ่นยนต์ที่มีสมองนะคะ พัทธนันท์ อำนวยความสะดวก พัทนันท์บอกแบบนั้น อะไรก็แล้วแต่โอเคค่ะ นั่งลง อะไรก็แล้วแต่ที่มาช่วยอำนวยความสะดวก ก็น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ มีอีกไหมคะ ที่อยากตอบ แต่ครูยังไม่ถาม อยากตอบเลยค่ะ จริง ๆ แล้วนะคะ ถ้าเขาบอกว่าคอมพิวเตอร์ ก็คือ Electronic devices อันนี้คือความหมายของคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ หมายถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ คำว่า "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" ต้องเป็นอย่างไรคะ ต้องใช้ไฟพ่อเลี้ยง ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่นี่ ในการทำงาน เราถึงจะเรียกว่า "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" นะคะ แต่คราวนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มันมีเยอะนะ เยอะมาก หลอดไฟ ก็ใช้ไฟ แอร์ ก็ใช้ไฟ แต่เราก็ไม่ได้เรียกว่า "คอมพิวเตอร์" นะคะ ลักษณะที่ทำให้คอมพิวเตอร์มันเฉพาะดึงออกมาจาก Electronic devices ก็คือใช้ในการบันทึกข้อมูล จัดการข้อมูล จัดการข้อมูลนี่ ทำอย่างไรบ้าง เดี๋ยวค่อยว่ากันแต่ลักษณะการจัดการคอมพิวเตอร์จะทำงานตามโปรแกรมเราใช้คำว่าชุดคำสั่ง จะมีชุดคำสั่งกำหนดเอาไว้แล้วนะคะ เพื่อควบคุมให้ตัวคอมพิวเตอร์นี่ ทำงานตาม ไม่สามารถทำงานได้ เอง คิดได้เองเหมือนมนุษย์ ทำไม่ได้ค่ะ ต้องทำตามคำสั่งนะคะ ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ซึ่งระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน อะไรก็แล้วแต่นะคะ ในโลกนี้นี่ ถ้ามีกระบวนการทำงาน 4 ส่วนต่อไปนี้ เราจะเรียก Electronic นั้นว่าเป็นคอมพิวเตอร์ 1. รับข้อมูลได้อุปกรณ์ตัวไหนก็ช่างแต่สามารถ input ข้อมูลเข้าไปในตัวนั้นได้ 2. นะคะ พอรับเข้ามาเสร็จ ประมวลผลได้ การประมวลผล process มันก็จะมีย่อยลงไปอีก การประมวลผลไม่ได้หมายถึงแค่การบวกลบคูณหารนะคะ การประมวลผลไม่ได้หมายถึงแค่การคำนวณ มันประมวลผลได้เยอะกว่านั้น คำว่า "โปรเซส" น่ะ นะคะ เก็บเอาไว้ หรือแสดงผลเลยก็ได้ หรือไปแสดงผลทีหลังก็ได้ แต่สิ่งที่โปรเซสแล้ว จะมีการเก็บเอาไว้ระยะยาว นะคะ เรามีไหมคุณสมบัตินี้ ถ้าเราเป็นโรบอตน่ะ แปลว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ เก็บข้อมูลได้นานไหมคะ เดี๋ยวเราจะทดสอบกันนะคะ ว่าเก็บข้อมูลได้นานจริงหรือเปล่า อย่างวันนี้เรียนไปแล้ว สัปดาห์หน้าก่อนเรียน ครูก็จะทบทวนก่อน 1 สัปดาห์ผ่านไป จักรพันธ์ยังเก็บข้อมูลได้ไหม ทดสอบ ว่าจักรพันธ์เป็นหุ่นยนต์ในโลกอนาคตที่แฝงตัวมาหรือเปล่า ไม่ใช่ยังไม่ออกจากห้องก็ลืมแล้วนะคะ อันนี้ คือ ขั้นตอนการทำงานนะคะ อย่างที่ครูบอกไป พอเป็นคอมพิวเตอร์แล้ว ก็จะคุ้นเคยกับหน้าตาแบบนี้นะ input unit มีแค่เมาส์กับคีย์บอร์ดไหม ไม่ค่ะ เยอะนะคะ แต่เขาเอา input unit ที่เป็น basic สุดแล้ว เมาส์นะ คีย์บอร์ดนะ อย่างนี้ค่ะ ทุกวันนี้ไม่ต้องใช้ 2 อย่างนี้ก็ได้ พอ input เข้าไปปุ๊บ ก็ไปสู่กระบวนการ processing unit กระบวนการที่ 2 โปรเซสค่ะ การโปรเซสนี่ อย่างที่กูบอกไปมันไม่ได้มีแค่คำนวณ อย่างเช่น ครูพิมพ์ กรอกข้อมูล ก็คือเป็นชื่อนักศึกษาเข้าไปนะคะ เราจะ Process อย่างไร กับชื่อนักศึกษา สิ่งที่เราป้อนเข้าใหม่เราเรียกข้อมูลใช่ไหมคะ รอเดตา ก็คือข้อมูลดิบนะ ครูพิมพ์ชื่อทุกคนชื่อนามสกุลชื่อนามสกุลทั่วไปทุกคนเลยตอนนี้สมมุติทุกคนเป็นคอมพิวเตอร์เราจะ Process ข้อมูลที่เป็นชื่อนามสกุลอย่างไรให้เป็น information สิ่งที่ป้อนเข้าไปเรา คือ เราเรียก "ข้อมูลดิบ" เราจะทำอย่างไรกับชื่อนามสกุลนี้ มันถึงจะเป็นสารสนเทศ ทำอย่างไรคะ Process อย่างไรได้บ้างบวกลบคูณหารได้ไหม เอาจักรพันธ์มาบวกกับทศทิศได้ไหม เอาชื่อมาบอกชื่อได้อะไรคะอย่างนั้นเรา Process อย่างไรได้บ้างไม่ใช่บวกลบคูณหารทำไงได้บ้างถึงเรียกว่าโปรเซสถ้าเราต่อเข้าไปก็เข้าไปกดเข้าไปมันก็ไล่กันไปผิด ๆ เรียกข้อมูลดิบเหมือนเดิมมันต้องโปรเซสกับตัวนี ้ก้อนนี้ เพื่อให้ได้ Information นักศึกษามีไอเดียที่จะ Process ข้อมูลที่เป็นชื่อนามสกุลในห้องเรียนอย่างไรบ้าง นี่คือคำถาม อย่างไรบ้างคะ เรียงลำดับทำอะไรเรียงลำดับตามตัวอักษรคือมันต้องมีอีฟให้ข้อมูลนะคะ ยืมก็คือเงื่อนไขเราอาจจะเรียงลำดับตามตัวอักษรอันนี้คือความซับซ้อนอีก Step หนึ่ง หรือเรียงลำดับตามลำดับการป้อน ใครป้อนชื่อใครก่อน ก็เป็นลำดับ 1 ไล่ไป หรือจะป้อนชื่อใครก่อนก็ไม่สำคัญ เราจะซ้อนข้อมูลตามลำดับตัวอักษรมัน ก็คือการโปรเซส เริ่มมีหุ่นยนต์แฝงตัวมาในกลุ่มเราเริ่มรู้ว่าอ้อมไม่ต้องคำนวณก็ได้นะคะ เสร็จแล้วเก็บข้อมูลเอาไว้ค่ะ คอมพิวเตอร์จะมีส่วนที่เก็บข้อมูลในตัว เรารู้จักความจำตัวนั้นไหมคะ ตัวนี้เขาใช้คำว่า "หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง" แปลว่ามันต้องมีหน่วยเก็บข้อมูลหลักใช่ไหม หน่วยเก็บข้อมูลหลักเรียกว่า "Main Memory" นะ ตัวเมนน่ะค่ะ มีอีกไหม Cash เป็นรอม เก็บระบบนะคะ แต่มันต้องมีกระบวนการนี้ คือ เก็บในตัว และเก็บผ่าน Secondary Storage ก็คือเราเรียกหน่วยเก็บข้อมูลสำรองแต่มันก็จะมีตัวละอย่างที่ครูบอกไปนะคะ พอถึงเวลานึงสามารถเอาข้อมูลมาแสดงเป็น output unit ออกมา อันนี้คือ 4 Step การทำงานของสิ่งที่เราเรียกว่า Electronic Device ที่เป็นคอมพิวเตอร์ ถ้ามีครบแบบนี้เมื่อไร อุปกรณ์ตัวนั้นน่ะ คือ คอมนะคะ คือ คอมพิวเตอร์ คราวนี้เรามาดูลักษณะนะคะ เอาไว้แบ่งแยก เอาไว้แบ่งน่ะ เอาไว้แบ่งประเภทน่ะนะะค ว่าอันนี้คือคอมไหมหรือไม่ใช่ อันนี้ไม่ใช่นะคะ ถ้าคอมพิวเตอร์จะต้องมีความเร็ว ทำงานเร็ว เราทำงานเร็วไหม ทำน่ะเร็ว ๆ แน่นอน จะถูกไหมไม่รู้ เร็ว 2. เชื่อถือได้ไหม สิ่งที่จักรพันธุ์พูด เชื่อได้ไหม เชื่อได้นะคะ ได้กี่เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ แต่เชื่อได้ ข้อมูลที่ นอกจากมีความเร็ว เชื่อถือได้ ต้องมีความถูกต้องแม่นยำด้วยนะ ข้อมูลที่ได้ออกมานะคะ เก็บข้อมูลได้เยอะไหม คำว่า "ได้เยอะ" นี่ คือเราน่ะเก็บข้อมูลได้เยอะไหม หลายกิ๊กเลยนะคะ อันนี้คือข้อมูลเฉพาะอย่าง ข้อมูลรายบุคคล นอกจากเก็บได้เยอะแล้วนะคะ ถ่ายโอนได้เร็ว โอนเร็วโหม ถ้าโอนไม่เร็วก็แปลว่าไม่ใช่คอมนะ จักรพันธ์บอกว่าผมก็อยากโอนแล้วอยู่ครับ แต่ไม่รู้จะโอนอะไรนะโอนหนี้ให้ได้ไหม อันนี้คือลักษณะของคอมพิวเตอร์นะคะ คราวนี้เรามาดูวิวัฒนาการ จริง ๆ ถ้าเราเคยเรียนหรือเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มา มาบ้าง มาบ้างแล้วกันนะ จะได้ไม่เป็นบังคับว่าทุกคนต้องเคยอ่าน เราจะต้องรู้หรือเคยได้ยินมาบ้าง ว่าพัฒนาการของคอมพิวเตอร์นี่ มันแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกนะคะ เราจะเรียกว่า "ช่วงก่อนเครื่องจักร" อันนี้มันใช้ได้ไหม ใช้ไม่ได้นะ มียุคก่อนเครื่องจักรนะคะ ยุคของเครื่องจักรกล แล้วก็ยุคหลังเครื่องจักร เป็นอย่างไรบ้าง นี่ไง สงสัยจักรพันธ์อ่านถึงแค่นี้ ก็เลยตอบมาว่าคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคำนวณครับ จบเลย 50 สไลด์อ่านไป 3 สไลด์ ทำมาตลอดเลยตั้งแต่เกิดมาคำนวณครับ กำลังจะตอบ ลูกคิดแล้วเมื่อกี้ อาจารย์ให้ตอบตามคำนะคะ ก็บอกเครื่องคำนวณ จบนะคตะ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้น ของก่อนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ คือ เหมือนกับเราจะทำงาน หรือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง มันต้องมีจุดเริ่มคิด จุดคิดเริ่มต้น ประเด็น อันนี้คือยังหรอเห็นลูกคิดเ ราคิดไหม ว่าวันหน้าเราจะเราจะประดิษฐ์อะไรไ ม่น่าจะคิดได้นะ เหมือนกับเห็นอุปกรณ์อะไรสักอย่างหนึ่งขึ้นมา วันหน้าฉันจะเอาอันนี้ไปพัฒนาให้มันดีกว่านี้ มีไหม ไม่มีความคิดนั้นเลย ไม่เคยแทรกซึมเข้ามา เพื่อจุดประกายอะไรเลย แค่เห็นอันนี้ เขาก็ไปประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ได้ ฉะนั้น ก็ไม่แปลก ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักวิทยาศาสตร์นะคะ อันนี้คือจุดแรก ใช้งานเป็นไหมคะ ใช้เป็นไหม เคยใช้เมื่อ3 ชาติที่แล้ว ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว เคยใช้นานมาแล้วนะคะ ลูกคิด เกิดทันไหม ทุกวันนี้ยังมีใช้ไหม เราจะเห็นลูกคิดที่ไหน แต่มันจะเป็นสี ๆ นะ มันจะเป็นแบบของเด็กเล่นน่ะ ไม่ใช่ของเด็ก เขาให้เด็กฝึกคิดนะคะ น่าจะเป็นสีร้านแบบเก่าแกหน่อย ออกตัวไปแล้วว่าไม่เคยใช้นะคะ อย่าถามแบบนี้มันจะมีความทรงจำครั้งสุดท้ายจำได้ว่ามันจะฝึกคิดเป็นนี่ คือ แฟนนุ๊กคือแทนหลักเลขน่ะ หลังจากนั้นก็คือจำไม่ได้ เพราะตอนนี้เวลาคำนวณเราหยิบอันนี้ขึ้นมาไหม หยิบอะไร ไม่หยิบโทรศัพท์ก็หยิบเครื่องคิดเลขที่อยู่ใกล้มือน่ะ แล้วก็จิ้มเลย อันนี้คิดอย่างไรนะ เห็นปุ๊บ เอาไปประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ดีกว่า เราเห็นปุ๊บเอามาทำอะไรนะ งง ต่อมานะคะ มีพัฒนาต่อมาเป็นแบบนี้เปียกปูนหมายถึงแท่งเนเปียร์นะคะ ตัวนี้เข้าไปคำนวณ เหมือนรุ่นเรานี่ เกิดทันยุคสูตรคูณไหม สมัยประถม มัธยมมีท่องสูตรคูณไหมคะ ทำได้ถึงสูตรไหน สูตร 2 สูตร 2 เองหรือ เดี๋ยวนะไอ้ท่องถึง 2 นี้ เริ่มจากสูตรไหน 12 ตอนนี้ยังท่องได้ไหมคะ ทำได้สูตรไหนบ้าง มีเลือกท่องได้ด้วยนะ ดีมาก เดี๋ยวจะให้โชว์สเต็ปการท่องสูตรคูณ ตัวนี้นะคะ เป็นจุด เขาเรียก "อุปกรณ์คำนวณที่ช่วยขูดเลข" นะ ในเครื่องเราน่ะ มันจะมันจะช่วยซูมได้ ว่าอย่างเช่นการคูณของเขานี่ค่ะ แต่เขาก็คิดดีนะเห็นลูกคิดปุ๊บมาคิดอันนี้ต่อมาคิดว่าถ้าคุณนะคะ ใช้หลักการอะไรวันนี้ชาวสก๊อตเป็นคนคิดนะคะ 4 * 1 ได้ 4 ดูไล่แถวลงมาเลยค่ะ อันนี้คือบนนะคะ คอลัมน์บน แถวบนเลย เอาตัวบนเนี่ยมาคูณกับเลขข้างหน้าแล้วก็ได้คำตอบมาเป็นตัวนี้ไล่ลงมารอคำตอบที่เป็นเลข 2 หลักนะคะ เช่น4 * 3 เป็น 1 2 เลขบนมันก็จะเป็น 1 ทับอยู่ด้วยเลข 2 ก็มีพัฒนาต่อมาอีก 3 ตัวนี้เป็นยุคก่อนเครื่องจักรนะคะ ก็มาเป็นสไลด์หลุดเลยนะคะ คือตัวแท่งเนเปียร์เนี่ยมันช่วยคูณ เคยเห็น เคยใช้งานช่างอะไรแบบนี้ไหม ไม้ เอามาขีด เส้นให้มันตรงนะคะ เคยดูรายละเอียดในนี้ไหม ไม่รู้ไปทำอะไร รู้แค่ว่าเอามาขีดเส้น เหมือนไม้ เมื่อก่อนเรียกอะไรนะ สมัยครูเรียกไม้โปรแทรกเตอร์นะคะ แต่พ่อมีเตอร์ ๆ นี่ ผู้ปกครองก็จะคิดว่ามันต้องแพง ขอสตางค์ซื้อไม้โปรแทรกเตอร์หน่อย 2,000 บาท ในมันเป็นอะไรแต่มันต้องแบบเออมันน่าจะเป็นแบบแพง ๆ ค่ะ ไม้โปรแทรกเตอร์กี่บาท สมัยครูน่าจะแบบ 50 ตังค์ อันนี้ใช้หลักอัลกอริทึม ของเนเปียร์นี่ คือ เข้าคิดนะคะ ใช้ในการคูณ และการหาร ไอ้ไม้นี่นะ ไม้บรรทัดคำนวณนี่นะ ต่อมานะคะ ก็เป็นยุคของ Calculator อันนี้เป็นยุคของเครื่องจักรแล้ว เริ่มมีกลไกนะคะ จักรกลในการคำนวณนะคะ คือ เขาปรับปรุงมาตั้งแต่ลูกคิดนะคะ มาเป็นเนเปียร์บวมบวมนะคะ แล้วก็มาเป็นหาไม้บรรทัด หาคำนวณแล้วก็มาเป็นนาฬิกาคำนวณ เขาก็คิด ประดิษฐ์ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะคะ เป็นเครื่องคำนวณของปาสคาลนะคะ ปาสคาลก็คิด ถือเป็นเครื่องคำนวณที่ใช้ฟันเฟืองเป็นเครื่องแรก พวกนี้เราไม่ต้องท่องจำมาทั้งหมด เราแค่จำลักษณะเด่นนะคะ แนวข้อสอบจะมีถามความหมายของคอมพิวเตอร์ ถามว่าตัวไหนเกิดก่อน-หลั ง หลักการท่องจำนะคะ จริง ๆ เราต้องท่องและทำความเข้าใจ ท่องจำมันจะยาก เพราะเนื้อหาเยอะมากเราจำให้ได้ว่าก่อนเครื่องจักรนี่ มันมีอะไรบ้าง ยุคเครื่องจักรนี่ มีอะไรบ้าง ยุคหลังเครื่องจักรมีอะไรบ้าง จำเป็นกลุ่ม ลูกคิดอยู่ยุคไหน เราก็นึกถึงลักษณะกายภาพของลูกคิด มันไม่มีกลไกอะไรนะ มันก็จะเป็นยุคก่อนเครื่องจักรกลนะคะ แท่งเนเปียร์ เราก็ต้องจำและได้ครูบอกว่าใช้คำนวณประพันธ์บอกว่าท่องได้ถึง 12 การจำข้อมูลมันต้องมาจากแหล่งอ้างอิงใช้คำนวณแต่มันไม่ได้มีคนไกลก็แปลว่าก่อนเครื่องจักร อย่างนี้ค่ะ อันนี้เริ่มเป็นเครื่องคำนวณ เป็นเครื่องจักรกลนะคะ เป็นเครื่องจักร นักคณิตศาสตร์เป็นคนคิด เพราะเกี่ยวกับพวกการคำนวณ ใช้บวกลบคูณหาร แต่ว่าสมัยแรก ๆ นะ คือ ใช้ได้แต่มันยังไม่แม่นยำหน้าตาก็จะเปลี่ยนไปเราสังเกตการตั้งชื่อนะคะ พวกนี้เรียก "นวัตกรรม" สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมานะคะ ใหม่ ๆ จะให้เกียรติคนที่คิดค้นโดยตั้งชื่อตามนักประดิษฐ์ อย่างตัวนี้นะคะ เครื่องคำนวณของไลบ์นิซ เป็นชื่อของวินเฮมนะคะ Hot seat คือ คนที่คิดก็ให้เกียรติคนนั้นอะไรนิสนี่ เป็นผู้ค้นพบเลขฐานสอง รู้จักเลขฐานสอนไหมคะ เลขฐานทั้งสองมีเลขอะไรบ้าง 0 กับ 1 ในชีวิตประจำวัน นักศึกษาใช้เลขฐานอะไรเป็นหลัก ถ้าใช้ฐาน 2 นี่ คุณจะพูดแค่ 01101001 เลยนะ ไปตลาดนี่ ซื้อปลาหน่อย 00001 คนไม่มีสิทธิ์ไปซื้อปลา 20 บาท ซื้อหมู 30 บาท พอเลขฐานสองไงนะคะ ก็จะมี 01101001 แค่นั้น สรุปแล้ว ในชีวิตประจำวันใช้เลขฐานอะไรเอ่ย ฐานสิบมีเลขอะไรบ้าง ไม่ได้ 0 ถึง 10 นะคะ เลขฐานไหนก็จะมีจำนวนเท่ากับเลขฐานนั้น แต่น้อยกว่า -1 นะคะ เลขฐานในโลกนี้มีฐานอะไรบ้าง ห้ามตอบซ้ำกัน ครูตอบเลขฐานสอง No เลขฐาน 4 ไม่มีนะ อย่างไปจำผิด เลขฐานสอง เลขฐาน เลขฐานสิบ เลขฐานสิบหก เลขฐานสิบหก มีเลขไหนถึงไหน 0 ถึง15 หรือเปล่า a นี่ คือ 0 ถึงถูกต้องฐาน 16 นี่คือ 0-9 10 นี่เป็น A ไล่ไปนะคะ เริ่มมีเลขฐานสองมานะคะ เราเราใช้ในชีวิตประจำวันนี่ เป็นเลขฐานสิบ ตอบในข้อสอบให้ถูกนะคะ อย่าไปตอบด้วยกัน 2 นะคะ ก็มานะคะ เครื่องจักรกลก็จะเป็นสกัด room นะคะ อันนี้เป็นชาวฝรั่งเศสที่คิดนะคะ มาร์รี แจกการ์ดนะคะ เป็นเครื่องจักรที่ใช้ชุดคำสั่ง ชุดคำสั่งนี่ ภาษาไทยใช้คำว่า "ชุดคำสั่ง" แต่เราเนี่ยเราจะเรียก "โปรแกรม" นะคะ ถือเป็นเครื่องจักรที่มีโปรแกรมเป็นเครื่องแรก เครื่องที่มีฟันเฟืองเครื่องแรก คือ จักร พันธ์ผู้มีความจำ ดี ครูพูดไปเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว เครื่องที่มีฟันเฟืองเป็นเครื่องแรก คือ... ถูกเปล่า ถูกไหมคะ ครูบอกว่าคุณเป็นคอมพิวเตอร์ไหม ต้องมีความถูกต้องแม่นยำ จำได้เยอะและถ่ายโอนได้เร็วนะคะ ฉะนั้น ครูจะพูดเฉพาะตัวที่มันเป็น keyword นะ เราต้องทำตอนนั้นนะคะ ตื่นเต้นไง รีบูตใหม่ อันนี้ถือเป็นแจ็คเก็ต room เนี่ยถือเป็นเครื่องจักรพี่ใช้โปรแกรมเป็นเครื่องแรกชุดคำสั่งอ่ะค่ะ ครั้งแรกนะคะ เครื่องเจาะบัตรด้วยนะคะ ใช้เก็บข้อมูล เราดูหน้าตานักวิทยาศาสตร์แต่ละคน มิน่าล่ะ เราถึงเป็นคนธรรมดา มันต้องมีลักษณะเฉพาะนะคะ เป็นอะไรที่แบบว่าดูเป็นผู้รู้น่ะ ผู้รู้ ผู้ตื่น แล้วก็มาเป็นชาน แบบเบจ เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนไหมคะ genres เป็นคนประดิษฐ์ difference engine ก็คือเครื่องคำนวณผลต่าง ผลต่างนี่คืออะไรเอ่ย ภาษาบ้านเราเรียกอะไรคะ คำนวณผลต่าง การหาอะไร การหาค่าอะไร ใบ้ให้ ก. บวก ข. ลบ ค. คูณ ง. หาร จ. จาน ที่กล่าวมาผิดหมด ไหนดีคะใครเลือกบวกยกมือกไก่เงียบข. ไข่ ลบ 1 2 3 มีลอกกันด้วย ค. ควาย คูณ ง.งู หาร ที่เหลือต้องยกหมดเลยค่ะ ไม่รู้เลย difference Engine คืออะไร คะจริง ๆ แปลตามตัว คือ ผลต่าง หมายถึงว่าตัวตั้งนะ แล้วก็ค่าที่กำหนดกำหนดนะ ที่เหลือน่ะ แปลว่าเหลือจากอะไรมีผลไม้อยู่ 5 ลูก มีคนเอาไป 3 ลูก ไอ้ที่เหลือคือค่าอะไรคือค่าอะไร คือ ผลต่าง คือ ลบนะคะ เรียนไปแล้วอย่าไปตอบบวกนะคะ เด็กรุ่นนี้ไม่รู้จักผลต่างหา ชาน เบรคนะคะ เป็นภาษาอังกฤษนะคะ เขาก็คิดเครื่องคำนวณมีตารางนะคะ มีตารางอัตโนมัติ สำหรับการคำนวณ ชาน แบบเบจ ยังเป็นอะไรนะอีกอย่างหนึ่ง เขามียศฐาบรรดาศักดิ์อยู่นะยังไม่เฉลยข้ามไปก่อนประมาณราคาลูกชายเขาก็เอาหลักการคิดนะคะ ของข้อเนี่ยมาพัฒนาเขาเรียกว่าเครื่องอนาไลติคอล Engine ก็คือเครื่องวิเคราะห์นะคะ ยังเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล การคำนวณอยู่นะคะ เครื่อง analytical Engine นี่ มันนจะสามารถ input ข้อมูลเข้าไปได้ ประมวลผลได้ ควบคุมให้ตัวเครื่องจักรนีี่ทำงาน แล้วก็มีเก็บข้อมูลไว้เป็นหน่วยความจำนะคะ คนอื่นนี่คือประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ 1 อย่าง แล้วเขาก็เลิก แต่ชาน แบบเบจนี่ มีประดิษฐ์หลายอย่าง เขาก็เลยได้รับสมญานามว่า ฉันไม่ได้รับสมญานามว่า... หมายก่อนไม่เคยได้ยินชื่อฉันแป๊บเลยหรอเอาจริงหรอ เดี๋ยวค่อยเฉลย ต่อมานะคะ ยุคของเครื่องจักรนะคะ หลังเครื่องจักรกลนะคะ ก็จะเป็นเครื่องเบอรี่คอมพิวเตอร์อันนี้คือเครื่องเราเรียกเครื่อง ABC อย่างที่ครูบอกไปว่า เมื่อก่อนการตั้งชื่อนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ เราจะให้เกียรติคนที่สร้าง อันนี้ก็คือจอห์นวีอะทานาซอฟฟ์กับลูกศิษย์ของเขาประดิษฐ์เครื่องคำนวณขนาดเล็ก แต่เครื่องนี้ใช้หลอดสุญญากาศในการทำงานนะคะ ถือเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบดิจิทัลเครื่องแรก คราวนี้ผ่านไป 3 สไลด์จะถามอีกทีนะ ตัวนี้เป็นเครื่อง เขาเรียกอะไร เครื่องคำนวณ มันมีขนาดเล็กนะคะ มันจะใช้ตัว Vacum Tube หลอดสูญญากาศในระบบการทำงานนะคะ ถือเป็นคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบดิจิทัล เครื่องแรก ก่อนหน้านี้มันเป็นอนาล็อกมา เราต้องสังเกตนะ ต่อมานะคะ ก็จะมีการประดิษฐ์ Mark One อันนี้เป็นชื่อเครื่องนะคะ ขนาดของเครื่อง คือ ทั้งหมดนี้นะคะ ไม่ใช่ขนาดของเครื่องแค่นี้นะ ทั้งหมด 1 ห้องน่ะ 1 เครื่อง อันนี้คือขนาดของเครื่องนะคะ อันนี้ของใหม่นะคะ ของเฮาเป็นคนประดิษฐ์นะคะ อันนี้ได้ทุนของ IP ของ ibm ibm ก็จ้างเป็นเครื่องคิดเลขเครื่องคิดเลขนะนี่อันนี้ใช้คิดเลขค่ะ แต่เราเรียกว่า "เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์" นะคะ เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแล้ว เราก็มีอีนีแอ็ก แหละแอบ SBAC ย่อย ๆ ลงไปอีกนะคะ แล้วก็มีจอย ดับบลิวนะคะ ของบอสลี่ครูจะเรียกว่าเป็นคนประดิษฐ์สเปคเกิดนะคะ เขาทำ อันนี้ถือเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ที่ใช้ระบบเลขฐานสิบ แต่ละเครื่องมันจะมีจุดเด่นเราอยากไปห้องทั้งหมดเอาแบบเด็ด ๆ พรุ่งนี้ใช้ทำอะไรเขาใช้ในกองทัพทหาร ใช้ทำอะไร ใช้คำนวณวิธีกระสุน รู้จักวิถีกระสุนไหมคะ วิธีกระสุน คือ แปลเป็นภาษาบ้านเราสิ คือ การยิงกระสุนนี่นะ ยิงแบบหวังเป้านะคะ ไม่เหมือนจริงกะปอมนะคะ คือ เวลาเราไปยิงนกยิงอะไรนะมันไม่มีวิธีกระสุนแบบคำนวณได้ แต่ของเขานี่คือวิถีกระสุนนี่ คำนวณได้ ใช้กระสุนไปทางไหน ก็ใช้เครื่องคำนวณนี้การคำนวณทิศทาง เราเรียก "วิถีกระสุน" แล้วก็มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นะคะ มีตัวนึงเราเรียกว่า SBAC SBAC จะเริ่มมีหน่วยเก็บข้อมูล เราเรียก "หน่วยความจำ" นะคะ ต่อไปก็จะเป็น uniwac เครื่องดื่มเยอะวันนี้ถือเป็นเครื่องแรกของโลกที่ใช้ในงานธุรกิจใช้เลขฐานสิบเหมือนกันภาพouj ไอ้เครื่องใหญ่ ๆ นี้ล่ะอันนี้ ก็คือหมดยุคของพวกเครื่องจักร ต่อไปนะคะ เราจะมาพูดถึงตัวเทคโนโลยีหลักนะคะ ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์แต่ละยุค อย่างตัว Vacum Tube นะคะ ก็คือหลอดสุญญากานี่ เขาก็บอกว่ามีการใช้ปีไหนถึงปีไหนแต่ 13 ไม่ต้องท่องจำไม่มีในข้อสอบค่ะ ปีพ.ศ. ปี ค.ศ.ตัดออกไปนะคะ เราไม่ต้องไปห้องเปลืองพื้นที่สมองน้อย ๆ ของเรานะคะ รู้แค่ว่าหลอดสุญญากาศ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เป็นอันดับแรกในการประดิษฐ์คอมเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้หลอดสุญญากาศ เราสังเกตว่าคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ นะคะ จะใช้ในแวดวงทหาร จะใช้ในวงการธุรกิจ เพราะมันมีกำไรขาดทุน นะคะ มันมีข้อมูลตัวเลขเยอะ ๆ นะคะ แวดวงการศึกษานี่ หลัง ๆ อันนี้คือหลอดสุญญากาศ คราวนี้หลอดสุญญากาศมันมีลักษณะเฉพาะ นะคะ เขาใช้หลอดสุญญากาศเป็นหลัก ในการประดิษฐ์คิดค้นนะคะ พวกเครื่องจักรกลต่าง ๆ แต่ลักษณะของหลอดสุญญากาศ คือ มันจะใช้พลังงานในการทำงานสูง ทำให้เกิดความร้อนเร็ว นะคะ ตัวเครื่องก็มี ก็เลยทำให้ตัวเครื่องนี่ มันมีขนาดใหญ่ เพื่อระบายความร้อนได้ดี เปิดทำงานไปนะคะ อาจจะชั่วโมงหนึ่ง ก็ต้องปิด เพราะมันร้อน อันนี้คือลักษณะของคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ ที่เราสังเกตคืออย่าง swac uniwac มันจะเป็นเครื่องใหญ่น่ะค่ะ เพราะว่าใช้หลอดสุญญากาศเป็นตัวใช้ภาษา Machine languageเคยได้ยินภาษา Machine Language ไหมคะ ภาษาระดับต่ำ ที่ใช้เลขฐานสองเป็นหลัก นะคะ ก็คือใช้ 0101 น่ะ ในการเขียนโปรแกรม เราเรียก "ภาษาเครื่อง" ถือเป็นภาษาระดับต่ำ แล้วก็มีภาษาสัญลักษณ์นะคะ เราเรียกซิมโบลิค คือ ภาษาที่เป็นสัญลักษณ์แทนพวกเลขฐานสอง เราจะเขียนโปรแกรมสั่งงาน เราต้องรู้รหัสเลขฐานสองนะคะ ต่อมานะคะ ด้วยข้อจำกัดของหลอดสุญญากาศ ที่มันให้พลังงานไฟฟ้า ใช้พลังงานความร้อนสูงน่ะ เปิดคอมไม่นานก็ต้องปิด ก็เลยมีพัฒนามาใช้ทรานซิสเตอร์แทนนะคะ ทราบนซิสเตอร์จะมีขนาดเล็กแต่เวลาใช้งานเราจะใช้ร่วมกันกับกอดอุ่นนะทรานซิสเตอร์อย่างเดียว เขาเรียกว่า "เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์" มีขนาดเล็กกว่าสูญญากาศ แต่สามารถจุข้อมูลได้มากกว่านะคะ ไม่ต้องใช้เวลาในการวอร์มเครื่องนาน เปิดเครื่องได้นานขึ้นนะะค วอร์มเครื่อง ก็คือเหมือนกันบูตน่ะ ถ้าเป็นหลอดสุญญากาศต้องใช้เวลาบูทนานนะคะ แต่พอเป็นทรานซิสเตอร์นี่ คือยุคที่ 2 อันแรกคือไปทำคิ้วแล้วก็มาเป็นทรานซิสเตอร์ แล้วก็เกิดภาษาสัญลักษณ์ขึ้นมาอย่างจริงจังก็คือ .... เคยได้ยินชื่อภาษานี้ไหมคะ เคยเขียนไหม ไม่ใช่glastonbury เราใช้ในการเขียนพวกควบคุมเครื่องจักร Electronic ควบคุมหุ่นยนต์นะคะ แต่ตอนนี้คือ ภาษาฉัน ตัวภาษาสัญลักษณ์นี่ มันเขียนยาก เขาก็เลยมีปรับนะคะ ทุกวันนี้ที่ใช้ คือ python ภาษา C ใช้ในการเขียนควบคุม พอมายุคทรานซิสเตอร์นี่ มีภาษาระดับสูงเกิดขึ้น ทำให้เกิดตัวแปร เขาเรียกตัวแปลภาษานะคะ มี 2 ตัวก็คือคอมไพเลอร์กับอินเตอร์พรีเตอร์นะคะ การคอมไพล์โปรแกรมจากภาษาระดับสูงไปเป็นภาษาเครื่องเพื่อให้คอมพิวเตอร์รู้น่ะ ภาษาระดับสูง คือ คน เรียนรู้ได้ง่าย แต่คอมไม่เข้าใจ ต้องผ่านตัวแปลภาษาก่อนนะคะ แล้วก็มาเป็นยุค integrated Circuit ก็คือยุค IC IC มี 2 ยุคนะคะ IC ยุคแรกแล้วก็ไอซีที่เป็นวงจรรวมขนาดใหญ่ blsตัวนี้เป็นยุคแรกของ IC นะคะ IC คือ ตัวเล็ก ๆ 1 ตัว ก็คือขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างขึ้นมาเพื่อให้มันมีคุณสมบัติทำอะไรได้น่ะค่ะ เราเรียก IC แล้วก็เกิดในยุคที่เป็นแผงวงจรนะคะ ในวงจรรวมนี่ ก็เกิดระบบปฏิบัติการเกิดขึ้นถ้าในข้อสอบถามว่า operating system เกิดในยุคไหน ยุคสูญญากาศไหม หรือยุคทรานซิสเตอร์ หรือยุควงจรรวม หรือวงจรรวมขนาดใหญ่ อันนี้เราต้องแยกให้ออกว่ามันอยู่ตรงไหนนะคะ OS เกิดในยุค IC นะคะ แล้วก็มาเป็น VLSI อันนี้เป็นวงจรเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเป็นวงจรที่มีขนาดใหญ่ ใหญ่ขึ้น สั่งงานได้เยอะ ขึ้นขนาด... ขนาดของวงจรน่ะ แผงวงจรมันจะเป็นขนาดใหญ่ขึ้นนะคะ ถ้าทุกวันนี้ ก็คือเมนบอร์ดน่ะ เคยเห็นเมนบอร์ดไหมคะ เมื่อก่อนมันจะเป็นเล็ก ๆ นะ ตอนที่เป็น IC ก็คือ 1 1 อย่าง คือ ทำงานต่าง ๆ แต่พอเป็นเมนบอร์ด Master Board มันก็จะมีวงจรในนั้น มีอุปกรณ์หลายตัวที่ต่อกับเมนบอร์ด ก็คือทำงานได้มากขึ้นนะคะ เราเรียก "ยุคแผงวงจรรวมขนาดใหญ่" VLSI แล้วปัจจุบันล่ะ คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันนะคะ ถึงยุคอนาคตนี่ ไม่ได้ใช้ในการคำนวณอย่างเดียว ต้องมีความฉลาด ความฉลาด คือ ทำงานได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ ช่วยตัดสินใจ ช่วยทำงานได้มากกว่าแค่คำนวณน่ะค่ะ คือ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันถึงอนาคต เราเรียก "ยุคปัญญาประดิษฐ์" นะคะ AI เป็นอีกสาขาหนึ่งน่าเรียน เรียนแล้วก็ไปสร้างหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ที่มีความฉลาดเหมือนมนุษย์ ตอนนี้ยังผลิตไม่ได้ ยังประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่ฉลาดเหมือนมนุษย์ไม่ได้ เพราะอะไร ในฐานะที่ทุกคนเป็นมนุษย์ เคยคิดอย่างหนึ่ง แล้วพูดออกมาอีกอย่างนึงไหมคะ หุ่นยนต์ทำแบบนั้นได้ไหม ไม่ได้ค่ะ หุ่นยนต์ ก็คือเครื่องจักรกล มันจะทำงานตามชุดคำสั่งที่เราเขียนให้ ถ้าเราเขียนแบบนี้ คำตอบ ก็คือได้แบบนี้ แต่มนุษย์นี่ จักรพรรณอาจจะแบบ อาจารย์ไปสอนนานจัง เหนื่อยแล้ว ครูถามจักรพัรธ์สนุกไหมสนุกครับ อันนี้คือมนุษย์หุ่นยนต์เอาแบบนี้ไม่ได้ฉะนั้นการพัฒนานะคะ เครื่องจักรกลให้ทำงานได้เหมือนกับมนุษย์เลยเนี่ยเขาก็เลยใช้วิธีการมาประดิษฐ์สิ่งรอบข้าง มนุษย์ยากใช่ไหมมาทำรอบข้างนี่ค่ะ ให้มีความฉลาด เราก็เลยเรียกระบบที่เกิดขึ้นเทียบเคียง AI นี่ ว่า IoT ได้ยินคำนี้ internet of thingsคืออะไร ก็คือระบบอะไรก็แล้วแต่ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเครือข่ายไม่มีเยอะนะคะ นี่คือเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แล้วควบคุมอุปกรณ์เหล่านั้นให้ทำงานได้ แบบ แบบไหน แบบตามคำสั่ง อาจจะตั้งเวลาไว้ หรือแค่กดสวิตช์อย่างนี้ค่ะ เขาเรียกอยู่ในยุคของปัญญาประดิษฐ์นะคะ การเขียนโปรแกรมก็เป็นภาษาเชิงอ็อบเจกต์ รู้จักภาษาเชิงอ็อบเจกต์ไหมคะ object oriented programming คือ เมื่อก่อนการเขียนโปรแกรมมันจะเป็นแบบภาษาโครงสร้างนะ ภาษาโครงสร้านี่ เขียนอย่างไรเอ่ย เขียนทีละบรรทัด คีย์เข้าไป แล้วสั่ง มันก็จะทำงานได้อย่างนึงแปลภาษาเชิง object นี่ เราไม่ต้องไปจำศีลอะไหล่ลากวัตถุมาวางแล้วดับเบิลคลิกเข้าไปเขียนคำสั่งควบคุมตัว object นั้นวัตถุนั้นตัวโปรแกรมภาษาโครงสร้างเราต้องเขียนครบทุกบรรทัดแล้วสั่งให้โปรแกรมมันคอมไพล์ แล้วถึงจะเห็นผลลัพธ์ ว่ารับค่าข้อมูลหรืออะไร แต่ถ้าเกิดเป็น object oriented นี่ นักศึกษาออกแบบหน้าจอสวยงามได้เลยค่ะ แล้วค่อยไปเขียนโค้ดทีหลัง เราจะเห็นหน้าตาก่อน ส่วนการทำงานจะอยู่ที่หลัง หมายถึง โครงสร้างแต่เราต้องเขียนเสร็จครบทุกบรรทัดก่อน เราถึงจะเห็นผลลัพธ์ อันนี้คือข้อแตกต่างนะะค ไม่รู้เกิดในยุคนี้ดีไหม ได้เรียนเขียนโปรแกรมที่เป็นแบบโครงสร้างไหมคะ ภาษาอะไรเอ่ย c c เป็นภาษาโครงสร้างค่ะ คนอื่นได้เรียนไหม ได้เรียนทั้งห้องนะ เขียนภาษา C ไหมคะ จักรพันธ์เคยเหมือนจ่าตอนนี้กำลังประมวลผลอยู่ ไปเรียนตอนไหนนะ ภาษาจีนเขียนอย่างไร เป็นบรรทัด บรรทัด บรรทัดบรรทัดหรือ Optic มาวางภาษาซีจะมี 2 หมวด ภาษาซีเวอร์ชั่นของจักรพันธ์นี่ เป็นกึ่งอ็อกเจกต์ ถ้าภาษา C โดยต้นกำเนิดเขียนโค้ดก่อนเขียน Code ในหน้าจอสีเทาสีน้ำเงิน แล้วแต่เวอร์ชัน เขียนเสร็จคอมไพล์ค่ะ เสร็จถึงจะได้หน้าจอรับข้อมูลแต่อีกเวอร์ชั่นนึงนะคะ เขาเรียก 2 หมวดโบสถ์ที่เป็น Companyปรับโหมดที่เป็น objectเขาก็พนาพัฒนาตัวภาษาให้มันสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้นเหมือนในรูปนี้คือ C ดูจากเครื่อง C แบบโครงสร้างสมัยโบราณเลย คีย์คำสั่งพิมพ์คำสั่งผิดก็ว่าให้เราด้วยนะ Black Command แปลว่าคำสั่งที่เราพิมพ์มันผิด หรือรูปแบบผิด มันก็จะบอกว่า syntax error แปลว่าเจ้าน่ะ เขียนรูปแบบผิด ดูด้วยนะ จะเช็คทุกบรรทัดเลยค่ะ บางทีมันก็บอกว่าเราลืมใส่จุด ลืมใส่จุดนี้ก็คิดนะ เราเรียก full Stop นะ หรือเซมิโคลอน เวลาเขียนภาษาคำสั่งแบบนี้นะคะ ข้อดีของมัน คือ มันยากตอนเขียน แต่ตอนคอมไพล์ตอนเราเรียงง่ายหายเร็วเพราะมันไม่ได้เป็นกราฟฟิกไม่ได้ไปนะคะ คราวนี้นะคะ เราอ่านโจทย์ดี ๆ นะ ในข้อสอบจะถามว่าคอมพิวเตอร์แบ่งเป็นกี่ประเภท แต่ในโจทย์นะคะ ที่ครูเห็น แบบไปส่องข้อสอบมา การแบ่งประเภทคอมพิวเตอร์นี่ มันขึ้นอยู่กับเกณฑ์ เราต้องอ่านโจทย์ให้จบนะคะ ว่าใช้เกณฑ์อะไรแบ่ง เกณฑ์ขนาด เกณฑ์ราคา เกณฑ์ประสิทธิภาพ หรือในการประมวลผลความเร็วนะคะ อย่าเพิ่งเขียนโจทย์ปุ๊บ อ่านครึ่งโจทย์แล้วตอบอ่านโจทย์ให้จบวิเคราะห์ เขาถามอันนี้ โดยใช้เป็นอะไร แล้วค่อยตอบนะคะ 60 ข้อ รู้สึกให้เวลาถ้าเป็นเราทำข้อสอบ 60 ข้อ ไหนแล้วใช้เวลานานแค่ไหนคนละ 1 นาทีเสร็จไหมข้อสอบเสร็จ หรือเราเสร็จ ข้อสอบก็เสร็จ โอเค ปกติครูให้เวลา 2 ชั่วโมงให้คนละ 2 นาทีไม่มีคำนวณหาข้อสอบที่ทำไว้นะคะ ที่เขาจะส่งลิงค์มาให้ นักศึกษาเข้าไปสอบปุ๊บ สอบเสร็จส่งข้อสอบรู้คะแนนเลย ตก ก็คือรู้เลย ผ่านก็รู้เลย แก้ก็ไม่ได้ แต่เดี๋ยวค่อยว่ากันนะคะ ข้อสอบนั้นมีเนื้อหาทุกบทเลย 6 บทนี้ค่ะ ทำแบบออนไลน์นั้นล่ะ แต่ออนไลน์ในห้องน ี้เราก็เปิดเอามือถือสแกนก็ได้ค่ะ ให้ลิงก์มา แล้วก็คลิกลิงก์ปุ๊บตอบมาเลยค่ะ อ่านโจทย์ดี ๆ ตอบก่อนเดี๋ยวดูก่อนว่าสอบที่ไหนเพิ่งเรียนบทที่ 1 นี่ close ครูถึงบอกหลักการท่องจำไง บทที่ 1 มีข้อสอบอยู่ 6 ข้อ ครูบอกมาแล้ว 5 ข้อแล้วนะ ถึงจุดนี้ 6 บทบทที่ 1บทแรกมี มันมี 60 ข้อนะค่ะ บทละ 6 ข้อ พูดผิดหมดละ 10 ข้อ ก่อนหน้านี้มันมี 80 ข้อ มีเวอร์ชันที่ 180 ข้อ 540 คะแนนเขาว่ามันเยอะไปก็เลยในทีมงานทีมงานนั้นน่ะทีมงานส่วนกลางเขาก็เลยโพสต์เหลือแค่ 60 ข้อ นะคะ 30 คะแนน ที่ผ่านมานะคะ บอก เขาเรียกอะไร สถิตินะ เหมือนเล่นเกมค นที่ทำได้สูงสุด เราได้เท่าไหร่ 30 แค่ผ่านเองนะ เอาคะแนน เอาจำนวนข้อสิ เราคิดว่าเขาทำได้เท่าไร 58 ข้อ เราจะเป็นคนที่ทำได้เต็มใช่ไหม สงสัยจะได้เต็มส่วน เดี๋ยวก็รู้นะคะ โอเค บทละ 10 ข้อ จากตั้งแต่ที่ครู เข้ามายืนตรงนี้ จนถึงตอนนี้ บอกข้อสอบไปแล้ว 5 ข้อ บอกมาเรื่อย ๆ เลย ตรงนี้เขาออกข้อสอบนะ ตรงนี้คือข้อสอบนะ ฉะนั้น ถ้าใครมีแบบเลกเชอร์เล็ก ๆ จดไว้ที่ไหนก็ได้ค่ะ เขาไปลาสอบอ่ะมัน Close ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ จดที่ไหนก็ได้ค่ะ จดใส่มือเพื่อน จดใส่... 5 ข้อเอง มีคนที่เราก็ไปแชร์กับเพื่อนไง ไหนนะที่ครูบอกข้อสอบ หนึ่งในนั้นเขาถามเลยว่าบิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใคร ใคร ประยุทธ์ อย่าเล่นของสูงนะคะ บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใคร ให้ทาย มีอีกไหมคะ ลองทายดู คนที่จะได้รับยกย่องเป็นบิดาคอมพิวเตอร์ ก็คือคนที่มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้แต่รุ่นลูกหลาน ชาน แบบเบจ เป็นบิดาคอมพิวเตอร์นะคะ ไม่ใช่จักรพันธ์นะคะ ไม่ใช่ เอ๊ะ ทำไมข้อสอบข้อนี้ไม่มีเฉลย ที่ท่องมาทำไมไม่มี เขียนะ เรามาดูคอมพิวเตอร์ยุคนี้ยุคซุปเปอร์คอมพิวเตอร์กันเกิดไม่ทันค่ะ ครูก็ยังไม่เกิดเหมือนกัน 1960 เกิดก่อนครูนิดหน่อย อันนี้ปีค.ศ.นะคะ อย่างที่กูบอกไปว่าคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ นี่ เขาใช้ในแวดวงการทหาร เราก็มาเป็นแวดวงการทำธุรกิจหาการศึกษาเนี่ยหลัง ๆ มานะคะ เคยได้ยินซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไหมเอ่ย เคยเห็นไหม ดูในรูปหน้ามีสักเครื่องนะครูว่านะคะ อันนี้เป็นการแบ่งคอมพิวเตอร์ตามประสิทธิภาพการทำงานนะคะ ตามขนาดและราคา เครื่องละไม่กี่สิบล้านแค่นั้นเอง ขนหน้าแข้งไม่ร่วง เพราะร่วงไปหมดแล้ว เป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่นะคะ ราคาแพง สามารถคำนวณได้แบบซับซ้อน อันนี้คอมพิวเตอร์ยุคโน้นนะคะ ทุกวันนี้ยังมีไหม ประเทศไทยมีไหม ประเทศไทยก็รวยนะ จนแต่เรานี่ล่ะั มีคนรวย แต่เราอยู่ในกลุ่มคนจน แล้วก็มาเป็น mainframe นะคะ อันนี้คือเรียงตามประสิทธิภาพการทำงานถ้าเขาให้เรียงลำดับ เราต้องเรียงให้ถูกนะคะ อะไรใหญ่สุด ประสิทธิภาพรองลง มา รองลงมา รองลงมา รองจากซูเปอร์คอม ก็คือเมนเฟรมนะคะ ตอนนี้ก็ยังมีอยู่เมนเฟรม สามารถทำงานได้ทั้งแบบ Local และ Remote ให้ตอบวันนี้ได้ให้ 2 คะแนน การทำงานแบบ Local กับ Remote เป็นอย่างไร ตอบได้อันนึงให้ 1 คะแนน ตอบได้ทั้งคู่ให้ 2 คะแนน เดี๋ยวเรียบเรียงคำพูดดี ๆ ตั้งสติ ทำงานแบบ Local เป็นอย่างไรเอ่ย ถูกเปล่า ยัง ยังไม่ถูกค่ะ ค่ะ ข้างหลัง อะไรนะ พูดดัง ๆ นะ เพราะครูก็หูตึง ครูก็อายุเยอะแล้ว ครูก็เริ่มหูไม่ค่อยได้ยินน่ะ ยืนขึ้นมาค่ะ เอามาเลยค่ะ ไม่มีหักเอาความคิดเราอ่ะสุ่มปลายักษ์จะถูกได้คะแนนไปการทำงานแบบ Local เป็นอย่างไร ทำงานแบบรีโมทเป็นอย่างไร งานนี้มีแต่ได้ค่ะ ถ้าตอบ ตอบมาอันหนึ่งก็ได้ หมดยัง รีโมต คือ ทำจากข้างนอกเข้ามาที่ตัวเครื่องหลัก โอเค ได้ 1 คะแนน มี Local ไหม โอเค คุณรหัสเท่าไหร่ เรา 04 กรพจน์นะ ได้ 1 คะแนน รีโมต คือ เราเปิดเครื่องไว้ที่ทำงาน สมมตินะคะ เอาแบบเห็นภาพนะ แล้วเราอยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่อื่น แต่เราสามารถเปิดเครื่องที่เราใช้งานที่อื่นนะคะ เข้ามาสั่งงาน อยู่ที่ทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าเครื่องหลัก เขาเรียก "การรีโมต" ง่ายสุด เวลาเราใช้รีโมทหนูไหมคะ คุณต้องเดินไปกดที่เครื่องเราอยู่ไกล ๆ ได้ไหม คือรีโมทจากนี้มันจะทำงานได้จากตรงนู้น แต่เครื่องมันต้องเปิดอยู่นะ มันต้อง share ไว้นะ นึกออกไหมคะ เปิดเครื่องเฉย ๆ ก็ไม่ได้ค่ะ มันต้องใช้พอร์ตด้วยนะคะ ว่าพอร์ตไหน เราจะเข้าไปในเครื่องนั้น เพื่อทำอะไร ยังไม่ได้ local เลย 2 คำนี้มันตรงข้ามกันสิ มาตอบค่ะ ทีละคน ใครจะตอบก่อน ครูใบ้ให้แล้วนะ เป็นอย่างไรเอ่ย ตอบค่ะ ยัง ขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อย อันนี้อินทราเน็ต ยังไม่ใช่ local แบบไหน พูด พอมาเรียนคอมพิวเตอร์ก็เริ่มคิดเยอะ มีต่างจากที่ตอบมาไหมคะ เราคิดเยอะ เฉลย อย่างไร แบบไหน เป็นสิ่งที่... เป็นสิ่งที่เข้าใจแต่อธิบายไม่ได้ เหมือนเหมือนเป็นการนิยามความรัก ต้องผ่านวันวาเลนไทน์มา บางคนก็อกหักไป สรุปคืออะไรคะ รีโมตมันตอบยากกว่าอีกนะ เอาอย่างนี้ ครูเฉลยแบ่งกัน แบ่งคะแนนการกับพรพจน์คนละ 1 Local คือนั่งทำงานหน้าจอเครื่องนั้นล่ะ รีโมต คือ ไปนั่งเครื่องอื่นแต่สั่งงานเครื่องนี้ ใช่ไหมคะ มันยากตรงไหน Local คือ ภาษาอังกฤษมันดิ้นได้ บางคนกำลังจะตอบว่าท้องถิ่น ตอนนี้เราอยู่ในเมือง Local คือ ออกไปต่างจังหวัด Local คือ เหมือนที่เราใช้คอมพิวเตอร์นะคะ นั่งอยู่หน้าเครื่องนี้ก็สั่งงานเครื่องนี้ ใช้ CPU เครื่องนี้ ใช้ทรัพยากรเครื่องนี้ อันนี้คือ Local นะคะ แต่รีโมต คือ นั่งเครื่องอื่น ควบคุมเครื่องนี้ เหมือนเรานั่งอยู่แต่ทีวีอยู่โน่นน่ะ รีโมต ผ่านไป ใช่ แต่เราควบคุมน่ะ เราเข้ากลุ่มเพื่อนให้ทำงานสบายนะคะ ขนาดเล็กลงไปนะคะ เมื่อคืนมินิคอม มินิคอม ก็ยังถือเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่อยู่นะ แต่ว่าใช้กับองค์กรที่มีขนาดกลางลงมานะคะ ถ้าเป็นซูเปอร์คอม หรือ mainframe นี่ มันจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่ากับ... เท่ากับห้องหนึ่งอย่างนี้นะ แต่ถ้าเกิดเป็นมินิคอมคือขนาดเล็กลง แต่มันก็ยังมีขนาดใหญ่อยู่ เมื่อเทียบกับ PC ที่เขาใช้กันเก็บข้อมูลได้น้อยลงได้น้อยลง ไม่ได้หมายความว่า คือ น้อยลงเมื่อเทียบกับ Super คอม เขาเรียกว่า "Mini" แล้วก็มี work Station พอ Work Station นี่ จะทำงานด้านกราฟิกได้นะคะ เราดูคือแต่ละเครื่องสามารถสั่งงานผ่านมีระบบการที่สามารถให้ทำงานได้แบบ workstationใช้หลายเครื่องแต่ทำงานเดียวกัน เป็นคอมตั้งโต๊ะ แต่สามารถประมวลผลได้จากหลาย ๆ เครื่อง เคยทำงานแบบนี้ไหมคะ เราสามารถ อย่างตอนนี้เราแชร์จอได้ มีคอมอยู่ เล่นเกม 2-3 จอ แต่ทำงานเดียวกันนะเ รียกว่า "เครื่อง workstation" นะคะ ส่วนมากเราจะใช้กับงานทางด้านกราฟิก ตัดต่อ โน่นนี่ แล้วก็มาเป็นไมโครคอม ไมโครคอม ก็คือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เราจะไม่ค่อยเรียกถ้าเรียกอันนี้ถ้าเราเรียก Micro แปลว่าเราเรียกตามขนาด ก็คือ PC นะคะ เครื่อง PC ก็คือผลคอมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไมโครคอม ก็คือขนาดเดียวกัน คือ เรียกตามคณะถ้าเกิดตามการใช้งานเราจะเรียกว่าเครื่อง PC นะคะ คอมตั้งโต๊ะ แรก ๆ จะมี 2 บริษัทที่พัฒนา ก็คือ ibm กับบริษัท Apple นะคะ ทุกวันนี้ก็มีหลายบริษัท เล็กลงไปอีก ก็คือ Notebook จริงไหม เขาบอกว่าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพเท่ากันกับ PC Notebook จะแพงกว่า เราคิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ เป้าหมายของ pc คือ อยู่กับพี่นะ แบบ Local Notebook ล่ะ ก็ Local ค่ะ เข้าได้หลายที่ไม่ได้รอเขาอยู่กับที่เดิมฉะนั้นอุปกรณ์ หาวัสดุอุปกรณ์ที่เอามาใช้มันก็เลยต้องเมา Notebook รุ่นใหม่ ๆ จะไม่มี CD ROM เพื่อให้ขนาดตัวเครื่องมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบานะคะ เพื่อเน้นการใช้งานนอกสถานที่ ราคา notebook มีไหม เราเกิดทันไหมทุกวันนี้ยังมีไหมคะ เขาใช้ทำอะไร ใช้งานเฉพาะ เฉพาะอย่าง เก็บข้อมูลเฉพาะอย่าง ใช่มือถือไหม ไม่ใช่ มือถือทำได้มากกว่านี้ไหม มือถือทำได้มากกว่านี้ อันนี้ทำได้แค่ อย่างจักรพันธ์ซื้อมาเครื่องหนึ่ง คุณก็มาติดตั้งระบบ ถ้าเรียกว่า "คอมพิวเตอร์" นะ มันต้องมี 1 OS ค่ายไหนก็ช่างแต่ต้องมี OS 2. ถ้าเป็น pda มันก็จะมีโปรแกรมเฉพาะของมัน เช่น ซื้อ pda มา สำหรับเก็บข้อมูลประชากร ว่าจะติดตั้งโปรแกรมสำหรับเก็บข้อมูล หรือค่าไฟ จดค่าน้ำ พรินต์บิล ก็คือในระบบเป็นเฉพาะของเขา ต่อมานะคะ คอมพิวเตอร์ยังถูกฝังเข้าไปในอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย ที่มันสามารถทำงานได้แบบ internet of things นะ นาฬิกา โทรศัพท์ ไมโครเวฟ แอร์ ไฟ ทุกอย่างเลย ที่เป็น Electronic devices นะคะ เราเรียกว่า embedded Computer การทำงานแบบระบบคอมพิวเตอร์ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์นะคะ ที่ทำงานได้เฉพาะนะคะ เฉพาะอย่าง ประโยชน์ เยอะแยะมากมาย หน่วยงานไหนที่ไม่ใช้ หรืองานอะไรที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์บ้าง มีไหมคะ เลี้ยงวัว ใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไร ใช้โฆษณา ขาย คิดดีมาก เลี้ยงวัว ใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไร ใช้เล่นเกมขณะที่ปล่อยวัวไปกินหญ้า คลายเครียด เล่นเกม ทำให้ผ่อนคลาย จะได้... มันดูเป็นระบบหรือ งานด้านไหนก็ใช้ประโยชน์คอมพิวเตอร์ทั้งนั้นน่ะค่ะ ยิ่งตอนนี้นะ แล้วคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราว่า อันนี้ไม่ใช่อนาคตแล้ว ครูว่าสไลด์นี่น่าจะปรับได้แล้ว expert System มีเยอะแยะกว่านี้ค่ะ หุ่นยนต์มีไหมรถยนต์ ก็เลยรถยนต์ก็ยังไร้คนขับ สมัยเรานี่ สมัยเรา คือ สมัยนี้ล่ะ ถามว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุนี่ เกิดเพราะรถยนต์หรือเกิดเพราะคนขับ เพราะว่าเบรกมันแตก เพราะว่ายางระเบิดนะ ถามว่าถ้าระบบในอนาคตนะคะ รถยนต์เป็นระบบไร้คนขับจะเกิดอุบัติเหตุไหม ตัวระบบต้องเวิร์ก นะ เรามองข้ามช็อตไป ไม่มีคนขับ รถทุกคันมีเซ็นเซอร์รอบตัว เรานึกถึง นึกถึงประเทศอื่นได้ไหม เดี๋ยว COVID ก็มา ไม่ต้องใช้คนขับ รถทุกคันขับเอง เราขึ้นไปนั่งปุ๊บ คิดตาม จินตนาการตามไป เพราะเราเป็นเอกคอมพิวเตอร์ ขึ้นไปนั่งปุ๊บ ทำอย่างไร สั่งงานด้วย Legala Lenguage สั่งงานด้วย เสียง ถ้าเกิดสั่งงานด้วยการกระพริบตามันก็ดูเลวร้ายไปเนาะสั่งงานด้วยเสียงจักรพันธ์ขึ้นไปนั่งปุ๊บ เราก็สั่งงานด้วยเสียงเลยว่ าเราจะไปไหน รถก็จะพาวิ่งไป มีแวะข้างทางไหม แวะข้างทางไหม แวะทำไร ไปเช็กผลการดำเนินการของป่าอเมซอนแถวปั๊ม ว่าธุรกิจดีไหม แวะไปทุกปั๊ม ไปตรวจสอบผลดำเนินการว่าปั๊มนี้ขายดีไหม คราวนี้ถ้าไร้คนขับในอุบัติเหตุจะน้อยลงนะคะ เพราะรถยนต์ที่ไร้คนขับ มันก็คือหุ่นยนต์นะ มีเซ็นเซอร์มันจะไม่มีชนกันค่ะ ทุกคันก็จะเด้งออก ถูกไหมคะ อยู่ใกล้กันก็เด้งออก ก็ดีเหมือนกันนะ ตอนนี้เขามีอยู่นะ เคยติดตามข่าวที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไหมคะ มีมาก ภาษีแพงกว่าตัวรถ ทุกวันนี้ก็เป็น เราก็รอนะคะ แปรงเรือดำน้ำมาเป็น... อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เรานี่ซื้อรถ เยอะ คราวนี้เรามาดูสConputer system นี้นะคะ มันจะวนเวียนอยู่กับเรานี่แหละ People and information แล้วหรออัตโนมัติก็รอขี่กลับจักรพันธ์แล้วกันเดี๋ยวป๊าจะกลับทันก็เชียร์มาก เพราะว่ารถยนต์ไร้คนขับไงกลับบ้านวันศุกร์ถึงบ้านวันอาทิตย์น่ะ ไปสำรวจไปสำรวจอ้อมไปอีกโลกหนึ่งเลย แล้วค่อยวนกลับมา เป็นหุ่นยนต์ใช่ไหม อันนี้คือองค์ประกอบของคอมนะคะ ฮาร์ดแวร์คืออะไร ห้ามตอบตามสไลด์ อะไรบ้างในห้องนี้ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ตอบมาคนละ 1 อย่าง ห้ามซ้ำกัน หัวชาร์จแบต โอเค จอคอม ห้ามซ้ำกันโทรศัพท์ คีย์บอร์ด เมาส์ อะแดปเตอร์ ตอนนี้อยู่ห้องนี้ด้วยหรือ หูฟัง ลำโพง ไหนเขายังไม่ตอบ ทุกอย่างที่จับต้อง มองเห็น ต้องการที่อยู่ มีตัวตน คือ ฮาร์ดแวร์นะคะ แต่พอถามถึงฮาร์ดแวร์คอม ก็คือสิ่งที่ประกอบเป็นตัวคอมพิวเตอร์นี่ล่ะนะคะ อันนี้คือฮาร์ดแวร์คอม เดี๋ยวเราค่อยเรียนในรายละเอียด มันจะมีบทหนึ่งเลย พูดถึงฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเลย สมัยครูเรียนนี่ การเรียนวิชาฮาร์ดแวร์ เป็นวิชาที่เรียนรู้ด้วยตัวเองนะคะ เข้าไปในห้อง รื้อออกมา คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ กองไว้ ทุกคนประกอบประกอบ พร้อมใช้งานได้ ก็คือผ่านวิชานั้น วางแล้วประกอบ ทุกคนต้องสามารถวางได้นะ ครูถึงถามว่าทุกคนสามารถรื้อออกได้ใช่ไหม รื้อได้ค่ะ แต่อย่าให้ประกอบคืน ไม่ น็อตจะชอบเหลือ ถามว่าทำไมน็อตถึง... เวลาเราประกอบไป มันไม่เคยไม่พอนะ ส่วนมากมันจะเหลือ ตอนที่รื้อออกมานี่ มันพอดีนะ แต่เวลาเราประกอบคืนไป เอ๊ะ เหมือนมันเหมือนมันแยกออกมานะ เหมือนมันเพิ่มปริมาณขึ้นมา ทำไมไม่หาทำไมหาไม่เจอตรงช่องที่ต้องต่อน็อตตัวนี้ เราก็จะคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าไม่เป็นไรเขาแถม ใช้ไประยะหนึ่ง ตัวนั้นตัวนี้เริ่มหลุด ฮาร์ดดิสก์เริ่มสั่น จะเป็นแบบนั้นแล้ว ซอฟต์แวร์ล่ะ ชุดคำสั่งที่เป็นอย่างไรคะ เอาไว้ Control Hardware เอาแบบภาษาบ้าน ๆ นะะค ก็คือถ้าใช้โปรแกรม ถ้าใช้คำว่าโปรแกรมนะ มันสั้นไปนะคะ ก็จะใช้คำว่า "การเขียนชุดคำสั่งที่เอาไว้ควบคุมให้ตัวอุปกรณ์มาทำงาน" อันนี้คือซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์มี 2 ประเภทใหญ่ ๆ เลย ซอฟต์แวร์ของตัวระบบเอง ครูบอกไปแล้วว่าถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะต้องมี operating system จะเป็นของค่ายไหนก็ช่าง แต่ต้องมี OS operating system นะคะ 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เดี๋ยวค่อยว่ากันนะคะ มันจะมีบทที่พูดถึงนี้อยู่ ยัง เพราะรู้ว่าจะตอบก็เลยข้ามไป ต่อไปนะคะ เพราะว่าเราเป็นพีเพิลแวร์ไหม กำลังจะเป็น มีกำลังจะเป็นด้วยหรือ เหมือนกับหุ่นยนต์ตั้งเวลาไว้ ตอนนี้ยังไม่เป็นค่ะ อีก 10 นาทีจะเป็น พีเพิลแวร์เข้ามามี 3 กลุ่มนะคะ เราอยู่ในกลุ่มไหนเอ่ยไม่อยู่กลุ่มที่ 2 หรือ ผู้ใช้ทั่วไปนะคะ เราเรียก "End User" ก็คือใช้คำว่าจะทำอะไรก็ช่างเล่นเกมดูหนังบันเทิงอะไรบ้าง คำที่ 2 คือ เราเรียก "กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ" เราก็จะเจาะลงไปชั้นไหน เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบระบบ เขาก็จะเรียก SA อะไรเอ่ยทานอะไรสิทธิ์ก็คือวิเคราะห์วิเคราะห์ออกแบบระบบถ้าเราเชี่ยวชาญทางด้านการเขียนโปรแกรม เรียกว่า "โปรแกรมเมอร์" เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลระบบเครือข่าย ควบคุมโน่นนี่ มันก็จะมีสเต็ปของความเชี่ยวชาญ ตอนนี้เราอยู่กลุ่มที่ 1 วันหน้าก็ไม่แน่เราอาจจะอยู่กลุ่มที่ 2 วันหน้าถัดไปอีก ก็ไม่แน่ เราอาจจะไปอยู่กลุ่มที่ 3 นะคะ เพราะเราคือหุ่นยนต์นะคะ คราวนี้เรามาพูดถึงรอเลยถ้ากับ information หน่อย จริง ๆ ครูเกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะ ข้อมูลกับสารสนเทศต่างกันอย่างไร ให้นักศึกษายกตัวอย่างแล้วกันนะคะ ยกตัวอย่าง 2 อย่าง คือ 1. ข้อมูล 2. แปลงข้อมูลตัวนี้ไปเป็น information ให้นักศึกษาแต่ละคน ห้ามตอบซ้ำกันนะคะ ยกตัวอย่างข้อมูลดิบ และ information จากข้อมูลดิบนั้น โดยบอกโปรเซสมาด้วย ทำอย่างไรกับข้อมูลดิบตัวนี้เพื่อให้เป็น information น่าจะสุ่มนะ จับฉลากอะไรอย่างนี้นะ คิดไว้ก่อน ห้ามตอบซ้ำกัน ครูสุ่มแล้วกัน เอาปากกาจิ้ม อัษฎาวุธ 1 อย่าง แปลงเป็นไอ้นั่น อย่างใส่โค้ดลับมา รหัสนักศึกษา เอามาทำอย่างไรคะ ถึงจะเป็น information ทำอย่างไรเอ่ย รหัสนักศึกษานี้เป็นข้อมูลดิบ หรือเป็น information แล้ว อย่างนั้นแปลงกลับมาข้อมูลดิบ ยังสิ ชื่อก็คืออีกชื่อค่ะ เอารหัสนักศึกษาก่อน ใบ้ ในรหัสนักศึกษาบอกอะไรบ้าง ปีอะไร เดี๋ยวนะ ปี พ.ศ. หรือปีการศึกษา ปีการศึกษาที่... ที่เราเข้า เราออก เราจบ เรา... ปีที่เราสมัครเรียน บอกอะไรอีก ค่ะ โอเค ตัวนั้นน่ะ คือ ข้อมูลดิบ information คือรหัสนักศึกษา ก็คือเอามารวมกันแล้วสื่อความหมายนะคะ ถ้าแยกกันก็จะเป็นปีการศึกษาที่เราสมัครเรียน รหัสคณะ รหัสสาขา ห้อง เลขที่ รวมกันปุ๊บ แปลงร่างเป็นรหัสนักศึกษา เป็น information ต่อไป จิ้มใหม่ จิ้มแบบตั้งใจ ศักดา มาไหมคะ Stand Up Please 1 ข้อมูล information จากข้อมูลนั้นค่ะ แปลงย้อนกลับเหมือนอัษฎาวุธก็ได้นะ อัษฎาวุฒิบอก information ก่อน หนูก็เลยไม่ให้ย้อนกลับไปเป็นข้อมูลดิบของเราทุกอย่างอะไรดีเอ่ย 1 อย่างค่ะ เยอะค่ะ ในโลกนี้ เกริ่นมาก่อน เดี๋ยวค่อยบอกให้ว่ามันเป็นข้อมูลดิบหรือมันเป็น information ชื่อ ชื่อนี้เป็นข้อมูลดิบ หรือเป็น information จะฝึกให้คิดแบบล้ำลึก ชื่อเป็นอะไรคะ เป็น information แล้ว แล้วข้อมูลดิบของชื่อล่ะคะ ใช้หลักการเดียวกับอัษฎาวุธ อธิบายมา คือ พอเป็น Character นี่ มันจะไปได้ 2 ทาง มันเหมือนตัวเลขนะคะ จริง ๆ แล้วอ่ะ information ของระบบนี้ มันอาจจะเป็นข้อมูลของระบบโน้น งงไหม อย่างเช่น เรามีข้อมูลดิบที่ไปก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาถาม เรามีข้อมูลดิบอยู่ก้อนหนึ่งนะคะ เราก็เอามาโปรเซสได้สารสนเทศออกมา 1 ตัว เอาสารสนเทศตัวอย่างนี่ ไปเข้าระบบใหม่ก็เป็นข้อมูลดิบของระบบนั้น ไปโปรเซสอีก ได้สารสนเทศออกมาตัวที่ 2 เอาข้อมูลตัวที่ 2 ไปเข้าระบบที่ 3 ประมวลผล ได้ออกมาเป็น information ของระบบถัดไป แล้วแต่ว่าเราจะอธิบายอย่างไร นึกออกไหมคะ ถูก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะอธิบายไปข้างหน้า อย่างอัษฎาวุธอธิบายที่อยู่ปลายทาง แล้วย้อนกลับมาต้นทาง ซึ่งมันไม่ผิด มันขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ และอธิบายให้ครูฟังเพื่อนเข้าใจ อ๋อ มันคือ information นะ จริง ๆ แล้วรหัสเป็นข้อมูลดิบก็ได้ แต่เราอธิบายย้อนกลับก็ไม่ผิด เราย้อนกลับไป ว่ารหัสเป็นการรวมกันระหว่างปีที่เขา นู่นนี่นั่นนะ อันนี้ก็ได้ถ้าเกิดอัษฎาวุธ อธิบายต่อไปว่าบอกรหัสเข้าไปหิวรหัสทั้งหมดแล้วเอาไปจัดเรียงก็แปลว่ารหัสนี้เป็นข้อมูลดิบพ่อการจัดเรียงเสร็จเรียงจากมากไปน้อยน้อยไปมากมันก็เป็น information โอเคไหม คราวนี้มาที่ชื่อ ชื่อของเราเป็น information ใช่ไหมคะ หรือเป็นข้อมูลดิบ ที่เราตอบน่ะ ชื่อ อันนี้คือฝึก ฝึกวิเคราะห์ค่ส สรุปว่าชื่อเป็น Data หรือเป็น information เป็น information อย่างนั้นย้อนกลับมา ข้อมูลดิบของชื่อคือ คืออะไร ฝึก อันนี้คือการฝึกคิดวิเคราะห์ ไม่ต้องซีเรียสนะคะ คือ เอาตามที่เราคิดก่อน ครูก็จะให้กระบวนการในการคิดน่ะค่ะ ฝึกคิดมุมมนี้ ฝึกคิด... ค่ะ ยังสิ เราจะไม่โยงไปข้อมูลอื่น เอาแค่ชื่อค่ะ เอกคอมพิวเตอร์ เป็นเอกล้ำลึก มีคิดต่อไปกับคิดย้อนกลับไป สรุปว่าชื่อเป็น information นะคะ แล้วข้อมูลดิบของชื่อ คือ อย่าพูดถึงบุคคลที่ 3 แยกออกมาเป็น Character Character ouj ไม่ใช่ตัวอักษรอย่างเดีย ว โอเคนั่งลงได้ อยู่ไปยังอธิบายไม่ได้เวลาทำข้อสอบครูบอกไว้ก่อนเรายังจะเจอกันไปอีกนานครูนี้เป็นแบบตามจองล้างจองผลาญตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 เลย เราก็จะเจอกันทุกเทอม เทอมโน้นเทอมนี้ จนเจอกันอีกแล้ว จากที่ตอนนี้จำได้แค่หน้า ต่อไปก็จะชื่อและหน้านี้ ชื่อเล่น ที่อยู่ราย ชื่อนะคะ ถ้าเรามองที่จุดตั้งต้น ชื่อเป็น information ย้อนกลับไป Character ที่มาประกอบเป็นชื่อ character คือ สระ ตัวอักษร วรรณยุกต์ การออกเสียงทั้งหมด เรียกว่า Character หาวิธีการนับ Character เช่น เอาชื่อใครดี ทศทิศมีกี่ Character ทศทิศมี 3 พยางค์ มีกี่ Character เอาชื่อสั้นสุดแล้วนะouj No ยัง เราต้องมีหลักในการเดา ครูบอกว่าทศทิศ คือ 3 พยางค์ นะ มี 5 character คิดอย่างไร มี 4 ตัวอักษรกับ 1 สระ สระ ก็คือ 1 character นะคะ โอเคนะ ฉะนั้น ถ้าคิดย้อนกลับไปนะคะ เราบอกว่าชื่อเป็น information ก็ต้องย้อนกลับไปที่ Character แต่ถ้าเกิดเราไม่ย้อนกลับไป เราบอกว่าชื่อเป็นข้อมูล แล้วเราจะทำให้ชื่อนี่ ไปเป็น information ได้อย่างไร แปลความหมาย ทำอย่างไร 1. แปลความหมายของชื่อออกมา รู้จักความหมายของชื่อตัวเองไหมคะ มันจะมีชื่อที่แปลยาก คือ ชื่อที่ผสมนะ การสมาสคำพวกนี้ค่ะ มันก็จะแปล บางที คือ คำนี้รวมกับคำนี้ คำนี้มีความหมายอย่างหนึ่ง คำนี้มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มารวมกัน ไม่ได้แปลว่าความหมาย 2 อันนั้น มาต่อกันนะคะ มันจะแปลกอีกอย่างนึงภาษาไทยก็ดิ้นได้ ออกเสียงเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเขียนเหมือนกันนะ ไม่จำเป็นต้องความหมายเหมือนกันนะ หรือชื่อเป็นข้อมูลดิบนะคะ จะไปเป็น information เอาชื่อไปจัดเรียงเหมือนรหัสก็ได้ หรือแบ่งกลุ่มตามชื่อก็ได้ กไก่ถึงฮนกฮูกที่ 1 อันนี้คือแบ่งกลุ่มตามชื่อ นะคะ หรือเรียงจากกอไก่ถึงฮอนกฮูกอันนี้ก็คือแบ่งกลุ่มตามชื่อ โอเคได้คำตอบข้อนี้ไปแล้ว คราวนี้เรามาโยงกับคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ข้อมูลหาที่เราจะนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์นี่ จะต้องมีการแปลงรูป แปลงร่างก่อน ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ เช่น คือภาษาที่เราพูดมันเป็นภาษาระดับสูงค่ะ ภาษาที่เราเขียนโปรแกรม object นี่ ก็เป็นภาษาระดับสูง นะคะ เราคีย์คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ คอมก็ไม่รู้นะ เอากระทั่งเรากด ก. ไก่ คอมก็ไม่รู้น่ะค่ะ ว่าเป็นกไก่สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับรู้คือ 01100011 อะไรทั้งนั้นน่ะเลขฐานสองเรากดกไก่ปุ๊บ คอมต้องไป ๆ แปลง กไก่นี่มันคือรหัสอะไร คอมถึงจะทำงานตามคำสั่งได้ ฉะนั้น คอมพิวเตอร์มันต้องประมวลผลเร็ว เป็นวินาที เพราะเวลาพิมพ์ คีย์บอร์ดเรากดทีละตัวไหม กดปุ๊บเราเห็น ก. ไก่ ที่หน้าจอเลยไหม เราคิดดูว่ามันจะต้องไปแปลงกี่สเต็ป ถึงโชว์ ก. ไก่ ขึ้นมา 1 วินาที คอมพิวเตอร์ทำงานได้หลายล้านคำสั่ง แล้วมนุษย์ล่ะ 1 วินาทีทำอะไรได้บ้าง ยังไม่ได้ขยับ กระพริบตายังไม่ลืม คือ หลับตาลงยังไม่ลืมตาขึ้น 1 วินะคะ แต่คอมนี่ประมวลผลแล้ว หลายคำสั่ง คราวนี้เรามาดูตัวนี้นะคะ อันนี้คือข้อมูลในรูปของตัวเลขฐานสอง 1 Byte ถ้าเราเปิดสวิตช์จะเป็นออนทั้งหมด แขนด้วย1คอมพิวเตอร์รับรู้แค่สถานะทางไฟฟ้า On กับ Off คอมพิวเตอร์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มันไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเราพิมพ์ กอไก่ ขอไข่ คอควาย ไม่รู้ รู้แค่ว่า 01101100 แล้วก็แปรง 0110 นี่คือกอไก่สู้ ๆ 1 นี่คือ 2 นะ อย่างนี้ค่ะ ฉะนั้น ถ้าเป็น on ทั้งหมด คอมพิวเตอร์ก็จะรับรู้ว่ามันคือรหัสแอสกีนี้นะคะ ตัวนี้เราเรียกว่า Esky Text Code มันก็จะแปลงค่ะ เราพิมพ์เลข 0 ของก็ไม่ได้รู้นะคะ ต้องไปแปลงเป็นโค้ดไบนารี่ก่อนหมายเลขศูนย์แทนด้วย sgs โค้ดว่าอะไร เช่นแทนด้วย 001100001 อันนี้คือเลข 0 1 Byte มีทั้งหมด8 characters 8 Bit 1 ตัวนี้คือ 1 Byte อันนี้เดี๋ยวจะให้คำนวณชื่อตัวเองนะ 1 ตัวนะคะ 1 ตัวเรียกว่า1 Byte 1 ใบก็คือ 8 Bit character 1 ตัว เราจะเรียกว่า 1 Byte 1 ใบมีขนาด 8 บิต ชื่อจักรพันธ์มีทั้งหมดกี่ Bit ทุกคนคำนวณชื่อตัวเอง เอาแค่ชื่อค่ะ ให้คำนวณชื่อตัวเองเป็น Bit คิดอยากไป บอกจำนวน ฺByte ของชื่อตัวเองมาก่อน จักรพันธ์มีทั้งหมดกี่ Byte 1 Byte คือ 1 character เราจะรักเธอใช่ไหมคะ มีกี่บิต คิดอย่างไรเอาวิธีคิดนะทศทิศมีทั้งหมดกี่ใบ 5 ใบคิดเป็นกี่บิต 1 Byte = 8 Bit เอาวิธีการ ไม่เอาคำตอบ 1 Byte เท่ากับ 8 Bit ชื่อเรามีทั้งหมดกี่ Byte คูณ 8 เข้าไปเป็น Bit มันมีทั้งหมดกี่ Byte 1 character คือ 1 ใบค่ะ Bit ก็คือตัวเลขแต่ละสถานะ 50110 อะไรพวกนั้นน่ะ 1 character มีค่าเท่ากับ 1 Byte 1 Byte มีค่าเท่ากับ 8 Bit ฉะนั้น วิธีคิดไม่เอาคำตอบเอาวิธีคิด นับทุกตัว แล้วตอบว่ากี่ Character 1 Character เท่ากับ 1 Byte ไหนวิธีการคิดเราก็ต้องนับว่ากี่ Chapter ก็คือเท่ากับกี่ไบต์ขุนแปะเข้าไปเป็น Byte วิธีคิดแบบนี้โอเคงั้นไม่ถามก็คิดแล้ว ครูบอกว่าไม่เอาคำตอบไง เอาวิธีคิด จบแหล่งอ้างอิงเยอะแยะมากมาย ไปคลิกลิงก์นะ ทำแบบฝึกหัดส่งด้วยนะเด็ก ๆ ส่งวันไหนดี เอาวิธีที่ถนัด พิมพ์แล้วส่งไฟล์ ส่งที่ไหนเอ่ย ส่งใน classroom ส่งให้ถูกที่นะคะ classroom ตัวไหน แบบฝึกหัดบทที่ 1 ทำเผื่อได้ไหม ตอนนี้ยังไม่เห็นสไลด์ ครูมีความล้ำลึก กลัวนักศึกษาเครียด จะโพสต์สไลด์ทุกบท ก็ต้องไปนั่งทำ ครูก็เลยโพสต์แบบฝึกหัดไว้ มี 6 บทนะ แต่ให้ทำทีละบท โพสต์บทที่ 1 ให้แล้วนะคะ ครูก็เคยเป็นนักศึกษามาก่อนนะ ครูก็จะคิดล้ำลึกกว่าอัษฎาวุธไป 1 Step ทำบทที่ 1 ให้เสร็จก่อน ส่งภายในวันไหนดี เราใช้เวลาทำนานไหม แบบฝึกหัดบทที่ 1 ส่งภายใน อันนี้ให้ 2 คะแนนค่ะ ไม่ได้ทำฟรี แล้วครูตรวจเสร็จครูก็จะมี Comment ให้ ผิดข้อนั้น ข้อนี้ ข้อโน้น วันไหนดี วันนี้วันที่ 15 ค่ะ เราจะส่งวันไหน เราต้องส่งก่อนเรียน เดี๋ยว คิดว่าการบ้านบทนี้จะทำเมื่อไร จะใช้เวลาทำนานไหม 8 ข้อนี่นะ ไมหลายวิชามันถึงมากองรวมกัน ทำไมแต่ละวิชามันถึงไม่มี section ของตัวเอง เช่น อาจารย์สั่งวันนี้ ตอนเย็นก็เสร็จ วันนี้เรียนกี่วิชา แล้วไปรวมกับใครอีก ทำไมวิชาอาทิตย์ที่แล้วมันถึงไม่แยก Sec ออกไปเป็นอาทิตย์ที่แล้ว ให้ส่งวันนี้ก่อน 6 ทุ่ม เพราะว่าครูมีความสงสารนักศึกษา ที่งานจะไปกองรวมกัน ครูก็เลยตัด Sec วิชาครัวออกมาปุ๊บ วันนี้ เพราะ ครูถึงถามไงว่าถ้าครูสั่งการบ้านวันนี้คุณจะทำเมื่อไร อย่างนั้นใจดีกว่านั้น ให้ส่งก่อนกลับ ก่อนกลับวันนี้ งานจะได้ไม่ไปกอง งานอาจารย์แพรตะวัน งานอาจารย์ปิยวรรณ งานอาจารย์เต็มไปหมดเลยทีน ี้เราเหลือเวลา 1 ชั่วโมงก่อนกลับ 8 ข้อ เห็นไหมความ requirement มันจะเริ่มน้อยลง จากตอนแรกส่ง 22 ครับ ครูก็บอกคุณจะทำวันไหน ตอบไม่ได้วันเสาร์ก็ได้ วันอาทิตย์ก็ได้ เห็นไหม ครูหันไปดูเวลา เพิ่ง 15.00 น. เองหรือ แค่ 8 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เปิดขึ้นมา ทำให้เสร็จแล้วค่ะ ก่อนกลับงานครูจะได้ไม่ไปกองอยู่ ครูหวังดีนะนี่ มีความสงสารพวกเราที่งานเยอะ เนื้อหา โอเค มีคำถามไหมคะ ไม่มีเลยหรือ มีแต่เดินหน้าอย่างเดียว ไม่เคยถอยหลังกลับไป โอเค อย่างนั้นให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัดนะ อย่างนั้นก็ขอบคุณพี่ล่ามก่อนนะ วันนี้เราใช้ล่ามออนไลน์นะคะ มานะคะ สิ้นสุดการใช้นะคะ ตอนนี้เดี๋ยวให้เด็กทำแบบฝึกหัดค่ะ ขอบคุณค่ะ