--- title: ห้องทดสอบระบบ subtitle: date: วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2564 เวลา 11.09 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สิ่งเหล่านี้เราอำเภอสัที่จะเอาความรู้เดือนละ 1เราต้องกาถามท่านวิทยาการผ่อนคลายเงื่อนไขการและเสริมสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจน ประการที่ 4 ครับท่านประธานเพิ่มหลักสูตรที่จะเสริมสร้างสำหรับบัณฑิตในการไปปฏิบัติใช้ได้จริง ภาษาต่างประส่งเสริมใหในทอ้งเช่น ม. วลัยลักษณ์ จะต้องทำงานที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จนต้องทำงานที่จังหวัดกระบี่ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ก็ต้องทำงานที่สุราษฎร์ธานีนะครับ พื้นที่เกาะสมุย พื้นที่เกาะพงันจะต้องได้รับการดูแลจากมหาวิทยาลัย อย่างนี้เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ผู้เรียนนะครับ จะได้รับความรู้จากการฝึกทักษะ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเช่น ทักษะการแก้ไขปัญหาจริง การประมงชายฝั่งที่จังหวัดกระบี่เราเลี้ยงสาหร่ายไม่ได้ ก็จะต้องเอาทีมอาจารย์ลงไปสอนให้กับชาวประมงชายฝั่งในเลี้ยงสาหร่ายได้ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แก้ไขปัญหา การท่องเที่ยวที่จังหวัดสุราษธานีจะต้องด้วยการเข้าใจปัญหาอย่างถูกต้อง สิ่งนี้จะเกิดขึ้น ทักษะของการร่วมมือและสานสัมพันธ์ ให้นักศึกษาแล้วก็ประชาชนสามารถจะรู้เกี่ยวกับส่วนราชการในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นสอปต. กระทรวงพาณิชย์ของแต่ละพื้นที่เหล่านั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น อย่างนี้เป็นต้น ประการที่ 5 ครับท่านประธาน การปรับเปลี่ยนวิธีการสอนรวมทั้งพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของประชาชน และนักเรียนนักศึกษาต่อหลักสูตร ตัวอาจารย์ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย นั่นหมายถึงตัวอาจารย์จะต้องเปลี่ยนบทบาทจากเป็นผู้สอนเป็นผู้ให้คำแนะนำให้ปรึกษาต่อการแก้ไขปัญหาของนักเรียนแล้วก็ประชาชนได้ การสร้างสภาวะแวดล้อมในมหาวิทยาลัย ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่อาจารย์ทำแต่ในห้องแล็บของตัวเอง แต่ไม่ลงในพื้นที่แล้วก็แก้ปัญหานะครับ อย่างเช่น ที่ผมยกตัวอย่างไป ผมได้กราบเรียนไปแล้วที่จันทบุรี เราก็ไม่ได้ลงไปแก้ปัญหาเท่าที่ควร อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะต้องจำเป็นและทักษะเทคโนโลยีของอาจารย์ผู้สอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้าน IT ที่จะทำให้ที่มีประสิทธิภาพสูงที่เราเรียกคอนเซ็ปว่า Flip Classroom คือ อาจารย์อัดเทปไปก่อน แล้วก็ใส่เข้าไปในอินเทอร์เน็ต นักศึกษาดูก่อนแล้วก็มาถกเถียงเข้ามาในห้องเรียนก็มาแถลงปัญหาที่พบในพื้นที่ที่บ้านของตัว สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องปรับวิธีการเรียนการสอนที่อาจารย์จะต้องทำ ประการที่ 6 ครับ จัดทำหลักสูตรออนไลน์แล้วก็การทำให้เกิดประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่าต้องมีแพลตฟอร์มของการจัดทำหลักสูตรออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมหาวิทยาลัยภาคเอกชน แล้วก็กระทรวงต่าง ๆ ที่จะจัดหลักสูตรเหล่านี้ให้เกิดขึ้น การจัดหลักสูงเหล่านี้ที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเอามาใช้แล้วเพื่อให้นักศึกษาของเราเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเรียนในรั้วของมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว ประการที่ 7 ให้สภาวิทยาลัยแล้วก็อุดมศึกษามีความอิสระในการอนุมัติหลักสูตร ด้วยการให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยในการอนุมัติหลักสูตรปริญญาตรีไปเลย ส่วนการจะไปตรวจสอบภายหลังที่เรียกว่า post audit สภามหาวิทยาลัยจะต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตรหรือวิธีการสอนด้วยวิธีการเปิด-ปิดกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิการเรียนการสอนที่ตรงหรือไม่ตรงกับตลาดแรงงานจะต้องมีการจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็ว กระทรวงอุดมศึกษาควรจะมีให้เพียงพอในการให้คำแนะนำกับมหาวิทยาลัย กระทรวงอุดมศึกษาไม่ใช่คนควบคุมอีกต่อไปแล้วแต่อุดมศึกษาต้องเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ของอุดมศึกษาของกระทรวง อว. ทั้งหมด ที่มีหน้าที่ในการพิจารณามาตรฐานหลักสูตร จะต้องคำนึงถึงการมีมาตรฐานขั้นต่ำที่เท่าเทียมกัน แต่ในเวลาเดียวกัน การเปิดความยืดหยุ่นของมาตรฐานในแต่ละสาขาในแต่ละพื้นที่ก็จะต้องทำควบคู่ไปด้วย ประการที่ 8 ครับท่านประธาน การตรวจสอบภายหลังหลักสูตร การอนุมัติหลักสูตรเรียกว่า Post Audit คุณภาพการศึกษาเราจะต้องทำให้เกิดขึ้น นั่นหมายความว่าหลักสูตรใดก็ตามที่ได้รับอนุมัติไปแล้วถ้าทำดีก็ควรจะอนุมัติต่อ แล้วก็ยืนยัน แต่ถ้าทำไม่ดีจะต้องมีมาตรการลงโทษ เพื่อให้หลักสูตรที่มีประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยนั้นลดลงแล้วก็หมดไปในที่สุด การทบทวนและลดขั้นตอนมาตรฐานให้มีความรวดเร็ว แล้วก็ไม่เป็นภาระของมหาวิทยาลัยจะต้องเกิดขึ้น การจัดระบบประกันคุณภาพทางหลักสูตรมหาวิทยาลัยและหลักสูตรให้ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและมาตรฐานหลักสูตร ที่กำหนดจากมาตรฐานยึดผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้ตัดเนื้อหาหลักสูตร แต่เราตรวจคุณภาพบันฑิตที่จบไป คุณภาพของบัณฑิตดีนั่นล่ะครับคือคุณภาพของมหาวิทยาลัย การปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดการประกันคุณภาพ เช่น มีการปรับเปลี่ยนให้มหาวิทยาลัยเข้ามา แต่อาจารย์เหล่านั้นอาจจะไม่มีผลงานวิจัยหรือไม่มีวุฒิทางการศึกษาาที่เป็นรูปธรรม เราอาจจะมีการบริหารในพื้นที่ จบปริญญาเอก ปริญญาตรี ไม่ได้เข้าทำงาน 20 - 30 ปี เราต้องการทักษะของคนเหล่านี้เข้ามาร่วมสอนในมหาวิทยาลัยกระทรวง อว. ในปัจจุบันก็ยังควบคุมตรงนี้อยู่ค่อนข้างมาก เราอยากเห็นการเปิดกว้างนะครับ แม้กระทั่งเกษตรกรที่ไม่มีความรู้นะครับ ไม่ได้จบปริญญา แต่สามารถปลูกครามได้เก่งมากที่สกลนคร เราก็สามารถที่จะเชิญให้เข้ามาสอนในภาคเกษตรของมหาวิทยาลัยได้อย่างนี้เป็นต้น ข้อที่ 9 ครับท่านประธาน แก้กฎหมายข้อระเบียบเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักสูตรหรือยกเลิกหลักสูตร เราอยากเห็นกฎระเบียบต่าง ๆ ที่จะรองรับลักสูตรที่เน้นการวิจัยแล้วก็ที่เน้นผลลัพธ์ความสำเร็จของการจัดหลักสูตรเป็นสำคัญที่เอื้อต่อสิ่งเหล่านี้ การให้ตำแหน่งทางด้านวิชาการ การเรียนการสอนนะครับ ไม่ใช่เฉพาะอาจารย์เก่งวิจัยเท่านั้นถึงจะเป็นศาสตราจารย์ แต่ต้องเป็นคนที่ทำงานกับชาวบ้านเก่ง ๆ ทำให้ชาวบ้านมีเงินเดือนเดือนละ 10,000 บาท 500 คน ผมคิดว่าเกินพอแล้วครับ ผมคิดว่าให้คนนั้นเป็นศาสตราจารย์ได้ การจัดองค์กรวิชาชีพที่มีกฎหมายเฉพาะ มีการจัดทำหลักสูตรใหม่ที่มีความยืดหยุ่นเกิดขึ้นมากมายนะครับ แล้วก็ในการกำหนดมาตรฐานหลักสูตรของมหาวิทยาลัยกับวิชาชีพก็ยังมีช่องว่างอยู่ ค่อนข้างมากนะครับ การจัดทำร่างของกฎกระทรวง 4 เรื่องที่ผมขออนุญาตเน้นมาตรฐานของการจัดการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา 2. มาตรฐานหลักสูตรอุดมศึกษา 3. มาตรฐานเกณฑ์ในการขอตำแหน่งในอุดมศึกษา และ 4. มาตรฐานคุณวุฒิในการศึกษา อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการเห็นว่า ที่กระทรวง อว. ควรจะมีการแก้ไขและยิ่งไปกว่านั้นจะต้องมีการทบทวนการประกันคุณภาพหลักสูตรกรอบขออนุญาตใช้คำเทคนิคนะครับ อาจารย์ทุกคนรู้จักคำนี้ดี มคอ. นะครับ ซึ่งควรจะต้องลดความสระซับซ้อน แล้วก็ทำให้เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว การปรับแก้คุณสมบัติประจำหลักสูตรปริญญาโท 3 รายการ 5 ปี ย้อนหลัง สิ่งเหล่านี้ผมได้อภิปรายไปแล้ว ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง ประเมินเกณฑ์ประสบการณ์ของอาจารย์ โดยเฉพาะภาคการเกษตรเราอย่าเข้าใจผิดคิดว่าเกษตรกรเขาไม่เก่งนะครับ ความจริงเกษตรกรที่มีความเก่งมาก ๆ ประสบการณ์ 20-30 ปี เขาบอกได้เลยดินตรงนี้ปลูกได้หรือปลูกไม่ได้ เก่งกว่าอาจารย์ด้วยซ้ำไป มิติการเปิดกว้างจะต้องเกิดขึ้นในระบบอุดมศึกษาของเรา การยกเลิกชั่วโมงของอาจารย์พิเศษนะครับ ในกระทรวง อว. เขาบอกสอนได้เท่านี้มากกว่านี้ไม่ได้ แต่ความเป็นจริงต้องการชั่วโมงปฏิบัติจริงมากกว่านั้นสิ่งเหล่านี้จะต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบข้อที่ 10 ครับท่านประธาน แก้ไขกลไกงบประมาณ สำหรับการกำหนดทิศทางของการเปลี่ยนหลักสูตรของมหาวิทยาลัยนะครับ คณะกรรมธิการอย่างเร่งรัดให้เกิดกองทุนพัฒนาอุดมศึกษาเราอยากให้กองทุนอุดมศึกษาเกิดขึ้นโดยเร็ว ให้เกิดการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ แก้ผู้ประกอบการที่จัดทุนการศึกษาให้กับพนักงาน เพื่อศึกษาต่อหรือฝึกอบรมระยะสั้น แล้วก็พัฒนาทักษะเดิมให้สูงขึ้น จะต้องส่งเสริมเรื่องนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานของเราได้ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่ประสบความสำเร็จสิ่งเหล่านี้ รัฐบาลสิงคโปร์ถ้าใครเพื่อยกระดับทักษะการปฏิบัติงาน รัฐบาลสิงค์โปรค่าเล่าเรียนนี้ให้ครึ่งหนึ่งครับ และสิ่งนี้สิงคโปร์ทำเมื่อ 20 ปีที่แล้วนะครับ เขาจึงประสบความสำเร็จวันนี้เราจึงอยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยของเรการอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว ค่าวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นศาสตร์หรือศิลปะศาสตร์ จะต้องให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่มหาวิทยาลัยรับผิดชอบ จะต้องรับผิดชอบ คงจะต้องเปิดใจรับฟังเรื่องนี้จริง ๆ