[เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทาง แล้วก็นักเรียนปลายทางที่รักของครูทุกคนนะครับ วันนี้ก็มาพบกับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด กับครูคณิตาหนุนอนันต์ นะครับ ในรายวิชา... (คุณครูคณิตา) วิชาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใรชั่วโมงที่แล้วที่ครูบอกให้นักเรียนนั้นไปค้นคว้าหานิทานที่อยู่ในท้องถิ่นของตนเองนะครับ ครูเชื่อว่าลูกศิษย์ของครูทั่วประเทศนี่ ไปค้นคว้านิทานใน นำมาเล่าให้เพื่อนฟังในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงเรียนในเรื่องของการเล่านิทานจากเรื่องนิทานพื้นบ้านนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาเรียนมาดูจุดประสงค์กันเลยดีกว่าไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้รู้ว่าทำอะไรบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อที่ 1 นะคะ นักเรียนสามารถบอกหลักการเล่านิทานได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) เล่านิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนเองและในท้องถิ่นอื่นได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 3 ครับ (คุณครูคณิตา) ก็คือเห็นประโยชน์ของการเล่านิทานพื้นบ้านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งที่เด็ก ๆ ปฏิบัติในชั่วโมงนี้นะครับ ตามที่ครูได้ให้นักเรียนไปศึกษาหานิทานพื้นบ้านใช่ไหมครับ คราวนี้จะต้องมีการออกมาเล่านิทานให้กับเพื่อน ๆ ฟัง คุณครูมีความคิดเห็นอย่างไรในการที่จะให้นักเรียนออกมาเล่า (คุณครูคณิตา) นักเรียนอยากได้แบบไหนคะ ตอบคุณครูได้ไหมคะ ในใจนี่คุณครูนี่ก็อยากให้นักเรียนค่ะ ออกมาเล่าเลยค่ะ แต่เวลานี่อาจจะกินเวลาไปหลายชั่วโมงใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งตัวแทนที่ให้นักเรียนเสนอตัวเองเลย ว่าเรื่องของใครที่คิดว่าถ้าฉันนำเสนอเพื่อนจะต้องจะต้องเป็นที่ถูกใจ ให้คนนั้นออกมาเลยครับ นักเรียนปลายทางส่งตัวแทนออกมาเล่านิทานครับ หน้าชั้นเรียนเลย ออกมาเลยลูก เดินออกมาเลยนะครับ เดี๋ยวให้เล่านิทาน ให้สักกี่นาทีดีครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 3 นาทีพอไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 นาที ได้เลยครับ จบพอดี 3 นาที หนู ๆ ครับ เชิญเลยครับ เล่านิทานให้เพื่อน ๆ ฟัง 3 นาทีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือให้เพื่อนคนที่เป็นตัวแทนออกมาเล่านิทานนะครับ เก่งมากเลยนะครับ จากที่ได้ฟังนิทานไปหลายเรื่องเลย ทั้งประเทศนี่เล่ากันมาหลายเรื่อง ก็สนุกสนาน เป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งนะครับ คราวนี้ครูก็มีคำถามนักเรียนได้เล่านิทานไป ครูก็มีคำถามที่จะมาให้นักเรียนทุกคนได้ตอบกันนะครับ ข้อที่ 1 ค้นคว้านิทานพื้นบ้านที่ออกมาเล่านี่ครับ ค้นคว้าว่านิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นตนและท้องถิ่นอื่นด้วยวิธีใด ให้นักเรียนตอบคำถาม ยกมือตอบกับคุณครูได้เลย แต่ละคนวิธีอาจจะไม่เหมือนกันนะครับ ให้เวลา 5 วินาที ตอบคำถามกับคุณครูครับ เป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เป็นอย่างไรนี่ หมายความว่าอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเก่งมากเลย แต่ละคนต่างแย่งกันตอบ แสดงว่าค้นคว้ามาได้หลายวิธีนะครับ คุณครูคณิตาครับ ถ้าคุณครูคณิตาเป็นนักเรียน คุณครูคณิตาจะทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บุคคลใกล้ตัวก่อนค่ะ ซึ่งบุคคลใกล้ตัวในที่นี้ อาจจะเป็นคุณตา คุณยาย หรือว่าผู้ที่มีความอาวุโสกว่าค่ะ หรือหากเราไม่ได้ถามคนใกล้ตัวเรา หรืออาจจะถามรู้ก็ได้ค่ะ หรือนอกจากนี้ค่ะ อินเทอร์เน็ตค่ะ ยุคสมัยนี้นะคะ อะไรสามารถที่จะสืบค้นได้ ฉะนั้นนี่ นักเรียนสามารถที่จะค้นคว้าหาความรู้ นิทานพื้นบ้านได้หลายทางเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นวิธีการของคุณครูคณิตาที่แนะนำหนู ๆ นะครับ วิธีการแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันน ี่แนะนำหนู ๆ นะครับ วิธีการแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันไม่เป็นอะไรครับ ขอให้ได้มาซึ่งนิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นตนและท้องถิ่นอื่นก็พอครับ ต่อไป นิทานพื้นบ้านที่นักเรียนค้นคว้ามานี่ครับ มักเป็นลักษณะใด เรื่องราวลักษณะใด ให้นักเรียนตอบคำถามกับคุณครูได้เลยครับ ให้เวลา 5 วินาทีนะครับ คุณครูคณิตา ลูกศิษย์เรานี่ ตอบคำถามกัน ตอบกัน ยกมือทุกคนเลย คุณครูปลายทางตามไม่ทัน ค้นคว้านิทานพื้นบ้าน คุณครูคณิตาครับ ส่วนมากแล้วนี่ ถ้านิทานพื้นบ้านส่วนใหญ่ น่าจะเกี่ยวกับภูมิประเทศเช่นเดียวกันใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วหากเป็นความเชื่อก็เกี่ยวกับพวกภูตผี (คุณครูคณิตา) อันนี้ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น ประจวบคีรีขันธ์ก็จะมีนิทานอยู่เรื่องหนึ่ง ที่อำเภอปราณบุรี เป็นนิทาน เรื่อง เจ้าแม่จระเข้ปากแม่น้ำปราน นะครับ เจ้าแม่ก็ถือว่าเป็นความเชื่อถือในชุมชน เล่ากำกับสร้างความน่าเคารพ ศรัทธา เลื่อมใส ของคนในชุมชนอันนี้ถูกต้องไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เรื่องราวเหล่านี้นะคะ ถือว่าเป็นนิทานพื้นบ้านหรือเรื่องเล่าในพื้นบ้านนั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ไปต่อกันเลยดีกว่านะครับ มีอีกคำถามหนึ่ง นิทานพื้นบ้านนะครับ มีคุณค่าทางด้านจิตใจอย่างไร เมื่อเราอ่านนิทานพื้นบ้านแล้วนี่ ส่งผลต่อจิตใจเราอย่างไร ให้คุณค่าอะไรกับตัวเราบ้าง เด็ก ๆ ตอบคำถามนะครับ ให้เวลาคิด ตอบกับคุณครูได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ยกมือตอบคำถามได้เลยค่ะ หรือจะตอบพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ นักเรียนตอบแล้วหรือยังคะ ให้คุณค่าทางด้านจิตใจอย่างไร มีเสียงกระซิบจากจังหวัดไหนไหมนะ โอ้โห แย่งกันตอบมากเลยค่ะ ไม่รู้เลยว่าเป็นจังหวต่อจังหวัดไหนเยอะแยะมากมายนะคะ คุณครูคณิตาสรุปให้ดังนี้ค่ะ คุณค่าทางด้านจิตใจนะคะ เกี่ยวกับเรื่องนิทานพื้นบ้านหรือนิทานท้องถิ่นค่ะ ก็คือจะให้เกี่ยวกับเรื่องสนุกสนานค่ะ ความบันเทินใจและเป็นการปลูกฝังค่ะ ปลูกฝังอะไรเอ่ย ปลูกฝังให้รักในท้องถิ่นของตนเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ คือ คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน ที่มีในแต่ละท้องถิ่นนั่นเองนะครับ นักเรียนคิดว่าจะเล่านิทานอย่างไร จึงจะทำให้ผู้ฟังสนุกและคล้อยตาม นักเรียนลองคิดสิ หนูจะมีวิธีการอย่างไรล่ะ ที่จะทำให้ผู้ฟังนั้นสนใจในเนื้อหานิทานเรา แล้วคล้อยตามในสิ่งที่เราเล่าให้เขาฟัง ให้เวลาตอบครับ 5 วินาทีพอ 5 นาทีนานไปนะครับ (คุณครูคณิตา) ตอบหรือยังคะ ตอบแล้วหรือยัง (คุณครูปรเมษฐ) ตอบแล้ว รวบรวมคำตอบลงมาให้หนู ๆ ได้ฟังกันดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องนะคะ ก็คือเราจะทำอย่างไรให้ผู้ฟังนี่รู้สึกอย่างไร ให้สนุกสนานและคล้อยตามใช่ไหมคะ อย่างแรกเลยค่ะ เราจะต้องใช้น้ำเสียงที่มีความดึงดูดค่ะ หากเป็นเรื่องเศร้าเรา ก็จะใช้น้ำเสียงที่โทนต่ำ หรือใช้น้ำเสียงที่หม่นหมองนะคะ น้ำเสียงที่หม่นหมองคืออย่างไร คือ น้ำเสียงที่ราบเรียบ บ่งบอกถึงการที่เราไม่มีความกระตือรือร้น หรือการแสดงให้เห็นถึงความดีใจ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเรา 2 นี่ จะเล่าเรื่องที่สนุกสนานแน่เลย เพราะว่าเราไม่ทำเสียงหม่นหมองเลยครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างหนึ่งค่ะ ที่จะทำให้ผู้ฟังสนุกและคล้อยตามนะคะ เด็ก ๆ คงจะชอบค่ะ นั่นก็คือสื่อประกอบนั่นเองค่ะ อาจจะเป็นตุ๊กตา อาจจะเป็นรูปภาพ อาจจะเป็นสถานที่ต่าง ๆ นะคะ เพื่อจะทำให้ผู้อ่านนี่เข้าใจและสื่อถึงอารมณ์ หรือว่าสัมผัสได้จริง จะทำให้สรุปได้ง่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เห็นครูคณิตาสรุปแล้ว เด็ก ๆ น่าจะได้ความรู้มากเลยทีเดียวนะครับ ต่อมาครับ เรามาดูกันนะครับ กว่าที่จะมาเป็นนิทานได้ 1 เรื่องนี่นะครับ ต้องผ่านการเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งอาจจะไม่มีการบันทึกเป็นหลักฐาน มักเป็นเรื่องราวจากจินตนาการ เป็นการแสดงออกถึงเชื่อของชาวบ้าน มักหาต้นกำเนิดไม่ได้ และมีการขัดเกลาเรื่องราวเพิ่มเติมตามจิตนาการ โดยมากเขาจะเรียกว่า "เรื่องราวที่จากปากสู่ปาก" นั่นเองครับ ก็เป็นนิทานพื้นบ้านจึงไม่ค่อยมีหลักฐาน คุณครูคณิตาฟังนิทานมาเรื่องหนึ่ง นำมาเล่าให้ครูปรเมษฐฟัง เมื่อครูปรเมษฐฟัง แล้วนำมาเล่าให้หนูฟังน่ะ ครูคณิตาคิดว่าเหมือนเดิมไหม (คุณครูคณิตา) อาจจะเหมือนหรือไม่เหมือน ขึ้นอยู่กับความจำแต่ละบุคคลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ให้มีอรรถรสสนุกสนานมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนด้วย บางทีเนื้อหาไม่ตายตัวด้วย ไม่มีหลักฐานที่จะมาอ้างอิงได้ เป็นนิทานมุขปาฐะนั่นเอง นี่คือนิทานพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่นนั่นเอง นี่คือนิทานพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่นนะครับ หนู ๆ ทุกคน เพราะฉะนั้น ครูจะให้หนูนั้นได้ศึกษาใบความรู้การเล่านิทาน โดยนักเรียนจะต้องทำอย่างไรครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนนะคะ บทบาทของคุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนนะคะ บทบาทของนักเรียนคืออะไร เอ่ยคะครูปรเมษฐให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค่ะ ศึกษาใบความรู้ความรู้ร่วมกันในกลุ่มค่ะ เป็นเวลากี่นาทีคะ (คุณครูปรเมษฐ) 5 นาทีครับ ลูกศิษย์ของครูเก่งอยู่แล้วครับ อภิปรายร่วมกันในกลุ่ม และสร้างแผนผังความคิดลงในสมุด เพราะเราจะได้มี เราสามารถจะรังสรรอย่างไรก็ได้ให้สวยงามนะครับ เป็นสมุดวิชาภาษาไทยที่น่าอ่าน ลงมือปฏิบัติครับ 5 นาที [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ ครูคิดว่าหนู ๆ ทุคน กลุ่มด้วยความสนุกสนาน แล้วก็ได้หลักการในการเล่านิทานเป็นของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวครู 2 คนจะเล่าให้นักเรียนฟังบ้าน ล้อมวงกันเข้ามาครับ เดี๋ยวเราจะจับเข่าเล่านิทานกันนะครับ ครูจะเล่านิทานที่นักเรียนไปเมื่อวานนี้นะครับ เรื่อง ตาม่องล่าย เล่าให้นักเรียนฟังแค่ครึ่งเรื่อง แล้วให้นักเรียนอ่านต่อให้นักเรียนฟังแค่ครึ่งเรื่อง แล้วให้นักเรียนอ่านต่อครูจะเล่าเต็ม ๆ เรื่องให้นักเรียนฟังนะครับ พร้อมหรือยังครับ ถ้าถ้าพร้อมแล้ว เราไปฟังนิทาน เรื่อง ตาม่องล่าย กันเลยนะครับ นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตาม่องล่าย นิทานประจำถิ่น ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรขันธ์ ครั้งหนึ่งมีครอบครัวเล็ก ๆ อยู่หมู่บ้านริมทะเล ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตาม่องล่ายและยายรำพึงมีลูกสาวแสนสวย ชื่อ ยมโดย (คุณครูคณิตา) ความงามของสาวยมโดยเป็นที่เลื่องลือ เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มใกล้ไกล ใครได้พบสาวยมโดย ต่างก็หลงรัก ต่างก็ต้องการเป็นคู่ครองทั้งนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ยมโดยจ๋า รักกับพี่ไหมจ๊ะ (คุณครูคณิตา) ยมโดยจ๋า รักกับพี่ดีกว่าจ้ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความงามของสามยมโดย เลื่องลือไปถึงหูเจ้าลาย เจ้าลายคิดอุบายปลอมตัวเป็นชาวเรือ นำปลาไปขายที่หมู่บ้านของตาม่องล่าย มาจากเมืองเพชร ก็ต้องพูดเพชรบุรี เห็นว่าลูกสาวของาจากเมืองเพชรก็ต้องพูดเพชรบุรี เห็นว่าลูกสาวของตาม่องล่ายสวยนักหนา ข้าจะปลอมตัวเป็นชสิว่าหน้าตานั้นจะเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ขณะเดียวกัน ความสง่างามของเจ้าลายเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่ว ยายรำพึง เป็นที่กล่าวถึงไปทั่วเล่าลือ ก็อยากเห็นหน้าหนุ่มเจ้าลายเช่นกัน (คุณครูคณิตา) พี่ลายน่ารักจังเลย (คุณครูปรเมษฐ) วันหนึ่ง เรือประมงของเจ้าลายเดินทางมาถึงท่าเรือของตาม่องล ยายรำพึง ทำให้พบกับยมโดยจน เกิดความรักต่อกัน (คุ(คุณครูคณิตา) ตั้งแต่วันั้นเป็นต้นมาเป็นประจำ ยายรำพึงรักและเอ็นดูเจ้าลาย แต่ตาม่องล่ายกลับไม่พอใจ (คุณครูปรเมษฐ) เจ้าลายลื้อมาบ้านอั๊วทำไม ตาม่องล่าย เป็นคนจีน สำเภารำใหญ่ บรรทุกสินค้ามาจอดเทียบท่าของตาม่องล่าย เจ้ากรุงจีน พ่อค้าเจ้าของเรือพบยมโดย ก็หลงไหลความงามของนาง ก็ตกหลุม โอ้โหตั้งแต่ข้ามาสยามประเทศ ไม่เคยเจอใครสวยงามเท่านี้เลย ข้าจะไปสู่ขอเป็นภรรยาข้าให้ได้ (คุณครูคณิตา) เจ้ากรุงจีนก็พยายามเข้าใกล้ชิดและหาของกำนัลมีค่ามาให้ตาม่องล่าย จนตาม่องล่ายชื่นชมเจ้ากรุงจีน แต่ยายรำพึงกลับไม่พอใจ (คุณครูปรเมษฐ) มาบ้านข้าทำไม มาทุกวันเลยนะ เจ้าลายให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอยมโดยกับยายรำพึง ยายรำพึงเห็นว่าเจ้าลายและยมโดยรักใคร่ชอบพอกัน จึงตกลงรับหมั้น โดยไม่ได้เล่าให้ตาม่องล่ายฟัง เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวมาติดตมนะครับ (คุณครูคณิตา) ขณะเดียวกัน เจ้ากรุงจีนก็มาสู่ขอยมโดยกับตาม่องล่าย ตาม่องล่ายตกลง เพราะเจ้ากรุงจีนมีฐานะร่ำรวย โดยไม่บอกให้ยายรำพึงและยมโดยทราบเช่นกัน (คุณครูปรเมษฐ) เอาสิ อั๊วยกให้ลื้อเจ้ากรุงจีน ด้วยเหตุบังเอิญ ยายรำพึงกำหนดวัตแต่งงานรงกับวันที่ตาม่องล่ายนัดวันให้เจ้ากรุงจีนเช่นกัน เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) เจ้าลายก็พาขบวนกลองยาวร่ายรำกัน ในที่สุดขบวนแต่งงานทั้ง 2 ก็เดินทางมาประจันหน้ากัน เกิดความงงันแก่ผู้คน เอ๊ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันอย่างไรกันแน่นี่ สรุปว่าเจ้าจะแต่งงานกับลื้อจะแต่งงานกับมันแน่ เจ้าลายก็มาจากเพชรบุรี เอากลองยาวมา เมื่อตาม่องล่ายและยายรำพึ่งรู้ความจริง ต่างฝ่ายก็จะยกลูกสาวให้ทั้งคู่ ต่างฝ่ายโมโห จนเกิดเรื่องราวใหญ่โต (คุณครูคณิตา) ยายรำพึงทั้งเจ็บปวดใจทนความอับอายไม่ไหว จึงวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าไปสิ้นใจตายที่เขาแห่งหนึ่ง ต่อมาเขาลูกนั้นมีชื่อเรียกว่า "เขาแม่รำพึง" (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งอยู่ติดกับหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งของอำเภอสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชื่อว่า "หาดแม่รำพึง" ส่วนตาม่องล่ายโกรธจนคลุ้มคลั่ง จับยมโดยฉีกเป็น 2 ซีก ยมโดยไม่รู้เรื่อง ลูกสาวร้องไห้กับคนนู้น คนนี้ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด (คุณครูคณิตา) ซีกหนึ่งปาไปทิศเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าลาย ที่บ้านบางปู อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (คุณครูปรเมษฐ) อีกซีกหนึ่ง ตาม่องล่ายปาไปทิศตะวันออก ไปให้ถึงเกาะเมืองจีน จังหวัดจันทบุรี (คุณครูคณิตา) เรื่องราววุ่นวายได้จบลง ท่ามกลางความเศร้าสลดของทุกคน เจ้าลายโศกเศร้าเสียใจ ตรอมใจตายจนสิ้นชีวิต มีชื่อว่า "เขาเจ้าลาย" (คุณครูปรเมษฐ) ตั้งอยู่ ณ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ส่วนตาม่องล่ายรู้สึกผิด ทุกข์ใจมาก วัน ๆ เอาแต่กินเหล้า จนสิ้นใจตายที่เขาลูกหนึ่ง เขาลูกนั้นจึงได้ชื่อว่า "เขาตาม่องล่าย" ปรากฏอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ อันนี้ก็คือสภาพพื้นที่ ก็คือสภาพพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ก็จะมีเอาตาม่องล่าย อ่าวแม่รำพึง มีเกาะต่าง ๆ ซึ่งนิทาน เรื่อง ตาม่องล่าย ก็อธิบายภูมิประเทศจังหวัดประจวบฯ ได้เป็นอย่างดีครับ ปรบมือให้ครูทั้ง 2 คนครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่หนู ๆ นั้นได้ชมวีดิทัศน์ที่พี่ ม. 6 ได้เล่านิทานให้ฟังแล้ว ฟังครูเล่านิทาน เรื่อง ตาม่องล่าย แล้วนะครับ วันนี้หนูคงจะได้หลักการเล่านิทาน ที่อยู่ในองค์ความรู้ของหนูมากมายเลยทีเดียวนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปหลักการเล่านิทานด้วยกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการเล่านิทาน 1. ทำความเข้าใจ (คุณครูปรเมษฐ) ทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ ทำความเข้าใจในเรื่องของนิทาน จึงจะสามารถนำมาถ่ายทอดให้กับผู้ฟังได้เป็นอย่างดีครับ (คุณครูคณิตา) 2. เลือกใช้คำง่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้คำง่ายจะทำให้ผู้ฟังนั้นอยากฟังนิทาน เพราะว่าใช้ถ้อยคำที่ง่าย ง่ายต่อการเข้าใจและน่าฟังครับ (คุณครูคณิตา) 3. หากตัวละครพูดคุยกัน ควรให้บทสนทนาเป็นเรื่องเล่า (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็ใช้การสนทนากัน อย่างเช่น ผู้หญิงทำเสียงให้เหมือนผู้หญิง ถ้าเกิดตัวละครเป็นผู้ชายก็ทำเสียงให้เหมือนผู้ชายนะครับ เป็นต้น 4. เริ่มต้นเรื่องต้องดี (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเริ่มต้นดี ผู้ฟังก็จะสนใจเรื่องและฟังจนจบครับ ต่อไปนะครับ กิจกรรมของนักเรียน คราวนี้ที่นักเรียนรอคอย ครูเชื่อว่านักเรียนอยากเล่าตั้งแต่เริ่มต้น นิทานที่ตนเตรียมมานะครับ นี่ก็เป็นการที่จะให้นักเรียนนั้น ได้สลับกันเล่านิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนเอง ที่ได้เตรียมมาให้กลุ่มฟัง แล้วก็สมาชิกกลุ่มอื่นฟังด้วยนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้หนูได้ทำกิจรรมให้กับเพื่อนกลุ่มอื่นฟัง เป็นเวลา 10 นาทีนะครับ ให้คุณครูปลายทางช่วยควบคุมกิจกรรม ให้นักเรียนได้ดำเนินกิจกรรมอย่างสนุกสนานครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) หมดเวลาในการทำกิจกรรมเล่านิทานแล้วนะครับ ทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนานมากเลยนะครับคุณครูคณิตา ก็ให้กลับเข้าที่นะครับ เพื่อที่จะสรุปบทเรียนที่เราได้เรียนกันไปในวันนี้นะครับ ครูมีคำถามให้นักเรียนอีกเช่นเคยนะครับ การเล่านิทานมีประโยชน์อย่างไร จากการที่เราได้ศึกษาหลักการ จากการที่เราได้เล่าเอง ได้ฟังครูเล่า และได้ดูวีดิทัศน์ที่มีพี่ ม. 6 เล่าให้ฟังมีประโ(คุณครูปรเมษฐ)อย่างไรครับ เด็ก ๆ ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เราสรุปคำตอบของเด็ก ๆ ลูกศิษย์เราทั่วประเทศกันดีกว่านะครับ มีประโยชน์อย่างไร เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะสรุปให้ฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องประโยชน์การเล่านิทานนะคะ การเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพูดค่ะ ก็คือทักษะเกี่ยวกับเรื่องการพูดอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน ฉะนั้นนี่ ในการที่เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องหลักการต่าง ๆ นี่น่ะค่ะ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้การพูดหรือการเล่าเรื่องต่าง ๆ นี่ ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ประโยชน์ที่ 2 ค่ะ คืออะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ติ๊กตอก ติ๊กตอก (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ ก็คือการเล่านิทานนี่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีค่ะ ระหว่างผู้เล่าและผู้ฟังค่ะ ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีนี้ อาจจะเป็นความสัมพันธ์ทในทางบวก ก็ทำให้รู้สึกสนิทขึ้น ทำให้รู้จักมากขึ้น รวมถึงอาจจะทำให้รู้ข้อดีของบุคคลเหล่านั้นด้วยนะคะ อย่างเช่น เด็กชาย ก. มี ... ไม่ใช่มีสิคะ สามารถที่จะเล่านิทานได้ดี แสดงว่า เด็กชาย ก. นี่ มีทักษะการพูดที่ดี มีความสัมพันธ์ แล้วก็เรียนรู้บุคคลอื่นได้เช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกประเด็นหนึ่ง ก็เช่นการเล่านิทานเป็นการสร้างความสนุกสนานให้ผู้อื่น เวลาเป็นผู้เล่า ผู้เล่าก็จะหาถ่อยคำต่าง ๆ มาเพื่อที่จะเล่าอย่างไรก็ได้ ให้ผู้ฟังนั้นมีความสนุกสนาน นี่คือประโยชน์ของการเล่านิทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสักข้อจะเป็นอะไรไป นักเรียนมีเทคนิคการเล่านิทานอย่างไรให้น่าสนใจ เด็ก ๆ ครับ ศึกษาหลักการมาแล้ว ดูวิธีการมาแล้ว ดูครูเล่า ดูวิธีการเล่ามาแล้ว ดูครูเล่ามาแล้ว นักเรียนจะต้องมีเทคนิคของตัวเองครับ ที่จะเล่านิทานอย่างไรให้น่าสนใจ ยกมือตอบคำถามเลยครับ กับคุณครูนะครับ เหมือนเราพูดไปเมื่อกลาง ๆ ชั่วโมงใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ มีใครจำได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตอบมาแล้ว 1 คน ตอบว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ตอบมาแล้ว 1 คน ก็คือ 1. ค่ะ ใช้น้ำเสียงที่ดึงดูด หรือน่าสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 มาแล้ว บอกว่ามีสื่อประกอบใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ สื่อประกอบจะต้องมีความน่าสนใจ สิ่งที่สำคัญนะคะ ของสื่อประกอบคืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สื่อสำคัญนั้นจะต้อง (คุณครูคณิตา) สอดคล้องกับเรื่องที่ตนเล่าด้วย ถ้าไม่สอดคล้องกันจะเกิดอะไรขึ้นคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็จะไม่ตรงกับที่เล่าอย่างไรล่ะครับครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) ทำให้ผู้ฟังสับสนวุ่นวายกับเรื่องที่เล่านั้นเองครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ อย่างเช่น เอารูปเรื่องเกาะหนูเกาะแมวมาอยู่นะ แล้วครูปรเมษฐเล่าเกี่ยวกับตาม่องล่าย ทำไมมีแมวเข้ามา ทำไมมีหนูเข้ามา ตาม่องล่ายไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องแมว เรื่องหนูเลย ก็จะเกิดความสับสนค่ะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือสิ่งที่อย่างเดียว ถ้าสมมติเล่าแล้วน่าสนใจ ผู้ฟังก็จะจำนิทานผิด ๆ ไปด้วยเช่นกันครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือเทคนิคการเล่านิทาน ครูเชื่อว่ามากกว่าที่ครูนำเสนออีก คำตอบก็จะประมาณนี้นะครับ นี่คือสิ่งที่นักเรียนพึงปรารถนาอีกแล้วนะครับ ให้นักเรียนไปศึกษานิทานเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศอาเซียน เอ๊ กลุ่มประเทศอาเซียนนี่ มีประเทศอะไรบ้าง คนละ 5 ประเทศ ครูคณิตา ใครอยู่ฝั่งครู คนละ 5 ประเทศ เรารับผิดชอบดินแดนใกล้เคียงกับเรา 1. ไทย 2. อะไรนะ ลาว 3. อะไรลูก กัมพูชา 4. เวียดนาม 5. อะไรนะ พม่า อ่อ เมียนมา ประเทศมี 10 (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะ อย่ายอมค่ะ อย่ายอม ประเทศมี 10 (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะ อย่ายอมค่ะ อย่ายอมนะคะ 6. อะไรคะ 6. อะไรเอ่ย เอาใกล้ ๆ บ้านเราก่อนค่ะ คืออะไรเอ่ย มาเลเซียค่ะ 7. คืออะไรคะ อินโดนีเซียค่ะ 8. คืออะไรเอ่ย 8. คืออะไรคะนี่ 8. คือ สิงคโปร์ค่ะ 9. ค่ะ 9. อีกนิดหนึ่งค่ะ บรูไน ได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ประเทศสุดท้ายประเทศที่ 10 คือ ประเทศฟิลิปปินส์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น บทเรียนครั้งต่อไปเราก็ต้องเรียนเรื่องของนิทานพื้นบ้าน เป็นการอธิบายคุณค่าสิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมาในคาบต่อไป ก็คือ (คุณครูคณิตา) 1. ใบความรู้ เรื่อง การอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2. (คุณครูคณิตา) 2. คือ ใบความรู้เรื่องนิทานพื้นบ้านอาเซียนค่ะ แอบกระซิบนิดหนึ่งนะคะ ถ้านักเรียนคนใดนี่ สามารถที่จะสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนิทานอาเซียนต่าง ๆ ได้ หรือกลับไปอ่านก่อนนี่ ก็จะถือเป็นการใฝ่เรียนรู้อย่างหนึ่งนะคะ เป็นคุณธรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ไปศึกษาเพิ่มเติมก่อนได้ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็จะมาเรียนในคาบเรียนอย่างมีความสุข ความเข้าใจนะครับ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครับ ทำไมวันนี้ให้ผมพูดครับ (คุณครูคณิตา) เผื่อเด็ก ๆ เบื่อเสียงครูแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ อะไรจะมาเร็วก็ตาม สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]