--- title: ทดสอบฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 1) ๘ นิทานพื้นบ้าน (การเล่านิทาน) ๑๕ มิ.ย. ๖๔ subtitle: date: วันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 เวลา 13.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนที่รักของครูทุกคนนะครับ วันนี้ก็มาพบกับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด กับครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับ ในรายวิชา... (คุณครูคณิตา) ไทยค่ะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่แล้วที่ครูบอกให้นักเรียนนั้นไปค้นคว้าหานิทานที่อยู่ในท้องถิ่นของตนเองนะครับ ครูเชื่อว่าลูกศิษย์ของครูทั่วประเทศนี่ไปค้นคว้านิทานในนำมาเล่าให้เพื่อนฟังในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงเรียนในเรื่องของการเล่านิทานจากเรื่อง นิทนาพื้นบ้านนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาเรียนมาดูจุดประสงค์กันเลยดีกว่าไหมคะครูปรเมษฐ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้รู้ว่าทำอะไรบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อที่ 1 นะคะ นักเรียนสามารถบอกหลักการเล่านิทานได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) นิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนเองและในท้องถิ่นอื่นได้ค่ะ ก็คือเห็นประโยชน์ของการเล่านิทานพื้นบ้านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ในชั่วโมงนี้นะครับ ตามที่ครูได้ให้นักเรียนไปศึกษาหานิทานพื้นบ้านใช่ไหมครับ คราวนี้จะต้องมีการออกมาเล่านิทานให้กับเพื่อน ๆ ฟัง คุณครูมีความคิดเห็นอย่างไรในการที่จะให้นักเรียนออกมาเล่า (คุณครูคณิตา) นักเรียนอยากได้แบบไหน ตอบคุณครูได้ไหมคะ ในใจนี่คุณครูนี่ก็อยากให้นักเรียนค่ะ ออกมาเล่าเลยค่ะ แต่เวลานี่อาจจะกินเวลาไปหลายชั่วโมงใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งตัวแทนที่ให้นักเรียนเสนอตัวเองเลย ว่าเรื่องของใครที่คิดว่าถ้าฉันนำเสนอเพื่อนจะต้องจะต้องเป็นที่ถูกใจให้คนนั้นออกมาเลยครับ นักเรียนปลายทางส่งตัวแทนออกมาเล่านิทานครับ หน้าชั้นเรียนเลย ออกมาเลยลูก เดินออกมาเลยนะครับ เดี๋ยวให้เล่านิทานดีครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 3 นาทีพอไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 นาที ได้เลยครับ จบพอดี 3 นาที หนูครับ เชิญเลยครับ เล่านิทานให้เพื่อน ๆ ฟัง 3 นาทีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือให้เพื่อนคนที่เป็นตัวแทนออกมาเล่านิทานนะครับ เก่งมากเลยนะครับ จากที่ได้ฟังนิทานไปหลายเรื่องเลย นี่เล่ากันมาหลายเรื่องก็สนุกสนานเป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งนะครับ คราวนี้ครูก็มีคำถามนักเรียนได้เล่านิทานไป ครูก็มีคำถามที่จะมาให้นักเรียนทุกคนได้ตอบกันนะครับ ข้อที่ 1 ค้นคว้านิทานพื้นบ้านที่ออกมาเล่านี่ครับ ค้นคว้าว่านิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นตนและท้องถิ่นอื่นด้วยวิธีใด ให้นักเรียนตอบคำถาม ยกมือตอบกับคุณครูได้เลย แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะครับ ให้เวลา 5 วินาทีตอบคำถามกับคุณครูครับ เป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เป็นอย่างไรนี่ หมายความว่าอย่างไรคะครูปรเมษฐ เก่งมากเลย แต่ละคนต่างแย่งกันตอบ แสดงว่าค้นคว้ามาได้หลายวิธีนะครับ คุณครูคณิตาครับ ถ้าคุณครูคณิตาเป็นนักเรียน คุณครูคณิตาจะทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บุคคลใกล้ตัวก่อนค่ะ ซึ่งบุคคลใกล้ตัวในที่นี้อาจจะเป็นคุณตา คุณยาย หรือว่าผู้ที่มีความอาวุโสกว่าค่ะ หรือหากเราไม่ได้ถามคนใกล้ตัวเรา อาจจะถามรู้ก็ได้ค่ะ หรือนอกจากนี้ค่ะ อินเทอร์เน็ตค่ะ ยุคสมัยนี่น่ะ อะไรสามารถที่จะสืบค้นได้ ฉะนั้นนี่ นักเรียนสามารถที่จะค้นคว้าหาความรู้นิทานพื้นบ้านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นวิธีการของคุณครูคณิตาที่แนะนำหนู ๆ นะครับ วิธีการแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไรครับ ขอให้ได้มาซึ่งนิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นตนและท้องถิ่นอื่นก็พอครับ ต่อไปนิทานพื้นบ้านที่นักเรียนค้นคว้ามานี่ครับ มักเป็นลักษณะใด เรื่องราวลักษณะใด ให้นักเรียนตอบคำถามกับคุณครูได้เลยครับ ให้เวล 5 วินาทีนะครับ คุณครูคณิตา แสดงว่าลูกศิษย์เรานี่ ตอบคำถามกัน ตอบกันยกมือทุกคนเลย คุณครูปลายทางตามไม่ทันค้นคว้านิทานพื้นบ้าน คุณครูคณิตาครับแล้วนี่ ถ้านิทานพื้นบ้านส่วนใหญ่ น่าจะเกี่ยวกับภูมิประเทศเช่นเดียวกันใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วหากเป็นความเชื่อก็เกี่ยวกับพวกภูตผี อันนี้เชื่อใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น ประจวบคีรีขันธ์ก็จะมีนิทานอยู่เรื่องหนึ่ง ที่อำเภอปราณบุรี เป็นนิทานเรื่อง เจ้าแม่จระเข้ปากแม่น้ำปราน นะครับ เจ้าแม่ก็ถือว่าเป็นความเชื่อถือในชุมชน เล่ากำกับสร้างความน่าเคารพศรัทธา เลื่อมใสของคนในชุมชน อันนี้ถูกต้องไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เรื่องราวเหล่านี้นะคะ ถือว่าเป็นนิทานพื้นบ้านหรือเรื่องเล่าในพื้นบ้านนั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ไปต่อกันเลยดีกว่านะครับ มีอีกคำถามหนึ่ง นิทานพื้นบ้านนะครับ มีคุณค่าทางด้านจิตใจอย่างไร เมื่อเราอ่านนิทานพื้นบ้านแล้วนี่ส่งผลต่อจิตใจเราอย่างไรให้คุณค่าอะไรกับตัวเราบ้าง เด็ก ๆ ตอบคำถามนะครับ ให้เวลาคิด ตอบกับคุณครูได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ยกมือตอบคำถามได้เลยค่ะ หรือจะตอบพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนตอบแล้วหรือยังคะ ให้คุณค่าทางด้านจิตใจอย่างไร มีเสียงกระซิบจากจังหวัดไหนไหมนะ โอ้โห แย่งกันตอบมากเลยค่ะ ไม่รู้เลยว่าเป็นจังหวัดไหน เยอะแยะมากมายนะคะ คุณครูคณิตาสรุปให้ดังนี้ค่ะ คุณค่าทางด้านจิตใจนะคะ เกี่ยวกับเรื่องนิทานพื้นบ้านหรือนิทานท้องถิ่นค่ะ ก็คือจะให้เกี่ยวกับเรื่องสนุกสนานค่ะ ใจและเป็นการปลูกฝังค่ะ ปลูกฝังอะไรเอ่ย ปลูฝังให้รักในท้องถิ่นของตนเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ คือ คุณค่าของนิทานพื้นบ้านที่มีในแต่ละท้องถิ่นนั่นเองนะครับ นักเรียนคิดว่าจะเล่านิทานอย่างไร จึงจะทำให้ผู้ฟังสนุกและคล้อยตาม นักเรียนลองคิดสิ หนูจะมีวิธีการอย่างไรล่ะ ที่จะทำให้ผู้ฟังนั้นสนใจในเนื้อหานิทานเรา แล้วคล้อยตามในสิ่งที่เราเล่าให้เขาฟัง ให้เวลาตอบครับ 5 วินาทีพอ 5 นาทีนานไปนะครับ (คุณครูคณิตา) ตอบหรือยังคะ ตอบแล้วหรือยัง (คุณครูปรเมษฐ) ตอบแล้วรวบรวมคำตอบลงมาให้หนู ๆ ฟังกันดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องนะคะ ก็คือเราจะทำอย่างไรให้ผู้ฟังนี่รู้สึกสนุกสนานและคล้อยตามใช่ไหมคะ อย่างแรกเลยค่ะ เราจะจะต้องใช้น้ำเสียงที่มีความดึงดูดค่ะ หาเป็นเรื่องเศร้าเราก็จะใช้น้ำเสียงที่โทนต่ำหรือใช้น้ำเสียงที่หม่นหมองนะคะ น้ำเสียงที่หม่นหมองคืออย่างไร คือ น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงการที่เราไม่มีความกระตือรือร้นหรือการแสดงให้เห็นถึงความดีใจ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเรา 2 นี่จะเล่าเรื่องที่สนุกสนานแน่เลย เพราะว่าเราไม่ทำเสียงหม่นหมองเลยครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างหนึ่งค่ะ ที่จะทำให้ผู้ฟังสนุกและคล้อยตามนะคะ เด็ก ๆ คงจะชอบค่ะ นั่นก็คือสื่อประกอบนั่นเองค่ะ อาจจะเป็นตุ๊กตา อาจจะเป็นรูปภาพ อาจจะเป็นสถานที่ต่าง ๆ นะคะ ทำให้ผู้อ่านนี่เข้าใจและสื่อถึงอารมณ์หรือว่าสัมผัสได้จริง จะทำให้สรุปได้ง่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เห็นครูคณิตาสรุปแล้ว เด็ก ๆ น่าจะได้ความรู้มากเลยทีเดียวนะครับ ต่อมาครับเรามาดูกันนะครับ กว่าที่จะมาเป็นนิทานได้ 1 เรื่องนี่นะครับ ต้องผ่านการเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งอาจจะไม่มีการบันทึกเป็นหลักฐาน มักเป็นเรื่องราวจากจินตนาการ มักเป็นความเชื่อของชาวบ้านมักหาต้นกำเนิดไม่ได้ และมีการขัดเกลาเรื่องราวเพิ่มเติม ตามจิตนาการ โดยมากเขาจะเรียกว่า "เรื่องราวที่จากปากสู่ปาก" นั่นเองครับ ก็เป็นนิทานพื้นบ้านจึงไม่ค่อยมีหลักฐาน คุณครูคณิตาฟังนิทานมาเรื่องหนึ่ง นำมาเล่าให้ครูปรเมษฐฟัง เมื่อครูปรเมษฐฟังแล้วนำมาเล่าให้หนูฟังน่ะ ครูคณิตาคิดว่าเหมือนเดิมไหม (คุณครูคณิตา) อาจจะเหมือนหรอืไม่เหขึ้นอยู่กับความจำแต่ละบุคคลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ให้มีอรรถรสสนุกสนานมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนด้วยบางทีเนื้อหาไม่ตายตัวด้วยไม่มีหลักฐานที่จะมาอ้างอิงได้เป็นนิทานมุขปาฐะนั่นเอง นี่คือนิทานพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่นนะครับหนู ๆ ทุกคน เพราะฉะนั้น ครูจะให้หนูนั้นได้ศึกษาใบความรู้การเล่านิทานโดยนักเรียนจะต้องทำอย่างไรครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนนะคะ บทบาทของนักเรียน คืออะไรเอ่ยคะครูปรเมษฐ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค่ะ ศึกษาใบความรู้ความรู้ร่วมกันในกลุ่มค่ะ เป็นเวลากี่นาทีคะ (คุณครูปรเมษฐ) 5 นาทีครับ ลูกศิษย์ของครูเก่งอยู่แล้วครับ อภิปรายร่วมกันในกลุ่ม และสร้างแผนผังความคิดลงในสมุด เพราะเราจะได้มีหลักการสมุดเราสามารถจะรังสรรอย่างไรก็ได้ให้สวยงามนะครับ เป็นสมุดวิชาภาษาไทยที่น่าอ่าน ลงมือปฏิบัติครับ 5 นาที [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ ครูคิดว่าหนู ๆ ทุกกลุ่มด้วยความสนุกสนานแล้วก็ได้หลักการในการเล่านิทานเป็นของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวครู 2 คนจะเล่าให้นักเรียนฟังบ้าน ล้อมวงกันเข้ามาครับ เดี๋ยวเราจะจับเข่าเล่านิทานกันนะครับ ครูจะเล่านิทานที่นักเรียนไปเมื่อวานนี้นะครับ เรื่องตาม่องล่ายเล่าให้นักเรียนฟังแค่ครึ่งเรื่อง แล้วให้นักเรียนอ่านต่อ ครูจะเล่าเต็ม ๆ เรื่องให้นักเรียนฟังนะครับ พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปฟังนิทานเรื่อง ตาม่องล่ายกันเลยนะครับ นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตาม่องล่าย นิทานประจำถิ่นตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งหนึ่งมีครอบครัวเล็ก ๆ อยู่หมู่บ้านริมทะเล ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตาม่องล่ายและยายรำพึงมีลูกสาวประจวบคีรีขันธ์ชื่อ ยมโดย (คุณครูคณิตา) ความงามของสาวยมโดยเป็นที่เลื่องลือ เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มใกล้ไกล ใครได้พบสาวยมโดย ต่างก็หลงรัก ต่างก็ต้องการเป็นครองทั้งนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ยมโดยจ๋า รักกับพี่ไหมจ๊ะ (คุณครูคณิตา) ยมโดยจ๋ารักกับพี่ดีกว่าจ้ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความงามของสามยมโดย เลื่องลือไปถึงหนูเจ้าลายเจ้าลายคิดอุบายปลอมตัวเป็นชาวเรือนำปลาไปขายที่หมู่บ้านของตาม่องล่าย มาจากเมืองเพชรก็ต้องพูดเพชรบุรี เห็นว่าลูกสาวของตาม่องล่ายสวยนักหนา ข้าจะปลอมตัวเป็นชาวประมงไปดูสิว่าหน้าตานั้นจะเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ขณะเดียวกันความสง่างามของเจ้าลายเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่ว ยายรำเป็นที่กล่าวถึงไปทั่วเล่าลือก็อยากเห็นหน้าหนุ่มเจ้าลายเช่นกัน พี่ลายน่ารักจังเลย (คุณครูปรเมษฐ) วันหนึ่งเรือประมงของเจ้าลายเดินทางมาถึงท่าเรือของตาม่องล่าย ยายลำพึงทำให้พบกับยมโดยจนเกิดความรักต่อกัน (คุณครูคณิตา) ตั้งแต่วันั้นเป็นต้นมา เป็นประจำยายลำพึงรักและเอ็นดูเจ้าลาย แต่ตาม่องล่ายกลับไม่พอใจ (คุณครูปรเมษฐ) เจ้าลายลื้อมาบ้านอั๊วทำไม ตาม่องล่ายเป็นคนจีสำเภารำใหญ่บรรทุกสินค้ามาจอดเทียบท่าของตาม่องล่าย เจ้ากรุงจีน พ่อค้าเจ้าของเรือพบยมโดย ก็หลงไหลความงามของนาง ก็หลงใหลความงามของนาง ก็ตกหลุม โอ้โหตั้งแต่ข้ามาสยามประเทศ ไม่เคยเจอใครสวยงามเท่านี้เลย ข้าจะไปสู่ขอเป็นภรรยาข้าให้ได้ (คุณครูคณิตา) เจ้ากุมจีน ก็พยายามเข้าใกล้ชิดและหาของกำนัลมีค่ามาให้ตาม่องล่าย จนตาม่องล่ายชื่นชมเจ้ากรุงจีน แต่ยายรำพึงกลับไม่พอใจ (คุณครูปรเมษฐ) มาบ้านข้าทำไม มาทุกวันเลยนะเจ้าลายให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอยมโดยกับยายรำพึง ยายรำพึงเห็นว่าเจ้าลายและยมโดยรักใคร่ชอบพอกัน จึงตกลงรับหมั่น โดยไม่ได้เล่าให้ตาม่องล่ายฟังเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวมาติดตม (คุณครูคณิตา) ขณะเดียวกัน เจ้ากรุงจีนก็มาสู่ขอยมโดยกับตาม่องล่าย ตาม่องล่ายตกลง เพราะเจ้ากรงจีนมรฐานะร่ำรวย โดยไม่บอกให้ยายรำพึงและยมโดยทราบเช่นกัน (คุณครูปรเมษฐ) เอาสิ อั๊วยกให้ลื้อเจ้ากรุงจีน ด้วยเหตุบังเอิญยายรำพึงกำหนดวันตรงกับวันที่ตาม่องล่ายนัดวันให้เจ้ากรุงจีนเช่นกัน เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) เจ้าลายก็พาขบวนร่ายลำในที่สุดขบวนแต่งงานทั้ง 2 ก็เดินทางมาประจันหน้ากัน เกิดความงงันแก่ผู้คน เอ๊ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันอย่างไรกันแน่นี่ สรุปว่าเจ้าจะแต่งงานกับลือ จะแต่งงานกับมันแน่ เจ้าลายก็มาจากเพชรบุรีเอากลองยาวมา เมื่อตาม่องล่ายและยายรำพึงรู้ความจริง ต่างฝ่ายก็จะยกลูกสาวให้ทั้งคู่ก็โมโหจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต (คุณครูคณิตา) ยายรำพึงทั้งเจ็บปวดใจ ทนความอับอายไม่ไหว จึงวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าไปสิ้นใจตายที่เขาแห่งหนึ่ง ต่อมาเขาลูกนั้นมีชื่อเรียกว่า "เขาแม่รำพึง" (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งอยู่ติดกับหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งของอำเภอสะพาน จังหวัดประจวหาดแม่รำพึง ส่วนตาม่องล่ายโกรธจนคลุ้มคลั่ง จับยมโดยฉีกเป็น 2 ซีก ยมโดยไม่รู้เรื่องลูกสาวให้กับคนนู้นคนนี้ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด (คุณครูคณิตา) ซีกหนึ่งปาไปทิศเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าลาย ที่บ้านบางปูอำเภอปราญบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (คุณครูปรเมษฐ) อีกซีกหนึ่งตาม่องล่ายปาไปทิศตะวันออกกะให้ถึงเกาะเมืองจีน จังหวัดจันทบุรี (คุณครูคณิตา) เรื่องราววุ่นวายได้จบลงท่ามกลางความเศร้าสลดของทุกคน ลายโศกเศร้าเสียใจ ตรอมใจตายจนเสียชีวิตมีชื่อว่าเขาเจ้าลาย (คุณครูปรเมษฐ) ตั้งอยู่ ณ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ส่วนตาม่องล่ายรู้สึกผิดจึ้งมากวัน ๆ เอาแต่กินเหล้าจนสิ้นใจตายที่เขาลูกหนึ่ง เขาลูกนั้นจึงได้ชื่อว่า "เขาตาม่องล่าย" ปรากฏอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ อันนี้ก็คือสภาพพื้นที่ ก็คือสภาพพื้นที่จังหวัดประจวบก็จะมีเอาตาม่องล่าย อ่าวแม่รำพึง มีเกาะต่าง ๆ ซึ่งนิทานเรื่อง ตาม่องล่ายก็อธิบายภูมิประเทศจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เป็นอย่างดีครับ ปรบมือให้ครูทั้ง 2 คนครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่หนู ๆ นั้นได้ชมวีดิทัศน์ที่พี่ ม. 6 ได้เล่านิทานให้ฟังแล้ว ฟังครูเล่านิทานตาม่องล่ายแล้วนะครับ วันนี้หนูคงจะได้หลักการเล่านิทานที่อยู่ในองค์ความรู้ของหนูมากมายเลยทีเดียวนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปหลักการเล่านิทานด้วยกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการเล่านิทาน 1. ทำความเข้าใจ (คุณครูปรเมษฐ) ทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ ทำความเข้าใจในเรื่องของนิทาน จึงจะสามารถนำมาถ่ายทอดให้กับผู้ฟังได้เป็นอย่างดีครับ 2. เลือกใช้คำง่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้คำง่ายจะทำให้ผู้ฟังนั้นอยากฟังนิทาน เพราะว่าใช้ถ้อยคำที่ง่าย ง่ายต่อการเข้าใจและน่าฟังครับ 3. หากตัวละครพูดคุยกันควรให้บทสนทนาเป็นเรื่องเล่า (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็ใช้การสนทนากัน อย่างเช่น ผู้หญิงทำเสียงให้เหมือนผู้หญิง ถ้าเกิดตัวละครเป็นผู้ชายก็ทำเสียงให้เหมือนผู้ชายนะครับ เป็นต้น 4. เริ่มต้นเรื่องต้องดี (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเริ่มต้นดีผู้ฟังก็จะสนใจเรื่องและฟังจนจบครับ ต่อไปนะครับ กิจกรรมของนักเรียนคราวนี้ที่นักเรียนรอคอย ครูเชื่อว่านักเรียนอยากเล่าตั้งแต่เริ่มต้นนิทานที่ตนเตรียมมานะครับ นี่ก็เป็นการที่จะให้นักเรียนนั้นได้สลับกันเล่านิทานพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนเองที่ได้เตรียมมาให้กลุ่มฟัง แล้วก็สมาชิกกลุ่มอื่นฟังด้วยนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้หนูได้ทำกิจรรมให้กับเพื่อนกลุ่มอื่นฟัง เป็นเวลา 10 นาทีนะครับ ให้คุณครูปลายทางช่วยควบคุมกิจกรรมให้นักเรียนได้ดำเนินกิจกรรมอย่างสนุกสนานครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) หมดเวลาในการทำกิจกรรมเล่านิทานกันแล้วนะครับ เล่ากันอย่างสนุกสนานมากเลยนะครับคุณครูคณิตา ก็ให้กลับเข้าที่นะครับ เพื่อที่จะสรุปบทเรียนที่เราได้เรียนกันไปในวันนี้นะครับ ครูมีคำถามให้นักเรียนอีกเช่นเคยนะครับการเล่านิทานมีประโยชน์อย่างไร จากการที่เราได้ศึกษาหลักการ จากการที่เราได้เล่าเอง ได้ฟังครูเล่า และได้ดูวีดิทัศน์ที่มีพี่ ป. 6 เล่าให้ฟังอย่างไรครับ เด็ก ๆ ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เราสรุปคำตอบของเด็ก ๆ ลูกศิษย์เราทั่วประเทศกันดีกว่านะครับ มีประโยชน์อย่างไร เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะสรุปให้ฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องประโยชน์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพูดค่ะ ก็คือทักษะเกี่ยวกับเรื่องการพูดอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน ฉะนั้นนี่ ในการที่เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องหลักการต่าง ๆ นี่น่ะค่ะ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันทำให้การพูดหรือการเล่าเรื่องต่าง ๆ นี่ ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ประโยชน์ที่ 2 ค่ะ คืออะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ข้อที่ 2 ค่ะ ก็คือการเล่านิทานนี่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีค่ะ ระหว่างผู้เล่าและผู้ฟังค่ะ ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีนี้ อาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีก็ทำให้รู้สึกสนิทขึ้นทำให้รู้จักมากขึ้น รวมถึงอาจจะทำให้รู้ข้อดีของบุคคลเหล่านั้นด้วยนะคะ อย่างเช่น เด็กชาย ก. มี ... ไม่ใช่มีสิคะ สามารถที่จะเล่านิทานได้ดี แสดงว่า เด็กชาย ก. นี่ มีทักษะการพูดที่ดี มีความสัมพันธ์แล้วก็เรียนรู้บุคคลอื่นได้เช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกประเด็นหนึ่งก็เช่นการเล่านิทานเป็นการสร้างความสนุกสนานให้ผู้อื่น เวลาเป็นผู้เล่า ผู้เล่าก็จะหาถ่อยคำต่าง ๆ มาเพื่อที่จะเล่าอย่างไรก็ได้ให้ผู้ฟังนั้นมีความสนุกสนาน นี่คือประโยชน์ของการเล่านิทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสักข้อจะเป็นอะไรไป นักเรียนมีเทคนิคการเล่านิทานอย่างไรให้น่าสนใจ เด็ก ๆ ครับ ศึกษาหลักการมาแล้ว ดูครูเล่าดูวิธีการเล่ามาแล้ว ดูครูเล่า มาแล้ว นักเรียนจะต้องมีเทคนิดของตัวเองครับ ที่จะเล่านิทานอย่างไรให้น่าสนใจ ยกมือตอบคำถามเลยครับกับคุณครูนะครับ เหมือนเราพูดไปเมื่อกลาง ๆ ชั่วโมงใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ มีใครจำได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตอบมาแล้ว 1 คน ตอบว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ตอบมาแล้ว 1 คน ก็คือ 1. ค่ะ ใช้น้ำเสียงที่ดึงดูด หรือ น่าสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 มาแล้วบอกว่ามีสื่อประกอบใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ สื่อประกอบจะต้องมีความน่าสนใจ สิ่งที่สำคัญนะคะ ของสื่อประกอบคืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สื่อสำคัญนั้นจะต้อง (คุณครูคณิตา) สอดคล้องกับเรื่องที่ตนเล่าด้วยถ้าไม่สอดคล้องกันจะเกิดอะไรขึ้นคะ มันก็จะไม่ตรงกับที่เราอย่างไรล่ะครับครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) ทำให้ผู้ฟังสับสนวุ่นวายกับเรื่องที่เล่านั้นเองครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ อย่างเช่น เอารูปเรื่องเกาะหนูเกาะแมวมาอยู่นะแล้ว ครูปรเมษฐเล่าเกี่ยวกับตาม่องล่าย ทำไมมีแมวเข้ามา ทำไมมีหนูเข้ามา ตาม่องล่ายไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องแมวเรื่องหนูเลย ก็จะเกิดความสับสนค่ะ นักเรียนนี่คือสิ่งที่อย่างเดียว ถ้าสมมติเล่าแล้วน่าสนใจ ผู้ฟังก็จะจำนิทานผิด ๆ ไปด้วยเช่นกันครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือเทคนิคการเล่านิทาน ครูเชื่อว่ามากกว่าที่ครูนำเสนออีกคำตอบก็จะประมาณนี้นะครับ นี่คือสิ่งที่นักเรียนพึงปรารถนาอีกแล้วนะครับ ให้นักเรียนไปศึกษานิทานเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มประเทศอาเซียนนี่มีประเทศอะไรบ้าง คนละ 5 ประเทศ ครูคณิตา ใครอยู่ฝั่งครู นักเรียนชาย คนละ 5 ประเทศ เรารับผิดชอบดินแดนใกล้เคียงกับเรา 1. ลาว 2. อะไรลูก กัมพูชา 4. เวียดนาม 5. อะไรนะ พม่า อ่อ เมียนมา ประเทศมี 10 (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะ อย่ายอมค่ะอย่ายอมนะคะ 6. อะไรคะ 6. อะไรเอ่ย เอาใกล้ ๆ บ้านเราก่อนค่ะ คืออะไรเอ่ย มาเลเซียค่ะ 7. 7. คืออะไรคะ อินโดนีเซค่ะ 8. คืออะไรเอ่ย 8. คืออะไรคะนี่ 8. คือ สิงคโปร์ค่ะ 9. ค่ะ 9. อีกนิดหนึ่งค่ะ บรูไนได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ประเทศสุดท้าย ประเทศที่ 10 คือ ประเทศฟิลิปปินส์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น บทเรียนครั้งต่อไปเราก็ต้องเรียนเรื่องของ นิทานพื้นบ้าน เป็นการอธิบายคุณค่าสิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมาในคาบต่อไป ก็คือ 1. ใบความรู้ เรื่อง การอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2. (คุณครูคณิตา) 2. คือใบความรู้เรื่องนิทานพื้นบ้านค่ะ แอบกระซิบนิดหนึ่งนะคะ ถ้านักเรียนคนใดนี่ สามารถที่จะสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนิทานอาเซียนต่าง ๆ ได้ หรือกลับไปอ่านก่อนนี่ ก็จะถือเป็นการใฝ่เรียนรู้อย่างหนึ่งค่ะ คุณธรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไปศึกษาเพิ่มเติมก่อนได้ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็จะมาเรียนในคาบเรียนอย่างมีความสุข ความเข้าใจนะครับ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครับ ทำไมวันนี้ให้ผมพูดครับ (คุณครูคณิตา) เผื่อเด็ก ๆ เบื่อเสียงครูแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ อะไรจะมาเร็วก็ตาม สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]