--- title: ทดสอบ PE subtitle: date: วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2565 เวลา 13.52 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) อยากจะขออนุญาตทุกท่านเข้าสู่พิธีเปิดการสัมมนากลุ่มย่อยเรื่อง การคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ 3 ปีวุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องคนพิการในโอกาสนี้ขอกราบเรียนเชิญ (คุณผาณิต)ท่านประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคม วุฒิสภากล่าวเปิดการสัมมนา และขอกราบเรียนเชิญท่านวันทนีย์กล่าวรายงาน ขอกราบเรียนเชิญค่ะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมวุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการดิฉันนางสาววันทนีย์อนุกรรมาธิการด้านกิจการคนพิการกิจการคนพิการ ซึ่งในวันนี้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่กล่าวรายงานการสัมมนาขออนุญาตรายงานข้อมูลการสัมมนาต่อท่านประะธานดังนี้๑. สัมมนากลุ่มย่อยการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการภายใต้หัวข้อ 3 ปี วุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศฃด้านสังคม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เป็นกิจกรรมหนึ่งในงานสัมมนาสัมมนาของวุฒิสภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ 3 ปีเรื่อง เหลียวหลัง แลหน้าวุฒิสภาเพื่อประชาชนกลั่นกรอง ตรวจสอบปฏิรูป มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการติดตาม1. นำเสนอผลการติดตามและการขับเคลื่อนการดำเนินงานของวุฒิสภาด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่ผ่านมา และและ ๒. รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนคนพิการกับทิศทางการดำเนินงานด้านคนพิการของวุฒิสภาในระยะต่อไป๓. มุ่งเน้นประเด็นการปฏิรูปด้านสังคมการปฏิรูปด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและ 4.นำเสนอการจัดบริการสำหรับคนพิการได้แก่ บริการลามภาษามือภาษามือ บริการคำบรรยายแทนบริการเสียงบรรยายภาพและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการสัมมนาที่เข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าข้อ 2 การจัดสัมมนาในครั้งนี้จัดแบบผสมคือในห้องสัมมนาและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม Zoomรวมทั้งการถ่ายทอดสดผ่านแฟนเพจของวุฒิสภาสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งทั้งนี้ในกลุ่มเป้าหมายจำนวน ๓๕๐ คนโดยได้รับเกียติจากผู้แทนคนพิการเข้าร่วมการสัมมนาแบ่งเป็นออนไซต์จำนวน 50 คนและ online จำนวน 300 คนซึ่งเป็นผู้แทนจากองค์กรด้านคนพิการจากทุกภูมิภาคนอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นวิทยากร จำนวน 5 ท่านประกอบด้วยมณเฑียร บุญตันกรรมาธิการการพัฒนาสังคมพัฒนาสังคมและประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการนายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย3. นายสุชาติ โอวาสวนายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยนางนันอร อินดีศศรีผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและ 5. สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ๓.ในการจัดสัมมนาในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนบริการต่าง ๆ ให้คนพิการได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ของการสัมมนาที่ต้องการให้การสัมมนาครั้งนี้เป็นการสัมมนาที่เข้าถึงได้สะดวกถ้วนหน้า โดยมีหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนบริการต่าง ๆ ดังนี้ 1บริการล่ามภาษามือสนับสนุนโดยสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย 2. บริการบริการคำบรรยายแทนเสียงสนับสนุนโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติสวทช.๓. บริการเสียงบรรยายภาพสนับสนุนโดยสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อการวิจัยและพัฒนามูลนิธิคนตาบอดไทย 4.การถ่ายทอดสดผ่าน face bookสนับสนุนโดยสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยสมาคมผู้ปกครองแห่งประเทศไทยและ สนง.๔. ข้อเสนอจากเวทีรับฟังความคิดเห็นจากคนพิการกับคนพิการสัมมนาการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการในวันนี้จะรวบรวมและสรุปเพื่อนำเสนอต่อวุฒิสภาโดยผู้แทนของกลุ่มย่อย ณ ที่ประชุมวุฒิสภาในช่วงบ่ายของวันนี้ต่อไป บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วดิฉันขออนุญาตเรียนเชิญ ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม วุฒิสภาวุฒิสภาได้กรุณาให้เกียรติกล่าวเปิดกล่าวเปิดการสัมมนากลุ่มย่อยคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการเรื่อง3 ปี วุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการในครั้งนี้ขอเรียนเชิญค่ะเรียนท่านมณเฑียร บุญตันประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านวิทยากรด้านคนพิการและท่านผู้มีเกียรติทุกท่านดิฉัน นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการของวุฒิสภาเราเรียกย่อ ๆ กันว่า คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภาในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมวุฒิสภา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้ให้เกียรติสัมมนากลุ่มย่อย การคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการเรื่อง 3 ปีวุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการในครั้งนี้ ดิฉันขอต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งที่อยู่ที่นี่ในห้องสัมมนาและผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาทางออนไลน์ทุกท่านอีกครั้งหนึ่งเนื่องในโอกาสวุฒิสภา3 ปี วุฒิสภาได้จัดงานขึ้นภายใต้หัวข้อ เหลียวหลัง แลหน้าเพื่อประชาชนกลั่นกรองตรวจสอบ ปฏิรูป ทำให้มีมีโอกาสได้สรุปปบทบาทของวุฒิสภาต่อการขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ รวมถึงงานด้านสิทธิและการเสริมพลังคนพิการที่วุฒิสภาได้ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องต่อเนื่อง รวมทั้งจะได้ระดมความคิดเห็นต่อทิศทาของวุฒิสภาด้านคนพิการด้วยในวันนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่วุฒิสภาจะได้รับจะได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคนพิการทั่วประเทศทั้งต่อประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ และประเด็นอื่น ๆและประเด็นอื่น ๆนอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่สำคัญที่จะได้นำเสนอการจัดบริการด้านอื่น ๆสำหรับคนพิการ ได้แก่บริการล่ามภาษามือคำบรรยายแทนเสียง บริการเสียงบรรยายภาพและบริการอื่น ๆ เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดสัมมนาที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวก และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้สนับสนุนระบบบริการต่าง ๆซึ่งช่วยทำให้การสัมมนาในครั้งนี้มีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะคนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวกมากยิ่งขึ้นดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในวันนี้มีผู้แทนคนพิการจากองค์กรด้านคนพิการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ให้ความสนใจเข้าร่วมสัมมนาจำนวนมากรวมทั้งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน อันจะนำไปสู่ประเด็นข้อเสนอจากคนพิการเพื่อเสนอต่อต่อไป แต่ว่าต้องขอโทษด้วยนะคะที่ว่าห้องเราเล็กไปหน่อยเราก็เลยต้องจำกัด onsiteไม่เกิน ๕๐ คนดิฉันขอให้การจัดสัมมนาในครั้งนี้สำเร็จลุล่วง บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการและขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตต่อไปบัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ดิฉันขอเปิดการสัมมนาเรื่อง 3 ปี วุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการณ บัดนี้ ขอบคุณมากค่ะ [เสียงปรบมือ]ลำดับต่อไปบรรยายพิเศษ เรื่อง เหลียวหลัง แลหน้า 3 ปีวุฒิสภา การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมณเฑียร บุญตันนายมณเฑียร บุญตันและประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณมณเฑียร)กราบเรียนท่านผานิตย์ท่านประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านกรรมาธิการอนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาทา่นผู้เข้าร่วมการสัมมนาทั้งในห้อง 402 - 403อาคารรัฐสภาหรือสัปปายะสภาสถานที่เรารู้จักกันอีกชื่อหนึ่งแล้วผู้ที่เข้าร่วมการสัมมนากลุ่มย่อยผ่านโปรแกรมซูมอยู่ทางบ้าน ตลอดจนคนที่ติดตามอยู่ทางซึ่งก็มีอยู่ ๒ ช่องเฟซบุคไลฟ์ของสภาคนพิการทุกประเภทและ facebook liveภาพผ่าน 1414 พลัสไหน ๆ ก็ไหน ๆ ถือโอกาสประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่งการสัมมนาในวันนี้มีทั้งบริการล่ามภาษามือ ซึ่งได้รับจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยคำบรรยายแทนเสียงซึ่งเป็นความร่วมมือและได้รับความกรุณาจากกรุณาจากทาง สวทช.และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้วก็บริการเสียงบรรยายภาพซึ่งก็เป็นความกรุณาจากทาง 1414 พลัสบริการข้อมูลข่าวสารของทางสถาบันคนตาบอดแห่งชาติด้วยการวิจัยและพัฒนามูลนิธิคนตาบอดฯท่านที่อยู่ห้องนี้และต้องการฟังเสียงบรรยายภาพท่านต้องดาวน์โหลดทั้งIOSเลือกไวไฟซีเนตสมาร์ทโฟนเมื่อเข้าไปแล้ว ไม่ต้องใส่เมื่อเข้าไปแล้วไม่ต้องใส่จะเป็น wifi เฉพาะที่จะสามารถเปิดโปรแกรม audio pointและท่านจะได้ยินเสียงบรรยายภาพเพิ่มเติมจากบรรยากาศในห้องประชุมนี้นะครับ ใครที่นึกไม่ออกก็จะเหมือนกับที่เราได้ยินเสียงพากษ์บนถ้าจะหลับตานึกก็จะนึกถึงพากษ์บอลหรือพากษ์มวยที่แล้วทางวิทยุนั่นล่ะครับบรรยายให้เรานึกภาพออกให้ได้ผมได้รับหน้าที่ในการที่จะให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการซึ่งคณะอนุกรรรมาธิการคณะอนุกรรมาธิการกิจการเป็นหน่วยย่อยภายใต้คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม ส่วนคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภาก็ทำหน้าที่แทนวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการการประชุมของวุฒิสภา ก็จะมีคณะกรรมาธิการสามัญสามัญ ซึ่งมีอยู่26 คณะ และมีคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งก็ตั้งขึ้นตามเหตุการณ์ ตั้งขึ้นตามความจำเป็นไม่ว่าจะเป็นการพิจารณากฏหมายติดตามการบริหารราชการแผ่นดินในลักษณะต่าง ๆ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯก็ตั้งขึ้นตามข้อบังคับโดยทำหน้าที่พิจารณาศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวข้องกับสังคมในด้านต่าง ๆ รวมถึงกิจการเด็ก เยาวชน สตรีคนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งกรณีของอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการนั้นได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่พิจารณาศึกษาพิจารณาศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการแล้วก็รับมอบจากคณะกรรมาธิการไปดำเนินการต่าง ๆซึ่งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2562จนถึงวันที่ 2 มิ.ย. 2565เฉพาะใน ส.ว. ชุดนี้เราก็มีทั้งการการดำเนินกิจกรรมในเชิงเดี๋ยวผมจะร่ายยาวให้ดูว่าเราได้ทำอะไรไปแล้วบ้างประการที่ 1 เรามีการประชุมโดยจัดการประชุมทั้งหมดและเชิญแล้วก็เชิญผู้คนเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมมาร่วมประชุมด้วยรวมทั้งสิ้น112 ครั้งในรอบ 3 ปีตัวเลขนี้เป็นเหตุบังเอิญไม่ได้จงใจใด ๆ ทั้งสิ้น โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมประชุมบางครั้งเราก็ประชุมด้วยกันเอง บางครั้งเราก็เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาจากทั่วประเทศแล้วยังมีหน่วยงานระหว่างประเทศมาร่วมเป็นบางครั้งด้วย มีหน่วยงานต่าง ๆมาร่วมถึง 200 หน่วยงาน ในรอบในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมามีการลงพื้นที่เพื่อไปรับฟังความคิดเห็น เพื่อไปเยี่ยมเยียนไปดูพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับในระดับท้องถิ่น ดูเรื่องความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการไปดูปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติ ไปดูเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคของโรคตอนนี้ก็มีโรคทับซ้อนกันอยู่ 2 โรค โควิด 19 ยังไม่ทันหายก็จะมีเรื่องของฝีดาษลิงเข้ามาแทนที่และตลอดจนถึงเรื่องอื่น ๆรวมทั้งเรื่องของการการกระจายบริการบริการในรูปของศูนย์บริการคนพิการในรอบ 3 ปีเราไปลงพื้นที่ถึง 12 ครั้ังอันนี้น้อยไปถ้าเทียบกับในยามปกติถ้าไม่มีโควิดน่าจะเกินเกิน 30 ครั้งผมเชื่อแน่ว่า ประมาณ 20 - 30 แน่นอนแต่เราไป 12 ครั้งเหลืออีก 2 ปีก็คงจะต้องทำคะแนนเยอะขึ้นในการไปพบปะพี่น้องประชาชนมีการจัดสัมมนาจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นใหญ่ ๆ 4 ครั้งด้วยกันก่อนโควิดจัดง่าย แต่ช่วงโควิดก็ยากนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นจำนวนคร้ังก็ต้องอันนี้ก็ต้องเป็นไปตามสถานการณ์อันที่ 4จัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 50 เรื่องจัดทำรายงานพิจารณาศึกษาของการจัดทำรายงานเป็นเล่มมีการศึกษาอย่างละเอียด มีข้อเสนอแนะ ออันนี้จัดทำรายงานเสนอไปแล้ว ๓ เรื่อง๓ เล่มด้วยกัน คราวนี้ลองมาดูในเชิงคุณภาพมีผลงานมีผลงานเมื่อสักครู่ดูเรื่องกิจกรรมว่าได้ทำอะไรไปแล้ว ทีนี้เรามาดูผลที่เราทำไปแล้วบ้าง บางอันก็เหมือนกับซ้อนกันอยู่นะครับอันที่ 1 เป็นการรายงานผลพิจารณาศึกษาการพิจารณาศึกษาี่ที่จัดทำเป็นรูปเล่มแล้ววุฒิสภาพร้อมที่จะส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่น ๆที่เกี่ยวข้องแล้วมีอยู่ ๓ เรื่องเรื่องแรกเป็นเรื่องของของการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการ เรื่องที่ 2ก็เรื่องของการปรับปรุง การส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงบริการทางทางธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร สถาบันการเงินหรือแม้กระทั่งตลาดหลักทรัพย์ อันนี้เป็นเรื่องที่ได้นำเสนอไปแล้วหลายเรื่องกำลังคลี่คลายไปในทางไปในทางที่ดีขึ้น อันต่อมาเป็นประเด็นเรื่องของการเข้าถึงบริการสายการบิน ซึ่งจะเป็นได้ว่าหลายปีมานี้คนพิการถูกเลือกปฏิบัติถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องบ้าง ขึ้นเครื่องไม่สะดวกบ้างถูกกำหนดจำกัดที่นั่งมากมายมหาศาลอะไรต่าง ๆ มากมายมหาศาลก็ได้จัดทำรายงาน แล้วในกระบวนการเหล่านี้ก็ได้มีการแก้ไขปัญหาไปในทางปฏิบัติไปพร้อมกันด้วยนะครับพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเรือ่งการปฏิรูปมีการติดตามเสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นการปฏิรูปด้านสังคมที่เกี่ยวกับคนพิการ ซึ่งในขณะนี้ในแผนการปฏิรูปประเทศก็ดีก็ดีในแผนเพิ่มเติมก็ดี มีที่เกี่ยวข้องกับคนพิการโดยตรงอยู่ 3 หัวข้อ หัววข้อที่ 1น่าจะตรงใจหลายท่านทั้งที่นี่และที่บ้านก็คือการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อให้เป็นกองทุนกองทุนที่ทรงพลังมีประสิทธิภาพตอบโจทย์การเสริมพลังตอบโจทย์การคุ้มครองสิทธิคนพิการในส่วนที่เป็นเป้าหมายที่เราเป็าหมายที่เราเอามาจาก แผนการปฏิรูปแผนการปฏิรูปประเทศอย่างชัดเจน กองทุนจะต้องสามารถเสริมพลังให้แก่ศูนย์บริการคนพิการซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งถึงมือพี่น้องประชาชนที่เป (็็นคนพิการทั่วประเทศตราบใดที่กองทุนยังไม่ทรงพลังยังไม่ทรงประสิทธิภาพ ศูนย์บริการคนพิการก็ไม่อาจทำหน้าที่ได้อย่างดีได้เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นยกระดับอัพเกรดปฏิรูปกองทุนกันมากมายมหาศาลเลยว่า กองทุนจะเป็นได้หรือไม่ได้ก็อยู่ในมือของท่านทั้งหลายทุกคนทั้งที่นี่และที่บ้าน ท่านจะสนับสนุนหรือไม่ ประการที่ ๒ เป็นเรื่องอันนี้ต้องใส่เครือ่งหมายดาวดาวไม่รู้กี่ดวงเพราะว่าอยู่ในแผนเพิ่มเติมก็คือ big rockคือต้องทำให้สำเร็จให้ได้ต้นทาง ต้นน้ำในการเข้าถึงสิทธิสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของคนพิการนั้นอยู่ที่การขึ้นทะเบียนหรือลงทะเบียนหรือจดทะเบียนจะเรียกว่าขึ้น จะเรียกว่าลง จะเรียกว่าจดเป็นเรื่องของการที่ไม่มีที่ไม่มีชื่อ ไม่มีบัตรกับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นถ้าคนพิการไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นคนพิการตามกฎหมายโอกาสที่จะเข้าถึงสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะฉะนั้นจึงมีการปฏิรูป นอกจากจะปฏิรูปในเรื่องของนิยามให้ครอบคลุมให้ลงลึกไปถึงคนพิการที่ในขณะนี้อาจจะถูกตัดออกก็เพิ่มดีกรีของความพิการพิการตั้งแต่ระดับพิการรุนแรงไปจนถึงพิการไม่รุนแรงเพื่อดึงคนเหล่านี้เข้าสู่ระบบนอกจากนี้ก็ยังจะต้องมีกลไกในการวินิจฉัย กลไกในการประเมินความพิการว่าต้องไม่อยากเกินไปจะต้องไม่แปลกแยกคน ต้องดึงคนเข้าสู่ระบบทำอย่างไรที่ความพิการจะสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด เอาแค่ตัวเลขคนพิการมีแค่ 2 ล้านคนเศษ แต่ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจไปเมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้วมีตั้ง ๓.๗ ล้าน อันนี้ยังไม่ได้รวมถึงคนพิการที่ไม่รุนแรงอีกเยอะแยะไปหมดเลย ถ้าจะอิงรายงานถ้าจะอิงรายงานว่าด้วยเรื่องคนพิการในระดับโลกขององค์การอนามัยโลกและธนาคารโลกทำไว้เมื่อปี ๒๕๕๔นั้น มีถึงร้อยละ ๑๕ ของประชากร ซึ่งประเทศไทยก็ตัวเลขจะต้องไม่ต่ำ 10 ล้าน ยิ่งิเรามีคนเหล่านี้เข้าสู่ระบบมากเท่าไรการคำนวณด้านงบประมาณก็ดี การกำหนดนโยบายกระแสหลักเพื่อคนทั้งมวล หรือนโยบายการพัฒนาไปด้วยกันที่ไม่ทิ้งใครจำจะต้องมีตัวเลขคนพิการที่ตรงกับความเป็นจริงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อมีการลงทะเบียนขึ้นทะเบียน จดทะเบียนแล้วก็ต้องไปจัดการฐานข้อมูลที่ชัดเจนเชื่อมโยงไร้รอยต่อกับระบบฐานข้อมูลส่วนอื่นไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทะเบียนราษฎรไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของหลักประกันสุขภาพไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการหรือข้อมูลอื่นที่ที่จำจะต้องมีการเชื่อมโยงไร้รอยต่อ อันที่ 3อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ มีผู้บอกว่าเป็นกระดูกสันหลังของการที่คนพิการจะได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังถ้าท่านใดกล้าพอ ก็เสริมพลังอำนาจคำว่า อำนาจเข้าไปอีก ก็คือเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เรามีกฎหมายที่บัญญัติเรื่องนี้ไปหมดเรื่องนี้ไว้เยอะแยะไปหมด รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 ก็ว่าไป พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็ว่าไว้พ.ร.บ. ควบคุมอาคารก็ว่าไว้กระทรวงมีระเบียบเต็มไปหมดมีมติ ครม. ซ้ำแล้วซ้ำอีกออกมาในทางปฏิบัติ ผลการบังคับให้เป็นไปตามนั้นยังไม่เกิดผลเท่าที่ควรคณะอนุกรรมาธิการก็พยายามเสนอไม่ว่าจะเป็นเรือ่งของกลไกที่จะทำให้เกิดระหว่างตัวนโยบาย ตัวกฎหมายไปสู่การบังคับใช้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการของกรรมการซุปเปอร์บอร์ดอย่างนี้เป็นต้นดึงเอาเรื่องมาตรการจัดซื้อจัดจ้างมาเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมหให้มีการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าแล้วนอกจากนี้ก็ยังจัดทำข้อเสนอรายประเด็นทำข้อเสนอ เดี๋ยวจะเป็นข้อเสนอรายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะอีก อันนี้เป็นหัวข้อการปฏิรูปทั้ง ๓ หัวข้อซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักอันต่อมาก็คือเป็นเรื่องของการรวบรวมประเด็นเกี่ยวกับคนพิการทั้งเรื่องราวร้องทุกข์ ทั้งเรื่องการติดตามการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการทั้ง่การศึกษาประเด็นที่ได้จัดทำเสนอไปที่บอกว่า50 เรื่อง ยกตัวอย่างให้เห็นเช่น ในเรื่องของการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานภาครัฐยังติดหนี้คนพิการอยู่ถึงประมาณ 15000ตำแหน่ง อันนี้เป็นความท้าทายโดยเฉพาะรัฐสภาของเราข้อเสนอให้รัฐสภามีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ รวมทั้งมีการจ้างคนพิการทำงานให้เป็นไปตามสัดส่วนการจ้างงานตามกฎหมาย ซึ่งถ้าจะจ้างกันแล้วรัฐสภาต้องจ้างคนพิการ30 คน ถ้าไม่จ้างก็ต้องจัดสถานที่ใหัคนพิการจำหน่ายสินค้าและบริการอันนี้กำลังทำกันอย่างเต็มที่ ติดตามกันอยู่นะครับยังมีข้อเสนอประเด็นที่ลงรายละเอียดไปถึงเรื่องการขนส่งทางรางเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องของการคณะกรรมการเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าหรือ superboardหรือสิ่งอำนวยความสะดวก อันนี้ก็ไปเอาแบบอย่างมาจากของสหรัฐอเมริการมีข้อเสนอเกี่ยวเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการมีข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องคนพิการทางกิจสังคม มีข้อเสนอเกี่ยวกับบริการสำหรับบุคคลออทิสติสซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่มีข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังโควิด 19รวมทั้งมาตรการในการช่วยเหลือคนพิการท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ ซึ่งข้อเสนอแทบทั้งสิ้นทั้งสิ้นได้รับการปฏิบัติแล้วก็ท้ายที่สุดข้อเสนอข้อเสนอที่ระบบขนส่งอันนี้พูดไปแล้วทางรางแล้วก็เรื่องของการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ได้รับมาก็เป็นจำนวนมากแล้วหลายกรณีได้มีการแก้ไขสามารถจัดการปัญหาพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่น เรื่องของการส่งต่อคนพิการที่ยากไร้แล้วก็มีปัญหาครอบครัว ทำอยา่งไรให้คนเหล่านี้เข้าถึงบริการในการที่จะรับเรื่องราวและส่งต่อในเรื่องเหล่านี้ ประการที่ 4ในส่วนของผลงานก็คือ เรื่องของข้อเสนอที่มีการต่อจัดทำร่างกฎหมาย เช่นจัดทำร่างกฎหมายร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งในท้ายที่สุดหลังจากรอมาหลายปีก็คลอดออกมาเมื่อปี ๒๕๖๔หลังจากที่ได้ผลักดันกันมากประมาณผลัดกันกันมาไม่ต่ำกว่าเดิมทีคาดว่าจะได้รับของขวัญในปี 2561 แล้วล่วงเลยกันมาในท้ายที่สุดก็ออกมาในปี ๒๕๖๔ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องของเรื่องของพัสดุการจัดซื้ออันนี้ออกตามความในมาตรา 55 พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐซึ่งจะช่วยทำให้การจัดซื้อจัดจ้างส่งเสริมอาชีพคนพิการเป็นการช่วยสนับสนุนองค์กรด้านคนพิการที่มีการจ้างงานคนพิการด้วยก็จะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะที่เป็นวิธีพิเศษนอกจากนี้ก็ยังมีร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ....ซึ่งตอนนี้ผ่านความเห็นชอบไปเรียบร้อยแล้วร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งอยูการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมของทั้ง ๒ สภาอยู่ข้อเสนอแนะที่เราได้นำเสนอกำลังได้รับการพิจารณาอยู่เช่นกัน ยังมีกฎหมายยังมีกฎหมายฉบับอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถนำมาเล่าให้ฟังในขณะนี้ได้อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการได้ดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิเสริมพลังคนพิการควบคู่ไปกับการจัดทำข้อเสนอเพื่อให้มีการปฏิรูปด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการซึ่งวันนี้คงจะได้มีการรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากพี่น้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายทั้ังที่อยู่ในห้องนี้และผ่านระบบซูมจากทางบ้านต่อไปขอบพระคุณครับ (พิธีกร)กราบขอบพระคุณท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการกิจการคนพิการ ท่านมณเฑียร บุญตันซึ่งท่านได้นำเเียนผลงานที่ผ่านมาของ3 ปี วุฒิสภาต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคนพิการเรื่อง ๓ ปี วุฒิสภาทิศทางปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดยจะมีวิทยากรร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังนี้และขอกราบเรียนเชิญท่านวิทยากรได้เลยนะคะ่มณเฑียร บุญตัน ๒ท่านที่ 2 (คุณวิทยุต)นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยท่านที่ 3 เรียนเชิญท่านนายกสมาคาผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไททยท่านที่ 4 ขอเรียนเชิญ (คุณณฐอร)ส่งเสริมและพัฒนาแล้วก็ท่านสุดท้ายท่านสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ที่ปรึกษาคณะอนุคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการซึ่งท่านจะทำหน้าที่ดำเนินรายการช่วงนี้ขอกราบเรียนเชิญท่านวิทยากรและผู้ดำเนินรายการขอกราบเรียนเชิญค่ะ (พิธีกร)นะครับ เรียนท่านมณเฑียร บุญตันท่านวิทยากร ท่านผู้มีเกียรติในห้องประชุมแห่งนี้และที่ออนไลน์ทุกท่าน ตั้งแต่เช้าก็เป็นพิธีการและเป็นความความคืบหน้า ความก้าวหน้าเรียกว่าเหลียวหลัง3 ปีที่ผ่านมาท่านอาจารย์มณเฑียรบอกว่ายังมีหลายเรื่องที่จะต้องทำ ถ้าไม่เจอสถานการณ์โควิด คงจะมีสถิติที่มากกว่านี้ ผมว่าแค่นี้ก็เยอะมากแล้วเยอะมากจริง ๆ นะครับแลหน้าไปข้างหน้าอีก ๒ ปี ถ้าจะเร่งเร่งมือหนักเข้าไปอีกคงจะหนักเอาเรื่อง ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เป็นการรับฟังความคิดเห็นเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งผมก็ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน (คุณมณเฑียร)ว่าให้ชวนคุยฟังอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการเราคุยกันมาเยอะ เราก็ให้ข้อมูลต่อสาธารณะพอสมควรนะครับ แล้วก็ในชุมชนคนพิการเราก็ให้ข้อมูลไปพอสมควรพอสมควรให้เยอะ อยากฟังอะไร อยากฟังว่าประเด็นปฏิรูปสำคัญนะครับเราคิดเห็นอย่างไร เราจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร เราจะช่วยกันผลักดันอย่างไรในอีก 2 ปีแล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทของอนุกรรมาธิการและในบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านอาจารย์มณเฑียรขับเคลื่อนอยู่พร้อมคณะอีกจำนวนมากเพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นหัวใจสำคัญว่าประเด็นปฏิรูปประเด็นปฏิรูปคือหัวใจที่อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุดนะครับ แต่แน่นอนอาจจะมีประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่พูดถ้าไม่ทำ ประเด็นประเด็น 3 ประเด็นหลักก็คงจะไม่สำเร็จหรือสำเร็จยากก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้เพราะฉะนั้นเช้าวันนี้อย่างที่บอกว่าเราจะเน้นการฟังความคิดเห็นของชุมชนทั้งในห้องและออนไลน์เดี๋ยวจะสลับกันไปแต่ก่อนที่จะไปถึงผู้ที่เข้าร่วมประชุมในห้องประชุมแห่งนี้และในออนไลน์ วันนี้เรามีวิทยากรซึ่งเมื่อสักครู่นี้ได้แนะนำไปแล้วก็อยากจะให้ท่านวิทยากรแต่ละท่านได้ปูพื้นย่อ ๆ สั้น ๆ ในส่วนที่ท่านเกี่ยวข้องว่าในส่วนที่ท่านเกี่ยวข้องว่า 3 ปี วุฒิสภา ทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการเป็นอย่างไรท่านเกี่ยวข้องอยา่งไร ท่านผลักดันอย่างไร ท่านพบปัญหาอุปสรรคอะไร ท่านอยากจะฟังอะไรขอสั้น ๆ ก่อนเริ่มบอกว่าขอสัก 5 นาทีได้ไหมแต่ละท่าน แต่ถ้าจะเลยบ้างก็ได้ เวลาก็ยังพอมีแต่อยากจะเปิดเวที และตอนท้าย ๆเดี๋ยวอาจจะ ไม่ทราบท่านอาจารย์มณเฑียรมีอะไรจะเกริ่นก่อนไหม ก่อนที่จะให้วิทยากรอีก ๓ท่านได้พูด เรียนเชิญท่านมณเฑียรครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณท่านอาจารย์สุภรธรรมครับผมเผลอเกริ่นไปตอนที่บรรยายสรุปรวมผลงานในรอบ ๓ ปีแล้วก็อาจจะเป็นเหมือนกับว่ามีมีความรู้สึกกดดันว่าจะต้องเล่าเรื่องการปฏิรูปทั้ง 3 ข้อ ขอถือโอกาสว่าเอาที่พูดไปแล้วทั้งหมดเมื่อสักครู่มาเป็นการเกริ่นแผนการปฏิรูปทั้ง ๓ ข้อเป็นสิ่งที่ต้องทำในฐานะวุฒิสภา ซึ่งมี mandateมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาลก็คือมาตรา ๒๗๐ต้องจับให้มั่นต้องติดตาม ต้องเสนอแนะและเร่งรัดให้เป็นไปตามนั้นจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นทะเบียน รวมไปถึงฐานข้อมูลคนพิการก็ดี ไม่ว่าเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้สะดวกหรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่าเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าหรือ accessibility for all3 ข้อนี้เป็นประเด็นที่เราถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญว่าต้องทำแต่ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่า 3 ข้อนี้จะเป็นแค่ ๓ ข้อที่เราจะทำเพราะหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาก็ดีหน้าที่และอำนาจตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาซึ่งกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการตลอดจนถึงอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการในเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดก็ต้องทำก็ต้องทำ เพียงแต่ว่าอาจจะโฟกัสไปที่ 3 ประเด็นหลัก เพราะเป็นการมอบอำนาจพิเศษตามรัฐธรก็รายละเอียดได้เกริ่นไปแล้วเมื่อสักครู่ตอนที่ได้พูดถึงเรื่องการดำเนินงานขอบคุณครับท่านอาจารย์มณเฑียรผู้เชี่ยวชาญ ท่าน (คุณณฐอร)ไปทางท่านนายกสุขาติ แล้วก็เดี๋ยวไปทางท่านวิทยุตวิทยุต เชิญท่านณฐอรก่อนครับ (คุณณฐอร)สวัสดีทุกท่านเขาบอกว่าไม่ต้องพูดมากให้ฟังมาก ๆที่จริงเราทำงานร่วมกันและขับเคลื่อนการทำงานทั้ง ๓ ประเด็นการทำงานทั้ง 3 ประเด็น มาด้วยกันตลอดก็ในฐานะของผู้แทนกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็คงมาเล่าในเรื่องของการทำงาน ๓ ปี ๓ ประเด็นนี้ว่าเเราทำอะไรบ้าง ที่จริงเราก็มีภารกิจในการที่จะทำในเรื่องของนโยบาย การส่งเสริมการจัดทำนโยบายเพื่อยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำงานในเรือ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการซึ่งเราทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งก็จะมีกลไกในเรื่องที่สำคัญก็คือกลไกของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพคนพิการแห่งชาติที่มีองค์กร มีหน่วยงานร่วมเป็นภาครัฐเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการในส่วนนี้ ในส่วนของประเด็น 3 ประเด็นในเรื่องของการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิแล้วก็ต้องนำเรียนว่าในปัจจุบันกองทุนคนพิการแล้วกัน เรียกชื่อย่อ ๆ มีเงินตอนนี้ประมาณ 8,600 ล้านบาทซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ ๗มิถุนายน ซึ่งเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรายได้หลักที่มาจาก 3 ส่วน ก็คือในเรื่องของสถานประกอบการที่ไม่ได้จ้างงานคนพิการตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนพิการ คือ เขาจะส่งเงินตามมาตรา 34ต้องบอกว่า๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นเงินที่มาจากส่วนที่ 2คือ เงินที่เราได้จากกองทุนและให้คนพิการผู้ดูแลมากู้ยืมแล้วก็มาชำระหนี้ประมาณ500 ล้านบาทที่ 3 เป็นเรื่องดอกเบี้ยและรายได้อื่น ๆดังนั้นในการบริหารจัดการเงินกองทุนก็อยู่ในรูปของคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนที่จะมาดูแลตรงนี้ซึ่งก็จะมีท่านปลัดกระทรวงการเป็นประธาน แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาเป็นอนุกรรมการในส่วนนี้บริการหลัก ๆของกองทุนก็คือให้กู้และผู้ดูแลคนพิการ ต้องนำเรียนว่าในปัจจุบันนี้ตั้งแต่เราให้บริการมาตั้งแต่ปี 2538 ถึงปี ๕๖ เราให้กู้แล้วประมาณ 25000 พันกว่าล้านใช้เงินของกองทุนประมาณ 8,900 กว่าล้านบาทถ้าใช้การเฉลี่ยปีละ 25,000 รายส่วนที่ ๒ ก็คือ การสนับสนุนองค์กรคนพิการ หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรที่ระเบียบให้การสนับสนุนเป็นรูปของโครงการที่ให้เรื่องของการไปส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแล้วให้บริการให้บริการมานี้ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปัจจุบันกว่าโครงการ เป็นเงิน400กว่าล้านบาทต้องบอกว่าเฉลี่ยประมาณ 750 โครงการอันนี้ก็คือสิ่งที่กองทุนให้บริการ นอกนั้นเราก็จะดูแลในเรื่องการรับรายงานมาตรา ๓๓ จ้างงานของสถานประกอบการภาครัฐ แล้วก็การส่งเงินเข้ากองทุน มาตรา 34และมาตรา 35 จะเป็นในเรื่องของทางเลือกทางเลือกของสถานประกอบการหรือภาครัฐที่จะไม่จ้างงาน ไม่ส่งเงิน ก็เป็นมาตรการทางเลือกไปใน 7 วิธีการตรงนี้จะเห็นว่ากองทุนก็มีการดำเนินงานที่หลากหลายแต่ว่าในการที่จะให้บริการหรือพัฒนาก็จะมีงานที่เราก็คิดค้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำให้กองทุนมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหรือการสนับสนุนโครงการที่เราก็มีส่วนที่จะทำให้เราควบคุมโดยใช้วัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การดำเนินงานองค์กรที่รับเงินจากกองทุนไปแล้วก็ประโยชน์สูงสุดคือให้คนพิการได้มีคุณภาพชีวิตนอกจากนั้นในเรื่องของการกู้จะเห็นว่าก็มีการเอาเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาใช้คนพิการที่กู้และผู้ดูแลที่กู้ตอนนี้สามารถยื่นกู้ผ่านระบบออนไลน์ได้แล้วปีนี้เราก็ทำของการยื่นกู้ การตรวจสอบสถานะการเงิน การตรวจสอบสถานะหนี้ซึ่งเราก็จะเปิดใช้ application นี้ในปี 2565เพื่อที่จะให้บริการคนพิการหรือผู้ดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่เหนืออื่นใด ถ้าคนพิการไม่ได้ยื่นกู้ผ่านระบบก็สามารถที่จะมายื่นกู้หรือมาดำเนินในเรื่องของการติดต่อในเรื่องของเงินกู้ได้พก. หรือ พมจ. หรือศูนย์บริการจังหวัดได้ในส่วนนี้ นอกจากนี้เมื่อสักครู่นี้เห็นอาจารย์มณเฑียรบอกว่าศูนย์บริการ ตอนนี้ศูนย์บริการการดำเนินงานใช้เรื่องของเงินกองทุนมาช่วยในการสนับสนุนกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ของศูนย์บริการและปัจจุบัน พก. ก็อยู่ระหว่าการทบทวน การสนับสนุนเงินของศูนย์บริการเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และก็ยังดูในเรื่องของความต่อเนื่องงบประมาณตรงนี้ด้วย อันนี้ก็เป็นบทบาทของกองทุน ส่วนที่อาจารย์ได้พูดไว้ในเรื่องของการที่จะทำให้กองทุนเป็นนิติบุคคล เรามีการดำเนินงานและการแก้ไขเรื่องของ พ.ร.บ.ก็จะใช้เวลาในการดำเนินงานเราก็ผ่านในเรื่องตรงนี้มาก็ใช้อนุกรรมการเรื่องของกฎหมายเข้ามาดู มีกระบวนการทำตรงนี้อยู่ระหว่างนี้ ในประเด็นที่ 2 การปฏิรูปประเทศเรื่องของการจดทะเบียน การขึ้นทะเบียนการจดทะเบียน การลงทะเบียนแบบที่อาจารย์ว่าจะเรียกอะไรก็ได้พอมีบัตรประจำตัวคนพิการก็เข้าสู่สิทธิไม่ว่าจะเป็นสิทธิทางด้านการแพทย์ การศึกษาและสังคม อันนี้ก็เป็นประตูสู่สิทธิที่จะทำให้คนพิการเข้ารับสิทธิได้ตามกฎหมายที่กำหนด ซึ่ง พก.ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ตามที่สถิติที่อาจารย์ได้พูดไว้ว่า ตามสถิติแห่งชาติ เขาบอกว่ามีประมาณ 3.7 ล้านคน แต่ตอนนี้ในฐานข้อมูลการจดทะเบียนยอดปัจจุบันก็มีประมาณ ๒.๑ ล้านคน ก็ยังต่างกันอยู่ที่ 1.5 ล้าน ถ้าคิดตรงนี้ แต่ความต่างตรงนี้เรามาเริ่มในเรื่องของการปฏิรูปประเทศเรื่องของการจดทะเบียนนี้ว่าสิ่งที่ต่างนี้เกิดจากอะไรที่เราหามาได้ ก็คือเกิดจากคำนิยามเรื่องของคนพิการที่แตกต่างกันในระหว่างหน่วยงานี่ที่ทำในเรื่องของสถิติตรงนี้ดังนั้นเรื่องของปฏิรูปเรื่องของการขึ้นทะเบียนคนพิการ พก. ก็ทำไปสำเร็จแล้ว ที่จริงประมาณร้อยละ 70 คือปีนี้ต้องทำตัวชี้วัดนี้ให้แล้วเพราะว่าเราก็เริ่มทำตั้งแต่ปี ๖๔นั้นปี 2565 เราต้องเริ่มทำให้ได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ตอนนี้ทำอยู่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์กิจกรรมที่ดำเนินการก็คือการวินิจฉัยการประเมินความพิการ ซึ่งก็ผ่านในรูปของคณะทำงาน ก็มีเรื่องของการให้ความสำคัญกับประเภทคนพิการซึ่งเดิมเราใช้ 7 ประเภทความพิการ ตอนนี้เพิ่มเป็นอีก 2 ประเภทจะแยกในเรื่องความพิการทางการสื่อความหมายเป็นการพูด ภาษาและต่อจากความพิการทางการได้ยินความพิการรุนแรงเข้าไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอร่างประกาศที่อนุกรรมการด้านกฎหมายเพื่อให้พิจารณาแล้วก็ทำคู่มือในเรื่องของการประเมินความพิการต่อไป อันที่ 2 คือที่เน้นตอนนี้เราทำในเรื่องของการพัฒนาapplication เรียกว่า พม. รู้จักคุณแล้วก็ไปร่วมกับ ม. นเรศวรทำแอพนี้ขึ้น ที่จริงเสร็จแล้วแอพนี้เสร็จ เริ่มที่จะนำไปใช้แล้วก็นำร่องที่จังหวัดพิษณุโลกสำรวจความพิการเก็บข้อมูลคนพิการเชิงลึกซึ่งได้ผลอย่างไรประเมินเราก็จะขยายผลต่อไปอันที่ 3 คือ เรื่องของการทำให้คนพิการเข้าถึงระบบ เรื่องของการืให้บริการจดทะเบียนเราก็มีเรื่องของการทำเรื่องศูนย์บริการเบ็ดเสร็จณ จุดเดียวกัน วันสต็อปเซอรืวิสที่เราบอกว่าให้เลือกมา 1 โรงพยาบาล ต่อ 1 จังวหัด77 จังหวัดก็จะเป็น รพ. one stop serviceพก. ก็จะสนับสนุนเครื่องออกบัตรประจำตัวคนพิการ แล้วก็ดำเนินงานนซึ่งจะทำการแล้วเสร็จสิงหาคมนี้ตอนนี้เราได้เงินที่สนับสนุนจากกองทุนในการซื้อเครื่องออกบัตร ซื้อเครื่องอะไรต่าง ๆ แล้วก็จะเริ่มที่จะให้บริการที่จริงตรงนี้ก็ไปคุยกับกทม. เหมือนกัน ในส่วนของ กทม. บอกว่าจะต้องโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ด้วยอันนี้ พก. เริ่มดำเนินการแล้วก็คิดว่าสิงหาคมนี้จะมีโรงพยาบาลที่จังหวัดละ 1 แห่งจะทำเป็นศูนย์ one stop ตรงนี้นอกจากนั้นจะมีการเชื่อมโยงข้อมูล อาจารย์มณเฑียรได้พูดถึงประเด็นนี้ว่าพก. เป็นฐานข้อมูล พก. ก็มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับจำนวน 23 หน่วยงานก็จะมีในเรื่องทั้งพก. ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องีในเรื่องเชื่อมโยงข้อมูลอยู่ 6 หน่วยพก. อนุญาตให้ใช้ข้อมูลคือหน่วยงานอื่นมาขอใช้ 9 หน่วยงานในเรื่องของ linkage center และ พม.เชื่อมโยงกับข้อมูลในฐานของเว็บเซิฟเวอร์อีก 8 หน่วยเชื่อมโยง ๒๓ หน่วยงาน ก็คิดว่าจะเป็นในเรื่องของการอำนวยความสะดวกเป็นข้อมูลที่ real time ตรงนี้ส่วนประเด็นที่ 3เรื่องของการปฏิรูปในเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกอันนี้เป้็นประเด็นท่ี่ พก. ขับเคลื่อนมาตลอด 3 ปี มากกว่า 3 ปีอยู่แล้วตั้งแต่มีมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2552ที่จริงเราบรรจุประเด็นนี้ในเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการอยู่ในแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับที่ 5 คือตั้งแต่ปีปี 2560 - 2565ในการที่จะทำงานเรื่องนี้มียุทธศาสตร์ มีเรื่องแนวทางต่าง ๆเพื่อให้คนพิการได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม นอกจากนั้น พก. ก็ยังบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับคนพิการ อันนี้ก็มีการทำงานที่ โดยเฉพาะการทำงานกับหน่วยงานองค์กรคนพิการที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำตามมติ ครม.เมื่อปี 2552 ในเรื่อง5 ส่วน คือ ด้านห้องน้ำที่จอดรถสัญลักษณ์ ข้อมูลตอนนี้เรามีหน่วยงานที่ทำแล้วประมาณ 29,500 กว่าแห่งนอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของการมอบป้ายสัญลักษณ์สถานที่ที่เป็นที่สำหรับคนพิการเราก็ทำประมาณ 1121 แห่งมีการทำแพลตฟอร์มในเรื่องสถานที่ที่เอื้อสำหรับคนพิการแล้วก็สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถใช้ได้ คือ มองในทุกกลุ่มเป้าหมายที่ทุกคนสามารถใช้ได้ เคยเจอเคยพบ applicationเจอแจ้งแจ่มแจ๋วเราก็สำรวจ ก็มีประมาณ 5100รายการ และพบว่าจังหวัดที่ลใน application นี้ก็คือปทุมธานี นนทบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น แล้วก็สมุทรปราการเขาลงข้อมูลมากที่สุดและเอาข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาต่อยอดทำเป็นเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวก ตรงนี้ก็ทำตลอดต้องบอกว่าการทำงานเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อคนพิการ และเป้าหมาย พก. หน่วยงานเดียว คงจะทำงานด้วยกันไม่ได้แค่หน่วยเดียว คงต้องใช้การบูรณาการเพื่อให้เกิดความร่วมมือขับเคลื่อนไปด้วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ว่าเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ เด็กทุกคนสามารถใช้ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ พก. ดำเนินการ อันนี้ก็ ๓ ประเด็นที่วันนี้มาเล่าว่า พก.ทำอะไรในประเด็นหลัก ๆ ตรงนี้ขอบคุณค่ะอาจารย์ (คุณณฐอร) จะเห็นว่าเรื่องกองทุนตอนนี้แต่ก่อนเราได้ยินว่าเป็น 20,000 ล้าน 10,000 ล้าน แต่ตอนนี้เหลือ8000 ล้านบาทแต่ 8,000 ถือว่ามีจำนวนที่เยอะแล้วก็ทำอะไรได้อีกมากพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเรามองในเชิงของการใช้เม็ดเงินให้มีประสิทธิภาพนะครับเรื่องของการเข้าถึงคนพิการหรือการจดทะเบียนประตูบานแรก ท่านผู้เชี่ยวชาญบอกว่า 70%อีก 30 เปอร์เซ็นต์คือส่ิงที่จะวิ่งต่อนะครับ ส่วนเรื่องของการเข้าถึงซึ่งมีวิกฤติทั้งเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การเดินทางก็มีการพัฒนาตามลำดับแต่หัวใจสำคัญที่เราคุยกันก็คือว่าอันนี้คือประเด็นปฏิรูปทางสังคม เมื่อเป็นประเด็นปฏิรูปทางสังคม นั่นหมายความว่าต้องทำให้ดีขึ้นในเชิงกลไกในเชิงโครงสร้างกลไก ในเชิงโครงสร้างดีขึ้นในเชิงของบริการในเชิงของประสิทธิภาพถ้าดีขึ้นแสดงว่ายังต้องมีช่องว่างอะไรบางอย่างอยู่นะครับที่สามารถจะพัฒนาได้อีกซึ่งผมก็เชื่อแน่ว่าท่านนายกฯ สุชาติ แล้วก็ท่านนายกอาจารย์เจน่าจะมีข้อมูลที่จะบอกเล่าให้ที่ประชุามที่จะบอกเล่าให้ที่ประชุมแห่งนี้รวมถึงพี่น้องภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านคนพิการได้มองเห็น และได้ช่วยกันแบ่งปันความคิดเห็นมีช่องว่างอะไร ควรจะต้องมีการปฏิรูปใน ๓ ประเด็นนี้อย่างไร ทางท่านนายกในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา)เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะคุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะนั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะครูปรเมษฐอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับเฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะคุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะภาษาพูดล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะจะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผนเอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะจะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา"ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั้มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะคุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะวันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับนักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับพิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะคุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่"และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะนี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ)ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับเบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆเบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะเด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆหลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะสวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ)ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับนักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา)ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา"ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะและสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะมาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆี่ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะเดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะก็ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะนักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่างแน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะีมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับแล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะนักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะเพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะแบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับนำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับนักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับเด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]-ในรายวิชาภาษาไทยวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะครูและครูคณิตา รวมถึงจะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามจะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่ฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี]เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษาพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการมันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้และผลที่ตามมานั้นคืออ - ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรืแเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะพูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับเดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดีบ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะมีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะนั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะหลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัฐ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆอ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลกอันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะคุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก กับไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะเราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติดก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับมันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ"ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับรวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาอย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียน