--- title: PE (DLTV ภาษาไทย ป. 5 หน่วยที่ 1) ๙ คำราชาศัพท์น่ารู้ ๑๖ มิ.ย. ๖๔ ฟารุต subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษจิกายน 2564 เวลา 10.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูชลภักดิ์) สัวดว (คุณครูชลภักดิ์) สวัสดีครับ (คุณครูวาสนา) สวัสดีค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่านนะครับและนักเรียนปลายทางที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้พบกับวิชาภาษาไทย ครูโอ ครูชลภักดิ์ คงกำเนิด และอีกท่านครับ (คุณครูวาสนา) สวัสดีค่ะ ครูวาสนา โพธิวงค์ครูบอมค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ในวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องคำราชาศัพท์ และจะเรียนเกี่ยวกับลักษณะหรือความหมายหรือหลักการใช้นะครับ ให้นักเรียนติดตามชมได้เลยครับ นักเรียนครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาในบทเรียนในวันนี้นั้น คุณครูมีรูปภาพของผู้หญิงนะ ให้นักเรียนสังเกตการแต่งกายของผู้หญิงทั้ง 2 คนถ้านักเรียนพร้อมแล้ว มาดูกันเลยครับเป็นอย่างไรบ้างครับ ตัวละครตัวแรกเป็นอะไครับ (คุณครูวาสนา) ค่ะ ตัวละครตัวแรกเป็นตัวละครของพระมเหสีค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ครับ ตัวละครตัวที่ 2 (คุณครูวาสนา) ตัวละครที่ 2 นะคะ ก็คือตัวละครนางกำนันค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) จากที่คุณครูโอนะครับ การแต่งกายของตัวละครคนที่ 1 และตัวละครคนที่ 2 นักเรียนสังเกตเห็นความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับนักเรียนปลายทางสามารถยกมือตอบคำถามได้นะครับ สามารถตอบคำถามได้นะครับว่าการแต่งกายของตัวละครทั้ง 2 คนนะครับมีความแตกต่างกันอย่างไร ลองสังเกตดี ๆ นะครับสังเกตเฉพาะการแต่งกายนะครับ ไม่ต้องไปดูใบหน้าหรือลักษณะอย่างอื่นนะครับนักเรียนแล้วครูบอมล่ะครับ สังเกตเห็นความแตกต่างไหมครับว่าครูบอมดูแล้วนะคะ ทั้ง 2 ภาพนี่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยนะคะ ตั้งแต่เป็นตัวละครเลยนะคะไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือว่าผ้านุ่งนะคะ (คุณครูชลภักดิ์)ครับ นักเรียนครับ คำถามกระตุ้มความคิดข้อที่ 1 นะครับ การแต่งกายของผู้หญิงทั้ง 2 คนนะครับแตกต่างกันอย่างไร นักเรียนปลายทางช่วยกันตอบนะครับยกมือตอบได้เลยครับนักเรียนการแต่งกายนะครับ ของผู้หญิงทั้ง 2 คน แตกต่างกันอย่างไรจากที่ครูบอมนะครับ ได้ตั้งข้อสังเกตและความคิดเห็นนักเรียนคิดเห็นเหมือนคุณครูบอมไหมครับถ้าอย่างนั้นเรามาดูคำถามข้อที่ 2กันเลยนะครับ คำถามข้อที่ 2 นักเรียนคิดว่าการใช้ภาษานะครับ การใช้ภาษาของทั้ง 2 คน แตกต่างกันอย่างไรครับนักเรียนนักเรียนทราบไหมครับ ก่อนที่นักเรียนจะทราบได้นั้น นักเรียนจะต้องรู้ก่อนว่าตัวละครตัวแรกเป็นพระมเหสีแสดงว่าเป็นเจ้านาย เป็นเจ้านะครับต่อมา คนที่ 2 เป็นนางกำนัลตัวละครเป็นนางกำนัล เพราะฉะนั้นแล้วการแต่งกายของทั้ง 2 ก็แตกต่างกันแล้ว นักเรียนคิดว่าการพูดเหมือนกันไหมครับ นักเรียนปลายทางสามารถตอบได้เลยนะครับ สรุปแล้วนะครับสรุปแล้ว การแต่งกายของทั้อย่างที่เห็นได้ชัดเหมือนกันนะครับลูก แตกต่างกันเพราะว่าอะไรครับนักเรียนเคยเรียนคำราชาศัพท์มาพระมเหสีเขาจะพูดอย่างไร นางกำนัลจะพูดอย่างไรนะครับนักเรียน เพราะฉะนั้นแล้ว ลองมาดูคำตอบของครูโอนะ ครูบอมครับ การใช้ภาษาของตัวที่ 1 คนที่ 1 นี่ เป็นถึงเจ้านะ เป็นถึงเจ้านายชั้นสูงถ้าเขาสนทนากับคนที่มียศที่ต่ำกว่าใช้ภาษาทั่วไปได้ แต่ถ้าเรานี่ แต่ถ้าเราอยู่ในสถานะที่ต่ำกว่าพระมเหสีเราจำเป็นที่จะต้องใช้คำนะครับครูบอม ครูบอมทราบไหมครับ (คุณครูวาสนา) ถ้าสมมติว่าเราอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า แล้วเราต้องการคุยกับคนที่ระดับสูงกว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้า เป็นชั้นผู้ใหญ่นะคะ เราก็จะต้องใช้คำราชาศัพท์หรือระดับภาษาที่แตกต่างกันออกไปค่ะ (คุณครูชลภักดิ์)ฉะนั้นนะครับ ผู้หญิงคนที่ 2 ตัวละครที่ 2 ต้องพูดคำราชาศัพท์กับพระมเหสีนั่นเองนักเรียนครับ ก่อนอื่นนักเรียนทราบไหมครับคำราชาศัพท์คืออะไร แต่ก่อนจะไปทราบความหมายของคำราชาศัพท์นั้น คำถามนะครับ ครูมีคำถามมากระตุ้นความคิดนักเรียนอีกเช่นเคยนะ สมมติว่าอย่างที่นักเรียนรู้ผู้หญิงคนที่ 2 นี่ เป็นชาวบ้านก็คือพระมเหสีนั่นเอง นักเรียนคิดว่าหญิงชาวบ้านนี่จะพูดจาด้วยถ้อยคำชนิดใดกับเจ้าหญิงนะ คำถามย้อนกลับมาอีกแล้วจากที่เมื่อสักครู่ครูบอมได้แสดงความคิดเห็นนักเรียนคิดเห็นเหมือนกันคุณครูบอมไหม ว่าหญิงชาวบ้านนี่จะต้องใช้คำราชาศัพท์ในการสื่อสารสนทนาและครูก็เชื่อว่านักเรียนปลายทางหลายคนตอบได้นะ ก่อนที่จะไปสู่เนื้อหาของคำราชาศัพท์นั้นครูก็มีคำ 1 คำนะครับ เกี่ยวกับการแต่างกายคือ คำว่าเครื่องทรง เครื่องเป็นอย่างไรเครื่องทรงนะครับ ก็หมายถึงคำราชาศัพท์ ที่แปลว่าเครื่องแต่งกายนั่นเองนักเรียนคิดว่าเครื่องทรงนี่ควรใช้กับรูปภาพใดรูปภาพที่เป็นพระมเหสีหรือรูปภาพที่เป็นนางกำนันครับ นักเรียนปลายทางลองคิดกันดูนะครับ ถ้านักเรียนจะแต่งประโยคถ้านักเรียนจะแต่งประโยคเกี่ยวกับเครื่องทรงนี่ นักเรียนจะแต่งอย่างไรลองมาดูตัวอย่างกันบ้างนะครับ ถ้าเป็นพระมเหสีครูโออาจจะแต่งประโยคว่าพระมเหสีทรงแต่งตัวด้วยเครื่องทรงที่สง่างามสง่างามไหมครับ พระมเหสีแต่งกายได้สง่างามนะครับส่วนผู้หญิงชาวบ้านนะครับ จะไม่ใช้คำว่า "เครื่องทรง" แล้วเพราะผู้หญิงชาวบ้านเป็นคนธรรมดา เป็นสามัญชนธรรมดาทั่วไป ผู้หญิงชาวบ้าน อาจจะแต่งประโยคได้ว่านางกำนัลแต่งกายด้วยชุดที่เรียบร้อย นางกำนัลแต่งกายด้วยชุดที่เรียบร้อยเพราะว่าผู้หญิงคนนี้เป็นนางกำนัลนะครับ ไม่ได้มียศศักดิ์เท่ากับเจ้านายทีนี้นักเรียนพร้อมหรือยัง ที่จะมารู้ความหมายของคำราชาศัพท์ แต่ก่อนที่จะรู้ความหมาย ครูโอเอ๊ะ ทำไมวันนี้ครูโอบอกจะอธิบายเกี่ยวกับความหมายของคำราชาศัพท์จะบอกความหมาย แต่ครูโอยังไม่ได้บอกเลยเพราะฉะนั้นแล้วนะครับ วันนี้ครูบอมจะอธิบายเกี่ยวกับจุดประสงค์ใช่ไหมครับ (คุณครูวาสนา) ใช่ค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ไปกันเลยครับนักเรียนจุดประสงค์ในการเรียนในวันนี้นะคะ ก็คือบอกความหมาย และลักษณะของคำราชาศัพท์ได้นะคะเมื่อนักเรียนเรียนบทเรียนนี้จบแล้วนะคะ นักเรียนจะต้องบอกความหมายของคำราชาศัพท์ได้นักเรียนนะคะ จะต้องจัดหมวดหมู่นะคะแล้วก็แต่งประโยคจากคำราชาศัพท์ได้ค่ะส่วนข้อที่ 3 นะคะ นักเรียนจะต้องเห็นความสำคัญนะคะ ในการใช้คำราชาศัพท์อย่างถูกต้องค่ะ (คุณครูชลภักดิ์)อย่างที่คุณครูบอมบอกนะครับ ในวันนี้นะครับ นักเรียนจะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานนะครับ เกี่ยวกับคำราชาศัพท์เป็นเพียงคำราชาศัพท์น่ารู้ เราไม่ได้เรียนลึกถึงขั้นที่ว่าหลักการใช้คำราชาศัพท์ใช้อย่างไรใช้กับใครนะครับ เราจะเรียนเพียงแค่พื้นฐานนะครับแค่จากหมวดหมู่เพียงเล็กน้อยนะครับนักเรียนนักเรียนลองคัดแยกนะครับ เกี่ยวกับคำราชาศัพท์นักเรียนทราบหรือยังครับ นักเรียนปลายทางทราบหรือยังครับ ว่าคำราชาศัพท์คืออะไรไหนใครทราบแล้วบ้าง จากที่ครูนำเข้าสู่บทเรียนมานะครับ ยกตัวอย่างคำว่า "เครื่องทรง" แล้วก็แต่งประโยคให้นักเรียนทราบหรือยังว่าคำราชาศัพท์คืออะไรถ้ายังไม่ทราบนะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับคำราชาศัพท์ ให้นักเรียนสังเกตแล้วก็ตั้งใจฟังด้วยนะครับนักเรียน ถ้าพร้อมแล้วไปดูเลยครับ [เสียงดนตรี]สวัสดีครับน้อง ๆ กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ น้อง ๆ บางคนอาจจะสงสัยว่าคำราชาศัพท์คืออะไร ทำไมเราถึงต้องใช้คำราชาศัพท์กับพระมหากษัตริย์หรือราชวงศ์ เราจะมารู้จักกับคำราชศัพท์และตอบข้อสงสัยของน้อง ๆ ถ้าพร้อมกันแล้วไปดูกันเลยครับวันนี้เวลา 09.30 น. กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ให้บทสัมภาษณ์พิเศษคุณยายคะ ทำไมคำพูดดูยาก ๆ จังเลยคะปริมไม่ค่อยเข้าใจเลย (คุณยาย)ก็คำพูดพวกนี้เป็นคำพูดที่ใช้พูดกับพระมหากษัตริย์คำพูดพวกนี้ด้วยล่ะคะ (คุณยาย) ก็เพราะพระมหากษัตริย์ไทยมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยมาอย่างสืบเนื่องยาวนานทุกสมัยถ้อยคำและภาษาที่ใช้ในราชวงศ์จึงมีลักษณะเฉพาะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกย่อง เทิดทูน และแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เราเรียกถ้อยคำและภาษาที่ใช้นี้ว่า "คำราชาศัพท์"ราชาศัพท์ซึ่งอาจใช้คำแตกต่างกันไปตามลำดับขั้นจ้ะขั้น // คำราชาศัพท์นี้มีคำว่าอะไรบ้างคะ //คำว่าอะไรบ้างคะ คำราชาศัพท์นี่สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกลุ่มแรกก่อนดีกว่า นั่นก็คือคำราชาศัพท์ที่เป็นคำนาม"พระบรม", "พระราช" หรือ "พระ" นำหน้าเช่น คำว่า "พระบรมราชโองการ"โองการหรือพระราชเสาวนีย์หมายถึง คำสั่งพระบรมมหาราชวัง หรือพระราชวังหมายถึง บ้าน, ที่อยู่พระบรมราชชนนี หรือพระราชชนนี หมายถึง แม่พระบรมราโชวาท หรือพระราโชวาทหมายถึง โอวาทพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระรูป หมายถึง รูปถายพระราชดำรัสหรือพระดำรัส หมายถึง คำพูดพระราชสาส์นหมายถึง จดหมายพระราชโทรเลข หมายถึงโทรเลข [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]พระเชษฐภคินีหมายถึง พี่สาวพระโอษฐ์ หมายถึงปากพระหัตถ์ หมายถึงมือพระปฤษฎางค์ หมายถึงหลัง พระโอสถหมายถึงยารักษาโรค ต่อมาคือคำราชาศัพท์ที่เป็นคำกริยา ที่มีคำว่า "ทรง" นำหน้าคำว่า "ทรงพระดำเนิน" หมายถึงเดิน ทรงพระราชนิพนธ์ ทรงพระนิพนธ์ หรือทรงนิพนธ์หมายถึง แต่ง นั่นก็คือการแต่งหนังสือ แต่งคำประพันธ์ เป็นต้นทรงพระผนวช หรือทรงผนวชหมายถึงบวช ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล หรือ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลหมายถึง ทำบุญทรงศึกษา หมายถึงเรียนทรงงาน หมายถึงทำงานทรงพัฒนาหมายถึงพัฒนานอกจากนี้ก็ยังมีคำราชาศัพท์ที่ไม่ต้องมีคำว่าพระราช, พระ หรือทรงนำหน้า เพราะเป็นคำราชาศัพท์อยู่แล้ว (ปริม) มีคำว่าอะไรบ้างคะคุณยาย // เช่น คำว่าตรัส, พระราชทาน, ประทานโปรด, ประทับ, เสร็จ,สวรรคต เป็นต้นและต่อไป คือ คำราชาศัพท์ที่มีคำว่า "เสด็จ" นำหน้า และมีกรณีที่ใช้คำกริยาสามัญตามหลังเรามาดูคำที่มีคำว่า "เสด็จ" นำหน้ากันดีกว่าเช่น คำว่า "เสด็จขึ้น",เสด็จไป, เสด็จกลับและกรณีที่มีเสด็จนำหน้า แต่ใช้คำกริยาสามัญตามหลัง เช่น คำว่าเสด็จพระราชดำเนินขึ้น,เสด็จพระราชดำเนินลงยากจังเลยนะคะคุณยาย (คุณยาย) ไม่ยากเลยถ้ารินศึกษาตั้งใจเพิ่มเติมก็จะทำให้รินทำได้จ้ะ //รู้จักกับคำราชาศัพท์กันไปแล้วก็ใช้ให้ถูกต้องด้วยนะครับและในวันนี้ก็หมดเวลาแล้วต้องลาไปก่อนสวัสดีครับ (คุณครูชลภักดิ์) สื่อวีดิทัศน์นี้นะครับ ได้ทำก่อนที่จะมีการเฉลิมพระปรมาภิไธยนะครับปรมาพิทัยนะครับพระนามนะครับ พระนามของเชื้อพระวงศ์นะครับ หรือพระบรมวงศานุวงศ์นะครับยังเป็นพระนามเดิมอยู่ ซึ่งเป็นสมเด็จพระเทพฯ นะครับพระนามใหม่คุณครูจะอ่านให้ฟังดังนั้นะครับ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหาวชิราลงกรณวรราชภักดีสิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติสยามบรมราชกุมารีที่คุณครูอ่านไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ เป็นพระนามใหม่ของสมเด็จพระเทพฯ นะครับนักเรียน ในวันนี้ครูโอก็จะมาอธิบายความหมายของคำราชาศัพท์กันก่อนหมายนะครับนักเรียน คำราชาศัพท์ก็คือคำที่ใช้กับพระราชสาีที่ใช้กับพระราชา แต่ในปัจจุบันนะครับที่กว้างมากขึ้น โดยสามารถที่ใช้กับระดับบุคลต่าง ๆ ซึ่งมีด้วยกัน 5 ระดับดังนี้นะครับ ก็คือใช้กับพระมหากษัตริย์นะครับ คือ ระดับที่สูงสุดเลย ต่อมา 2. เชื้อพระวงศ์หรือพระบรมวงศานุวงศ์นะครับลำดับที่ 3 นะครับ ใช้กับ พระสงฆ์ที่มีสมนศักดิ์นะครับและก็ยังมีคำสุภาพ และคำศัพท์ที่ใช้กับพระสงฆ์นะครับ ต่อมาลำดับที่ 4 นะครับนักเรียนก็คือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แล้วก็ก็ใช้กับสามัญชนหรือสุภาพชนทั่วไปนะครับนักเรียนนักเรียนครับ ในส่วนของคำราชาศัพท์นั้นนะครับ อย่างที่บอกเดิมที่ก็เป็นคำพูดที่สามัญชนอย่างเรานะครับ หรือสุภาพชนนะครับ ใช้สื่อสารกับพระมหากษัตริย์นั่นเอง ต่อมาครับ นักเรียนครับ คำราชาศัพท์นี่ ลักษณะคำราชาศัพท์นี่ เป็นลักษณะคำจะแสดงออกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ในคำราชาศัพท์นั้นก็อาจจะมีคำยืมที่มาจากภาษาต่างประเทศด้วยซึ่งเราจะต้องใช้ให้ถูกกับระดับและชนชั้นทางสังคมนะครับนักเรียน เรามาดูอันแรกเลยครับนักเรียนนักเรียนครับ หมวดคำราชาศัพท์ เดี๋ยววันนี้ครูบอมจะอธิบายใช่ไหมครับ (คุณครูวาสนา) ค่ะ สำหรับในหมวดแรกของคำราชาศัพท์นะคะ ก็คือหมวดของเครือญาตินั่นเองค่ะ แล้วก็สำหรับในหมวดที่ 2 นะคะนักเรียน หมวกร่างหายนะคะ หมวดที่ 3 ค่ะ คือ หมวดเครื่องใช้ค่ะ หมวดที่ 4 ค่ะ หมวดคำกริยาและหมวดที่ 5 นะคะ คือ หมวดของคำสรรพนามซึ่งในวันนี้นะคะ คุณครูโอนี่ มีการแบ่งหมวดหมู่มาให้นักเรียนเรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเราจะให้คุณครูโอนี่ช่วยอธิบายนะคะ ว่าแต่ละหมวดหมู่มีคำว่าอะไรบ้างนะคะ (คุณครูชลภักดิ์) ครับนักเรียนครับ จากที่คุณครูบอมได้บอกนักเรียนว่าคำราชาศัพท์นี่ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 หมวดด้วยกันนะ เรามาดูหมวดแรกครับหมวดแรกหมวดอะไรครับนักเรียน หมวดเคลือญาตนั่นเองเรามาดูตัวอย่างของคำในหมวดเครือญาตินะครับ คำแรกเลยที่นักเรียนเจอ ก็คือพระปัยกานะครับ ก็คือปู่ทวด, ตาทวด นั่นเอง คำต่อไป พระอัยกาก็คือ ย่าทวดเขาจะเน้นนะครับ เขาจะเน้นก็คือพระบิดา กับพระชนก พระชนนีและพระมารดา พระบิดาแปลว่าใครครับนักเรียนแปลว่าพ่อนั่นเอง พระชนนีและพระมารดาแปลว่า แม่นะครับนักเรียน ซึ่งตรงนี้ข้อสอบมักจะออกด้วย ซึ่งตรงนี้คุณครูจะพูดในลักษณะนะครับ ส่วนนักเรียนสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้นะครับ จากใบความรูู้นะครับนักเรียนครับ ต่อมานครับ สิ่งที่สำคัญเลยในหมวดเครือญาติพระเชษฐานี่ แปลว่าพี่ชาย พระกนิษฐาหรือพระกนิษฐานะครับ แปลว่าน้องสาวนั่นเองพระโอรสก็แปลว่าลูก ครูบอมอยากทราบไหมครับถ้าเป็นลูกสาวใช้คำว่าอะไร (คุณครูวาสนา) เอ๊ ครูบอมยังไม่ทราบเลยค่ะ ว่าคำว่าลูกสาวแปลว่าอะไร นักเรียนปลายทางตอบได้ไหมคะ (คุณครูชลภักดิ์) ไหนปลายทางคนไหนตอบได้บ้างเอ่ย ว่าราชาศัพท์ว่าอะไรครับ บางคนตอบถูกนะครับลูกสาวจะใช้คำว่า "พระธิดา" นั่นเองครับ ต่อมาครับหมวดที่ 2 นั่นก็คือหมวดร่างกาย หมวดร่างกาย นักเรียนลองมาเรียนรู้ด้วยกันนะครับ หมวดร่างกายก็จะอยู่บริเวณใบหน้านะ เอามือมาอยู่ตรงบริเวณใบหน้า พระกันตแปลว่า หู นักเรียนลองเอามือจับหูตัวเองสิแต่เราไม่ใช้คำว่า "พระกรรณ" เราเป็นสุภาพชนเป็นคนทั่วไปเราจะใช้คำว่า "หู" นะผมนะ ถ้าเส้นพระเกศาแปลว่า เส้นผมลองเอามือจับนะครับ จับตาม พระเนตรแปลว่าตาเอามือจับที่ตาครับนักเรียน ถ้าบอกว่า "ม่านพระเนตร"หมายถึงม่านตานะครับ อันนี้เข้าใจนะครับ พระโอษฐ์คืออะไรครับ ก็คือปากนะครับ พระหัตถ์แปลว่า มือ ถ้าเป็นพระหัตถ์ ก็แปลว่ามือ พะรอุระก็แปลว่าอกนั่นเองนะครับผ่านไปนะครับนักเรียน ในหมวดของราชาศัพท์ที่เป็นเครื่องใช้พระมหากษัตริย์ก็มีเครื่องใช้ทั้งเครื่องใช้ส่วนตัวแล้วก็เครื่องใช้ส่วนรวมนะครับ เรามาดูกันนะครับนักเรียนคำราชาศัพท์หมวดเครื่องใช้ เอาอันดับแรกเลย ก็คือเสื้อผ้า ถ้าคำราชาศัพท์จะใช้คำว่า "ฉลองพระองค์"ถ้าเป็นกางเกงจะใช้คำว่า "พระสนับเพลา" นะครับถ้าเกิดเป็นผ้าเช้ดหน้านะ ก็ใช้คำว่าซับพระพักตร์ เพราะคำว่า "พระพักตร์" ก็หมายถึงหน้าซับพระพักตร์ก็จะเป็นผ้าเช็ดหน้า ถ้าผ้าเช็ดตัวเราจะไม่เรียกว่า "พระวรกาย" เราจะใช้คำว่า "ซับพระองค์" ก็หมายถึงทั้งตัวเลยนะลูกต่อมาถ้าเกิดบอกว่าฉลองพระเนตรตา ฉลองพระเนตรก็หมายถึงแว่นตาหมายถึง ตัว ฉลองพระองค์ก็จะหมายถึงอะไรครับนักเรียน ฉลองพระองค์ก็หมายถึงเสื้อผ้าหน้าผมทั้งหมดถ้าเป็นรัดพระองค์ก็หมายถึงเข็มขัดที่นักเรียนควรรู้นะครับ เป็นคำราชาศัพท์ที่นักเรียนควรจะรู้นะครับนักเรียน หมวดต่อไปหมวดคำกริยานั่นเอง ลองนึกดูสิคำกริยาคืออะไร คำกริยา คือ คำที่แสดงกริยาอาการต่าง ๆ ใช่ไหมครับ คำที่แสดงกริยาต่าง ๆของเรานะครับ ของสิ่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้นหมวดกริยานะครับ ก็จะมีอยู่ด้วยกันดังนี้ เช่น เสด็จ แปล่วาไป เสด็จ แปลว่าไป ไปไหนได้บ้าง ไปศึกษาดูงาน ฃไปทรงงาน ประมาณนี้นะครับนักเรียน ถ้าเดินเราจะใช้คำว่า "พระราชดำเนิน" ก็คือเดินเพราะว่าดำเนินนะครับ แปลว่าเดินเคยได้ยินบ่อยไหม ในหลวงพระราชทานสิ่งของให้แก่ประชาชนที่ทุกข์ยาก พระราชทานแปลว่าให้นั่นเอง คำว่า "โปรด"โปรดปราน นักเรียนเคยโปรดปรานอะไรไหมชอบนะครับ เราจะใช้คำว่า "โปรด" นะครับนักเรียนต่อมา ถ้าเป็นนอนล่ะครับ เราก็ใช้บรรทมนะครับนักเรียน แล้วก็ทรงยืนก็คือยืนนั่นเองนะครับต่อมาครับนักเรียน หมวดคำสรรพนามหมวดนี้จะยากหน่อยนะครับ หมวดนี้จะยากหน่อยนะครับ นักเรียนตั้งใจดูให้ดีนะ หมวดคำสรรพนามนี่ถ้าเราสมมติตัวเราเป็นผู้พูด สมมติตัวเราเป็นผู้พูด เรากำลังพูดกับกษัตริย์นะ เรากำลังพูดอยู่กับพระมหากษเราต้องแทนพระมหากษัตริย์ว่า... ไม่ใช่ครับ ขออภัยครับ ถ้าเราพูดกับพระมหากษัตริย์เราต้องแทนตัวเองว่าข้าพระพุทธเจ้า หรือถ้าพูดกับพระสงฆ์ หรือพูดกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เราก็แทนว่า กระผม, ดิฉํนนั่นเอง ต่อมาครับ ถ้าเราพูดกับพระมหากษัตริย์นะต่อมานะ ถ้าเราพูดกับพระมหากษัตริย์เราต้องแทนว่าใจ้ฝ่าลต้องแทนพระมหากษัตริย์ว่า "ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท"ธุลีพระบาท แต่ถ้าลดหลั่นลงมาเป็นเจ้านายชั้นสูงหรือพระบรมวงศานุวงศ์ นักเรียนต้องพูดว่า ฝ่าพระบาทต้องแทนพระองค์ว่า "ฝ่าพระบาท" ต่อมาหรือพระสงฆ์ที่มีสมนศักดิ์ ใช้คำว่า"พระคุณเจ้า" และถ้าเกิดว่าเป็นการพูดอื่น ๆที่เป็นการกล่าวถึง เป็นสรรพนามพระมหากษัตริย์เราจะใช้คำว่า "พระองค์"นะครับนักเรียน หรือถ้าเกิดกล่าวถึงพระสงกล่าวถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เราจะใช้คำว่า "ท่าน" นะครับเป็นอย่างไรบ้าง นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำราชาศัพท์แล้ว ได้รู้เกี่ยวกับตัวอย่างของคำราชาศัพท์แล้ววันนี้ครูมีกิจกรรมนะครับ กิจกรรมให้นักเรียนได้เล่นกันนะครับ ส่วนจะเป็นกิจกรรมอะไรนั้นนักเรียนติดตามได้เลยนะครับ นักเรียนครับ วันนี้ครูมีเกมมาให้นักเรียนเล่นนะครับ ซึ่งเกมนี้มีชื่อว่า "เนื้อคู่อยู่ไหนนั่นเอง ซึ่งเป็นเกมจับคู่คำราชาศัพท์กับรูปภาพให้ถูกต้อง ซึ่งคุณครูโอนะครับ ได้เลือกหมวดร่างกาย ซึ่งเป็นหมวดที่ง่ายที่สุดแล้วก็นักเรียนก็คุ้นเคยมากที่สุด แและนักเรียนก็สามารถที่จะปฏิบัติกิจกรรมได้นั่นเองจึงเลือกหมดร่างกายนะครับ มาเล่นเกมเนื้อคู่อยู่ไหนกับนักเรียนนักเรียนพร้อมหรือยังครับ กับเกมเนื้อคู่อยู่ไหนวิธีการเล่นก็คือข้อที่ 1 นักเรียนต้องอ่านบัตรคำราชาศัพท์นะครับ อ่านให้เข้าใจทั้งหมด 10 คำ และข้อที่ 2 นักเรียนต้องไปดูรูปภาพนะครับ ดูรูปภาพอย่างนี้ เป็นรูปภาพกับคำสมมตินะครับ นักเรียนจับคู่เท้ากับพระบาท อันนี้ครูไม่รู้นะนักเรียนคิดว่าถูกต้องนักเรียนก็เขียนลงในสมุดนะครับเขียนลงในสมุดว่าพระบาท คือ เท้านะครับนักเรียนสามารถจับกลุ่มกันเล่นได้นะครับ หรือหรือวันนี้เราจะแบ่งเป็นชาย-หญิงดี ใครเห็นมีหลายคนเห็นด้วยที่จะแข่งกันเป็นชาย-หญิงเพราะฉะนั้น วันนี้แยกกลุ่มนะครับ แยกเป็นกลุ่มผู้ชายและกลุ่มผู้หญิงนะครับ โดยเราจะมาแข่งกันเล่นเกมจับคู่คำราชาศัพท์ถ้าพร้อมแล้วครูโอให้เวลาจับคู่1 นาทีพอไหมครับ หลายคนบอกว่าเยอะเกินไปเยอะเกินไป ฉะนั้น เอาแค่เวลา40 วินาทีนะครับ ถ้าพร้อมแล้ว แบ่งทีมหรือยังครับแบ่งเป็น 2 ฝ่ายหรือยังครับผู้ชาย-ผู้หญิง ถ้าพร้อมแล้วเริ่มจับเวลาเป็นอย่างไรบ้างครับนักเรียนชาย-หญิงนะ ตอนนี้นักเรียนน่าจะทำกิจกรรมเสร็จแล้วนะครับ เข้าสู่การเฉลย ครูโอจะมาเฉลยนะครับ จะมาเฉลยเกมเนื้อคู่อยู่ไหนดูสิ ว่ารูปภาพกับบัตรคำนะครับคำไหนจะเป็นเนื้อคู่กันบ้าง คำแรกก็คือคำว่า"พระบาท" ครูโอหยิบคำว่าพระบาทแปลว่าอะไรเอ่ย ใช่ไหมไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่ ที่ถูกต้อง ก็คือพระบาทแปลว่าเท้าถ้าใครถูกก็ทำเครื่องหมายถูก ให้คะปลายทางนะครับ รบกวนคุณครูปลายทางนะครับดูแลการทำกิจกรรมของนักเรียนนะครับให้คะแนนนักเรียนได้นะครับ ประเมินความถูกต้องนะครับนักเรียนต่อมาเนื้อคู่ คู่ที่ 2 คู่แรกผ่านไปแล้ว พระบกับเท้า คำที่ 2ก็คือคำว่า "พระเกศา"พระเกศาแปลว่าอะไรเอ่ยรู้ไหม พระเกศาแปลว่าเส้นผมนั่นเอง เสียบปรบมือดังมากนี่แสดงว่าคะแนนสูสีกันมากทีเดียวนะครับนักเรียนพระเกศา แปลว่า ผม ต่อไปนะครับ ต่อไปเนื้อคู่นะครับเนื้อคู่คู่ที่ 3 พระนาสิกพระนาสิกแปลว่าอะไรนะ พระนาสิกแปลว่า แปลว่า จมูกนะครับ ไหนครูถูกบ้าง ใครถูกมือก็ปรบมือให้ตนเองได้ด้วยนะครับนักเรียน คู่ที่ 3ผ่านไปนะครับ คู่ที่ 3 ผ่านไป ต่อมาคู่ที่ 4 เนื้อคู่คู่ที่ 4 ก็คือคำว่า "พระทนต์" พระทนต์แปลว่าอะไรครับใครรู้บ้างพระทนต์ แปลว่าฟันนะครับนักเรียน สังเกตลูกศรนะครับชี้เข้าไปตรงฟันนะครับ พระทนต์ แปลว่า ฟันต่อไปเนื้อคู่คู่ที่5 เนื้อคู่คู่ที่ 5 ก็คือพระเศียรนะครับ พระเศียร พระเศียร หมายถึงศรีษะ หรือว่าหัวนั่นเอง นักเรียนตอบถูกไหมเอ่ยนี่ดูส่วนที่วงกลมสีแดงนะครับไว้นั่นคือหัวนะครับ ไม่ใช่ผมนะครับ ไม่ใช่ปิ่นด้วยศีรษะนะครับนักเรียน ต่อมานะครับต่อมา เนื้อคู่ คู่ที่ 6 ก็คือคำว่า"พระหัตถ์" พระหัตถ์แปลว่ามือ ไม่ต้องไปดูสีนะ ว่าเป็นสีดำสีขาวแปลว่า มือนะครับนักเรียน เฉลยมือนะครับนี่ อันนี้น่าจะเป็นมือแม่กับมือลูกมือผู้ใหญ่กับมือเด็ก ต่อมานะครับ เนื้อคู่คู่ที่ 7 คู่ที่ 7 ก็คือคำว่าพระศอ พระศอ สังเกตง่าย ๆพระศอนี้ถ้าตัดหางของ ศ. ศาลา ออกหมายคนตอบได้เลยนะ คอนั่นเองพระศอแปลว่า คอ เห็นลก็คือคอ ต่อมาครับ เนื้อคู่คู่ที่ 8ก็คือพระเนตรพระเนตรแปลว่าอะไรครับ จำได้ไหมในคำสอนครูก็สอนไปแล้วนะครับฉลองพระเนตร แปลว่า แว่นตา พระเนตรตานะครับ ก็คือตานั่นเอง สังเกตลูกศรชี้เข้าไปที่ตานะครับ วิธีการจำก็คือต. เต่า สระอา ก็คือตานั่นเองต่อมานะครับ ต่อมา จะสุดท้ายแล้วไหนใครถูกหมดเลย ฝั่งผู้ชายว่าอย่างไรครับถูกกี่คะแนนแล้วครับ ถูกกี่ข้อกี่คะแนนแล้วครับ ได้คะแนนเยอะมากนะครับ ปรบมือให้ตนเองเก่งมากเลยลูก ต่อมาครับ เนื้อคู่คู่ที่ 9 พระกรรณนะมี 2 ตัว อะไรบ้างมี 2 ข้างตาไม่ใช่ ตาไปแล้วพระเนตรแขน แขนไม่มี ในนี้ไม่มีรูปแขนใบหู ใบหูมีหูซ้ายหูขวานี่พระกรรณนะครับ แปลว่าหู ถูกกันบ้างไหมครับเรามาถึงเนื้อคู่คู่สุดท้ายแล้วจนหมดแล้วนะ จนมาถึงข้อสุดท้ายแล้ว ก็คือคำว่า "พระโอษฐ์ คำราชาศัพท์คำสุดท้ายแล้ว คือ พระโอษฐ์เหลือใบสุดท้ายก็คือปากนั่นเองไม่ใช่ริมฝีปากนะ พระโอษฐ์ หมายถึง ปากเป็นอย่างไรบ้างครับนักเรียน ฝ่ายชายได้กี่คะแนนครับ คุณครูปลายทางบันทึกคะแนนด้วยนะครับ ฝ่ายชายได้คะแนนเท่าไรบันนะครับ ใครชนะวันนี้นะครับ ก็ชื่นชมนะครับชื่นชมส่วนทีมไหนแพ้ ไม่เป็นอะไรครับ ครั้งหน้าสู้กันใหม่นะครับนักเรียน [เสียงดนตรี]