(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางของครูนะครับ วันนี้เรามาพบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ จากที่เมื่อวานนี่ ครูได้เล่าให้ฟังแล้วว่าวันนี้เราจะเรียนกันในเรื่อง นิทานพื้นบ้านนี่ จะต้องกลับไปอ่านมาอย่างแน่นอน เพราะถ้ากลับไปอ่านมาก่อนนี่จะเรียนด้วยความสนุกสนานนะครับ เราจึงเรียนกันในเรื่องอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้เราจะเรียนกันในเรื่องนิทานพื้นบ้านพูดแสดงความคิดเห็นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะมาพูดแสดงความคิดเห็นกันนะครับ สำหรับนิทานพื้นบ้านใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เมื่อนักเรียนจะต้องแสดงความคิดเห็นได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นิทานพื้นบ้านนี่ ก็เป็นที่น่าสนใจ เพราะว่ามีอยู่ด้วยกันทุกที่ นิทานพื้นบ้านใช้อธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างได้ บางทีในทุกหมู่บ้านที่นักเรียนพักอาศัยอยู่นั้น ไม่เชื่อหนูลองกลับไปถามคุณปู่ย่าตายายดูว่าบ้านเรานี่มีนิทานบ้างหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามของครูให้พวกหนูค้นหานะครับ ฝากไว้ให้คิด คุณครูคณิตาฝากแจ้งจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์ของวันนี้นะคะ 1. ค่ะ บอกหลักฐานการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2. ค่ะ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านได้ค่ะ ส่วนข้อ 3 คืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงความคิดเห็นจากนิทานให้ได้มันมีประโยชน์อย่างไร วันนี้ครูกิจกรรมให้หนู ๆ ทำอีกแล้วนะครับ ชื่อนิทานว่าปริศนานิทานพื้นบ้าน จากฉากนี่บ่งบากชัดเจนว่าเป็นนิทานพื้นบ้านพื้นถิ่นนะครับ นี่น่าจะเป็นภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคอะไรคะครูปรเมษฐ แต่ภาพนี้มีคุณสมบัติพิเศษรวมทุกภาคเรือนทรงไทย เด็ก ๆ ภาคอะไรครับ ภาคกลาง เรือหัวโทงอยู่ภาคใต้ อันนี้สมมติเป็นน้ำทะเล เป็นภาคใต้ ภาคตะวันออก และภูเขานี่เปรียบเสมือนภาคเหนือ เป็นการรวมกันให้เห็นชัดเจนนะหนู ๆ นะ มีปริศนาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะมีภาพนิทาน มาให้หนู ๆ ได้ดูกัน วันนี้เดี๋ยวครูจะสุ่ม ใครที่โดนเรียกก็คือถือว่าเป็นผู้ที่โชคดีคุณครูปลายทางก็เตรียมรางวัลไว้ได้เลยนะครับ ให้ดูภาพแรกก่อนเลย เดี๋ยวย้อนกลับให้ขึ้นก่อน แล้วมาตอบคำถามนะครับ นักเรียนชายยืนขึ้น นักเรียนหญิงไม่ต้องยืน ไม่ใช่ผู้ชาย เอชา เอชา เอชา ช่า ชาชาหน่อยแม่ ก. ไก่ สะกดกับ บ. ใบไม้ หนูตอบคำถาม ถ้าคิดแล้วนั่งได้ทันทีทันใด เอชา เอชา เอชา เอชา เอชา ชะชาชาหนอยแม่ คนที่ยืนอยู่เป็นผู้ตอบคำถาม เชื่อว่าหลายคนยังสะกดไม่ได้นะครับ ตอบคำถามข้อนี้ครับ เป็นนิทานเรื่องอะไร ให้เวลาคิดนะครับ นักเรียนที่ยืนอยู่ก็เป็นเพศไหน คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพศชายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนที่ยืนอยู่นะครับ ตอบคำถามให้ได้เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง 1 2 3 ตอบคำถามครับ เรื่อง แก้วหน้าม้า ถูกไหมครับเด็ก ๆ เป็นนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง ครูคณิตาครับ เรียกคนต่อไปให้ยืนก่อน ก่อนที่จะเห็นภาพ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ เมื่อมีผู้ชายแล้ว นักเรียนคงคิดว่าครูจะเรียกผู้หญิงใช่ไหมคะ ไม่ค่ะ ครูจะเรียก... เอาล่ะค่ะ ใครที่นั่งข้างคุณครู หรืออยู่ใกล้คุณครูมากที่สุด ลุกขึ้นยืนค่ะ ลุกขึ้นยืนแล้วนะคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ แล้วถ้าอยู่ใกล้คุณครูมากที่สุดก็วัดระยะเอานะคะ เด็กผู้ชายด้านซ้ายหรือด้านขวา กะเอาเองนะคะ หรือให้เพื่อน ๆ ตัดสินก็ได้ค่ะ ว่าใครอยู่ใกล้ที่สุดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ยืนครับ ให้เวลาคิด 1 2 ตอบคำถามครับ เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่อง พิกุลทอง เด็ก ๆ ถ้าเห็นภาพนี่ ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกเด็ก ๆ สังเกตได้จากอะไรถึงตอบว่าเป็นเรื่อง พิกุลทอง ครับ (คุณครูคณิตา) สังเกตจากอะไรคะเรียน ดอกไม้ที่อยู่ในมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะมือค่ะ เป็นดอกพิกุลค่ะ แล้วเป็นสีอะไรคะ สีทองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดอกพิกุลนี่ก็เป็นสำนวนที่เปรียบกับคำพูดนะครับ คนที่ไม่ค่อยพูดนะครับ เปรียบคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าแสดงออก เพราะดอกพิกุลโดนกระทบนิดเดียวร่วงแล้วนะครับ อันนี้ของภาคกลางทั้งคู่เลยใช่ไหมครับ 2 ภาพแรก ก่อนที่จะให้ดูคำถาม ให้ลุกขึ้นก่อนนะ นักเรียนชายที่เป็นคนเลขที่เป็นคนเลขที่ลำดับแรกในของนักเรียนชาย รู้แล้วนะครับ ลุกขึ้นยืนครับ ตอบคำถามครับ จากภาพนี้เป็นภาพอะไรนี่ เดี๋ยวครูพิจารณาก่อนนะครับ มีลูกกบใช่ไหม (คุณครูคณิตา) กบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วสีแดง ๆ คืออะไรเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย ดวงอาทิตย์ พระอาทิตย์มาดูข้างล่างดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างล่างสีเหลืองเป็น... (คุณครูคณิตา) ดวงจันทร์หรือเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) "เดือน" เรียกว่า "เดือน" อันนี้เป็นนิทานพื้นบ้าน อาจจะยากหน่อยถ้าเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ดูนะครับ ลองตอบนะคคนที่ยืนเมื่อกี้ ลองตอบเป็นเรื่องอะไร 1 2 3 ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ เฉลย กินเดือน เป็นนิทานพื้นบ้านของแสดงว่าเด็กภาคอีสานเรานี่ตอบได้อย่างแน่นอนนี่ เพราะว่าเห็นภาพก็จะรู้ เพราะว่ามันเป็นการบ่งบอกถึงพื้นที่ พื้นถิ่นของหนู ๆ นะครับ ต่อไป อันนี้ให้ยกมือตอบเลยดีกว่าครับนะครับ ให้เวลาคิดเห็นภาพแล้ว เป็นภาพทะเล มีหนู มีแมว มีเกาะ น่าจะเป็นเรื่องอะไร ใบ้ให้หน่อยก็ได้ อยู่ภาคอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ภาคใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่านักเรียนที่อยู่ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปนี่จะต้องพอเข้าใจต้องตอบได้ ห้ามตอบผิดนะ ใน 14 จังหวัดนี่ ภาคใต้ ประจวบฯ ด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ประจวบฯ กลางนะคะ นับเป็นภาคตะวันตก แต่ถ้านับเป็นภาษาพูดก็นับเป็นภาคกลาง ประจวบฯ มีภาษาหลากหลายมาก นิทานพื้นบ้านจึงรู้เยอะนะครับ ตอบคำถามครับ (คุณครูคณิตา) ยังไม่ได้เรียกชื่อเลยค่ะ อันนี้ให้ยกมือตอบเลยเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่อง 1, 2, 3 ตอบครับ นิทานพื้นบ้านเรื่อง เกาะหนูเกาะแมว ครับ เห็นภาพนี่ชัดเจนเลยนะครับ เป็นนิทานของภาคใต้นะครับ อันนี้ก็เป็นปริศนานิทาน เหลืออีกภาพหนึ่ง เอ๊ะ ตัวอะไรนี่ คุณครูคณิตาครับ นี่เป็นตัวอะไรครับนี่ (คุณครูคณิตา) กบหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น่าจะใช่กบนะ แถวบ้านเด็ก ๆ มีตัวแบบนี้ไหม (คุณครูคณิตา) ตัวใหญ่ขนาดนี้ไหมคะ แถวบ้านนักเรียนมีตัวใหญ่ขนาดนี้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใหญ่กว่าบ้านใหญ่กว่าตึก เป็นพิพิธภัณฑ์พยาคันคาก เมื่อมาพูดกันว่าคันคากนี่ จะมีนักเรียนภาคหนึ่งตอบได้แล้ว และให้ยกมือตอบดีกว่านะครับ เดี๋ยวครูนับ ครูนับ 3 ปุ๊บยกมือตอบเลยครับ พร้อมนะครับ ใครที่รู้แล้วคิดในใจ อย่าบอกให้เพื่อนรู้เลยนะ พร้อม 1 2 3 ตอบคำถามครับ เป็นนิทาน เรื่อง พญาคันคาก ครับ อยู่ภาคอีสานครับหมดหรือยังนี่คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอามาให้เด็ก ๆ ได้ลองทายกัน ได้ Active Learning ก่อนที่จะเรียนรู้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะให้หนู ๆ ได้เขียนเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะครับ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรม หนู ๆ มีใบความรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ หยิบใบความรู้ขึ้นมานะครับ เปิดกระเป๋า เปิดความรู้ เตรียมพร้อมศึกษาโดยใช้กระบวนการกลุ่มเหมือนเดิมนะครับ เราต้องมีความสามัคคีกันในกลุ่มเราจึงจะทำงานได้สำเร็จ ให้เวลากี่นาทีดีคุณครูคณิตาครับ เมื่อกี้บอกไปแล้วนะคะ ตัวแดง ๆ จำได้หรือเปล่า คุณครูให้เวลา 10 นาทีค่ะ ในการที่เราจะทำใบความรู้เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะคะ จากวรรณคดีและวรรณกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเนื้อหาอยู่ไม่กี่บรรทัดนะครับ พอศึกษาแล้วสรุปเป็นองค์ความรู้กับเพื่อน ๆ ในกลุ่มนะครับ ลงมือปฏิบัติได้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ครบตามกำหนดเวลาแล้วนะคะ 10 นาที นักเรียนคนไหนที่ยังทำแผนผังหรือยังทำสรุปไม่เรียบร้อยนะคะ เดี๋ยวหลังจากนี้นี่ก็ค่อยไปตกแต่งให้เรียบร้อยแล้วกันนะคะ ครูเชื่อนะคะ ว่าทุกกลุ่มหรือว่านักเรียนทุกคนนี่ ได้ศึกษาใบความรู้เหล่านี้แล้ว เรามาสรุปร่วมกันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวเรามาสรุปร่วมกันนะครับเด็ก ๆ ครับ การแสดงความคิดเห็นคืออะไรครับเด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันกับครูเลยนะครับ การพูดแสดงความรู้สึกความคิดเห็นจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากการฟัง การดู การพูดนี่ คือ การพูดแสดงความคิดเห็นนะครับ เราศึกษาเรื่องใดมาก็ตามใช่ไหมครับ เราศึกษามาแล้วเราจะมาพูดให้ผู้อื่นฟัง ก็จะต้องแสดงความคิดเห็นให้ได้นะครับ ไปดูหลักการกันดีกว่าครับ การพูดแสดงความคิดเห็นครับ ตามที่สรุปมา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ การพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ 1. ทำความเข้าใจเนื้อเรื่องค่ะ การที่เราจะพูดแสดงความคิดเห็นได้นั้น เราจะต้องเข้าใจ 2. ค่ะ หาความรู้เพิ่มเติมค่ะ หากเรื่องใดหรือมีข้อชี้แนะ หรือในสิ่งที่เราต้องการจะบอกผู้อื่นเป็นการเพิ่มเติมนี่ เราก็จะต้องหาความรู้เพิ่มเติมสิ่งสำคัญเลยนะคะ ความรู้เพิ่มเติมจะต้องเป็นข้อเท็จจริงค่ะ สามารถเชื่อถือได้และพิสูจน์ได้ค่ะ ต่อมาค่ะ ใช้ความคิดพิจารณาเหตุผลค่ะ ในการที่เราแสดงความคิดเห็นนี่ เราจะต้องใช้ความคิดในการพิจารณาเหตุผล แต่นักเรียนคะ ครูเคยบอกแล้วใช่ไหมคะ ในการพูดแสดงความคิดเห็น เราจะต้องมีมารยาทในการพูดค่ะ ฉะนั้นนี่ เวลาเราพูดแสดงความคิดเห็นเราจะต้องพูดไปในทางบวกค่ะ เราไม่พูดว่าร้ายผู้อื่น ไม่พูดสอดเสียดไม่พูดยั่วยุจำไว้ด้วยนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้อที่ 4 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องมีการแสดงความคิดเห็นนั้น ๆ นะครับ เราจะแสดงความคิดเห็นถึงใครถึงอะไรก็ตาม ต้องเป็นกลางนะครับ ต้องใช้สื่อตัวเองนี่ สื่อนี่ต้องเป็นกลางครับ ความยุติธรรมครับ ต่อไปพูดต้องตรงประเด็น เนื้อหาต้องไม่อ้อมค้อม เราจะแสดงความคิดเห็นเรื่องใดก็ให้พูดเรื่องนั้น ไม่ใช่ว่าครูเสนอนิทานพญาคันคากนี่ นักเรียนไปแสดงความเห็นเป็นพิพิกุลทองแบบนี้ก็ไม่ได้ พูดอย่างมีมารยาทก็อย่างเช่นที่คุณครูคณิตาได้บอกไปนะครับ การพูดแสดงความคิดเห็น จะต้องมีมารยาทในการพูดที่ดี จึงจะประสบผลสำเร็จ อันนี้หนู ๆ นั้นคงจะสรุปเป็นแผนผังความคิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่มไปได้ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาถึงกิจกรรมกันแล้วนะคะ กิจกรรมวันนี้นี่เดี๋ยวเราจะมาทำพร้อม ๆ กัน แต่วันนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หรือคาบที่แล้วนี่ วันนี้ เราจะมีนิทานเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่อง ตาหม่องล่าย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดนำมาให้คนอื่นได้รู้กันอันนี้เป็นที่เขาตาม่องล่ายนะครับ ภาพนี้นะครับ เป็นจุดชมวิวตาหม่องล่ายที่จังหวัดประจวบฯ ก็มีเขา การที่มีเขาลูกหนึ่งนี่มันสามารถที่จะเกิดอะไรได้มากมาย จนเป็นนิทานพื้นที่ประจำที่ประจวบฯ เรื่องนี้เกิดขึ้นมา เป็นเรื่องตาม่องล่าย เล่าให้ฟังดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หรือคุณครูคณิตาจะพูดครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องการพูด คุณครูไว้ใจครูปรเมษฐ มากค่ะ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้นี่ยกให้ครูปรเมษฐเลยค่ะ เด็ก ๆ พร้อมที่จะฟังหรือยังคะ คุณครูปรเมษฐพร้อมที่จะเล่าให้ฟังไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ เดี๋ยวครูจะเล่าให้หนูฟังคร่าว ๆ นะ เล่าเพื่อให้หนูนั้นได้นำไปต่อยอดในการทำงานนะครับ ตาม่องล่ายก็เป็นนิทานที่เกิดขึ้นในตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เขามีแฟน มีภรรยา ชื่อยายลำพึง แล้วมีบุตรสาวคนหนึ่ง ชื่อนางยมโด่ย ลูกของตาม่องล่ายและยายลำพึงนี่ เป็นผู้หญิงที่สวยมากในตำบลอ่าวน้อยในพื้นที่อำเภอเมืองที่ติดชายทะเลนี่ ไม่มีใครสวยเทียบได้ เปรียบเหมือนนางวันทองนะครับ นางยมโดยเป็นผู้หญิงที่สวย คุณครูคณิตาครับ เป็นผู้หญิงที่สวยย่อมมี... (คุณครูคณิตา) ย่อมมีผู้ชายเข้ามาชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบเสมือนครูคณิตาเช่นเดียวกัน (คุณครูคณิตา) เพราะว่าคุณครูคณิตานี่ส่องกระจกแล้วกระจกร้าวตลอดล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น ค่อนข้างที่จะอยู่อย่างนี้เลยค่ะ คุณครูไม่บอกนะคะ แบบนี้หมายความว่าอย่างไร นักเรียนคิดกันเอาเองนะคะ นิดหนึ่งค่ะ กลับเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้ชายที่มาชอบพอมากมายนะครับ เป็นคนจีนนะครับ มาจากเมืองจีน ยายรำพึงเป็นคนพื้นที่นะ คนพื้นที่เมืองน้อยนี่ จะพูดหน่อยหนึ่งนะครับ คนอำเภอเมืองนี่ ตามองล่ายเป็นคนจีน ก็จะมีพวกจากเมืองจีนนี่ มาอยู่เป็นประจำ เพราะว่าถือเป็นคนหลักคนใหญ่ในหมู่บ้านนั้นนะครับ ก็มาหาตาม่องล่าย แล้วก็ได้สนทนากันแล้วก็เห็นนางยมโดย ปรากฏว่าพบนางยมโดย (คุณครูคณิตา) รู้สึกหลงรักค่ะ หรือว่าชอบ (คุณครูปรเมษฐ) หลงรัก ก็เลยตัดสินใจสู่ขอนางยมโดยกับนางหม่องล่ายโดยที่ยายลำพึงไม่ได้รู้อะไรเลย จังหวัดประจวบฯ เพชรบุรีนี่นะครับ ก็มีพวกนะ เจ้าลาย เป็นเมืองเพชรบุรีนะครับ ก็มาเที่ยวที่บริเวณหมู่บ้านอ่าวน้อยนี่หมู่บ้านอ่าวน้อยนี่ ก็มาเจอกับนางยมโดยอีกแล้ว กำลังทำกิจกรรมอาจจะตากปลาหรืออะไรสักอย่าง ครูก็จำไม่ค่อยได้ คราวนี้พอเจ้าลายไปเป็นยมโดยก็รู้สึกเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) รู้สึกหลงรัก (คุณครูปรเมษฐ) รู้สึกหลงรักอีกแล้วทำอย่างไร ก็ไปหายายลำพึงซึ่งเป็นแม่ของนางยมโดยใช่ไหมครับ คุยกับยายรำพึง สู่ขอเลย เหตุการณ์ทั้งหมดนี่นะ นางยมโดยไม่ได้รู้เรื่องนางยมโดยไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยนะ ก็เลยทำให้ยายลำพึงตกลงว่าจะให้ยกลูกสาวนี่ให้เจ้าลาย ครูคณิตาคิดดูนะครับ นางยมโดยลำพึงก็ยกให้ แต่ยกให้ผู้ชายคนละคนกัน ดูฤกษ์เรียบร้อย ฤกษ์ของนางยมโดยดันเป็นฤกษ์ที่ดีจะเกิดอย่างไรขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) เหตุการณ์เป็น... ดีกว่าให้เด็ก ๆ ไปศึกษาเองนะครับ เดี๋ยวให้ไปดูในใบความรู้ มีนิทานเรื่องนี้อยู่ ครูเล่าไว้ให้เท่านี้ละกัน เดี๋ยวให้หนู ๆ ไปศึกษา คราวนี้เดี๋ยวให้เด็ก ๆ ตาม่องล่ายนี่ก็ให้นักเรียนอ่านแล้วอภิปรายแสดงความคิดเห็นในกลุ่ม (คุณครูคณิตา) ค่ะ โดยเราจะให้อ่านเนื้อเรื่องนี่ เพียงแค่ 5 นาทีนะคะ เรามาดูกันดีกว่าแบบฝึกหัดค่ะ หลังจากที่เราอ่านแล้วนี่จะต้องได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้นะครับ ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตาหม่องล่าย ครูให้นักเรียนศึกษา 5 นาทีครับ แล้วก็เดี๋ยวเรามาอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันให้อ่านเนื้อเรื่องก่อนนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ฟังครูเล่านิทาน แล้วก็ให้อ่านเพิ่มเติมจากใบความรู้ที่ครูเตรียมให้แล้วนะครับ วันนี้ครูก็มีประเด็นคำถามมาในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านนะครับ โดยครูมีให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ เดี๋ยวคุณครูคณิตาอธิบายให้หนู ๆ ฟังนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ ไม่ต้องจดนะคะ เพราะในประเด็นที่คุณครูขึ้นให้อยู่ในใบความรู้ค่ะ เรามาดูข้อแรกกันเลยดีกว่านะคะ ข้อแรกค่ะ พฤติกรรมของตัวละครค่ะ นักเรียนดูในใบความรู้นะคะ ว่าตัวละครในเรื่องนี้มีใครบ้าง หลังจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น แนวทางในการแก้ไข และแนวคิดจากเรื่องที่ได้ค่ะ นักเรียนเรามาดูใบงานกันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กิจกรรมนี้ คือ แสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบ้านนะครับ เราจะต้องขึ้นก่อน "กิจกรรมแสดงความคิดเห็น" ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูใบงานเราทำใบงานนี่เรามาชี้แจงบทบาทของคุณครูปลายทางดีกว่าค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ 1. ให้นักเรียนอ่านนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตาม่องล่าย ใบความรู้นะคะ ซึ่งนักเรียนอ่านไปแล้วนะคะ จำได้ไหมคะ คราวนี้มาต่อนะคะ ให้นักเรียนค่ะ อภิปรายค่ะ อภิปรายแสดงซึ่งประเด็นที่กำหนดนั้น ครูก็ได้พูดไปแล้วในสไลด์ที่แล้ว นักเรียนจำได้หรือเปล่า โดยกำหนดกี่นาทีคะ ตัวแดง ๆ เห็นไหมคะ ตัวแดง ๆ ค่ะ แล้วบทบาทของครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทบาทของคุณครูปลายทางก็ดูความเรียบร้อยของนักเรียนปลายทางนะครับ นักเรียนคนไหนไม่เข้าใจคุณครูอธิบายให้เด็ก ๆ แล้วก็ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีความสุขนะ นี่ก็คือหน้าตาของใบงานกันดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) หยิบใบงานขึ้นมากันหรือยัง ใบงานที่จะได้ทำเป็นแบบนี้นะครับ ก็จะตามประเด็นคำถามที่ต้องแสดงความคิดเห็นนั่นเองนะครับ นำความคิดเห็นของตนเองจากที่อ่านใบความรู้นิทานพื้นบ้านตามองล่าย มาตอบคำถามได้เลย (คุณครูคณิตา) โดยในการตอบคำถาม หรืออภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนี่ โดยในหัวข้อดังนี้ค่ะ ในใบงานที่นักเรียนได้ไปนะคะ ใช้การพูดค่ะ ไม่ใช่การเขียน เพราะวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ เพราะฉะนั้น ก็คือเราจะต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็นำประเด็นนั้นมาเขียนในใบงานนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนะคะ ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ครบตามกำหนดเวลาแล้วนะคะ ในช่วงที่นักเรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน พูดคุยแสดงความคิดเห็นกัน ก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน เดี๋ยวเราลองมาดูนะคะ ความคิดเห็นของคุณครูปรเมษฐเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ ความคิดเห็นแรกค่ะ เกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมค่ะ พฤติกรรมของตัวละครของตาม่องล่ายเป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ของตาม่องล่ายนี่ ตาม่องล่ายไม่ปรึกษายายลำพึงที่จะยกลูกสาวให้ใครนะครับ ยายลำพึงก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้ปรึกษาพฤติกรรมของยายรำพึงก็ไม่ได้ปรึกษาตาม่องล่ายเช่นเดียวกัน ยกลูกสาวให้กับเจ้าลาย โดยทั้ง 2 ไม่ได้คุยกันเลย น่าสงสารนางยมโดยจริง ๆ เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นล่ะคะคืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือครับ ในเมื่อทั้ง 2 ตายายนั้นยกลูกสาวให้ และนัดวันขันหมากมาวันเดียวกัน ครูคณิตาว่าจะเกิดอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อาจจะเกิดการทะเลาะกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดการทะเลาะกัน เพราะว่าเจ้าเมืองจีนกับ... ไม่ใช่คนบ้านเดียวกัน เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทด้วยกันเรื่องก็จบด้วยความตายทั้งหมดเลยนะครับ แล้วแนวทางในการแก้ปัญหาล่ะคะ ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐนี่ คุณครูปรเมษฐจะแก้ปัญหาอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นครูปรเมษฐตาม่องล่ายกับยายลำพึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อน ตาม่องล่ายปรึกษายายลำพึงไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยายรำพึงก็ไม่ได้ปรึกษาตาม่องล่าย เพราะฉะนั้น 2 ฝ่ายนี่ ควรที่จะปรึกษากันก่อนที่จะยกลูกสาวให้ใคร จะได้ไม่เกิดปัญหา อีกประเด็นหนึ่งครับ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นนี่ ตาม่องล่ายควรหาทางแก้ไขเรื่องนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดโศกนาเสียชีวิตยุ่งเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วเรื่องนี้ให้แนวคิดอะไรบ้างคะ 1. นะครับ เราไม่ควรถือตนเองเป็นใหญ่ จะทำอะไรนี่ ต้องให้เกียรติผู้อื่น ฟังความคิดเห็นผู้อื่นบ้างเป็นเรื่องสำคัญนะครับ 2. เราไม่ควรเอาอารมณ์มาตัดสินปัญหา ถ้าเด็ก ๆ ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา โมโห โทโสนี่ อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ได้จากเรื่องตาม่องล่ายครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ คราวนี้นะคะ หลังจากที่เราทำกิจกรรมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรามาสรุปบทเรียนนะคะ เป็นองค์ความรู้กันดีกว่าค่ะ ค่ะ นักเรียนมีหลักในการแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ยกมือตอบกับคุณครูได้เลย มีหลักการในการแสดงความคิดเห็นในวรรณคดีวรรณกรรมอย่างไร เราได้ศึกษาไปแล้วใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่านะคะ คำตอบคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะต้องอ่านทำความเข้าใจนะครับ แล้วก็พิจารณาเพื่อหาเหตุผ ประกอบการแสดงความคิดเห็น เราจึงจะแสดงความคิดเห็นได้อย่างถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ตอบถูกกันหรือเปล่าคะ หากตอบถูกนะคะ ก็ให้นักเรียนนี่ปรบมือให้นักเรียนค่ะ หรือให้กำลังใจตัวเองนะคะ ว่านักเรียนนะคะ ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการแสดงความคิดเห็นนิทานพื้นบ้านเรื่องอะไรคะ ตามม่องล่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ประโยชน์อะไร ให้ยกมือตอบคำถามกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ มันเป็นการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องมีการสุ่มการอะไร เพราะนักเรียนจะตั้งใจตอบกันอยู่แล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) เรามาดูกันดีกว่าค่ะ เอ๊ะ ประโยชน์ของเรื่องนี้นะคะ ก็คือไม่ควรถือความคิดของจนเป็นใหญ่ค่ะ เพราะหากเราถือความคิดของตนเป็นใหญ่จะเกิดอะไรขึ้นได้คะ (คุณครูปรเมษฐ) จะเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นตาม่องล่ายก็เป็นได้ คือ ไม่ได้ฟังใคร เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ เรื่องเกิดราวขึ้นนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคุณครูนี่เผลอคิดว่าจะมีคำถามเยอะกว่านี้เสียอีก น่าเสียดายจริง ๆ วันนี้สรุปองค์ความรู้เรามีกันแค่ 2 ข้อใช่ไหมคะ เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ ฉะนั้นนี่ เราจะเป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันมากกว่าที่เราจะเขียนเกี่ยวกับองค์ความรู้ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับชั่วโมงต่อไปที่เราจะได้เรียนกันยังอยู่ในเรื่องของนิทานพื้นบ้านเหมือนเดิมนะครับ จะเป็นการเล่านิทาน เด็ก ๆ จะได้รับความสนุกสนานขนาดไหนนะครับ เดี๋ยวเราค่อยมาดูในชั่วโมงนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สิ่งต้องเตรียม ก็คือใบความรู้ค่ะ เรื่องอะไรคะ เรื่อง การเล่านิทาน ฉะนั้น นักเรียนจะเตรียมใบความรู้เรื่องอื่นไม่ได้ค่ะ นักเรียนก็จะเตรียมเกี่ยวกับเรื่องการเล่านิทานค่ะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูทั้ง 2 คน ก็ขอจบรายวิชาภาษาไทยไว้เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]