[เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณคูปลายทางและนักเรียนปลายทางที่รักของครูทุกคนพบกับครูปรเมษฐ และครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครับ คุณครูคณิตาครับ วันนี้เราจะมาศึกษากันในเรื่องของอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องนักเรียนอ่านตามหน้าจอเลยค่ะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง การแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปศึกษากันเลยครับนักเรียนครับ การแยกของเท็จจริงและข้อคิดเห็นนะครับ ครูมีคำถามมานะครับ ก่อนจะเริ่มเรียนครูจะตั้งคำถาม เพื่อให้นักเรียนได้จุดประกายความคิดของตัวเองนะครับ เวลานักเรียนฟังหรืออ่านเรื่องอะไร นักเรียนเชื่อในเรื่องนั้นเลยทุกเรื่องหรือไม่ เพราะเหตุใด เวลานักเรียนอ่านอะไรก็ตามนี่ นักเรียนเชื่อเลยหรือไม่นะครับ ถ้าเชื่อนี่เชื่อเพราะเหตุใด ให้นักเรียนตอบคำถามกับคุณครูนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็นคำถามนี่ จะไม่มีคำว่าผิด เพราะถือว่าเป็นความคิดเห็นของหนู ๆ เองนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) แล้วคุณครูคณิตานี่ เวลาอ่านอะไรก็ตามแต่ คุณครูคณิตา เชื่อในสมัยเด็ก ๆ นะคะ คุณครูคณิตาก็เชื่อค่ะ เนื่องจากประสบการณ์นี่มีน้อยนะคะ เมื่อเราโตขึ้น เราก็มีการเรียนรู้ประสบการณ์เราก็เยอะขึ้นสิ่งต่าง ๆ ที่เรารับสารมีการไตร่ตรองเพิ่มมากขึ้นค่ะ นักเรียนนะคะ หากได้รับข่าวสารหรือข้อมูลใด ๆ ก็ตามช่วยตรวจสอบด้วยนะคะ ก่อนที่จะเชื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก่อนที่จะเชื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย้อนมาที่ตัวครูนะครับ ที่เวลาอ่านอะไร ตอนเด็ก ๆ ก็เชื่อเช่นกันตอนเด็ก ๆ นี่ ผิวครูนี่คล้ำมากเลยนะครับ โฆษณาอยู่โฆษณาหนึ่ง กินยาตัวนี้แล้วจะขาว มีออร่าเปล่งปลั่งทองมาฉาบตัวไว้เลย พออ่านข้อความในโฆษณาปุ๊บนี่ คุณครูคณิตาคิดว่าผมเชื่อไหมอาจจะเชื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อครับ เชื่อแล้วปฏิบัติทันทีโดยที่ไปซื้อยานั้นมากินนี่ โดยที่เราไม่ได้อ่านอะไร แล้วถ้าเกิดผมสามารถทำได้จริง ๆ แล้วครูคณิตาคิดว่าผมนั่นไป แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเป็นยาที่ไม่ได้รับการรับรองนะคะ ก็อาจจะส่งผลอันตรายต่อคุณครูปรเมษฐได้ค่ะ แต่ยังดีที่แม่ของครูนี่ห้ามไว้ได้ทัน เลยไม่ได้ไปซื้อมากิน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการอ่านอะไรแล้วเชื่อเลยโดยไม่ได้คิดนี่ ถ้าปฏิบัติอาจจะเกิดผลเสียได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ไปแอบคุณแม่ซื้อไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้แอบซื้อครับ ถ้าซื้อคงไม่ได้คุณแม่นะคะ แล้วก็อย่าไปแอบซื้อลับหลังนะคะ สินค้าที่ไม่มี อย. หรือสลาก มีผลเสียหรืออันตรายต่อตัวนักเรียนได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จำคุณครูคณิตาไว้นะครับ บทกลอนอยู่บนหนึ่งนะครับ เป็นบทในหนังสือภาษาพาทีของประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งนักเรียนได้ศึกษาเคยอ่านมาแล้วด้วย แต่คุณครูยกมาให้นักเรียนอ่านเพื่อจะศึกษาในคาบนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ บทกลอนนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา) ชื่อว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก่อนจะเชื่อสิ่งได้ให้ยั้งคิดอ่านได้ 2 แบบครูคณิตาอ่านแบบทำนองหนู ๆ เลือกที่จะอ่านแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) อ่านแบบไหนคะ นักเรียนพอจะแยก น่าจะเลือกแบบทำนองธรรมดาแน่นอนเลยนี่ เรามีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า... (คุณครูคณิตา) การอ่านแบบร้อยแก้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การอ่านแบบพร้อม ๆ กัน เดี๋ยวหนู ๆ อ่านไปพร้อม ๆ กันเลยนะครับ 1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั้งคิด สติติดตามดูรู้วิถี คำเขาบอกเรื่องเขาเล่าฟังเข้าที แต่ความจริงอาจจไม่ดีดั่งวาจา ได้ยลยินสิ่งใดอย่าใจร้อน ค่อยผันผ่อนพินิจคิดขึ้นหา ฟังแล้วตรองมองด้วยจิตพิจารณา เห็นคุณค่าจึงค่อยดำเนินการ เขาว่าดีดีอย่างไรให้รู้แน่ ใช่ดีแค่ปลายลิ้นยินคำหวาน แม้นหลงเชื่อพลาดไปใจร้าวราย จงคิดอ่านใจร้าวราน จงคิดอ่านอันนี้ก็เป็นคำอ่านแบบทำนองธรรมดาอ่านออกเสียงแบบบทร้อยแก้วกันบ้างนะครับ กลอนบทนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะอ่านกันเป็นทำนองเสนาะ เด็ก ๆ ชอบอ่านนะครับ ประมาณ 2 บทนะครับ ไปพร้อม ๆ กับครูเลยนะครับ 1, 2, 3 คำเขายอรอไว้หนาอย่าเพิ่งเชื่อ อย่ายอมเชื่อเพื่อให้หลงเพริดเตลิดใหเตลิดใหญ่ ยอเพื่อผลเพื่อประโยชน์ใช่จริงใจหากรู้ทัน ยากอายไม่หลงทาง โอม! พินิจพิจารณานำมาคิด น้อมนำจิตไม่กังวลหม่หมองหมาง สติมาปัญญามีเดินสายกลางสงบสว่างมั่นดำรงสู่ธงชัย นักเรียนปรบมือให้ตนเองครับ ที่ร้องออกมาได้ไพเราะมากนะครับนักเรียนปลายทางทุกคน บทอ่านกลอนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั่งคิดนี่ เป็นบทที่นำมาจากหนังสือเรียนภาษาไทย ภาษาพาทีนะครับศึกษาปีที่ 4 หนู ๆ เคยผ่านมาแล้วได้อ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาคุยกันหน่อยครับเด็ด ๆ เรื่องบทกลอนที่ครูได้ยกมาเป็นตัวอย่างก่อนที่จะเรียนวันนี้นะครับ คุณครูคณิตาเมื่อเราได้อ่านบทกลอนนี้นะครับ นักเรียนฟังคำถามนะครับ เมื่อเราได้อ่านบทกลอนนี้ เราเกิดข้อคิดอะไรบ้างที่ได้จากบทกลอนนี้ครับ ตอบคำถามกับคุณครูนะครับ เป็นการแสดงความคิดไม่มีผิด ไม่มีถูกนะครับ ให้เวลา 1, 2, 3, 4, 5 หมดเวลาคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราอ่านบทกลอนคุณครูคณิตาได้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อคิดที่คุณครูได้จากบทกลอนนี้นะคะ ก็คือสอนให้เรานี่มีสติค่ะ รู้จักที่จะไตร่ตรองนะคะ ไม่หลงกับคำเยินยอต่าง ๆ ดังนั้น เราได้กล่าวไว้นะคะ ก่อนที่เราจะเชื่อสิ่งใดเราก็จะต้องมีสติก่อนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีสติในการคิดอยู่ตลอดเวลาก่อนที่จะลงมือเชื่อใช่ไหมครับ คุณครูครับ ใช่ไหมเด็ก ๆ ครับ เราจะต้องปฏิบัติ ต้องมีสติทุกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจเชื่ออะไรนะครับ ไปต่อกันเลยดีกว่านะครับ จึงเป็นที่มาของการที่เราจะต้องเรียนเรื่องการแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นมาดูจุดประสงค์กันก่อนเลยนะครับ หนู ๆ จะต้องทำอะไรได้บ้างครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกลักษณะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้ค่ะ 2. นักเรียนสามารถแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ค่ะ 3. นักเรียนจะต้องมีมารยาทค่ะ ในด้านอะไรคะนักเรียน ในด้านการฟังและการดูค่ะ และข้อสุดท้ายนะคะ ของการแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องได้เมื่อเรียนคาบนี้จบแล้วนะคะ ข้อเท็จจริงนะครับ คืออะไรครับ ข้อเท็จจริงนะครับ ข้อเท็จจริง คือ ข้อความหรือเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเป็นอยู่จริง อันแสดงถึงข้อความที่มีเนื้อหาที่เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นแล้ว หรือมีข้อพิสูจน์แล้วข้อเท็จจริงก็คือความจริงนั่นเองพูดง่าย ๆ นักเรียนก็ต้องเข้าใจ แล้วก็จะสามารถให้คำนิยามของคำว่า "คิดเท็จจริง" ได้ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างข้อเท็จจริงกันดีกว่า เป็นข้อเท็จจริงอย่างไรบ้างครับ ข้อเท็จจริงนะครับ ก็จะมีหลักการของมัน หลักการเป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการแรกนะคะของข้อเท็จจริงจะต้องสมเหตุสมผลค่ะ ข้อเท็จจริงนี่ เราจะต้องสมเหตุสมผลอยู่ตลอดเวลาต่อมาค่ะ มีความเป็นไปได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีความเป็นไปได้ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 3 นะคะ เป็นจริงตามธรรมชาติค่ะ คุณครูขอยกตัวอย่างหน่อยนะคะ มีความเป็นไปได้ อย่างเช่น นักเรยนเคยไหมคะ แบบซูเปอร์แมน แบบเหาะได้นักเรียนเคยเห็นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยพบเจอ Superman หรือยังถ้ายังไม่เคยพบเจอนี่แสดงว่า... (คุณครูคณิตา) ยังไม่เป็นข้อเท็จจริงค่ะ มันก็เป็นแค่เรื่องสมมติขึ้นที่เห็นกันอยู่ทุกวันเลย ดวงอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวัน (คุณครูคณิตา) ตะวันอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะตก ใช่ไหมครับ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงเพราะเป็นความจริงจากธรรมชาติใกล้ตัวมาก ๆ เลยนะครับ ไปดูกัน ครูมีตัวอย่าง ข้อความที่เป็นข้อเท็จจริงนะครับ คุณครูคณิตาครับ อ่านพร้อม ๆ กับนักเรียนเลยนะคะ ไก่เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับนก เป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข้อเท็จจริงทำไมถึงเป็นข้อเท็จจริงถามครูคณิตาก่อน (คุณครูคณิตา) นกเป็นสัตว์ชนิดไหนคะ ชนิด... มีปีก ไก่ มีปีกไหมคะ เห็นไหมคะ กะต๊าก ๆ ๆ เคยเห็นไหมคะ ครูเชื่อว่านักเรียนเคยเห็นค่ะ ก็สามารถที่จะบอกได้นะคะ ว่าไก่เป็นจำพวกเดียวกับนกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราเห็นดวงดาวชัดเจนในคืนเดือนมืด นักเรียนลองสังเกตเวลาที่อยู่ในข้างแรมนะ นักเรียนจะเห็นท้องฟ้ามีดาวขึ้นชัดเจนอันนี้ก็เป็นจริงตามธรรมชาตินะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาจเป็นพยาธิได้ นักเรียนเคยได้ยินข่าวไหมคะ จะมีหลายข่าวเลยนะคะ ที่นักเรียนนี่ เคยได้ศึกษาหรืออาจจะเห็นผ่านตามาแล้วเรื่อง การกินอาหารดิบค่ะ แล้วเกิดอาการปวดท้องขึ้นมา เมื่อไปหาหมอ หมอส่องกล้องปุ๊บ เจอตัวอะไรอยู่ในลำไส้คะ (คุณครูปรเมษฐ) เจอพยาธิจากการรับประทานสุก ๆ ดิบ ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนจะต้องระวังเรื่องการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เข้าหลักการการสมเหตุสมผลนะครับต่อไปอีกหนึ่งข้อ อันนี้เกี่ยวข้องกับวรรณคดีนะครับ สุนทรภู่ เป็นผู้แต่งวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี สุนทนภู่แต่งจริงไหมครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุนทรภู่เป็นผู้แต่งวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณีจริงไหมคะนักเรียนบอกครูหน่อยสิ จริงไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข้อความจริง เป็นข้อเท็จจริง (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สามารถพิสูจน์ได้ เพราะมีหลักฐานตามตำรานะครับ ข้อเท็จจริงก็จะคู่กับข้อคิดเห็นคืออะไรครับ ให้คำนิยามหนู ๆ ที่อยู่ปลายทางหน่อยครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อคิดเห็นนะคะ เป็นความเห็นเกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก และก็ความคิดของเรา อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานก็ได้นะคะ ที่เราสันนิษฐานสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวไปดูหลักการของข้อคิดเห็นกันครับหนู ๆ ครับ ข้อที่ 1 นะครับ เป็นการเปรียบเทียบ เป็นการยกของ 2 สิ่งมาเปรียบเทียบกัน 2. ข้อคาดคะเนคาดคะเน คาดคะเนว่าวันนี้จะเป็นอย่างไรอันนี้เป็นข้อนะครับ เป็นข้อความแสดงความเห็นก็คือการแสดงความคิดเห็นนั่นเอง ถือเป็นข้อคิดเห็น การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว เราชอบอย่างนั้นนะ เราชเราชอบอย่างนั้นนะ เราชอบกินข้าวนะฉันชอบกินก๋วยเตี๋ยวนะ คิดเห็นเช่นเดียวกัน หนู ๆ ครับ ไปดูตัวอย่างกันที่กว่าข้อที่ 1 ครับ (คุณครูคณิตา) ฝนตกหนักอย่างนี้อย่างนี้ พี่คงไปหาน้องไม่ได้ เห็นข้อคิดเห็นไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ถึงแม้ว่าฝนจะต้องหนักสักเพียงใดนี่ (คุณครูคณิตาคิดว่าไปได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไปได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)อันนี้มันเป็นข้อคิดเห็นไหมครับ ก็ไปได้ มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวนั่นเอง ข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ อากาศบนดอยอินทนนท์เย็นสบายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมอาจจะไม่รู้สึกเย็นสดชื่นก็ได้นะครูคณิตา เคยไปครั้งหนึ่งเหมือนกันตอนช่วงเดือนเมษายน สงกรานต์ ร้อนมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) แตกต่าง... (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็น(คุณครูคณิตา) คิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมันเป็นความรู้สึกของเรานั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ คุณครูปรเมษฐไปในช่วงเดือนคุณครูคณิตาไปในช่วงเดือนธันวาคมค่ะ โอ้โห ครูคณิตานี่ แทบจะไปขนมาสวมใส่ตัวคุณครูให้อุ่นขึ้นมาเลยค่ะ ฉะนั้นนี่ มันคือข้อคิดเห็น มันขึ้นอยู่กับเวลาและสถานที่ช่วงเวลาในช่วงนั้น ๆ ด้วย ฉะนั้น เราไม่สามารถที่จะตัดสินข้อคิดเห็นของคนอื่นได้หรือผิด เพราะขึ้นอยู่กับประสบการณ์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยิ่งนักเรียนที่อยู่แถวจังหวัดเชียงใหม่นี่สนใจมากเลยนะ เพราะว่ากล่าวถึงดอยจังหวัดเขานะครับ ต่อไป ฉันคิดว่าคุณไตรภพเป็นพิธีกรเป็นพิธีกรที่ใช้ภาษาดีมากคุณครูคณิตา หนู ๆ ลองบอกครูสิว่าทำไมข้อนี้ถึงเป็นข้อคิดเห็นมันมีคำว่าอะไรอยู่ชัดเจนเลยครับ (คุณครูคณิตา) ฉันคิดว่าค่ะ นักเรียนตอบถูกไหมคะ ตรงนี้ฉันคิดว่ามันเป็นการแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปนะครับ ครูยกตัวอย่างให้เลยดีกว่าครับ น้ำตาลโตนด จังหวัดเพชรบุรีเป็นน้ำตาลที่หวานที่สุดในประเทศไทย ครูถามนักเรียนเลยว่าอันนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น คุณครูคณิตาฟังคำถามอีกครั้งนะครับ น้ำตาลโตนด จังหวัดเพชรบุรีเป็นน้ำตาลที่หวานที่สุดในประเทศไทยครูบอกว่าอันนี้เป็นข้อคิดเห็น เป็นตรงไหนนักเรียนปลายทางตอบคำถามกับคุณครูได้เลย (คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ สามารถยกมือตอบคำถามได้เลยค่ะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) คณิตาตอบบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในความคิดเห็นจากข้อความที่ครูปรเมษฐได้พูดมาคำว่า "หวานที่สุด" ค่ะ คำว่า "ที่สุด" นี่ เป็นการแสดงความคิดเห็นค่ะนักเรียน นักเรียนคิดเหมือนครูไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในขณะเดียวกัน นักเรียนจังหวัดสงขลามก็มีน้ำตาลชนิดนี้เช่นกัน เขาอาจจะบอกว่าน้ำตาลของเขาหวานกว่าจังหวัดเพชรบุรีก็ได้นะครับ มันเป็นการแสดงและเป็นการแสดงความคิดเห็นนั่นเองนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างที่คุณครูได้ยกให้หนู ๆ ได้รับชมรับฟังกันนะครับต่อไปอันนี้เดี๋ยวให้ตอบคำถามกันบ้างวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนะครับ อ่านพร้อม ๆ กัน 1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) เป็นข้อเท็จจริงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ครูพูดไปแล้วด้วยนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ อำเภอหัวหินเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นคะ (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เฉลยครับ เป็นข้อคิดเห็น มีคำว่า "น่าอยู่นะครับ" เป็นการแสดงความรู้สึกหรือต่อไปดูให้ดีนะครับ (คุณครูคณิตา) เมื่อวานนี้ฝนตก วันนี้น่าจะตกอีก (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 ตอบครับ เป็นข้อคิดเห็นนะครับ คิดเห็นนะครับ มีคำว่า "น่าจะ" เป็นการคาดคะแนนะ ต่อไปลุ้นระทึกนะครับ ได้กี่คะแนนนี่ไม่ได้นับเลย ให้คุณครูปลายทางเป็นผู้ดูให้แล้วกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3เฉลยครับ เป็นข้อเท็จจริง เพราะเมืองไทยเราทำการเกษตรมาอย่างยาวนานแล้วนะครับ เพราะต่อไป (คุณครูคณิตา) คนทุกคนไม่มีใครหนีความตายพ้น (คุณครูปรเมษฐ) 1, 2, 3 เป็นข้อเท็จจริง คนเราหนีไม่พ้นความตายอย่างแน่นอนนะครับ ต้องตายนะครับ ข้อต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ผลไม้สดเป็นของเหมาะสมที่สุดที่จะซื้อไปเยี่ยมผู้ป่วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบนะครับ 1, 2, 3 เป็นข้อคิดเห็นนั่นเองนะครับ ได้กี่คะแนนกันไม่รู้นี่ ลูกศิษย์เรานี่ ตอบคำถามกับคุณครูคุณครูคณิตาครับ ข้อนี้ทำไมถึงเป็นข้อคิดเห็นครับ (คุณครูคณิตา) ไม่... นักเรียนตอบครูได้หรือไม่คะ ว่าข้อนี้เป็นข้อคิดเห็นอย่างไรคะ เรามาอ่านทวนกันนะคะ ผลไม้สดเป็นของเหมาะสมที่สุดที่จะซื้อไปเยี่ยมผู้ป่วย ตรงไหนเป็นข้อคิดเห็นคะ ตรงที่เป็นส่วนที่เหมาะสมที่สุดค่ะ ที่สุดค่ะ เราไม่สามารถจะวัดได้ว่าอะไรเหมาะสมที่สุด หรืออะไรไม่เหมาะสม ฉะนั้น ถือว่าเป็นข้อคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ วันนี้นะครับ ครูก็มีกิจกรรมมาให้เด็ก ๆ ร่วมสนุกสังเกตจากที่มือครูนะครับ ครูได้ทำบัตรคำตอบนะครับมานะครับ เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นให้นักเรียนทำบัตรคำนะครับ จะใช้ในการยกตอบคำตอบกับครูนะครับจะมีบัตรคำมาให้นักเรียนมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นให้นักเรียน แล้วคุณครูก็จะอ่านให้หนู ๆ ฟัง และหนู ๆ ก็ยกคำตอบนะครับ ตอนนี้ทำบัตรคำนะครับ ทำบัตรคำเป็นอย่างไรก็ได้นะครับ คุณครูปลายทางช่วยแนะนำนักเรียนด้วยนะครับ ข้อเท็จจริง 1 ใบ ข้อคิดเห็น 1 ใบ เพื่อใช้ในการตอบคำตอบจากการที่อ่านบัตรคำข้อเท็จจริงและครูมีมาประมาณ (คุณครูคณิตา) 5 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 5 ครับเพราะฉะนั้น ก็เป็นคะแนนเก็บในคาบนี้นะครับ คุณครูปลายทางสามารถเก็บคะแนนได้ โดยดูจากการตอบคำตอบที่ถูกต้องนะครับ อันนี้เดี๋ยวครูจะใช้เป็นเเฉลยนะครับ ครูไม่ได้นำมายกแบบนักเรียนนะครับ แต่ใช้ในการยกแล้วก็นับเป็นคะแนนนะครับ ที่คุณครูคณิตาเป็นบัตรคำพร้อมแล้วเราไปเริ่มกิจกรรมไม่ต้องมีการซักซ้อม มาเริ่มกันเลยครับข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยให้เวลาคิดก่อนจะยกบัตรคำนะครับ 1, 2 ยกครับเฉลย เป็นข้อ ข้ออะไรครับเด็ก ๆ เป็นข้อเท็จจริงนะครับ เพราะว่าข้าวถือว่าเป็นอาหารหลักของเรานะครับข้อต่อไป เตรียมพร้อมนะครับ เชียงใหม่น่าท่องเที่ยวที่สุด ให้เวลาหนู ๆ คิด 1, 2 ยกครับ เฉลยเป็นข้อ... เป็นข้ออะไร ข้อคิดเห็นเพราะเป็นการแสดงความคิดเห็น แล้วก็แสดงความรู้สึกนะครับ ได้กี่คะแนนแล้ว ผ่านไป 2 ข้อนะครับ คุณครูนับคะแนนได้เลยนะครับ กุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวยที่สุด ให้เวลาคิด 1, 2 ยกเฉลยครับ เป็นข้อ... คิดเห็นนะครับ เพราะเป็นการแสดงความรู้สึกเช่นเดียวกัน ผ่านไปแล้วครูคณิตา เหลืออีก... (คุณครูคณิตา) เหลืออีก 2 ข้อค่ะ ได้กี่คะแนนกันแล้วหนู ๆ ต่อไปครับหนุมานเป็นลูกของพระพาย อันนี้ถ้าใครอ่านรามเกียรติ์จะตอบได้ทันที ให้เวลาคิด 1, 2 ยก คุณครูครับดูเลยครับ เฉลยว่าเป็นข้อเท็จจริงเพราะมีหลักฐานพิสูจน์ได้ตามตำราในวรรณคดีนะครับ ข้อสุดท้ายแล้ว พร้อมแล้วไปเลยครับความสามัคคี คือพลัง ให้เวลาคิด 1, 2 ยกครับ เฉลยเป็นข้อเท็จจริงนะครับ ความสามัคคี คือ พลัง ถ้ามีความสามัคคีทำอะไรก็จะมีความสำเร็จเด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน เวลาหนูจะทำอะไรก็ตามแต่ แม้แต่การนั่ง เรานั่งแบบไหนนะครูคณิตาการนั่งเรียนนี่ เป็นการนั่งเรียน (คุณครูคณิตา) Gang of four นั่นเองในการนั่งเรียน(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ถ้าหนูไม่สมัครสามัคคีกันในกลุ่มอย่างแน่นอน ฝากคุณธรรมไว้ให้คิด 1 ข้อกันเลยดีกว่า หนู ๆ นับคะแนนกันไปนะครับ แล้วให้คุณครูเก็บคะแนนได้เลยครับ ไปกันต่อครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรามาศึกษากันต่อนะครับ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุประหว่างข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น นักเรียนจะทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนได้เตรียมใบความรู้มาหรือเปล่าคะ ใบความรู้ที่นักเรียนได้เตรียมมานะคะ ให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้หลังจากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแล้วสรุปความหมายและความแตกต่างและข้อคิดเห็นค่ะ ให้เวลาสักกี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ให้สัก.... เด็กของเราเก่งอยู่แล้วให้ 5 นาทีพอ อ่านใบความรู้ที่ตนเองมีอยู่นะครับ แล้วเป็นแนวทางในการที่จะไปทำกิจกรรมต่อไปครับ ให้เวลา 5 นาที ลงมืออ่านได้นะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากทีเราได้ศึกษาใบความรู้ที่หนู ๆ มีนั้นนะครับ ก็ครบเวลา 5 นาที สรุปความหมาย ความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณครูในการทำใบงานได้แล้วนะครับ ครูเชื่อว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เดี๋ยวคุณครูคณิตาและคุณครูปรปรเมษฐนะครับ เป็นสิ่งที่หนู ๆ ชอบนะครับ มาให้ทำกันในวันนี้นะครับ ไปดูใบงานนะครับ ใบงานชื่ออะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ใบงานนะคะ เรื่อง อ่านคิดพิจารณาค่ะ โดยบทบาทนักเรียนและครูปลายทางมีอะไรบ้างคะ นักเรียนจะต้องทำใบงานเรื่องอ่านคิดพิจารณา และตรวจสอบความถูกต้องของใบงานสำหรับคุณครูนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้คุณครูนะคะ แจกใบงาน เรื่อง อ่านคิดพิจารณาค่ะ หลังจากนั้นนะคะ คอยให้คำแนะเพิ่มเติมค่ะ หากนักเรียนเกิดข้อสงสัยนี่ ก็ให้คุณครูปลายปลายทางนี่ ชี้แนะเพิ่มเติมได้ค่ะ แล้วก็ให้คุณครูปลายทางตรวจสอบความถูกต้องในการทำใบงานให้เรียบร้อยค่ะ 4. ก็คือประเมินการทำงานของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การทำใบงานนี่หนู ๆ ได้ลงมือปฏิบัติเป็นเวลา 10 นาที ถ้าพร้อมแล้ว ลงมือทำได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะหลักจากที่เวลานะคะใช่ไหมคะ วันนี้คุณครูเราจะมาร่วมเฉลยกันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ก็น่าจะเขียนกล่องข้อความในใบงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะเฉลยให้ดูว่าตรงกันหรือได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวเรามาเฉลยกันดีกว่านะคะ ปากกาสีแดง เป็นสีแดงนะคะ บ่งบอกถึงข้อเท็จจริง เดี๋ยวเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ข้อเท็จจริงแรกคะ การดำรงรักษาและสืบสานวัฒนธรรมไทยนะ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องสำนึกว่าเป็นเรื่อง เรื่องอะไรคะ เรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องร่วมใจกันทำ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็น... (คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นข้อเท็จจริงค่ะ แหม่ คุณครูก็จะไปข้อคิดเห็นอย่างเดียวเลย ต่อมา... (คุณครูปรเมษฐ) ยกตัวอย่างข้อคิดเห็นบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) เจอหรือยัง อยู่ในบรรทัดที่ 2 ค่ะ ต่อกันเลยนะ ข้อคิดเห็นนะคะ ก็คือ... คืออะไรคะ ใช้สีเขียวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงกับขอบข้อความเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) สีเขียวนะคะ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สวยสดงดงามน่าหวงแหน น่าทะนุทนอมยิ่งหนักในส่วนนี้เป็นข้อคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า "น่า" นี่ ชัดเจนเลยนะครับ มีอีกหลายข้อความเลยนะครับ ก็ให้คุณครูปลายทางเป็นผู้ตรวจ อันนี้เฉลยให้นักเรียนส่วนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ แต่จริง ๆ แล้วให้ครูปลายทางเทียบใบเฉลยในใบงาน แล้วก็ตรวจนะครับ ต่อไปคุณครูคณิตาเรามาสรุปกันดีกว่าครับ มีคำถามมาให้นักเรียนอีกแล้วนะครับ ประโยคที่เป็นที่เป็นขอเท็จจริงแล้วก็ข้อคิดเห็น มีลักษณะเฉพาะเป็นอย่างไรตอบคำถามกับคุณครูปลายทางนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนจากที่เราได้ศึกษามาทั้งชั่วโมงตอบคำถามกับคุณครูสิ ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่ มีลักษณะเฉพาะมันเป็นอย่างไรนะครับ คุณครูคณิตาครับ ผมก็ต้องถามคุณครูคณิตาอีกแล้วนะครับ คุณครูคณิตาบอกสิว่าความแตกต่างมีลักษณะเฉพาะอย่างไร เดี๋ยวสรุปกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูข้อแตกต่างกันเลยนะคะข้อเท็จจริงค่ะ เป็นข้อความที่ได้รับการการแสดงอารมณ์ความรู็สึกนึกคิดค่ะเห็นข้อแตกต่างไหมคะ ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์นะคะ ส่วนข้อคิดเห็นเป็นความคิดหรือการแสดงอารมณ์ของเราเองตัวเราเอง นี่คือข้อแตกต่างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะเห็นเลยว่าไม่ได้ยากเลยสำหรับข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนะครับวันนี้ได้ความรู้มากมายเลย ได้ใบงานได้ศึกษาใบความรู้ และได้ทำกิจกรรมร่วมกันที่ได้จากการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากการที่เราศึกษาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่คืออะไรครับหนู ๆ ให้ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ เป็นการแสดงความคิดของเรานะครับ คุณครูคณิตาครับคุณครูคณิตาได้ประโยชน์จากการพิจรณาข้อเท็จจริงจากเรื่องที่อ่านคืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในเรื่องนี้นะคะ คุณครูได้ประโยชน์และในปัจจุบันคุณครูก็ได้นำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ ในเรื่องการคัดกรองข่าวสาร ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ อะไรที่ไม่มี อย. นะคะ ไม่หลงเชื่อโดยง่าย สิ่งสำคัญที่สุดคือ นักเรียนจะต้องมีสติค่ะ ในการจะตัดสินใจเชื่ออะไรก็ตามแต่จะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลานะครับ จากการพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วก็ข้อคิดเห็นนำไปใช้ในชีวิตได้ครับ สำหรับวันนี้นะครับ เราก็เรื่องข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นนี่เราได้สรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับเรียนกันในเรื่องการ... (คุณครูคณิตา) พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากการฟังและการดูค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องเตรียมดังต่อไปนะครับ ใบงานเรื่องอ่านคิดพิจารณา ใบงานเรื่องแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนคงได้ยินคุณครูพูดบ่อยแล้วใช่ไหมคะ พูดพร้อมกันค่ะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th. ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับคุณครูทั้ง 2 คนก็ขอลานักเรียนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]Ր