--- title: ฝึก PE (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 1) ๙ นิทานพื้นบ้าน (การอธิบายคุณค่า) ๑๖ มิ.ย. ๖๔ ฟารุต subtitle: date: วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ เอ่ย สวัสดีคุณครู หนู ๆ ปลายทาง เอ่ยแล้วปลายทางจงมานั่งฟังกันไว ๆ แล้วไว ๆ วันนี้เรียนรู้กับครูปรเมษฐวันนี้เรียนรู้กับครูปรเมษฐมีเหตุวันนี้อธิบาย ไม่ได้มาคนเดียวแล้วเอกายังมีครูคณิตามาให้กำลังใจเมื่อวานครูให้ไปอ่านเขียนนิทานพื้นบ้านอาเซียนกันมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น วันนี้หนู ๆ จ๋าเอยเอิ้งเเอ่ย แล้วหนู ๆ จ้า เรามาอธิบายคุณค่านิทานพื้นบ้านไว ๆ แล้วไว ๆ คุณครูคณิตาครับ จากเพลงที่คุณครูได้ร้องให้หนู ๆ ฟังนะครับ เพลงพื้นบ้านนะครับ ซึ่งเป็นเพลงอีแซวก็สอดคล้องกับเรื่องที่เราจะสอนในวันนี้ เป็นเรื่องนิทานพื้นบ้านนะครับ เราจะมาอธิบายคุณค่าเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านกัน ซึ่งนิทานพื้นบ้านที่ว่ากันคือ (คุณครูคณิตา) นิทานพื้นบ้านของอาเซียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เด็ก ๆ ไเมื่อวานนี้นั่นเองนะครับ เราจะอธิบายคุณค่ากันนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะแจ้งจุดประสงค์เพื่อจะปฏิบัติก่อนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. บอกหลักการอธิบายคุณค่าของนิทานที่ได้อ่านค่ะ 2. คือ อธิบายคุณค่าของนิทานพื้นบ้านที่ได้อ่านค่ะ 3. เห็นคุอนค่างการอ่านนิทานพื้นบ้านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ปฏิบัติตามจุดประสงค์ดังกล่าวนะครับ เรามีคำถามมากระตุ้นความคิดหนู ๆ อีกแล้วนะครับ กระตุ้นความคิดอีกแล้วนะครับ ทั่วประเทศเลยที่เป็นลูกศิษย์ครูที่ได้รับชมลุ้นนะ ว่าวันนี้จะเป็นคำถามอะไร เดี๋ยวเรียกคนยืนขึ้นตอบก่อน เป็นการเข้าสู่บทเรียนด้วยการ Activelerrning ที่มีเลขที่ต่อไปนี้ เลขที่สุดท้ายลุกขึ้นยืนครับ ยืนขึ้น ๆ ตอบคำถามข้อนี้ครับ คุณครูคณิตาถามคำถามครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนรู้จักนิทานพื้นบ้านกลุ่มอาเซียนหรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) คำถามข้อนี้ง่ายมากเลย เพราะเมื่อวาน หนู ๆ ได้ไปศึกษากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอบกับคุณครูได้เลยครับ เลขที่สุดท้ายครับ ตอบคำถามเลย หลายชื่อหลายประเทศด้วยกัน ประเทศอาเซียนมี 10 ประเทศใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูไม่ทบทวนแล้วเพราะว่าคุณครูสังคมต้องสอนหนูอยู่แล้วนะครับ ประเทศอาเซียนนะครับ มีนิทานเรื่องอะไรตอบคุณครูไปอีกคำถามหนึ่งครับ อันนี้ครูถามเองให้เลขที่ 1 มีเลขสุดท้ายก็ต้องมีคนแรกของห้องยืนขึ้นครับ ตอบคำถามข้อนี้หน่อยนะครับ นิทานพื้นบ้านของแต่ละประเทศมีความสำคัญอย่างไร ฟังอีกครั้งนะครับ นิทานของแต่ละประเทศ หนู ๆ ครับ มีความสำคัญกับประเทศนั้นอย่างไร ลองตอบคำถามสิจากการที่เราได้ไปอ่านมา ไปศึกษามาเมื่อวานนี้ครับ ย้อนถามคุณครูคณิตาครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาแสดงความคิดเห็นหน่ยอย่างไรในขณะที่เด็ก ๆ กำลังตอบคำถามอยู่ครับ อย่างไร ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังตอบคำถามอยู่ครับ (คุณครูคณิตา) นิทานพื้นบ้านแต่ละประเทศนะคะ ความสำคัญนั่นก็คือทำให้เรานี่ได้รู้จัดวิถีชีวิตของคนในประเทศนั้น ๆ ค่ะ อาจจะรวมไปถึงภูมิภาค หรือรวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่เลยครับ เพราะว่าอันนี้มันเลยเกิดเป็นนิทานพื้นบ้านแต่งขึ้นมา เพื่อจะบอกถึงสภาพพื้นที่แวดล้อม รวมถึงความเชื่อที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนที่มันได้เกิดขึ้นมานั่นเองนะครับ ใช้ เอ๊บ้างนะ ผมของยืมเอ๊ของคุณครูคณิตามาใช้บ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ การหาคุณค่าจากนิทานพื้นบ้านอาเซียนนั้นต้องทำอย่างไรดีครับ เด็ก ๆ ไหนลองตอบครูสิ จะทำอย่างไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา)การหาคุณค่าของนิทานพื้นบ้านอาเซียนนะคะ นักเรียนหลายคนคงรอคำตอบจากคุณครูใช่ไหมคะ แต่คุณครูค่ะ จะไม่บอกนักเรียนก่อนนะคะ จะให้นักเรียนไปศึกษาใบความรู้ก่อนค่ะ โดยใบความรู้ค่ะ ก่อนที่เราจะศึกษาใบความรู้ นักเรียนจะต้องรู้ก่อนนะคะ ว่าในการศึกษาใบความรู้แต่ละครั้งนี่จุดประสงค์ของการศึกษาใบความรู้ในครั้งนี้นะคะ ให้นักเรียนหาอะไรคะ หาอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนหาหลักการอธิบายคุณค่า ซึ่งเป็นเรียนที่เราจะต้องเรียนวันนี้นะครับ บอกใบ้ไว้ก่อนเป็นการถามทางให้ก่อน มีอยู่ 4 ข้อนะ นักเรียนจะต้องบอกได้ว่าหลักการอธิบายคุณค่ามีอะไรบ้าง ให้ทำลงในสมุดใช่ไหมครับ เพราะเราให้เวลาตั้ง 10 นาที (คุณครูคณิตา) 10 นาทีค่ะ ผังความคิดลงในสมุดเลยนะครับ หลักคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมนะครับ (คุณครูคณิตา) สิ่งที่สำคัญนะคะ นักเรียนคะ เมื่อนักเรียนรู้หลักแล้วนะคะ นักเรียนสามารถที่จะวิเคราะห์ได้ด้วยนะคะ ว่าหลังจากที่อ่านแล้วเราจะได้คุณค่าด้ด้วยนะคะ ว่าหลังจากที่อ่านแล้วเราจะได้คุณค่าอะไรจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมเดี๋ยวคุณครูจะมาเฉลยในช่วงท้ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นให้เข้ากลุ่มตามกลุ่มแล้วก็ศึกษาใบความรู้ได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่เด็ก ๆ ได้ศึกษาใบความรู้แล้วได้สรุปหลักการอธิบายคุณค่าลงในสมุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวครูจะสรุปให้หนูอีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวคุณครูจะขยายให้หนูเข้าใจยิ่งขึ้นนะครับ เดี๋ยวเราไปสรุปกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก่อนที่คุณครูปรเมษฐนะคะ เปิดสไลด์ถัดไป เมื่อกี้คุณครูฝากคำถามอะไรไว้ให้กับนักเรียนคะ ตอบได้หรือเปล่า จำได้ไหมคะ นักเรียนเมื่อกี้คุณครูฝากคำถามไว้ ก็คือหลังจากที่เด็ก ๆ ได้ศึกษาใบความรู้ นักเรียนคิดว่าคุณค่าของการอ่านหรือว่าการที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับนิทานท้องถิ่นนิทานอาเซียนต่าง ๆ นี่มันทำให้เราได้คุณค่าอะไรบ้าง ตอบได้หรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องตอบให้ได้มีกี่ข้อนะที่ครูเปิดประเด็นไปเมื่อสักครู่นี้ (คุณครูคณิตา) คุณครูถามแค่ข้อเดียวความคิดเห็นก่อนค่ะ ครูปรเมษฐ ครูเชื่อว่าหลายคนก็สามารถที่จะตอบได้แล้ว เดี๋ยวเราลองมาดูคำถามกันดีกว่าค่ะ ว่าจะเหมือนกับที่คุณครูได้บอกไว้หรือเปล่ากันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1 2 3 (คุณครูคณิตา) การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม ผู้อ่านนี้ต้องรู้จักพิจาณณาและวิเคราะห์คุณค่าประโยชน์ในการนำไปใช้ในชีวิต เพราะอะไรคะ เพราะว่าเป็นการพัฒนาความรู้ในระดับที่สูงขึ้นค่ะ ในส่วนนี้นะคะ ก็คือในการพัฒนาความคิดในระดับที่สูงขึ้นนี่ จะเป็นลักษณะในการที่เราอ่านนิทานต่างเราได้ข้อคิด ทำให้พฤติกรรมของเรา หรือทำให้ความคิดของเรานี่ไปในทางที่บวกขึ้น พฤติกรรมของเราไปในทางที่ดีขึ้น นี่ก็เป็นว่าการพัฒนาความคิดในระดับที่สูงขึ้นแล้วค่ะ คุณครูปรเมษฐ) หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออ่านอ่านแล้วบกระดับความคิดนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูหลักการกันเลยดีกว่านะครับ การวิเคราะห์คุณค่า หรือการอธิบายข้อที่ 1 คืออะไร ครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 คืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) 1 2 3 เฉลยครับ การวิเคราะห์คุณค่าหรือการอธิบายคุณค่าทางด้านเนื้อหา เป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ในด้านการวิเคราะห์ของการวิเคราะห์คุณค่าทางด้านเนื้อหานะคะ นักเรียนคะจากการศึกษาใบความรู้ นักเรียนตอบได้หรือไม่คะ ว่าการวิเคราะห์คุณค่าทางด้านเนื้อหาเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ลองตอบสิ (คุณครูคณิตา) ตอบได้ไหม เอ่ยด้านการวิเคราะห์คุณค่าทางด้านเนื้อหานะคะ จะเป็นการอ่านเพื่อจับใจความ หรืออ่านเพื่อจับประเด็นสำคัญ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) เนื้อหาเหล่านี้เขาต้องการที่จะสื่ออะไรกับผู้ฟังผู้อ่านเราสามารถที่จะจับประเด็นเหล่านั้นได้นี่ ก็ถือว่าเป็นการวิเคราะห์คุณค่าเนื้อหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ต่อไป ข้อต่อไปนะครับ ตอบคำถาม 1 2 3 ตอบครับ การวิเคราะห์คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์มันเป็นอย่างไร เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟังนะครับ คุณค่าด้านวรรณศิลป์ คือ การใช้ภาษาในการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเช่น หนู ๆ จะต้องศึกษานิทานผู้แต่งนี่ใช้ภาษาเป็นอย่างไร เข้าใจง่ายไหมพออ่านแล้วเกิดความเข้าใจเลยหรือไม่ ใช้ภาษายากเกินไปหรือไม่ นี่คือการวิเคราะห์ การอธิบายด้านวรรณศิลป์นะครับ เกี่ยวกับการใช้ภาษานั่นเอง ต่อไปข้อที่ 3 เด็ก ๆ ตอบคำถามครับ 1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อที่ 3 นะคะ เป็นการวิเคราะห์คุณค่าทางด้านสังคมค่ะ หรือเราจะวิเคราะห์เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านชีวิตของนิทานพื้นบ้านของเรื่องนั้น ๆ ค่ะ นักเรียนอาจจะสงสัยนะคะ การวิเคราะห์วิถีชีวิตของนิทานพื้นบ้านนี่เราจะวิเคราะห์อย่างไร นักเรียนอย่าลืมนะคะ ในนิทานพื้นบ้านแต่ละท้องถิ่นนี่ เขาก็จะอ้างอ้างอิงของ... เขาก็จะอ้างอิงการดำเนินชีวิตของท้องถิ่นนั้น ๆ มาสร้างเป็นนิทาน ฉะนั้นนี่ เราก็สามารถที่จะอ่านแล้ววิเคราะห์เกี่ยวกับวิถีของท้องถิ่นนั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำให้เราเข้าใจการดำรงชีวิตในท้องถิ่นนั้นเช่นเดียวกันนะครับ ต่อไปข้อสุดท้าย เด็ก ๆ ตอบเลย การวิเคราะห์ข้อคิดหรือข้อคิดที่จะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนั่นเองนะครับ ทุกอย่างนะครับ นิทานทุกเรื่องนี่แต่งขึ้นมาต้องแฝงด้วยข้อคิดผู้แต่งจะต้องกำหนดข้อคิดก่อนแล้วก็จะจบด้วยข้อคิดที่จะสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตนั่นเองนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรามายกตัวอย่างอย่างนี้นี่หนู ๆ ก็ยังไม่เห็นภาพ เดี๋ยวคุณครูจะเล่านิทาน 1 เรื่อง ซึ่งเป็นนิทานอาเซียน ยังไม่บอกว่าเรื่องอะไร เดี๋ยวให้หนู ๆ ลองวิเคราะห์คุณค่า หรืออธิบายดี๋ยให้หนู ๆ ลองวิเคราะห์คุณค่า หรืออธิบายคุณค่าจาก 4 ข้อนี้นะครับ พร้อมที่จะรับฟังนิทานยังครับ ปรบมือให้ครูด้วยครับ เดี๋ยวครูจะเล่าให้ฟังครับ เด็ก ๆ ครับ ตามที่ครูบอกว่า ครูจะเล่านิทานให้กับหนู ๆ ได้ฟังนะครับ ครูไปเจอนิทานพื้นบ้านอาเซียนอยู่เรื่องหนึ่งนะครับ ชื่อว่า "คติล้ำค่า นิทานอาเซียนล้ำนะครับ อ่านจากหน้าปกนักเรียนเห็นอะไรครับ ไหนลองมองสิ นี่ถ้าเกิดครูถามเป็นเชาปัญญา น่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านของประเทศไหนหนาลักษณะบ้านเรือนนี่ นักเรียนคิดว่าเป็นปะเทศอะไรครับ เด็ก ๆ ตอบสิ ใช่ครับ ประเทศไทยแล้วน่าจะเป็นเรื่องอะไร เป็นเรื่องที่เด็ก ๆ ชอบกันด้วยเล่าได้เลยล่ะครับ เรื่องอะไรนะ ถูกต้องครับ กุมภา ชื่อ ชาละวันเป็นจระเข้สำคัญยิ่งกว่าใคร ที่ครูร้องเพลงไปเมื่อสักครู่นะครับ เป็นเพลงที่อยู่ในนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้นั่นเอง เรื่องอะไร เรื่องไกรทองปราบชาละวัน นักเรียนรู้อยู่แล้ว เรื่องนี้นักเรียนเล่าได้อยู่แล้ว ครูจะเล่าอีกเรื่องหนึ่งให้ฟังนะครับ เอ้ จะเล่าเรื่องอะไรดูวิธีการจับนิทานของครูนะครับ เวลาที่เด็ก ๆ จะเปิดหนังสือนะ ให้จับให้ถูกต้องนะครับ ใช้มือซ้ายนะครับ ในการจับปกหนักสือทางด้านซ้าย แล้วครองให้ดีเพื่อให้เข้ากับรูปสายตาเรานะครับ อ่านเรื่องอะไรดีเดี๋ยวขอดูก่อนนะครับ เปิดมาเจอเรื่องนี้นะครับ เรือวิเศษเป็นนิทานพื้นบ้านของมาเลเซียนะครับ ฟังกันเลยนะครับ เด็ก ๆ โรมาลิงนะครับ เป็นช่างไม้นะครับ เป็นช่างไม้ที่รูปงาม วันหนึ่งเขาได้ขุดเรือลำหนึ่ง และสั่งให้เรือแล่นออกไป ไม่นานเรือลำนั้นไปหยุดที่บ้านหลังหนึ่ง ที่มีลูกสาวแสนสวยขณะนั้นหญิงสาวลงอาบน้ำพอดี นางชอบใจ จึงนึกออกไปลงนั่งเรือลำนั้นเรือก็แล่นกับไปหาโรมาลิงทันที เมื่อเขาเห็นหญิงสาวก็เกิดหลงรัก ต่อมาทั้ง 2 ก็ได้อยู่กินเป็นสามีภรรยากันอย่างมีความสุข แต่เรื่องราวมันไม่เป็นอย่างนั้นครับ ในหมู่บ้านเดียวกันนั้น ก็มีช้างไม้อีกคนหนึ่ง คนนี้ชื่อ ตัมบูรัง คนนี้มีหน้าตาอัปลักษณ์ นักเรียนสังเกตจากรูปนะครับ เมื่อรู้ข่าว เรือวิเศษของโรมาลิงที่พาสาวงามมาหาโลมาลิง เขาจึงลงมือขุดเรือบ้างนะครับ แล้วสั่งให้มันแล่นออกไปเพื่อหาสาวงามกลับมาให้แต่ออกคำสั่งอยู่นาน เรือก็ไม่ตาบูลันจึงเปลี่ยนคำสั่งจากภาษาดูซัน มาเป็นภาษาอินลานันแทน อันนี้เป็นภาษาของประเทศมาเลเซียนะครับ ให้นักเรียนไปค้นคว้าเพิ่มเติมว่าภาษา 2 ภาษานี้แตกต่างกันอย่างไรนะครับ คือภาษาที่เป็นลักษณะอย่างไร จากนั้นเรือก็แล่นออกไป เรือไปแล้วนะครับ ปรากฏว่าไปจอดเทียบเรือลำใหญ่ลำหนึ่ง เรือลำนั้นนี่มีศพของหญิงสาวอยู่ คนบนเรือเห็นเรือลำนั้นก็ดีใจเรือของตัมบูรันนี่ ลอยเข้าไปเทียบเขาจะทำอย่างไรกับเรือลำนั้น ใช่ครับ เขาก็นำศพของหญิงสาวที่อยู่บนเรือลำนั้น ก็ใส่ลงไปในเรือลำนั้นเลย แล้วก็เรือก็แล่นกลับมาหาตัมบูรันทันทีตะบุลันเห็นหรือกลับมาก็ดีใจ รีบเข้าไปพยุงร่างนั่นขึ้นแต่ร่างนั้นมันไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยเพราะว่ามันใช่คนไหม เป็นศพไปแล้วนะครับ ตัมบุลันก็สงสัยว่า นางคงเพลียกับการเดินทางนึกในใจจึงให้นางนอนในเรือยันเช้ารุ่งขึ้น เมื่อเข้าไปหานางนางเป็นศพไปเสียแล้ว เพราะว่าตัวของนางบวมอืดขึ้นตามลำเรือเลย เขาจึงโมโหนั้นทิ้งเสีย ต่อมาโลมาลิงได้สานตะกร้าใบหนึ่ง เมื่อสานเสร็จ มันสามารถเคลื่อนที่ไปเอง ไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งชาวบ้านกำลังทำขนมเลี้ยงหญิงสาวคนนั้นเห็นตระกร้าที่ตนทำใส่ลงไป พลันตะกร้าก็เคลื่อนกลับมาให้โรมาลิงกับภรรยาอย่างรวดเร็ว โรมาลิงนี่มีคาทาวิเศษแน่ ๆ เขาแปลงใจมากที่ตะกร้าเคลื่อนที่เองได้เมื่อตัมบูรันได้ยินข้าว นักเรียนคิดว่าตัมบุลันจะทำอย่างไร เขาก็ไม่รอช้าเลยครับ สานตระกร้าและหวังว่าจะไม่โชคร้ายเหมือนเมื่อก่อนเสร็จ ตัมบูลันจึงออกคำสั่งว่าให้นำอาหารมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ตะกร้าก็เคลื่อนที่ไปตามคำสั่งบังเอิญขณะนั้นมีวัวตัวหนึ่งกำลังถ่ายอยู่พอดีตะกร้าก็เคลื่อนที่เข้าไปรับมูลของวัวจนเต็ม อล้วเคลื่อนผ่านพุ่มไม้ทำให้ใบไม้ปกคลุมตะกร้าอย่างมิดชิด เมื่อลอบมาถึงตัมบูรันเขารีบใช้มือล้วงลงไปในตะกร้าในนั้นมีแต่ขี้วัวเต็มไปหมด ตัมบุรัน โมโหมากจึงทำลายตะกร้าใบนั้นเสียตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่คิดอยากจะทำสิ่งใด ๆ ตามอย่างผู้อื่นอีกเลยนิทานตบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรจากการที่นักเรียนได้ฟังนิทานจากครูปรเมษฐจากนี้ เรามาวิเคราะห์คุณค่าด้านต่าง ๆ กันเลยค่ะ เริ่มแรกนะคะ คือ คุณค่าทางด้านเนื้อหาค่ะ จะเป็นการกล่าวถึงช่างไม้ 2 คนนะคะ นิสัยที่แตกต่างกัน รวมทั้งรูปร่างด้วยค่ะ โดยผู้แต่งนี่ ก็ได้มีการเปรียบเทียบนะคะ ชายหนุ่มหน้าตาดีนะคะ ช่างไม้หน้าตาดีกับช่างไม้หน้าตาอัปลักษณ์นี่ นิสัยเป็นไปในลักษณะเป็นไปในทางที่เดียวกัน หน้าตาดี ชายหนุ่มช่างไม้ก็จะเป็นในลักษณะคนคิดคี ไม่ได้ละโมบหรือว่าอยากได้เหมือนของผู้อื่น แต่ช่างไม้ที่หน้าตาอัปลักษณ์นี่ นิสัยเขาก็อัปลักษณ์ไปด้วยนะคะ ก็คือมีความคิดที่อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นนั่นเอง นี่เป็นการวิเคราะห์็คือมีความคิดที่อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นนั่นเอง นี่เป็นการวิเคราะห์นั่นเองนะคะ นี่เป็นด้านการวิเคราะห์ทางด้านเนื้อหานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับวิเคราะห์คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์เรื่องนี้ก็คืออ่านแล้วเข้าใจง่าย มีการใช้คำที่ง่ายสอดแทรกเกี่ยวกับลักษณะภาษาค่ะ การตั้งชื่อ ตั้งชื่อในที่นี้นี่เขาไม่ได้ตั้งชื่อเป็นคนไทย แต่เป็นนิทานพื้นบ้านใช่ไหมคะ เกี่ยวกับประเทศมาเลเซีย ฉะนั้นนี่ ชื่อในนิทานเรื่องนี้ ก็จะต้องเป็นชื่อในลักษณะของคนที่เขาได้ตั้งชื่อในประเทศมาเลเซียนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ มาดูวิเคราะห์คุณค่าทางด้านหรือวิเคราะห์ทางด้านคุณค่าของวิถีชีวิตนักเรียนก็ได้เห็นแล้วนะคะ ว่าคุณค่าหรือว่าวิถีชีวิตของในนิทานนี่เป็นอย่างไร วิถีชีวิตในนิทานนี่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับช่างไม้เรื่องการแต่งงาน การอยู่ในหมู่บ้าน อาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้เห็นว่าในประเทศมาเลเซียนี่ก็จะมีการอาศัยอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านนะคะ ในหมู่บ้านนี่รวมถึงอาจจะมีการติดต่อทางทะเลเนื่องจากอะไรเอ่ย เนื่องจากชายอัปลักษณ์ได้สร้างเรือมา แล้วก็เรือเหล่านั้นนี่ก็ได้แล่นออกไปกลางทะเลแล้วก็ได้ไปนำศพกลับมา นี่ก็ได้เห็นถึงว่าคนทำให้เห็นถึงว่าลักษณะของคนสมัยก่อน ก็คือได้มีการทำไมเอ่ย หากมีคนเสียชีวิตหรือคนที่ตายนี่ในท้องทะเลเขาจะทำอย่างไร เผาหรือเปล่าคะ ถ้าเผานี่เรือคงไหม้แย่เลยนะคะ เขาก็จะทำการลอยไปในทะเลค่ะ นี่ก็คือเป็นวิถีชีวิตหรือเป็นการจัดการศพอย่างหนึ่งนั่นเองค่ะ ก็ทำให้เราได้ศึกษาสิ่งต่าง ๆ มากมายนะคะ มาดูข้อสุดท้าย เกี่ยวกับข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ นักเรียนคงได้ยินคุณครูปรเมษฐพูดแล้วนะคะ คือ ชายหลังจากที่เขาได้ทำตามช่างไม้ที่รูปงามนี่เกิดอะไรขึ้น เขาได้ตามดั่งใจหวังหรือเปล่าคะ ไม่ได้ค่ะ เพราะอะไรเพราะว่าชายอัปลักษณ์นี่เขาได้สร้างหรือเขามีจิตที่คิดละโมภเหมือนช่างไม้รูปงาม ฉะนั้น เมื่อจิตใจเราไม่ดี จิตใจเราอยากได้อยากมีเหมือนของผู้อื่นนี่ สิ่งที่ตามมานี่มันก็จะไม่ส่งผลดีต่อตัวเราเองค่ะ นี่คือข้อคิดที่เราได้ต่อมา คุณครูปรเมษฐอยู่ไหนคะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาแล้วครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้เรามีกิจกรรมอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เราก็จะมีกิจกรรมให้นักเรียนได้อธิบายคุณค่านิทานพื้นบ้านนั่นเองนะคะ (คุณครูคณิตา) นักเรียนสามารถแลกเปลี่ยนได้ หรืออาจจะเขียนเป็นการจดบันทึกได้ค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้เราไม่ได้กำหนดนะคะ ว่านักเรียนจะต้องพูดหรือเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ แต่สิ่งที่เราจะกำหนดให้นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษานิทานพื้นบ้านของกลุ่มประเทศอาเซียนของกลุ่มประเทศอาเซียน ที่นักเรียนมีในใบความรู้ หรือจากห้องสมุดหรือจะค้นคว้าเพิ่มเติมก็ได้ กลุ่มละ 1 เรื่อง จากนั้นให้ทำอะไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ จากนั้นนะคะ ให้อภิปรายค่ะ หาแนวคิดจากเรื่องแล้วแสดงบทบาทสมมติจากนิทานพื้นบ้านเรื่องนั้นค่ะ ให้วางแผนเฉย ๆ นะคะ ยังไม่ได้ให้แสดงค่ะ นักเรียนต่อมาค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ บทบาทนักเรียนปลายทางและคุณครูปลายทางค่ะ มีดังนี้ค่ะ นักเรียนจะต้องแบ่งกลุ่มเพื่อศึกษานิทานพื้นบ้านของประเทศอาเซียนค่ะ กลุ่มละ 1 เรื่องค่ะ แล้วร่วมกันอภิปรายจากเรื่อง และวางแผนแสดงบทบาทสมมติจากเรื่องที่นักเรียนอภิปรายค่ะ โดยเวลาที่กำหนดให้มีเวลา 10 นาทีค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นบทบาทครูปลายทางค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับครูนะครับ ทำกิจกรรมอย่างมีความสุขนะครับ ทีนี้เราไปดูเรื่องที่เราจะได้ศึกษากันดีกว่าครับ นักเรียน (คุณครูคณิตา) ค่ะ เนื่องจากเมื่อกี้คุณครูปรเมษฐบอกนะคะ ให้นักเรียนนี่ศึกษานิทานจากใบงานหรือห้องสมุดใช่ไหมคะ แต่จากที่คุณครูกำหนดไปนี่ ครูเชื่อว่านักเรียนไม่สามารถเก็บของแล้วก็วิ่งไปที่ห้องสมุดได้ทันแน่นอนค่ะ ฉะนั้นนะคะ ก็ให้นักเรียนนะคะ ศึกษานิทานอาเซียนที่คุณครูกำหนดไว้ 5 เรื่องค่ะ ให้นักเรียนเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ว่านักเรียนอยากจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใด นักเรียนอยากจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใดหรือประเทศใด เดี๋ยวเรามาดูเรื่องแรกกันเลยดีกว่าค่ะ นิทานอาเซียนประเทศมาเลเซีย เรื่องแรกนะคะ คือ 1. ลูกกระจงน้อยกับจระเข้ ต่อมาเรามาดูนิทานอาเซียนของประเทศอื่นบ้างค่ะ นิทานอาเซียนของประเทศไทยค่ะ คือ เรื่อง ตำนานขนมครกค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูประเทศอีกประเทศหนึ่งดีกว่าค่ะ ประเทศฟิลิฟฟินส์ประเทศฟิลิปปินส์กำเนิดค้างคาวค่ะ ต่อมา เรามาดูนิทานอาเซียนประเทศกัมพูชาค่ะ เรื่องอะไรคะ นักเรียนคงหิวน่าดูนะคะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารค่ะ ต่อมา เรื่องสุดท้ายค่ะ จะเป็นเรื่องของประเทศอินโดนีเซียค่ะ เรื่อง กระจงเจ้าปัญญาค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่เด็ก ๆ นั้นได้มาสรุปบทเรียนที่เราได้เรียนกันในชั่วโมงนี้กันดีกว่านะครับ ครูมีคำถามมานะครับ การอ่านนิทานพื้นบ้านมีคุณค่าอย่างไรนะครับ นักเรียนตอบคำถามได้เลยนะครับ เดี๋ยวคุณครูเตรียมคำตอบมาเฉลยให้กับนักเรียนด้วยนะครับ ตอบกับครูประจำวิชาก่อนนะครับ ลองตอบดูนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็นนะครับ ครูเฉลยเลยดีกว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ นิทานพื้นบ้านมีคุณคแล้วทำให้เข้าใจวิถีชีวิต... วิถีชีวิตของคนในชุมชนค่ะ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ นี่คือคุณค่านิทานพื้นบ้านนะครับ ต่อไปนะครับ นักเรียนมีแนวทางอย่างไรในการนำนิทานพื้นบ้านที่เราอ่านนั้น ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ตอบคำถามแสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ กับคุณครูประจำวิชานะครับ ลองแสดงความคิดเห็นดูว่าเราจะนำไปใช้ในชีวิต ไปปฏิบัติได้อย่างไรนะครับ เฉลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เราสามารถที่จะวิเคราะห์พฤติกรรมตัวละครค่ะ ไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ และนี่ก็คือจุดประสงค์ที่เราจะต้องศึกษานิทานพื้นบ้านนะครับ บทเรียนต่อไปครับ เด็ก ๆ เราจะเรียนนิทานพื้นบ้านเหมือนเดิมแต่เรียนในเรื่องของการเขียนแผนภาพโครงเรื่องไปติดตามชั่วโมงต่อไป สำหรับสิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมมา (คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. ใบความรู้เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง 2. ใบงานเรื่องพญาพงพญาพญาพาน 3. แผนภาพโครงเรื่ิองจากนิทานพื้นบ้าน ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]