(ล่าม) ฮัลโหลครับ ฝั่งล่ามไหมครับ ผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ(ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Python เราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ นะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้ เอ้ย เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชัน วันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึง Default insert value Argument Values แล้วก็ Keyword Argument นะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นอีกแล้ว...โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการรู้จักเลือกวิธีใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไร นะคะ คือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะ ก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็น ีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะ ในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะ เพื่อเอาไปใช้กับ...เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ เป็นการเฉพาะ โดยใน บอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างฟังก์ชันขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะ เราต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argument ด้วยว่ามันคืออะไร แล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังก์ชันขึ้นมาเราจะต้องรู้ว่าเราจะสร้างมันขึ้นอย่างไรนะคะ การสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะ ใน pythonเราบอกแล้วว่าเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า "การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse" ใช้ code นี้ซ้ำได้ ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะสมมุติ เราจะหาค่า vat นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา 7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ vat เกิดจากการที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้ เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะ ก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยเขียนตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def" def นั่นก็คือ มาจากคำว่า definition การประกาศตัวแปรนะคะ บอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วตามด้วย function_name เราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า "def" นะคะ พิมพ์ด้วยตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ นึกออกนะนะคะ ก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_name เป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองให้นึกถึงฟังก์ชันเนม ตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วใส่ชื่อฟังก์ชันเสร็จแล้ว ก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiter พารามิเตอร์ในที่นี้ ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้ ก็คือในฟังก์ชันนี้ เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้าง พารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการคำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งตามการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ สังเกตนะคะ เมื่อใดที่บอกว่าตัวนั้นจะต้องปิด จะปิดด้วยโคลอนด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะ แล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1 นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2 จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า "return" ด้วย แล้วตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่า " " นะคะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อน เพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการจะประกาศตัวแปรแบบไม่มีการ return ไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปร ชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วย hello () def ก็คือ definition ก็คือคำสั่งเพื่อใช้ และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะ คือ def ประกาศฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่า hello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้น นึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำ แล้วตามด้วย พารามิเตอร์หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆ เปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browser แล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะ c-o ต้องบอกว่า co สิ c-o- l-a-b นะคะ พิมพ์ c-o-l-a-b แล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลย มันก็จะเข้ามาหน้า colab ที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิก Code นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะ run มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วย นะคะ เข้าระบบของเราให้เรียบร้อยด้วย โอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆ กดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะ de แล้วก็ f ใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-f แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ def นะคะ แล้วก็กด Space bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะ บอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def" แล้วตามด้วชื่อของฟังก์ชัน ชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Hello ทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นพิมพ์ตัว h ด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไป แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "name" นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกัน เพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อเสร็จฟังก์ชันใช่ไหม เสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอ แล้วกด Enter 1 ครั้ง ใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะ Stagement หรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ คือคำสั่งแสดงผลนะคะ ก็คือคำสั่ง print p-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะ เดี๋ยว อ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้า มันไม่สลับหน้าตลอดเลย เราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colab ด้วยเพราะว่า... เมาส์หาย เมาส์จ๋า เมาส์จ๋า นั่นน่ะสิ เดี๋ยว เลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะ โอเคนะคะ นะ ในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ไอ้ตัวข้อความด้วย เดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อน เดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิ โอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังหามุม มุมให้เธออยู่ โอเคน่าจะได้แล้ว น่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะแล้วในวงเล็บของ print อ้าว ลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่ง ขยับ ได้ไหม ไม่เห็นหน้านี้อีก ขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะกระเถิบแล้วก็ไม่เห็นในสไลด์อีกสิ ส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะ โอเคไหมอีกหน่อยหนึ่งนะคะ วงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print" เราจะ print คำว่า "hello" นะคะ แล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัด ใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือ Double Quote ก่อน แล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย % % นั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะ แล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะพิมพ์ % name วรรคหนึ่งครั้งก่อน แล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วย name ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะ นี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อน ขอโทษ เราจะได้รู้นะคะ การกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะ ครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่ง มันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะ แสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะ มันยังไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะ ที่ให้กด Run นี่เพื่อจะให้ตรวจสอบว่าโค้ดที่เราเขียนไป เราเขียนถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Error นะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะ นี่ลอง Run แล้วนะคะ Error มันก็ไม่ขึ้นนะคะ ของใครขึ้น Error ยกมือ สิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่ง d-e-f นะคะ definition การประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2 ก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ ทีนี้เมื่อกี้ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วนะ มาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อน สลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มี return ค่านะ ในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะ เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาอีกแล้วอะไรอีกหว่า สลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้ตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นไอ้นี่เบาะ Windows 11 เบาะ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้ง สลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะ เราจะประกาศฟังก์ชันแบบที่สองก็คือมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area () โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัว width แล้วก็ความ... width แล้วก็ height ซึ่ง area ในที่นีึ้พื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือกว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค่า คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้ว่า width กับ height นั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอน Statement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร C สำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะ แล้วทำการ return ค่า c นะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ c ก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c มัยจะได้ค่าเท่าไหร่ ส่งกลับค่าให้ c นะคะ นี่คือการประกาศฟังก์ชันแบบมีการ return ค่ากลับมาให้ c นะคะ เพราะฉะนั้น บางคนคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ เรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะ แล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...มันไม่สลับ Extend หรือ มันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะ โอเค ต้องสลับ 2 รอบเชียวหรือนะคะ เอาไว้ก่อน อย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่ ไม่เห็นตัวหลังอีก เอ้า เห็นไหม ไม่เห็นอีก มันน่านักเชียว แป๊บนึงนะสลับหน้าก่อนโอเคไหมColabไปไหนแล้วนะคะ เราประกาศฟังก์ชันที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะ เมื่อหลังประกาศฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไป 2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะ Tab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งตำแหน่งตรงกับชิดขอบ แล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definition d-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-i-d-t-h นะคะ คั่นขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายCommaนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ h-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปอัตโนมัตินะคะ เสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด(ล่าม) ฮัลโหลครับ ฝั่งล่ามไหมครับ ผม(อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ(ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ นะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึงDefault Argument Values แล้วก็ Keyword Argumentนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษีที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะ ในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะ เพื่อเอาไปใช้กับ...เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ เป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างกระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะ การสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะ ใน pythonเราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ดที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะ เราจะหาค่า vad นี่คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ การที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะ ก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะ บอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def"เพิ่มครับ แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterพารามิเตอร์ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรเพิ่มครับนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้าง พารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ สังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะ แล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยhello()def ก็คือ definitionก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะ คือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นนึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆ เปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกกดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะ de แฝั่งล่ามไหมครับ ผม(อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) (อาจารย์สุธิรา) สำหรับวันนี้นะคะ ใน Pythonเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานอีกแล้ว...โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไร นะคะ คือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะ ก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศในส่วนของภาษา pythonฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะ เพื่อเอาไปใช้กับ...เหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำการคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ เป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argumentด้วยว่ามันคืออะไรเราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะนะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ วันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันนะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นแล้วก็พูดถึง