สหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปีนะคะ เพื่อที่จะเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการ ได้มีส่วนร่วมกับสังคม และยังได้แสดงศักยภาพให้สังคมได้ประจักษ์นะคะ เพื่อให้สังคมได้เกิดเจตคติที่สร้างสรรค์ต่อคนพิการค่ะ ปีนี้นะคะ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ คืนสังคมที่ดีกว่า มุ่งสู่สังคมวิถีใหม่หลัง โควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ to world ... หรับในวันนี้นะครับ นอกจากทุกท่านจะเห็นล่ามภาษามือบนหน้าจอแล้วนะครับ เราก็ยังเห็นแถบอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเช่นกันนะครับ บนเวทีที่ปรากฏอยู่บนเวที ณ แถบอักษรที่เรียกว่า Real-Time Captioning ครับ เป็นการแปลอักษรบนหน้าจอบนเวลาที เป็นการแปลอักษรทางไกลแบบทันต่อเวลานะครับ แน่นอนนะครับ ว่าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีศูนย์อำนวยความสะดวกด้านเครื่องสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้ผลิตนะครับ เพื่อที่ให้ทุกคนนั้นนะครับ ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สาระประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันนะครับ ทำให้ทุกคนสามารถบริโภคข้อมูลได้เฉกเช่นกันนั่นเองนะครับ และในโอกาสเดียวกันนี้ผมขอเชิญคุณ Gita Sabharwal ผู้ประสานงานสหประชาชาติประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสาสสหประชาชาติ ในวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ขอเรียนเชิญ และขอเสียงปรบมือครับ (Ms. Gita) สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเริ่มอีกครั้งหนึ่งนะคะ [เสียงปรบมือ] อยากจะขอกล่าวทักทายทุกท่านนะคะ และอยากจะขอเรียนท่านรัฐมนตรี ท่านผู้แทนฯ รวมถึงท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ในเรื่องของ COVID-19 นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องของความจำเป็นและเป็นโอกาสในการจุดประกายความหวังของคนพิการทั่วโลกในเรื่องของการก้าวเข้าสู่การปรับเปลี่ยนสังคมนะคะ ในหลัง COVID เราพบว่าคนพิการทั่วโลกนั้น หลายท่านไม่สามารถได้เข้าถึงการศึกษา ระบบการรักษาพยายาลรวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงยังมีคนพิการจำนวนมากที่ดำรงชีวิตอยู่ในความยากจน พบความรุนแรง และถูกละเลย รวมถึงถูกล่วงละเมิดต่าง ๆ และ โควิด-19 นั้น ได้กระทบต่อคนพิการมากยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป เป็นสำคัญที่เราจะต้องปกป้องและคุ้มครองสิทธิของคนพิการเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ การมีโอกาสในการสร้างครอบครัว เดินทาง รวมถึงการสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกับงานต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม และการทำให้คนพิการสามารถได้ใช้สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่ เข้าถึง และอยู่ในโลกที่มีความยั่งยืนและความเท่าเทียมหลังเหตุ โควิด-19 นี้ เป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะเห็นความร่วมมือกันระหว่างคนพิการและองค์กรคนพิการต่าง ๆ ในการร่วมกันเฉลิมฉลอง และมุ่งมั่นทุ่มเทต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติ ความไม่เป็นธรรม และสิ่งที่คนพิการกำลังเผชิญอยู่ ร่วมถึงสิ่งที่คนพิการกำลังเผชิญอยู่ในความยากลำบากร่วมกัน ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) และในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ขอเชิญคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติอ่านสาส์นคนพิการสากลประจำปี 2563 ในนามของผู้แทนองค์กรคนพิการแห่งประเทศไทย ขอเสียงปรบมือและขอเรียนเชิญครับ (คุณชูศักดิ์) กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนจาก UN คุณ Gita รวมทั้งเพื่อน ๆ ทุกท่านครับ อยากจะเรียนว่างานวันคนพิการสากลในปีนี้นะครับ เป็นงานที่มีคุณค่ามาก ๆ เพราะว่าหัวข้อก็คือ การสร้างคืนสังคมให้ดีกว่า มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่ หลัง COVID-19 รวมคนทุกกลุ่ม สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน วันนี้เป็นวันที่ UN เองนะครับ ที่นครนิวยอร์กได้จัดประชุมเรื่องคนพิการนะครับ แล้วก็มีงานเฉลิมฉลองวันคนพิการสากลพร้อมกันเลยนะครับ แล้วประเด็นที่น่ายินดีมาก ก็คือวันนี้ ที่ UN วันนี้ก็มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อคนพิการและกับคนพิการ หรือ Inclusive Development for and with persons with disabilitie คุยกับคุณ Gita เรื่องของงานคนพิการสากลในประเทศไทย ท่านประสานให้ทันทีครับ เกี่ยวกับการพัฒนาสำหรับคนพิการ ซึ่งต่อไปทีมของ UNDP หรือ UN นี่ จะมาทำงานร่วมกับคนพิการของเรา ก็เป็นที่น่ายินดี ในโอกาสนี้นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตชี้ให้เห็นว่าจากมติที่ประชุมดังกล่าวนี่นะครับ ของ UN นี่ สอดคล้องกับซึ่งจัดโดยสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ซึ่งเราก็ชื่นชมว่าประเทศไทยของเรานะครับ เป็นประเทศที่มีความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แล้วที่ประชุมสมัชชา 5 ประการนะครับ ประการที่ 1 ก็คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ การพัฒนาสังคมทุกท่านนะครับ ก็ได้มีมาตราการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วง โควิด-19 ได้อย่างชัดเจน เรื่องการเยียวยาคนพิการ 1,000 บาทนะครับ นั่นเป็นการทำให้คนพิการนี่พอจะขยับตัวอยู่ในสังคมได้ การประกาศพักชำระหนี้นะครับ ให้คนพิการที่ได้กู้ยืมเงินจากกองทุนคนพิการ แล้วก็การจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท ซึ่งก็มาถึงคนพิการด้วย ซึ่งก็ทำให้ชีวิตคนด้วยนะครับ ก็ทำให้ชีวิตคนพิการนี่ดีขึ้นในระดับหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นในประการที่ 2 นี่ สภาคนพิการและองค์กรคนพิการนี่ เห็นว่าถ้าเราคงการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องนะครับ เราขอให้รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาครับาล ส่งเสริมบทบาทของภาคพลังประชาสังคมของคนพิการนะครับ เศรษฐกิจหลังโควิด-19 อย่างเต็มที่ พวกเราที่เป็นองค์กรคนพิการพร้อมที่จะร่วมมือ และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ข้อที่ 3 นะครับ ที่เราอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลช่วยเหลือคนพิการตามมติส่งเสริมและพัฒนาคนพิการแห่งชาติ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็เป็นมติที่คนพิการนี่นะครับ ชื่นชมนโยบายของท่านคณะกรรมการ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีนะครับ ก็คือการเปิดโอกาสให้คนพิการกู้ยืมเงินฉุกเฉินจำนวน 10,000 บาท ซึ่งในขณะนี้ก็มีความก้าวหน้า สถานการณ์วันนี้ เราไม่มั่นใจว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรนี่ ก็อยากให้คงมตินี้ไว้ แล้วก็เปิดโอกาสเพิ่มเติมให้คนพิการนี่ได้ใช้สิทธิ์นี้ ให้คนพิการนี่ ไปพัฒนางานและอาชีพของตนเอง เบี้ยความพิการนะครับ จาก 800 เป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้านะครับ เพราะว่าเราเข้าใจครับ ว่าเป็นความพยายามอย่างสูงของกระทรวงที่จะผลักดันเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะเข้ามาสนับสนุนนะครับ วันนี้ก็ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและคนพิการด้วยนะครับ เรื่องที่ 4 นะครับ ก็คือการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานภาครัฐครับ เราทราบว่ามีหน่วยงานภาครัฐที่ยังไม่จ้างคนพิการอีก 8,000 คน จะเป็นไปได้ไหมครับ ที่รัฐบาลจะสนับสนุน เรื่อง 8,000 อัตราให้คนพิการทำงานในภาครัฐ อาจจะเป็นการจ้างงานทางตรง หรือการจัดสัมปทานพื้นที่ให้คนพิการไปประกอบอาชีพนะครับ เช่น มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนนี่ ที่ห้องอาหาร ก็เปิดโอกาสให้คนพิการนี่ ใช้พื้นที่ไปประกอบอาชีพนะครับ และกองทุนก็เติมเงินฉุกเฉิน 10,000 บาทไปให้ มีอาชีพที่ยั่งยืนมากขึ้น อันนี้เราอยากจะขอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเลยนะครับ แล้วก็จนถึงเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน Upskill Reskill นะครับ เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ผมได้ยินรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้หลาย เราก็ชื่นชมแล้วเราก็พร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาล แล้วก็กระทรวง พม. ต่อไปนะครับ สุดท้ายเรื่องสุดท้ายเลย ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือวันนี้มีความตื่นเต้นในวงการคนพิการระดับโลกนะครับ เรามีผู้นำคนพิการท่านหนึ่งคือคุณเสาวลักษณ์ ทองกล๊วยนะครับ แล้วก็เข้าไปแข่งขัน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิคนพิการ องค์การสหประชาชาตินะครับ ซึ่งมีจำนวน 9 ท่าน แต่เข้าไปแล้ว 8 นะครับ แต่ของคุณเสาวลักษณ์นี่เป็นรอบ 3 นะครับ จะได้เป็น 9 คนในนี้ไหม ระหว่างประเทศไทยกับโดมินิกันนะครับ ซึ่งเราอยากให้คณะท่านรัฐมนตรีส่งสัญญาณนะครับ ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ช่วย Lobby นะครับ ให้คนไทยของเรา สตรีไทยของเรา หญิงแกร่งของเรานี่ ไปทำงานระดับโลก จะยกระดับชีวิตของคนพิการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็ทำให้เห็นว่าคนพิการไทยสามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้นะครับ สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้โอกาสคนพิการ แล้วเราพร้อมที่จะเดินไปบนวิถีใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ขอบพระคุณมากครับ (พิธีกรหญิง) ขอบพระคุณ คุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ที่ให้เกียตริร่วมอ่านสาสน์วันคนพิการสากลประจำปี 2563 ค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2563 นี้เลยนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่าน พัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขึ้นกล่าวรายงาน เป็นประธานในพิธีขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณพัชรี) เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และคนพิการ ทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในงานวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๓ ในวันนี้ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ ๓ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้รับรองแผนปฏิบัติการระดับโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ ซึ่งทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม โดยในปี ๒๕๖๓ องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Building Back Better: toward a disability-inclusive, accessible and sustainable post COVID-19 World) ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID–19 โดยการกำหนดทิศทางและแนวทางการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ โดยคำนึงถึงทุกกลุ่มคนในสังคม ซึ่งหมายรวมถึงคนพิการจะต้องสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคนพิการที่มีออกบัตรประจำตัวคนพิการมีจำนวน ๒,๐๗๑,๕๖๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๐๗ ของประชากรทั่วประเทศ และข้อมูลพบว่าคนพิการที่มีอายุมากว่า ๖๐ ปีหรือคนพิการสูงอายุมีถึงจำนวน ๑,๐๘๓,๘๔๘ คน หรือร้อยละ ๕๔ ของจำนวนคนพิการทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบุว่า ในปี ๒๕๗๑ สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society และจากสถิติของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น พบแนวโน้มว่าจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นความพิการร่วมด้วย นอกจากนี้ ความเปราะบางจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กลุ่มคนพิการเป็นกลุ่มคนที่เปราะบาง ทั้งทางทางตรงหรือทางอ้อมด้วย คน ในโอกาสนี้ เนื่องในวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวคำปราศรัยวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนพิการในประเทศไทย และขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงานวันคนพิการสากลประจำปี ๒๕๖๓ ตามลำดับค่ะ รวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและคนพิการทุกประเภท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับคนพิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2563 ตามลำดับ ขอกราบเรียนเขิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรหญิง) ขอขอบพระคุณ ท่านพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูงค่ะ (พิธีกรชาย) ครับและในโอกาสเดียวกันนี้ ขอเรียนเชิญทุกท่านนะครับ ได้รับชมคำปราศรัยจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอเรียนเชิญครับ(พลเอก ประยุทธ์) พี่น้องคนพิการและพี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย เนื่องในโอกาส “วันคนพิการสากล” วันที่ 3 ธันวาคม 2563 รัฐบาลขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนพิการทุกคน องค์การสหประชาชาติ ปี ๒๕๖๓ ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “สร้างคืนสังคมให้ดีกว่า: มุ่งสู่สังคมชีวิตวิถีใหม่หลังโควิด-19 รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ และดีขึ้นกว่าเดิม ภายหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้คนทุกกลุ่ม ในสังคม สามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พ.ศ. 2573 ของประเทศไทย ที่ให้คำมั่นว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ เงินช่วยเหลือเยียวยาคนพิการคนละ 1,000 บาท เงินช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง คนละ 3,000 บาท รวมถึงการพักชำระหนี้ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และการให้กู้ยืมเงินคนพิการ (ฉุกเฉิน) จากกองทุนฯ โดยไม่มีผู้ค้ำประกัน และไม่มีดอกเบี้ย นอกจากนี้ รัฐบาลยังปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการให้กับคนพิการจากคนละ ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท เพื่อให้คนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีความสุข ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ในการมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็น “สังคมแห่งโอกาส” มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในทุก ๆ ด้าน เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องคนพิการและครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิ์ผล ในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณประโยชน์ และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป สวัสดีครับ (พิธีกรหญิง) และในโอกาสนี้นะคะ ขอเรียนเชิญ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เกียรติกล่าวเปิดงานค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ (พิธีกรชาย) ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] [เสียงดนตรี] เรียนท่าน ผู้บริการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านผู้แทนสหประชาชาติ ท่านนายกสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ท่านหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำส่วนเอกชน แล้วก็ท่านพี่น้องคนพิการ แล้วก็ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ วันนี้เป็นวันที่ วันคนพิการสากลของโลกเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง จึงอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่จะกล่าวเปิดงาน อยากจะบอกว่าวันคนพิการสากลนั้นที่เรามีวันที่ 3 ธันวาคม ทุก ๆ ปี เราไม่ใช่เป็นวันที่ทำงานกันวันเดียว เป็นวันที่ทบทวน แล้วก็ว่าปีที่ผ่านมา เรามีอะไรที่เราจะต้องปรับปรุงบ้าง และในปีต่อไปเราจะทำอะไรให้มันดีขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้น จริง ๆ แล้วผมจะกล่าวเปิดงานสั้น ๆ แต่ท่านนายกสมาคมสภาคนพิการฯ ได้ฝากประเด็นไว้กับกระทรวงฯ ถึง 5 ข้อ ถ้าหากไม่อธิบายชี้แจ้งให้ท่านฟัง ก็อาจจะคิดว่ารัฐบาลนั้นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ผมยอมรับว่าเราไม่สามารถเป็นคนสมบูรณ์แบบได้ในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ ด้าน แต่ที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าเราทำงานเกิน 100 สำหรับคนพิการ ก็ต้องให้เกียรติ ให้เครดิตกับท่านอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านธนาธร ซึ่งท่านเกษียณไปแล้ว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่ออย่างต่อเนื่อง ประการที่ท่านนายกสภาฯ ฝากมา ก็คือเรื่องเยียวยากลุ่มเปราะบาง พักชำระหนี้เราได้ทำไปแล้ว การส่งเสริมบทบาทภาคพลังประชาชน เป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่จะต้องรับฟังซึ่งกันและกัน แล้วก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งภาคประชาชนแล้วก็กระทรวง ก็ต้องคำนึงถึงทั้ง 2 ฝ่ายว่าถ้าไม่ร่วมมือกัน งานนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ท่านฝาก ก็คือว่าส่งเสริมให้จ้างคนพิการ 8,000 อัตรา ให้สัมปทานพื้นที่ประกอบอาชีพ Upskill Reskill แล้วปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แล้วก็เต็มที่นะครับ โดยให้กระทรวงพัฒนาสังคมเป็นคนที่ริเริ่มในเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้างนะครับ แล้วก็จะต้องคุยกับกระทรวงแรงงานนะครับ แล้วก็กระทรวงมหาดไท ร่วมถึงกระทรวงอื่น ๆ อีกด้วย รวมถึง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น สุดท้ายก่อนที่จะเปิดงาน ก็คือว่าคุณครูเสาวลักษณ์ที่ท่านฝากไว้นั้นต้องบอกว่าเราได้เอาใจใส่นะครับ มาถึงวันนี้ได้ก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าได้ประชุมครั้งแรกเพื่อเตรียมการ ครูเสาวลักษณ์ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันกับอดีตเอกอัครราชทูต อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีต่างประเทศหลายท่าน แล้วก็ได้จัด เรียกว่า กิจกรรมที่จะไปแนะนำตัวให้รู้จักนะครับ แต่พอหลังจากที่โควิดมาก็เราทำได้จำกัดน้อยล แต่ผมเชื่อว่าเรายังมีความหวังอย่างมากอยู่นะครับ สิ่งที่อยากจะบอก ก็คือว่าวันนี้สิ่งที่สหประชาชาติเน้นคนทุกกลุ่ม รวมคนทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกคน ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ได้ทำมาตลอดปี 2562 แล้วก็จะทำต่อไปในปี 2563 แล้วก็ 2564 2565 เราเชื่อมั่นว่าวันนี้ กรอบความคิด Mindset หัวใจที่เกินร้อยของข้าราชการของกระทรวง พม. ทุกคน มีความพร้อมที่จะทำงาน รวมคนทุกกลุ่มเข้าถึงคนทุกคน ประเภทใดก็ตาม ฉะนั้น อยากจะให้ความมั่นใจกับนายกสภาฯ ท่านวุฒิสมาชิก ท่านนายกสมาคมผู้นำองค์กรทั้งหลายว่า เรายินดีร่วมกันส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ให้คนพิการเข้าถึงสิทธิประโยชน์อย่างเสมอภาค อย่างเท่าเทียม ขอขอบคุณในความร่วมมือที่ผ่านมา สำหรับทุกองค์กรแล้วก็ทุกท่านนะครับ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงานวันคนพิการประจำปี พุทธศักราช 2563 และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสุขและความสำเร็จตามที่ท่านป เราก็จะเดินไปด้วยกัน แล้วเราก็จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ ขอ(พิธีกรชาย) ครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูงนะครับ ที่ได้กรุณาเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันคนพิการสากลประจำปี 2563 ในวันนี้ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกครั้งนะครับ ขอพระคุณเป็นอย่างสูงครับท่านครับ และในโอกาสเดียวกันนี้นะครับ ลำดับถัดไป จะเป็นการมอบโล่เกียรติคุณนะครับ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ชุดด้วยกันนะครับ ซึ่งในแต่ละชุด แน่นอนว่าเป็นชุดที่ได้รับการคัดเลือก คัดสรร และคัดกรองเป็นอย่างดีแล้ว ทุกท่านเหมาะสมกับรางวัลที่จะได้รับทุก ๆ ท่าน ทุก ๆ องค์กรเลยนะครับ สำหรับการมอบรางวัลในชุดที่ 1 นะครับ ในชุดที่ 1 จะเป็นชุดคนพิการต้นแบบ ประจำปี 2563 และสถานที่ดีเด่นที่เอื้อต่อคนพิการนะครับ รวมทั้งสิ้น 91 รางวัลด้วยกันนะครับ อย่างที่ได้นำเรียนทุกท่านไปนะครับ ว่าทุก ๆ รางวัลที่เอ่ยนาม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ล้วนแต่เป็นบุคคลและองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วนะครับ แล้วในโอกาสนี้นะครับ ขอเรียนเชิญ ผอ. เสาวลักษณ์ วิจิตร แผนงานกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ได้อ่านรายนามบุคคลและองค์กรที่ได้รับรางวัล ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ รายนามผู้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณเนื่องในวันคนพิการสากล ประจำปี 2563 จำนวน 260 รางวัล ประเภทคนพิการต้นแบบ 72 รางวัล Րนางสาวสุทิชา กุญชรՐนายจักรกฤษณ์ เลิศจำนงՐ นางสาวจินตนากร ศรีพัฒน์Րนายณรงค์ พูลประดิษฐ์Ր นายดลรอฮิม สันโยก Րนายเดชา ราวัล Րนางนิตยา เขาหนองบัว Րนางนิตยา ซาอิՐ นายพงษ์พัฒน์ โชคสิรัตน์ดานันท์Ր นางสายเพ็ญ เกิดแก้ว Րนางสาวไพรวัลย์ ปกิระเณ Րนายไพศาล แก่นคำ Րนางสาวยวลใจ ศรีทัศน์ Րนางวัลลภา ปินชัย Րนายวิวัฒน์ บุรีย์รัตน์ Րนายสิริวัต ปัจมะՐนายสนิท ไกรโสดาՐ นายสมชาย หมัดอ่อน Րนายสันติ โกสิยานุภาพ Րนายสายัน ดีเลิศ Րนางสาวสุกานดา สุริยะรังษՐีนายสุชาติ ละไมนิน Րนางสุมาลี ยิ้มเกื้อ Րนายกัญหา พิยาหลՐนางกาญจนา พิญโพท Րนายขวัญชัย ม่วงอ่ำ Րนายจักรพงศ์ ขุมเงิน Րนายจำลอง ดวงจิต Րนายจำลอง สนุกใจՐ นางจุฑารันต์ เจริญสุขՐ นางฉลาด สุวัลย์Ր นางสาวชฎาพร ทรงชอบՐ นายชำนาญ สกัดกลาง Րนายเชิด สิงห์โตՐ นางสาวธิดารัตน์ ศรีรุ่งเรือง