--- title: ฝึก PE (DLTV ห้อง 5729) ๖ พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดู ๑๐ มิ.ย. ๖๔ นาโน subtitle: date: วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางที่รักของครูทุกคนนะครับ วันนี้พบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6กับครูปรเมษฐ ศรีกำเนิดนะครับ วันนี้สืบเนื่องจากชั่วโมงที่แล้วที่เราได้เรียนเรื่องแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นนะครับเราก็จะมาพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูกันนะครับวันนี้คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับก่อนที่จะเรียนนะครับ ต้องมีสมาธินะครับ ตั้งใจเรียนแล้วจะเรียนคาบนี้ได้อย่างมีความสุขนะครับการพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูก่อนอื่นเดี๋ยวคุณครูคณิตาจะแจ้งจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับฟังกันก่อนนะครับ ว่าได้อะไรบ้างจากการเรียนคาบนี้ครับ (คุณครูคณิตา)นักเรียนอย่าลืมนะคะ เวลาเราเรียนแต่ละคาบนี่เราจะต้องมีจุดประสงค์ในการเรียนรู้ค่ะ และวันนี้จุดประสงค์การเรียนรู้ก็คือพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูได้ค่ะ 2. พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูได้ค่ะ3. เห็นความสำคัญและมีมารยาทในแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่ก็คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องปฏิบัติในชั่วโมงนี้ครับ ครูมีภาพมาให้คุณครูคณิตาครับ เรามีภาพยังนั่งตัวตรงอยู่นะครับ ตั้งใจเรียนนะครับ มีภาพมาให้ดูเป็นภาพเกี่ยวกับข่าว มีโทรศัพท์ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือพิมพ์ (คุณครูคณิตา) อาจจะเป็นแท็ปเล็ตหรือ iPadเป็นสื่อที่เป็นสื่อโซเชียลสาธารณะที่เด็ก ๆ นี่จะเห็นกันอยู่ในชีวิตประจำวันใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ แต่ เอ๊ะขอแก้ไขนิดหนึ่งนะคะ หนังสือพิมพ์ยกเว้นว่าจะอยู่ในแอปพลิเคชันถ้าอยู่ในแอปพลิเคชันก็ถือว่าเป็นสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กได้เช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ที่อยู่ปลายทาง มีใครยังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หรือเปล่าไปโรงเรียนนี่ ที่ห้องสมุดก็เป็นอีกหนึ่งที่สำคัญนะครับ ก็จะรับหนังสือพิมพ์ทุกวัน มีนักเรียนปลายทางคนไหนยังไปอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องสมุด ยกมือให้ครูดูหน่อยมีหลายคนเลยที่ยังอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อยู่นะครับ การอ่านจากหนังสือพิมพ์นี่ คุณครูคณิตาคิดว่าการอ่านจากโทรศัพท์ในแอปพลิเคชันนี่ กับการอ่านหนังสือพิมพ์อันไหนมันสร้างสมาธิ (คุณครูคณิตา) ถ้าดูนะคะ จากความคิดเห็นค่ะ เราไม่สามารถที่จะบอกได้นะคะ ว่าสิ่งใดดีกว่านะคะ ขึ้นอยู่กับบุคคลค่ะ แต่หากเราได้อ่านจากหนังสือพิมพ์นี่ อาจช่วยถนอมสายตาได้มากขึ้นนะคะ หากเราได้อ่านเกี่ยวกับ... หากเราได้อ่านโดยใช้พวกโทรศัพท์หรือพวกอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ นี่ก็อาจจะเกิดผลเสียต่อสายตา แต่เขาก็มีจุดเด่นนะคะที่จะอัปเดตข่าวสารได้อย่างรวดเร็วค่ะระหว่างข่าวสารและช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารนะครับ เราไปดูกันต่อดีกว่านะครับครูมีคำถามให้นักเรียนคนที่มีชื่อ ร.มีชื่อ ร. เรือ มากที่สุดลุกขึ้นยืนครับเตรียมตัวตอบคำถามนะครับ การฟังและดูข่าวมีประโยชน์อย่างไรคนที่มีชื่อ ร. เรือมากที่สุด ตอบคำ1, 2, 3 ตอบกับคุณครูปลายทางครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วการที่เราฟังและดูข่าวนี่มีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะตอบคุณครูได้ไหมคะ มีประโยชน์อย่างไรอย่างไร กระซิบบอกคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้ากระซิบจากจังหวัดเชียงใหม่นี่ (คุณครูคณิตา) คุณครูค่ะ ใจของเราสื่อถึงกันค่ะคุณครูนี่จะได้ยินเสียงของนักเรียนแน่นอนคจากการฟังและดูข่าวมีประโยชน์อย่างไรมีสิคะ มีเยอะเลยค่ะ เราได้รู้เกี่ยวกับข่าวสารต่าง ๆ ในประเทศ และสิ่งสำคัญค่ะ เราได้เรียนรู้ข่าวสารต่าง ๆเรานี่เป็นเด็กที่รู้ทันข่าวสารต่าง ๆ ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ครูคณิตาตอบคำตอบได้เฉียบคมมากครับ เด็ก ๆ นี่อึ้งทึ่งกันไปเลยทีเดียวนะครับให้นักเรียนคนที่นั่งใกล้จอโทรทัศน์จอโทรทัศน์ที่กำลังดูคุณครูตอบคำถามข้อนี้ครับ นักเรียนคิดว่าข่าวที่นำเสนอเชื่อถือได้หรือไหม เพราะเหตุใดที่นำมาเสอนนี่เชื่อถือได้หรือไม่นำประเด็นจากข้อเท็จจริงที่เราเรียนจากเมื่อวานมาร่วมวิเคราะห์ด้วยนะครับ ให้เวลาตอบ1 2 3 ตอบกับคุณครูปลายทางนะครับคุณครูคณิตาครับ คิดว่าข่าวสารเชื่อถือได้หรือไม่ครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะจำที่คุณครูบอกได้ไหมคะ ในคาบที่แล้วเราเรียนเกี่ยวกับเรื่องข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็นการที่เราฟังข่าวหรือดูข่าวนี่ การที่เราจะเชื่อถือข่าวเหล่านี้ได้เราจะต้องวิเคราะห์และมีสติในการรับฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ และวันนี้ครูก็มีข่าวที่จะมาเล่าให้หนู ๆ ที่อยู่ปลายทางฟังซึ่งเป็นข่าวที่คุณครูคณิตาได้อ่านและศึกษามา ซึ่งเป็นข่าวที่มีประโยชน์มากครับเดี๋ยวเราไปฟังครูคณิตาเล่าข่าวดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข่าวที่คุณครูจะเล่านะคะอนามัยโลกค่ะ แนะนำให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบค่ะ ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ หรือหากถ้าใช้ก็ใช้ได้ไม่เกิน 1ชั่วโมงค่ะ ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบค่ะงดและไม่ควรใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือข่าวที่คุณครูได้มานำเสนอผมสงสัยครับ เด็ก ๆ ก็น่าจะสงสัยเหมือนครู คำว่า "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไรครับ โทรศัพท์ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คอมพิวเตอร์ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ถือเป็น (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเป็นของชอบของนักเรียนเลยนะนี่ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ แล้วก็มีอย่างหนึ่งนะคะ ก็คือโทรทัศน์ค่ะ โทรทัศน์หรือว่าทีวีอะไรต่าง ๆ มากมายนี่ถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ โน้ตบุ๊กอะไรอย่างนี้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เพราะว่าในปัจจุบันนี่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านนี่ก็ไม่ได้มีเวลาใช่ไหมคะก็จะให้ลูก ๆ ทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาโทรศัพท์ไป (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ที่บ้านนี่เหมือนกันเลย ครูมีหลานอยู่คนหนึ่งเหมือนกันครับ อาผมนี่ อาของครูนะเขามีลูกนะครับ แล้วคราวนี้พอลูกเขาร้องมาก ๆ นะครับ อาของครูนี่ก็ให้น้องครูไปนี่ ก็ไปเล่นกันปรากฏว่าน้องนี่เงียบไปเลยครับไม่วุ่นวาย สามารถอยู่ได้เป็นชั่วโมง ๆ นักเรียนปลายทางมีน้องไหมครับ หรือว่าตัวเองนี่ก็เล่นเหมือนกันครับนี่คือการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) แน่นอนค่ะแต่เมื่อกี้ที่คุณครูปรเมษฐพูดใช่ไหมคะการใช้สื่อในการขณะที่ยังเล็กนี่แล้วก็ใช้เป็นเวลานาน ๆ นี่ ก็ส่งผลเสียนะคะส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ที่ใช้ค่ะแล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะ ทำให้สมาธิของเด็ก ๆ นี่สั้นลง รวมถึงของนักเรียนนะคะ หรือบุคคลที่เล่นนี่เสียสุขภาพไปด้วย อาจจะทำให้สายตาสั้น ถ้าหากใช้ระยะนาน ๆ นี่ก็จะทำให้สายตาสั้นได้ เอาแบบพอดีก็พอ (คุณครูปรเมษฐ)ผมขอย้อนที่คุณครูคณิตาบอกนะครับไปที่น้องของครูเหมือนเดิม การที่เขาเล่นโทรศัพท์นี่ส่งผลให้สมาธิสั้นอันนี้เป็นเรื่องจริงเพราะจากการสังเกตนี่ไม่สามารถทำอะไรได้นาน ๆ แต่พอจะอยู่กับโทรศัพท์นี่เขาจะอยู่ได้ถ้าเกิดไม่มีโทรศัพท์ทำให้เขาวอกแวก คิดนู่นคิดนี่ทำให้ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งได้ อันนี้ก็เป็นผลพวงของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างที่คุณครูคณิตาเล่าอันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นข่าวที่ครูได้เล่าให้หนู ๆ ฟังคราวนี้เป็นกิจกรรมของหนู ๆ บ้างดีกว่า เป็นชื่อกิจกรรมว่า เจ้าหนู รู้เล่าข่าว ให้นักเรียนปลายทางโดยการคัดสรร คัดเลือกจากคุณครูปลายทางออกมาหน้าชั้นเรียนแล้วเล่าข่าวให้กับเพื่อน ๆ แล้วก็ให้ครูได้ฟังข่าวที่นักเรียนดูมาเมื่อเช้าก่อนที่จะมาโรงเรียนนะครับให้ออกไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ให้เวลา3 นาทีครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แต่ก่อนที่นักเรียนจะเล่าข่าวนี่ ครูเน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องมารยาทในการฟัง ในการดู ในการพูดนะคะจะต้องมีผู้พูดก็จะต้องมีมารยาทในการพูดนะคะ ก็คือพูดไม่ส่งผลเสียต่อผู้อื่นค่ะหรือว่าเล่าข่าวในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงเท่านั้นนะคะ ได้รับการพิสูจน์ได้นะคะเราก็จะไม่วอกแวกนะคะ ไม่หันไปคุยกับคนอื่นค่ะมันจะรบกวนผู้อื่นนะคะ ในการที่เราจะฟังและดูผู้พูดในการที่เขามานำเสนอข่าวให้เราฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเพื่อนที่ฟังก็จะต้องตั้งใจฟังแล้วก็ต้องจับประเด็นที่เพื่อนออกไปเล่าให้ได้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลา3 นาทีครับ ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ฟังเพื่อนเล่าข่าวไปแล้วนะครับ นักเรียนต้องสามารถฟังและก็สรุปประเด็นจากเพื่อนได้นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อนักเรควรที่จะแสดงความรู็ความเข้าใจหรือดูได้นั่นเองครับ เป็นที่มาที่เราจะต้องศึกษาในเรื่องนี้นะครับ วันนี้นักเรียนมีวิธีปฏิบัติตนอย่างไรรับข่าวหรือเหตุการณ์ที่ได้ดูและได้ยินนะครับ คำถามนี้อาจจะงง ๆคุณครูคณิตาครับ เดี๋ยวคุณครูจะขยายให้นักเรียนได้เข้าใจนะครับ ก็หมายถึงว่านักเรียนดูข่าวนี่นักเรียนมีวิธีการดูอย่างไรในการดูอย่างไรแล้วก็มีวิธีการดูอย่างไรให้นักเรียนเลขที่ 2ลุกขึ้นยืนตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครจากที่ครูได้เล่ามาให้ฟังอะไรต่าง ๆ นี่ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูข่าวการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่อความเข้าใจนะครับ คุณครูคณิตาครับ มีวิธีการในการรับชมข่าวรับฟังข่าวอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ในการรับชมหรือว่าการรับฟังข่าวสารต่าง ๆ นี่ให้ดีก่อนค่ะ หรือหากเราติดตามข่าวสารข่าวสารใดข่าวสารหนึ่งนี่ เราก็จะต้องติดตามตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ หรือการดูนะคะหากมีคลิปวิดีโอดูแค่ 2 นาทีหลังจากนั้นก็เอาไปเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบนี่ ถามว่าเป็นลักษณะของการดูหรือการฟังที่ดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคิดว่าไม่ดีแน่นอนครับ การที่เราจะไปให้คนอื่นฟังนี่มันก็ต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบเพราะฉะนั้น การดูแต่ละครั้งต้องสามารถจับประเด็นให้ได้ ติดตามนี่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวันใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ฉะนั้นนี่นักเรียนทุกคนนี่จะต้องข่าวเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา และสิ่งสำคัญอย่างที่บอกค่ะในการที่จะรับรู้ข่าวสารอะไรต่าง ๆหรือการที่รับข่าวสารเหล่านั้นนี่เราจะต้องมีอะไรคะครูปรเมษฐครูปรเมษฐ เราจะในการไตร่ตรองข่าวสารเหล่านั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)สามารถที่จะจับประเด็นในข่าวสารเหล่านั้นหรือแก่นสารจากข่าวเหล่านั้นได้เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปนะครับตนเองสามารถพูด แสดงความคิดเห็นจากเรื่องฟังและดูได้หรือไม่เพราะเหตุใดคำถามสรุปให้สั้น ๆ ว่าเมื่อดูข่าวแล้วนักเรียนสามารถเล่าเรื่องให้คนอื่นฟังได้หรือไม่นะครับ ให้นักเรียนเลขที่สุดท้ายของห้องบ้างตอบคำถามข้อนี้ ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ เมื่อดูแล้วนี่สามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้หรือไม่คุณครูคณิตาครับ ในขณะที่รอนักเรียนตคิดว่าคุณครูคณิตาเล่าให้คนอื่นฟังได้หรือไม่ (คุณครูคณิตา) ของคุณครูคณิตานี่ เด็กนักเรียนฟังความคิดเห็นเยอะแล้วค่ะ คงเบื่อความคิดเห็นของครูคณิตาแล้วเบื่อมาก ๆ แล้ว คุณครูปรเมษฐคะตอบได้ไหมคะ ว่าสามารถพูดหรือฟังได้ไหมเด็ก ๆ เบื่อแล้วความคิดเห็นของครูคณิตานี่ ยังจะฟังครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)การที่เราดูหรือฟังนี่ เราจะต้องทำให้ได้นะครับต้องพูดแสดงความที่เราดูมาแล้วเรารู้นี่แล้วเราเข้าใจนี่ ให้คนอื่นเข้าใจได้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เสริมเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะ สำหรับนักเรียนบางคนนี่ จะไม่มีหรือว่าออกมาพูดคุยหน้าชั้นเรียน แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ต่าง ๆ นี่นักเรียนคะไม่ต้องเสียใจไม่ต้องตกใจหรือว่าน้อยใจไปนะคะ ที่ไม่สามารถที่จะออกมาพูดได้หรือเล่าได้ดีเท่าคนอื่นนะคะเราในสมัยนี้นี่ ก็ยังเป็นวัยที่พัฒนาค่ะ ฉะนั้นนักเรียนยังมีเวลาพัฒนาอีกเยอะเลยค่ะ ครูให้กำลังใจนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีกิจกรรมมาให้ทำครับใบความรู้นะครับ เรื่อง การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูนะครับ โดยให้นักเรียนทำเป็นกระบวนการกลุ่มที่นักเรียนได้ปฏิบัติอยู่แล้วนะครับ แล้วก็สรุปความรู้ที่ได้จากใบความรู้ลงแผนผังความคิดลงในสมุดภาษาไทย ครูให้เวลาหนู ๆ ในการทำ 5 นาทีเพราะครูเชื่อว่าความสามารถของลูกศิษย์ครูทั่วประเทศนี่เก่ง สามารถทำได้แน่นอนครับ (คุณครูคณิตา) เอ้ เดี๋ยวค่ะเบรกนิดหนึ่งค่ะ ถ้านักเรียนลืมสมุดจะทำอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าลืมสมุดก็สามารถใช้กระดาษเหลือใช้ที่เป็นกระดาษเหลือใช้ก็ได้ครับ แล้วนำกระดาษนั้นนี่ไปติดลงในสมุดที่ลืมลงมานะครับ รบช่วยดูนักเรียนด้วยนะคะ หากนักเรียนคนใดลืมนำสมุดมามารบกวนหากระดาษค่ะ อาจจะเป็นกระดาษA4 หรือกระดาษ Reuse นะคะนำมาให้นักเรียนนี่ได้ใช้ครับ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ แล้วถ้าไปเขียนในเล่มของเพื่อนได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเขียนในเล่มของเพื่อนแล้วเพื่อนจะเอาที่ไหนเขียนล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้หรือครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้สิคะ ไม่อย่างนั้นเพื่อนจะไม่ได้ทำงานนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เพราะฉะนั้นก็จัดการลงมือศึกษาใบความรู้ครับ ให้เวลา 5 นาทีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) หมดเวลาในการทำใบความรู้แล้วนะครับนักเรียน เรากลับมาสนใจที่หน้าจอโทรทัศน์ต่อนะครับ ครูจะให้สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากใบความรู้นี้นะครับ เดี๋ยวเรามาช่วยกันนะครับนักเรียนหลักการพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟัง จากการฟังและดูนะครับไปดูหลักการกันเลยนะครับ1. ต้องฟังหรือดูเรื่องนั้น ๆ โดยตลอดตั้งแต่ต้นจนจบคือหลักการข้อที่ 1จะดูหรือฟังอะไรก็ตามต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถถ่ายทอด หรือเล่าให้คนอื่นข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ จับประเด็นสำคัญของเรื่องค่ะ นักเรียนหากนักเรียนอยากจะจับประเด็นสำคัญของเรื่องได้ นักเรียนก็จะต้องดูเรื่องเหล่านั้นให้ตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่อย่างนั้นเราจะรู้เรื่องราวได้ชัดเจนเลย หาเราจับแก่นของเรื่องได้นะครับ ข้อที่ 3 ต้องหาข้อคิดหรือประโยชน์จากเรื่องที่ฟังและดูข้อคิดนี่เป็นสิ่งสำคัญข้อคิดตามมา ข้อคิดนำไปใช้ในชีวิตประจำวันครับต่อไปข้อที่ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ นำข้อมูลที่ได้มานะคะ เรียบเรียงให้สั้น กระทัดรัดและได้ใจความค่ะ แต่ว่าในเมื่อเราเรียงแล้วนี่แล้วนี่ มันก็จะได้ใจความตามรูปแบบและเนื้อหาเดิมค่ะ นักเรียนห้ามไป ห้ามไปอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเพิ่มเติมหรือลดเนื้อหาลงนะครับ ต้องให้ได้เนื้อหาเดิม แต่ว่าเป็นสำนวนภาษาของตนเองได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อมาข้อที่ 5 พูดโดยลำดับเนื้อหาให้ต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญนะครับเราต้องเรียงเหตุการณ์จากต้นมาท้ายนะครับ บางคนนี่พูดสลับไปสลับมา จะเข้าใจไม่ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่เข้าใจค่ะ คุณครูจะบอกเคล็ดลับในการเล่าเรื่องนะคะ ใครทำอะไรที่ไหน เมื่อไหร่ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และผลเป็นอย่างไร นี่คือเหตุการณ์ที่เราสามารถเล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่องนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับนักเรียนเป็นหลักการที่นำไปใช้ในชีวิตได้นะครับ ข้อที่ 6 ถ้าเป็นการฟังควรจดสาระสำคัญ มีจดดีกว่าจำ บางทีนี่เราได้ฟังการพูดต่าง ๆ หรือการฟังความรู้ต่าง ๆ นี่ ถ้าเราไม่สามารถสรุปองค์ความรู้แล้วจำได้นี่จดดีกว่าครับนักเรียนก็เช่นเดียวกันนะครับ เวลาที่ครูอธิบายก็ควรจะจดหลักการซึ่งหนู ๆ ได้ทำเป็นแผนผังความคิดก็เพิ่มเติมไปได้นะครับ จำไม่หมดจดดีกว่าจำนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ให้ได้จำไว้นะครับ เดี๋ยวเราให้ดูสิ่งดีมีประโยชน์กันดีกว่า วันนี้นะครับ เป็นวีดิทัศน์เรื่องอะไรยังไม่บอก เดี๋ยวให้ไปชมกันเลยดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะนักเรียนจะต้องจับประเด็นสำคัญได้ค่ะ ว่าเขากล่าวถึงเกี่ยวกับเรื่องอะไรและมีประโยชน์อย่างไรต่อนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และที่สำคัญในระหว่างที่ดูและฟังต้องตั้งใจ อย่างมีสมาธิ ต้องตั้งใจในห้องเรียนนะครับ จะสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนคนอื่น ๆนะครับ เพราะฉะนั้น ให้ตั้งใจฟังและดูถึงจะทำงานต่อไปได้ครับ [เสียงวีดิทัศน์]สวัสดีครับ ผมหมอพรเทพนะครับ หมอกล้วยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในของ สสส. นะครับเห็นผมถือมาไหมครับ นี่เป็นกล้วยน้ำว้าเต็มลูกนะครับ สารอาหารครบถ้วนเหมือนนมแม่นะครับผมกินมา 30 ปีแล้วเพราะว่ามีสารหลายตัวนะครับ ทำให้ยั่งยืนแล้วก็ทำให้กล้ามเนื้อและผิวหนังนี่ เป็นหนุ่มตลอดเวลาตรงนี้มันยังฝากอยู่ผลไม้ที่จะไม่หวานเกินไป กินแล้วมีความสุขมาก เพราะว่ามันจะไปเลี้ยงสมองเลยทุกวันเลยก็คือทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบาน ต้องยิ้มในยุคของโซเชียลมีเดียมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และใช้สิ่งเหล่านั้นอย่างยิ่งคือสำหรับวัยเด็ก จะทำอย่างไรให้เด็ก 60สำหรับวัยทำงาน เราจะทำอย่างไรให้ทำงาน (คุณครูปรเมษฐ) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์เรื่อง สุขภาพดีขอบคุณ คุณหมอซึ่งเผยแพร่โดย สำนักงานส่งเสริมสุขภาพครับ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันต่อเลยดีกว่าครับนักเรียน เรามาตอบคำถามกัน จากการชมวีดิทัศน์เมื่อสักครู่นี้นะครับที่จะนำไปพูดแสดงความรู้ความเข้าใจข้อที่ 1 ครับ (คุณครูคณิตา) ผู้นำเสนอข่าวมีเจตนาในการเสนอข่าวอย่างไรคะนักเรียนตอบได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนตอบแบบไหนดีครับ ครูคณิตา ตอบในใจเขาหรือยกมือตอบ (คุณครูคณิตา) ร่วมกันตอบดีกว่าค่ะ เมื่อกี้นี่ทำให้นักเรียนนี่อกสั่นด้วยการสุ่มเรียกชื่อไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นช่วยกันเป็นการตอบคำถามที่จะนำไปสู่การพูดด้วยนะครับข้อที่ 1 ถามอย่างนี้ ข้อที่ 2 ถามว่า (คุณครูคณิตา) ผู้ที่ฟังและผู้ดูได้ประโยชน์อะไรจากข่าวที่นักเรียนได้ฟังและได้ดูครับได้ประโยชน์อะไรบ้างจากข่าว ตอบคำถามคำถามได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปข้อที่ 3 (คุณครูคณิตา) นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไรกับข่าวหรือเหตุการณ์นั้นคะเกินขึ้นนะคะ เดี๋ยวคุณครูแพรตัดให้ค่ะนักเรียนมีความรู้สึกอย่างไรจากการดูและการฟังข่าวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ รู้สึกอย่างไรตอบคำถามลงไปนะครับ อย่าลืมนะครับคำตอบคือสิ่งที่หนูจะนำไปพูดให้เพื่อนฟังนะครับ มีอีกข้อหนึ่งครับ นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวและเหตุการณ์ให้แสดงความคิดเห็นนั่นเอง เป็นการแสดงความคิดได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ข่าวนี้มีประโยชน์อย่างไรแก่เราบ้างหรือว่าเขาพูดเกี่ยวกับอะไรอย่างนี้ ครูแพรกระซิบบอกอย่างนี้ถ้าตอบไม่ได้ก็แย่แล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ เหมือนจะเกี่ยวกับไข่ (คุณครูปรเมษฐ) ครูไม่บอกดีกว่า ถ้าครูบอกก็เหมือนหนู ๆ ไม่ได้สรุปเป็นของตัวเองครูพูดให้ฟังแล้ว ครูจะไม่พูดคำตอบนะครับต่อไปครับ อีกข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา) นักเรียนควรจะปฏิบัตในขณะที่ฟังและดู (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นคำตอบที่ครูได้พูดก่อนที่จะดูแล้วใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ หรือถ้านักเรียนไม่ทราบจริง ๆมารยาทในการฟังและการดูค่ะนักเรียนนักเรียนคิดว่า นักเรียนจะปฏิบัติอย่างไรในการฟังและดูเขียนลงไปเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หรือตอบลงไปเลยก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำถามมีแค่ 5 ข้อแค่นี้นะครับต่อไปเป็นกิจกรรมที่หนู ๆ จะได้ปฏิบัติกันแล้วเอาล่ะครับ เด็ก ๆ ครับ จากที่หนู ๆ ได้ชมวีดิทัศน์ไปนะครับ วันนี้คุณครูก็จะให้ได้ฝึกใช่ไหมครับ พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูนะครับความเข้าใจจากเรื่องสุขภาพดีมีตัวช่วย กับหมอกล้วยนะครับ ตามที่นักเรียนนั้นได้ตอบคำถามเมื่อข้างต้นที่ครูได้ตั้งไว้จากการได้ชมวีดิทัศน์ และได้นำมาเล่าเพื่อนร่วมชั้นได้ฟังกันนะครับ ถ้าพร้อมแล้วให้นักเรียนเริ่มปฏิบัติกิจกรรมเลยครับที่จะให้นักเรียนทำนะครับ ไปดูคำชี้แจงก่อนเลยนะครับ ให้นักเรียนดูสิ่งที่น่าสนใจแล้วเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู 2.วาดภาพประกอบให้สวยงาม 3. เป็นข้อที่นักเรียนชอบมากเลย คือกำหนดส่งวันถัดไปแพรชี้แจงคุณครูปลายทางครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะก็คือ 1. แจกใบงานให้นักเรียนค่ ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) 2.ชี้แจงใบงานให้นักเรียนเข้าใจ หากนักเรียนมีข้อสงสัย ก็ให้คุณครูนี่อธิบายเพิ่มเติมได้ค่ะ3. ก็คือในวันถัดไปนะคะ ให้คุณครูเก็บใบงานกลับมาด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราไปดูโฉมหน้าใบงานของเรากันนักเรียนหยิบใบงานขึ้นมาจากแฟ้มในกระเป๋านักเรียนได้เลยนะครับ เราจะทำใบงานนี้กันนะครับวันนี้ให้ไปทำเป็นการบ้านนะครับ วันนี้ก็มีการบ้านมีการบ้านกลับไปทำแล้วก็นำมาส่งคุณครูในวันพรุ่งนี้นะครับ เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่าครับครูคณิตา ครูตั้งคำถามมาให้นักเรียนตอบนักเรียนมีหลักในการพูดแสดงข้อคิดเห็นจากการฟังและดูข่าวอย่างไรให้นักเรียนช่วยกันนะครับ ช่วยกันตอบคำถาม ตอบกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับดูนักเรียนคนไหนที่มีความตั้งใจให้คะแนนพิเศษได้เลยครับ ใครที่ยกมือตอบหรือตอบตลอดเวลาคุณครูให้คะแนนพิเศษเขาได้เลยครับ เขามีความเอาใจใส่นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วคุณครูคณิตาช่วยตอบหน่อยครับ ให้นักเรียนปลายทางรไปพร้อม ๆ กัน (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ข้อนี้ง่ายมากค่ะหลักการเราเรียนกันไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ คือ 1. ให้ดูตั้งแต่ให้ดู ก็คือให้ดูเรื่องนั้นตั้งแต่ต้น2. ก็คือจับประเด็นสำคัญให้ได้แล้วเรียงประโยคนะคะ ที่ให้มันสั้นกระชับนะคะหลังจากนั้นค่ะ พูดออกมาโดยใช้สำนวนของตัวเองและสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เชื่อว่านักเรียนก็น่าจะตอบคำถามแบบครูคณิตานะครับ แบบสรุปในแบบของตนเองนั่นเองนะครับ คำถามอีก 1 ข้อครับ การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจเรื่องที่ดูอย่างไร การที่เราได้ศึกษานี่ ทั้งคาบเลเลยการพูดแสดงความรู้ความเข้าใจมีความสำคัญอย่างไรครับนักเรียน ช่วยกันตอบเหมือนเดิมนะครับ ให้เวลาคิดก่อน 5 วินาทีแล้วตอบลองตอบคำถามกับคุณครูนะครับคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวคุณครูคณิตาช่วยนักเรียนอีกสักข้อหนึ่งคงไม่เป็นไรครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ คุณครูปรเมษฐ เดี๋ยวจะพูดให้ค่ะ เดี๋ยวจะช่วยนักเรียนนะคะนักเรียนนี่จะต้องรักครูเยอะ ๆ นะคะ เพราะว่าครูนี่เป็นผู้ตอบให้นักเรียนเยอะมากเลยค่ะ เดี๋ยวคาบหน้านะคะ ครูจะถามครูปรเมษฐกลับบ้างนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีการจะเอาคืนกันด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้เอาคืนนะคะเขาเรียกว่า "แลกเปลี่ยนความคิดเห็น" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำดีมากเอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ในการพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูนี่มีค่ะ เพราะในชีวิตประจำวันนี่ เราจะต้องใช้ทักษะในการด้านการพูดอยู่แล้วค่ะ เราเห็นเราได้ยินหรือว่าเราต้องการที่จะเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ นี่ เราก็จะต้องใช้ทักษะพูดค่ะ ฉะนั้นนี่ นักเรียนจะพูดนี่ นักเรียนจะต้องคำนึงถึงความสำคัญของด้านการพูดด้วยนะคะไม่พูดหยาบ ไม่พูดว่าร้ายต่อผู้อื่นและหากนักเรียนจะเล่าเรื่องต่าง ๆ นี่ว่าเรื่องนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นข้อเท็จจริงเล่าได้ค่ะ แต่ว่าถ้าเป็นข้อความลวงหรือว่าข่าวลางอย่างนี้ค่ะ ควรเล่าไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ไม่ควรที่จะนำมาเล่านะครับไปแล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เราไม่ควรพูดหรือนำไปบอกต่อค่ะอาจจะก่อให้เกิดความสับสนได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่คำว่า "เช็ก" นี่เป็นคำทับศัพท์นะครับซึ่งถ้าเป็นภาษาไทยนี่นะครับที่ถูกต้องนะครับ เป็นการเพิ่มความถูกต้องให้กับนักเรียนนะครับ ต่อไปอีกสักข้อจะเป็นไรไปนะครับนักเรียน นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเป็นผู้ที่มีมารยาทที่ดีในการฟังดู พูด ครับ ตอบคำถามครับครูจะยังไม่ให้คุณครูคณิตาตอบจะให้นักเรียนตอบก่อนตอบกับคุณครูปลายทางนะครับช่วยกันตอบ ช่วยกันวิเคราะห์ครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ผมคงไม่ต้องบอกแล้วว่าจะให้คุณครูช่วยอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จะให้คุณครูช่วยตอบใช่ไหมคะ นักเรียนคะครูได้ยินจากเชียงรายค่ะ พัทลุงค่ะภูเก็ตก็มา พัทลุงก็มาเขาเบื่อความคิดเห็นของคุณครูคณิตาแล้วค่ะใกล้เคียงเลยเพชรบุรีค่ะขัดไม่ได้ค่ะ ความต้องการของเรียกร้องมาหนักมา คุณครูปรเมษฐคะ สรุปในด้านการฟังและการพูดมีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับการฟัง... สรุปผมต้องเป็นคนตอบให้นักเรียนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา)นักเรียนเรียกร้องค่ะครูปรเมษฐ การตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ เป็นการให้เกียรติผู้พูดนะครับ การดูก็คือต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบ สมมติเราไปดูการนำเสนอผลงานต่าง ๆเราก็ต้องตั้งใจดูนะครับ แล้วก็เก็บสาระความรู้ให้ได้มากที่สุดเป็นการให้เกียรติกับผู้พูดเช่นเดียวกัน การดูโทรทัศน์เราก็ต้องจับประเด็นให้ได้แล้วก็ จะต้องตั้งใจฟังเช่นกัน อย่างเช่นการพูดสำคัญมากนะครับ ต้องมีมารยาทฟังไปไม่พูดคำหยาบไม่พูดส่อเสียด เสียดสีต่าง ๆ ก็ไม่ควรพูดนะครับ เราควรพูดเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง ดีงามตามวัฒนธรรมไทยของเรานะครับ 3 ข้อจบไปแล้วกับคำถามนะครับการพูดแสดงความรู้ความเข้าใจนะครับนักเรียนก็กลับไปทำใบงานแล้วก็ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมาส่งต่อไป บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนในเรื่องของนิทานพื้นบ้านนะครับการพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านสิ่งที่ต้องเตรียมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะสิ่งที่ต้องเตรียม (คุณครูคณิตา) สิ่งต้องเตรียมนะคะ นักเรียนห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะคะสิ่งที่ต้องเตรียม 1. ค่ะ ใบความรู้เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านค่ะ 2. ค่ะ คืออะไรคะนักเรียน อ่านเลยค่ะใบความรู้ เรื่อง นิทานพื้นบ้านเรื่อง เรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐเรื่องอะไรเอ่ยตา (คุณครูคณิตา) ตาอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตาหม่อง...อีกตัวหนึ่ง สะกดว่าไงนะ ม. มอ อ. ออล่าย ตาม่องล่ายไปอ่านกันเลยก็ได้กลับไปอ่านเลย ใบความรู้อยู่ที่ตัวอยู่แล้ว พรุ่งนี้มาเรียนจะได้เข้าใจ (คุณครูคณิตา)เป็นนิทานที่ครูจะนำเสนอนะครับ เป็นนิทานทีนะครับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขนาดไหนเรื่องตาม่องล่าย ถ้าจะเรียนให้สนุกนี่ต้องไปอ่านก่อนล่วงหน้า กลับไปอ่านก่อนเลยที่เป็นทางพื้นบ้านหม่องลายเตรียมใบงานเรื่อง แสดงความคิดเห็นจากนิทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่... ได้ที่ไหนคะ ที่เดิมค่ะwww.dltv.ac.th ค่ะในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6วันนี้ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]