--- title: ห้องทดสอบ PE 2.1.7 subtitle: date: วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 12.49 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางของครูวันนี้เรามาพบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ จากที่เมื่อวานนี่ ครูได้เล่าให้ฟังแล้ว ว่าวันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านนี่จะต้องกลับไปอ่านมาอย่างแน่นอน เพราะถ้ากลับไปอ่านมาก่อนนี่จะเรียนด้วยความสนุกสนานนะครับเราจึงเรียนกันในเรื่องอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านพูดแสดงความคิดเห็นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะมาพูดแสดงความคิดเห็นกันนะครับ สำหรับนิทานพื้นบ้านใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เมื่อนักเรียนจะต้องแสดงความคิดเห็นได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นิทานพื้นบ้านนี่ ก็เป็นที่น่าสนใจเพราะว่ามีอยู่ด้วยกันทุกที่ นิทานพื้นบ้านใช้อธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างได้ บางทีในทุกหมู่บ้านที่นักเรียนพักอาศัยอยู่นั้นของตนเองกำกับอยู่ ไม่เชื่อหนูลองกลับไปถามคุณปู่ย่าตายายดูว่าบ้านเรานี่มีนิทานบ้างหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามของครูให้พวกหนูค้นหานะครับ ฝากไว้ให้คิด คุณครูคณิตาฝากแจ้งจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ของวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกหลักฐานการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2. ค่ะ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านไฃดได้ค่ะ ส่วนขอ 3 คืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)แสดงความคิดเห็นจากนิทานให้ได้มันมีประโยชน์อย่างไร วันนี้ครูกิจกรรมให้หนู ๆทำอีกแล้วนะครับ ชื่อนิทานว่าปริศนานิทานพื้นบ้านจากฉากนี่บ่งบากชัดเจนว่าเป็นนิทานพื้นบ้านพื้นถิ่นนะครับ นี่น่าจะเป็นภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคอะไรคะครูปรเมษฐแต่ภาพนี้มีคุณสมบัติพิเศษรวมทุกภาคเรือนทรงไทย เด็ก ๆ ภาคอะไรครับ ภาคกลางเรือหัวโทงอยู่ภาคใต้ อันนี้สมมติเป็นน้ำทะเท เป็นภาคใต้ ภาคตะวันออกและภูเขานี่เปรียบเสมือนภาคเหนือ เป็นการรวมกันให้เห็นชัดเจนนะหนู ๆ นะ มีปริศนาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะมีภาพนิทาน มาให้หนู ๆ ได้ดูกัน วันนี้เดี๋ยวครูจะสุ่ม ใครที่โดนเรียก ก็คือถือว่าเป็นผู้ที่โชคดีคุณครูปลายทางก็เตรียมรางวัลไว้ได้เลยนะครับให้ดูภาพแรกก่อนเลย เดี๋ยวย้อนกลับให้ขึ้นก่อน แล้วมาตอบคำถามนะครับนักเรียนชายยืนขึ้น นักเรียนหญิงไม่ต้องยืน ไม่ใช่ผู้ชาย เอ ชาเอ ชา เอ ชา ช่า ชาชาน้อยแม่ก. ไก่ สะกดกับ บ. ใบไม้หนูตอบคำถาม ถ้าคิดแล้วนั่งได้ทันทีทันใด เอชา เอชา เอชาเอชาเอชาชะชาชาหนอยแม่ คนที่ยืนอยู่เป็นผู้ตอบคำถาม เชื่อว่าหลายคนยังสะกดไม่ได้นะครับตอบคำถามข้อนี้ครับ เป็นนิทานเรื่องอะไรให้เวลาคิดนะครับ นักเรียนที่ยืนอยู่ก็เป็นเพศไหน คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพศชายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนที่ยืนอยู่นะครับ ตอบคำถามให้ได้เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง1 23 ตอบคำถามครับ เรื่องแก้วหน้าม้า ถูกไหมครับเด็ก ๆเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง ครูคณิตาครับ เรียกคนต่อไปให้ยืนก่อนก่อนที่จะเห็นภาพ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะเมื่อมีผู้ชายแล้ว นักเรียนคงคิดว่าครูจเรียกผู้หญิงใช่ไหมคะ ไม่ค่ะ ครูจะเรียกผู้หณเอาล่ะค่ะใครที่นั่งข้างคุณครู หรืออยู่ใกล้คุณครูมากที่สุด ลุกขึ้นยืนค่ะลุกขึ้นยืนแล้วนะคะ เดี๋ยวก่อนค่ะแล้วถ้าอยู่ใกล้คุณครูมากที่สุดก็วัดระยะเอานะคะ เด็กผู้ชายคน เด็กผู้ชายด้านซ้ายหรือด้านขวากะเอาเองนะคะ หรือให้เพื่อน ๆ ตัดสินก็ได้ค่ะ ว่าใครอยู่ใกล้ที่สุดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ยืนครับให้เวลาคิด 1,2 ตอบคำถามครับ เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องพิกุลทอง พิกุลทอง เด็ก ๆ ถ้าเห็นภาพนี่ ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกเด็ก ๆ สังเกตได้จากอะไรถึงตอบว่าเป็นเรื่องพิกุลทองครับ (คุณครูคณิตา) สังเกตจากอะไรคะเรียน ดอกไม้ที่อยู่ในมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะ แล้วเป็นสีอะไรคะสีทองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดอกพิกุลนี่ก็เป็นสำนวนที่เปรียบกับคำพูดนะครับคนที่ไม่ค่อยพูดนะครับ เปรียบคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าแสดงออก เพราะดอกพิกุลโดนกระทบนิดเดียวร่วงแล้วนะครับอันนี้ของภาคกลางทั้งคู่เลยใช่ไหมครับ 2 ภาพแรกก่อนที่จะให้ดูคำถามให้ลุกขึ้นก่อนนะ นักเรียนชายที่เป็นคนเลขที่เป็นคนเลขที่ลำดับแรกในของนักเรียนชายรู้แล้วนะครับ ลุกขึ้นยืนครับ ตอบคำถามครับจากภาพนี้ เป็นภาพอะไรนี่ เดี๋ยวครูพิจารณาก่อนนะครับ มีลูกกบใช่ไหม (คุณครูคณิตา) กบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วสีแดง ๆ คืออะไรเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย ดวงอาทิตย์ พระอาทิตย์มาดูข้างล่างดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างล่างสีเหลืองเป็น... (คุณครูคณิตา)ดวงจันทร์หรือเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดือน เรียกว่า "เดือน" อันนี้เป็นนิทานพื้นบ้านอาจจะยากหน่อยถ้าเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ดูนะครับลองตอบนะคนที่ยืนเมื่อกี้ ลองตอบเป็นเรื่องอะไร1 2 3 ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ เฉลยกินเดือน เป็นนิทานพื้นบ้านของแสดงว่าเด็กภาคอีสานเรานี่ตอบได้อย่างแน่นอนนี่ เพราะว่าเห็นภาพก็จะรู้เพราะว่ามันเป็นการบ่งบอกถึงพื้นที่ พื้นถิ่นของหนู ๆนะครับ ต่อไป อันนี้ให้ยกมือตอบเลยดีกว่าครับนะครับ ให้เวลาคิดเห็นภาพแล้ว เป็นภาพทะเลมีหนูมีแมวมีเกาะน่าจะเป็นเรื่องอะไร ใบ้ให้หน่อยก็ได้อยู่ภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่านักเรียนที่อยู่ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปนี่จะต้องพอเข้าใจต้องตอบได้ห้ามตอบผิดนะ ใน 14 จังหวัดนี่ ภาคใต้ประจวบด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ประจวบฯ กลางนะคะนับเป็นภาคตะวันตก แต่ถ้านับเป็นภาษาพูดก็นับเป็นภาคกลาง ประจวบScrollLockมีภาษาหลากหลายมาก นิทานพื้นบ้านจึงรู้เยอะนะครับตอบคำถามครับ (คุณครูคณิตา) ยังไม่ได้เรียกชื่อเลยค่ะอันนี้ให้ยกมือตอบเลยเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่อง 1,2, 3 ตอบครับนิทานพื้นบ้านเรื่องเกาะหนูเกาะแมวครับเห็นภาพนี่ชัดเจนเลยนครับ เป็นนิทานของภาคใต้นะครับ อันนี้ก็เป็นปริศนานิทานเหลืออีกภาพหนึ่งเอ๊ ตัวอะไรนี่ คุณครูคณิตาครับ นี่เป็นตัวอะไรครับนี่ (คุณครูคณิตา) กบหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น่าจะใช่กบนะ แถวบ้านเด็ก ๆ มีตัวแบบนี้ไหม (คุณครูคณิตา)ตัวใหญ่ขนาดนี้ไหมคะ แถวบ้านนักเรียนมีตัวใหญ่ขนาดนี้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใหญ่กว่าบ้านใหญ่กว่าตึกเป็นพิพิธภัณฑ์พยาคันคาก เมื่อมาพูดกันว่าคันคากนี่ จะมีนักเรียนภาคหนึ่งตอบได้แล้วและให้ยกมือตอบดีกว่านะครับเดี๋ยวครูนับ ครูนับ 3 ปุ๊บยกมือตอบเลยครับพร้อมนะครับ ใครที่รู้แล้วคิดในใจ อย่าบอกให้เพื่อนรู้เลยนะ พร้อม 1, 2,3 ตอบคำถามครับ เป็นนิทาน เรื่องพญาคันคากครับ อยู่ภาคอีสานครับหมดหรือยังนี่คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เอามาให้เด็ก ๆ ได้ลองทายกันได้ Active Learning ก่อนที่จะเรียนรู้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะให้หนู ๆ ได้เขียเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะครับ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรม หนู ๆ มีใบความรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ หยิบใบความรู้ขึ้นมานะครับเปิดกระเป๋า เปิดความรู้ เตรียมพร้อมศึกษาโดยใช้กระบวนการกลุ่มเหมือนเดิมนะครับ เราต้องมีความสามัคคีกันในกลุ่มเราจึงจะทำงานได้สำเร็จให้เวลากี่นาทีดีคุณครูคณิตาครับ เมื่อกี้บอกไปแล้วนะคะ ตัวแดง ๆ จำได้หรือเปล่าคุณครูให้เวลา 10 นาทีค่ะ ในการที่เราจะทำใบความรู้เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะคะจากวรรณคดีและวรรณกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเนื้อหาอยู่ไม่กี่บรรทัดนะครับพอศึกษาแล้ว สรุปเป็นองค์ความรู้กับเพื่อน ๆ ใในกลุ่มนะครับ ลงมือปฏิบัติได้ครับ (คุณครูคณิตา) เอาละค่ะครบตามกำหนดเวลาแล้วนะคะ 10 นาที นักเรียนคนไหนที่ยังทำแผนผังหรือยังทำสรุปไม่เรียบร้อยนะคะ เดี๋ยวหลังจากนี้นี่ก็ค่อยไปตกแต่งให้เรียบร้อยแล้วกันนะคะครูเชื่อนะคะ ว่าทุกกลุ่มหรือว่านักเรียนทุกคนนี่ ได้ศึกษาใบความรู้เหล่านี้แล้วเรามาสรุปร่วมกันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวเรามาสรุปร่วมกันนะครับเด็ก ๆ ครับ การแสดงความคิดเห็คืออะไรครับเด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันกับครูเลยนะครับ การพูดแสดงความรู้สึกความคิดเห็นจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จากการฟังการดู การพูดนี่คือการพูดแสดงความคิดเห็นนะครับ เราศึกษาเรื่องใดมาก็ตามใช่ไหมครับ เราศึกษามาแล้วเราจะมาพูดให้ผู้อื่นฟัง ก็จะต้องแสดงความคิดเห็นให้ได้นะครับ ไปดูหลักการกันดีกว่าครับการพูดแสดงความคิดเห็นครับ ตามที่สรุปมา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ การพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ 1.ทำความเข้าใจเนื้อเรื่องค่ะ การที่เราจะพูดแสดงความคิดเห็นได้นั้น เราจะต้องเข้าใจ2. ค่ะ หาความรู้เพิ่มเติมค่ะหากเรื่องใดหรือมีข้อชี้แนะ หรือในสิ่งที่เราต้องการจะบอกผู้อื่นเป็นกาารเพิ่มเติมนี่ เราก็จะต้องหาความรู้เพิ่มเติมสิ่งสำคัญเลยนะคะ ความรู้เพิ่มเติมจะต้องเป็นข้อเท็จจริงค่ะ สามารถเชื่อถือได้และพิสูจน์ได้ค่ะ ต่อมาค่ะ ใช้ความคิดพิจารณาเหตุผลค่ะ ในการที่เราแสดงความคิดเห็นี่เราจะต้องใช้ความคิดในการพิจารณาเหตุผลแต่นักเรียนคะ ครูเคยบอกแล้วใช่ไหมคะในการพูดแสดงความคิดเห็น เราจะต้องมีมารยาทในการพูดค่ะ ฉะนั้นนี่ เวลาเราพูดแสดงความคิดเห็นเราจะต้องพูดไปในทางบวกค่ะ เราไม่พูดว่าร้ายผู้อื่น ไม่คนอื่นไม่พูดสอดเสียดไม่พูดยั่วยุจำไว้ด้วยนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อมาค่ะข้อที่ 4 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องมีการแสดงความคิดเห็นนั้น ๆ นะครับเราจะแสดงความคิดเห็นถึงใครถึงอะไรก็ตาม ต้องเป็นกลางนะครับ ต้องใช้สื่อตัวเองนี่ สื่อนี่ต้องเป็นกลางครับความยุติธรรมครับ ต่อไปพูดต้องตรงประเด็นเนื้อหาต้องไม่อ้อมค้อมเราจะแสดงความคิดเห็นเรื่องใดก็ให้พูดเรื่องนั้น ไม่ใช่ว่าครูเสนอนิทานพญาคันคากนี่ นักเรียนไปแสดงความเห็นเป็นพิพิกุลทองแบบนี้ก็ไม่ได้พูดอย่างมีมารยาทก็อย่างเช่นที่คุณครูคณิตาได้บอกไปนะครับ การพูดแสดงความคิดเห็น จะต้องมีมารยาทในการพูดที่ดีจึงจะประสบผลสำเร็จ อันนี้หนู ๆ นั้นคงจะสรุปเป็นแผนผังความคิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่มไปได้ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาถึงกิจกรรมกันแล้วนะคะ กิจกรรมวันนี้นี่เดี๋ยวเราจะมาทำพร้อม ๆ กันแต่ วันนี้ค่ะ เมื่อวาน (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หรือคาบที่แล้วนี่วันนี้ เราจะมีนิทานเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องตาหม่องล่ายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดนำมาให้คนอื่นได้รู้กันอันนี้เป็นที่เขาตาม่องล่ายนะครับภาพนี้นะครับ เป็นจุดชมวิวตาหม่องที่จังหวัดประจวบฯก็มีเขาการที่มีเขาลูกหนึ่งนี่ มันสามารถที่จะเกิดอะไรได้มากมาย จนเป็นนิทานพื้นที่ประจำที่ประจเรื่องนี้เกิดขึ้นมา เป็นเรื่องตาม่องล่ายเล่าให้ฟังดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หรือคุณครูคณิตาจะพูดครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องการพูด คุณครูไว้ใจครูปรเมษฐปรเมษฐมากค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นี่ยกให้ครูปรเมษฐเลยค่ะ เด็ก ๆ พร้อมที่จะฟังหรือยังคะคุณครูปรเมษฐพร้อมที่จะเล่าให้ฟังไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับเดี๋ยวครูจะเล่าให้หนูฟังคร่าว ๆ นะ เล่าเพื่อให้หนูนั้นได้นำไปต่อยอดในการทำงานนะครับตาม่องล่ายก็เป็นนิทานที่เกิดขึ้นในตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เขามีแฟน มีภรรยา ชื่อ ยายลำพึง แล้วมีบุตรสาวคนหบุตรสาวคนหนึ่งชื่อนางยมโด่ยนางยมโดย ลูกของตาม่องล่ายและยายลำพึงนี่เป็นผู้หญิงที่สวยมากในตำบลอ่าวน้อยในพื้นที่อำเภอเมืองที่ติดชายทะเลนี่ไม่มีใครสวยเทียบได้ เปรียบเหมือนนางวนทอนะครับ นางยมโดยเป็นผู้หญิงที่สวย คุณครูคณิตาครับ เป็นผู้หญิงที่สวยย่อมมี (คุณครูคณิตา) ย่อมมีผู้ชายเข้ามาชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับเปรียบเสมือนครูคณิตาเช่นเดียวกันจะเกี่ยวค่ะ เพราะว่าคุณครูคณิตานี่ส่องกระจกแล้วกระจกร้าวตลอดล่ะค่ะทำไมล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น ค่อนข้างที่จะอยู่อย่างนี้เลยค่ะ คุณครูไม่บอกนะคะ แบบนี้หมายความว่าอย่างไร นักเรียนคิดกันเอาเองนะคะนิดหนึ่งค่ะ กลับเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ผู้ชายที่มาชอบพอมากมายนะครับเป็นคนจีนนะครับ มาจากเมืองจีน ยายรำพึงเป็นคนพื้นที่นะ คนพื้นที่เมืองน้อยนี่ จะพูดเนหน่อยหนึ่งนะครับ คนอำเภอเมืองนี่ ตามองล่ายเป็นคนจีน ก็จะมีพวกจากเมืองจีนนี่มาอยู่เป็นประจำ เพราะว่าถือเป็นคนหลักคนใหญ่ในหมู่บ้านนั้นนะครับก็มาหาตาม่องล่าย แล้วก็ได้สนทนากันแล้วก็เห็นนางยมโดยปรากฏว่าพบนางยมโดย (คุณครูคณิตา) รู้สึกหลงรักค่ะ หรือว่าชอบ (คุณครูปรเมษฐ) หลงรัก ก็เลยตัดสินใจสู่ขอนางยมโดยกับนางหม่องล่ายโดยที่ยายลำพึงไม่ได้รู้อะไรเลยจังหวัดประจวบฯ เพชรบุรีนี่นะครับ ก็มีพวกนะ เจ้าลาย เป็นเมืองเพชรบุรีนะครับก็มาเที่ยวที่บริเวณหมู่บ้านอ่าวน้อยนี่หมู่บ้านอ่าวน้อยนี่ ก็มาเจอกับนางยมโดยอีกแล้วกำลังทำกิจกรรมอาจจะตากปลาหรืออะไรสักอย่างครูก็จำไม่ค่อยได้ คราวนี้ พอเจ้าลายไปเป็นยมโดยก็รู้สึกเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) รู้สึกหลงรักอี (คุณครูปรเมษฐ) รู้สึกหลงรักอีกแล้วทำอย่างไร ก็ไปหายายลำพึงซึ่งเป็นแม่ของนางยมโดยใช่ไหมครับคุยกับยายรำพึง สู่ขอเลยเหตุการณ์ทั้งหมดนี่นะ นางยมโดยไม่ได้รู้เรื่องนางยมโดยไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยนะ ก็เลยทำให้ยายลำพึงตกลงว่าจะให้ยกลูกสาวนี่ ให้เจ้าลาย ครูคณิตาคิดดูนะครับ นางยมโยายลำพึงก็ยกให้ แต่ยกให้ผู้ชายคนละคนกันดูฤกษ์เรียบร้อยฤกษ์ของนางยมโดยดันเป็นฤกษ์ที่ดีจะเกิดอย่างไรขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) เหตุการณ์เป็นอย่ดีกว่าให้เด็ก ๆ ไปศึกษาเองนะครับ เดี๋ยวให้ไปดูในใบความรู้ มีนิทานเรื่องนี้อยู่ ครูเล่าไว้ให้เท่านี้ละกัน เดี๋ยวให้หนู ๆ ไปศึกษา คราวนี้เดี๋ยวให้เด็ก ๆตาม่องล่ายนี่ ก็ให้นักเรียนอ่านแล้วอภิปรายแสดงความคิดเห็นในกลุ่ม (คุณครูคณิตา) ค่ะ โดยเราจะให้อ่านเนื้อเรื่องนี่เพียงแค่ 5 นาทีนะคะ เรามาดูกันดีกว่าแบบฝึกหัดค่ะ หลังจากที่เราอ่านแล้วนี่จะต้องได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้นะครับ ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องตาหม่องล่าย ครูให้นักเรียนศึกษา 5 นาท5 นาทีครับ แล้วก็เดี๋ยวเรามาอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันให้อ่านเนื้อเรื่องก่อนนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ฟังครูเล่านิทาน แล้วก็ให้อ่านเพิ่มเติมจากใบความรู้ที่ครูเตรียมให้วันนี้ครูก็มีประเด็นคำถามมาในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านนะครับ โดยครูมีให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ เดี๋ยวคุณครูคณิตาค่ะอธิบายให้หนู ๆ ฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ ไม่ต้องจดนะคะเพราะในประเด็นที่คุณครูขึ้นให้อยู่ในใบความรู้ค่ะ เรามาดูข้อแรกกันเลยดีกว่านะคะข้อแรกค่ะ พฤติกรรมของตัวละครค่ะ นักเรียนดูในใบความรู้นะคะ ว่าตัวละครในเรื่องนี้มีใครบ้างหลังจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นแนวทางในการแก้ไข และแนวคิดจากเรื่องที่ได้ค่ะ นักเรียนเรามาดูใบงานกันเลยดีกว่าค่ะกันเลยดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) กิจกรรมนี้ คือ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านนะครับเราจะต้องขึ้นก่อน "กิจกรรมแสดงความคิดเห็น" ใช่ไหมคะครูปรเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูใบงานเราทำใบงานนี่เรามาชี้แจงบทบาทของคุณครูปล่ยทางดีกว่าค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ 1.ให้นักเรียนอ่านนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตาม่องใบความรู้นะคะ ซึ่งนักเรียนอ่านไปแล้วนะคะจำได้ไหมคะ คราวนี้มาต่อนะคะ ให้นักเรียนค่ะ อภิปรายค่ะ อภิปรายแสดงซึ่งประเด็นที่กำหนดนั้น ครูก็ได้พูดไปแล้ว ในสไลด์ที่แล้ว นักเรียนจำได้หรือเปล่า โดยกำหนดกี่นาทีคะ ตัวแดง ๆ เห็นไหมคะ ตัวแดง ๆค่ะ แล้วบทบาทของครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทบาทของคุณครูปลายทางก็ดูความเรียบร้อยของนักเรียนปลายทางนะครับนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจ คุณครูอธิบายให้เด็ก ๆแล้วก็ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีความสุขนะ นี่ก็คือหน้าตาของใบงานกันดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) หยิบใบงานขึ้นมากันหรือยังใบงานที่จะได้ทำเป็นแบบนี้นะครับ ก็จะตามประเด็นคำถามที่ต้องแสดงความคิดเห็นนั่นเองนะครับนำมา นำความคิดเห็นของตนเองจากที่อ่านใบความรู้นิทานพื้นบ้านตามองล่ายมาตอบคำถามได้เลย (คุณครูคณิตา) โดยในการตอบคำถาม หรืออภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนี่ โดยในหัวข้อดังนี้ค่ะ ในใบงานที่นักเรียนได้ไปนะคะใช้การพูดค่ะ ไม่ใช่การเขียน เพราะวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องการพูกแสดงความคิดเห็นค่ะ เพราะฉะนั้นก็คือเราจะต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็นำประเด็นนั้นมาเขียนในใบงานนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนะคะให้นักเรียนลงมือปฏิบัติได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ครบตามกำหนดเวลาแล้วนะคะ ในช่วงที่นักเรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเดี๋ยวเราลองมาดูนะคะ ความคิดเห็นของคุณครูปรเมษฐเกี่ยวกับเรื่องนนี้ดีกว่าค่ะ ความคิดเห็นแรกค่ะ เกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมค่ะ พฤติกรรมของตัวละครของตาม่องล่ายเป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)ของตาม่องล่ายนี่ ตาม่องลายไม่ปรึกษายายลำพึงที่จะยกลูกสาวให้ใครนะครับ ยายลำพึงก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้ปรึกษาพฤติกรรมของยายรำพึงก็ไม่ได้ปรึกษาตาม่องล่ายเช่นเดียวกันยกลูกสาวให้กับเจ้าลายโดยทั้ง 2 ไม่ได้คุยกันเลย น่าสงสารนางยมโดยจริง ๆ เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วทำ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นล่ะคะคืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือครับในเมื่อทั้ง 2 ตายายนั้นยกลูกสาวให้ และเกนัดวันขันหมากมาวันเดียวกัน ครูคณิตาว่าจะเกิดอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อาจจะเกิดการทะเลาะกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดการทะเลาะกันเพราะว่าเจ้าเมืองจีนกับ... ไม่ใช่คนบ้านเดียวกัน เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทด้วยกันเรื่องก็จบด้วยความตายทั้งหมดเลยนะครับ แล้วแนวทางในการแก้ปัญหาล่ะคะถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐนี่ คุณครูปรเมษฐจะแก้ปัญหาอย้างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นครูปรเมษฐตาม่องลายกับยายลำพึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อนตาม่องล่ายปรึกษายายลำพึงไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ยายรำพึงก็ไม่ได้ปรึกษาตาม่องล่าย เพราะฉะนั้น2 ฝ่ายนี่ ควรที่จะปรึกษากันก่อนที่จะยกลูกสาวลูกสาวให้ใคร จะได้ไม่เกิดปัญหาอีกประเด็นหนึ่งครับ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นนี่ ตาม่องล่ายควรหาทางแก้ไรเรื่องนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดโศกนาเสียชีวิตยุ่งเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วเรื่องนี้ให้แนวคิดอะไรบ้างคะ 1. นะครับ เราไม่ควรถือตนเองเป็นใหญ่ จะทำอะไรนี่ ต้องให้เกียรติผู้อื่น ฟังความคิดเห็นผู้อื่นบ้างเป็นเรื่องสำคัญนะครับ 2. เราไม่ควรเอาอารมณ์มาตัดสินปัญหาถ้าเด็ก ๆ ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาโมโห โทโสนี่อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ได้จากเรื่องตาม่องล่ายครับครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ คราวนี้นะคะ หลังจากที่เราทำกิจกรรมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรามาสรุปบทเรียนนะคะ เป็นองค์ความรู้กันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ... (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนมีหลักในการแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ยกมือตอบกับคุณครูได้เลย มีหลักการในการแสดงความคิดเห็นในวรรณคดีวรรณกรรมอย่างไรเราได้ศึกษาไปแล้วใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะเดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่านะคะคำตอบคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะต้องอ่านทำความเข้าใจนะครับ แล้วก็พิจารณาเพื่อหาเหตุผล ประกอบการแสดงความคิดเห็น เราจึงจะแสดงควาได้อย่างถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ตอบถูกกันหรือเปล่าคะหากตอบถูกนะคะ ก็ให้นักเรียนนี่ปรบมือให้นักเรียนค่ะ หรือให้กำลังใจตัวเองนะคะว่านักเรียนนะคะ ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการแสดงความคิดเห็นนิทานพื้นบ้านเรื่องอะไรคะ ตามม่องล่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ประโยชน์อะไร ให้ยกมือตอบตอบคำถามกับคุณครูได้เลยนะครับ มันเป็นการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนเพราะฉะนั้น เราไม่ต้องมีการสุ่มการอะไรเพราะนักเรียนจะตั้งใจตอบกันอยู่แล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) เรามาดูกันดีกว่าค่ะ เอ้ ประโยชน์ของเรื่องนี้นะคะ ก็คือไม่ควรถือความคิดของจนเป็นใหญ่ค่ะ เพราะหากเราถือความคิดของตนเป็นใหญ่จะเกิดอะไรขึ้นได้คะ (คุณครูปรเมษฐ) จะเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นตาม่องล่ายก็เป็นได้คือไม่ได้ฟังใคร เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เรื่องเกิดราวขึ้นนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะโหนักเรียนคุณครูนี่เผลอคิดว่าจะมีคำถามเยอะกว่านี้เสียอีก แหมน่าเสียดายจริง ๆ วันนี้สรุปองค์ควมรู้เรามีกันแค่ 2 ข้อใช่ไหมคะ เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะฉะนั้นนี่ เราจะเป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันมากกว่าที่เราจะเขียนเกี่ยวกับองค์ความรู้ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับชั่วโมงต่อไปที่เราจะได้เรียนกันยังอยู่ในเรื่องของนิทานพื้นบ้านเหมือนเดิมนะครับจะเป็นการเล่านิทาน เด็ก ๆ จะได้รับความสนุกสนานขนาดไหนนะครับ เดี๋ยวเราค่อยมาดูในชั่วโมงนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สิ่งต้องเตรียมก็คือใบความรู้ค่ะ เรื่องอะไรคะเรื่อง การเล่านิทาน ฉะนั้น นักเรียนจะเตรียมใบความรู้เรื่องอื่นไม่ได้ค่ะ นักเรียนก็จะเตรียมเกี่ยวกับเรื่องการเล่านิทานค่ะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)คุณครูทั้ง 2 คน ก็ขอจบรายวิชาภาษาไทยไว้เพียงเท่านี้ครับสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] - [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางของครูวันนี้เรามาพบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ จากที่เมื่อวานนี่ ครูได้เล่าให้ฟังแล้ว ว่าวันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านนี่จะต้องกลับไปอ่านมาอย่างแน่นอน เพราะถ้ากลับไปอ่านมาก่อนนี่จะเรียนด้วยความสนุกสนานนะครับเราจึงเรียนกันในเรื่องอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านพูดแสดงความคิดเห็นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะมาพูดแสดงความคิดเห็นกันนะครับ สำหรับนิทานพื้นบ้านใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เมื่อนักเรียนจะต้องแสดงความคิดเห็นได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นิทานพื้นบ้านนี่ ก็เป็นที่น่าสนใจเพราะว่ามีอยู่ด้วยกันทุกที่ นิทานพื้นบ้านใช้อธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างได้ บางทีในทุกหมู่บ้านที่นักเรียนพักอาศัยอยู่นั้นของตนเองกำกับอยู่ ไม่เชื่อหนูลองกลับไปถามคุณปู่ย่าตายายดูว่าบ้านเรานี่มีนิทานบ้างหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามของครูให้พวกหนูค้นหานะครับ ฝากไว้ให้คิด คุณครูคณิตาฝากแจ้งจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ของวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกหลักฐานการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2. ค่ะ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านไฃดได้ค่ะ ส่วนขอ 3 คืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)แสดงความคิดเห็นจากนิทานให้ได้มันมีประโยชน์อย่างไร วันนี้ครูกิจกรรมให้หนู ๆทำอีกแล้วนะครับ ชื่อนิทานว่าปริศนานิทานพื้นบ้านจากฉากนี่บ่งบากชัดเจนว่าเป็นนิทานพื้นบ้านพื้นถิ่นนะครับ นี่น่าจะเป็นภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคอะไรคะครูปรเมษฐแต่ภาพนี้มีคุณสมบัติพิเศษรวมทุกภาคเรือนทรงไทย เด็ก ๆ ภาคอะไรครับ ภาคกลางเรือหัวโทงอยู่ภาคใต้ อันนี้สมมติเป็นน้ำทะเท เป็นภาคใต้ ภาคตะวันออกและภูเขานี่เปรียบเสมือนภาคเหนือ เป็นการรวมกันให้เห็นชัดเจนนะหนู ๆ นะ มีปริศนาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะมีภาพนิทาน มาให้หนู ๆ ได้ดูกัน วันนี้เดี๋ยวครูจะสุ่ม ใครที่โดนเรียก ก็คือถือว่าเป็นผู้ที่โชคดีคุณครูปลายทางก็เตรียมรางวัลไว้ได้เลยนะครับให้ดูภาพแรกก่อนเลย เดี๋ยวย้อนกลับให้ขึ้นก่อน แล้วมาตอบคำถามนะครับนักเรียนชายยืนขึ้น นักเรียนหญิงไม่ต้องยืน ไม่ใช่ผู้ชาย เอ ชาเอ ชา เอ ชา ช่า ชาชาน้อยแม่ก. ไก่ สะกดกับ บ. ใบไม้หนูตอบคำถาม ถ้าคิดแล้วนั่งได้ทันทีทันใด เอชา เอชา เอชาเอชาเอชาชะชาชาหนอยแม่ คนที่ยืนอยู่เป็นผู้ตอบคำถาม เชื่อว่าหลายคนยังสะกดไม่ได้นะครับตอบคำถามข้อนี้ครับ เป็นนิทานเรื่องอะไรให้เวลาคิดนะครับ นักเรียนที่ยืนอยู่ก็เป็นเพศไหน คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพศชายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนที่ยืนอยู่นะครับ ตอบคำถามให้ได้เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง1 23 ตอบคำถามครับ เรื่องแก้วหน้าม้า ถูกไหมครับเด็ก ๆเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง ครูคณิตาครับ เรียกคนต่อไปให้ยืนก่อนก่อนที่จะเห็นภาพ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะเมื่อมีผู้ชายแล้ว นักเรียนคงคิดว่าครูจเรียกผู้หญิงใช่ไหมคะ ไม่ค่ะ ครูจะเรียกผู้หณเอาล่ะค่ะใครที่นั่งข้างคุณครู หรืออยู่ใกล้คุณครูมากที่สุด ลุกขึ้นยืนค่ะลุกขึ้นยืนแล้วนะคะ เดี๋ยวก่อนค่ะแล้วถ้าอยู่ใกล้คุณครูมากที่สุดก็วัดระยะเอานะคะ เด็กผู้ชายคน เด็กผู้ชายด้านซ้ายหรือด้านขวากะเอาเองนะคะ หรือให้เพื่อน ๆ ตัดสินก็ได้ค่ะ ว่าใครอยู่ใกล้ที่สุดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ยืนครับให้เวลาคิด 1,2 ตอบคำถามครับ เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องพิกุลทอง พิกุลทอง เด็ก ๆ ถ้าเห็นภาพนี่ ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกเด็ก ๆ สังเกตได้จากอะไรถึงตอบว่าเป็นเรื่องพิกุลทองครับ (คุณครูคณิตา) สังเกตจากอะไรคะเรียน ดอกไม้ที่อยู่ในมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะ แล้วเป็นสีอะไรคะสีทองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดอกพิกุลนี่ก็เป็นสำนวนที่เปรียบกับคำพูดนะครับคนที่ไม่ค่อยพูดนะครับ เปรียบคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าแสดงออก เพราะดอกพิกุลโดนกระทบนิดเดียวร่วงแล้วนะครับอันนี้ของภาคกลางทั้งคู่เลยใช่ไหมครับ 2 ภาพแรกก่อนที่จะให้ดูคำถามให้ลุกขึ้นก่อนนะ นักเรียนชายที่เป็นคนเลขที่เป็นคนเลขที่ลำดับแรกในของนักเรียนชายรู้แล้วนะครับ ลุกขึ้นยืนครับ ตอบคำถามครับจากภาพนี้ เป็นภาพอะไรนี่ เดี๋ยวครูพิจารณาก่อนนะครับ มีลูกกบใช่ไหม (คุณครูคณิตา) กบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วสีแดง ๆ คืออะไรเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย ดวงอาทิตย์ พระอาทิตย์มาดูข้างล่างดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างล่างสีเหลืองเป็น... (คุณครูคณิตา)ดวงจันทร์หรือเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดือน เรียกว่า "เดือน" อันนี้เป็นนิทานพื้นบ้านอาจจะยากหน่อยถ้าเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ดูนะครับลองตอบนะคนที่ยืนเมื่อกี้ ลองตอบเป็นเรื่องอะไร1 2 3 ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ เฉลยกินเดือน เป็นนิทานพื้นบ้านของแสดงว่าเด็กภาคอีสานเรานี่ตอบได้อย่างแน่นอนนี่ เพราะว่าเห็นภาพก็จะรู้เพราะว่ามันเป็นการบ่งบอกถึงพื้นที่ พื้นถิ่นของหนู ๆนะครับ ต่อไป อันนี้ให้ยกมือตอบเลยดีกว่าครับนะครับ ให้เวลาคิดเห็นภาพแล้ว เป็นภาพทะเลมีหนูมีแมวมีเกาะน่าจะเป็นเรื่องอะไร ใบ้ให้หน่อยก็ได้อยู่ภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่านักเรียนที่อยู่ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปนี่จะต้องพอเข้าใจต้องตอบได้ห้ามตอบผิดนะ ใน 14 จังหวัดนี่ ภาคใต้ประจวบด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ประจวบฯ กลางนะคะนับเป็นภาคตะวันตก แต่ถ้านับเป็นภาษาพูดก็นับเป็นภาคกลาง ประจวบScrollLockมีภาษาหลากหลายมาก นิทานพื้นบ้านจึงรู้เยอะนะครับตอบคำถามครับ (คุณครูคณิตา) ยังไม่ได้เรียกชื่อเลยค่ะอันนี้ให้ยกมือตอบเลยเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่อง 1,2, 3 ตอบครับนิทานพื้นบ้านเรื่องเกาะหนูเกาะแมวครับเห็นภาพนี่ชัดเจนเลยนครับ เป็นนิทานของภาคใต้นะครับ อันนี้ก็เป็นปริศนานิทานเหลืออีกภาพหนึ่งเอ๊ ตัวอะไรนี่ คุณครูคณิตาครับ นี่เป็นตัวอะไรครับนี่ (คุณครูคณิตา) กบหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น่าจะใช่กบนะ แถวบ้านเด็ก ๆ มีตัวแบบนี้ไหม (คุณครูคณิตา)ตัวใหญ่ขนาดนี้ไหมคะ แถวบ้านนักเรียนมีตัวใหญ่ขนาดนี้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใหญ่กว่าบ้านใหญ่กว่าตึกเป็นพิพิธภัณฑ์พยาคันคาก เมื่อมาพูดกันว่าคันคากนี่ จะมีนักเรียนภาคหนึ่งตอบได้แล้วและให้ยกมือตอบดีกว่านะครับเดี๋ยวครูนับ ครูนับ 3 ปุ๊บยกมือตอบเลยครับพร้อมนะครับ ใครที่รู้แล้วคิดในใจ อย่าบอกให้เพื่อนรู้เลยนะ พร้อม 1, 2,3 ตอบคำถามครับ เป็นนิทาน เรื่องพญาคันคากครับ อยู่ภาคอีสานครับหมดหรือยังนี่คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เอามาให้เด็ก ๆ ได้ลองทายกันได้ Active Learning ก่อนที่จะเรียนรู้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะให้หนู ๆ ได้เขียเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะครับ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรม หนู ๆ มีใบความรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ หยิบใบความรู้ขึ้นมานะครับเปิดกระเป๋า เปิดความรู้ เตรียมพร้อมศึกษาโดยใช้กระบวนการกลุ่มเหมือนเดิมนะครับ เราต้องมีความสามัคคีกันในกลุ่มเราจึงจะทำงานได้สำเร็จให้เวลากี่นาทีดีคุณครูคณิตาครับ เมื่อกี้บอกไปแล้วนะคะ ตัวแดง ๆ จำได้หรือเปล่าคุณครูให้เวลา 10 นาทีค่ะ ในการที่เราจะทำใบความรู้เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะคะจากวรรณคดีและวรรณกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเนื้อหาอยู่ไม่กี่บรรทัดนะครับพอศึกษาแล้ว สรุปเป็นองค์ความรู้กับเพื่อน ๆ ใในกลุ่มนะครับ ลงมือปฏิบัติได้ครับ (คุณครูคณิตา) เอาละค่ะครบตามกำหนดเวลาแล้วนะคะ 10 นาที นักเรียนคนไหนที่ยังทำแผนผังหรือยังทำสรุปไม่เรียบร้อยนะคะ เดี๋ยวหลังจากนี้นี่ก็ค่อยไปตกแต่งให้เรียบร้อยแล้วกันนะคะครูเชื่อนะคะ ว่าทุกกลุ่มหรือว่านักเรียนทุกคนนี่ ได้ศึกษาใบความรู้เหล่านี้แล้วเรามาสรุปร่วมกันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวเรามาสรุปร่วมกันนะครับเด็ก ๆ ครับ การแสดงความคิดเห็คืออะไรครับเด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันกับครูเลยนะครับ การพูดแสดงความรู้สึกความคิดเห็นจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จากการฟังการดู การพูดนี่คือการพูดแสดงความคิดเห็นนะครับ เราศึกษาเรื่องใดมาก็ตามใช่ไหมครับ เราศึกษามาแล้วเราจะมาพูดให้ผู้อื่นฟัง ก็จะต้องแสดงความคิดเห็นให้ได้นะครับ ไปดูหลักการกันดีกว่าครับการพูดแสดงความคิดเห็นครับ ตามที่สรุปมา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ การพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ 1.ทำความเข้าใจเนื้อเรื่องค่ะ การที่เราจะพูดแสดงความคิดเห็นได้นั้น เราจะต้องเข้าใจ2. ค่ะ หาความรู้เพิ่มเติมค่ะหากเรื่องใดหรือมีข้อชี้แนะ หรือในสิ่งที่เราต้องการจะบอกผู้อื่นเป็นกาารเพิ่มเติมนี่ เราก็จะต้องหาความรู้เพิ่มเติมสิ่งสำคัญเลยนะคะ ความรู้เพิ่มเติมจะต้องเป็นข้อเท็จจริงค่ะ สามารถเชื่อถือได้และพิสูจน์ได้ค่ะ ต่อมาค่ะ ใช้ความคิดพิจารณาเหตุผลค่ะ ในการที่เราแสดงความคิดเห็นี่เราจะต้องใช้ความคิดในการพิจารณาเหตุผลแต่นักเรียนคะ ครูเคยบอกแล้วใช่ไหมคะในการพูดแสดงความคิดเห็น เราจะต้องมีมารยาทในการพูดค่ะ ฉะนั้นนี่ เวลาเราพูดแสดงความคิดเห็นเราจะต้องพูดไปในทางบวกค่ะ เราไม่พูดว่าร้ายผู้อื่น ไม่คนอื่นไม่พูดสอดเสียดไม่พูดยั่วยุจำไว้ด้วยนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อมาค่ะข้อที่ 4 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องมีการแสดงความคิดเห็นนั้น ๆ นะครับเราจะแสดงความคิดเห็นถึงใครถึงอะไรก็ตาม ต้องเป็นกลางนะครับ ต้องใช้สื่อตัวเองนี่ สื่อนี่ต้องเป็นกลางครับความยุติธรรมครับ ต่อไปพูดต้องตรงประเด็นเนื้อหาต้องไม่อ้อมค้อมเราจะแสดงความคิดเห็นเรื่องใดก็ให้พูดเรื่องนั้น ไม่ใช่ว่าครูเสนอนิทานพญาคันคากนี่ นักเรียนไปแสดงความเห็นเป็นพิพิกุลทองแบบนี้ก็ไม่ได้พูดอย่างมีมารยาทก็อย่างเช่นที่คุณครูคณิตาได้บอกไปนะครับ การพูดแสดงความคิดเห็น จะต้องมีมารยาทในการพูดที่ดีจึงจะประสบผลสำเร็จ อันนี้หนู ๆ นั้นคงจะสรุปเป็นแผนผังความคิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่มไปได้ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาถึงกิจกรรมกันแล้วนะคะ กิจกรรมวันนี้นี่เดี๋ยวเราจะมาทำพร้อม ๆ กันแต่ วันนี้ค่ะ เมื่อวาน (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หรือคาบที่แล้วนี่วันนี้ เราจะมีนิทานเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องตาหม่องล่ายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดนำมาให้คนอื่นได้รู้กันอันนี้เป็นที่เขาตาม่องล่ายนะครับภาพนี้นะครับ เป็นจุดชมวิวตาหม่องที่จังหวัดประจวบฯก็มีเขาการที่มีเขาลูกหนึ่งนี่ มันสามารถที่จะเกิดอะไรได้มากมาย จนเป็นนิทานพื้นที่ประจำที่ประจเรื่องนี้เกิดขึ้นมา เป็นเรื่องตาม่องล่ายเล่าให้ฟังดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หรือคุณครูคณิตาจะพูดครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องการพูด คุณครูไว้ใจครูปรเมษฐปรเมษฐมากค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นี่ยกให้ครูปรเมษฐเลยค่ะ เด็ก ๆ พร้อมที่จะฟังหรือยังคะคุณครูปรเมษฐพร้อมที่จะเล่าให้ฟังไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับเดี๋ยวครูจะเล่าให้หนูฟังคร่าว ๆ นะ เล่าเพื่อให้หนูนั้นได้นำไปต่อยอดในการทำงานนะครับตาม่องล่ายก็เป็นนิทานที่เกิดขึ้นในตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เขามีแฟน มีภรรยา ชื่อ ยายลำพึง แล้วมีบุตรสาวคนหบุตรสาวคนหนึ่งชื่อนางยมโด่ยนางยมโดย ลูกของตาม่องล่ายและยายลำพึงนี่เป็นผู้หญิงที่สวยมากในตำบลอ่าวน้อยในพื้นที่อำเภอเมืองที่ติดชายทะเลนี่ไม่มีใครสวยเทียบได้ เปรียบเหมือนนางวนทอนะครับ นางยมโดยเป็นผู้หญิงที่สวย คุณครูคณิตาครับ เป็นผู้หญิงที่สวยย่อมมี (คุณครูคณิตา) ย่อมมีผู้ชายเข้ามาชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับเปรียบเสมือนครูคณิตาเช่นเดียวกันจะเกี่ยวค่ะ เพราะว่าคุณครูคณิตานี่ส่องกระจกแล้วกระจกร้าวตลอดล่ะค่ะทำไมล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น ค่อนข้างที่จะอยู่อย่างนี้เลยค่ะ คุณครูไม่บอกนะคะ แบบนี้หมายความว่าอย่างไร นักเรียนคิดกันเอาเองนะคะนิดหนึ่งค่ะ กลับเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ผู้ชายที่มาชอบพอมากมายนะครับเป็นคนจีนนะครับ มาจากเมืองจีน ยายรำพึงเป็นคนพื้นที่นะ คนพื้นที่เมืองน้อยนี่ จะพูดเนหน่อยหนึ่งนะครับ คนอำเภอเมืองนี่ ตามองล่ายเป็นคนจีน ก็จะมีพวกจากเมืองจีนนี่มาอยู่เป็นประจำ เพราะว่าถือเป็นคนหลักคนใหญ่ในหมู่บ้านนั้นนะครับก็มาหาตาม่องล่าย แล้วก็ได้สนทนากันแล้วก็เห็นนางยมโดยปรากฏว่าพบนางยมโดย (คุณครูคณิตา) รู้สึกหลงรักค่ะ หรือว่าชอบ (คุณครูปรเมษฐ) หลงรัก ก็เลยตัดสินใจสู่ขอนางยมโดยกับนางหม่องล่ายโดยที่ยายลำพึงไม่ได้รู้อะไรเลยจังหวัดประจวบฯ เพชรบุรีนี่นะครับ ก็มีพวกนะ เจ้าลาย เป็นเมืองเพชรบุรีนะครับก็มาเที่ยวที่บริเวณหมู่บ้านอ่าวน้อยนี่หมู่บ้านอ่าวน้อยนี่ ก็มาเจอกับนางยมโดยอีกแล้วกำลังทำกิจกรรมอาจจะตากปลาหรืออะไรสักอย่างครูก็จำไม่ค่อยได้ คราวนี้ พอเจ้าลายไปเป็นยมโดยก็รู้สึกเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) รู้สึกหลงรักอี (คุณครูปรเมษฐ) รู้สึกหลงรักอีกแล้วทำอย่างไร ก็ไปหายายลำพึงซึ่งเป็นแม่ของนางยมโดยใช่ไหมครับคุยกับยายรำพึง สู่ขอเลยเหตุการณ์ทั้งหมดนี่นะ นางยมโดยไม่ได้รู้เรื่องนางยมโดยไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยนะ ก็เลยทำให้ยายลำพึงตกลงว่าจะให้ยกลูกสาวนี่ ให้เจ้าลาย ครูคณิตาคิดดูนะครับ นางยมโยายลำพึงก็ยกให้ แต่ยกให้ผู้ชายคนละคนกันดูฤกษ์เรียบร้อยฤกษ์ของนางยมโดยดันเป็นฤกษ์ที่ดีจะเกิดอย่างไรขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) เหตุการณ์เป็นอย่ดีกว่าให้เด็ก ๆ ไปศึกษาเองนะครับ เดี๋ยวให้ไปดูในใบความรู้ มีนิทานเรื่องนี้อยู่ ครูเล่าไว้ให้เท่านี้ละกัน เดี๋ยวให้หนู ๆ ไปศึกษา คราวนี้เดี๋ยวให้เด็ก ๆตาม่องล่ายนี่ ก็ให้นักเรียนอ่านแล้วอภิปรายแสดงความคิดเห็นในกลุ่ม (คุณครูคณิตา) ค่ะ โดยเราจะให้อ่านเนื้อเรื่องนี่เพียงแค่ 5 นาทีนะคะ เรามาดูกันดีกว่าแบบฝึกหัดค่ะ หลังจากที่เราอ่านแล้วนี่จะต้องได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้นะครับ ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องตาหม่องล่าย ครูให้นักเรียนศึกษา 5 นาท5 นาทีครับ แล้วก็เดี๋ยวเรามาอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันให้อ่านเนื้อเรื่องก่อนนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ฟังครูเล่านิทาน แล้วก็ให้อ่านเพิ่มเติมจากใบความรู้ที่ครูเตรียมให้วันนี้ครูก็มีประเด็นคำถามมาในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านนะครับ โดยครูมีให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ เดี๋ยวคุณครูคณิตาค่ะอธิบายให้หนู ๆ ฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ ไม่ต้องจดนะคะเพราะในประเด็นที่คุณครูขึ้นให้อยู่ในใบความรู้ค่ะ เรามาดูข้อแรกกันเลยดีกว่านะคะข้อแรกค่ะ พฤติกรรมของตัวละครค่ะ นักเรียนดูในใบความรู้นะคะ ว่าตัวละครในเรื่องนี้มีใครบ้างหลังจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นแนวทางในการแก้ไข และแนวคิดจากเรื่องที่ได้ค่ะ นักเรียนเรามาดูใบงานกันเลยดีกว่าค่ะกันเลยดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) กิจกรรมนี้ คือ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านนะครับเราจะต้องขึ้นก่อน "กิจกรรมแสดงความคิดเห็น" ใช่ไหมคะครูปรเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูใบงานเราทำใบงานนี่เรามาชี้แจงบทบาทของคุณครูปล่ยทางดีกว่าค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ 1.ให้นักเรียนอ่านนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตาม่องใบความรู้นะคะ ซึ่งนักเรียนอ่านไปแล้วนะคะจำได้ไหมคะ คราวนี้มาต่อนะคะ ให้นักเรียนค่ะ อภิปรายค่ะ อภิปรายแสดงซึ่งประเด็นที่กำหนดนั้น ครูก็ได้พูดไปแล้ว ในสไลด์ที่แล้ว นักเรียนจำได้หรือเปล่า โดยกำหนดกี่นาทีคะ ตัวแดง ๆ เห็นไหมคะ ตัวแดง ๆค่ะ แล้วบทบาทของครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทบาทของคุณครูปลายทางก็ดูความเรียบร้อยของนักเรียนปลายทางนะครับนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจ คุณครูอธิบายให้เด็ก ๆแล้วก็ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีความสุขนะ นี่ก็คือหน้าตาของใบงานกันดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) หยิบใบงานขึ้นมากันหรือยังใบงานที่จะได้ทำเป็นแบบนี้นะครับ ก็จะตามประเด็นคำถามที่ต้องแสดงความคิดเห็นนั่นเองนะครับนำมา นำความคิดเห็นของตนเองจากที่อ่านใบความรู้นิทานพื้นบ้านตามองล่ายมาตอบคำถามได้เลย (คุณครูคณิตา) โดยในการตอบคำถาม หรืออภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนี่ โดยในหัวข้อดังนี้ค่ะ ในใบงานที่นักเรียนได้ไปนะคะใช้การพูดค่ะ ไม่ใช่การเขียน เพราะวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องการพูกแสดงความคิดเห็นค่ะ เพราะฉะนั้นก็คือเราจะต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็นำประเด็นนั้นมาเขียนในใบงานนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนะคะให้นักเรียนลงมือปฏิบัติได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ครบตามกำหนดเวลาแล้วนะคะ ในช่วงที่นักเรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเดี๋ยวเราลองมาดูนะคะ ความคิดเห็นของคุณครูปรเมษฐเกี่ยวกับเรื่องนนี้ดีกว่าค่ะ ความคิดเห็นแรกค่ะ เกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมค่ะ พฤติกรรมของตัวละครของตาม่องล่ายเป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)ของตาม่องล่ายนี่ ตาม่องลายไม่ปรึกษายายลำพึงที่จะยกลูกสาวให้ใครนะครับ ยายลำพึงก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้ปรึกษาพฤติกรรมของยายรำพึงก็ไม่ได้ปรึกษาตาม่องล่ายเช่นเดียวกันยกลูกสาวให้กับเจ้าลายโดยทั้ง 2 ไม่ได้คุยกันเลย น่าสงสารนางยมโดยจริง ๆ เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วทำ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นล่ะคะคืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือครับในเมื่อทั้ง 2 ตายายนั้นยกลูกสาวให้ และเกนัดวันขันหมากมาวันเดียวกัน ครูคณิตาว่าจะเกิดอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อาจจะเกิดการทะเลาะกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดการทะเลาะกันเพราะว่าเจ้าเมืองจีนกับ... ไม่ใช่คนบ้านเดียวกัน เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทด้วยกันเรื่องก็จบด้วยความตายทั้งหมดเลยนะครับ แล้วแนวทางในการแก้ปัญหาล่ะคะถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐนี่ คุณครูปรเมษฐจะแก้ปัญหาอย้างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นครูปรเมษฐตาม่องลายกับยายลำพึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อนตาม่องล่ายปรึกษายายลำพึงไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ยายรำพึงก็ไม่ได้ปรึกษาตาม่องล่าย เพราะฉะนั้น2 ฝ่ายนี่ ควรที่จะปรึกษากันก่อนที่จะยกลูกสาวลูกสาวให้ใคร จะได้ไม่เกิดปัญหาอีกประเด็นหนึ่งครับ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นนี่ ตาม่องล่ายควรหาทางแก้ไรเรื่องนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดโศกนาเสียชีวิตยุ่งเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วเรื่องนี้ให้แนวคิดอะไรบ้างคะ 1. นะครับ เราไม่ควรถือตนเองเป็นใหญ่ จะทำอะไรนี่ ต้องให้เกียรติผู้อื่น ฟังความคิดเห็นผู้อื่นบ้างเป็นเรื่องสำคัญนะครับ 2. เราไม่ควรเอาอารมณ์มาตัดสินปัญหาถ้าเด็ก ๆ ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาโมโห โทโสนี่อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ได้จากเรื่องตาม่องล่ายครับครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ คราวนี้นะคะ หลังจากที่เราทำกิจกรรมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรามาสรุปบทเรียนนะคะ เป็นองค์ความรู้กันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ... (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนมีหลักในการแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ยกมือตอบกับคุณครูได้เลย มีหลักการในการแสดงความคิดเห็นในวรรณคดีวรรณกรรมอย่างไรเราได้ศึกษาไปแล้วใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะเดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่านะคะคำตอบคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะต้องอ่านทำความเข้าใจนะครับ แล้วก็พิจารณาเพื่อหาเหตุผล ประกอบการแสดงความคิดเห็น เราจึงจะแสดงควาได้อย่างถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ตอบถูกกันหรือเปล่าคะหากตอบถูกนะคะ ก็ให้นักเรียนนี่ปรบมือให้นักเรียนค่ะ หรือให้กำลังใจตัวเองนะคะว่านักเรียนนะคะ ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการแสดงความคิดเห็นนิทานพื้นบ้านเรื่องอะไรคะ ตามม่องล่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ประโยชน์อะไร ให้ยกมือตอบตอบคำถามกับคุณครูได้เลยนะครับ มันเป็นการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนเพราะฉะนั้น เราไม่ต้องมีการสุ่มการอะไรเพราะนักเรียนจะตั้งใจตอบกันอยู่แล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) เรามาดูกันดีกว่าค่ะ เอ้ ประโยชน์ของเรื่องนี้นะคะ ก็คือไม่ควรถือความคิดของจนเป็นใหญ่ค่ะ เพราะหากเราถือความคิดของตนเป็นใหญ่จะเกิดอะไรขึ้นได้คะ (คุณครูปรเมษฐ) จะเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นตาม่องล่ายก็เป็นได้คือไม่ได้ฟังใคร เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เรื่องเกิดราวขึ้นนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะโหนักเรียนคุณครูนี่เผลอคิดว่าจะมีคำถามเยอะกว่านี้เสียอีก แหมน่าเสียดายจริง ๆ วันนี้สรุปองค์ควมรู้เรามีกันแค่ 2 ข้อใช่ไหมคะ เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะฉะนั้นนี่ เราจะเป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันมากกว่าที่เราจะเขียนเกี่ยวกับองค์ความรู้ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับชั่วโมงต่อไปที่เราจะได้เรียนกันยังอยู่ในเรื่องของนิทานพื้นบ้านเหมือนเดิมนะครับจะเป็นการเล่านิทาน เด็ก ๆ จะได้รับความสนุกสนานขนาดไหนนะครับ เดี๋ยวเราค่อยมาดูในชั่วโมงนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สิ่งต้องเตรียมก็คือใบความรู้ค่ะ เรื่องอะไรคะเรื่อง การเล่านิทาน ฉะนั้น นักเรียนจะเตรียมใบความรู้เรื่องอื่นไม่ได้ค่ะ นักเรียนก็จะเตรียมเกี่ยวกับเรื่องการเล่านิทานค่ะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)คุณครูทั้ง 2 คน ก็ขอจบรายวิชาภาษาไทยไว้เพียงเท่านี้ครับสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] - [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางของครูวันนี้เรามาพบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ จากที่เมื่อวานนี่ ครูได้เล่าให้ฟังแล้ว ว่าวันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านนี่จะต้องกลับไปอ่านมาอย่างแน่นอน เพราะถ้ากลับไปอ่านมาก่อนนี่จะเรียนด้วยความสนุกสนานนะครับเราจึงเรียนกันในเรื่องอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านพูดแสดงความคิดเห็นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะมาพูดแสดงความคิดเห็นกันนะครับ สำหรับนิทานพื้นบ้านใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เมื่อนักเรียนจะต้องแสดงความคิดเห็นได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นิทานพื้นบ้านนี่ ก็เป็นที่น่าสนใจเพราะว่ามีอยู่ด้วยกันทุกที่ นิทานพื้นบ้านใช้อธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างได้ บางทีในทุกหมู่บ้านที่นักเรียนพักอาศัยอยู่นั้นของตนเองกำกับอยู่ ไม่เชื่อหนูลองกลับไปถามคุณปู่ย่าตายายดูว่าบ้านเรานี่มีนิทานบ้างหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามของครูให้พวกหนูค้นหานะครับ ฝากไว้ให้คิด คุณครูคณิตาฝากแจ้งจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ของวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกหลักฐานการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2. ค่ะ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านไฃดได้ค่ะ ส่วนขอ 3 คืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)แสดงความคิดเห็นจากนิทานให้ได้มันมีประโยชน์อย่างไร วันนี้ครูกิจกรรมให้หนู ๆทำอีกแล้วนะครับ ชื่อนิทานว่าปริศนานิทานพื้นบ้านจากฉากนี่บ่งบากชัดเจนว่าเป็นนิทานพื้นบ้านพื้นถิ่นนะครับ นี่น่าจะเป็นภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคอะไรคะครูปรเมษฐแต่ภาพนี้มีคุณสมบัติพิเศษรวมทุกภาคเรือนทรงไทย เด็ก ๆ ภาคอะไรครับ ภาคกลางเรือหัวโทงอยู่ภาคใต้ อันนี้สมมติเป็นน้ำทะเท เป็นภาคใต้ ภาคตะวันออกและภูเขานี่เปรียบเสมือนภาคเหนือ เป็นการรวมกันให้เห็นชัดเจนนะหนู ๆ นะ มีปริศนาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะมีภาพนิทาน มาให้หนู ๆ ได้ดูกัน วันนี้เดี๋ยวครูจะสุ่ม ใครที่โดนเรียก ก็คือถือว่าเป็นผู้ที่โชคดีคุณครูปลายทางก็เตรียมรางวัลไว้ได้เลยนะครับให้ดูภาพแรกก่อนเลย เดี๋ยวย้อนกลับให้ขึ้นก่อน แล้วมาตอบคำถามนะครับนักเรียนชายยืนขึ้น นักเรียนหญิงไม่ต้องยืน ไม่ใช่ผู้ชาย เอ ชาเอ ชา เอ ชา ช่า ชาชาน้อยแม่ก. ไก่ สะกดกับ บ. ใบไม้หนูตอบคำถาม ถ้าคิดแล้วนั่งได้ทันทีทันใด เอชา เอชา เอชาเอชาเอชาชะชาชาหนอยแม่ คนที่ยืนอยู่เป็นผู้ตอบคำถาม เชื่อว่าหลายคนยังสะกดไม่ได้นะครับตอบคำถามข้อนี้ครับ เป็นนิทานเรื่องอะไรให้เวลาคิดนะครับ นักเรียนที่ยืนอยู่ก็เป็นเพศไหน คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพศชายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนที่ยืนอยู่นะครับ ตอบคำถามให้ได้เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง1 23 ตอบคำถามครับ เรื่องแก้วหน้าม้า ถูกไหมครับเด็ก ๆเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง ครูคณิตาครับ เรียกคนต่อไปให้ยืนก่อนก่อนที่จะเห็นภาพ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะเมื่อมีผู้ชายแล้ว นักเรียนคงคิดว่าครูจเรียกผู้หญิงใช่ไหมคะ ไม่ค่ะ ครูจะเรียกผู้หณเอาล่ะค่ะใครที่นั่งข้างคุณครู หรืออยู่ใกล้คุณครูมากที่สุด ลุกขึ้นยืนค่ะลุกขึ้นยืนแล้วนะคะ เดี๋ยวก่อนค่ะแล้วถ้าอยู่ใกล้คุณครูมากที่สุดก็วัดระยะเอานะคะ เด็กผู้ชายคน เด็กผู้ชายด้านซ้ายหรือด้านขวากะเอาเองนะคะ หรือให้เพื่อน ๆ ตัดสินก็ได้ค่ะ ว่าใครอยู่ใกล้ที่สุดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ยืนครับให้เวลาคิด 1,2 ตอบคำถามครับ เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องพิกุลทอง พิกุลทอง เด็ก ๆ ถ้าเห็นภาพนี่ ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกเด็ก ๆ สังเกตได้จากอะไรถึงตอบว่าเป็นเรื่องพิกุลทองครับ (คุณครูคณิตา) สังเกตจากอะไรคะเรียน ดอกไม้ที่อยู่ในมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะ แล้วเป็นสีอะไรคะสีทองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดอกพิกุลนี่ก็เป็นสำนวนที่เปรียบกับคำพูดนะครับคนที่ไม่ค่อยพูดนะครับ เปรียบคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าแสดงออก เพราะดอกพิกุลโดนกระทบนิดเดียวร่วงแล้วนะครับอันนี้ของภาคกลางทั้งคู่เลยใช่ไหมครับ 2 ภาพแรกก่อนที่จะให้ดูคำถามให้ลุกขึ้นก่อนนะ นักเรียนชายที่เป็นคนเลขที่เป็นคนเลขที่ลำดับแรกในของนักเรียนชายรู้แล้วนะครับ ลุกขึ้นยืนครับ ตอบคำถามครับจากภาพนี้ เป็นภาพอะไรนี่ เดี๋ยวครูพิจารณาก่อนนะครับ มีลูกกบใช่ไหม (คุณครูคณิตา) กบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วสีแดง ๆ คืออะไรเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย ดวงอาทิตย์ พระอาทิตย์มาดูข้างล่างดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างล่างสีเหลืองเป็น... (คุณครูคณิตา)ดวงจันทร์หรือเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดือน เรียกว่า "เดือน" อันนี้เป็นนิทานพื้นบ้านอาจจะยากหน่อยถ้าเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ดูนะครับลองตอบนะคนที่ยืนเมื่อกี้ ลองตอบเป็นเรื่องอะไร1 2 3 ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ เฉลยกินเดือน เป็นนิทานพื้นบ้านของแสดงว่าเด็กภาคอีสานเรานี่ตอบได้อย่างแน่นอนนี