--- title: ฝึก PE (DLTV ห้อง 5726) ๕ การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น ๙ มิ.ย. ๖๔ นาโน subtitle: date: วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณคูปลายทางและนักเรียนปลายทางที่รักของครูทุกคน พบกับครูปรเมษฐ และครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับ วิภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครับ คุณครูคณิตาครับ วันนี้เราจะมาศึกษากันในเรื่องของอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องนักเรียนอ่านตามหน้าจอเลยค่ะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง การแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปศึกษากันเลยครับ นักเรียนครับ การแยกของเท็จจริงและข้อคิดเห็นนะครับ ครูมีคำถามมานะครับ ก่อนจะเริ่มเรียนครูจะตั้งคำถาม เพื่อให้นักเรียนได้จุดประกายความคิดของตัวเองนะครับ เวลานักเรียนฟังหรืออ่านเรื่องอะไร นักเรียนเชื่อในเรื่องนั้นนั้นเลยทุกเรื่องหรือไม่ เพราะเหตุใดนะครับ เวลานักเรียนอ่านอะไรก็ตามนี่ นักเรียนเชื่อเลยหรือไม่นะครับ ถ้าเชื่อนี่เชื่อเพราะเหตุใด ให้นักเรียนตอบคำถามกับคุณครูนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็น คำถามนี่จะไม่มีคำว่าผิด เพราะถือว่าเป็นความคิดเห็นของหนู ๆ เองนะครับ คุณครูคณิตาครับ แล้วคุณครูคณิตานี่ เวลาอ่านอะไรก็ตามแต่คุณครูเชื่อเลยหรือไม่ครับ คุณครูคณิตา เชื่อในสมัยเด็ก ๆ นะคะ คุณครูคณิตาก็เชื่อค่ะ เนื่องจากประสบการณ์นี่มีน้อยนะคะ เมื่อเราโตขึ้นเราก็มีการเรียนรู้ ประสบการณ์เราก็เยอะขึ้นสิ่งต่าง ๆ ที่เรารับสารมีการไตร่ตรองเพิ่มมากขึ้นค่ะ ฉะนั่นนี่ นักเรียนนะคะ หากได้รับข่าวสารหรือข้อมูลใด ๆ ก็ตามช่วยตรวจสอบด้วยนะคะ ก่อนที่จะเชื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ชย้อนมาที่ตัวครูนะครับที่เวลาอ่านอะไร ตอนเด็ก ๆ ก็เชื่อเช่นกันตอนเด็ก ๆ นี่ ผิวครูนี่คล้ำมากเลยนะครับ มีโฆษณาอยู่โฆษณาหนึ่ง กินยาตัวนี้แล้วจะขาว มีออร่าเปล่งปลั่งทองมาฉาบตัวไว้เลย พออ่านข้อความในโฆษณาปุ๊บ คุณครูคณิตาคิดว่าผมเชื่อไหม (คุณครูคณิตา) ในสมัยเด็กอาจจะเชื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อครับ เชื่อแล้วปฏิบัติทันทีโดยที่ ไปซื้อยานั้นมากินนี่ โดยที่เราไม่ได้อ่านอะไรแล้วถ้าเกิดผมสามารถทำได้จริง ๆ แล้วครูคณิตาคิดว่าผมนั่นไป แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเป็นยาที่ไม่ได้รับการรับรองนะคะ ก็อาจจะส่งผลอันตรายต่อคุณครูปรเมษฐได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ แต่ยังดีที่แม่ของครูนี่ห้ามไว้ได้ทัน เลยไม่ได้ไปซื้อมากิน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการอ่านอะไรแล้วเชื่อเลยโดยไม่ได้คิดนี่ ถ้าปฏิบัติอาจจะเกิดผลเสียได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วหลังจากนั้น คุณครูปรเมษฐได้ไปแอบคุณแม่ซื้อไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้แอบซื้อครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าซื้อคงไม่ได้คุณแม่นะคะ แล้วก็อย่าไปแอบซื้อลับหลังนะคะสินค้าที่ไม่มี อย. หรือสลาก มีผลเสียหรืออันตรายต่อตัวนักเรียนได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เด็ก ๆ จำคุณครูคณิตาไว้นะครับ ครูมีบทกลอนอยู่บนหนึ่งนะครับ เป็นบทในหนังสือภาษาพาทีของประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งนักเรียนได้ศึกษาเคยอ่านมาแล้วด้วย แต่คุณครูยกมาให้นักเรียนอ่านเผื่อจะศึกษาในคาบนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ บทกลอนนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา) ชื่อว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก่อนจะเชื่อสิ่งได้ให้ยั้งคิด เป็นบทกลอน กลอนสุภาพนี่ อ่านได้ 2 แบบครูคณิตาอ่านแบบทำนองหนู ๆ เลือกที่จะอ่านแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) อ่านแบบไหนคะนักเรียนพอจะยก น่าจะเลือกแบบทำนองธรรมดาแน่นอนเลยนี่ เรามีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำนองธรรมดา เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า... (คุณครูคณิตา) การอ่านแบบร้อยแก้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้คุณครูคณิตากับเการอ่านแบบพร้อม ๆ กัน เดี๋ยวหนู ๆ อ่านไปพร้อม ๆ กันเลยนะครับ1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั้งคิด สติติดตามดูรู้วิถี คำเขาบอกเรื่องเขาเล่าฟังเข้าที แต่ความจริงอาจจไม่ดีดั่งวาจา ได้ยลยินสิ่งใดอย่าใจร้อน ค่อยผันผ่อนพินิจคิดขึ้นหา ฟังแล้วตรองมองด้วยจิตพิจารณา เห็นคุณค่าจึงค่อยดำเนินการ เขาว่าดีดีอย่างไรให้รู้แน่ ใช่ดีแค่ปลายลิ้นยินคำหวาน แม้นหลงเชื่อพลาดไปใจร้าวราน จงคิดอ่าน... (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นคำอ่านแบบทำนองธรรมดาอ่านออกเสียงแบบบทร้อยแก้วกันบ้างนะครับ กลอนบทนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะอ่านกันเป็นกัะนเป็นทำนองเสนาะ เด็ก ๆ ชอบอ่านนะครับประมาณ 2 บทนะครับ ไปพร้อม ๆ กับครูนะครับ 1, 2, 3 คำเขายอรอไว้หนาอย่าเพิ่งเชื่อ อย่ายอเพื่อให้หลงเพริดเตลิดใหญ่ ยอเพื่อผลเพื่อประโยชน์ใช่จริงใจ หากรู้ทันยั้งได้ไม่หลงทาง "โอม! พินิจพิจารณา" นำมาคิด น้อมนำจิตไม่กังวลหม่หมองหมาง สติมาสติมาปัญญามีเดินสายกลาง สงบสว่างมั่นดำรงสู่ธงชัย นักเรียนปรบมือให้ตนเองครับ เก่งมากทุกคนเลยที่อ่านได้ไพเราะมากนะครับ นักเรียนปลายทางทุกคน บทอ่านกลอนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั่งคิดนี่ เป็นบทที่นำมาจากหนังสือเรียนภาษาไทย ภาษาภาทีนะครับศึกษาปีที่ 4 หนู ๆ เคยผ่านมาแล้ว ได้อ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาคุยกันหน่อยครับเด็ก ๆเกี่ยวกับเรื่องบทกลอนที่ครูได้ยกมาเป็นตัวอย่างก่อนที่จะเรียนวันนี้นะครับ คุณครูคณิตาครับ เมื่อเราได้อ่านบทกลอนนี้นะครับ เด็ก ๆ ฟังคำถามนะครับ เมื่อเราได้อ่านบทกลอนนี้ เราเกิดข้อคิดอะไรบ้างที่ได้จากบทกลอนนี้ครับ ตอบคำถามกับคุณครูนะครับ เป็นการแสดงความคิดไม่มีผิด ไม่มีถูกนะครับ ให้เวลา1, 2, 3, 4, 5 หมดเวลา คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราอ่านบทกลอนนี้ คุณครูคณิตาได้ข้อคิิดอะไรบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อคิดที่คุณครูได้จากบทกลอนนี้นะคะ ก็คือสอนให้เรานี่มีสติค่ะ รู้จักที่จะไตร่ตรองนะคะ ไม่หลงกับคำเยินยอต่าง ๆ ฉะนั้นนี่ อย่างที่เราได้กล่าวไว้นะคะ ก่อนที่เราจะเชื่อสิ่งใดเราก็จะต้องมีสติก่อนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีสติในการคิดอยู่ตลอดเวลาก่อนที่จะลงมือเชื่อใช่ไหมครับคุณครูครับ ใช่ไหมครับ เด็ก ๆ ครับเราจะต้องปฏิบัติ ต้องมีสติทุกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจเชื่ออะไรนะครับ ไปต่อกันเลยดีกว่าครับ จึงเป็นที่มาของการที่เราจะต้องเรียน เรื่อง การแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ก่อนอื่น เดี๋ยวเรามาดูจุดประสงค์กันก่อนเลยนะครับ หนู ๆ จะต้องทำอะไรได้บ้างครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกลักษณะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้ค่ะ 2. นักเรียนสามารถแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ค่ะ 3. นักเรียนจะต้องมีมารยาทค่ะ ในด้านอะไรคะนักเรียน ในด้านการฟังและการดูค่ะ และข้อสุดท้ายนะคะ นักเรียนบอกประโยชน์ของการแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องได้เมื่อเรียนคาบนี้จบแล้วนะครับ ข้อเท็จจริงนะครับ คืออะไรครับ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่า ข้อเท็จจริง คือ ข้อความหรือเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเป็นอยู่จริง อันแสดงถึงข้อความที่มีเนื้อหาที่เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นแล้ว หรือมีข้อพิสูจน์แล้ว ข้อเท็จจริง ก็คือความจริงนั่นเอง พูดง่าย ๆ เด็ก ๆ ก็ต้องเข้าใจ แล้วก็จะสามารถให้คำนิยามของคำว่า "ข้อเท็จจริง" ได้ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างข้อเท็จจริงกันดีกว่า เป็นข้อเท็จจริงอย่างไรบ้างครับ ข้อเท็จจริงนะครับ ก็จะมีหลักการของมัน หลักการเป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการแรกนะคะของข้อเท็จจริงจะต้องสมเหตุสมผลค่ะ ข้อเท็จจริงนี่ เราจะต้องสมเหตุสมผลอยู่ตลอดเวลา ต่อมาค่ะ มีความเป็นไปได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีความเป็นไปได้ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 3 นะคะ เป็นจริงตามธรรมชาติค่ะ คุณครูขอยกตัวอย่างหน่อยนะคะ ในเรื่องมีความเป็นไปได้ อย่างเช่น นักเรียนเคยเห็นคนเหาะได้ไหมคะ แบบซูเปอร์แมน แบบเหาะได้นักเรียนเคยเห็นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยพบเจอ Superman หรือยัง ถ้ายังไม่เคยพบเจอนี่แสดงว่า... (คุณครูคณิตา) ยังไม่เป็นข้อเท็จจริงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นแค่เรื่องสมมติขึ้นที่เห็นกันอยู่ทุกวันเลย ดวงอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวัน (คุณครูคณิตา) ตะวันอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)ตะวันออก และตกทางทิศตะวันตกใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหมครับ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงเพราะเป็นความจริงจากธรรมชาติใกล้ตัวมาก ๆ เลยนะครับ ไปดูกัน ครูมีตัวอย่างข้อความที่เป็นข้อเท็จจริงนะครับคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) (คุณอ่านพร้อม ๆ กับนักเรียนเลเลยนะคะ ไก่เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับนก เป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข้อเท็จจริงทำไมถึงเป็นข้อเท็จจริงถามครูคณิตาก่อน (คุณครูคณิตา) นกเป็นสัตว์ชนิดไหนคะ ชนิด...มีปีก ไก่ มีปีกไหมคะ เห็นไหมคะกะต๊าก ๆ ๆ เคยเห็นไหมคะครูเชื่อว่านักเรียนเคยเห็นค่ะ ก็สามารถที่จะบอกได้นะคะ ว่าไก่เป็นจำพวกเดียวกับนกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เราเห็นดวงดาวชัดเจนในคืนเดือนมืด นักเรียนลองสังเกตเวลาที่อยู่ในข้างแรมนะ นักเรียนจะเห็นท้องฟ้ามีดาวขึ้นชัดเจน หากถ้าเกิดไม่มีเมฆฝนปกคลอันนี้ก็เป็นจริงตามธรรมชาตินะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆอาจเป็นพยาธิได้ นักเรียนเคยได้ยินข่าวไหมคะจะมีหลายข่าวเลยนะคะที่นักเรียนนี่ ม็นผ่านตามาแล้วเรื่อง การกินอาหารดิบค่ะ แล้วเกิดอาการปวดท้องขึ้นมา เมื่อไปหาหมอ หมอส่องกล้องปุ๊บ เจอตัวอะไรอยู่ในลำไส้คะ (คุณครูปรเมษฐ) เจอตัวพยาธิครับ จากการรับประทานสุก ๆ ดิบ ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนจะต้องระวังเรื่องการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เข้าหลักการการสมเหตุสมผลนะครับ ต่อไปอีกหนึ่งข้อ อันนี้เกี่ยวข้องกับวิชาภาษาไทยครับ กับวรรณคดีนะครับ สุนทรภู่ เป็นผู้แต่งวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี สุนทนภู่แต่งจริงคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุนทรภู่เป็นผู้แต่งวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีจริงไหมคะนักเรียน กระซิบบอกครูหน่อยสิ จริงไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข้อความจริง เป็นข้อเท็จจริง (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สามารถพิสูจน์ได้ เพราะมีหลักฐานตามตำรานะครับ ข้อเท็จจริงก็จะคู่กับข้อคิดเห็น ข้อคิดเห็นคืออะไรครับ ให้คำนิยามหนู ๆ ที่อยู่ปลายทางหน่อยครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อคิดเห็นนะคะ เป็นความเห็น เกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก และก็ความคิดของเรา อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานจากผู้พูดก็ได้ค่ะ ที่เราสันนิษฐานสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวไปดูหลักการของข้อคิดเห็นกันครับ หนู ๆ ครับ ข้อที่ 1 นะครับ เป็นการเปรียบเทียบ เป็นการยกของ 2 สิ่งมาเปรียบเทียบกัน 2. เป็นการคาดคะเน คาดคะเนว่าวันนี้จะเป็นอย่างไรอันนี้เป็นข้อคนะครับ เป็นข้อความแสดงความเห็น ก็คือการแสดงความคิดเห็นนั่นเอง ถือเป็นข้อคิดเห็น การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว เราชอบอย่างนั้นนะ เราชอบอย่างนั้นนะ เราชอบกินข้าวนะ ฉันชอบกินก๋วยเตี๋ยวนะ อันนเป็นคิดเห็นเช่นเดียวกัน หนู ๆ ครับ ไปดูตัวอย่างกันที่กว่าข้อที่ 1 ครับ (คุณครูคณิตา) ฝนตกหนักอย่างนี้ พี่คงไปหาน้องไม่ได้ เป็นข้อคิดเห็นไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข้อคิดเห็นแสดงความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ถึงแม้ว่าฝนจะต้องหนักสักเพียงใดนี่ คณิตาครูคณิตาคิดว่าไปได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไปได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้มันเป็นข้อคิดเห็นไหมครับ ก็ไปได้ มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวนั่นเอง ข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ อากาศบนดอยอินทนนท์ อากาศสดชื่อ เย็นสบายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมอาจจะไม่รู้สึกเย็นสดชื่นก็ได้นะครับครูคณิตา เคยไปครั้งหนึ่งเหมือนกัน ตอนช่วงเดือนเมษายน สงกรานต์ ร้อนมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) แตกต่าง... (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็น (คุณครูคณิตา) ความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมันเป็นความรู้สึกของเรานั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ คุณครูปรเมษฐ ครูไปในช่วงเดือนคุณครูคณิตาไปในช่วงเดือนธันวาคมค่ะ โอ้โห ครูคณิตานี่แทบจะไปขนมาสวมใส่ตัวคุณครูให้อุ่นขึ้นมาเลยค่ะ ฉะนั้นนี่ มันคือข้อคิดเห็น มันขึ้นอยู่กับเวลาและสถานที่ช่วงเวลาในช่วงนั้น ๆ ด้วย ฉะนั้น เราไม่สามารถที่จะตัดสินข้อคิดเห็นของคึนอื่นไดหรือผิด เพราะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่พบเจอนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยิ่งนักเรียนที่อยู่แถวจังหวัดเชียงใหม่นี่ น่าสนใจมากเลยนะ เพราะว่ากล่าวถึงดอยจังหวัดเขานะครับ ต่อไป ฉันคิดว่าคุณไตรภพ เป็นพิธีกรเป็นพิธีกรที่ใช้ภาษาดีมาก คุณครูคณิตา หนู ๆ ลองบอกครูสิว่าทำไมข้อนี้ถึงเป็นข้อคิดเห็น มันมีคำว่าอะไรอยู่ชัดเจนเลยครับ (คุณครูคณิตา) "ฉันคิดว่า" ค่ะ เรียนตอบถูกไหมคะ ตรงนี้ฉันคำว่า "ฉันคิดว่า" มันเป็นการแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปนะครับ ครูยกตัวอย่างให้เลยดีกว่าครับ น้ำตาลโตนดจังหวัดเพชรบุรี เป็นน้ำตาลที่หวานที่สุดในประเทศไทย ครูถามนักเรียนเลยว่าอันนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น คุณครูคณิตาฟังคำถามอีกครั้งนะครับ น้ำตาลโตนดจังหวัดเพชรบุรี เป็นน้ำตาลที่หวานที่สุดในประเทศไทย ครูบอกว่าอันนี้เป็นข้อคิดเห็น เป็นตรงไหน นักเรียนปลายทางตอบคำถามกับคุณครูได้เลย (คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ สามารถยกมือตอบคำถามได้เลยค่ะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาตอบบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในความคิดเห็นของคุณครูนะคะ จากข้อความที่ครูปรเมษฐได้พูดมา คำว่า "หวานที่สุด" ค่ะ คำว่า "ที่สุด" นี่ เป็นการแสดงความคิดเห็นค่ะนักเรียน นักเรียนคิดเหมือนครูไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในขณะเดียวกัน นักเรียนที่อยู่จังหวัดสงขลาก็มีน้ำตาลชนิดนี้เช่นกัน เขาอาจจะบอกว่าน้ำตาลของเขาหวานกว่าจังหวัดเพชรบุรีก็ได้นะครับ มันเป็นการแสดงและเป็นการแสดงความคิดเห็นนั่นเองนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างที่คุณครูได้ยกให้หนู ๆ ได้รับชมรับฟังกันไปนะครับ ต่อไป อันนี้เดี๋ยวให้ตอบคำถามกันบ้าง วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนะครับ อ่านพร้อม ๆ กัน 1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) เป็นข้อเท็จจริงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ครูพูดไปแล้วด้วย ความจริงนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ อำเภอหัวหินน่าอยู่ที่สุดค่ะ เป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นคะ (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เฉลยครับ เป็นข้อคิดเห็น มีคำว่า "น่าอยู่" นะครับ คำว่า น่าอยู่ เป็นการแสดงความรู้สึก ต่อไปดูให้ดีนะครับ (คุณครูคณิตา) เมื่อวานนี้ฝนตก วันนี้น่าจะตกอีก (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 ตอบครับ เป็นข้อคิดเห็นนะครับ มีคำว่า "น่าจะ" นะครับ เป็นการคาดคะเนนะ ต่อไป ลุ้นระทึกนะครับ ได้กี่คะแนนนี่ไม่ได้นับเลย ให้คุณครูปลายทางเป็นผู้ดูให้แล้วกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เฉลยครับ เป็นข้อเท็จจริง เพราะเมืองไทยเราทำการเกษตรมาอย่างยาวนานแล้วนะครับ เป็นเมืองเกษตรกรรม ต่อไป (คุณครูคณิตา) คนทุกคนไม่มีใครหนีความตายพ้น (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เป็นข้อเท็จจริง คนเราหนีไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน มนุษย์เกิดมาต้องตายนะครับ ข้อต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ผลไม้สดเป็นของเหมาะสมที่สุดที่จะซื้อไปเยี่ยมผู้ป่วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบนะครับ 1, 2, 3 เป็ยข้อคิดเห็นนั่นเองนะครับ ได้กี่คะแนนกันไม่รู้นี่ ลูกศิษย์เรานี่ ตอบคำถามกับคุณครูคุณครูคณิตาครับ ข้อนี้ทำไมถึงเป็นข้อคิดเห็นครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนตอบครูได้หรือไม่คะ ว่าข้อนี้เป็นข้อคิดเห็นอย่างไรคะ เรามาอ่านทวนกันนะคะ ผลไม้สดเป็นของเหมาะสมที่สุด ที่จะซื้อไปเยี่ยมผู้ป่วย ตรงไหนเป็นข้อคิดเห็นคะ ตรงที่เป็นส่วนที่เหมาะสมที่สุดค่ะ เราไม่สามารถจะวัดได้ว่าอะไรเหมาะสมที่สุด หรืออะไรไม่เหมาะสม ฉะนั้น ถือว่าเป็นข้อคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ วันนี้นะครับ ครูก็มีกิจกรรมมาให้หนู ๆ ได้ร่วสนุกนะครับ สังเกตจากที่มือครูนะครับ ครูได้ทำบัตรคำตอบนะครับมานะครับ เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นให้นักเรียนทำบัตรคำนะครับ จะใช้ในการยกตอบคำตอบกับครูนะครับ ครูจะมีบัตรคำมาให้นักเรียน เป็นข้อความมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นให้นักเรียน แล้วคุณครูก็จะอ่านให้หนู ๆ ฟัง และหนู ๆ ก็ยกคำตอบนะครับ ตอนนี้ทำบัตรคำนะครับ ทำบัตรคำเป็นอย่างไรก็ได้นะครับ รบกวนคุณครูปลายทางช่วยแนะนำนักเรียนด้วยนะครับ ทำบัตรคำ 2 ใบ ข้อเท็จจริง 1 ใบ ข้อคิดเห็น 1 ใบ เพื่อใช้ในการตอบคำตอบจากการที่อ่านบัตรคำข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นนะครับ ครูมีมาประมาณ (คุณครูคณิตา) 5 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 5 ครับ เพราะฉะนั้น ก็เป็นคะแนนเก็บในคาบนี้นะครับ คุณครูปลายทางสามารถเก็บคะแนนได้ โดยดูจากการตอบคำตอบที่ถูกต้องนะครับ อันนี้เดี๋ยวครูจะใช้เป็นตัวในการเฉลยนะครับ ครูไม่ได้นำมายกแบบนักเรียนนะครับ แต่นักเรียนใช้ในการยกแล้วก็นับเป็นคะแนนนะครับ ที่คุณครูคณิตาเป็นบัตรคำ พร้อมแล้วเราไปเริ่มกิจกรรมกันเลยนะครับ ไม่ต้องมีการซักซ้อม มาเริ่มกันเลยครับ ข้อที่ 1 ครับ ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย ให้เวลาคิด ก่อนจะยกบัตรคำนะครับ 1, 2 ยกครับ เฉลย เป็นข้อ ข้ออะไรครับเด็ก ๆ เป็นข้อเท็จจริงนะครับ เพราะว่าข้าวถือว่าเป็นอาหารหลักของเรานะครับ ข้อต่อไป เตรียมพร้อมนะครับ เชียงใหม่น่าท่องเที่ยวที่สุด ให้เวลาหนู ๆ คิด 1, 2 ยกครับ เฉลย เป็นข้อ... เป็นข้ออะไร ข้อคิดเห็น เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็น และเป็นการแสดงความรู้สึกนะครับ ได้กี่คะแนนแล้ว ผ่านไป 2 ข้อนะครับ คุณครูนับคะแนนได้เลยนะครับ ต่อไปนะครับ กุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวยที่สุด ให้เวลาคิด 1, 2 ยก เฉลยครับ เป็นข้อคิดเห็นนะครับ เพราะเป็นการแสดงความรู้สึกเช่นเดียวกัน ผ่านไปแล้ว 3 ข้อ ครูคณิตา เหลืออีก... (คุณครูคณิตา) เหลืออีก 2 ข้อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้กี่คะแนนกันแล้วหนู ๆ ต่อไปครับ หนุมานเป็นลูกของพระพาย อันนี้ถ้าใครอ่านรามเกียรติ์จะตอบได้ทันที ให้เวลาคิด 1, 2 ยก คุณครูครับ ดูเลยครับ เฉลยว่าเป็นข้อเท็จจริงนะครับ เพราะมีหลักฐานพิสูจน์ได้ตามตำราในวรรณคดีนะครับ ข้อสุดท้ายแล้ว พร้อมแล้วไปเลยครับ ความสามัคคี คือ พลัง ให้เวลาคิด 1, 2 ยกครับ เฉลย เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ความสามัคคี คือ พลัง ถ้ามีความสามัคคีจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จ เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน เวลาหนูจะทำอะไรก็ตามแต่ แม้แต่การนั่ง เรานั่งแบบไหนนะครูคณิตา การนั่งเรียนนี่ เป็นการนั่งเรียน Gang of four นั่นเอง ในการนั่งเรียน เพราะฉะนั้น ถ้าหนูไม่สมัครสามัคคีกันในกลุ่มอย่างแน่นอน ฝากคุณธรรมไว้ให้คิด 1 ข้อครับ เราไปต่อกันเลยดีกว่า หนู ๆ นับคะแนนกันไปนะครับ แล้วให้คุณครูเก็บคะแนนได้เลยครับ ไปกันต่อครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรามาศึกษากันต่อนะครับ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความหมาย ความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น นักเรียนจะทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนได้เตรียมใบความรู้มาหรือเปล่าคะ ใบความรู้ที่นักเรียนได้เตรียมมานะคะ ให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ หลังจากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายค่ะ แล้วสรุปความหมายและความแตกต่างและข้อคิดเห็นค่ะ ให้เวลาสักกี่นาทีดีคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ให้สักกี่นาทีดให้สัก.... เด็กของเราเก่งอยู่แล้วให้ 5 นาทีพอ อ่านใบความรู้ที่ตนเองมีอยู่นะครับ แล้วเป็นแนวทางในการที่จะไปทำกิจกรรมต่อไปครับ ให้เวลา 5 นาที ลงมืออ่านได้นะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากทีเราได้ศึกษาใบความรู้ที่หนู ๆ ได้มีนั้นนะครับ ก็ครบเวลา 5 นาที สรุปความหมาย ความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณครูในการทำใบงานได้แล้วนะครับ ครูเชื่อว่าอย่างนั้นเพราะฉะนั้น เดี๋ยวคุณครูคณิตาและคุณครูปรปรเมษฐจะมีใบงานนะครับ เป็นสิ่งที่หนู ๆ ชอบนะครับ มาให้ทำกันในวันนี้นะครับ ไปดูใบงานนะครับ ใบงานชื่ออะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ใบงานนะคะ เรื่อง อ่านคิดพิจารณาค่ะ โดยบทบาทนักเรียนและครูปลายทางมีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องทำใบงานเรื่องอ่านคิดพิจารณา และตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน สำหรับคุณครูนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้คุณครูนะคะแจกใบงาน เรื่อง อ่านคิดพิจารณาค่ะ หลังจากนั้นนะคะ คอยให้คำแนะเพิ่มเติมค่ะ หากนักเรียนเกิดข้อสงสัยนี่ ก็ให้คุณครูปลายปลายทางนี่ชี้แนะเพิ่มเติมได้ค่ะ หลังจากนั้นนะคะ ให้คุณครูปลายทางตรวจสอบความถูกต้องในการทำใบงานให้เรียบร้อยค่ะ 4. ก็คือประเมินการทำงานของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การทำใบงานนี้นะครับ ครูให้หนู ๆ ได้ลงมือปฏิบัติเป็นเวลา 10 นาที ถ้าพร้อมแล้ว ลงมือทำได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เวลานะคะ ได้ครบกำหนดแล้วใช่ไหมคะ วันนี้คุณครูเราจะมาร่วมเฉลยกันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ก็น่าจะเขียนกล่องข้อความในใบงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะเฉลยให้ดู ว่าตรงกันหรือได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวเรามาเฉลยกันดีกว่านะคะ ปากกาสีแดง เป็นสีแดงนะคะ บ่งบอกถึงข้อเท็จจริง เดี๋ยวเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ข้อเท็จจริงแรกคะ การดำรงรักษาและสืบสานวัฒนธรรมไทย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องสำนึกว่าเป็นเรื่อง เรื่องอะไรคะ เรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องร่วมใจกันทำ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็น... (คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นข้อเท็จจริงค่ะ แหม คุณครูก็จะไปข้อคิดเห็นอย่างเดียวเลย ต่อมา... (คุณครูปรเมษฐ) ยกตัวอย่างข้อคิดเห็นบ้าง (คุณครูคณิตา) นักเรียนเจอหรือยัง อยู่ในบรรทัดที่ 2 ค่ะ ต่อกันเลยนะ ข้อคิดเห็นนะคะก็คือคืออะไรคะ ใช้สีเขียวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงกับขอบข้อความเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) สีเขียวนะคะ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สวยสดงดงาม น่าหวงแหน และน่าถะนุถนอมยิ่งนัก ในส่วนนี้เป็นข้อคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า "น่า" นี่ ชัดเจนเลยนะครับ มีอีกหลายข้อความเลยนะครับ ก็ให้คุณครูปลายทางเป็นผู้ตรวจ อันนี้เฉลยให้นักเรียนส่วนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ จริง ๆ แล้วให้ครูปลายทางเทียบใบเฉลยในใบงาน แล้วก็ตรวจนะครับ ต่อไปคุณครูคณิตาเรามาสรุปกันดีกว่าครับ มีคำถามมาให้นักเรียนอีกแล้วนะครับ ประโยคที่เป็นที่เป็นขอเท็จจริง และประโยคที่เป็นข้อคิดเห็นมีลักษณะเฉพาะเป็นอย่างไร ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน จากที่เราได้ศึกษามาทั้งชั่วโมง ตอบคำถามกับคุณครูสิ ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่ มีลักษณะเฉพาะมันเป็นอย่างไรนะครับ คุณครูคณิตาครับ ผมก็ต้องถามคุณครูคณิตาอีกแล้วนะครับ คุณครูคณิตาบอกสิว่าข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่ความแตกต่าง มีลักษณะเฉพาะอย่างไร เดี๋ยวสรุปกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูข้อแตกต่างกันเลยนะคะ ข้อเท็จจริงค่ะ เป็นข้อความที่ได้รับการการแสดงอารมณ์ความรู็สึกนึกคิดค่ะ เห็นข้อแตกต่างไหมคะ ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์นะคะ ส่วนข้อคิดเห็น เป็นความคิดหรือการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเราเองนี่คือข้อแตกต่างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะเห็นเลยว่าไม่ได้ยากเลยสำหรับข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนะครับ วันนี้ได้ความรู้มากมายเลย ได้ใบงานได้ศึกษาใบความรู้ และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ประโที่ได้จากการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น จากการที่เราศึกษาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่คืออะไรครับ หนูๆให้ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ เป็นการแสดงประโยชน์คิดของเรานะครับ คุณครูคณิตาครับ คุณครูคณิตาได้ประโยชน์จากการพิจรณาข้อเท็จจริงจากเรื่องที่อ่านคืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในเรื่องนี้นะคะ คุณครูได้ประโยชน์มากเลยค่ะ และในปัจจุบัน คุณครูก็ได้นำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ ในเรื่องการคัดกรองข่าวสาร ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ อะไรที่ไม่มี อย. นี่ เราก็ไม่ใช้นะคะ ไม่หลงเชื่อโดยง่าย สิ่งสำคัญที่สุด คือ นักเรียนจะต้องมีสติค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ในการจะตัดสินใจเชื่ออะไรก็ตามแต่ จะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลานะครับ จากการพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วก็ข้อคิดเห็นนำไปใช้ในชีวิตได้ครับ สำหรับวันนี้นะครับ เราก็... เรื่องข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่ เราได้สรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ บทเรียนกันในเรื่องการ... (คุณครูคณิตา) พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากการฟังและการดูค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องเตรียมดังต่อไปนะครับ ใบงาน เรื่อง อ่านคิดพิจารณา ใบความรู้ เรื่อง แสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนคงได้ยินคุณครูพูดบ่อยแล้วใช่ไหมคะ พูดพร้อมกันค่ะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับ คุณครูทั้ง 2 คนก็ขอลานักเรียนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]