--- title: ทดสอบ PE ห้อง 4558 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 3) ๕ การอ่านวันเดือนปีแบบไทย ๑๔ ก.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) นาโน subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูคณิตา) คุณครูปลายทางทุกท่านและนักเรียนปลายทางทุกคน วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้คุณครูปรเมเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะเรียนเกี่ยวกับเรื่องการอ่านวัน เดือน ปี แบบไทยครับ เดี๋ยวเราจะไปสนุกสนานและเรียนรู้กันนะเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) นักเรียนสังเกตดูนะคะ ตัวเลขมีตัวเลข มีเครื่องหมายวรรคตอนนักเรียนรู้ไหมคะ ว่าเครื่องหมายวรรคตอนนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ รู้จักไหมครับ (คุณครูคณิตา) ยังไม่ต้องตอบก่อนค่ะ นักเรียนคะ คุ้นหรือเปล่าคะ เคยเห็นรูปแบบ รูปแบบนี้หรือเปล่า เคยเห็นแผ่นป้ายนี้บ้างไหม ส่วนใหญ่เราจะเจอกัน เราจะเจอแผ่นป้ายนี้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่ค่อยเจอนะครับ เพราะว่าการเขียนอย่างที่นักเรียนเห็นนั้น จะเป็นการเขียนวันเดือนปีแบบไทย จะเห็นในตำราต่าง ๆ น่าจะเห็นนะครับ ปัจจุบันนี้ไม่น่าจะเห็นแล้ว (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะปัจจุบันเราใช้แบบสากลใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันดีกว่าค่ะ นักเรียนคะ ในแผ่นป้าย วัน เดือน ปี แบบไทยนี่ มีเครื่องหมายวรรคตอนใดประกอบอยู่ เมื่อกี้ค่ะ นักเรียนตอบได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเครื่องหมายใดครับ เด็ก ๆ ตอบคำถาม อะไรเอ่ย รู้จักไหม เครื่องหมาย... เด็ก ๆ เรียกว่าอะไรนะ ไปแต่ถ้าเกิดทางสัญลักษณ์ของการเขียนวัน เดือน ปี นี่ เราจะเรียกเครื่องหมายนี้ว่า "อังคั่นเดี่ยว" ใช้ในการเขียน วัน เดือน ปี แบบไทยนะครับ (คุณครูคณิตา) เรียกว่าอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) "อังคั่นเดี่ยว" นักเรียนคะ ลองพูดดูสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) เครื่องหมายอะไรนะครับ อังคั่นเดี่ยวนะครับ (คุณครูคณิตา) เก่งมากนะคะ นักเรียนคงไม่ลืมแล้วนะคะ ไปยาลน้อย คราวนี้ค่ะ เรามาดูกันดีกว่าตัวเลขหน้าเครื่องหมายวรรคตอน หรืออะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อังคั่นเดี่ยว (คุณครูคณิตา) ตัวเลขหน้าเครื่องหมายวรรคตอนบน และวรรคตอนล่าง แล้วก็หลังเครื่องหมายวรรคตอนนี่ เป็นเครื่องหมายแทนอะไร ทราบไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำถามกระตุ้นความคิดนะครับ เด็ก ๆ น่าจะตอบได้ เพราะว่าชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้ว มีอะไรบ้างครูคณิตา (คุณครูคณิตา) วัน เดือน ปี (คุณครูปรเมษฐ)หนู ๆ คิดว่าเกี่ยวกับ 3 คำนี้ไหมล่ะ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคิดว่า.. คุณครูปรเมษฐคะ เลข 3 นี้น่าจะแทนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้างบนล่ะคะ เลข 5 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามความรู้เดิมของครูนี่ การอ่านวัน เดือน ปี แบบไทย และการใช้ของคนไทยนี่ เราจะพูดเป็นขึ้นเป็นข้างขึ้น ช้าแรมขึ้นแรม แล้วมีอยู่ข้างบนบ้างข้างล่างบ้าง เกี่ยวกับเรื่องข้างขึ้นข้างแรมไหมครับ (คุณครูคณิตา) แล้วด้านหลังล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนะ มีวันแล้ว มีข้างขึ้นข้างแรมแล้ว เหลือเดือนกับปี เด็ก ๆ คิดว่าเป็นอะไรเดือนกับปีเป็น... น่าจะเป็นเดือนนะ เดี๋ยวค่อยไปศึกษากันดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปดูจุดประสงค์การรู้ของวันนี้ดีกว่าค่ะ นักเรียนบอกหลักการอ่าน วัน เดือน ปี แบบไทยได้ ข้อ 2 คืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) บอกการอ่านวันเดือนปีแบบไทย (คุณครูคณิตา) 3. ค่ะ บอกความสำคัญของการอ่านวัน เดือน ปี แบบไทย คราวนี้ เรามาศึกษาหรือดูตัวเลขไทยดีกว่าดีไหมคะครูปรเมษฐ นักเรียนคนใดไม่รู้จักบ้าง มีไหมคะ น่าจะไม่มีนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวเลขันดีกว่า ตัวเลขนี้อ่านพร้อม ๆ กันสิคะคุณครูปรเมษฐคะ อ่านว่าอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) 0 1, 2, 3, 4,5, 6, 7, 8,9 (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะอ่านถูกต้องหรือเปล่าคุณครูเชื่อว่านักเรียนจะต้องอ่านถูกต้องแน่นอนนะคะ เอาล่ะค่ะ คราวนี้ค่ะ การอ่านแบบนี้นี่เหมือนการอ่านทั่ว ๆ ไปใช่ไหมคะ ถ้าเราอ่านเลขไทย 1 ถึง 9 ในอดีตละ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะมีหลักการอ่านที่ไม่เหมือนกับปัจจุบันนะครับ เดี๋ยวไปดูกันเลยดีกว่านะครับ อย่างเช่นเลข 1 เราจะอ่านว่า"เอก" คำว่า เอก เอกพจน์ 2 คือ โทแล้วเป็นอะไรนะ เอกแล้วเป็นโท3 ก็ต้องเป็นตรี 4 ก็เป็นจัตวา (คุณครูคณิตา) 1 - 4 นี่ง่ายมากเลยนะคะ ลองดูข้อ 5 ไหมคะเลข 5 นะคะ น่าจะเป็นอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ)เลข 5 นี่น่าจะเป็นคำว่า "ปัญจะ" หรือ "เบญจะ" นะครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบญจค่ะ ซึ่งแปลว่า 5 เช่น เบญจเพสนี่ ก็คืออายุ 25กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์5 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 5 ส่วนที่จะต้องลงพื้นในสมัยโบราณ 6 ครับ 6 (คุณครูคณิตา) 6 ค่ะ นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) มี ฉ. ฉิ่งตัวเดียวนี่อ่านว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) อ่านว่าอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตัวนี้อ่านว่าฉ. ฉิ่ง นักเรียนครับ นักเรียนลองไปถามปู่ ย่า ตา ยาย นะครับ คือ กัณฑ์ที่ 6 นี่ คือ กัณฑ์ ฉ กษัตริย์กัณฑ์ ฉอกษัตริย์ชาดกนะครับ ก็คือ ฉเรียกว่า "ฉอ" ครับ (คุณครูคณิตา) 7 (คุณครูปรเมษฐ)สัปต, สัต, สัตตะอย่างเช่น สัตตะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้คือการนับในโบราณอ่านว่าอย่างไรเด็ก ๆ อัฐ นะอัฐ แปลว่า 8 นะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เลข 9 คุ้นไหมเอ่ย9 อ่านว่า "นบ" หรือ "นบ-พะ"นั่นเองนะครับ นี่คือคำอ่านของเลข 9 ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ยากมากเลยนะคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ถ้าเด็ก ๆ จำได้นี่ เธอจะมีเสน่ห์นี่นะครับ เพราะฉะนั้น ครูนำมาให้นักเรียนเป็นเกร็ดความรู้และจะต้องใช้จริงด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การใช้ตัวเลขไทยค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าวันที่นะคะ แล้วก็จะมีอีกฝั่งหนึ่งนี่นับแบบไทย เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าวันที่นี่ วันที่ 1 ถ้านับแบบไทย เราจะนับเป็นวัน... (คุณครูปรเมษฐ) อาทิตย์ (คุณครูคณิตา) อาทิตย์นะคะ (คุณครูปรเมษฐ)คือ วันอังคาร 4. พุธ 5. พฤหัสบดี 6. ศุกร์ 7. เสาร์ครับ ไล่ตามสัปดาห์เลย ให้ยึดว่าวันอาทิตย์คือ 1 วันอาทิตย์คือวันที่ 1 ในการเอาไปเขียน วัน เดือน ปี แบบไทย1. คือ วันอาทิตย์เสมอจบ 7 วัน คือ วันเสาร์ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นี่คือการนับแบบไทยนะคะ เราจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) อย่าสับสนนะคะ นักเรียนเข้าใจไหมเอ่ย เดี๋ยวครูให้เวลา10 วินาทีค่ะ ในการเรียบเรียงความคิดของตัวเองนะคะ อย่าลืมนะคะ ว่าวันที่ 1 นับแบบไทย ก็คือวันอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันอาทิตย์ท่องพร้อม ๆ กับครูเลยดีกว่า 1. วันอาทิตย์, 2.วันจันทร์, 3. วันอังคาร, 4. วันพุธ,5. พฤหัสบดี, 6. วันศุกร์, 7. วันอาทิตย์ ท่องง่าย ๆ นะครับ แล้วก็เป็นวันที่รู้กันอยู่แล้วในชีวิตประจำวันของหนู ๆ วันอาทิตย์เป็นวันที่ 1 แล้วกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ การนับเดือนแบบสากล แบบสากล ก็คือแบบที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนั่นเองค่ะ เดือนที่ 1 นี่ เราก็จะนับเป็นมกราคม ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มกราคม, กุมภาพันธ์,มีนาคม, เมษายน 4 เดือนแล้ว ได้4 เดือนแล้ว (คุณครูคณิตา) ค่ะ 4 เดือนแล้ว (คุณครูปรเมษฐ)7. คือกรกฎาคม 8. คือสิงหาคม 9. คือ กันยายน 10. คือ ตุลาคม11. คือ พฤศจิกายน 12. คือ ธันวาคม (คุณครูคณิตา) นับแบบสากลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ของไทยเราก็มีนะครับ นับอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) นับอย่างไรเอ่ย มีใครทราบไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ หลายคนตอบแล้วนี่ 1 นับอย่างไรนี่ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่านะคะ การนับเดือนแบบไทยเราจะนับกันอย่างไร เดี๋ยวเราไปศึกษากันเลยค่ะ นับแบบไทย 1. เดือนอ้ายนักเรียนคิดว่าเป็นเดือนอะไรเอ่ยถ้าเทียบกับสากล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ รู้ไหม 1 คือ เดือนอ้ายนี่ ถ้าเทียบกับสากลคือเดือนอะไร (คุณครูคณิตา) เดือนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ธันวาคม เดือนที่ 2 คือเดือนยี่ ก็คือเดือนมกราคมเดือน 3 คือ เดือนกุมภาพันธ์นะครับ เดือน 4 คือ เดือนมีนาคม เดือน 5 คือ วันมหาสงกรานต์ คือ เดือนเมษายนวันแห่งการเริ่มเพาะปลูก คือ 6. พฤษภาคมนะครับ เดือน 7. คือ มิถุนายน8. คือ เดือนกรกฎาคม 9. คือ เดือนสิงหาคม และเดือนสิบ ก็คือเดือนกันเดือนสิบเอ็ด น้ำนองนี่นะเราจะทอดกฐินกันนะครับ น้ำทรง คือ เดือนพฤศจิกายนแล้วไปจบที่เดือนอ้าย คือ เดือนธันวาคมเพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จำง่ายนิดเดียวนะครับ เดือนที่สิบสองคือ เดือนธันวาคม ส่วนใหญ่แล้วจะประมาณเดือนธันวาคมตลอด เดือนอ้าย คือ เดือนธันวาคม ที่เหลือหนูก็ไล่ตามเดือนสากลไปเลย มาจบที่เดือนพฤศจิกายน ให้จำอ้ายกับยี่ไว้ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ จำอ้ายกับยี่ไว้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จำอ้ายกับยี่ไว้นะคะ ก็คืออ้าย เดือนอ้ายก็จะเป็นเดือนธันวาคมนะคะ เดือนยี่ก็จะเป็นเดือนมกราคมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ง่าย ๆ ครับเด็ก ๆนักเรียนจำได้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ยากครับ เด็ก ๆ จำขึ้นต้นให้ได้ จะลงท้ายถูกทันทีครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ทีนี้มาดูอะไรเอ่ย อ่านว่า "ปีนักษัตรไทย" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงตามครูคณิตาอีกครั้งหนึ่ง (คุณครูคณิตา) ค่ะ มีรูปสวยงามเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สวยงามมากเลยนะครับ มีทั้งงูทั้งเสือนึกถึงตอนเด็ก ๆ เลย เคยเล่นไหม4 ตัว แล้วก็มี งู ไก่ ปลาน้ำเต้า ไม่ใช่แล้วนะครับ ไปกันต่อเลยดีกว่า (คุณครูคณิตา) ข้ามไปเลยดีกว่าต่อมาค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ การอ่านนักษัตรไทยนี่ หมายถึง ชื่อรอบเวลาค่ะ กำหนด 12 ปีนี่ เป้็น 1 รอบ"12 นักษัตร" ค่ะ โดยกำหนดให้สัตว์นี่เป็นเครื่องหมายของแต่ละปีค่ะ ปี 2564เป็นปีของปีอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ปีนี้ปี 2564 เป็นปีอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ปีวัว ถ้านับตามนักษัตร จะเรียกอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉะอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ฉลูคราวนี้เรามารู้จักกับปีนักษัตรไทยกันดีกว่าค่ะ ปีแรกค่ะ ปีชวด (คุณครูปรเมษฐ) ปีชวดคืออะไร เด็ก ๆ ชวด หนูต่อไป (คุณครูคณิตา) 2 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปีฉลูครูคณิตาเฉลยแล้ว ฉลู วัวปีขาล คือ (คุณครูคณิตา) เสือ (คุณครูปรเมษฐ) ปีเถาะคืออะไร ครับ น่ารัก กระต่ายนะครับ ปีมะโรงนี่คืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มะโรงนี่คืองูใหญ่ เป็นงูใหญ่หรือมังกรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ไม่ใช่อนาคอนดาหรือครับ (คุณครูคณิตา)เป็นงูใหญ่นะคะ แล้วก็มังกรนะคะ ก็คือปีมะโรงนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีงูใหญ่แล้วก็ต้องมีงูเขียว งูเล็ก (คุณครูคณิตา)นะคะ งูเล็กเราจะเรียกว่าปี... (คุณครูปรเมษฐ) มะเส็ง อ่านดี ๆ นะเด็ก ๆ มะเส็งนะแล้วต้องมะเส็งนะ บางคนติดนะ มะโรง มะเร็งไปเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่นะครับ ต้องมะเส็งนะครับ งูเล็ก (คุณครูคณิตา) โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปีมะเมีย ลองสังเกตดูบ้าง ปีอะไรมะเมีย (คุณครูคณิตา) มะเมียคืออะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ)ร้องหี๊ ๆ คืออะไร มะเมียม้านั่นเองนะครับ แล้วก็ตามกันเลย ก็คือปีมะแม มะแมก็คือร้อง แบะ ๆ ๆ ๆ แพะนะครับ ต่อไปครับ วอก ซนเหมือนวอก วอกคืออะไร ครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา)เหมือนลิงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วอก คือ ลิง (คุณครูคณิตา) ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ระกา คือ ปีขันปลุกเราทุกเข้าเลย ขันปุกเราทุกเช้าเลย ระกา ก็คือไก่ (คุณครูคณิตา) น้องกุ๊กไก่นะคะ ต่อมาค่ะ มาดูนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่ารักจังเลย ตัดผมทรงหน้าม้าด้วยนี่คือ (คุณครูคณิตา) ปีของสุนัข (คุณครูปรเมษฐ)แล้วที่เขาบอกว่า "ไอ้พวกนี้ปากปีจอ" ก็คือปาก (คุณครูคณิตา) ปาก (คุณครูปรเมษฐ) สุนัข (คุณครูคณิตา) ปาก... ดีกว่าค่ะ แต่มันเป็นสิ่งที่เราไม่ควรไปกล่าวว่าผู้อื่นนะคะ เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่จะนักเรียนจะได้รู้ เดี๋ยวโดนคนอื่นถามว่าปากปีจอคืออะไร นี่ครูก็แนะนำให้เป็นที่เรียบร้อยนะครับ (คุณครูคณิตา)ต่อมาค่ะ ปีอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) น่ารักจังเลยนี่ ปีกุน กุน คือ หมูพอกุนจบปุ๊บ ก็ไล่ไปหนูใหม่เดี๋ยวไล่อีกครั้งหนึ่งได้ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไปดูอีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ)ชวด หนู ฉลู วัว เถาะ กระต่ายเสือ เถาะ กระต่าย มะโรง งูใหญ่ เส็ง งูเล็กมะเมีย ม้า, มะแม แพะ,วอก ลิง, ระกา ไก่, จอ สุนัข,กุน หมู นะครับ เด็ก ๆ ครับ บางครั้งนี่อาจจะจำไม่ได้นะครับ นักเรียนอย่าลืมนะครับ ปีนักษัตรเป็นปีเกิดของนักเรียน อย่างเช่นครูคณิตาเกิดอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) ปีกุนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างครูนี่ปีชวดนะ ครูนี่เป็นหนูนะครับ หนูกับกันไหมนี่ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจค่ะ โอเคค่ะ เดี๋ยวเราไปศึกษากันต่อนะคะ คราวนี้กลับมาค่ะ วัน เดือน ปี แบบไทยค่ะ วันเดือนปีแบบไทยนี่เราจะนับเวลาตามอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่า "การนับตามจันทรคติ"ดูดวงจันทร์เป็นเกณฑ์นะครับ (คุณครูคณิตา)ดูวันอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ดูดวงจันทร์ดูวันข้างขึ้นข้างแรม เพื่อใช้ในวันสำคัญทางประพุทธศาสนานักเรียนสังเกตเห็นรูปภาพไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นคือรูปอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) รูปของอะไรเอ่ย อมยิ้มหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) พระจันทร์ยิ้มหรือ (คุณครูคณิตา) ไม่น่าใช่นะคะ น่าจะเป็นรูปของดวงจันทร์ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พระจันทร์คืนแรกวับแวมอยู่บนปลายฟ้าพอดวงที่ 2 นี่ พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวทิศที่มืดข้างดวงนี่ (คุณครูคณิตา) น่าจะเป็นข้างแรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พระจันทร์เต็มดวงนี่ที่เด็ก ๆ เห็นนี่ หรือว่าที่เด็ก ๆ เรียกว่า "คืนวันก็จะเป็นพระจันทร์รูปเต็มดวงใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนใหญ่นี่มันจะอยู่ข้างขึ้นใช่ไหมคะ วันจันทรคตกันกับการดำเนินชีวิตของคนไทยเรา เกี่ยวในการนับ วัน เดือน ปี แบบไทย เดี๋ยวจะให้คุณครูสังคมฯ นี่ขยายความกับครูจะเข้าใจข้างขึ้นข้างแรม เพราะมันจะเกี่ยวกับน้ำขึ้นน้ำลงหลายอย่าง หลายสิ่ง เป็นการบูรณาการเลยนะครับ (คุณครูคณิตา)วันนี้นะคะ คุณครูก็มีตัวอย่างให้นักเรียนได้ดูกัน นักเรียนสังเกตได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐการบอกวันเดือนปีแบบไทยนี่หากเป็นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐจะอ่านว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ว่าอาทิตย์ขึ้น 12ค่ำ เดือน 4 ปีชวด (คุณครูคณิตา) เอ๊ หรือถ้าเราเอาวันอาทิตย์ เดือน 4 ขึ้น 12 ค่ำปีชวดนี่ได้ไหมคะ ได้ไหม (คุณครูปรเมษฐ) วันอาทิตย์เดือน 4ขึ้น 12 ค่ำ ปีชวด (คุณครูคณิตา) ไม่ผิดใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ผิดครับ มีการอ่านตามบรรทัดฐานของภาษาไทยนะครับ สมัยก่อน ที่ครูเรียนนี่การอ่านนี่นะครับ คุณครูเขาจะสอนว่าอ่านไล่ไปเลยอย่างเช่นอันนี้นะ ขึ้น 12 ค่ำเดือน 4 ปีชวด แต่ตามบรรทัดฐานนักเรียนจะอ่านแบบนี้ วันอาทิตย์ เดือนสี่ ขึ้น 12 ค่ำ ปีชวดนะ (คุณครูคณิตา) ไม่ผิดนะคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) อันที่ครูอ่านอันหลังนี้ถูกต้องเลย เดี๋ยวลองถามครูคณิตานะครับ ที่ครูอ่านนี่มันมาจากอะไรบ้าง (คุณครูคณิตา)เลข 1 เลข 1 ด้านหน้าเครื่องหมายไปยาลน้อยใช่ไหมคะ เลข 1นี่ มาจากอะไรเอ่ย เมื่อกี้วันอะไรคะ วันอาทิตย์ใช่ไหมคะ แสดงว่ามันมาจากอะไรจากวันค่ะ เก่งมากนะคะ 4 ค่ะ เลข 4 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูออกเสียงว่า "เดือนสี่" (คุณครูคณิตา) ก็คือเดือนนั่นเอง ต่อมาค่ะ ขึ้น เพราะอะไรคะ เมื่อกี้ครูบอกแล้วใช่ไหมคะ ตัวเลขอยู่ด้านบนเครื่องหมายไปยาลน้อยแต่ถ้าตัวเลขอยู่ด้านล่าง เครื่องหมายอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างแรม (คุณครูคณิตา) ฉะนั้นนี่ 12 ตัวเลขนี่อยู่ด้านบน (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะเป็นขึ้น 12 ค่ำ เลข 12 ค่ำที่ครูบอก ขึ้น 12 ค่ำ ส่วนคำสุดท้าย ปีชวด เห็นอยู่แล้วนะครับ ปีจะมาทีหลังเพื่อนนะ เดี๋ยวครูคณิตาจะไปบอกหลักการอ่านที่ถูกต้องนะครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาเรียนรู้เพิ่มเติมกันต่อเลยนะคะ วัน เดือน ปี แบบไทยนี่ ใช้ตัวเลขที่แสดง วัน เดือนนะคะ ข้างขึ้น ข้างแรม และปีค่ะ โดยมีเครื่องหมายเครื่องหมายอะไรคะ เครื่องหายไปยาลน้อยหรือ (คุณครูปรเมษฐ) อังคั่นเดี่ยว (คุณครูคณิตา) แยกตัวเลขออกจากกันนั่นเอง คราวนี้เรามาเจาะจงกันดีกว่า วัน วันคือ ตัวเลขด้านหน้าของเครื่องหมายอังคั่นเดียวใช่ไหมคะ บอกชื่อวันทั้ง 7ก็คือวัน... วันอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ตั้งแต่วันอะไร วันที่ 1 วันอาทิตย์ ไปจบที่วันจันทร์เลข 7 คือ วันเสาร์ ที่เหลือเด็ก ๆ ไล่เอง (คุณครูคณิตา) ต่อไปเรามาดูเดือนกันดีกว่านะคะ เดือน ก็คือตัวเลขที่อยู่ด้านหลังของเครื่องหมายอังคั่น... (คุณครูปรเมษฐ) เดี่ยว (คุณครูคณิตา) ค่ะ เครื่องหมายอังคั่นเดี่ยวอังคั่นเดียวนะคะ ครูปรเมษฐรับมุกเก่งจังเลยนะคะ บอกชื่อเดือนแบบไทย ทั้ง 12 เดือนอย่าลืมนะคะ เดือนแรก คือ เดือนอ้าย เดือนอ้าย คือ เดือน เดือนอะไรเอ่ยเดือนธันวาคมต่อมาค่ะ เอ๊ เมื่อกี้นักเรียนเห็นแว๊บ ๆ ไหมคะ มันจะมีคำว่า "ประมาณ" อยู่ ตรงการนับวันใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอธิบายหน่อยได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คนไทยนี่จะนับเป็นการประมาณนะ วันที่ 1 - 30 นี่ เรานับตามข้างขึ้นข้างแรม 1 - 30 ในรอบเดือนนะครับ เพราะฉะนั้น เดือนสากลกับเดือนไทยจะไม่เหมือนกัน อย่างเช่น นับว่า วันขึ้น 1 ค่ำขึ้น 2 ค่ำ ไร่ไปเรื่อย ๆ ก็จะไปจบที่ 15 ค่ำพอจบ 15 ค่ำปุ๊บ ก็จะไปขึ้นใหม่ที่แรม 1 ค่ำ จนครบ 30 แล้วก็คือจบ 1 เดือน เพราะฉะนั้น วันของคนไทยมีแค่ 30 วันไม่เหมือนของสากล ที่มกราคมจะมี 31 (คุณครูคณิตา) กันยายน (คุณครูปรเมษฐ) กันยายน มี30 นี่คือเดือนสากล เดือนไทยเรานี่ เราเอาข้างขึ้นข้างแรมเป็นเกณฑ์มันจะไม่ตรงกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วคำว่า "อ้าย", "ยี่","สาม", "สี่", "ห้า", "หก", "เจ็ด", "แปด" นี่ เขานิยมเขียนตัวอักษรแล้วไม่นับเป็นตัวเลขล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การนับแบบโบราณ อ้าย คือ 1 อี่สาม แล้วก็ไล่สี่ไปจนจบสิบสองนะแต่โบราณนับยิ่งกว่านั้นอีก เขานับว่าอ้าย อี่ อาน นี่นับตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ก็คือ 1, 2, 3 นี่ล่ะก็เป็นเกร็ดความรู้ที่บอกให้เด็ก ๆ นักเรียนเคยดูนิทานเพื่อนบ้านไหมครับ การ์ตูนเรื่อง ปลาบู่ทองไหมครับ ปลาบู่ทองไหมครับ อ้าย ก็คือ 1 นั่นเอง อ้าย อี อามไล่ไปเรื่อย ๆ นะครับ อันนี้ก็คือการนับแบบโบราณ คราวนี้มานับแบบเดือน ก็คืออ้ายกับยี่นะครับ ที่เหลือก็ตามไปเลย จนจบครบ 12 นั่นเอง (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อไปเรามาดูข้างขึ้นกันนะคะ ข้างขึ้นนี่ ก็คือของเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยวนะคะ บอกช่วงเวลา1 ค่ำ จนไปถึงขึ้น 15 ค่ำ ตามที่ครูได้กล่าวไว้นะคะ ต่อมาค่ะ ข้างแรมค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างแรม ก็คือเครื่องหมายที่อยู่ด้านล่างเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยว ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ จนถึง แรม 15 ค่ำ นะครับ การนับเดือนแบบไทยนะครับ นับข้างขึ้นข้างแรมนี่ อย่างละ 15 วัน รวมแล้วก็เป็น 1 (คุณครูคณิตา) 1 เดือนค่ะ อย่าลืมนะคะ การนับแบบไทยนับแค่ 30 วันเท่านั้นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เกร็ดความรู้ค่ะ คุณครูปรเมษฐมีเกร็ดความรู้อะไรมาฝากเด็ก ๆ บ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "ข้างขึ้น" นี่ ก็คือพระจันทร์เริ่มจะขึ้น 1 ค่ำ เป็นข้างขึ้น ไล่ไปจนจบครบ 15 ค่ำจนพระจันทร์เป็นอย่างไรครับ พระจันทร์เต็มดวง หรือคืนจันทร์วันเพ็ญน่ะ เราจะเรียกคืนนั้นว่า "คืนเดือนหงาย" นะครับ ส่วนข้างแรม ก็คือพระจันทร์จะเริ่มมืดลงจนดวงจันทร์ก็จะหายไปใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ค่อย ๆ หายไป ๆ ๆ จนถึงแรม 15 ค่ำเราจะมองไม่เห็นพระจันทร์เลยนะครับ อันนี้เรียกว่า "คืนเดือนดับ" หรือ "คืนเดือนมืด" นั่นเองเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูปีกันบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) ก็คือชื่อปีแบบไทย จะอยู่หลังตัวเลขบอกชื่อเดือนแบบไทยนะคะ ชื่อปีนี่จะใช้ตามนักษัตร 12 ราศีค่ะ เด็ก ๆ คะ เรามาสังเกตตัวเลขกันดีกว่านะคะ ด้านบนค่ะ เลข 12 นะคะ เรียกว่า "ข้างขึ้น" ค่ะ หากตัวเลข 12 อยู่ด้านล่างเราจะเรียกว่าอะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) "ข้างแรมครับ" (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้างแรมนะคะ แทน... (คุณครูปรเมษฐ) เลข 5 คือ วันครับ วันทั้งเจ็ด (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น 5 ก็เดี๋ยวไปดูว่าวันอะไรอังคั่นเดี่ยว คือ เลขของเดือนครับ 12 เดือนปี ตามรอบปีนักษัตรนะครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐลองดูสิคะ ลองอ่านดูสิ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ผมอ่านให้นักเรียนฟังก่อนใช่ไหมครับ แล้วเดี๋ยวครูคณิตาเฉลยว่าถูกเปล่า ทบทวนความรู้ครูนะครับ วันพฤหัสบดีวันพฤหัสบดี เดือนสาม ขึ้นสิบสองค่ำ ปีฉลู (คุณครูคณิตา) มาดูสิ ถูกหรือเปล่า ถูกต้องค่ะ คุณครูปรเมษฐเก่งมากเลยนะคะ วันพฤหัสบดี เดือนสาม ขึ้นสิบสองค่ำ ปีฉลู นี่คือการอ่านนะคะ ที่ถูกต้องค่ะ ต่อมาค่ะ เด็ก ๆ คะ ลองช่วยกันอ่านสิคะ ครูให้เวลา 30 วิ (นาที) ค่ะ ตัวเลขด้านล่าง ตัวเลขด้านล่างนี่แรมถูกไหมคะ เดือน เลข 7แทนวัน ด้านล่าง เป็นข้างขึ้น ข้างแรม นี่เป็นชื่อเดือน แล้วสุดท้ายปีชวด ก็คือปีนั่นเองเฉลยดีกว่าวันเสาร์ เดือนยี่ แรมแปดค่ำปีชวดนะคะ เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ถามคุณครูปรเมษฐบ้างดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 3 คือ วันอาทิตย์2 วันจันทร์ 3 วันอังคาร วันอังคาร เดือนอ้าย ขึ้นห้าค่ำปีขาล (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะตอบได้หรือยังเอ่ย เหมือนครูปรเมษฐหรือเปล่า เฉลยค่ะ วันอังคาร เดือนอ้าย ปีขาลค่ะ ถูกต้องค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาต่อกันเลยดีกว่านะคะ อย่างรวดเร็วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หัวหน้าห้องอ่านครับ ข้อนี้วันอะไร เดือนอะไรบอกให้ก็ได้ แรมอะไร ปีอะไร อ่านครับ (คุณครูคณิตา) เฉลยเลย วันพฤหัสสบดี เดือนยี่ แรมแปดค่ำ ปีเถาะ นั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูอีกข้อหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) 1 วันอะไรหนอ แล้วก็ 1 เดือนอะไรหนอ เด็ก ๆ อ่านครับ เฉลยวันอาทิตย์ เดือนอ้าย ขึ้นสิบค่ำ ปีมะโรง (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ อีกข้อหนึ่งค่ะ อ่านเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันศุกร์เดือนสิบสอง แรมแปดค่ำ ปีมะเมีย (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า เดี๋ยวเรามาดูพร้อม ๆ กันเลย (คุณครูปรเมษฐ) ให้เปลี่ยนเดือนสากลใช่ไหมครับ ให้เป็นเดือนแบบไทย เดือนมกราคมน่าจะตรงกับเดือนอะไร แล้วอ่านพร้อม ๆ กันเลยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัเมื่อวันจันทร์เดือน เดือน เดือนยี่ นั่นเองนะครับ มกราคม ถ้าเทียบ ก็คือเดือนยี่ (คุณครูคณิตา) อย่าหลงไปเดือนอ้ายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)อันนี้ง่ายมากเลย วันเพ็ญเดือนอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เดือนอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เดือน (คุณครูคณิตา) เดือนสิบสองสิบสอง พฤศจิกายน ก็คือ เดือนสิบสองนะครับ ต่อไปนะครับ วันปีใหม่ของชาวบ้านของไทย คือ วันสงกรานต์ ตรงกับเดือนเมษายนนี่คือเดือนอะไร เดือน เดือนห้าหน้าแร้ง ลมแรงพัดช่อมะม่วง นี่ เพลงเขายังร้องเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อไปค่ะ เป็นเพลงอีกแล้ว ย่างเข้าเดือนหกฝกก็ตกพรำ ๆ นี่เป็นเพลงทั้งนั้นเลยครูคณิตาใช้เพลง แล้วก็เอาไปแต่งนะครับ น้ำหลากมาในเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายนนี่ ทันทอดกฐินนี่เดือน 11 น้ำนอง เดือน 12น้ำส่ง ทอดกฐินกันนะครับ (คุณครูคณิตา) คราวนี้เดี๋ยวให้นักเรียนค่ะ หยิบสมุดขึ้นมานะคะ แล้วก็เตรียมจดนะคะ จดไปนะคะ วัน... เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าอันนี้เป็นตัวอย่างให้นักเรียนจดด้านบนนะคะ ก็คือ 1 วันอาทิตย์ เดือนอ้ายขึ้น 1 ค่ำ ปีชวด หลังจากนั้นนี่ ให้นักเรียนแปลงมมาเป็นการเขียน เขียนแบบไหนคะแบบไทย พร้อมหรือยังเอ่ยสั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เขียนเลยก็ได้ครูคณิตา เขียนเป็นแบบไทยนะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลา (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องลอกโจทย์ก็ได้นะ (คุณครูปรเมษฐ) (คุณครูคณิตา) วันพุธ เดือนสี่ แรม 6 ค่ำปีเถาะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูปลายทางช่วยดูนักเรียนในการวางเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยวด้วยนะครับ คุณครูช่วยดูด้วยนะครับ เฉลยเลยครับ (คุณครูคณิตา) เฉลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือวันพุธ แรม 6 ค่ำปีเถาะนั่นเองนะครับ คราวนี้เขียนให้เป็นตัวหนังสือ เป็นคำอ่าน ลองเขียนครับ เด็ก ๆ 3 วันอะไรหนอ3 (คุณครูคณิตา) ขึ้น (คุณครูปรเมษฐ)น่าจะขึ้นนะ อยู่ข้างบนน่ะ (คุณครูคณิตา) น่าจะขึ้นนะเดือนสาม ปีขาล เฉลยเลยค่ะ วันอังคาร ขึ้น 3 ค่ำ เดือนสาม ปีขาล นะคะ 15 ค่ำนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ อีกข้อหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ไม่บอก (คุณครูคณิตา) ให้เวลา10 วิฯ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ นับได้เลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ หมดเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยเลย วันเสาร์เดือนสิบสอง ขึ้น 15 ค่ำ ปีขาล (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้เข้าสู่กิจกรรมกันดีกว่าค่ะ นักเรียนคะ ใบงานของนักเรียนอยู่ไหนเอ่ย ใบงานของนักเรียนค่ะ ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงาน เรื่อง อ่านวันเดือนปีแบบไทยค่ะ คำชี้แจงนะคะ สำหรับนักเรียนปลายทางและคุณครูปลายทางค่ะ ให้นักเรียนอ่านวันเดือนปีแบบไทยค่ะ แล้วบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูปลายทางคุณครูจะต้องช่วยดูแลนักเรียนนะครับ เรื่อง การเขียนเครื่องหมาย เพราะว่า การเขียนเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยวนี่ถ้าเด็ก ๆ จำผิดหรืออะไรนี่ จะจำผิดไปตลอดเพราะฉะนั้น คุณครูช่วยตรวจสอบ แล้วก็แนะนำนักเรียนด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือรูปแบบของใบงานนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเท่าไรนี่ (คุณครูคณิตา) มี 2 ใบด้วยกันมี 2 แผ่นนะคะ ให้นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เขียนคำอ่านมีทั้งหมด 5 ข้อ ใช่ไหมครับ อีกใบหนึ่งล่ะครับ อีกใบหนึ่งก็คือให้เขียนวัน เดือน ปี แบบไทย ก็มี 5 ข้อ เด็ก ๆ ง่ายมาก คุณครูคณิตา ผมให้เวลาเองเลย10 นาทีต้องเสร็จ ข้อละ 1 นาทีครับ ลงมือปฏิบัติ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน เอาล่ะค่ะ เรามาถึงช่วงสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้กันนะคะ คุณครูมีคำถามที่จะมาถามนักเรียนนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามแรกนะคะ นักเรียนมีหลักในการอ่านและเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยอย่างไรหลักในการอ่านและเขียน วัน เดือน ปี แบบไทย นักเรียนมีหลักอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หลักในการเขียนวันเดือนปีแบบไทย ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐจะให้จำได้ สามารถอ่านได้ คุณครูมีวิธีการอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) วิธีการของครูนะครับ นักเรียนครับ นักเรียนยึดเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยวเลยนะครับ อังคั่นเดียวเป็นศูนย์กลาง ข้างหน้าเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยว คือ วัน ข้างบนเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยว คือ ข้างขึ้น มีอยู่ด้วยกันตั้งแต่ 1 - 15 แล้วก็ตัวเลขที่จะเขียนข้างล่างเครื่องหมายอังคั่นเดี่ยว คือ ข้างแรม ก็จะมีอยู่ด้วย กัน 1-15 เช่นเดียวกัน หลังเครื่องหมายอังคั่นเดียว ก็คือเดือน ตั้งแต่เดือนอ้ายถึงเดือนสิบสอง ปีก็มีอยู่แค่ 12 ปีนักษัตรนะครับ อ่านตามนั้นได้เลย อันนี้ที่ครูทำให้นักเรียนดูนะ อังคั่นนี่นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็เป็นหลักการจำนะคะ เป็นหลักการจำอย่างดีเลยนะคะ ให้นักเรียนอ่าน วัน เดือน ปี แบบไทยได้อย่างถูกต้องค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงคำถามที่ 2 ค่ะ คำถามที่ 2 ค่ะ การเรียนรู้การอ่าน วัน เดือน ปี แบบไทยนี่ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง นักเรียนตอบได้เลยค่ะ มีประโยชน์อย่างไรเอ่ย ตอบกับคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) การอ่าน วัน เดือน ปี แบบไทย มีประโยชน์มากครับครูคณิตาสำหรับนักเรียนที่ชอบศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ หรือพงศาวดารต่าง ๆ เขาจะไม่ได้เขียนวันเดือนปีแบบสากลลงไป เพราะฉะนั้น ถ้าเด็ก ๆ มีความรู้เรื่องการอ่านอ่าน วัน เดือน ปี แบบไทยนี่ นักเรียนจะสามารถรู้ได้ถึงว่า ที่เขาเขียนนั้นตรงกับปีอะไร ขึ้นอะไร แรมอะไร แล้วเราก็จะมาเปิดเทียบกับปัจจุบันได้ อันนี้คือประเด็นที่ 1 ประเด็นที่ 2 นี่ถือเป็นการอนุรักษ์อนุรักษ์ ณ ที่นี้ คือ การอนุรักษ์ เพราะฉะนั้น ครูมอบหมายให้นักเรียนนะครับ ที่ห้องนักเรียนจะมีกระดาน กระดานดำหรือกระดานไวท์บอร์ดก็แล้วแต่ ให้นักเรียนเขียน วัน เดือน ปี แบบไทยตลอดเลยโรงเรียนครูก็เช่นเดียวกัน ลูกศิษย์ครูที่อยู่วังไกลกังวลก็จะต้องเขียนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น นักเรียนที่เป็นลูกศิษย์ครูที่อยู่ปลายทาง ก็ให้เขียน วัน เดือน ปี แบบไทยขึ้นกระดาน แล้วก็เปลี่ยนทุกวัน ให้ทำเพราะเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและศิลปะที่คนโบราณได้คิดมานะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ จากการฟังคุณครูปรเมษฐได้กล่าวไว้นะคะ ก็คือมีประโยขน์มากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ ที่คุณครูปรเมษฐได้กล่าวไว้ ก็คือให้นักเรียนนะคะ เขียน วัน เดือน ปีแบบไทยนี่ทุก ๆ วัน เพื่อเป็นการฝึกฝนด้วย นอกจากนี้นี่ (คุณครูปรเมษฐ) มีอีกข้อหนึ่งสำคัญมากเด็ก ๆ ครับ ออกข้อสอบ O-Net ทุก ๆ ปีอย่างน้อยปีละ 1 - 2 ข้อ อย่างน้อยที่ครูให้หนูเขียนทุกวันนี่ เพื่อคะแนนในข้อสอบ O-Net จะต้องถูก เขียนทุกวันบนกระดาน แล้วออกข้อสอบ O-Netแน่นอนครับ เรื่อง วัน เดือน ปี แบบไทย (คุณครูคณิตา)อย่ามัวแต่เขียนอย่างเดียวนะคะ ต้องฝึกอ่านด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นนี่ นักเรียนก็จะไม่ทราบนะคะ ว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนอ่านว่าอย่างไร เดี๋ยวจะตอบข้อสอบในไม่ได้นะคะ เอาล่ะค่ะ ชั่วโมงถัดไปหรือบทเรียนครั้งถัดไป เราจะเรียนเกี่ยวกับอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะเรียน เรื่อง การอ่านคำที่มีอักษรนำ นะครับ เด็ก ๆ จะต้องเตรียมตัวดังนี้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. คือ ใบความรู้ เรื่อง อักษรนำ ค่ะ 2. ใบงาน เรื่อง คิดอ่านเขียนอักษรนำค่ะ ซึ่งคุณครูและนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ ครูทั้ง 2 คนขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]