[เสียงดนตรี] (คุณครูชลภักดิ์) สวัสดีครับ (คุณครูวาสนา) สวัสดีค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) สวัสดีคุณครูที่อยู่ปลายทางทุกท่าน และสวัสดีนักเรียนปลายทางที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบกับครูโอครูชลภักดิ์ คงกำเนิด และคุณครู... (คุณครูวาสนา) สวัสดีค่ะ ครูวาสนโพธิวงค์ หรือว่าครูบอมค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) วันนี้ครูโอมีเรื่องเรื่องหนึ่งมาให้นักเรียนอ่าน ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น นักเรียนพร้อมหรือยัง ไหนใครพร้อมแล้วยกมือขึ้น (คุณครูวาสนา) พร้อมแล้วค่ะ ครูบอมก็พร้อมแล้วค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ครูบอมก็พร้อมแล้ว (คุณครูชลภักดิ์) ครูบอมก็พร้อมแล้วเพราะฉะนั้น เรามาดูกันเลยว่าบทอ่านบทนี้ ชื่อวาบทอะไร ส.ค.ส.ปี 2535 จากในหลวงรัชกาลที่ 9 อันนี้เป็นชื่อ ส.ค.ส. เป็นหัวข้อของ ส.ค.ส. นั่นเองต่อมา เรามาดูเนื้อหากันนะครับ นักเรียนตามองมาที่จอทีวีนะครับ นักเรียนอย่าละสายตานะมองดี ๆ อ่านพร้อมกัน พรุ่งของวัน เรามุ่งดี ไม่หมกมุ่นบรรทัดแรกจบไปแล้ว ต่อมาบรรทัดที่ 2 นะครับ นักเรียนปลายทางวานของพรุ่ง เราเพียรดี ไม่เกียจคร้านบรรทัดที่ 3 พรุ่งทั้งวานก็ย่อมดีมีสุขสันต์นักเรียนครับ อ่านจบแล้วนักเรียนเข้าใจไหมครับว่า ส.ค.ส นี้ หมายถึงอะไรมากเลยค่ะ เด็ก ๆ มันมีคำว่า "พรุ่ง" กับคำว่า "วาน"อยู่ทั้ง 2 บรรทัด หรือทั้ง 3 บรรทัดเลยอย่างวรรคแรกใช่ไหมคะครูโอ พรุ่งของวานครูบอมสงสัยว่า พรุ่งนี้ของเมื่อวานคือวันนี้ใช่ไหมคะ (คุณครูชลศักดิ์) นักเรียนครับที่ครูบอมพูด พรุ่งนี้ของเมื่อวานคือวันนี้ นักเรียนคิดเหมือนครูบอมไหมครับ สำหรับครูโอแล้วคิดเหมือนกัน ใช่เป็นคำตอบที่ถูกต้องเลยนะครับ พรุ่งนี้ของเมื่อวานก็คือวันนี้ ก็คือปัจจุบันนั่นเอง (คุณครูวาสนา) ค่ะ ใช่แล้วค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ครูบอมสงสัยตรงไหนอีกที่ 2 นะคะ วานของพรุ่งนะคะ ก็คือเมื่อวานของวันพรุ่งนี้ ก็หมายถึงวันนี้อีก ใช่ไหมคะ (คุณครูชลศักดิ์) เมื่อวาน เมื่อวานนะ เมื่อวานของวันพรุ่งนี้ (คุณครูวาสนา) ค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) สรุปแล้ว คือวันนี้นั่นเอง (คุณครูวาสนา) สรุปก็คือทั้ง 2 บรรทัดหมายถึง วันนี้นั่นเองใช่ไหมคะ (คุณครูชลภักดิ์) ใช่ครับ ไม่ว่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ของเมื่อวานหรือเมื่อวานของวันพรุ่งนี้ (คุณครูวาสนา) ค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ก็คือวันนี้นั่นเองนะคะ และวันนี้นักเรียนก็ได้อยู่กับครูโอและครูบอมแล้วนะครับ แล้วบรรทัดที่ 3 พรุ่งทั้งวาน ก็หมายถึงวันพรุ่งนี้หรือเมื่อวานนี้ (คุณครูวาสนา) หรือว่าวันนี้ (คุณครูชลภักดิ์) ใช่ ก็ย่อมดีมีสุขสันต์ตั้งใจทำงานใช่ไหม มุ่งมั่นพากเพียรไม่ว่าวันไหน ตามจริงครูโอมองว่าไม่ใช่ทั้งเมื่อวานทั้งวันนี้ก็จะทำให้เรามีความสุขนะครับ (คุณครูวาสนา) ค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) เรามาดูคำถามนะครับนักเรียน บทอ่านนี้ชื่อว่าอะไรครับ (คุณครูวาสนา) เมื่อสักครู่นี้ที่ครูบอมอ่านพร้อมนักเรียนนะคะ มันขึ้นต้นด้วย ส.ค.ส. ปี 2535 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช่ไหมคะทีนี้ครูบอมมั่นใจค่ะ ว่าชื่อเรื่องต้องเป็น ส.ค.ส. แน่นอน แต่ครูบอมยังสงสัยนะคะ ว่า ส.ค.ส ย่อมาจากอะไร นักเรียนปลายทางสงสัยแบบครูบอมไหมคะ ถ้าเราสงสัยเหมือนกัน เดี๋ยวเราจะรบกวนให้คุณครูโอนะคะ ช่วยตอบคำถามของครูบอมค่ะ ว่า ส.ค.ส. ย่อมาจากอะไร (คุณครูชลภักดิ์) ครับ นักเรียนครับ ก่อนที่เรามาดูเฉลยคำตอบกันเลยนะครับ ที่ครูบอมตอบมาเมื่อสักครู่นี้ถูกต้องนะครับ ส.ค.ส. ปี 2535 นั่นเอง ส.ค.ส ย่อมาจาก ฟังดี ๆ นะ ส่งความสุข ส. เสือ ตัวแรกย่อมาจากคำว่า "ส่ง" ค. ควาย ย่อมาจากคำว่า "ความ" และ ส. เสือ ตัวสุดท้าย ย่อมาจากคำว่า "สุข" พูดพร้อมกันครับ ส่งความสุขนั่นเองเข้าใจแล้วนะ ครูบอมเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ (คุณครูวาสนา) ค่ะ เข้าใจแล้วว่า ส.ค.ส. จะย่อมาจากคำว่า "ส่งความสุข" นั่นเองค่ะและ ส.ค.ส นี่ จะได้รับในตอนไหนคะครูโอ (คุณครูชลภักดิ์) ได้รับในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่นั่นเอง เรามักจะมอบ ส.ค.ส. ให้กันในช่วงปีใหม่ถ้าพร้อมแล้วต่อมาคำถามข้อที่ 2 นะครับ นักเรียนคำถามข้อที่ 2 คำถามก็คือเนื้อหาของบทอ่านเมื่อสักครู่ ส.ค.ส.. บทอ่านเมื่อสักครู่นี้ เนื้อหากล่างถึงสิ่งใดครับ เรามาดูว่าเหมือนกับที่นักเรียนคิดหรือเปล่านะครับ เนื้อหาเขาจะบอกว่าให้เรามุ่งทำความดี ไม่ว่าจะเป็นวันนี้พรุ่งนี้เราก็ทำดีได้ ถ้ายิ่งทำได้ทุกวันดีไหมครับครูบอม (คุณครูวาสนา) ยิ่งทำทุกวันยิ่งที่เลยค่ะ (คุณครูวาสนา) ทำทุกวันยิ่งดีนะครับ เป็นการส่งเสริมคุณธรรมอย่างหนึ่งด้วยนักเรียนนะครับ การทำความดีมุ่งมั่นทำความดีด้วยในการที่จะเราจะต้องมีความเพียรพยายามในการทำความดี โดยที่ไม่ต้องเลือกวัน วันไหนก็ทำได้นะครับ แล้วก็จะทำให้เรามีความสุขด้วย (คุณครูวาสนา) ใช่ค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) สำหรับการอ่านเมื่อสักครู่นี่ นักเรียนอ่านแล้วนักเรียนเข้าใจ นักเรียนตอบคำถามได้ แสดงว่านักเรียนรู้เรื่อง (คุณครูวาสนา) ใช่ (คุณครูชลศักดิ์) นักเรียนสามารถจับประเด็น จับใจความสำคัญเมื่อสักครู่ได้ ส.ค.ส. เมื่อสักครู่ได้ จึงตอบคำถามได้ค่อนข้างจะถูกต้องนักเรียนปลายทางครับ การเรียนในวันนี้มีจุดประสงค์ดังนี้ครับ ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องบอกหลักการอ่านจับใจความ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นกับเรื่องที่อ่านได้ อย่างเช่น เมื่อสักครู่นี้ นักเรียนอ่านเรื่อง ส.ค.ส นักเรียนก็วิเคราะห์ได้แล้วก็แสดงความคิดเห็นได้ด้วย (คุณครูวาสนา) ค่ะ (คุณครูชลศักดิ์) ต่อมาข้อที่ 2 นะครับ ด้านทักษะนะครับ นักเรียนต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการอ่านจับใจความวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นนะครับ ต่อมาจุดประสงค์ข้อที่ 3 นะครับ ข้อสุดท้ายแล้วเมื่อนักเรียนอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว จับใจความเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว นักเรียนก็ควรที่จะนำความรู้ นำข้อคิดที่ได้นะครับ ไปประยุกต์ใช้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต ให้ถูกต้องให้เหมาะสม การเรียนวันนี้นะครับ ให้นักเรียนนำไปประยุกต์ใช้ด้วยนะครับ นี่คือจุดประสงค์ทั้ง 3 ข้อ ต่อมานะครับก่อนที่จะไปเข้าสู่เนื้อหานั้นนะครับ คุณครูมีวีดิทัศน์การอ่านจับใจความสำคัญมาให้นักเรียนดู โดยที่เมื่อนักเรียนฟังและดูแล้วนะครับจับประเด็นสำคัญให้ได้ว่าในวีดิทัศน์นี้เขาอธิบายเกี่ยวกับอะไรครับ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลยครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) การอ่านจับใจความสำคัญ เราสามารถของเรื่องได้ โดยหาประโยคใจความสำคัญของย่อหน้า ย่อหน้าหนึ่งจะมีประโยคที่เป็นใจความสำคัญและประโยคที่ขยายใจความสำคัญหลายประโยค ซึ่งอาจเป็นการยกตัวอย่าง อธิบายความหรือเปรียบเทียบ บางย่อหน้าประโยคใจความสำคัญเขียนไว้ต้นประโยคใจความสำคัญอยู่บางย่อหน้าประโยคใจความสำคัญอยู่ของย่อหน้า ขณะที่บางย่อหน้า ประโยคใจความสำคัญอยู่ทั้งตอนต้นและตอนท้ายย่อหน้าประโยคใจความสำคัญ อาจจะอยู่ที่หรืออยู่ทั้งตอนต้นและตอนกลางของย่อหน้าก็มีตัวอย่างเช่นการอ่านจับใจความสำคัญที่อยู่ตอนต้นการถนอมอาหาร ช่วยให้เรามีอาหารรับประทานทุกฤดู เช่น มีมะม่วง, มีทุเรียน รับประทานตลอดปี แต่จะเป็นมะม่วงกวน มะม่วงแผ่น มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่มหรือทุเรียนกวน ซึ่งมีรสชาติแตกต่างกับมะม่วงและทุเรียนสด ๆ ตัวอย่างต่อไป ตัวอย่างการอ่านจับใจความ สำคัญที่อยู่ตอนต้นและตอนท้าย การใช้ดินประสิวในอาหารมากเกินไปจะทำให้เกิดพิษต่อทางเดินอาหาร มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วงอุจจาระเป็นเลือด แล้วก็ทำให้ปวดศีรษะนอกจากนั้น ดินประสิวอาจะทำให้เกิดสารชื่อไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งด้วย และตัวอย่างสุดท้าย คือ ตัวอย่างการอ่านจับใจความสำคัญที่อยู่ตอนตั้น ตอนกลาง และตอนท้าย ขนมประเภทกวน, เชื่อม แช่อิ่ม จะมีรสหวานมากบางครั้งจะมองเห็นน้ำตาลติดเป็นเกล็ดขาว เช่นมะตูมเชื่อม, กล้วยกวน, ฟักแช่อิ่มจะเก็บไว้รับประทานได้หลายวันโดยไม่เสีย การทำอาหารในลักษณะนี้ จะช่วยเป็นการช่วยให้มีอาหารมากชนิดขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการประหยัดรายจ่ายและยังมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย (คุณครูชลศักดิ์) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์นะครับ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญนะครับ ของสื่อการสอนครูโอ๋นะครับ นักเรียนครับหลังจากที่นักเรียนได้ฟังและดูสื่อวีดิทัศน์เมื่อสักครู่นี่ครับ นักเรียนได้รับประเด็นอะไรบ้างนักเรียนได้เห็นประเด็นสำคัญอะไรบ้างที่อยู่ในวีดิทัศน์เมื่อสักครู่นี้นะครับ หลัก ๆ เลยก็เกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญนั่นเอง ซึ่งเดี๋ยวครูบอมนะครับ จะเป็นผู้สรุปสั้น ๆ นะครับ สรุปสั้น ๆที่ได้จากวิดีโอเมื่อสักครู่นี้นะครับ เกี่ยวกับการจับใจความสำคัญนั่นเอง (คุณครูวาสนา) ค่ะ สรุปแล้วนะคะ จากเราดูวีดิทัศน์แล้วนะคะ เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญนะคะ การอ่านจับใจความสำคัญคือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิดของเรื่องนะคะ เพื่อดูว่าข้อคิดของเรื่องนั้นนะคะ กล่าวถึงเรื่องใดเป็นสำคัญนั่นเองค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ครับ นักเรียนครับ ฟังและดดูวีดิทัศน์เมื่อสักครู่นี้ นักเรียนก็น่าจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการอ่านจับใจความและอ่านจับประเด็นได้คล้ายกับครูบอมไหมครับ ที่คุณครูบอมสรุปมาให้นักเรียนนี่นะครับ สรุปให้สั้นลงก็จะได้รู้เกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญที่มากขึ้นนะครับต่อมาครับ นอกจากเรารู้ความหมายแล้วครับครูบอม เราจำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับหลักการอ่านจับใจความสำคัญด้วย วันนี้ครูโอก็มาสรุปหลักการอ่านจับใจความสำคัญนะครับ ให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้งนะครับ ก่อนที่ครูโอจะสรุปนั้น ครูโอก็อยากจะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนด้วย นักเรียนดูวีดิทัศน์ 2 วีดิทัศน์เมื่อสักครู่นี้นักเรียนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน ไหนนักเรียนคนไหนบอกครูได้บ้างครับนักเรียนปลายทางคนไหนบอกครูได้บ้าง ว่าหลักการอ่านจับใจความสำคัญข้อที่ 1 คืออะไรบ้าง สรุปสั้น ๆ ก็ได้ครับ ถ้าตอบได้ยกมือตอบเลยครับนักเรียน ยกมือตอบกับคุณครูปลายทางได้เลยครับนักเรียนเรามาดูของครูโอข้อแรก ครูโอสรุปให้สั้น ๆ ดังนี้นะครับ ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็แล้วแต่จะอ่านเรื่องใดก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย นิทานข้อความต่าง ๆ นะครับ หรืองานเขียนทั่ว ๆ ไป นักเรียนควรที่จะมีการตั้งมุ่งหมายให้ชัดเจนใช่ไหมครับครูบอม ครูบอมครับการตั้งมุ่งหมายมีข้อดีไหมครับ (คุณครูวาสนา) แน่นอนนะคะ การตั้งจุดมุ่งหมายย่อมมีข้อดี อย่างเช่น ครูบอมจะหยิบหนังสือสักเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านนะคะเล่มโปรดของครูบอมนะครับ ครูบอมชอบอ่านวรรณคดีครูบอมก็ตั้งจุดมุ่งหมายว่าครูบอมอ่านไปเพื่ออะไร แน่นอนว่าเป็นหนังสือวรรณคดี เราก็ต้องอ่านเพื่อความรู้ ความเพลิดเพลินค่ะ (คุณครูชลศักดิ์) ครับ ขอบคุณมากครับครูบอมข้อที่ 2 นักเรียนจะต้องศึกษาเรื่องที่อ่านให้เข้าใจตั้งจุดมุ่งหมายแล้ว ศึกษานี่ก็คือขั้นที่ว่าศึกษาเรื่องที่อ่านเนื้อหาอ่านเรื่องนั้นทำความเข้าใจในเรื่องนี้สื่อความหมายว่าอย่างไรนั่นเองต่อมาครับ ข้อที่ 3 อ่าน อ่านพร้อมกันครับรู้สึกว่าคุณครูโออ่านคนเดียวเลย นักเรียนปลายทางไม่ช่วยครูอ่านเพราะฉะนั้น ข้อที่ 3 ให้ทุกคนอ่านดังนี้ครับ อ่านหรือยังครับนักเรียนอ่านพร้อมกันนะครับ ข้อที่ 3 นั่นก็คือ อ่านเรื่องหรือเนื้อหาอย่างคร่าว ๆ นะ นักเรียนจะอ่านโดยละเอียดก็ได้ หรือจะอ่านคร่าว ๆ ก็ได้ แต่อ่านให้เข้าใจนะถ้านักเรียนอ่านเข้าใจนักเรียนก็จะสามารถจับประเด็นหรือใจความสำคัญได้ใช่ไหมครับ ครูบอม (คุณครูวาสนา) ใช้แล้วค่ะต่อมาข้อที่ 4 เขาบอกว่าเมื่อเราอ่านเสร็จเราต้องตั้งคำถามไหน ใครบอกสิครับว่าอย่างไร ครูบอมตอบได้ไหมครับ (คุณครูวาสนา) ถ้าตั้งคำถามใช่ไหมคะถ้าสมมติว่าเราอ่านเรื่องหนึ่งไปนะคะ เราต้องตั้งคำถามว่าเนื้อเรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนะคะหรือว่าถ้าเป็นนิทาน ตัวละครในเรื่องนั้นเป็นอะไีหรือตัวละครในเรื่องเป็นใคร ได้ไหมคะครูโอ (คุณครูชลภักดิ์) ได้ครับ นักเรียนปรบมือให้ครูบอมหน่อยครับปรบมือให้คุณครูบอมด้วย ครูบอมอธิบายได้เข้าใจมากเลยนะครับ ว่าการตั้งคำถามนะครับ เกี่ยวกับที่เราอ่าน ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร ซึ่งก็เป็นคำถามง่าย ๆเป็นคำถามพื้นฐาน ในการอ่านเรื่องต่าง ๆ นั่นเองต่อมาข้อที่ 5 เหนื่อยกันหรือยังครับนักเรียนเรามาดูเกี่ยวกับหลังการอ่านข้อที่ 5 ตั้งคำถามแล้ว นักเรียนก็ต้องสรุป สรุปใจความนะครับ สรุปใจความสั้น ๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญจริง ๆ นะครับ ของเรื่องที่อ่านหลังจากนั้น ก็นำมาเขียนนะครับ ข้อที่ 6 นำมาเขียนเขียนใจความสำคัญลงในช่องว่างหรือลงในหนังสือ หรือลงในใบงานก็ได้ ถ้านักเรียนได้ทำใบงานก็สรุปใจความสำคัญลงในใบงานนะครับ (คุณครูวาสนา) ครูโอคะทั้งหมดนี้... (คุณครูวาสนา) ครูบอมมีข้อสงสัยค่ะใช่ไหมคะ แล้วเรานำใจความสำคัญ เราขีดเส้นใต้ไว้แล้วว่าตรงไหนเป็นใจความสำคัญใช่ไหมคะ แล้วเวลาสรุปน่ะค่ะ เราต้องสรุปเป็นสำนวนที่เราดูของเขาหรือว่าเป็นสำนวนของตัวเราเองคะ (คุณครูชลภักดิ์) ถ้าให้ดีที่สุดนะครับ เราควรสรุปด้วยสำนวนภาษาของเราเองสรุปด้วยสำนวนภาษาของเราเอง ดีมากเลยครับ นักเรียนมีข้อสงสัยอย่างอื่นไหมครับ วันนี้ครูบอมก็มีข้อสงสัยครับ เพื่อขยายความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการอ่านจับใจความสำคัญ ต่อมานะ เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับตำแหน่งของใจความสำคัญนักเรียนคิดว่าตำแหน่งของใจความสำคัญนี่มีกี่ตำแหน่งดูเฉลยกันเลย ว่ามีกี่ตำแหน่งนั่นเองโผล่มาแล้ว 1 ตำแหน่ง1 ตำแหน่ง ใครที่ตอบ 1 ตำแหน่งก็ยังถูกถ้าเกิดว่ามันไม่มีอะไรโผล่ขึ้นมา โผล่มาอีกแล้ว1 ตำแหน่งนะครับ ตำแหน่งแรก ก็คือตอนต้นของย่อหน้าตำแหน่งที่ 2 ก็คือตอนกลางของย่อหน้า ตอนนี้บางคนดีใจแล้ว ฃคนไหนที่ตอบ 3 ตำแหน่งนี่ บางคนอาจจะดีใจแล้วแต่ก็ไม่แน่อาจจะมี 4 ตำแหน่งโดยเพิ่มตรงนี้ก็ได้เรามาดูกันนะครับ ตำแหน่งต่อไปตอนท้ายของย่อหน้า หมดแล้วครับคลิกไม่ไปแล้วครับ กดไม่ไปแล้วครับ แสดงว่าหมดแล้วตำแหน่งของใจความสำคัญนะครับ โดยพื้นฐานจะมีด้วยกันอยู่ด้วยกัน 3 ตำแหน่งครับครูบอม จะมีตอนต้น ตอนกลาง แล้วก็ตอนท้ายของย่อหน้านั่นเอง ครูบอมเข้าใจหรือยังครับ (คุณครูวาสนา) อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ (คุณครูชลศักดิ์) ต่อมานะครับนักเรียน เรามาช่วยกันค้นหาใจความสำคัญ ครูบอมพร้อมจะช่วยครูโอไหมครับ (คุณครูวาสนา) พร้อมแล้วค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) นักเรียนปลายทางพร้อมไปช่วยครูโอค้นหาใจความสำคัญหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วดูที่หน้าจอ คำสั่ง คือให้นักเรียนอ่านข้อความนะครับ ที่ปรากฏในจอนี่แล้วบอกใจความสำคัญให้ถููกต้อง ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราอ่านพร้อมกันนะครับ ป้ามสมศรีเป็นแม่ค้าขายถ่านอัดแท่งอยู่ที่ตลาดนัดริมแม่น้ำ ทุกวันป้าสมศรีจะขนถ่านไปขายที่ตลาด และเมื่อตกเย็นก็จะขนถ่านไปเก็บไว้ที่บ้านของตนเอง ไหนใครอ่านไม่ทันใครยังอ่านไม่เข้าใจ ครูโอให้อ่านอีก 1 รอบอ่านในใจเลยครับ นักเรียนอ่านเลยครับนักเรียน อ่านเลยนะครับ ครูบอมพร้อมที่จะบอกใจความสำคัญหรือยังครับ (คุณครูวาสนา) ครูบอมต้องตอบแล้ใใช่ไหมคะอย่างนั้น ครูบอมตอบเป็นการย่อหน้าแล้วกันนะคะป้าสมศรีจะขนถ่านไปขายที่ตลาดใช่ไหมคะ (คุณครูชลภักดิ์) เอ๊ นักเรียนครับ ครูบอมบอกว่าใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า นั่นก็คือป้าสมศรีจะขนถ่านไปขายที่ตลาดนัดนักเรียนคิดเหมือนครูบอมไหมครับ ไหนใครคิดเหมือนกับครูบอม ยกมือครับนับก่อนมีประมาณ 3-4 คน ไหนใครคิดต่างจากครูบอมบ้างครับ มีเป็นบางคนนะครับ ก็มีประปรายนะครับ ก็มีนักเรียนที่คิดเหมือนครูบอมเพราะฉะนั้น เรามาดูเฉลยกันนะ (คุณครูวาสนา) เดี๋ยวก่อนค่ะสรุปแล้วครูบอมตอบถูกหรือผิดคะ (คุณครูชลภักดิ์) ยังไม่กล้าบอกว่าตอบถูกหรือตอบผิดนะครับ (คุณครูวาสนา) ขอตอบใหม่ว่าใจความสำคัญของย่อหน้านี้อยู่ต้นย่อหน้า ตรงที่บอกว่า "ป้าสมศรีเป็นแม่ค้าขายถ่านทัดแท่งค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ครูบอมเปลี่ยนคำตอบ เปลี่ยนใจเพราะตอนแรกอาจจะยังไม่ถี่ถ้วนใช่ไหมครับ (คุณครูวาสนา) ใช่ค่ะ (คุณครูชลศักดิ์) นักเรียนเป็นบ้างไหมครับ บางครัเราอาจจะยังไม่รอบคอบ อาจจะยังไม่เข้าใจนะครับ อาจจะยังไม่เข้าใจ ไม่ผิดนะครับ ไม่ผิดเลย คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ถ้านักเรียนได้อ่านใหม่อีกรอบ แล้วลองจับประเด็นใหม่แล้วเราจับใจความสำคัญได้ใหม่ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเลยนะครับนักเรียน เรามาดูเฉลยกันนะครับ ว่าที่ครูบอมตอบเมื่อสักครู่นี้ถูกหรือผิดนะครับ ก่อนที่จะเฉลยนั้นครูโอถามก่อนคำถามแรกว่าป้าสมศรีมีอาชีพอะไร ถ้านักเรียนอ่านข้อความเมื่อสักครู่นี้ นักเรียนต้องตอบได้ว่าป้าสมศรีมีอาชีพอะไรก. ไก่ แม่ครัว ข. ไข่ขายถั่ว เป็นแม่ค้าขายถั่วค. ควาย เป็นแม่ค้าขายถ่าน เอาใหม่นะ ก.แม่ครัว ข. ไข่ เป็นแม่ค้าขายถั่วและ ค. ควายเป็นแม่ค้าขายถ่าน ไหนใครตอบ ก. ไก่ยกมือขึ้น ไม่มี แน่นอนล่ะ ป้าสมศรีอาจจะเอาถ่านไปก่อไฟทำกับข้าวเป็นแม่ครัวก็ได้นะครับลองวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งนะนักเรียนต่อมา ข. ไข่ขายถั่วแน่นอนหลายคนไม่ตอบข้อนี้คนละความหมาย ต่อไป ค. ควายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ประมาณเกือบทั้งห้องที่ตอบ ค. ควาย นั่นก็คือขายถ่าน ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้องนะครับถูกต้อง เก่งมากเลย ปรบมือให้ตัวเองด้วยปรบมือให้ตัวเองด้วย เก่งมากเลย ต่อมาถึงจุดสำคัญแล้ว ครูบอมรอลุ้นมานานครูบอมลุ้นมากว่า... เชื่อเลยว่าไม่ใช่แค่ครูบอม นักเรียนปลายทางและครูปลายทางก็ลุ้นอย่างเช่นคุณครูปลายทางนี่ลุ้นว่าของตัวเองตอบถูกหรือเปล่า แล้วก็ตัวนักเรียนปลายทางปลายทางเองก็อาจจะลุ้นว่าตัวเองตอบถูกหรือเปล่านะครับ เรามาดูเฉลยพร้อมกันนะ ใจความสำคัญของข้อความนี้ ก็คือป้าสมศรีเป็นแม่ค้าขายถ่านอัดแท่งอยู่ที่ตลาดนัด ซึ่งที่ครูบอมตอบมาก็ถูกนะครับ เพราะว่ามีข้อความซ้ำและเหมือนกับข้อความจริง ปรบมือให้คุณครูบอมด้วย (คุณครูวาสนา) โชคดีจริง ๆ เลยค่ะ ที่กลับไปอ่านซ้ำแล้วเปลี่ยนคำตอบนะคะ ไม่อย่างนั้นจะต้องเสียคะแนนไปแน่เลยค่ะ (คุณครูวาสนา) ค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) ครูโอสงสัยทำไมครูบอมจึงตอบถูก ตอนแรกครูบอมตอบผิดเพราะอาจจะเข้าใจผิดแล้วครูบอมกลับมารู้ กลับมารู้ได้อย่างไรครับ (คุณครูชลภักดิ์) แบบนี้ ตอนแรกนะคะ ครูบอมไม่ได้ตั้งใจอ่านนะคะ มันถึงเวลาที่จะต้องตอบ ก็เลือกมาสักประโยคหนึ่งแล้วก็ตอบแต่พอมีโอกาสได้แก้ตัว คือ ได้อ่านซ้ำอีกรอบหนึ่งนะคะ เลยวิเคราะห์ว่าจริง ๆ แล้วใจความสำคัญอยู่ตรงไหนกันแน่ก็เลยขอครูโอเปลี่ยนคำตอบนะคะ (คุณครูชลศักดิ์) ครับเห็นไหมครับนักเรียน ครูบอมสามารถที่จะเปลี่ยนคำตอบได้ เพราะว่าอ่านแล้วครั้งแรกไม่เข้าใจ การจับใจความนี่ ถ้าเราอ่านครั้งแรกไม่เข้าใจนี่นักเรียนปลายทางก็เช่นเดียวกัน ถ้าครั้งที่ 1 ยังไม่เข้าใจนักเรียนก็อ่านครั้งที่ 2 หรือ 3 นะครับ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นแล้วก็จับใจความสำคัญให้ได้ การที่เราเราจะไปทำกิจกรรมพัฒนาการอ่านจับใจความนั้น วันนี้คุณครูโอมีนิทาน (คุณครูวาสนา) ค่ะ (คุณครูชลศักดิ์) ครูบอมครับ ครูบอมอยากฟังนิทาน อยากเล่านิทานไหมครับ (คุณครูวาสนา) อยากฟังนิทานค่ะ (คุณครูชลภักดิ์) วันนี้ครูโอกับครูบอมนะครับ มาอ่านนิทานอีสปให้นักเรียนฟัง ส่วนจะเป้นเรื่องใดนั้นนะครับ เดี๋ยวจะให้นักเรียนอ่านพร้อมครูบอมด้วย ถ้าพร้อมแล้วนะครับ ไปกันเลยครับ วันนี้ครูโอนะครับ มีนิทานอีสปมาอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็ให้นักเรียนจับใจความสำคัญจากการอ่านด้วยนะครับ ขอทบทวนก่อนนะครับ เกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ นักเรียนจะต้องรู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหนอย่างไร ซึ่งเป็นพื้นฐานนะครับ ในการอ่านจับใจความสำคัญเลยก็ว่าได้นะครับนักเรียน อย่าลืมนะครับใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไรนะครับ ถ้านักเรียนพร้อมแล้วนะครับ ครูจะอ่านนิทานอีสปเรื่อง หมาป่ากับลูกแกะให้นักเรียนฟังนะครับ เช้าตรู่วันหนึ่งลูกแกะหลงฝูงมายืนกินน้ำอยู่ที่ที่ริมลำธารในป่า และในตอนเช้าวันเดียวกันนั่งเอง หมาป่าเดินลงมาจากต้นน้ำเพื่อล่าเหยื่อไม่ช้าไม่นานมันก็เห็นเจ้าแกะน้อยตัวนั้น หมาป่าคิดจะกินลูกแกะจึงหาข้ออ้างเพื่อปลิดปีวิตของลูกแกะมันจึงพูดว่า "เจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงมากวนน้ำในลำธารของข้าขุ่นสมควรถูกลงโทษ" หมาป่าตระโกนเกี้ยวกราด (คุณครูวาสนา) "ข้าอยู่ปลายน้ำ ท่านอยู่ต้นน้ำท่านได้อย่างไร" (คุณครูชลภักดิ์) เจ้าแกะน้อยพูดเรื่องโกหกข้า (คุณครูวาสนา) ข้าจะไปโกหกท่านไปอย่างไร ในเมื่อข้าเพิ่งเกิด" (คุณครูชลภักดิ์) เจ้าแกะน้อย (คุณครูชลภักดิ์) แกะน้อยตบ หมาป่าไม่สนใจคำพูดของแกะน้อยและรีบขย่ำเจ้าแกะน้อยกินเป็นอาหารทัอาหารทันทีนักเรียนครับ เราอ่านนิทานอีสปเรื่อง หมาป่ากับลูกแกะนะครับโดยเป็นการอ่านที่คุณครูโอและครูบอมอ่านให้ฟังนักเรียนปลายทางลองนะครับ ลองพิจารณาร่วมกัน เกี่ยวกับใครทำอะไรที่ไหน ลองช่วยกันค้นหาใจความสำคัญดูสิครับถ้าใครนั่งเป็นคู่ก็ช่วยกันจับใจความสำคัญ ถ้าใครอ่านเป็นกลุ่ม ก็ช่วยกันระดมความคิดนะครับ นักเรียน นะช่วยกันหาใจความสำคัญของเรื่องนี้ เดี๋ยวครูโอมาเฉลยคำตอบกันนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูชลภักดิ์) หลังจากที่นักเรียนได้ฝึกทำกิจกรรมการจับใจความสำคัญของนิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลูกแกะไปแล้วนะครับ กิจกรรมหลักในวันนี้ก็คือกิจกรรมพัฒนาการจับใจความสำคัญของนักเรียนนะครับ ซึ่งคุณครูโอได้คัดเลือกให้นักเรียนทำใบงานที่ 5 เฉพาะตอนที่ 2 เป็นอย่างเดียวนะครับ แล้วก็ตอนที่ 2 อย่างเดียวส่วนตอนที่ 1 นั้น นักเรียนสามารถนำไปทำเป็นการบ้านเป็นใบงานทบทวนได้นะครับ ซึ่งใบงานที่ 5 ตอนที่ 5 นั้น เขียนระบุใจความสำคัญที่คุณครูให้อ่านนะครับนักเรียน คำชี้แจงกิจกรรมให้นักเรียนทำใบงานที่ 5 ตอนที่ 2 นะครับ โดยกำหนดเวลาทำงาน เพียง 15 นาทีนะครับนักเรียน ส่วนคุณครูนะครับ ขอความกรุณานะครับ แจกใบงานที่ 5 สังเกตการทำงานของนักเรียนประเมินการอ่านวิเคราะห์แสดงความคิดเห็น ซึ่งนักเรียนครับ ขณะที่นักเรียนทำใบงาน จับใจความ ค้นหาใจความแล้ววิเคราะห์ข้อความแล้วก็แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับในใบงานตอนที่ 2 ได้ด้วยนะครับ ส่วนตรงนี้เป็นใบงานนะครับ ซึ่งครูโอได้สรุปออกมาเป็นข้อ ๆ ให้นักเรียนนะครับ ข้อที่ 1 นะครับ ข้อที่ 2 นะ ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 นี่ ทุกข้อเลยที่นักเรียนได้อ่านแล้วก็สรุปใจความสำคัญว่าใจความสำคัญนั้นอยู่ตอนไหน จำได้ไหมครับมันมีกี่ตำแหน่ง 3 หรือ 4 ตำแหน่งครับ มี 3 ตำแหน่ง ก็คือตอนต้น ตอนกลาง แล้วตอนท้ายนะครับ นักเรียนอ่านแล้วก็จับใจความนะครับ ทั้งหมดนี้ก็คือตอนที่ 2 นะครับ เป็นใบงานที่ 5 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนได้ทำกันนะครับถ้าพร้อมแล้วนะครับนักเรียน นักเรียนทำใบงานตอนที่ 2 เวลา 15 นาทีนะครับ [เสียงดนตรี]Ր