[เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางที่รักของครูทุกคนนะครับ วันนี้พบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กับครูปรเมษฐ ศรีกำเนิดนะครับ วันนี้สืบเนื่องจากชั่วโมงที่แล้ว ที่เราได้เรียนเรื่องแยกข้อเท็จจริงข้อคิดเห็นนะครับ เราก็จะมาพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูกันนะครับ วันนี้คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับ ก่อนที่จะเรียนนะครับ ต้องมีสมาธินะครับ ตั้งใจเรียน แล้วจะเรียนคาบนี้ได้อย่างมีความสุขนะครับ การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดู ก่อนอื่นเดี๋ยวคุณครูคณิตาจะแจ้งจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับฟังกันก่อนนะครับ ว่าได้อะไรบ้างจากการเรียนคาบนี้ครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนอย่าลืมนะคะ เวลาเราเรียนแต่ละคาบนี่ เราจะต้องมีจุดประสงค์ในการเรียนรู้ค่ะ และวันนี้จุดประสงค์การเรียนรู้ ก็คือพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูได้ค่ะ 2. พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูได้ค่ะ 3. เห็นความสำคัญและมีมารยาทในแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่ ก็คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องปฏิบัติในชั่วโมงนี้ครับ ครูมีภาพมาให้ คุณครูคณิตาครับ เรามีภาพ ยังนั่งตัวตรงอยู่นะครับ ตั้งใจเรียนนะครับ มีภาพมาให้ดู เป็นภาพเกี่ยวกับข่าว มีโทรศัพท์ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือพิมพ์ (คุณครูคณิตา) อาจจะเป็นแท็บเล็ตหรือ iPad เป็นสื่อที่เป็นสื่อโซเชียลสาธารณะ ที่เด็ก ๆ นี่จะเห็นกันอยู่ในชีวิตประจำวันใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ แต่ เอ๊ะ ขอแก้ไขนิดหนึ่งนะคะ หนังสือพิมพ์ ยกเว้นว่าจะอยู่ในแอปพลิเคชัน ถ้าอยู่ในแอปพลิเคชัน ก็ถือว่าเป็นสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กได้เช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนที่อยู่ปลายทาง มีใครยังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หรือเปล่า ไปโรงเรียนนี่ ที่ห้องสมุดก็เป็นอีกหนึ่งที่สำคัญนะครับ ก็จะรับหนังสือพิมพ์ทุกวัน มีนักเรียนปลายทางคนไหนยังไปอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องสมุด ยกมือให้ครูดูหน่อย มีหลายคนเลยที่ยังอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อยู่นะครับ การอ่านจากหนังสือพิมพ์นี่ คุณครูคณิตาคิดว่าการอ่านจากโทรศัพท์ในแอปพลิเคชันนี่ กับการอ่านหนังสือพิมพ์ อันไหนมันสร้างสมาธิ (คุณครูคณิตา) ถ้าดูนะคะ จากความคิดเห็นค่ะ เราไม่สามารถที่จะบอกได้นะคะ ว่าสิ่งใดดีกว่านะคะ ขึ้นอยู่กับบุคคลค่ะ แต่หากเราได้อ่านจากหนังสือพิมพ์นี่ อาจช่วยถนอมสายตาได้มากขึ้นนะคะ หากเราได้อ่านเกี่ยวกับ... หากเราได้อ่าน โดยใช้พวกโทรศัพท์หรือพวกอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ นี่ ก็อาจจะเกิดผลเสียต่อสายตา แต่เขาก็มีจุดเด่นนะคะ ที่จะอัปเดตข่าวสารได้อย่างรวดเร็วค่ะ ระหว่างข่าวสารและช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารนะครับ เราไปดูกันต่อดีกว่านะครับ ครูมีคำถามให้นักเรียนคนที่มีชื่อ ร. มีชื่อ ร. เรือ มากที่สุดลุกขึ้นยืนครับ เตรียมตัวตอบคำถามนะครับ การฟังและดูข่าวมีประโยชน์อย่างไร คนที่มีชื่อ ร. เรือ มากที่สุด ตอบคำถาม 1, 2, 3 ตอบกับคุณครูปลายทางครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วการที่เราฟังและดูข่าวนี่มีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ตอบคุณครูได้ไหมคะ มีประโยชน์อย่างไร กระซิบบอกคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ถ้ากระซิบจากจังหวัดเชียงใหม่นี่ (คุณครูคณิตา) คุณครูคะ ใจของเราสื่อถึงกันค่ะ คุณครูนี่ จะได้ยินเสียงของนักเรียนแน่นอนค่ะ จากการฟังและดูข่าวมีประโยชน์อย่างไร มีสิคะ มีเยอะเลยค่ะ เราได้รู้เกี่ยวกับข่าวสารต่าง ๆ ในประเทศ และสิ่งสำคัญค่ะ เราได้เรียนรู้ข่าวสารต่าง ๆ เรานี่เป็นเด็กที่รู้ทันข่าวสารต่าง ๆ ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาตอบคำตอบได้เฉียบคมมากครับ เด็ก ๆ นี่ อึ้งทึ่งกันไปเลยทีเดียวนะครับ ให้นักเรียนคนที่นั่งใกล้จอโทรทัศน์ จอโทรทัศน์ที่กำลังดูคุณครู ตอบคำถามข้อนี้ครับ นักเรียนคิดว่าข่าวที่นำเสนอเชื่อถือได้หรือไหม เพราะเหตุใด ที่นำมาเสอนนี่ เชื่อถือได้หรือไม่ นำประเด็นจากข้อเท็จจริงที่เราเรียนจากเมื่อวานมาร่วมวิเคราะห์ด้วยนะครับ ให้เวลาตอบ 1, 2, 3 ตอบกับคุณครูปลายทางนะครับ คุณครูคณิตาครับ คิดว่าข่าวสารเชื่อถือได้หรือไม่ครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ จำที่คุณครูบอกได้ไหมคะ ในคาบที่แล้วเราเรียนเกี่ยวกับเรื่องข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น การที่เราฟังข่าวหรือดูข่าวนี่ การที่เราจะเชื่อถือข่าวเหล่านี้ได้ เราจะต้องวิเคราะห์และมีสติในการรับฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ และวันนี้ครูก็มีข่าวที่จะมาเล่าให้หนู ๆ ที่อยู่ปลายทางฟัง ซึ่งเป็นข่าวที่คุณครูคณิตาได้อ่านและศึกษามา ซึ่งเป็นข่าวที่มีประโยชน์มากครับ เดี๋ยวเราไปฟังครูคณิตาเล่าข่าวดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข่าวที่คุณครูจะเล่านะคะ กรมอนามัยโลกค่ะ แนะนำให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบค่ะ ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ หรือหากถ้าใช้ ก็ใช้ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงค่ะ ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบค่ะ งดและไม่ควรใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือข่าวที่คุณครูได้มานำเสนอ ผมสงสัยครับ เด็ก ๆ ก็น่าจะสงสัยเหมือนครู คำว่า "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" คืออะไรครับ โทรศัพท์ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คอมพิวเตอร์ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ถือเป็นอุปกรณ์อิเล(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเป็นของชอบของนักเรียนเลยนะนี่ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ แล้วก็มีอย่างหนึ่งนะคะ ก็คือโทรทัศน์ค่ะ โทรทัศน์หรือว่าทีวี อะไรต่าง ๆ มากมายนี่ ถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ โน้ตบุ๊กอะไรอย่างนี้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เพราะว่าในปัจจุบันนี่ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านนี่ ก็ไม่ได้มีเวลาใช่ไหมคะ ก็จะให้ลูก ๆ ทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาโทรศัพท์ไป (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ที่บ้านนี่เหมือนกันเลย ครูมีหลานอยู่คนหนึ่งเหมือนกันครับ อาผมนี่ อาของครูนะ เขามีลูกนะครับ แล้วคราวนี้พอลูกเขาร้องมาก ๆ นะครับ อาของครูนี่ ก็ให้น้องครูไปนี่ ก็ไปเล่นกัน ปรากฏว่าน้องนี่เงียบไปเลยครับ ไม่วุ่นวาย สามารถอยู่ได้เป็นชั่วโมง ๆ นักเรียนปลายทางมีน้องไหมครับ หรือว่าตัวเองนี่ก็เล่นเหมือนกันครับ นี่คือการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) แน่นอนค่ะ แต่เมื่อกี้ที่คุณครูปรเมษฐพูดใช่ไหมคะ การใช้สื่อในการขณะที่ยังเล็กนี่ แล้วก็ใช้เป็นเวลานาน ๆ นี่ ก็ส่งผลเสียนะคะ ส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ที่ใช้ค่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะ ทำให้สมาธิของเด็ก ๆ นี่สั้นลง รวมถึงของนักเรียนนะคะ หรือบุคคลที่เล่นนี่ เสียสุขภาพไปด้วย อาจจะทำให้สายตาสั้น ถ้าหากใช้ระยะนาน ๆ นี่ ก็จะทำให้สายตาสั้นได้ เอาแบบพอดีก็พอ (คุณครูปรเมษฐ) ผมขอย้อนที่คุณครูคณิตาบอกนะครับ ไปที่น้องของครูเหมือนเดิม การที่เขาเล่นโทรศัพท์นี่ส่งผลให้สมาธิสั้น อันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะจากการสังเกตนี่ ไม่สามารถทำอะไรได้นาน ๆ แต่พอจะอยู่กับโทรศัพท์นี่เขาจะอยู่ได้ ถ้าเกิดไม่มีโทรศัพท์ ทำให้เขาวอกแวก คิดโน่นคิดนี่ ทำให้ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งได้ อันนี้ก็เป็นผลพวงของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างที่คุณครูคณิตาเล่า อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ อันนี้เป็นข่าวที่ครูได้เล่าให้หนู ๆ ฟัง คราวนี้เป็นกิจกรรมของหนู ๆ บ้างดีกว่า เป็นชื่อกิจกรรมว่า เจ้าหนู รู้เล่าข่าว ให้นักเรียนปลายทาง โดยการคัดสรร คัดเลือกจากคุณครูปลายทาง ออกมาหน้าชั้นเรียน แล้วเล่าข่าวให้กับเพื่อน ๆ แล้วก็ให้ครูได้ฟัง ข่าวที่นักเรียนดูมาเมื่อเช้าก่อนที่จะมาโรงเรียนนะครับ ให้ออกไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ให้เวลา 3 นาทีครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แต่ก่อนที่นักเรียนจะเล่าข่าวนี่ ครูเน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องมารยาทในการฟัง ในการดู ในการพูดนะคะ จะต้องมีผู้พูด ก็จะต้องมีมารยาทในการพูดนะคะ ก็คือพูดไม่ส่งผลเสียต่อผู้อื่นค่ะ หรือว่าเล่าข่าวในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงเท่านั้นนะคะ ได้รับการพิสูจน์ได้นะคะ เราก็จะไม่วอกแวกนะคะ ไม่หันไปคุยกับคนอื่นค่ะ มันจะรบกวนผู้อื่นนะคะ ในการที่เราจะฟังและดูผู้พูด ในการที่เขามานำเสนอข่าวให้เราฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเพื่อนที่ฟังก็จะต้องตั้งใจฟัง แล้วก็ต้องจับประเด็นที่เพื่อนออกไปเล่าให้ได้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลา 3 นาทีครับ ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จากที่นักเรียนได้ฟังเพื่อนเล่าข่าวไปแล้วนะครับ นักเรียนต้องสามารถฟังและก็สรุปประเด็นจากเพื่อนได้นะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อนักเรียน... ควรที่จะแสดงความรู้ความเข้าใจ หรือดูได้นั่นเองครับ เป็นที่มาที่เราจะต้องศึกษาในเรื่องนี้นะครับ วันนี้นักเรียนมีวิธีปฏิบัติตนอย่างไร รับข่าวหรือเหตุการณ์ที่ได้ดูและได้ยินนะครับ คำถามนี้อาจจะงง ๆ คุณครูคณิตาครับ เดี๋ยวคุณครูจะขยายให้นักเรียนได้เข้าใจนะครับ ก็หมายถึงว่านักเรียนดูข่าวนี่ นักเรียนมีวิธีการดูอย่างไร แล้วก็มีวิธีการดูอย่างไร ให้นักเรียนเลขที่ 2 ลุกขึ้นยืนตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ จากที่ครูได้เล่ามาให้ฟังอะไรต่าง ๆ นี่ ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูข่าว การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องความเข้าใจนะครับ คุณครูคณิตาครับ มีวิธีการในการรับชมข่าว รับฟังข่าวอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ในการรับชมหรือว่าการรับฟังข่าวสารต่าง ๆ นี่ ให้ดีก่อนค่ะ หรือหากเราติดตามข่าวสาร ข่าวสารใดข่าวสารหนึ่งนี่ เราก็จะต้องติดตามตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ หรือการดูนะคะ หากมีคลิปวิดีโอ ดูแค่ 2 นาที หลังจากนั้นก็เอาไปเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบนี่ ถามว่าเป็นลักษณะของการดูหรือการฟังที่ดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคิดว่าไม่ดีแน่นอนครับ การที่เราจะไปให้คนอื่นฟังนี่ มันก็ต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะฉะนั้น การดูแต่ละครั้งต้องสามารถจับประเด็นให้ได้ ติดตามนี่ มีการเปลี่ยนแปลงทุกวันใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ฉะนั้นนี่ เรียนทุกคนนี่จะต้องข่าวเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา และสิ่งสำคัญอย่างที่บอกค่ะ ในการที่จะรับรู้ข่าวสารอะไรต่าง ๆ หรือการที่รับข่าวสารเหล่านั้นนี่ เราจะต้องมีอะไรคะครูปรเมษฐ เราจะในการไตร่ตรองข่าวสารเหล่านั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สามารถที่จะจับประเด็นในข่าวสารเหล่านั้น หรือแก่นสารจากข่าวเหล่านั้นได้เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปนะครับ ตนเองสามารถพูด แสดงความคิดเห็นจากเรื่องฟังและดูได้หรือไม่ เพราะเหตุใด คำถาม สรุปให้สั้น ๆ ว่าเมื่อดูข่าวแล้ว นักเรียนสามารถเล่าเรื่องให้คนอื่นฟังได้หรือไม่นะครับ ให้นักเรียนเลขที่สุดท้ายของห้องบ้าง ตอบคำถามข้อนี้ ตอบคำถามกับคุณครูปลายทางครับ เมื่อดูแล้วนี่ สามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้หรือไม่ คุณครูคณิตาครับ ในขณะที่รอนักเรียนคิดว่าคุณครูคณิตาเล่าให้คนอื่นฟังได้หรือไม่ (คุณครูคณิตา) ความคิดเห็นของคุณครูคณิตานี่ เด็กนักเรียนฟังความคิดเห็นเยอะแล้วค่ะ คงเบื่อความคิดเห็นของครูคณิตาแล้ว เบื่อมาก ๆ แล้ว คุณครูปรเมษฐคะตอบได้ไหมคะ ว่าสามารถพูดหรือฟังได้ไหม เด็ก ๆ เบื่อแล้ว ความคิดเห็นของครูคณิตานี่ ยังจะฟังครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราดูหรือฟังนี่ เราจะต้องทำให้ได้นะครับ ต้องพูดแสดงความคิดเห็น เราดูมาแล้ว เรารู้นี่ แล้วเราเข้าใจนี่ ให้คนอื่นเข้าใจได้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เสริมเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะ สำหรับนักเรียนบางคนนี่ จะไม่มีหรือว่าออกมาพูดคุยหน้าชั้นเรียน แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ต่าง ๆ นี่ นักเรียนคะไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องตกใจหรือว่าน้อยใจไปนะคะ ที่ไม่สามารถที่จะออกมาพูดได้ หรือเล่าได้ดีเท่าคนอื่นนะคะ เราในสมัยนี้นี่ ก็ยังเป็นวัยที่พัฒนาค่ะ ฉะนั้น นักเรียนยังมีเวลาพัฒนาอีกเยอะเลยค่ะ ครูให้กำลังใจนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีกิจกรรมมาให้ทำครับ ใบความรู้นะครับ เรื่อง การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูนะครับ โดยให้นักเรียนทำเป็นกระบวนการกลุ่มที่นักเรียนได้ปฏิบัติอยู่แล้วนะครับ แล้วก็สรุปความรู้ที่ได้จากใบความรู้ ลงแผนผังความคิดลงในสมุดภาษาไทย ครูให้เวลาหนู ๆ ในการทำ 5 นาที เพราะครูเชื่อว่าความสามารถของลูกศิษย์ครูทั่วประเทศนี่ เก่ง สามารถทำได้แน่นอนครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ เดี๋ยวค่ะเบรกนิดหนึ่งค่ะ ถ้านักเรียนลืมสมุดจะทำอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าลืมสมุดก็สามารถใช้กระดาษเหลือใช้ ที่เป็นกระดาษเหลือใช้ก็ได้ครับ แล้วนำกระดาษนั้นนี่ ไปติดลงในสมุดที่ลืมลงมานะครับ รบกวนช่วยดูนักเรียนด้วยนะคะ หากนักเรียนคนใดลืมนำสมุดมา มารบกวนหากระดาษค่ะ อาจจะเป็นกระดาษ A4 หรือกระดาษ Reuse นะคะ นำมาให้นักเรียนนี่ได้ใช้ครับ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ แล้วถ้าไปเขียนในเล่มของเพื่อนได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเขียนในเล่มของเพื่อนแล้ว เพื่อนจะเอาที่ไหนเขียนล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้หรือครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้สิคะ ไม่อย่างนั้นเพื่อนจะไม่ได้ทำงานนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เพราะฉะนั้น ก็จัดการลงมือศึกษาใบความรู้ครับ ให้เวลา 5 นาทีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) หมดเวลาในการทำใบความรู้แล้วนะครับนักเรียน เรากลับมาสนใจที่หน้าจอโทรทัศน์ต่อนะครับ ครูจะให้สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากใบความรู้นี้นะครับ เดี๋ยวเรามาช่วยกันนะครับนักเรียน หลักการพูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟัง จากการฟังและดูนะครับ ไปดูหลักการกันเลยนะครับ 1. ต้องฟังหรือดูเรื่องนั้น ๆ โดยตลอด ตั้งแต่ต้นจนจบ คือ หลักการข้อที่ 1 จะดูหรือฟังอะไรก็ตามต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถถ่ายทอดหรือเล่าให้คนอื่นได้ ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ จับประเด็นสำคัญของเรื่องค่ะ นักเรียน หากนักเรียนอยากจะจับประเด็นสำคัญของเรื่องได้ นักเรียนก็จะต้องดูเรื่องเหล่านั้นให้ตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่อย่างนั้นเราจะรู้เรื่องราวได้ชัดเจนเลย หากเราจับแก่นของเรื่องได้นะครับ ข้อที่ 3 ต้องหาข้อคิดหรือประโยชน์จากเรื่องที่ฟังและดู ข้อคิดนี่เป็นสิ่งสำคัญ ข้อคิดตามมา ข้อคิดนำไปใช้ในชีวิตประจำวันครับ ต่อไปข้อที่ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ นำข้อมูลที่ได้มานะคะ เรียบเรียงให้สั้น กระทัดรัดและได้ใจความค่ะ แต่ว่าในเมื่อเราเรียงแล้วนี่ มันก็จะได้ใจความตามรูปแบบและเนื้อหาเดิมค่ะ นักเรียนห้ามไป ห้ามไปอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเพิ่มเติมหรือลดเนื้อหาลงนะครับ ต้องให้ได้เนื้อหาเดิม แต่ว่าเป็นสำนวนภาษาของตนเองได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อมาข้อที่ 5 พูดโดยลำดับเนื้อหาให้ต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญนะครับ เราต้องเรียงเหตุการณ์จากต้นมาท้ายนะครับ บางคนนี่พูดสลับไปสลับมา จะเข้าใจไม่ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่เข้าใจค่ะ คุณครูจะบอกเคล็ดลับในการเล่าเรื่องนะคะ ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และผลเป็นอย่างไร นี่คือเหตุการณ์ที่เราสามารถเล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่องนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับนักเรียน เป็นหลักการที่นำไปใช้ในชีวิตได้นะครับ ข้อที่ 6 ถ้าเป็นการฟังควรจดสาระสำคัญ มีจดดีกว่าจำ บางทีนี่เราได้ฟังการพูดต่าง ๆ หรือการฟังความรู้ต่าง ๆ นี่ ถ้าเราไม่สามารถสรุปองค์ความรู้แล้วจำได้นี่ จดดีกว่าครับ นักเรียนก็เช่นเดียวกันนะครับ เวลาที่ครูอธิบายก็ควรจะจดหลักการ ซึ่งหนู ๆ ได้ทำเป็นแผนผังความคิดก็เพิ่มเติมไปได้นะครับ จำไม่หมด จดดีกว่าจำนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง เรื่องที่ให้ได้จำไว้นะครับ เดี๋ยวเราให้ดูสิ่งดีมีประโยชน์กันดีกว่า วันนี้นะครับ เป็นวีดิทัศน์เรื่องอะไรยังไม่บอก เดี๋ยวให้ไปชมกันเลยดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนจะต้องจับประเด็นสำคัญได้ค่ะ ว่าเขากล่าวถึงเกี่ยวกับเรื่องอะไร และมีประโยชน์อย่างไรต่อนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และที่สำคัญ ในระหว่างที่ดูและฟัง ต้องตั้งใจอย่างมีสมาธิ ต้องตั้งใจในห้องเรียนนะครับ จะสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนคนอื่น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ให้ตั้งใจฟังและดูถึงจะทำงานต่อไปได้ครับ [เสียงวีดิทัศน์] (ดร.นพ.พรเทพ) สวัสดีครับ ผมหมอพรเทพ นะครับ หมอกล้วยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในของ สสส. นะครับ เห็นผมถือมาไหมครับ นี่เป็นกล้วยน้ำว้าเต็มลูกนะครับ สารอาหารครบถ้วนเหมือนนมแม่นะครับ ผมกินมา 30 ปีแล้ว เพราะว่ามีสารหลายตัวนะครับ ทำให้ยั่งยืน แล้วก็ทำให้กล้ามเนื้อและผิวหนังนี่ เป็นหนุ่มตลอดเวลา ตรงนี้มันยังฝาดอยู่ ผลไม้ที่จะไม่หวานเกินไป กินแล้วมีความสุขมาก เพราะว่ามันจะไปเลี้ยงสมองเลย ทุกวันเลย ก็คือทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบาน ต้องยิ้ม ในยุคของโซเชียลมีเดีย มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และใช้สิ่งเหล่านั้น อย่างยิ่ง คือ สำหรับวัยเด็ก จะทำอย่างไรให้เด็ก 60 สำหรับวัยทำงาน เราจะทำอย่างไรให้ทำงาน (คุณครูปรเมษฐ) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์ เรื่อง สุขภาพดี ขอบคุณ คุณหมอพรเทพ ซึ่งเผยแพร่โดย สำนักงานส่งเสริมสุขภาพครับ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันต่อเลยดีกว่าครับนักเรียน เรามาตอบคำถามกัน จากการชมวีดิทัศน์เมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่จะนำไปพูดแสดงความรู้ความเข้าใจข้อที่ 1 ครับ (คุณครูคณิตา) ผู้นำเสนอข่าวมีเจตนาในการเสนอข่าวอย่างไรคะนักเรียน ตอบได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนตอบแบบไหนดีครับ ครูคณิตา ตอบในใจเขาหรือยกมือตอบ (คุณครูคณิตา) ร่วมกันตอบดีกว่าค่ะ เมื่อกี้นี่ ทำให้นักเรียนนี่ อกสั่นด้วยการสุ่มเรียกชื่อไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้น ช่วยกันเป็นการตอบคำถาม ที่จะนำไปสู่การพูดด้วยนะครับ ข้อที่ 1 ถามอย่างนี้ ข้อที่ 2 ถามว่า (คุณครูคณิตา) ผู้ที่ฟังและผู้ดูได้ประโยชน์อะไรจากข่าวที่นักเรียนได้ฟังและได้ดูครับ ได้ประโยชน์อะไรบ้างจากข่าว ตอบคำถามคำถามได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปข้อที่ 3 (คุณครูคณิตา) นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไรกับข่าวหรือเหตุการณ์นั้นคะเกิดขึ้นนะคะ เดี๋ยวคุณครูแพรตัดให้ค่ะ นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไรจากการดูและการฟังข่าวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ รู้สึกอย่างไรตอบคำถามลงไปนะครับ อย่าลืมนะครับ คำตอบ คือ สิ่งที่หนูจะนำไปพูดให้เพื่อนฟังนะครับ มีอีกข้อหนึ่งครับ นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวและเหตุการณ์ ให้แสดงความคิดเห็นนั่นเอง เป็นการแสดงความคิดได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ข่าวนี้มีประโยชน์อย่างไรแก่เราบ้าง หรือว่าเขาพูดเกี่ยวกับอะไรอย่างนี้ ครูแพรกระซิบบอกอย่างนี้ ถ้าตอบไม่ได้ก็แย่แล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ เหมือนจะเกี่ยวกับไข่ (คุณครูปรเมษฐ) ครูไม่บอกดีกว่า ถ้าครูบอก ก็เหมือนหนู ๆ ไม่ได้สรุปเป็นของตัวเอง ครูพูดให้ฟังแล้ว ครูจะไม่พูดคำตอบนะครับ ต่อไปครับ อีกข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา) นักเรียนควรจะปฏิบัตในขณะที่ฟังและดู (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นคำตอบที่ครูได้พูดก่อนที่จะดูแล้วใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ หรือถ้านักเรียนไม่ทราบจริง ๆ มารยาทในการฟังและการดูค่ะนักเรียน นักเรียนคิดว่า นักเรียนจะปฏิบัติอย่างไรในการฟังและดูเขียนลงไปเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หรือตอบลงไปเลยก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำถามมีแค่ 5 ข้อ แค่นี้นะครับ ต่อไปเป็นกิจกรรมที่หนู ๆ จะได้ปฏิบัติกันแล้ว เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ครับ จากที่หนู ๆ ได้ชมวีดิทัศน์ไปนะครับ วันนี้คุณครูก็จะให้ได้ฝึกใช่ไหมครับ พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดูนะครับ ความเข้าใจจากเรื่องสุขภาพดีมีตัวช่วย กับหมอกล้วยนะครับ ตามที่นักเรียนนั้นได้ตอบคำถามเมื่อข้างต้น ที่ครูได้ตั้งไว้จากการได้ชมวีดิทัศน์ และได้นำมาเล่าเพื่อนร่วมชั้นได้ฟังกันนะครับ ถ้าพร้อมแล้วให้นักเรียนเริ่มปฏิบัติกิจกรรมเลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็มีกิจกรรมที่จะให้นักเรียนทำนะครับ ไปดูคำชี้แจงก่อนเลยนะครับ ให้นักเรียนดูสิ่งที่น่าสนใจแล้วเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู 2. วาดภาพประกอบให้สวยงาม 3. เป็นข้อที่นักเรียนชอบมากเลย คือ กำหนดส่งวันถัดไป แพรชี้แจงคุณครูปลายทางครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็คือ 1. แจกใบงานให้นักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) 2. ชี้แจงใบงานให้นักเรียนเข้าใจ หากนักเรียนมีข้อสงสัย ก็ให้คุณครูนี่อธิบายเพิ่มเติมได้ค่ะ 3. ก็คือในวันถัดไปนะคะ ให้คุณครูเก็บใบงานกลับมาด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราไปดูโฉมหน้าใบงานของเรากัน นักเรียนหยิบใบงานขึ้นมาจากแฟ้มในกระเป๋านักเรียนได้เลยนะครับ เราจะทำใบงานนี้กันนะครับวันนี้ ให้ไปทำเป็นการบ้านนะครับ วันนี้ก็มีการบ้าน กลับไปทำแล้วก็นำมาส่งคุณครูในวันพรุ่งนี้นะครับ เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่าครับครูคณิตา ครูตั้งคำถามมาให้นักเรียนตอบ นักเรียนมีหลักในการพูดแสดงข้อคิดเห็นจากการฟังและดูข่าวอย่างไร ให้นักเรียนช่วยกันนะครับ ช่วยกันตอบคำถาม ตอบกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ ดูนักเรียนคนไหนที่มีความตั้งใจ ให้คะแนนพิเศษได้เลยครับ ใครที่ยกมือตอบ หรือตอบตลอดเวลา คุณครูให้คะแนนพิเศษเขาได้เลยครับ เขามีความเอาใจใส่นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วคุณครูคณิตาช่วยตอบหน่อยครับ ให้นักเรียนปลายทางรไปพร้อม ๆ กัน (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ข้อนี้ง่ายมากค่ะ หลักการเราเรียนกันไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ คือ 1. ให้ดูตั้งแต่ให้ดู ก็คือให้ดูเรื่องนั้นตั้งแต่ต้น 2. ก็คือจับประเด็นสำคัญให้ได้ แล้วเรียงประโยคนะคะ ที่ให้มันสั้นกระชับนะคะ หลังจากนั้นค่ะ พูดออกมาโดยใช้สำนวนของตัวเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เชื่อว่านักเรียนก็น่าจะตอบคำถามแบบครูคณิตานะครับ แบบสรุปในแบบของตนเองนั่นเองนะครับ คำถามอีก 1 ข้อครับ การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจเรื่องที่ดูอย่างไร การที่เราได้ศึกษานี่ ทั้งคาบเลย การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจ มีความสำคัญอย่างไรครับนักเรียน ช่วยกันตอบเหมือนเดิมนะครับ ให้เวลาคิดก่อน 5 วินาทีแล้วตอบ ลองตอบคำถามกับคุณครูนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวคุณครูคณิตาช่วยนักเรียนอีกสักข้อหนึ่ง คงไม่เป็นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ คุณครูปรเมษฐ เดี๋ยวจะพูดให้ค่ะ เดี๋ยวจะช่วยนักเรียนนะคะ นักเรียนนี่จะต้องรักครูเยอะ ๆ นะคะ เพราะว่าครูนี่เป็นผู้ตอบให้นักเรียนเยอะมากเลยค่ะ เดี๋ยวคาบหน้านะคะ ครูจะถามครูปรเมษฐกลับบ้างนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีการจะเอาคืนกันด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้เอาคืนนะคะ เขาเรียกว่า "แลกเปลี่ยนความคิดเห็น" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำดีมาก เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ในการพูดแสดงความรู้ความเข้าใจ จากเรื่องที่ฟังและดูนี่มีค่ะ เพราะในชีวิตประจำวันนี่ เราจะต้องใช้ทักษะในการด้านการพูดอยู่แล้วค่ะ เราเห็นเราได้ยินหรือว่าเราต้องการที่จะเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ นี่ เราก็จะต้องใช้ทักษะพูดค่ะ ฉะนั้นนี่ นักเรียนจะพูดนี่ นักเรียนจะต้องคำนึงถึงความสำคัญของด้านการพูดด้วยนะคะ ไม่พูดหยาบ ไม่พูดว่าร้ายต่อผู้อื่น และหากนักเรียนจะเล่าเรื่องต่าง ๆ นี่ ว่าเรื่องนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นข้อเท็จจริงเล่าได้ค่ะ แต่ว่าถ้าเป็นข้อความลวงหรือว่าข่าวลางอย่างนี้ค่ะ ควรเล่าไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ไม่ควรที่จะนำมาเล่านะครับ ไปแล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เราไม่ควรพูดหรือนำไปบอกต่อค่ะ อาจจะก่อให้เกิดความสับสนได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่ คำว่า "เช็ก" นี่ เป็นคำทับศัพท์นะครับ ซึ่งถ้าเป็นภาษาไทยนี่นะครับ ที่ถูกต้องนะครับ เป็นการเพิ่มความถูกต้องให้กับนักเรียนนะครับ ต่อไปอีกสักข้อ จะเป็นไรไปนะครับนักเรียน นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะเป็นผู้ที่มีมารยาทที่ดีในการฟัง ดู พูดครับ ตอบคำถามครับ ครูจะยังไม่ให้คุณครูคณิตาตอบ จะให้นักเรียนตอบก่อน ตอบกับคุณครูปลายทางนะครับ ช่วยกันตอบ ช่วยกันวิเคราะห์ครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ผมคงไม่ต้องบอกแล้วว่าจะให้คุณครูช่วยอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จะให้คุณครูช่วยตอบใช่ไหมคะ นักเรียนคะ ครูได้ยินจากเชียงรายค่ะ พัทลุงค่ะ ภูเก็ตก็มา พัทลุงก็มา เขาเบื่อความคิดเห็นของคุณครูคณิตาแล้วค่ะ ใกล้เคียงเลย เพชรบุรีค่ะ ขัดไม่ได้ค่ะ ความต้องการของเรียกร้องมาหนักมา คุณครูปรเมษฐคะ สรุปในด้านการฟังและการพูดมีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ การฟัง... สรุปผมต้องเป็นคนตอบให้นักเรียนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนเรียกร้องค่ะครูปรเมษฐ การตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ เป็นการให้เกียรติผู้พูดนะครับ การดู ก็คือต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบ สมมติเราไปดูการนำเสนอผลงานต่าง ๆ เราก็ต้องตั้งใจดูนะครับ แล้วก็เก็บสาระความรู้ให้ได้มากที่สุด เป็นการให้เกียรติกับผู้พูดเช่นเดียวกัน การดูโทรทัศน์ เราก็ต้องจับประเด็นให้ได้ แล้วก็จะต้องตั้งใจฟังเช่นกัน อย่างเช่น การพูดสำคัญมากนะครับ ต้องมีมารยาท ฟังไป ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด เสียดสีต่าง ๆ ก็ไม่ควรพูดนะครับ เราควรพูดเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง ดีงามตามวัฒนธรรมไทยของเรานะครับ 3 ข้อจบไปแล้ว กับคำถามนะครับ การพูดแสดงความรู้ความเข้าใจนะครับ นักเรียนก็กลับไปทำใบงาน แล้วก็ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมาส่ง ต่อไป บทเรียนครั้งต่อไป เราจะเรียนในเรื่องของนิทานพื้นบ้านนะครับ การพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน สิ่งที่ต้องเตรียมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะสิ่งที่ต้องเตรียม (คุณครูคณิตา) สิ่งต้องเตรียมนะคะ นักเรียนห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะคะ สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ค่ะ ใบความรู้ เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านค่ะ 2. ค่ะ คืออะไรคะนักเรียน อ่านเลยค่ะใบความรู้ เรื่อง นิทานพื้นบ้าน เรื่อง เรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ เรื่องอะไรเอ่ย ตา (คุณครูคณิตา) ตาอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตาหม่อง... อีกตัวหนึ่ง สะกดว่าไงนะ ม. มอ อ. ออ ล่าย ตาม่องล่าย ไปอ่านกันเลยก็ได้กลับไปอ่านเลย ใบความรู้อยู่ที่ตัวอยู่แล้ว พรุ่งนี้มาเรียนจะได้เข้าใจ (คุณครูคณิตา) เป็นนิทานที่ครูจะนำเสนอนะครับ เป็นนิทานทีนะครับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขนาดไหนเรื่องตาม่องล่าย ถ้าจะเรียนให้สนุกนี่ ต้องไปอ่านก่อนล่วงหน้า กลับไปอ่านก่อนเลย ที่เป็นทางพื้นบ้านม่องล่า เตรียมใบงาน เรื่อง แสดงความคิดเห็นจากนิทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่... ได้ที่ไหนคะ ที่เดิมค่ะ www.dltv.ac.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]