--- title: ทดสอบ PE หลักการเขียนโปรแกรม (1) subtitle: date: วันอังคารที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 10.21 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ล่าม) ฮัลโหลครับฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นอีกแล้ว...โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะคือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะเราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะบอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วตามด้วย function_nameเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างพารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยhello ()def ก็คือ definitionก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยนะคะของเราให้เรียบร้อยด้วยโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะde แล้วกฌ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fDef แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะdef นะคะ แล้วก็กดSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะบอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"แล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "name นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอแล้วกด Enter 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะStagementหรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-in-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้ามันไม่สลับหน้าตลอดเลยเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋านั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังหามุม มุมให้เธออยู่โอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะแป๊บหนึ่งขยับได้ไหมไม่เห็นหน้านี้อีกขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะกระเถิบแล้วก็ไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะวงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print"เราจะ print คำว่า "hello" นะคะแล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะพิมพ์ % nameแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะนี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนขอโทษ เราจะได้รู้นะคะการกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่งมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะแสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะที่ให้กด Run นี่เพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะนี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2ก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะทีนี้เมื่อกี้ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนสลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะเราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้ตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้งสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะเราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็height ซึ่ง area ในที่นี้ึพื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือกว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้ว่า widthนั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนStatement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cสำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะแล้วทำการ return ค่า cนะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่ส่งกลับค่าให้ c นะคะนี่คือการประกาศฟังก์ชันแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะเรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะแล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...มันไม่สลับ Extend หรือมันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะโอเค ต้องสลับ2 รอบเชียวหรือนะคะเอาไว้ก่อนอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่ไม่เห็นตัวหลังอีก เอาเห็นไหมไม่เห็นอีก มันน่านักเชียวแป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหมColabไปไหนแล้วนะคะเราประกาศฟังก์ชันที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะเมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไป2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitiond-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะวรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-i-d-t-h นะคะ คั่นขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ h-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปอัตโนมัตินะคะเสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด (ล่าม) ฮัลโหลครับฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นอีกแล้ว...โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะคือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะเราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะบอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วตามด้วย function_nameเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างพารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยhello ()def ก็คือ definitionก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยนะคะของเราให้เรียบร้อยด้วยโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะde แ (ล่าม) ฮัลโหลครับฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นอีกแล้ว...โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะคือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะเราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะบอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วตามด้วย function_nameเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างพารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยhello ()def ก็คือ definitionก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยนะคะของเราให้เรียบร้อยด้วยโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะde แล้วกฌ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fDef แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะdef นะคะ แล้วก็กดSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะบอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"แล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "name นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอแล้วกด Enter 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะStagementหรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-in-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้ามันไม่สลับหน้าตลอดเลยเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋านั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังหามุม มุมให้เธออยู่โอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะแป๊บหนึ่งขยับได้ไหมไม่เห็นหน้านี้อีกขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะกระเถิบแล้วก็ไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะวงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print"เราจะ print คำว่า "hello" นะคะแล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะพิมพ์ % nameแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะนี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนขอโทษ เราจะได้รู้นะคะการกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่งมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะแสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะที่ให้กด Run นี่เพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะนี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2ก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะทีนี้เมื่อกี้ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนสลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะเราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้ตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้งสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะเราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็height ซึ่ง area ในที่นี้ึพื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือกว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้ว่า widthนั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนStatement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cสำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะแล้วทำการ return ค่า cนะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่ส่งกลับค่าให้ c นะคะนี่คือการประกาศฟังก์ชันแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะเรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะแล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...มันไม่สลับ Extend หรือมันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะโอเค ต้องสลับ2 รอบเชียวหรือนะคะเอาไว้ก่อนอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่ไม่เห็นตัวหลังอีก เอาเห็นไหมไม่เห็นอีก มันน่านักเชียวแป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหมColabไปไหนแล้วนะคะเราประกาศฟังก์ชันที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะเมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไป2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitiond-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะวรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-i-d-t-h นะคะ คั่นขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ h-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปอัตโนมัตินะคะเสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะแล้วตามด้วยพารามิเตอร์ตัวที่ 2h รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะh-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run โค้ดมันจะเกิดErrorเพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้เห็นนะคะ พอเราเห้นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้Statement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบคำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้คำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"พิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะเหมือนเดิมนะคะเพื่อเป็นการเช็กโค้ดของเรา ก็คือกดตัวPlay ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กว่า code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครขึ้น Error ไหมคะไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการโค้ดแล้วแล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่เราต้องไปเรียกใช้งานมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้เพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...ไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้ไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับโหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้นะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาเมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างมันใช้งานได้จริงไหมนะคะการเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะก็คือในนี้พอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะและส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกArgument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะตอนที่เราใช้งานนะคะส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่าname นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรมันรับค่านั่นเองนะคะมาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะมาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยเห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือชื่อเพราะในวงเล็บนี่ิสิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์น่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพหรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้านิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่นี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนเพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็แล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นีก็ได้นะคะฟังก์ชันแรกที่เราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บนะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้ชื่อนึกออกนะ เช่นเนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เเครื่องหมายคำพูดหรือ Double Quote นะคะ nameใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะเด็ก ๆจะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะสมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาที่เราจะเรียกใช้นะคะก็คือ area () แต่ area () ที่เราเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างทำให้ดูก่อนp-r-i-n-tลืมแก้ภาษาขอโทษทีตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะตัวที่ 2 นะคะเราจะใช้คำสั่ง printฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่สี่เหลี่ยม=ใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็เปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์แล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-r ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-e-a นะคะแล้วก็วงเล็บทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4ถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือโค้ดเสร็จหมดแล้วนะคะเด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วจะแสดงผลอย่างไรError เด้งขึ้นมา ณบัด Nowบรรทัดที่ 9เกิดอะไรขึ้นprintตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะพอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวสังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดพิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะเสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่2 % namevalue error ค่า error ตรง...ไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%sแก้ได้ ๆเห็นไหมคะเมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %sแม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่พิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นตัวพิมพ์เล็เกแค่นั้นเองการขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะพอมาไล่ฟังก์ชันมันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่%s' nameตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้จากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์มันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้ออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaคำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...มีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'สามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะมันก็จะส่งค่า c ที่มาคำมาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะเป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่า "พื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่แสดงทศนิยมออกมานะคะลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะเด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไปเอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นใส่ชื่อเล่นเรานะเห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้ก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะเพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะมีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมSyntax error เพราะอะไรคะเพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ใตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราเข้าใจแล้วแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่แสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่นี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่าType Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฟังก์ชัน Hello เราน่ะPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่เราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตคไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักเพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะนี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อแล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า "Argument ลงไปแค่นัมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยมัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่ตรงในวงเล็บนี่คือหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นรับเข้าไปนั่นเองนะคะนี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อเหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะสลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้โอเคดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า"Default Argument Value"คืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่กำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่าค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันโดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัดเห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันชื่อว่า show_infoไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์เห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =84360 เห็นไหมคะนี่คือการ Defalแล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า langหรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language"แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonแล้วก็สั่งให้ printprint ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะแค่ชื่อprint ที่ 2ก็คือ Argument ที่ชื่อ...ไม่ใช่ print Argument print parameterนะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salaryแล้วก็ printตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Functionใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salaryกับ Lang Languageเห็นไหมคะพอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็นPython ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVAเดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อนไหง มือบอกไปพิมพ์ Java สะงั้นสะอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปชื่อ Python นะคะไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไรเมื่อกี้กลับมาแก้ดูนะคะ เดี๋ยวเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะนะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเราขึ้นมาไว้นะคะแล้วเราก็ต้องสลับโอเคสลับได้โอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือนะคะ โอเคทีนี้ สร้างโค้ดใหม่เลยนะเด็ก ๆ กด + เพิ่มโค้ดใหม่ไปเลยจะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให่มาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ...มันทะลุจอไปจอไปนะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2ชื่อว่า Default Argument Valueนี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่าให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่น เราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง defd-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info"นะคะ ไม่อยากตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็...สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อ ฟังก์ถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scoแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-h-o-w show คือ ประโยคที่ 1show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วยประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info"ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจากinformation นั่นเองนะคะตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันที่ชื่อสร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดยในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-ename นะคะแล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมาเรียกผิด เรียกถูกตลอดเลยนะคะแล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เราจะกำหนดค่าArgument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่าซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salaryซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูกอันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เม่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลยอันนี้เขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000หน่วย หน่วยสิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วเพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่าlang ซื้อมาจากคำว่าืn-g lang นะคะแล้วตามด้วยเครื่องหมาย =แล้วก็ตามด้วยชื่อ...คำว่า Python langในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Pythonเมื่อเสร็จเมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย :เสมอนะคะเด็ก ๆตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วยอธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัวคือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นด้วยที่ 20,000แล้วก็มี lang โดยกำหนด ArgumentของLanguage นี่นะคะ ว่า Pythonเมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จหลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่งprintprint อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้เราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้ก็คือชื่อนะคะแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :: ชื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทยใส่ %sอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษรจะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะเราต้องจำให้ได้แล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลังเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์name มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name"เสร็จstatemat ที่ 1 statemet ที่ 2print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะprint พิมพ์ print เหมือนเดิมแล้วบอกไม่ใช่ชื่อสิSalary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลยเด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้นนะคะ เมื่อเราต้องการเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %dพิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะโอเคไหมคะเราก็จะได้ Statenertก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะเอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะพูดผิดตัวที่ 3ก็คือ print ภาษามันเองนะคะLanguage มาจากภาษานั่นเองนะคะstatements ที่ 3เราต้องการให้แสดงภาษาเพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา"ว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะภาษา Pythonแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colonถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะสิ่งที่จะกำหนดเพื่อให้แสดงข้อความนะคะลืมเห็นไหม รูปแบบมันจะเหมือนกัน พอหลังเครื่องหมายคำพูดเราต้องใส่อะไรคะ % แล้วตาสค่าพารามิเตอร์ เช่น อันที่ 1 % nameก็เป็นเปอร์เซ็นต์ salary เปอร์เซ็นต์ที ่ชื่อว่า salary จำได้นะ อันที่ 3 ก็ทำเหมือนกันใส่เครื่องหมาย %ใส่เครื่องหมาย % แล้วตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือ langหรือ Language ของเรานั่นเอง l-a-n-g นะคะเช็กนะคะ เช็กตัวอย่าง เช็กจากโค้ดที่เขียนนี่ เห็นไหม ทุกตัวจะระบุว่าเมื่อมีข้อความแสดงแล้ว แล้วสิ่งที่จะให้แสดง ก็คือพารามิเตอร์ที่ชื่อว่า nameพารามิเตอร์ที่ขื่อว่า naแล้วก็พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า lang นะคะแล้วในตัวอย่างมันมีบอกprint ช่องว่างอีก 1 อันดูสิมันจะขึ้นชื่อว่าอะไรp-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บเมื่อเราทำการประกาศฟังก์ชันแล้วนะคะ บอกแล้วว่าประกาศเสร็จจะต้องมีการทำอะไรคะ เรียกใช้ใช่ไหม callingfunctionแต่ทีนี้ตำแหน่งในการเรียกเคอร์เซอร์เราขยับเข้ามาอยู่ตำแหน่ง print ไม่ได้นะคะ กด Enter ลงไป 2 ครั้ง เสร็จแล้วกดเครื่องหมาย Backspace หรือลูกศิษย์ย้อนหลังเห็นไหม ให้เคอร์เซอร์มันมาอยู่ตรงชิดขอบน่ะนะ แล้วก็เรียกฟังก์ชัน show_infoนะคะ เราจะเรียกฟังก์ชัน showขึ้นมาเลยshow_show แล้วก็ _ แล้วก็ตามด้วย infoดูในตัวอย่างที่ 1 นะคะ show_infoแล้วก็ใส่พารามิเตอร์ชื่อลงไปให้เดี๋ยวเผื่อไม่เห็น ขยายให้ดูก่อน อย่าลืมนะคะพอเรียกใช้ฟังก์ชันมันจะต้องมีวงเล็บเสมอ เห็นไหมคะ อยากให้show พารามิเตอร์ชื่อว่า name oนะคะ ในเครื่องหมายคำพูดชื่อเรา ชื่อเล่นก็ได้นะคะ ใส่ชื่อเล่นลงไปอันนี้พารามิเตอร์แรกนี่ตอนเรียก show... เรียกฟังก์ชัน show_ infoแสดงเฉพาะพารามิเตอร์ชื่อนะคะในตัวอย่างเรียกฟังก์ชัน show_infoแสดงชื่อ แล้วก็เงินเดือนนะคะดูนะคะทำเหมือนเดิมพมิ์ชื่อฟังก์ชันที่เราจะเรียกก็คือคำว่า "show" ลืมแก้ภาษษอังกฤษอีกแล้วs-h-o-wshow_info นะคะแล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ที่ต้องการให้มันแสดง ก็คือชื่อขี้เกียจสลับแล้วนะแล้วต้องการให้มีพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือขั้นด้วยลูกน้ำหรือ Comma นะคะแล้วก็ตามด้วยค่าพารามิเตอร์ในตัวที่ 2 เช่น เงินเดือน เงินเดือนนี่ในในฟังก์ชันนี่ในฟังก์ชันนี่ เรากำหนดที่ 20,000 แต่ในตอนที่เรามาเรียกนี่ สมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มขึ้นหรือเงินเดือนของคนคนนี้มีมากกว่า 20,000 มี 23,000เป็น 23,000ลงไปนะคะ ถ้าเราต้องการให้มีฟังก์ชัน เอ้ย แสดงพารามิเตอร์ตัวที่ 3 เราก็พิมพ์ค่าพารามิเตอร์ตัวที่ 3 แต่เราไม่ได้เอา= Python นี่ เราจะเอาภาษาอื่น เช่น ภาษา C นะคะก็ใส่คำว่า c ลงไปพร้อมจะดูผลลัพธ์หรือยังคะก็คือในกรณีที่เรียงฟังก์ชันที่ 1 นี่ โชว์เฉพาะพารามิเตอร์เดียว เราก็พิมพ์แค่ชื่อฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ที่เราต้องการให้แสดงพอแต่ใรกรณีที่เรียกฟังก์ชันในอันที่ 2 นี่ แม่อยากให้มันแสดงทุกพารามิเตอร์เลย แม่ก็เลยใส่เข้าไปครบ3 อัน เห็นไหมคะ เดี๋ยวเล่นให้ดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นยังไงนี่ เห็นไหมคะ ชื่อ เงินเดือนเห็นไหม แบบที่ 1แบบที่ 1 ตอนเรียกนี่ให้แสดงแต่ชื่อ แต่มันก็จะแสดงที่มีอยู่แล้วขึ้นมาด้วย เห็นไหมคะ เพราะเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้ปุ๊บ สิ่งที่มันจะแสดงมีอะไรบ้าง ชื่อมีเงินเดือน แล้วก็มีภาษา เห็นไหมพอใส่ print แล้ววงเล็บมันจะเว้นให้ 1 บรรทัด เด็ก ๆ ดูพออันที่ 2 มามันเว้นก่อนบรรทัดหนึ่งเด็ก ๆ ไปดูความแตกต่างกับอันแรก ที่ไม่มีเว้นบรรทัดพอเราสั่ง print Helloพื้นที่สี่เหลี่ยมมันก็ติดกัน เห็นไหมคะ แต่พอตัวอย่างนี้ นี่มันมี print ในวงเล็บเห็นไหมขั้นมาก 1 อันิสิ่งที่มันแสดงมีชื่อเหมือนกัน มีเงินเดือนเหมือนกัน ภาษาแสดง 3 อย่างเห็นไหมคะ นั่นก็คือฟังก์ชันีที่ชื่อว่า show_info นี่ มันจะแสดงข้อมูลของชื่อของเงินเดือนแล้วก็ของภาษาขึ้นมาทุกครั้วนะคะ แต่มันจะแสดงตามอะไรเช่น เหมือนตัวแรก แสดงเฉพาะชื่อแรกเพราะฉะนั้น เงินเดือนกับภาษานี่มันจะไปแสดงตามค่าที่เราตั้งไว้ในครั้งแรกเห็นไหมคะ แต่พออันที่ 2 show_info อันที่ 2แม่ไปเปลี่ยนไป แม่ไปเปลี่ยนว่าคนนี้คนใหม่ไม่ใช่คนเดิม นิวคนละนิวเพราะฉะนั้นเงินเดือนคนนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็น 23,000 ภาษาของเขา ก็เปลี่ยนเป็นภาษา C เห็นไหมแต่มันจะรู้ว่าพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่คือ เงินเดือน มันก็จะไปแสดงที่ตำแหน่งเงินเดือน เห็นไหมพารามิเตอร์ตัวที่ 3มันก็ไปแสดงที่คำว่า "ภาษา" เห็นไหมคะ นี่ก็เป็นใช้งานฟังก์ชันที่มีการกำหนดค่า ค่า Argument ไว้แล้วนะคะ ค่าเริ่มต้นไว้แล้วนะคะดูเอาแล้วกัน ว่าแบบไหนใช้งานง่ายกว่าให้ศึกษาให้มองเห็นความแตกต่างนะคะแล้วก็มาสู่หัวข้อสึดท้ายของเรานะคะ เห็นไหมคะ เรากำหนดค่า Argumentไปได้แล้วนะคะ ต่อมา เรื่องต่อมาของเราเรื่องสุดท้ายKeyword Argument ยังเกี่ยวกับ Argument อีก มันคืออะไรกันkeyword ชื่อก็บอกอยู่แล้วคือ คำสำคัญนะคะ มันจะเป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบเขาบอกว่าใช้ชื่อของพารามิเตอร์ในการส่ง Argumentโดยพารามิเตอร์นั้นต้องมีการกำหนดDefault Argument ก่อนเราจะต้องไปกำหนดค่าให้พารามิเตอร์ของเราก่อน ตัวแรกนะคะดูตัวอย่างตัวนี้ เห็นไหมคะมันจะคล้ายกับอะไร คล้ายกับเมื่อกี้นี้ แต่มีข้อแตกต่างคือตรงไหน Keywordสังเกต สังเกตที่อะไรเด็ก ๆ นี่ เห็นไหมColor น่ะค่ะค่าสี คือ ไปเรียกใช้ค่าสีที่เป็นรหัส เขาเรียกว่าเป็นรหัสหรือเป็นคีย์น่ะค่ะเช่น fff นี่ น่าจะเป็นสีขาวหรือไม่ได้เติมสีนี่ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ ให้นึกถึงนะนี่คือมันจะไม่ใช่ค่าตัว ที่เป็นแบบข้อความ หรือเป็นตัวเลขเหมือนปกตินะ ไอ้ตัวนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "Keyword"นึกออกนะ Keyword ArgumentArgument ที่เป็นลักษณะ Keyword นะคะไม่เป็นไร ถ้าอยากรู้มันคืออะไรเดี๋ยวจะลองให้ดูนะคะเด็ก ๆดูนะคะ ค่าสีใน... ในคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ค่าสี ค่าสีในคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายแบบนี่ เห็นไหมไม่สลับอีกแล้วไม่ต้องการอะไรแบบนี้เด็ก ๆ ดูนคะนี่คือคีย์เวิร์ดของค่าสีในคอมพิวเตอร์ โดยปกตินี่เวลาถ้าเราเขียนโค้ดนี่โปรแกรมมันจะรับค่าสีที่เป็นค่าสีฐาน 16 นะคะ RGBแล้วก็... ค่าสี 3 ฐาน 16 มันจะไม่รับ มันจะรับค่าสีตัว 0000 ff นี่ เหมือนตัวอย่างนี่ ตัวนี้คือเป็น Keyword Argumentก็คือมันต้องมาอ่านค่าของตัวนี้ก่อน แล้วมาแสดงให้เห็นสีที่เราต้องการจะรู้ เดี๋ยวทำให้ดูนะคะ ตัวอย่างนี้ เดี๋ยวนะไอ้ 00 สีอะไรอยากรู้ว่าเป็นสีอะไร เดี๋ยวเปิด paint ให้ดูนะคะ โปรแกรม paintจะเห็นชัดกว่าโปรแกรม Paint นะเดี๋ยวไอ้นี่ไม่เห็นสิไม่ใช่ paint สิ อะไรนะ Microsoft Word ก็เห็นแล้วเดี๋ยวนะคะเปิดให้ดูว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าสีนี้สีอะไรเปิดใน Word ให้ดูนะคะดูสีนะ เด็ก ๆ ดูที่สีนะคะนี่เห็นไหมตรงนี้จะเป็นค่าสี มันจะมีแบบมาตรฐานกับกำหนดเองนี่ไอ้ตัวนี้ก็ไม่ขึ้นแบบนี้ไม่ใช่สิ อย่างนั้นเปิดให้ดูตารางค่าสีเลยแล้วกันนะคะชักงงเอง ตารางค่าสีดูนะคะ ตารางค่าสีจะเป็นอย่างนี้อันไหนที่จะเห็นชัดอย่างนี้นะคะ สมมติสีชมพูนี่เห็นไหมตัวเลขสีมันก็จะเปลี่ยนไปลักษณะนี้นะ อันนี้จะเห็นชัดนะคะ ว่าถ้าสีชมพูเข้มขนาดนี้ค่าสีจะเป็นตัวนี้ อย่างนี้นะคะตัวนี้ขึ้นไหมมันก็ขึ้นอยู่ข้างในนี่ตัวเลขที่แสดงค่าสีมันน่ะถ้าอยากรู้ว่าสีไหนเป็นสีอะไร อย่างเล็กไม่เอาน่ะไม่โชว์แล้วน่ะ เดี๋ยวเทสต์ให้ดูเลยนะคะขอเพิ่มโค้ดให้ จะทำโค้ดแค่สร้างสีตัวเดียวเลยเอาแค่นี้พอปุ๊บ print color ขอก๊อปก่อนขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจพิมพ์copy ให้เราไหมนี่ไม่วางให้นะคะ ไม่เป็นอะไรสมมติ สมมตินะคะ สร้างฟังก์ชันเดี๋ยวสร้างให้ดูเด็ก ๆ ไม่ต้อวงอันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า KeyArgument def ฟังก์ชันนี้จะใช้ในการสร้างสีนั่นเองนะคะc-r-e-a-t-e create colorใส่พารามิเตอร์ ชื่อ color นะคะ โดยมีค่าเท่ากับ1, 2, 3, 4,5, 6 6 นะโดยกำหนด Default Argument ที่เครื่องหมาย # F1 F2 F3 F4f5ตัวที่บอกว่า f นี่ มันเป็นคีย์เวิร์ดของค่าสีที่บอก เพราะฉะนั้น พอเราสร้างฟังก์ชันนี้ มันจะแสดงอะไรออกมาดูนะคะ ทำไมเผลอไปลบขอโทษที มือไวจริง ๆ เลย4เราจะให้มัน print สีนั้นออกมาให้ดูนะคะprint colorดูนะคะ เห็นไหม นี่print อะไร ต้องการให้ print=่ขอเพิ่มพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่งคือ id นะคะ id คือ ลำดับที่นั่นเองเพื่อให้เห็นว่าอันที่ 1ใส่สีนี้อะไรจะเกิดขึ้น อันนี้ประกาศตัวแปรจะเสร็จแล้ว จะเรียกใช้มันนะคะ เรียกใช้Create color พิมพ์ชื่อฟังก์ชันa-t-eเราก็คลิกเลือก แล้วตามด้วย id ลำดับที่ 1 นะคะขอลอง print ก่อนเหมือนเดิมนะคะลำดับที่แล้วก็ตามด้วย :ใช้ colon แทนแล้วก็ % เหมือนเดิม% ลำดับที่เป็น % อะไรนะ%d นะคะ ตัวเลข เป็นตัวเลขแล้วก็ตามด้วย% แล้วก็ค่าพารามิเตอร์ ก็คือ idพิมพ์อะไรผิดนี่ p-r-ip-r-i-n-t printเดี๋ยว Run ให้ดูเลยนะคะsyntax error ผิดตรงไหนนี่อ๋อตำแหน่ง เดี๋ยวนะ Enter เข้าไป เอาใหม่สิ+แม่พิมพ์อะไรผิดp-r-i-n-tprint เอาใหม่ลบก็ได้ลบแล้ว print ใหม่ p-i-n-tprintSyntax Error Invalidผิดได้อย่างไรล่ะเดี๋ยวนะ 1เขาก็ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่ทำไมมันขึ้น Error ล่ะ1, 2, 3, 4,เดี๋ยวนะ ขอขยายก่อนนะ1 2 3 4 5 6ก็ตรงอะไรนะทำไม Syntax นี้ Error ล่ะผิดตรงไหนนี่ลืมอะไร ไม่ได้ลืมนี่เอาอีกแล้วSyntax Error Printprint บรรทัดที่ 3 ไม่ได้ colors หรือมันบอกว่า print ไม่ได้น่ะมันจะ Error ได้ยังไงน่ะถ้าลบจะขึ้น Error อีกไหมไม่รู้จักรันผ่าน รันไม่ผ่านผิดตรงไหนอ๋อ รู้แล้วอะไรผิดตรงไหนหรือเปล่านี่print คำสัง Pritโอเคนะคะรู้แล้วตรงนิดเดียว มองไม่เห็นลืมใส่เครื่องหมายคำพูดตรงคาบของ color นะคะมันก็เลยคำสั่ง print สีนะคะ เดี๋ยวจะขอลองดูอันนี้ถูกแล้วนะคะผลลัพธ์ก็จะออกอย่างนี้ คือ พิมพ์ลำดับที่ 1 เสร็จมันก็จะ print สี่ที่มีค่าคิคือ fff ขึ้นมาอย่างนี้นะคะก็คือจะแสดงเป็นArgument ที่เป็น Keyword นั่นเองนะคะนี่อยากโกรธโปรแกรมดีหรือไม่ก็ไม่รู้พอเปลี่ยนฟอนต์น่ะ มันก็มาจัดตัวนี้ตัวเล็กตัวใหญ่ดูยากมากสาเหตุ ก็คือนี่มันมีเครื่องหมายคำพูดนี่ แต่ไม่ได้ใส่ให้มันนี่นะคะนะคะก็คือการกำหนดค่า Argumentเหมือนกันนั้นล่ะค่ะ defaultดี ๆ แค่นั้นเอง ว่าจะให้มันเป็นDefault ที่เป็นลักษณะ... Argument ที่ให้มันแสดงมันเป็นลักษณะไหนถ้าเป็นก็ต้องมาใช้รูปแบบนี้นะคะเขาบอกเขาเป็น Keywordนี่มันต้องใส่เครื่องหมายที่เป็นคำพูดข้างหน้าตัวนี้พอ Run แล้วถึงจะผ่านถึงจะขึ้นนะคะขึ้นค่าให้ก็คือแสดงลักษณะที่เป็นคีย์เวิร์ดแบบนี้ออกมาสงสัยตรงไหนหรือเปล่าคะเด็ก ๆ ความแตกต่าง แทบไม่แตกต่างว่าไม่แตกต่างกัน มันต่างกันตรงค่าไอ้ค่าที่เราจะใส่เข้าไปนี่ล่ะค่ะ เพราะตัวนี้ ลักษณะคือมันเป็นค่าของเขาเรียกว่าอะไรนะเขาเรียกว่า "เป็น code สีนะรหัสสี ซึ่งความจริง ก็คือถ้าเราใส่สีแดงสีชมพูอะไรอย่างนี้ แต่อย่าลืมว่าสีในคอมพิวเตอร์น่ะมันแยกเฉดอีก เหมือนอย่างนี้ ชมพูเข้มมันก็จะเป็น #ec407aเปลี่ยนไปตามความเข้มความอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะเหมือนสีฟ้านี่ ค่าเขาก็จะเปลี่ยนไปตามที่เห็นนนะคะนั่นก็คือเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญคือคอมพิวเตอร์น่ะจะรู้นะ คอมพิวเตอร์เขาจะรู้จัก ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะถ้าไม่มีใครสงสัยในฟังก์ชันนะคะ คือ ที่เราจะทำจริง ๆ นะมันก็จะมีแบบที่ 1 น่ะกำหนดฟังก์ชันขึ้นมานะคะ อย่างนี้ แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์กับแบบที่ 2 ที่มีการกำหนดฟังก์ชัน มีพารามิเตอร์ แล้วในพารามิเตอร์กำหนด Argument ลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้ได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่จะเลือกใช้งาน แล้วแต่วัตถุประสงค์การที่จะสร้างฟังก์ชันสำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะจบบทเรียนหลักการเขียนโปรแกรมของเราในเทอมนี้เพียงเท่านี้นะคะสัปดาห์หน้าจะให้เบรกเดี๋ยวสอบแล้วจะนัดแนะอีกทีหนึ่งนะคะเด็ก ๆมีใครสงสัยไหม ถามได้ถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะคะอย่าลืมออกจากระบบทุกครั้งด้วยเพราะอย่าลืมว่าแล็บไม่ได้แต่เราใช้คนเดียวนะเมื่อเลิกใช้เราต้องออกจากระบบของเราทุกครั้งนะคะขอบคุณพี่ล่ามค่ะ สำหรับการเรียนในวันนี้ขอบคุณค่ะมันชอบมาเปลี่ยนฟอนต์ให้เครื่องที่มี - (ล่าม) ฮัลโหลครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็น (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentโอเคนะคะ ก่อนอื่นอีกแล้ว...คือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะเหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นสร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...แล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์เหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentจะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกกระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่ใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้วิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นแล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"เราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะนะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดเมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"แล้วตามด้วย function_nameบอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็พารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่นะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับพารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่ามีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์เส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดอะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1ใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะคือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะนะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็รูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศhello ()def ก็คือ definitionตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะของเราให้เรียบร้อยด้วยนะคะไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มde แล้วกฌ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะdef นะคะ แล้วก็กดไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fDef แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะแล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า HelloSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะบอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"นะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันe-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-name นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "แล้วกด Enter 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์เสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอStagementหรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะn-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-iเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้าสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabมันไม่สลับหน้าตลอดเลยนั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋าไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์โอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิโอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะหามุม มุมให้เธออยู่แป๊บหนึ่งขยับแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะได้ไหมไม่เห็นหน้านี้อีกแล้วก็กระเถิบโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะแล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีวงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print"เราจะ print คำว่า "hello" นะคะแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพิมพ์ % nameแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยนี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะขอโทษ เราจะได้รู้นะคะการกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่ามันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่งแสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานเพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะที่ให้กด Run นี่ของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะนี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2การประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันทีนี้เมื่อกี้สลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนเราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้เป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้งไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะโดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็ในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()กว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าheight ซึ่ง area ในที่นี้ึพื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือว่า widthนั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้สำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณStatement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cนะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่หาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะแล้วทำการ return ค่า cแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนส่งกลับค่าให้ c นะคะนี่คือการประกาศฟังก์ชันแล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้คีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะเรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะมันไม่สลับ Extend หรืออีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...โอเค ต้องสลับมันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่2 รอบเชียวหรือนะคะเอาไว้ก่อนไม่เห็นตัวหลังอีก เอาไม่เห็นอีก มันเห็นไหมแป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหมน่านักเชียวไปไหนแล้วColabที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะเมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไปนะคะเราประกาศฟังก์ชันตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definition2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งวรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะd-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายi-d-t-h นะคะ คั่นนะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ hCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ height-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เราปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนอัตโนมัตินะคะเสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อกด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณพารามิเตอร์ตัวที่ 2h รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะแล้วตามด้วยเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อh-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นErrorเพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run โค้ดมันจะเกิดเห็นนะคะ พอเราเห้นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้ที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้คำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้Statement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบพิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...คำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"ค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือเหมือนเดิมนะคะเพื่อเป็นการเช็กโค้ดของเรา ก็คือกดตัวไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะว่า code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครPlay ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กแล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้ขึ้น Error ไหมคะไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการโค้ดแล้วเราต้องไปเรียกใช้งานมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่ไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้เพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...ขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะโหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้ก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับเมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างนะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาก็คือในนี้พอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกมันใช้งานได้จริงไหมนะคะการเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะและส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะArgument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่าตอนที่เราใช้งานนะคะส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดมันรับค่านั่นเองนะคะมาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะname นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยมาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีชื่อเพราะในวงเล็บนี่ิสิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์เห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะน่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าหรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้าลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพนิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะนี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่ใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าเพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยแล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นีตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็ก็ได้นะคะฟังก์ชันแรกที่ฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บเราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้นะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะเครื่องหมายคำพูดหรือ Double Quote นะคะ nameชื่อนึกออกนะ เช่นเนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะเด็ก ๆสมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาจะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งที่เราจะเรียกใช้นะคะก็คือ area () แต่ area () ที่เราทำให้ดูก่อนp-r-i-n-tprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะลืมแก้ภาษาขอโทษทีตัวที่ 2 นะคะด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นเราจะใช้คำสั่ง printฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันสี่เหลี่ยมเมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่ใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษา=เปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็แล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-ตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์e-a นะคะแล้วก็วงเล็บr ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4ทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือโค้ดถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8จะแสดงผลอย่างไรError เด้งขึ้นมา ณบัด Nowเสร็จหมดแล้วนะคะเด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้นprintบรรทัดที่ 9ตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะสังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดพอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวเสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่พิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษที2 % namevalue error ค่า error ตรง...แก้ได้ ๆเห็นไหมคะพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%sแม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่เมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %sตัวพิมพ์เล็เกแค่นั้นเองพิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นพอมาไล่ฟังก์ชันการขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะ%s' nameมันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่ย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้ตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อมันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้จากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์ที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentคำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...ตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaสามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะมันก็จะส่งค่า c ที่มาคำมีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'พื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =มาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะเป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่า "แสดงทศนิยมออกมานะคะลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะ%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่เด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไปลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะเอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นเห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นใส่ชื่อเล่นเรานะไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้มีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนเพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะมีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้Syntax error เพราะอะไรคะเพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ใให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่เข้าใจแล้วแสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่Type Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฟังก์ชัน Hello เราน่ะนี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่าเราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตคไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่ไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักเพราะฉะนั้นนี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อเพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะArgument ลงไปแค่นัมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาแล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า "มัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่ทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นตรงในวงเล็บนี่คือหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอนี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อรับเข้าไปนั่นเองนะคะเหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อโอเคสลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้คืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่ดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า"Default Argument Value"ค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันกำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่าเห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันโดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัดเห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =ชื่อว่า show_infoไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์แล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า lang84360 เห็นไหมคะนี่คือการ Defalแล้วก็สั่งให้ printหรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language"แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonก็คือ Argument ที่ชื่อ...ไม่ใช่ print Argument print parameterprint ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะแค่ชื่อprint ที่ 2ตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Functionใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salaryนะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salaryแล้วก็ printพอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็นกับ Lang Languageเห็นไหมคะไหง มือบอกไปพิมพ์ Java สะงั้นสะอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปPython ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVAเดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อนชื่อ Python นะคะเมื่อกี้กลับมาแก้ดูนะคะ เดี๋ยวไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไรนะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเราขึ้นมาไว้นะคะเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะโอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือนะคะ โอเคแล้วเราก็ต้องสลับโอเคสลับได้ทีนี้ สร้างโค้ดใหม่เลยนะเด็ก ๆ กด + เพิ่มโค้ดใหม่ไปเลยมาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ...จะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให่นะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2มันทะลุจอไปจอไปให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่น เราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง defชื่อว่า Default Argument Valueนี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่าชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info"นะคะ ไม่อยากd-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scoแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-ตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็...สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อ ฟังก์ประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info"ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจากh-o-w show คือ ประโยคที่ 1show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วยสร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดยในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์information นั่นเองนะคะตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันที่ชื่อแล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมาตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-ename นะคะแล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เราจะกำหนดค่าเรียกผิด เรียกถูกตลอดเลยนะคะซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salaryArgument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่าอันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เม่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลยซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูกอันนี้สิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วเขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000หน่วย หน่วยืn-g lang นะคะแล้วตามด้วยเครื่องหมาย =เพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่าlang ซื้อมาจากคำว่าในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Pythonแล้วก็ตามด้วยชื่อ...คำว่า Python langเมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย :เมื่อเสร็จชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วยอธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัวเสมอนะคะเด็ก ๆตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่แล้วก็มี lang โดยกำหนด Argumentของคือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นด้วยที่ 20,000หลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่งprintLanguage นี่นะคะ ว่า Pythonเมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้print อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อก็คือชื่อนะคะแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :เราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้ใส่ %sอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษร: ชื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลังจะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะเราต้องจำให้ได้name มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name"เครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์statemat ที่ 1 statemet ที่ 2print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะเสร็จSalary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลยprint พิมพ์ print เหมือนเดิมแล้วบอกไม่ใช่ชื่อสินะคะ เมื่อเราต้องการเด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้นพิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %dก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะโอเคไหมคะเราก็จะได้ Statenertก็คือ print ภาษามันเองนะคะLanguage มาจากภาษานั่นเองนะคะเอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะพูดผิดตัวที่ 3เพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา"statements ที่ 3เราต้องการให้แสดงภาษาแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colonว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะภาษา Pythonเพื่อให้แสดงข้อความนะคะลืมถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะสิ่งที่จะกำหนดค่าพารามิเตอร์ เช่น อันที่ 1 % nameก็เป็นเปอร์เซ็นต์ salary เปอร์เซ็นต์ที ่เห็นไหม รูปแบบมันจะเหมือนกัน พอหลังเครื่องหมายคำพูดเราต้องใส่อะไรคะ % แล้วตาสใส่เครื่องหมาย % แล้วตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือ langชื่อว่า salary จำได้นะ อันที่ 3 ก็ทำเหมือนกันใส่เครื่องหมาย %ตัวอย่าง เช็กจากโค้ดที่เขียนนี่ เห็นไหม ทุกตัวจะระบุว่าเมื่อมีข้อความหรือ Language ของเรานั่นเอง l-a-n-g นะคะเช็กนะคะ เช็กแล้วก็พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า lang นะคะแล้วในตัวอย่างมันมีบอกแสดงแล้ว แล้วสิ่งที่จะให้แสดง ก็คือพารามิเตอร์ที่ชื่อว่า nameพารามิเตอร์ที่ขื่อว่า nap-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บprint ช่องว่างอีก 1 อันดูสิมันจะขึ้นชื่อว่าอะไรเมื่อเราทำการประกาศฟังก์ชันแล้วนะคะ บอกแล้วว่าประกาศเสร็จจะต้องมีการทำอะไรคะ เรียกใช้เคอร์เซอร์เราขยับเข้ามาอยู่ตำแหน่ง print ไม่ได้นะคะ กด Enter ลงไป 2 ครั้ง เสร็จแล้วใช่ไหม callingfunctionแต่ทีนี้ตำแหน่งในการเรียกเห็นไหม ให้เคอร์เซอร์มันมาอยู่ตรงชิดขอบน่ะนะ แล้วก็กดเครื่องหมาย Backspace หรือลูกศิษย์ย้อนหลังขึ้นมาเลยshow_เรียกฟังก์ชัน show_infoนะคะ เราจะเรียกฟังก์ชัน showแล้วก็ใส่พารามิเตอร์ชื่อลงไปให้show แล้วก็ _ แล้วก็ตามด้วย infoดูในตัวอย่างที่ 1 นะคะ show_infoวงเล็บเสมอ เห็นไหมคะ อยากให้show พารามิเตอร์ชื่อว่า name oเดี๋ยวเผื่อไม่เห็น ขยายให้ดูก่อน อย่าลืมนะคะพอเรียกใช้ฟังก์ชันมันจะต้องมีชื่อเรา ชื่อเล่นก็ได้นะคะ ใส่ชื่อเล่นลงไปนะคะ ในเครื่องหมายคำพูดตอนเรียก show... เรียกฟังก์ชัน show_ infoแสดงเฉพาะพารามิเตอร์ชื่อนะคะอันนี้พารามิเตอร์แรกนี่แสดงชื่อ แล้วก็เงินเดือนนะคะดูนะคะในตัวอย่างเรียกฟังก์ชัน show_infoก็คือคำว่า "show" ลืมแก้ภาษษอังกฤษอีกแล้วs-h-o-wทำเหมือนเดิมพมิ์ชื่อฟังก์ชันที่เราจะเรียกที่ต้องการให้มันแสดง ก็คือชื่อขี้เกียจสลับแล้วนะshow_info นะคะแล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์หรือ Comma นะคะแล้วก็ตามด้วยแล้วต้องการให้มีพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือขั้นด้วยลูกน้ำในฟังก์ชันนี่ เรากำหนดที่ 20,000 แต่ในตอนที่เรามาเรียกนี่ สมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มขึ้นค่าพารามิเตอร์ในตัวที่ 2 เช่น เงินเดือน เงินเดือนนี่ในในฟังก์ชันนี่ลงไปนะคะ ถ้าเราต้องการให้มีฟังก์ชัน เอ้ย แสดงหรือเงินเดือนของคนคนนี้มีมากกว่า 20,000 มี 23,000เป็น 23,000= Python นี่ เราจะเอาภาษาอื่น เช่น ภาษา C นะคะพารามิเตอร์ตัวที่ 3 เราก็พิมพ์ค่าพารามิเตอร์ตัวที่ 3 แต่เราไม่ได้เอาก็คือในกรณีที่เรียงฟังก์ชันที่ 1 นี่ โชว์เฉพาะพารามิเตอร์เดียว เราก็พิมพ์แค่ก็ใส่คำว่า c ลงไปพร้อมจะดูผลลัพธ์หรือยังคะเรียกฟังก์ชันในอันที่ 2 นี่ แม่อยากให้มันแสดงทุกพารามิเตอร์เลย แม่ก็เลยใส่เข้าไปครบชื่อฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ที่เราต้องการให้แสดงพอแต่ใรกรณีที่นี่ เห็นไหมคะ ชื่อ เงินเดือนเห็นไหม แบบที่ 13 อัน เห็นไหมคะ เดี๋ยวเล่นให้ดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นยังไงที่มีอยู่แล้วขึ้นมาด้วย เห็นไหมคะ เพราะเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้ปุ๊บ สิ่งที่มันจะแสดงมีอะไรบ้าง ชื่อแบบที่ 1 ตอนเรียกนี่ให้แสดงแต่ชื่อ แต่มันก็จะแสดงมันจะเว้นให้ 1 บรรทัด เด็ก ๆ ดูพออันที่ 2 มามันเว้นก่อนบรรทัดหนึ่งมีเงินเดือน แล้วก็มีภาษา เห็นไหมพอใส่ print แล้ววงเล็บพื้นที่สี่เหลี่ยมมันก็ติดกัน เห็นไหมคะ แต่พอตัวอย่างนี้ นี่เด็ก ๆ ไปดูความแตกต่างกับอันแรก ที่ไม่มีเว้นบรรทัดพอเราสั่ง print Helloิสิ่งที่มันแสดงมีชื่อเหมือนกัน มีเงินเดือนเหมือนกัน ภาษาแสดง 3 อย่างเห็นไหมคะ นั่นก็คือฟังก์ชันมันมี print ในวงเล็บเห็นไหมขั้นมาก 1 อันนะคะ แต่มันจะแสดงตามอะไรเช่น เหมือนตัวแรก แสดงเฉพาะชื่อแรกีที่ชื่อว่า show_info นี่ มันจะแสดงข้อมูลของชื่อของเงินเดือนแล้วก็ของภาษาขึ้นมาทุกครั้วเห็นไหมคะ แต่พออันที่ 2 show_info อันที่ 2แม่ไปเปลี่ยนไป แม่ไปเปลี่ยนว่าเพราะฉะนั้น เงินเดือนกับภาษานี่มันจะไปแสดงตามค่าที่เราตั้งไว้ในครั้งแรกก็เลยเปลี่ยนเป็น 23,000 ภาษาของเขา ก็เปลี่ยนเป็นภาษา C เห็นไหมแต่มันจะรู้ว่าพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่คนนี้คนใหม่ไม่ใช่คนเดิม นิวคนละนิวเพราะฉะนั้นเงินเดือนคนนี้มันก็ไปแสดงที่คำว่า "ภาษา" เห็นไหมคะ นี่ก็เป็นใช้งานฟังก์ชันที่มีการคือ เงินเดือน มันก็จะไปแสดงที่ตำแหน่งเงินเดือน เห็นไหมพารามิเตอร์ตัวที่ 3ดูเอาแล้วกัน ว่าแบบไหนใช้งานง่ายกว่าให้ศึกษากำหนดค่า ค่า Argument ไว้แล้วนะคะ ค่าเริ่มต้นไว้แล้วนะคะนะคะ เห็นไหมคะ เรากำหนดค่า Argumentให้มองเห็นความแตกต่างนะคะแล้วก็มาสู่หัวข้อสึดท้ายของเราKeyword Argument ยังเกี่ยวกับ Argument อีก มันคืออะไรกันkeyword ชื่อก็บอกอยู่แล้วไปได้แล้วนะคะ ต่อมา เรื่องต่อมาของเราเรื่องสุดท้ายเขาบอกว่าใช้ชื่อของพารามิเตอร์ในการส่ง Argumentคือ คำสำคัญนะคะ มันจะเป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบเราจะต้องไปกำหนดค่าให้พารามิเตอร์ของเราก่อน ตัวแรกนะคะดูตัวอย่างตัวนี้ เห็นไหมคะโดยพารามิเตอร์นั้นต้องมีการกำหนดDefault Argument ก่อนมันจะคล้ายกับอะไร คล้ายกับเมื่อกี้นี้ แต่มีข้อแตกต่างคือตรงไหน Keywordสังเกต สังเกตที่อะไรเด็ก ๆ นี่ เห็นไหมColor น่ะค่ะที่เป็นรหัส เขาเรียกว่าเป็นรหัสหรือเป็นคีย์น่ะค่ะเช่น fff นี่ น่าจะเป็นสีขาวค่าสี คือ ไปเรียกใช้ค่าสีมันจะไม่ใช่ค่าตัว ที่เป็นแบบข้อความ หรือเป็นตัวเลขหรือไม่ได้เติมสีนี่ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ ให้นึกถึงนะนี่คือArgument ที่เป็นลักษณะ Keyword นะคะไม่เป็นไร ถ้าอยากรู้มันคืออะไรเหมือนปกตินะ ไอ้ตัวนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "Keyword"นึกออกนะ Keyword Argumentดูนะคะ ค่าสีใน... ในคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ค่าสี ค่าสีเดี๋ยวจะลองให้ดูนะคะเด็ก ๆนี่ เห็นไหมไม่สลับอีกแล้วในคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายแบบนี่คือคีย์เวิร์ดของค่าสีในคอมพิวเตอร์ โดยปกตินี่เวลาถ้าเราเขียนโค้ดนี่ไม่ต้องการอะไรแบบนี้เด็ก ๆ ดูนคะแล้วก็... ค่าสี 3 ฐาน 16 มันจะไม่รับ มันจะรับค่าสีโปรแกรมมันจะรับค่าสีที่เป็นค่าสีฐาน 16 นะคะ RGBก็คือมันต้องมาอ่านค่าของตัวนี้ก่อน แล้วมาแสดงให้เห็นสีที่เราต้องการจะรู้ เดี๋ยวตัว 0000 ff นี่ เหมือนตัวอย่างนี่ ตัวนี้คือเป็น Keyword Argumentอยากรู้ว่าเป็นสีอะไร เดี๋ยวเปิด paint ให้ดูนะคะ โปรแกรม paintจะเห็นชัดกว่าทำให้ดูนะคะ ตัวอย่างนี้ เดี๋ยวนะไอ้ 00 สีอะไรโปรแกรม Paint นะไม่ใช่ paint สิ อะไรนะ Microsoft Word ก็เห็นแล้วเดี๋ยวนะคะเดี๋ยวไอ้นี่ไม่เห็นสิเปิดให้ดูว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าสีนี้สีอะไรเปิดใน Word ให้ดูนะคะตรงนี้จะเป็นค่าสี มันจะมีแบบมาตรฐานกับกำหนดเองนี่ดูสีนะ เด็ก ๆ ดูที่สีนะคะนี่เห็นไหมไม่ใช่สิ อย่างนั้นเปิดให้ดูตารางค่าสีเลยแล้วกันนะคะไอ้ตัวนี้ก็ไม่ขึ้นแบบนี้ดูนะคะ ตารางค่าสีจะเป็นอย่างนี้ชักงงเอง ตารางค่าสีอันไหนที่จะเห็นชัดลักษณะนี้นะ อันนี้จะเห็นชัดนะคะ ว่าถ้าสีชมพูเข้มขนาดนี้อย่างนี้นะคะ สมมติสีชมพูนี่เห็นไหมตัวเลขสีมันก็จะเปลี่ยนไปมันก็ขึ้นอยู่ข้างในนี่ตัวเลขที่แสดงค่าสีมันน่ะค่าสีจะเป็นตัวนี้ อย่างนี้นะคะตัวนี้ขึ้นไหมไม่โชว์แล้วน่ะ เดี๋ยวเทสต์ให้ดูเลยนะคะถ้าอยากรู้ว่าสีไหนเป็นสีอะไร อย่างเล็กไม่เอาน่ะเอาแค่นี้พอปุ๊บ print color ขอก๊อปก่อนขอเพิ่มโค้ดให้ จะทำโค้ดแค่สร้างสีตัวเดียวเลยเราไหมนี่ขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจพิมพ์copy ให้ไม่วางให้นะคะ ไม่เป็นอะไรอันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า KeyArgument def ฟังก์ชันนี้สมมติ สมมตินะคะ สร้างฟังก์ชันเดี๋ยวสร้างให้ดูเด็ก ๆ ไม่ต้อวงc-r-e-a-t-e create colorจะใช้ในการสร้างสีนั่นเองนะคะใส่พารามิเตอร์ ชื่อ color นะคะ โดยมีค่าเท่ากับโดยกำหนด Default Argument ที่1, 2, 3, 4,5, 6 6 นะตัวที่บอกว่า f นี่ มันเป็นคีย์เวิร์ดของค่าสีที่บอก เพราะฉะนั้น พอเราเครื่องหมาย # F1 F2 F3 F4f5ขอโทษที มือไวจริง ๆ เลยสร้างฟังก์ชันนี้ มันจะแสดงอะไรออกมาดูนะคะ ทำไมเผลอไปลบเราจะให้มัน print สีนั้นออกมาให้ดูนะคะ4ดูนะคะ เห็นไหม นี่print color=print อะไร ต้องการให้ print่ขอเพิ่มพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่งใส่สีนี้อะไรจะเกิดขึ้น อันนี้ประกาศตัวแปรจะเสร็จแล้ว จะเรียกใช้มันนะคะ เรียกใช้คือ id นะคะ id คือ ลำดับที่นั่นเองเพื่อให้เห็นว่าอันที่ 1เราก็คลิกเลือก แล้วตามด้วย id ลำดับที่ 1 นะคะCreate color พิมพ์ชื่อฟังก์ชันa-t-eขอลอง print ก่อนเหมือนเดิมนะคะแล้วก็ % เหมือนเดิมลำดับที่แล้วก็ตามด้วย :ใช้ colon แทน%d นะคะ ตัวเลข เป็นตัวเลขแล้วก็ตามด้วย% ลำดับที่เป็น % อะไรนะพิมพ์อะไรผิดนี่ p-r-i% แล้วก็ค่าพารามิเตอร์ ก็คือ idp-r-i-n-t printsyntax error ผิดตรงไหนนี่อ๋อเดี๋ยว Run ให้ดูเลยนะคะแม่พิมพ์อะไรผิดp-r-i-n-tตำแหน่ง เดี๋ยวนะ Enter เข้าไป เอาใหม่สิ+ลบแล้ว print ใหม่ p-i-n-tprint เอาใหม่ลบก็ได้printSyntax Error Invalidเดี๋ยวนะ 1ผิดได้อย่างไรล่ะเขาก็ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่ทำไมมันขึ้น Error ล่ะเดี๋ยวนะ ขอขยายก่อนนะ1, 2, 3, 4,1 2 3 4 5 6ก็ตรงอะไรนะผิดตรงไหนนี่ทำไม Syntax นี้ Error ล่ะลืมอะไร ไม่ได้ลืมนี่เอาอีกแล้วSyntax Error Printprint บรรทัดที่ 3 ไม่ได้ colors หรือมันบอกว่า print ไม่ได้น่ะถ้าลบจะขึ้น Error อีกไหมมันจะ Error ได้ยังไงน่ะไม่รู้จักรันผ่าน รันไม่ผ่านอ๋อ รู้แล้วผิดตรงไหนอะไรผิดตรงไหนหรือเปล่านี่print คำสัง Pritตรงนิดเดียว มองไม่เห็นลืมใส่เครื่องหมายคำพูดตรงคาบโอเคนะคะรู้แล้วนะคะ เดี๋ยวจะขอลองดูของ color นะคะมันก็เลยคำสั่ง print สีอันนี้ถูกแล้วนะคะคิคือ fff ขึ้นมาอย่างนี้นะคะก็คือจะแสดงเป็นผลลัพธ์ก็จะออกอย่างนี้ คือ พิมพ์ลำดับที่ 1 เสร็จมันก็จะ print สี่ที่มีค่านี่อยากโกรธโปรแกรมดีหรือไม่ก็ไม่รู้Argument ที่เป็น Keyword นั่นเองนะคะสาเหตุ ก็คือนี่มันมีเครื่องหมายคำพูดนี่ แต่ไม่ได้ใส่ให้มันนี่นะคะพอเปลี่ยนฟอนต์น่ะ มันก็มาจัดตัวนี้ตัวเล็กตัวใหญ่ดูยากมากเหมือนกันนั้นล่ะค่ะ defaultดี ๆ แค่นั้นเอง ว่าจะให้มันเป็นนะคะก็คือการกำหนดค่า Argumentก็ต้องมาใช้รูปแบบนี้นะคะเขาบอกDefault ที่เป็นลักษณะ... Argument ที่ให้มันแสดงมันเป็นลักษณะไหนถ้าเป็นข้างหน้าตัวนี้พอ Run แล้วถึงจะผ่านเขาเป็น Keywordนี่มันต้องใส่เครื่องหมายที่เป็นคำพูดก็คือแสดงลักษณะที่เป็นคีย์เวิร์ดแบบนี้ออกมาสงสัยถึงจะขึ้นนะคะขึ้นค่าให้ไอ้ค่าที่เราจะใส่เข้าไปนี่ล่ะค่ะ เพราะตัวนี้ ลักษณะคือมันเป็นค่าของเขาเรียกว่าอะไรนะตรงไหนหรือเปล่าคะเด็ก ๆ ความแตกต่าง แทบไม่แตกต่างว่าไม่แตกต่างกัน มันต่างกันตรงค่ารหัสสี ซึ่งความจริง ก็คือถ้าเราใส่สีแดงสีชมพูอะไรอย่างนี้ แต่อย่าลืมว่าสีในคอมพิวเตอร์น่ะเขาเรียกว่า "เป็น code สีนะมันก็จะเป็น #ec407aเปลี่ยนไปตามความเข้มความอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะมันแยกเฉดอีก เหมือนอย่างนี้ ชมพูเข้มนั่นก็คือเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญคือคอมพิวเตอร์น่ะจะรู้นะ คอมพิวเตอร์เหมือนสีฟ้านี่ ค่าเขาก็จะเปลี่ยนไปตามที่เห็นนนะคะในฟังก์ชันนะคะ คือ ที่เราจะทำจริง ๆ นะมันก็จะมีแบบที่ 1 น่ะเขาจะรู้จัก ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะถ้าไม่มีใครสงสัยฟังก์ชัน มีพารามิเตอร์ แล้วในพารามิเตอร์กำหนด Argument ลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้กำหนดฟังก์ชันขึ้นมานะคะ อย่างนี้ แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์กับแบบที่ 2 ที่มีการกำหนดสำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะจบบทเรียนหลักการเขียนโปรแกรมได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่จะเลือกใช้งาน แล้วแต่วัตถุประสงค์การที่จะสร้างฟังก์ชันเดี๋ยวสอบแล้วจะนัดแนะอีกทีหนึ่งนะคะเด็ก ๆมีใครสงสัยไหม ถามได้ของเราในเทอมนี้เพียงเท่านี้นะคะสัปดาห์หน้าจะให้เบรกเพราะอย่าลืมว่าแล็บไม่ได้แต่เราใช้คนเดียวนะเมื่อเลิกใช้เราต้องออกจากระบบของเราทุกครั้งนะคะถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะคะอย่าลืมออกจากระบบทุกครั้งด้วยขอบคุณพี่ล่ามค่ะ สำหรับการเรียนในวันนี้ขอบคุณค่ะมันชอบมาเปลี่ยนฟอนต์ให้เครื่องที่มี - (ล่าม) ฮัลโหลครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จัก (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันโอเคนะคะ ก่อนอื่นแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentคือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะอีกแล้ว...สั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นเหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์สร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...บอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่เหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentจะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในกระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาจะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่ที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดเราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการแล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"การที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะนะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้ที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะเมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้แล้วตามด้วย function_nameน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"ให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่บอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อนึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็อะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่ขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterพารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่านะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะมีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์พื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะคือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่านะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็เราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าhello ()def ก็คือ definitionทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เรานึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-brun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าของเราให้เรียบร้อยด้วยCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดนะคะde แล้วกฌ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะdef นะคะ แล้วก็กดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะแล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fDef แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะบอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันname นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-แล้วกด Enter 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "Stagementหรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอn-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้าผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-iเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะนั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะมันไม่สลับหน้าตลอดเลยไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋าโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์โอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิแป๊บหนึ่งขยับหามุม มุมให้เธออยู่ขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะแล้วก็ได้ไหมไม่เห็นหน้านี้อีกโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะกระเถิบแล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยวงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print"เราจะ print คำว่า "hello" นะคะแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะนี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนพิมพ์ % nameแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะขอโทษ เราจะได้รู้นะคะการกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าแสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่งนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างเพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะที่ให้กด Run นี่ก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะนี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดสลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีทีนี้เมื่อกี้เราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะเป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้งอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้เราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็สลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะกว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()ว่า widthนั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนheight ซึ่ง area ในที่นี้ึพื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือสำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้นะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่Statement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะแล้วทำการ return ค่า cแล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้ส่งกลับค่าให้ c นะคะนี่คือการประกาศฟังก์ชันมันไม่สลับ Extend หรือคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะเรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะโอเค ต้องสลับอีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...อย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่มันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะไม่เห็นตัวหลังอีก เอา2 รอบเชียวหรือนะคะเอาไว้ก่อนไม่เห็นอีก มันแป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหมเห็นไหมไปไหนแล้วน่านักเชียวที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะเมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไปColabตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitionนะคะเราประกาศฟังก์ชันวรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะ2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-d-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วนะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ hi-d-t-h นะคะ คั่นนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเราเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรา-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงอัตโนมัตินะคะเสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมกด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะพารามิเตอร์ตัวที่ 2h รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะแล้วตามด้วยErrorเพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะh-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นเห็นนะคะ พอเราเห้นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้ชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run โค้ดมันจะเกิดคำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้ที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้พิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...Statement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cคำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"เหมือนเดิมนะคะเพื่อเป็นการเช็กโค้ดของเรา ก็คือกดตัวหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือว่า code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะแล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้Play ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กเราต้องไปเรียกใช้งานมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้ขึ้น Error ไหมคะไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการโค้ดแล้วไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่ขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคเพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...โหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้ไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะเมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับก็คือในนี้พอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกนะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาและส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกมันใช้งานได้จริงไหมนะคะการเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่าArgument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentมันรับค่านั่นเองนะคะมาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะตอนที่เราใช้งานนะคะส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยname นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรชื่อเพราะในวงเล็บนี่ิสิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์มาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะเห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือหรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้าน่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพนี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนนิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่แล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นีเพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็ฟังก์ชันแรกที่ก็ได้นะคะฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้เราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะเครื่องหมายคำพูดหรือ Double Quote นะคะ nameนะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะชื่อนึกออกนะ เช่นเนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เสมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะเด็ก ๆเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งจะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะทำให้ดูก่อนp-r-i-n-tที่เราจะเรียกใช้นะคะก็คือ area () แต่ area () ที่เราตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างลืมแก้ภาษาขอโทษทีด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นตัวที่ 2 นะคะสี่เหลี่ยมเราจะใช้คำสั่ง printฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาเมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่เปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูด=แล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-ก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็e-a นะคะแล้วก็วงเล็บตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4r ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือโค้ดทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8จะแสดงผลอย่างไรError เด้งขึ้นมา ณบัด Nowถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8เกิดอะไรขึ้นprintเสร็จหมดแล้วนะคะเด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะบรรทัดที่ 9สังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดเสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่พอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีพิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะแก้ได้ ๆเห็นไหมคะ2 % namevalue error ค่า error ตรง...แม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่พิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%sตัวพิมพ์เล็เกแค่นั้นเองเมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %sพอมาไล่ฟังก์ชันพิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็น%s' nameการขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้มันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่มันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้ตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะจากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์คำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...ออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentสามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะมันก็จะส่งค่า c ที่มาคำตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaพื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =มีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'แสดงทศนิยมออกมานะคะลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะมาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะเป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่า "เด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไป%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่ลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะเห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นเอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมใส่ชื่อเล่นเรานะไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้ตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะมีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนเพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะมีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราSyntax error เพราะอะไรคะเพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ใแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่ถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มเข้าใจแล้วแสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่Type Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฟังก์ชัน Hello เราน่ะเราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตคไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นนี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่าไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่นี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อเพราะฉะนั้นArgument ลงไปแค่นัมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาเพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะมัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่แล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า "เราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยนี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อตรงในวงเล็บนี่คือหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอเหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะรับเข้าไปนั่นเองนะคะโอเคต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อคืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่สลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้ค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า"Default Argument Value"เห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันกำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่าเห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =โดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัดแล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า langชื่อว่า show_infoไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์แล้วก็สั่งให้ print84360 เห็นไหมคะนี่คือการ Defalก็คือ Argument ที่ชื่อ...ไม่ใช่ print Argument print parameterหรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language"แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Functionใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salaryprint ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะแค่ชื่อprint ที่ 2พอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็นนะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salaryแล้วก็ printไหง มือบอกไปพิมพ์ Java สะงั้นสะอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปกับ Lang Languageเห็นไหมคะPython ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVAเดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อนเมื่อกี้กลับมาแก้ดูนะคะ เดี๋ยวชื่อ Python นะคะนะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเราขึ้นมาไว้นะคะไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไรโอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือนะคะ โอเคเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะทีนี้ สร้างโค้ดใหม่เลยนะเด็ก ๆ กด + เพิ่มโค้ดใหม่ไปเลยแล้วเราก็ต้องสลับโอเคสลับได้มาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ...นะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2จะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให่ให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่น เราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง defมันทะลุจอไปจอไปชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info"นะคะ ไม่อยากชื่อว่า Default Argument Valueนี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่าถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scoแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-d-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info"ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจากตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็...สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อ ฟังก์สร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดยในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์h-o-w show คือ ประโยคที่ 1show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วยแล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมาinformation นั่นเองนะคะตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันที่ชื่อแล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เราจะกำหนดค่าตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-ename นะคะซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salaryเรียกผิด เรียกถูกตลอดเลยนะคะอันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เม่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลยArgument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่าอันนี้ซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูกสิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วืn-g lang นะคะแล้วตามด้วยเครื่องหมาย =เขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000หน่วย หน่วยในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Pythonเพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่าlang ซื้อมาจากคำว่าเมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย :แล้วก็ตามด้วยชื่อ...คำว่า Python langชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วยอธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัวเมื่อเสร็จแล้วก็มี lang โดยกำหนด Argumentของเสมอนะคะเด็ก ๆตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่หลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่งprintคือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นด้วยที่ 20,000ก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้Language นี่นะคะ ว่า Pythonเมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จก็คือชื่อนะคะแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :print อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อใส่ %sอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษรเราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้แล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลัง: ชื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทยname มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name"จะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะเราต้องจำให้ได้statemat ที่ 1 statemet ที่ 2print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์Salary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลยเสร็จนะคะ เมื่อเราต้องการprint พิมพ์ print เหมือนเดิมแล้วบอกไม่ใช่ชื่อสิพิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะเด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้นก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %dก็คือ print ภาษามันเองนะคะLanguage มาจากภาษานั่นเองนะคะโอเคไหมคะเราก็จะได้ Statenertเพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา"เอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะพูดผิดตัวที่ 3แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colonstatements ที่ 3เราต้องการให้แสดงภาษาเพื่อให้แสดงข้อความนะคะลืมว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะภาษา Pythonค่าพารามิเตอร์ เช่น อันที่ 1 % nameก็เป็นเปอร์เซ็นต์ salary เปอร์เซ็นต์ที ่ถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะสิ่งที่จะกำหนดใส่เครื่องหมาย % แล้วตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือ langเห็นไหม รูปแบบมันจะเหมือนกัน พอหลังเครื่องหมายคำพูดเราต้องใส่อะไรคะ % แล้วตาสตัวอย่าง เช็กจากโค้ดที่เขียนนี่ เห็นไหม ทุกตัวจะระบุว่าเมื่อมีข้อความชื่อว่า salary จำได้นะ อันที่ 3 ก็ทำเหมือนกันใส่เครื่องหมาย %แล้วก็พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า lang นะคะแล้วในตัวอย่างมันมีบอกหรือ Language ของเรานั่นเอง l-a-n-g นะคะเช็กนะคะ เช็กp-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บแสดงแล้ว แล้วสิ่งที่จะให้แสดง ก็คือพารามิเตอร์ที่ชื่อว่า nameพารามิเตอร์ที่ขื่อว่า naเมื่อเราทำการประกาศฟังก์ชันแล้วนะคะ บอกแล้วว่าประกาศเสร็จจะต้องมีการทำอะไรคะ เรียกใช้print ช่องว่างอีก 1 อันดูสิมันจะขึ้นชื่อว่าอะไรเคอร์เซอร์เราขยับเข้ามาอยู่ตำแหน่ง print ไม่ได้นะคะ กด Enter ลงไป 2 ครั้ง เสร็จแล้วเห็นไหม ให้เคอร์เซอร์มันมาอยู่ตรงชิดขอบน่ะนะ แล้วก็ใช่ไหม callingfunctionแต่ทีนี้ตำแหน่งในการเรียกขึ้นมาเลยshow_กดเครื่องหมาย Backspace หรือลูกศิษย์ย้อนหลังแล้วก็ใส่พารามิเตอร์ชื่อลงไปให้เรียกฟังก์ชัน show_infoนะคะ เราจะเรียกฟังก์ชัน showวงเล็บเสมอ เห็นไหมคะ อยากให้show พารามิเตอร์ชื่อว่า name oshow แล้วก็ _ แล้วก็ตามด้วย infoดูในตัวอย่างที่ 1 นะคะ show_infoชื่อเรา ชื่อเล่นก็ได้นะคะ ใส่ชื่อเล่นลงไปเดี๋ยวเผื่อไม่เห็น ขยายให้ดูก่อน อย่าลืมนะคะพอเรียกใช้ฟังก์ชันมันจะต้องมีตอนเรียก show... เรียกฟังก์ชัน show_ infoแสดงเฉพาะพารามิเตอร์ชื่อนะคะนะคะ ในเครื่องหมายคำพูดแสดงชื่อ แล้วก็เงินเดือนนะคะดูนะคะอันนี้พารามิเตอร์แรกนี่ก็คือคำว่า "show" ลืมแก้ภาษษอังกฤษอีกแล้วs-h-o-wในตัวอย่างเรียกฟังก์ชัน show_infoที่ต้องการให้มันแสดง ก็คือชื่อขี้เกียจสลับแล้วนะทำเหมือนเดิมพมิ์ชื่อฟังก์ชันที่เราจะเรียกหรือ Comma นะคะแล้วก็ตามด้วยshow_info นะคะแล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ในฟังก์ชันนี่ เรากำหนดที่ 20,000 แต่ในตอนที่เรามาเรียกนี่ สมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มขึ้นแล้วต้องการให้มีพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือขั้นด้วยลูกน้ำลงไปนะคะ ถ้าเราต้องการให้มีฟังก์ชัน เอ้ย แสดงค่าพารามิเตอร์ในตัวที่ 2 เช่น เงินเดือน เงินเดือนนี่ในในฟังก์ชันนี่= Python นี่ เราจะเอาภาษาอื่น เช่น ภาษา C นะคะหรือเงินเดือนของคนคนนี้มีมากกว่า 20,000 มี 23,000เป็น 23,000ก็คือในกรณีที่เรียงฟังก์ชันที่ 1 นี่ โชว์เฉพาะพารามิเตอร์เดียว เราก็พิมพ์แค่พารามิเตอร์ตัวที่ 3 เราก็พิมพ์ค่าพารามิเตอร์ตัวที่ 3 แต่เราไม่ได้เอาเรียกฟังก์ชันในอันที่ 2 นี่ แม่อยากให้มันแสดงทุกพารามิเตอร์เลย แม่ก็เลยใส่เข้าไปครบก็ใส่คำว่า c ลงไปพร้อมจะดูผลลัพธ์หรือยังคะนี่ เห็นไหมคะ ชื่อ เงินเดือนเห็นไหม แบบที่ 1ชื่อฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ที่เราต้องการให้แสดงพอแต่ใรกรณีที่ที่มีอยู่แล้วขึ้นมาด้วย เห็นไหมคะ เพราะเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้ปุ๊บ สิ่งที่มันจะแสดงมีอะไรบ้าง ชื่อ3 อัน เห็นไหมคะ เดี๋ยวเล่นให้ดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นยังไงมันจะเว้นให้ 1 บรรทัด เด็ก ๆ ดูพออันที่ 2 มามันเว้นก่อนบรรทัดหนึ่งแบบที่ 1 ตอนเรียกนี่ให้แสดงแต่ชื่อ แต่มันก็จะแสดงพื้นที่สี่เหลี่ยมมันก็ติดกัน เห็นไหมคะ แต่พอตัวอย่างนี้ นี่มีเงินเดือน แล้วก็มีภาษา เห็นไหมพอใส่ print แล้ววงเล็บิสิ่งที่มันแสดงมีชื่อเหมือนกัน มีเงินเดือนเหมือนกัน ภาษาแสดง 3 อย่างเห็นไหมคะ นั่นก็คือฟังก์ชันเด็ก ๆ ไปดูความแตกต่างกับอันแรก ที่ไม่มีเว้นบรรทัดพอเราสั่ง print Helloนะคะ แต่มันจะแสดงตามอะไรเช่น เหมือนตัวแรก แสดงเฉพาะชื่อแรกมันมี print ในวงเล็บเห็นไหมขั้นมาก 1 อันเห็นไหมคะ แต่พออันที่ 2 show_info อันที่ 2แม่ไปเปลี่ยนไป แม่ไปเปลี่ยนว่าีที่ชื่อว่า show_info นี่ มันจะแสดงข้อมูลของชื่อของเงินเดือนแล้วก็ของภาษาขึ้นมาทุกครั้วก็เลยเปลี่ยนเป็น 23,000 ภาษาของเขา ก็เปลี่ยนเป็นภาษา C เห็นไหมแต่มันจะรู้ว่าพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เพราะฉะนั้น เงินเดือนกับภาษานี่มันจะไปแสดงตามค่าที่เราตั้งไว้ในครั้งแรกมันก็ไปแสดงที่คำว่า "ภาษา" เห็นไหมคะ นี่ก็เป็นใช้งานฟังก์ชันที่มีการคนนี้คนใหม่ไม่ใช่คนเดิม นิวคนละนิวเพราะฉะนั้นเงินเดือนคนนี้ดูเอาแล้วกัน ว่าแบบไหนใช้งานง่ายกว่าให้ศึกษาคือ เงินเดือน มันก็จะไปแสดงที่ตำแหน่งเงินเดือน เห็นไหมพารามิเตอร์ตัวที่ 3นะคะ เห็นไหมคะ เรากำหนดค่า Argumentกำหนดค่า ค่า Argument ไว้แล้วนะคะ ค่าเริ่มต้นไว้แล้วนะคะKeyword Argument ยังเกี่ยวกับ Argument อีก มันคืออะไรกันkeyword ชื่อก็บอกอยู่แล้วให้มองเห็นความแตกต่างนะคะแล้วก็มาสู่หัวข้อสึดท้ายของเราเขาบอกว่าใช้ชื่อของพารามิเตอร์ในการส่ง Argumentไปได้แล้วนะคะ ต่อมา เรื่องต่อมาของเราเรื่องสุดท้ายเราจะต้องไปกำหนดค่าให้พารามิเตอร์ของเราก่อน ตัวแรกนะคะดูตัวอย่างตัวนี้ เห็นไหมคะคือ คำสำคัญนะคะ มันจะเป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบมันจะคล้ายกับอะไร คล้ายกับเมื่อกี้นี้ แต่มีข้อแตกต่างคือตรงไหน Keywordโดยพารามิเตอร์นั้นต้องมีการกำหนดDefault Argument ก่อนสังเกต สังเกตที่อะไรเด็ก ๆ นี่ เห็นไหมColor น่ะค่ะที่เป็นรหัส เขาเรียกว่าเป็นรหัสหรือเป็นคีย์น่ะค่ะเช่น fff นี่ น่าจะเป็นสีขาวมันจะไม่ใช่ค่าตัว ที่เป็นแบบข้อความ หรือเป็นตัวเลขค่าสี คือ ไปเรียกใช้ค่าสีArgument ที่เป็นลักษณะ Keyword นะคะไม่เป็นไร ถ้าอยากรู้มันคืออะไรหรือไม่ได้เติมสีนี่ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ ให้นึกถึงนะนี่คือดูนะคะ ค่าสีใน... ในคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ค่าสี ค่าสีเหมือนปกตินะ ไอ้ตัวนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "Keyword"นึกออกนะ Keyword Argumentนี่ เห็นไหมไม่สลับอีกแล้วเดี๋ยวจะลองให้ดูนะคะเด็ก ๆนี่คือคีย์เวิร์ดของค่าสีในคอมพิวเตอร์ โดยปกตินี่เวลาถ้าเราเขียนโค้ดนี่ในคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายแบบแล้วก็... ค่าสี 3 ฐาน 16 มันจะไม่รับ มันจะรับค่าสีไม่ต้องการอะไรแบบนี้เด็ก ๆ ดูนคะก็คือมันต้องมาอ่านค่าของตัวนี้ก่อน แล้วมาแสดงให้เห็นสีที่เราต้องการจะรู้ เดี๋ยวโปรแกรมมันจะรับค่าสีที่เป็นค่าสีฐาน 16 นะคะ RGBอยากรู้ว่าเป็นสีอะไร เดี๋ยวเปิด paint ให้ดูนะคะ โปรแกรม paintจะเห็นชัดกว่าตัว 0000 ff นี่ เหมือนตัวอย่างนี่ ตัวนี้คือเป็น Keyword Argumentทำให้ดูนะคะ ตัวอย่างนี้ เดี๋ยวนะไอ้ 00 สีอะไรไม่ใช่ paint สิ อะไรนะ Microsoft Word ก็เห็นแล้วเดี๋ยวนะคะโปรแกรม Paint นะเดี๋ยวไอ้นี่ไม่เห็นสิตรงนี้จะเป็นค่าสี มันจะมีแบบมาตรฐานกับกำหนดเองนี่เปิดให้ดูว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าสีนี้สีอะไรเปิดใน Word ให้ดูนะคะไม่ใช่สิ อย่างนั้นเปิดให้ดูตารางค่าสีเลยแล้วกันนะคะดูสีนะ เด็ก ๆ ดูที่สีนะคะนี่เห็นไหมดูนะคะ ตารางค่าสีจะเป็นอย่างนี้ไอ้ตัวนี้ก็ไม่ขึ้นแบบนี้ชักงงเอง ตารางค่าสีลักษณะนี้นะ อันนี้จะเห็นชัดนะคะ ว่าถ้าสีชมพูเข้มขนาดนี้อันไหนที่จะเห็นชัดมันก็ขึ้นอยู่ข้างในนี่ตัวเลขที่แสดงค่าสีมันน่ะอย่างนี้นะคะ สมมติสีชมพูนี่เห็นไหมตัวเลขสีมันก็จะเปลี่ยนไปไม่โชว์แล้วน่ะ เดี๋ยวเทสต์ให้ดูเลยนะคะค่าสีจะเป็นตัวนี้ อย่างนี้นะคะตัวนี้ขึ้นไหมเอาแค่นี้พอปุ๊บ print color ขอก๊อปก่อนถ้าอยากรู้ว่าสีไหนเป็นสีอะไร อย่างเล็กไม่เอาน่ะเราไหมนี่ขอเพิ่มโค้ดให้ จะทำโค้ดแค่สร้างสีตัวเดียวเลยไม่วางให้นะคะ ไม่เป็นอะไรขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจพิมพ์copy ให้อันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า KeyArgument def ฟังก์ชันนี้c-r-e-a-t-e create colorสมมติ สมมตินะคะ สร้างฟังก์ชันเดี๋ยวสร้างให้ดูเด็ก ๆ ไม่ต้อวงใส่พารามิเตอร์ ชื่อ color นะคะ โดยมีค่าเท่ากับจะใช้ในการสร้างสีนั่นเองนะคะโดยกำหนด Default Argument ที่ตัวที่บอกว่า f นี่ มันเป็นคีย์เวิร์ดของค่าสีที่บอก เพราะฉะนั้น พอเรา1, 2, 3, 4,5, 6 6 นะขอโทษที มือไวจริง ๆ เลยเครื่องหมาย # F1 F2 F3 F4f5เราจะให้มัน print สีนั้นออกมาให้ดูนะคะสร้างฟังก์ชันนี้ มันจะแสดงอะไรออกมาดูนะคะ ทำไมเผลอไปลบดูนะคะ เห็นไหม นี่4=print colorprint อะไร ต้องการให้ printขอเพิ่มพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่ง่ใส่สีนี้อะไรจะเกิดขึ้น อันนี้ประกาศตัวแปรจะเสร็จแล้ว จะเรียกใช้มันนะคะ เรียกใช้เราก็คลิกเลือก แล้วตามด้วย id ลำดับที่ 1 นะคะคือ id นะคะ id คือ ลำดับที่นั่นเองเพื่อให้เห็นว่าอันที่ 1ขอลอง print ก่อนCreate color พิมพ์ชื่อฟังก์ชันa-t-eเหมือนเดิมนะคะแล้วก็ % เหมือนเดิม%d นะคะ ตัวเลข เป็นตัวเลขแล้วก็ตามด้วยลำดับที่แล้วก็ตามด้วย :ใช้ colon แทนพิมพ์อะไรผิดนี่ p-r-i% ลำดับที่เป็น % อะไรนะ% แล้วก็ค่าพารามิเตอร์ ก็คือ idp-r-i-n-t printsyntax error ผิดตรงไหนนี่อ๋อแม่พิมพ์อะไรผิดp-r-i-n-tเดี๋ยว Run ให้ดูเลยนะคะลบแล้ว print ใหม่ p-i-n-tตำแหน่ง เดี๋ยวนะ Enter เข้าไป เอาใหม่สิ+print เอาใหม่ลบก็ได้printSyntax Error Invalidเดี๋ยวนะ 1เขาก็ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่ทำไมมันขึ้น Error ล่ะผิดได้อย่างไรล่ะเดี๋ยวนะ ขอขยายก่อนนะ1 2 3 4 5 61, 2, 3, 4,ก็ตรงอะไรนะผิดตรงไหนนี่ลืมอะไร ไม่ได้ลืมนี่ทำไม Syntax นี้ Error ล่ะเอาอีกแล้วSyntax Error Printมันบอกว่า print ไม่ได้น่ะprint บรรทัดที่ 3 ไม่ได้ colors หรือถ้าลบจะขึ้น Error อีกไหมไม่รู้จักมันจะ Error ได้ยังไงน่ะรันผ่าน รันไม่ผ่านอ๋อ รู้แล้วผิดตรงไหนอะไรตรงนิดเดียว มองไม่เห็นลืมใส่เครื่องหมายคำพูดตรงคาบผิดตรงไหนหรือเปล่านี่print คำสัง Pritนะคะ เดี๋ยวจะขอลองดูโอเคนะคะรู้แล้วของ color นะคะมันก็เลยคำสั่ง print สีอันนี้ถูกแล้วนะคะคิคือ fff ขึ้นมาอย่างนี้นะคะก็คือจะแสดงเป็นนี่อยากโกรธโปรแกรมดีหรือไม่ก็ไม่รู้ผลลัพธ์ก็จะออกอย่างนี้ คือ พิมพ์ลำดับที่ 1 เสร็จมันก็จะ print สี่ที่มีค่าสาเหตุ ก็คือนี่มันมีเครื่องหมายคำพูดนี่ แต่ไม่ได้ใส่ให้มันนี่นะคะArgument ที่เป็น Keyword นั่นเองนะคะเหมือนกันนั้นล่ะค่ะ defaultดี ๆ แค่นั้นเอง ว่าจะให้มันเป็นพอเปลี่ยนฟอนต์น่ะ มันก็มาจัดตัวนี้ตัวเล็กตัวใหญ่ดูยากมากก็ต้องมาใช้รูปแบบนี้นะคะเขาบอกนะคะก็คือการกำหนดค่า Argumentข้างหน้าตัวนี้พอ Run แล้วถึงจะผ่านDefault ที่เป็นลักษณะ... Argument ที่ให้มันแสดงมันเป็นลักษณะไหนถ้าเป็นก็คือแสดงลักษณะที่เป็นคีย์เวิร์ดแบบนี้ออกมาสงสัยเขาเป็น Keywordนี่มันต้องใส่เครื่องหมายที่เป็นคำพูดไอ้ค่าที่เราจะใส่เข้าไปนี่ล่ะค่ะ เพราะตัวนี้ ลักษณะคือมันเป็นค่าของเขาเรียกว่าอะไรนะถึงจะขึ้นนะคะขึ้นค่าให้รหัสสี ซึ่งความจริง ก็คือถ้าเราใส่สีแดงสีชมพูอะไรอย่างนี้ แต่อย่าลืมว่าสีในคอมพิวเตอร์น่ะตรงไหนหรือเปล่าคะเด็ก ๆ ความแตกต่าง แทบไม่แตกต่างว่าไม่แตกต่างกัน มันต่างกันตรงค่ามันก็จะเป็น #ec407aเปลี่ยนไปตามความเข้มความอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะเขาเรียกว่า "เป็น code สีนะนั่นก็คือเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญคือคอมพิวเตอร์น่ะจะรู้นะ คอมพิวเตอร์มันแยกเฉดอีก เหมือนอย่างนี้ ชมพูเข้มในฟังก์ชันนะคะ คือ ที่เราจะทำจริง ๆ นะมันก็จะมีแบบที่ 1 น่ะเหมือนสีฟ้านี่ ค่าเขาก็จะเปลี่ยนไปตามที่เห็นนนะคะฟังก์ชัน มีพารามิเตอร์ แล้วในพารามิเตอร์กำหนด Argument ลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้เขาจะรู้จัก ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะถ้าไม่มีใครสงสัยสำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะจบบทเรียนหลักการเขียนโปรแกรมกำหนดฟังก์ชันขึ้นมานะคะ อย่างนี้ แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์กับแบบที่ 2 ที่มีการกำหนดเดี๋ยวสอบแล้วจะนัดแนะอีกทีหนึ่งนะคะเด็ก ๆมีใครสงสัยไหม ถามได้ได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่จะเลือกใช้งาน แล้วแต่วัตถุประสงค์การที่จะสร้างฟังก์ชันเพราะอย่าลืมว่าแล็บไม่ได้แต่เราใช้คนเดียวนะเมื่อเลิกใช้เราต้องออกจากระบบของเราทุกครั้งนะคะของเราในเทอมนี้เพียงเท่านี้นะคะสัปดาห์หน้าจะให้เบรกถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะคะอย่าลืมออกจากระบบทุกครั้งด้วยมันชอบมาเปลี่ยนฟอนต์ให้เครื่องที่มีขอบคุณพี่ล่ามค่ะ สำหรับการเรียนในวันนี้ขอบคุณค่ะ - (ล่าม) ฮัลโหลครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็น (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะโอเคนะคะ ก่อนอื่นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันคือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะอีกแล้ว...ในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะเหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่สร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...มาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยกระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาจะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยจะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะเราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรแล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้ตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะdeนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้แล้วตามด้วย function_nameเมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่น่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"เราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameบอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะนึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่ฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็พารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1เส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันคือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะอะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูนะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็ค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือhello ()def ก็คือ definitionในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bของเราให้เรียบร้อยด้วยอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะde แล้วกฌ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะนะคะตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะdef นะคะ แล้วก็กดโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มแล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fDef แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะe-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะบอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"name นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันแล้วกด Enter 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์พิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-Stagementหรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "n-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้าลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-iนั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนมันไม่สลับหน้าตลอดเลยโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋าโอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์แป๊บหนึ่งขยับเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะหามุม มุมให้เธออยู่แล้วก็แล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะได้ไหมไม่เห็นหน้านี้อีกแล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีกระเถิบแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะวงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print"เราจะ print คำว่า "hello" นะคะname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือนี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะพิมพ์ % nameแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะแสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วขอโทษ เราจะได้รู้นะคะการกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่านะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่งเพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะที่ให้กด Run นี่การประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะนี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2สลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดเราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาทีนี้เมื่อกี้ตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนเป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้งreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะเราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็ไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็กว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะว่า widthนั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()สำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณheight ซึ่ง area ในที่นี้ึพื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือนะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่ก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้แบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนStatement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cแล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้หาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะแล้วทำการ return ค่า cมันไม่สลับ Extend หรือส่งกลับค่าให้ c นะคะนี่คือการประกาศฟังก์ชันโอเค ต้องสลับคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะเรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...ไม่เห็นตัวหลังอีก เอามันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะไม่เห็นอีก มัน2 รอบเชียวหรือนะคะเอาไว้ก่อนแป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหมไปไหนแล้วเห็นไหมที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะเมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไปน่านักเชียวตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitionColabวรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะนะคะเราประกาศฟังก์ชันจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายd-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะนะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ hแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heighti-d-t-h นะคะ คั่นเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เราCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเราอัตโนมัตินะคะเสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อ-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthพารามิเตอร์ตัวที่ 2h รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณErrorเพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะแล้วตามด้วยเห็นนะคะ พอเราเห้นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้h-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นคำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้ชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run โค้ดมันจะเกิดพิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...ที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้ค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cStatement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบเหมือนเดิมนะคะเพื่อเป็นการเช็กโค้ดของเรา ก็คือกดตัวคำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"ว่า code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือแล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้ไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะเราต้องไปเรียกใช้งานมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้Play ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้ขึ้น Error ไหมคะไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการโค้ดแล้วขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคบอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่โหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้เพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...เมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะก็คือในนี้พอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับและส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกนะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะมันใช้งานได้จริงไหมนะคะการเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่าใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะมันรับค่านั่นเองนะคะมาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะArgument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยตอนที่เราใช้งานนะคะส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดชื่อเพราะในวงเล็บนี่ิสิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์name นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะมาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีหรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้าเห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือน่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่านี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่านิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะแล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นีโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่เพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยฟังก์ชันแรกที่ตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็ฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บก็ได้นะคะทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้เครื่องหมายคำพูดหรือ Double Quote นะคะ nameเราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะนะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะสมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาชื่อนึกออกนะ เช่นเนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะเด็ก ๆทำให้ดูก่อนp-r-i-n-tจะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะที่เราจะเรียกใช้นะคะก็คือ area () แต่ area () ที่เราprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นลืมแก้ภาษาขอโทษทีสี่เหลี่ยมตัวที่ 2 นะคะใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาเราจะใช้คำสั่ง printฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันเปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่แล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-=e-a นะคะแล้วก็วงเล็บก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4ตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือโค้ดr ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-จะแสดงผลอย่างไรError เด้งขึ้นมา ณบัด Nowทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8เกิดอะไรขึ้นprintถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8ตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะเสร็จหมดแล้วนะคะเด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วสังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดบรรทัดที่ 9เสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่ไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีพอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวแก้ได้ ๆเห็นไหมคะพิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะแม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่2 % namevalue error ค่า error ตรง...ตัวพิมพ์เล็เกแค่นั้นเองพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%sพอมาไล่ฟังก์ชันเมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %s%s' nameพิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้การขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะมันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้มันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่ที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อคำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...จากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์สามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะมันก็จะส่งค่า c ที่มาคำออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentพื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =ตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaแสดงทศนิยมออกมานะคะลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะมีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'เด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไปมาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะเป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่า "%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมเอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้ใส่ชื่อเล่นเรานะตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะมีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนเพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะมีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่Syntax error เพราะอะไรคะเพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ใถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มเข้าใจแล้วแสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่Type Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฟังก์ชัน Hello เราน่ะเราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตคไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักนี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่านี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่Argument ลงไปแค่นัมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาเพราะฉะนั้นมัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่เพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นแล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า "นี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยเหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะตรงในวงเล็บนี่คือหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอโอเครับเข้าไปนั่นเองนะคะคืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่ต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันสลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้เห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า"Default Argument Value"เห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =กำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่าแล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า langโดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัดแล้วก็สั่งให้ printชื่อว่า show_infoไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์ก็คือ Argument ที่ชื่อ...ไม่ใช่ print Argument print parameter84360 เห็นไหมคะนี่คือการ Defalตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Functionใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salaryหรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language"แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonพอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็นprint ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะแค่ชื่อprint ที่ 2ไหง มือบอกไปพิมพ์ Java สะงั้นสะอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปนะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salaryแล้วก็ printกับ Lang Languageเห็นไหมคะเมื่อกี้กลับมาแก้ดูนะคะ เดี๋ยวPython ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVAเดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อนนะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเราขึ้นมาไว้นะคะชื่อ Python นะคะโอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือนะคะ โอเคไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไรทีนี้ สร้างโค้ดใหม่เลยนะเด็ก ๆ กด + เพิ่มโค้ดใหม่ไปเลยเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะมาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ...แล้วเราก็ต้องสลับโอเคสลับได้นะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2ให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่น เราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง defจะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให่ชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info"นะคะ ไม่อยากมันทะลุจอไปจอไปถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scoแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-ชื่อว่า Default Argument Valueนี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่าประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info"ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจากd-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยสร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดยในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์ตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็...สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อ ฟังก์แล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมาh-o-w show คือ ประโยคที่ 1show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วยแล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เราจะกำหนดค่าinformation นั่นเองนะคะตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันที่ชื่อซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salaryตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-ename นะคะอันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เม่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลยเรียกผิด เรียกถูกตลอดเลยนะคะอันนี้Argument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่าสิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูกืn-g lang นะคะแล้วตามด้วยเครื่องหมาย =ในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Pythonเขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000หน่วย หน่วยเมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย :เพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่าlang ซื้อมาจากคำว่าชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วยอธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัวแล้วก็ตามด้วยชื่อ...คำว่า Python langแล้วก็มี lang โดยกำหนด Argumentของเมื่อเสร็จหลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่งprintเสมอนะคะเด็ก ๆตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่ก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้คือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นด้วยที่ 20,000ก็คือชื่อนะคะแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :Language นี่นะคะ ว่า Pythonเมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จใส่ %sอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษรprint อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อแล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลังเราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้name มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name": ชื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทยstatemat ที่ 1 statemet ที่ 2print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะจะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะเราต้องจำให้ได้Salary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลยเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์นะคะ เมื่อเราต้องการเสร็จพิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะprint พิมพ์ print เหมือนเดิมแล้วบอกไม่ใช่ชื่อสิก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะเด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้นก็คือ print ภาษามันเองนะคะLanguage มาจากภาษานั่นเองนะคะเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %dเพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา"โอเคไหมคะเราก็จะได้ Statenertแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colonเอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะพูดผิดตัวที่ 3เพื่อให้แสดงข้อความนะคะลืมstatements ที่ 3เราต้องการให้แสดงภาษาค่าพารามิเตอร์ เช่น อันที่ 1 % nameก็เป็นเปอร์เซ็นต์ salary เปอร์เซ็นต์ที ่ว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะภาษา Pythonใส่เครื่องหมาย % แล้วตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือ langถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะสิ่งที่จะกำหนดตัวอย่าง เช็กจากโค้ดที่เขียนนี่ เห็นไหม ทุกตัวจะระบุว่าเมื่อมีข้อความเห็นไหม รูปแบบมันจะเหมือนกัน พอหลังเครื่องหมายคำพูดเราต้องใส่อะไรคะ % แล้วตาสแล้วก็พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า lang นะคะแล้วในตัวอย่างมันมีบอกชื่อว่า salary จำได้นะ อันที่ 3 ก็ทำเหมือนกันใส่เครื่องหมาย %p-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บหรือ Language ของเรานั่นเอง l-a-n-g นะคะเช็กนะคะ เช็กเมื่อเราทำการประกาศฟังก์ชันแล้วนะคะ บอกแล้วว่าประกาศเสร็จจะต้องมีการทำอะไรคะ เรียกใช้แสดงแล้ว แล้วสิ่งที่จะให้แสดง ก็คือพารามิเตอร์ที่ชื่อว่า nameพารามิเตอร์ที่ขื่อว่า naเคอร์เซอร์เราขยับเข้ามาอยู่ตำแหน่ง print ไม่ได้นะคะ กด Enter ลงไป 2 ครั้ง เสร็จแล้วprint ช่องว่างอีก 1 อันดูสิมันจะขึ้นชื่อว่าอะไรเห็นไหม ให้เคอร์เซอร์มันมาอยู่ตรงชิดขอบน่ะนะ แล้วก็ขึ้นมาเลยshow_ใช่ไหม callingfunctionแต่ทีนี้ตำแหน่งในการเรียกแล้วก็ใส่พารามิเตอร์ชื่อลงไปให้กดเครื่องหมาย Backspace หรือลูกศิษย์ย้อนหลังวงเล็บเสมอ เห็นไหมคะ อยากให้show พารามิเตอร์ชื่อว่า name oเรียกฟังก์ชัน show_infoนะคะ เราจะเรียกฟังก์ชัน showชื่อเรา ชื่อเล่นก็ได้นะคะ ใส่ชื่อเล่นลงไปshow แล้วก็ _ แล้วก็ตามด้วย infoดูในตัวอย่างที่ 1 นะคะ show_infoตอนเรียก show... เรียกฟังก์ชัน show_ infoแสดงเฉพาะพารามิเตอร์ชื่อนะคะเดี๋ยวเผื่อไม่เห็น ขยายให้ดูก่อน อย่าลืมนะคะพอเรียกใช้ฟังก์ชันมันจะต้องมีแสดงชื่อ แล้วก็เงินเดือนนะคะดูนะคะนะคะ ในเครื่องหมายคำพูดก็คือคำว่า "show" ลืมแก้ภาษษอังกฤษอีกแล้วs-h-o-wอันนี้พารามิเตอร์แรกนี่ที่ต้องการให้มันแสดง ก็คือชื่อขี้เกียจสลับแล้วนะในตัวอย่างเรียกฟังก์ชัน show_infoหรือ Comma นะคะแล้วก็ตามด้วยทำเหมือนเดิมพมิ์ชื่อฟังก์ชันที่เราจะเรียกในฟังก์ชันนี่ เรากำหนดที่ 20,000 แต่ในตอนที่เรามาเรียกนี่ สมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มขึ้นshow_info นะคะแล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ลงไปนะคะ ถ้าเราต้องการให้มีฟังก์ชัน เอ้ย แสดงแล้วต้องการให้มีพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือขั้นด้วยลูกน้ำ= Python นี่ เราจะเอาภาษาอื่น เช่น ภาษา C นะคะค่าพารามิเตอร์ในตัวที่ 2 เช่น เงินเดือน เงินเดือนนี่ในในฟังก์ชันนี่ก็คือในกรณีที่เรียงฟังก์ชันที่ 1 นี่ โชว์เฉพาะพารามิเตอร์เดียว เราก็พิมพ์แค่หรือเงินเดือนของคนคนนี้มีมากกว่า 20,000 มี 23,000เป็น 23,000เรียกฟังก์ชันในอันที่ 2 นี่ แม่อยากให้มันแสดงทุกพารามิเตอร์เลย แม่ก็เลยใส่เข้าไปครบพารามิเตอร์ตัวที่ 3 เราก็พิมพ์ค่าพารามิเตอร์ตัวที่ 3 แต่เราไม่ได้เอานี่ เห็นไหมคะ ชื่อ เงินเดือนเห็นไหม แบบที่ 1ก็ใส่คำว่า c ลงไปพร้อมจะดูผลลัพธ์หรือยังคะที่มีอยู่แล้วขึ้นมาด้วย เห็นไหมคะ เพราะเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้ปุ๊บ สิ่งที่มันจะแสดงมีอะไรบ้าง ชื่อชื่อฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ที่เราต้องการให้แสดงพอแต่ใรกรณีที่มันจะเว้นให้ 1 บรรทัด เด็ก ๆ ดูพออันที่ 2 มามันเว้นก่อนบรรทัดหนึ่ง3 อัน เห็นไหมคะ เดี๋ยวเล่นให้ดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นยังไงพื้นที่สี่เหลี่ยมมันก็ติดกัน เห็นไหมคะ แต่พอตัวอย่างนี้ นี่แบบที่ 1 ตอนเรียกนี่ให้แสดงแต่ชื่อ แต่มันก็จะแสดงิสิ่งที่มันแสดงมีชื่อเหมือนกัน มีเงินเดือนเหมือนกัน ภาษาแสดง 3 อย่างเห็นไหมคะ นั่นก็คือฟังก์ชันมีเงินเดือน แล้วก็มีภาษา เห็นไหมพอใส่ print แล้ววงเล็บนะคะ แต่มันจะแสดงตามอะไรเช่น เหมือนตัวแรก แสดงเฉพาะชื่อแรกเด็ก ๆ ไปดูความแตกต่างกับอันแรก ที่ไม่มีเว้นบรรทัดพอเราสั่ง print Helloเห็นไหมคะ แต่พออันที่ 2 show_info อันที่ 2แม่ไปเปลี่ยนไป แม่ไปเปลี่ยนว่ามันมี print ในวงเล็บเห็นไหมขั้นมาก 1 อันก็เลยเปลี่ยนเป็น 23,000 ภาษาของเขา ก็เปลี่ยนเป็นภาษา C เห็นไหมแต่มันจะรู้ว่าพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่ีที่ชื่อว่า show_info นี่ มันจะแสดงข้อมูลของชื่อของเงินเดือนแล้วก็ของภาษาขึ้นมาทุกครั้วมันก็ไปแสดงที่คำว่า "ภาษา" เห็นไหมคะ นี่ก็เป็นใช้งานฟังก์ชันที่มีการเพราะฉะนั้น เงินเดือนกับภาษานี่มันจะไปแสดงตามค่าที่เราตั้งไว้ในครั้งแรกดูเอาแล้วกัน ว่าแบบไหนใช้งานง่ายกว่าให้ศึกษาคนนี้คนใหม่ไม่ใช่คนเดิม นิวคนละนิวเพราะฉะนั้นเงินเดือนคนนี้นะคะ เห็นไหมคะ เรากำหนดค่า Argumentคือ เงินเดือน มันก็จะไปแสดงที่ตำแหน่งเงินเดือน เห็นไหมพารามิเตอร์ตัวที่ 3Keyword Argument ยังเกี่ยวกับ Argument อีก มันคืออะไรกันkeyword ชื่อก็บอกอยู่แล้วกำหนดค่า ค่า Argument ไว้แล้วนะคะ ค่าเริ่มต้นไว้แล้วนะคะเขาบอกว่าใช้ชื่อของพารามิเตอร์ในการส่ง Argumentให้มองเห็นความแตกต่างนะคะแล้วก็มาสู่หัวข้อสึดท้ายของเราเราจะต้องไปกำหนดค่าให้พารามิเตอร์ของเราก่อน ตัวแรกนะคะดูตัวอย่างตัวนี้ เห็นไหมคะไปได้แล้วนะคะ ต่อมา เรื่องต่อมาของเราเรื่องสุดท้ายมันจะคล้ายกับอะไร คล้ายกับเมื่อกี้นี้ แต่มีข้อแตกต่างคือตรงไหน Keywordคือ คำสำคัญนะคะ มันจะเป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบสังเกต สังเกตที่อะไรเด็ก ๆ นี่ เห็นไหมColor น่ะค่ะโดยพารามิเตอร์นั้นต้องมีการกำหนดDefault Argument ก่อนที่เป็นรหัส เขาเรียกว่าเป็นรหัสหรือเป็นคีย์น่ะค่ะเช่น fff นี่ น่าจะเป็นสีขาวมันจะไม่ใช่ค่าตัว ที่เป็นแบบข้อความ หรือเป็นตัวเลขArgument ที่เป็นลักษณะ Keyword นะคะไม่เป็นไร ถ้าอยากรู้มันคืออะไรค่าสี คือ ไปเรียกใช้ค่าสีดูนะคะ ค่าสีใน... ในคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ค่าสี ค่าสีหรือไม่ได้เติมสีนี่ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ ให้นึกถึงนะนี่คือนี่ เห็นไหมไม่สลับอีกแล้วเหมือนปกตินะ ไอ้ตัวนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "Keyword"นึกออกนะ Keyword Argumentนี่คือคีย์เวิร์ดของค่าสีในคอมพิวเตอร์ โดยปกตินี่เวลาถ้าเราเขียนโค้ดนี่เดี๋ยวจะลองให้ดูนะคะเด็ก ๆแล้วก็... ค่าสี 3 ฐาน 16 มันจะไม่รับ มันจะรับค่าสีในคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายแบบก็คือมันต้องมาอ่านค่าของตัวนี้ก่อน แล้วมาแสดงให้เห็นสีที่เราต้องการจะรู้ เดี๋ยวไม่ต้องการอะไรแบบนี้เด็ก ๆ ดูนคะอยากรู้ว่าเป็นสีอะไร เดี๋ยวเปิด paint ให้ดูนะคะ โปรแกรม paintจะเห็นชัดกว่าโปรแกรมมันจะรับค่าสีที่เป็นค่าสีฐาน 16 นะคะ RGBตัว 0000 ff นี่ เหมือนตัวอย่างนี่ ตัวนี้คือเป็น Keyword Argumentไม่ใช่ paint สิ อะไรนะ Microsoft Word ก็เห็นแล้วเดี๋ยวนะคะทำให้ดูนะคะ ตัวอย่างนี้ เดี๋ยวนะไอ้ 00 สีอะไรโปรแกรม Paint นะตรงนี้จะเป็นค่าสี มันจะมีแบบมาตรฐานกับกำหนดเองนี่เดี๋ยวไอ้นี่ไม่เห็นสิไม่ใช่สิ อย่างนั้นเปิดให้ดูตารางค่าสีเลยแล้วกันนะคะเปิดให้ดูว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าสีนี้สีอะไรเปิดใน Word ให้ดูนะคะดูนะคะ ตารางค่าสีจะเป็นอย่างนี้ดูสีนะ เด็ก ๆ ดูที่สีนะคะนี่เห็นไหมไอ้ตัวนี้ก็ไม่ขึ้นแบบนี้ลักษณะนี้นะ อันนี้จะเห็นชัดนะคะ ว่าถ้าสีชมพูเข้มขนาดนี้ชักงงเอง ตารางค่าสีมันก็ขึ้นอยู่ข้างในนี่ตัวเลขที่แสดงค่าสีมันน่ะอันไหนที่จะเห็นชัดไม่โชว์แล้วน่ะ เดี๋ยวเทสต์ให้ดูเลยนะคะอย่างนี้นะคะ สมมติสีชมพูนี่เห็นไหมตัวเลขสีมันก็จะเปลี่ยนไปเอาแค่นี้พอปุ๊บ print color ขอก๊อปก่อนค่าสีจะเป็นตัวนี้ อย่างนี้นะคะตัวนี้ขึ้นไหมเราไหมนี่ถ้าอยากรู้ว่าสีไหนเป็นสีอะไร อย่างเล็กไม่เอาน่ะไม่วางให้นะคะ ไม่เป็นอะไรขอเพิ่มโค้ดให้ จะทำโค้ดแค่สร้างสีตัวเดียวเลยอันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า KeyArgument def ฟังก์ชันนี้ขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจพิมพ์copy ให้c-r-e-a-t-e create colorใส่พารามิเตอร์ ชื่อ color นะคะ โดยมีค่าเท่ากับสมมติ สมมตินะคะ สร้างฟังก์ชันเดี๋ยวสร้างให้ดูเด็ก ๆ ไม่ต้อวงโดยกำหนด Default Argument ที่จะใช้ในการสร้างสีนั่นเองนะคะตัวที่บอกว่า f นี่ มันเป็นคีย์เวิร์ดของค่าสีที่บอก เพราะฉะนั้น พอเราขอโทษที มือไวจริง ๆ เลย1, 2, 3, 4,5, 6 6 นะเราจะให้มัน print สีนั้นออกมาให้ดูนะคะเครื่องหมาย # F1 F2 F3 F4f5ดูนะคะ เห็นไหม นี่สร้างฟังก์ชันนี้ มันจะแสดงอะไรออกมาดูนะคะ ทำไมเผลอไปลบ=4print colorprint อะไร ต้องการให้ printขอเพิ่มพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่งใส่สีนี้อะไรจะเกิดขึ้น อันนี้ประกาศตัวแปรจะเสร็จแล้ว จะเรียกใช้มันนะคะ เรียกใช้่เราก็คลิกเลือก แล้วตามด้วย id ลำดับที่ 1 นะคะขอลอง print ก่อนคือ id นะคะ id คือ ลำดับที่นั่นเองเพื่อให้เห็นว่าอันที่ 1เหมือนเดิมนะคะCreate color พิมพ์ชื่อฟังก์ชันa-t-eแล้วก็ % เหมือนเดิม%d นะคะ ตัวเลข เป็นตัวเลขแล้วก็ตามด้วยพิมพ์อะไรผิดนี่ p-r-iลำดับที่แล้วก็ตามด้วย :ใช้ colon แทน% ลำดับที่เป็น % อะไรนะ% แล้วก็ค่าพารามิเตอร์ ก็คือ idsyntax error ผิดตรงไหนนี่อ๋อp-r-i-n-t printแม่พิมพ์อะไรผิดp-r-i-n-tลบแล้ว print ใหม่ p-i-n-tเดี๋ยว Run ให้ดูเลยนะคะตำแหน่ง เดี๋ยวนะ Enter เข้าไป เอาใหม่สิ+print เอาใหม่ลบก็ได้Syntax Error Invalidprintเดี๋ยวนะ 1เขาก็ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่ทำไมมันขึ้น Error ล่ะผิดได้อย่างไรล่ะเดี๋ยวนะ ขอขยายก่อนนะ1 2 3 4 5 61, 2, 3, 4,ก็ตรงอะไรนะผิดตรงไหนนี่ลืมอะไร ไม่ได้ลืมนี่ทำไม Syntax นี้ Error ล่ะเอาอีกแล้วSyntax Error Printมันบอกว่า print ไม่ได้น่ะprint บรรทัดที่ 3 ไม่ได้ colors หรือถ้าลบจะขึ้น Error อีกไหมไม่รู้จักรันผ่าน รันไม่ผ่านมันจะ Error ได้ยังไงน่ะอ๋อ รู้แล้วผิดตรงไหนตรงนิดเดียว มองไม่เห็นลืมใส่เครื่องหมายคำพูดตรงคาบอะไรนะคะ เดี๋ยวจะขอลองดูผิดตรงไหนหรือเปล่านี่print คำสัง Pritโอเคนะคะรู้แล้วอันนี้ถูกแล้วนะคะของ color นะคะมันก็เลยคำสั่ง print สีคิคือ fff ขึ้นมาอย่างนี้นะคะก็คือจะแสดงเป็นนี่อยากโกรธโปรแกรมดีหรือไม่ก็ไม่รู้สาเหตุ ก็คือนี่มันมีเครื่องหมายคำพูดนี่ แต่ไม่ได้ใส่ให้มันนี่นะคะผลลัพธ์ก็จะออกอย่างนี้ คือ พิมพ์ลำดับที่ 1 เสร็จมันก็จะ print สี่ที่มีค่าเหมือนกันนั้นล่ะค่ะ defaultดี ๆ แค่นั้นเอง ว่าจะให้มันเป็นArgument ที่เป็น Keyword นั่นเองนะคะก็ต้องมาใช้รูปแบบนี้นะคะเขาบอกพอเปลี่ยนฟอนต์น่ะ มันก็มาจัดตัวนี้ตัวเล็กตัวใหญ่ดูยากมากข้างหน้าตัวนี้พอ Run แล้วถึงจะผ่านนะคะก็คือการกำหนดค่า Argumentก็คือแสดงลักษณะที่เป็นคีย์เวิร์ดแบบนี้ออกมาสงสัยDefault ที่เป็นลักษณะ... Argument ที่ให้มันแสดงมันเป็นลักษณะไหนถ้าเป็นไอ้ค่าที่เราจะใส่เข้าไปนี่ล่ะค่ะ เพราะตัวนี้ ลักษณะคือมันเป็นค่าของเขาเรียกว่าอะไรนะเขาเป็น Keywordนี่มันต้องใส่เครื่องหมายที่เป็นคำพูดรหัสสี ซึ่งความจริง ก็คือถ้าเราใส่สีแดงสีชมพูอะไรอย่างนี้ แต่อย่าลืมว่าสีในคอมพิวเตอร์น่ะถึงจะขึ้นนะคะขึ้นค่าให้มันก็จะเป็น #ec407aเปลี่ยนไปตามความเข้มความอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะตรงไหนหรือเปล่าคะเด็ก ๆ ความแตกต่าง แทบไม่แตกต่างว่าไม่แตกต่างกัน มันต่างกันตรงค่านั่นก็คือเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญคือคอมพิวเตอร์น่ะจะรู้นะ คอมพิวเตอร์เขาเรียกว่า "เป็น code สีนะในฟังก์ชันนะคะ คือ ที่เราจะทำจริง ๆ นะมันก็จะมีแบบที่ 1 น่ะมันแยกเฉดอีก เหมือนอย่างนี้ ชมพูเข้มฟังก์ชัน มีพารามิเตอร์ แล้วในพารามิเตอร์กำหนด Argument ลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้เหมือนสีฟ้านี่ ค่าเขาก็จะเปลี่ยนไปตามที่เห็นนนะคะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะจบบทเรียนหลักการเขียนโปรแกรมเขาจะรู้จัก ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะถ้าไม่มีใครสงสัยเดี๋ยวสอบแล้วจะนัดแนะอีกทีหนึ่งนะคะเด็ก ๆมีใครสงสัยไหม ถามได้กำหนดฟังก์ชันขึ้นมานะคะ อย่างนี้ แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์กับแบบที่ 2 ที่มีการกำหนดเพราะอย่าลืมว่าแล็บไม่ได้แต่เราใช้คนเดียวนะเมื่อเลิกใช้เราต้องออกจากระบบของเราทุกครั้งนะคะได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่จะเลือกใช้งาน แล้วแต่วัตถุประสงค์การที่จะสร้างฟังก์ชันของเราในเทอมนี้เพียงเท่านี้นะคะสัปดาห์หน้าจะให้เบรกมันชอบมาเปลี่ยนฟอนต์ให้เครื่องที่มีถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะคะอย่าลืมออกจากระบบทุกครั้งด้วยขอบคุณพี่ล่ามค่ะ สำหรับการเรียนในวันนี้ขอบคุณค่ะ (ล่าม) ฮัลโหลครับ - (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะนะคะสำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งาน (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะโอเคนะคะ ก่อนอื่นสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะคือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราอีกแล้ว...เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์ก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentสร้างขึ้นได้เองนะคะเพื่อเอาไปใช้กับ...กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยจะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะเป็นการเฉพาะ โดยในที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นด้วยว่ามันคืออะไรแล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่เราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะการสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดนะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ขั้นตอนในการสร้างนะคะก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะdeนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะแล้วตามด้วย function_nameเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้ให้เห็นว่าคำว่า def นะคะตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้เราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"ให้นึกถึงฟังก์ชันเนมตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อบอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนึกออกนะนะคะก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่นั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองพารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์นะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับสังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดมีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้างแล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1พื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีคือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าอะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะนะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็ตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นhello ()def ก็คือ definitionแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือคือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่านะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศแล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆเปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยของเราให้เรียบร้อยด้วยc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าde แล้วกฌ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะdef นะคะ แล้วก็กดนะคะแล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะe-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fDef แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะname นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะบอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"แล้วกด Enter 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันStagementหรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-n-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "เดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้าเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะนั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-iไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังมันไม่สลับหน้าตลอดเลยโอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋าแป๊บหนึ่งขยับโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิแล้วก็หามุม มุมให้เธออยู่โอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะแล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีได้ไหมไม่เห็นหน้านี้อีกแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยกระเถิบแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างวงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print"เราจะ print คำว่า "hello" นะคะนี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะพิมพ์ % nameแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยแสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างขอโทษ เราจะได้รู้นะคะการกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าเพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่งของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะที่ให้กด Run นี่ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะนี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะสลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2เราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอามีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นทีนี้เมื่อกี้เป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้งที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนเราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะโดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็อีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้กว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็ว่า widthนั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะสำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()นะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่height ซึ่ง area ในที่นี้ึพื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้แล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้Statement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cมันไม่สลับ Extend หรือหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะแล้วทำการ return ค่า cโอเค ต้องสลับส่งกลับค่าให้ c นะคะนี่คือการประกาศฟังก์ชันอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่คีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะเรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะไม่เห็นตัวหลังอีก เอาอีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...ไม่เห็นอีก มันมันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะแป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหม2 รอบเชียวหรือนะคะเอาไว้ก่อนไปไหนแล้วที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะเมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไปเห็นไหมตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitionน่านักเชียววรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะColabจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-นะคะเราประกาศฟังก์ชันขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมาย2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งนะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ hd-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เราi-d-t-h นะคะ คั่นอัตโนมัตินะคะเสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเราเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยม-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมกด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปพารามิเตอร์ตัวที่ 2h รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะErrorเพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณเห็นนะคะ พอเราเห้นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้คอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะแล้วตามด้วยคำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้h-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นพิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...ชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run โค้ดมันจะเกิดค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้เหมือนเดิมนะคะเพื่อเป็นการเช็กโค้ดของเรา ก็คือกดตัวStatement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบว่า code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครคำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"แล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือเราต้องไปเรียกใช้งานมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้ไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้Play ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคขึ้น Error ไหมคะไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการโค้ดแล้วโหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่เมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างเพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...ก็คือในนี้พอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะและส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะนะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่ามันใช้งานได้จริงไหมนะคะการเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะมันรับค่านั่นเองนะคะมาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยArgument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentชื่อเพราะในวงเล็บนี่ิสิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์ตอนที่เราใช้งานนะคะส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะname นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรหรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้ามาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีเห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือนี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนน่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพแล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นีนิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่ฟังก์ชันแรกที่เพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็ทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้ก็ได้นะคะเครื่องหมายคำพูดหรือ Double Quote นะคะ nameเราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะสมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมานะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งชื่อนึกออกนะ เช่นเนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เทำให้ดูก่อนp-r-i-n-tใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะเด็ก ๆตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะจะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะที่เราจะเรียกใช้นะคะก็คือ area () แต่ area () ที่เราด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างสี่เหลี่ยมลืมแก้ภาษาขอโทษทีใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาตัวที่ 2 นะคะเปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเราจะใช้คำสั่ง printฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันแล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-เมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่e-a นะคะแล้วก็วงเล็บ=เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4ก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือโค้ดตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์จะแสดงผลอย่างไรError เด้งขึ้นมา ณบัด Nowr ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-เกิดอะไรขึ้นprintทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8ตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8สังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดเสร็จหมดแล้วนะคะเด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วเสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่บรรทัดที่ 9ไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีแก้ได้ ๆเห็นไหมคะพอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวแม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่พิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะตัวพิมพ์เล็เกแค่นั้นเอง2 % namevalue error ค่า error ตรง...พอมาไล่ฟังก์ชันพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%s%s' nameเมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %sย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้พิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นมันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้การขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะมันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่คำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...ตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อสามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะมันก็จะส่งค่า c ที่มาคำจากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์พื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =ออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentแสดงทศนิยมออกมานะคะลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaเด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไปมีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'มาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะเป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่า "เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็น%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่ไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้เอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นใส่ชื่อเล่นเรานะลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะมีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนเพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะมีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่Syntax error เพราะอะไรคะเพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ใถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มเข้าใจแล้วแสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่Type Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฟังก์ชัน Hello เราน่ะเราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตคไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักนี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อนี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่าArgument ลงไปแค่นัมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่มัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่เพราะฉะนั้นเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นเพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะนี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อแล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า "เหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยโอเคตรงในวงเล็บนี่คือหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอคืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่รับเข้าไปนั่นเองนะคะค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อเห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันสลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้เห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =ดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า