(ล่าม) คุณครูสวัสดีค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) สวัสดีจ้า พี่การ์ตูนสวัสดีจ้า (ล่าม) ทางนู้นฝนตกไหมคะ (อาจารย์พิเชนทร์) ตกแล้ว (ล่าม) อาจารย์สวัสดีค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ไปตกแถวภาคเหนือ ภาคกลางไม่ใช่หรือน้ำท่วมเลยแถวนั้น (ล่าม) ทางนี้กำลังตกเลยค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) อีสานตกแค่อีสานใต้เลยขึ้นไปโน่นเลย เมืองเลย เพชรบูรณ์โน่นเลย สกลฯ ไม่โดนก็น้ำท่วมปีนี้ก็เหมือนปี 2560 (ล่าม) ฮัลโหลค่ะ อาจารย์พ่อได้ยินเสียงล่ามไหมคะ ล่ามได้ยินเสียงชัดไหม พี่การ์ตูนได้ยินเสียงชัดไหม (ล่าม) ได้ยินแต่ได้ยินบาง ๆ ค่ะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) ทำไมได้ยินบาง ๆ (ล่าม) สักครู่นะคะ เดี๋ยวลองปรับของการ์ตูนดูสิ (อาจารย์พิเชนทร์) โอเคนะ ก็เหมือนปี 2560 ที่ท่วมสกลนครแบบนี้ล่ะ อะไรนะ น้ำล้นสันเขื่อน จริง ๆ เขื่อนแตก (ล่าม) อ๋อ (อาจารย์พิเชนทร์) สกลฯ ก็เหมือนกันปีนั้น ไม่แจ้งว่าเขื่อนแตก ไม่อย่างนั้นเขาก็อพยพ (ล่าม) ขนของทันไหมคะ อ.พ่อ(อาจารย์พิเชนทร์) ไม่ทันสิ สกลนครก็จมเลย 2 เดือน (อาจารย์พิเชนทร์) ตอนนั้นทีมงาน ดร. โป้งก็โทรฯ มาก็โทรศัพท์มาหาอาจารย์ ติดต่อไม่ได้เพราะเขาตัดไฟ เหมือนปี 2554 เหมือนกันค่ะ กรุงเทพ(มหานคร) กำแพงราชภัฎสกลนคร พังแล้วน้ำมันพักทะลุเข้ามาไง (อาจารย์พิเชนทร์) แต่ผมมาอยู่ข้างบนเนินก็เลยไม่ท่วม ก็เลยไม่โดน แต่ข้างล่างท่วมหมด (ล่าม) อาจจะได้ยินเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ ๆ นะคะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) ฟ้าร้องที่สกลนครนี่เปิดไม่ได้นะ ต้องปิดเครื่องเลย ไม่อย่างนั้นฟ้าผ่า ก็กำลังทยอยเข้ามานะ สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้ใช้เพราะว่าพาเด็กกลุ่มหนึ่งนี่เข้าไปปฏิบัติการในห้องแล็บ (ล่าม) เด็ก ๆ ไปห้องแล็บใช่ไหมคะ (อาจารย์พิเชนทร์) ก็มีประมาณ 8 คน พาเข้าไปห้องแล็บพาไปเตรียมเครื่อง เพราะเครื่องไม่ได้ใช้นานกลัวมันเสียก็เลยพาไปเปิดเครื่องพาไปปรับแต่ง Windows ให้มันเร็วขึ้นอะไรพวกนี้ (ล่าม) ก็เด็ก ๆ ก็ตื่นเต้นได้ใช้เครื่องแต่เทอมหน้าก็คงเอาเข้ามาเต็มดูจากสัปดาห์ที่แล้วพื้นฐานน้องน้อยมาก ไม่มีเลย ใช้เครื่องยังไม่ได้นะครับ เพราะว่าบางคนก็ไม่กล้าใช้กลัวเครื่องเสียง กลัวเครื่องพังนะครับ ก็ค่อย ๆ ปรับไปนะครับ บางคนไม่กล้าจับ (ล่าม) ความจริงต้องใช้หมดนะ อ. พ่อ นะ (อาจารย์พิเชนทร์) ใช่ต้องใช้ เทอมหน้าต้องใช้อีก หลายวิชาเพราะว่าเทอมหน้าก็ต้องสอนเขาตั้งแต่ Basic เปิด Windows ใช้ทุกอย่างน่ะ ให้เขามีสกิลที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเด็กมันไม่ได้ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เพราะเทอมหน้าก็ (ล่าม) เขามาปฏิบัตินะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) ใช่ ๆ ปีหน้าก็ศูนย์ดูแลคนพิการก็เปิด 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เอาส่วนนั้นล่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เพิ่มสกิลให้กับน้อง ๆ ลูก ๆ เรา ถ้าเกิดทางท้านอบรมหู ก็คงน่าจะได้ใช้บริการกันอยู่หรอก(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เพราะว่าศูนย์นั้นก็จะเป็นศูนย์ที่ดูแลคนพิการทั้งจังหวัดสกลนคร (อาจารย์พิเชนทร์) การ์ตูนสนใจมาเป็นวิทยากรให้ได้ไหม ภาษามือ มาไหม (ล่าม) วิทยากรอะไรคะ (อาจารย์พิเชนทร์) มาไหม วิทยากรภาษามือ มาเที่ยวสกลฯ หน่อย เพราะอะไร เพราะล่ามของเรานะครับ ก็มันเป็นล่ามภาษาถิ่นและน้อง ๆ เขาไม่ได้จบทางล่ามมาโดยตรงพี่เก๋ พี่แต๋ม เขาเป็นการศึกษาพิเศษนะ ไม่จบโดยตรง ก็เผื่อพี่การ์ตูนว่าง ๆ เดี๋ยวจะทำหนังสือเชิญมานะครับ ก็มีค่าเดินทาง ค่าที่พัก ทุกอย่าง ทุกอย่างตามระเบียบราชการ สนใจไหมเผื่อมาเที่ยวสกลนครพี่การ์ตูนปิดไมค์น่ะ พี่การ์ตูนไม่เปิดไมค์ (ล่าม) อ๋อ ค่ะ ไปเยี่ยมเด็ก ๆ ด้วยค่ะ พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) ใช่ ๆ จะได้นั่งเครื่องบินมาเลย ไม่ต้องนั่งรถมาเสียเวลา (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เด็ก ๆ จะได้เจอตัวเป็น ๆ (ล่าม) หนูก็อยากเจอเด็ก ๆ ตัวเป็น ๆ ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) สวัสดีแฝด ๆเดี๋ยวประมาณปีหน้าจะเชิญมา เดี๋ยวเชิญมาเป็นวิทยากรให้ ถ้าเชิญวิทยากรที่เป็นล่ามที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ เราสามารถเบิกจ่ายได้มากกว่า เงินไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ พี่การ์ตูนเราเดี๋ยวผมไปขอจากสมาคมเขา (อาจารย์พิเชนทร์) สมาคมมูลนิธิเยอะแยะ มีองค์กรที่เขา Support เราอยู่ เผื่อจะได้มาเที่ยวสกลนคร อาจารย์แม่พาไปซื้อผ้าครามใส่กันสวย ๆ (ล่าม) อยากไปมากค่ะ ด้วยความยินดี เด็ก ๆ ก็คุ้นเคยกับพวกเราแล้วไง (ล่าม) ใช่ ๆ (อาจารย์พิเชนทร์) จะได้เจอกัน จะได้ไอ้โน่นไอ้นี่กัน (อาจารย์พิเชนทร์) เพราะว่าจากที่เราใช้มา ส่วนหนึ่งที่เด็กมาเรียนเพิ่มก็จากล่ามพวกเรานี่ล่ะ เพราะว่าเขาได้สื่อสารกับรุ่นพี่รุ่นน้องว่าเราไม่เหมือนที่อื่น เพราะเราไม่ได้ใช้ล่ามในห้องอย่างเดียว เราใช้ล่ามออนไลน์ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) พอล่ามออนไลน์ก็เหมือนพี่แฝดอย่างนี้คุยกับผมเป็นภาษาท้องถิ่น พอคุยกับพี่การ์ตูนก็เป็นภาษากลาง ได้ค่ะ ๆ จริง ๆ หนูก็อยากเรียนรู้หลายภาษานะคะ แบบสุงสิงบ้างอยากจะเข้าไปเรียนรู้ภาษาถิ่นของอาจารย์พ่อบ้าง อะไรอย่างนี้ค่ะ อยากกลืนเหมือนคนในครอบครัว (อาจารย์พิเชนทร์) เดี๋ยวเจอกันปีหน้าแน่นอน ปีหน้า เดี๋ยวจัดการให้ (ล่าม) ได้เลย (อาจารย์พิเชนทร์) ครับ ๆ ขอบคุณมาก (ล่าม) ค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) คงมากันพอสมควรแล้ว วันนี้คงไม่สอนหนักนะครับ เพราะว่าพ่อเห็นใจพวกเรานะ มันเป็นวิชาที่มีแต่ทฤษฎีผมก็คงไม่สอนหนักมาก เพราะว่าเทอมหน้าก็จะเจอกันอยู่แล้วนะครับ อีกวิชาหนึ่ง ซึ่งวิชาเทอมหน้านั้นก็จะเน้นให้พวกเรานี่ประกอบเครื่องได้ ซ่อมบำรุงเครื่องได้ได้นะครับ ก็คือไปประกอบอาชีพได้นะครับ ซึ่งก็อยากจะฝากพวกเราทุกคนนี่ล่ะอาจารย์แม่ก็บอกว่าพวกเราทุกคนต้องหัดพิมพ์สัมผัสนะครับ ก็ต้องหัดพิมพ์สัมผัส เพราะถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้นะครับ เราก็จะมีสกิลเพิ่มมากขึ้น เวลาไปทำงานก็จะง่ายมากขึ้นนะครับ เพราะว่าตอนนี้ก็มีข่าวดีนะครับ สำหรับพวกเรานะครับ ศูนย์ไปรษณีย์นะครับ ศูนย์ไปรษณีย์ที่สกลนคร กำลังสร้างนะครับ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมปีหน้านะครับ ซึ่งศูนย์ไปรษณีย์นะครับ ซึ่งก็พอดีเรามีรุ่นพี่ของเรา พ่อก็เอาไว้ก็เขาจะรับด้านหูหนวกของเรานะครับ เข้าทำงานมองว่าถ้าใครไม่เลือกงานนะครับ ทำงานที่ไปรษณีย์ก็ 450 ก็ถือว่าเยอะนะครับ วันละ 450 บาทต่อวันนะครับ แล้วก็อาทิตย์หนึ่งนี่ทำงานอยู่ 6 วัน หยุดวันอาทิตย์ 1 วันนะครับ ปลายปีก็มีโบนัส ถ้าทำดี ๆ ปี 2 ปี บรรจุให้ด้วย ก็ถือว่าเป็นข่าวดีโชคดีว่าอาจารย์พ่อมีลูกศิษย์ที่เป็นระดับรองผู้จัดการ เป็นระดับผู้จัดการ มาว่ายินดีรับพวกเรานะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเป็นนะ ได้ ใครจะเป็น ก็ไม่เป็นอะไร แต่ก็เป็นข่าวดีที่เราถ้าเรียนเสร็จแล้วเราก็ยังมีงานรองรับเราอยู่ใกล้บ้านด้วย ส่วนพี่แฝดก็สกลฯ นาว่า ก็ไม่ไกลมาก ทำงานได้นะครับ ก็อยากฝากพวกเราว่าจงอดทดเอาไว้ เทอมหน้าเจอกัน อย่างเพื่อนเราสัปดาห์ที่แล้วได้เข้าห้องแล็บตื่นตาตื่นใจมากเลยนะครับ หลายคนตกใจนะ มันไม่กล้าใช้ กลัว ใช่ไหม ไข่มุกเขาเคยใช้ ไข่มุกนี่เก่งแล้ว แต่เพื่อน ๆ หลายคนไม่กล้าใช้นะ เพราะว่ายังไม่ค่อยถนัดนะครับ เพราะบางคนเรียนจบมายังไม่เคยใช้เครื่องคอม(พิวเตอร์)เลยนะครับ เดี๋ยวเทอมหน้าก็เต็มรูปแบบนะครับ ซึ่งจะมีหลายวิชาที่เราเรียน อาจารย์พ่อประยุกต์ เขาปรับนะครับเพื่อมาเพิ่มทักษะให้เรานะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ อย่าเพิ่งใจร้อน ทำไมเราเรียนแล้วไม่ได้อะไรเลย เราเพิ่งเรียน ค่อย ๆ ปรับตัวไปครับ วันนี้ก็ขอพูดในสไลด์นอกเรื่องดีกว่านะครับ ไม่ให้เราซีเรียสไม่เอาวิชาการมากนะครับ ก็จะมีสไลด์เรื่องหนึ่งนะครับ รับปากสมาชิกเพื่อนฝูงมาว่าถ้ามีโอกาสก็ให้เผยแพร่นะครับ พูดคุยเรื่องนี้ให้กับลูก ๆ นะครับ ว่ามันเป็นอย่างไรนะครับ ก็คือOpen soพี่การ์ตูน (ล่าม) ตอนนี้ยังไม่เห็นค่ะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) ไม่เห็นหรือ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เอาใหม่ ๆ ต้องแชร์ทั้งหน้าจอนะนี่ หน้าจอ คลิกแค่หน้าต่างมันไม่ขึ้น คลิกหน้าต่างแล้วมันไม่ขึ้น (ล่าม) เห็นแล้วค่ะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) เห็นนะ ก็คือวันนี้จะพูดถึง เทคโนโลยี Open sourse หลายคนก็คงเคยได้ยินนะครับ Open Source ปัจจุบันนี้ก็มีบทบาท จะมีบทบาท จะมีผลกระทบกับเรา ค่อนข้างเยอะนะครับ โดยเฉพาะ เอกคอมพิวเตอร์อย่างเราตัวนี้นะครับ Open Source คืออะไรนะครับ เขาบอกว่า Open Source คือ มีคนให้ความหมายหลายอย่างนะครับ เขาบอก Open soure ก็คือ ซอฟต์แวร์เสรี เสรีคืออะไรครับ ก็คือใครใช้ก็ได้ไม่ได้ว่ากันนะครับ ผู้ใช้มีสิทธิ์แก้ไขได้ ซึ่งปัจจุบันมีเยอะแยะมากมายนะครับ ถ้าเราใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นลิขสิทธิ์นะครับ ยกตัวอย่างเช่น Windows 10, Microsoft Office ต้องเสียเงินในการซื้อลิขสิทธิ์ซื้อ License มาใช้นะครับ แต่ถ้าเป็น Open Source เราไม่ต้องเสียสตางค์ครับ ใช้ได้ฟรี เอามาปรับปรุงได้ พัฒนาได้พัฒนาต่อยอดเสร็จก็นำไปขายต่อซึ่งเดี๋ยวเราเข้ามาในห้องแล็บนะครับ เดี๋ยวผมจะพาพวกเราลงโปรแกรม Open Source หลาย ๆ ตัว ลง Open soure มีอะไรบ้างนะครับ ตัวอย่าง Open Source นะครับ ที่เราใช้กันนะครับ ที่อาจจะล้าสมัยนิดหนึ่งเพราะสไลด์มันเช่น เขาบอก Google เขาใช้ Liไอ้ Google ที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้นะครับ ใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการนะครับ ไอ้ Hotmail นะครับ ใช้ฟรีมี OS ไม่รู้ใครยังใช้อยู่หรือเปล่านะครับ Hotmail เขาบอก 70 เปอร์เซ็นต์ของเว็บ(ไซต์) เป็นเซิร์ฟเวอร์ เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์นะครับ เหล่านี้นะครับ เช่น โทรศัพท์ Motorola Yahoo ใช้ Mysql พวกนี้เป็น Open Source นะครับ คือ ใช้ฟรีนะครับ ไม่ต้องเสียสตางค์นะครับ เขาบอกว่าทำไมเราต้องสนใจ Open Source ก็บอกแล้วก็คือมันไม่ได้เสียสตางค์ครับ ยกตัวอย่างเช่น เราไปกดเงินตามตู้ ATM นึกภาพตามนะครับ ไปกดสตางค์ไม่ว่าจะเ)็นธนาคามันก็จะมีระบบปฏิบัติการอยู่ในตู้ ATM นะครับ ถ้าใครอยากรู้ว่าอะไรอยู่ในตู้ ATM จะมีเครื่องตั้งอยู่ข้างในตู้ เราไม่เห็นหรอกครับ พอเราเปิดครั้งหลังตู้ตั้งโต๊ะอยู่เครื่องหนึ่ง แล้วก็มีเครื่องสำรองไฟอยู่เครื่องหนึ่ง ทำการเปิดขึ้นมา มีหน้าจอตู้ ATM นั้นใช้ระบบปฏิบัติการไหน ของธนาคารส่วนใหญ่ใช้ Windows 3.11 บางคนถามทำไมใช้ Windows 10 Windows 11 ทำไม ธนาคารถึงไม่ใช้ Windows 10 Windows 11 เราอย่าลืมนะครับ ถ้าเราไปใช้ Windows 10, Windows 11 เราจะต้องเสียเงินค่าลิขสิทธิ์เป็นต่อเรื่อง เช่น ธนาคารกรุงไทย มีตู้ ATM อยู่ 20,000 ตู้นะครับสมมติ เราจะต้องซื้อ Windows 10 License นั่นแสดงว่าต้องเสียค่าใช้จ่าย เรามาใช้ซอฟต์แวร์ฟรี Open Source ก็จะไม่ต่จ่ายสตางค์นะครับ จะเห็นได้ว่าองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เขาจะต้องทำการวิจัย เอาง่าย ๆ เหมือนปัจจุบัน ที่เราใช้แอปฯ ต่าง ๆ แอปฯ หมอพร้อม แอปฯ ไทยชนะ นะครับ จริง ๆ แล้วก็ล้วนแต่พัฒนามาจาก Open Source นะครับ แต่เวลาไปทำงานจริง เขาก็ไม่ได้บอกว่าพัฒนาจาก Opensoureแต่พอพัฒนาเสร็จเขาก็มาขาย เห็นไหมครับว่านอกจาก Open Source จะฟรีแล้ว ยังเอามาขายได้นะครับ รูปแบบของการพัฒนา Opensoureก็มีหลักอยู่ไม่เยอะนะครับ ก็คือ 1. หลักการง่าย ๆ ของรูปแบบและการพัฒนา Open Source ก็คือผู้สร้างเปิดเผยซอร์สโค้ด เรารู้จัก Soure Code นะเรียนกับอาจารย์แม่นะ เขียนโปรแกรม เปิดเผย Source Code ก็ทำให้เราสามารถมีสิทธิ์แก้ไขซอร์สโค้ดได้นะครับ แก้ไขให้มันดีขึ้นพัฒนาให้มันดีขึ้น นะครับ มันจึงก่อให้เกิดตัวนี้ขึ้นครับ เกิดชุมนุมของผู้ใช้ ผู้พัฒนา จากพัฒนา 1 คน 2 คน 3 คน 4 คน โปรแกรมหนึ่ง ซอฟต์แวร์หนึ่งอาจจะใช้คนพัฒนา 100 คน 1,000ก็เกิดเป็นชุมชนการพัฒนา เดี๋ยวเข้าห้องแล็บนะครับ เดี๋ยวอาจารย์พ่อจะพาพวกเราไปสมัครเข้าสมาคมโปรแกรมเมอร์ประเทศไทยนะครับ ซึ่งอาจารย์พ่อก็เป็นสมาชิกอยู่นะครับ ลืมรหัสผ่านนะปัจจุบันนะครับ ส่วนใหญ่สมัครพรรคพวก็จะส่งมาที่เฟซบุ๊กว่าตอนนี้พัฒนาอะไรแล้วบ้างนะครับ เพราะมีรุ่นหนึ่งผมเข้าไปพัฒนาร่วม แล้วปรากฎว่า ขาดหายไปจนพรรคพวกถามว่ายังมีอยู่นะครับ อยากจะพาพวกเราเข้าไปเป็นสมาชิกนะครับ เราจะเห็นว่ามีมาก มีตลอดนะครับ แต่ว่าเราขาดการประชาสัมพันธ์นะครับ เขาบอกว่า Open Source ไม่ได้แปลว่า "ฟรี" นะครับ บางคนเข้าใจว่าฟรีอย่างเดียวนะครับ เขาบอกว่า Open Soure นั้นทำเงินได้เหมือนอย่างที่ยกตัวอย่างเมื่อกี้นะครับ เราพัฒนาโปรแกรมจาก Open Source เสร็จ โอเคแล้ว เวิร์กแล้ว เราก็สามารถเอาไปขายได้นะครับ เอาเหมือนสมัยก่อน เกมอะไรจำไม่ได้ที่ฮิตมากนะครับ พัฒนาขึ้นมาจากเด็กที่ชอบเล่นเกมนะครับ พอชอบเล่นมาก ๆ เข้า ก็เลยพัฒนาเกมขึ้นมาขายนะครับ จำชื่อไม่ได้นะครับ ร่ำร่วยไปเลยเด็กคนนั้นนะครับ พัฒนาขึ้นมา เขาบอกเปลี่ยนการขายนะครับ เปลี่ยนการขายผลิตภัณฑ์มาผลิตภัณฑ์ Product มาเป็น Service เรานึกภาพออกนะครับ มาขายบริการแทนจะเห็นว่าทุกวันนี้นะครับ ออนไลน์ทั้งนั้นเลยครับ บางคน ยกตัวอย่างเช่น จากการขายผลิตภัณฑ์มาเป็นใช้อยู่ปัจจุบันอะไรเอ่ย Lazada ใช่ไหมครับ Shopee อเมซอน อะไรพวกนี้ เขาไม่มีของขาย แต่ทำไมเขาถึงขายได่ ก็เขามาขายบริการแทน มา Service แทน เดี๋ยวรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ก็คงเราค่อย ๆ เรียนไป ปี 2 ปี 3 นะครับ ตัวอย่างผู้ให้บริการ Google นะครับ Google เป็น Open Source นะครับ เราสามารถพัฒนาต่อยอดได้ สมัย Google พัฒนาแรก ๆ เราจะเห็นว่าอันนี้บริษัทอะไรนะ ใช้ฟรี ทุกอย่างใช้ฟรีหมด สามารถตั้งบริษัทที่มีความร่ำรวยระดับต้น ๆ ของโลก ณ ปัจจุบันนะครับ มาบอกข้อดีของ Open soure ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเขาให้เราใช้ฟรีนะครับ จ่ายแจกได้ ขายได้ ทำอะไรก็ได้ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์นะคะ แก้ไขปรับปรุงได้เองนะครับ ถ้าเราได้ Open Source มา เราก็เอามาพัฒนาต่อยอดได้นะครับ ทำให้เกิดการแข่งขันพัฒนามากขึ้นเราจะเห็นว่าซอฟต์แวร์ตอนนี้นะครับถ้าพัฒนาจาก Open Source จะพัฒนาไวมาก คนนี้พัฒนาแบบหนึ่ง อีกคนพัฒนาแบบหนึ่ง ก็เกิดการแข่งขันขึ้น พวกเราเองว่าเรามาเรียนสายนี้เราก็ต้องมีพื้นฐานนะครับ ในการเขียนโปรแกรมซึ่งเราก็ค่อย ๆ พัฒนาไป ดู Case Study นะครับ ดูตัวอย่าง ระบบภาษาไทยนะครับ หลายโปรแกรมนะครับ จะมีปัญหาเรื่องภาษาไทย เพราะเป็นซอร์ฟแวร์ต่างประเทศ ถ้าเป็น Open Source นะครับ คนไทยเราก็นำมาพัฒนาครับ ให้เป็นภาษาไทยเราได้แบบสมบูรณ์นะครับ หรือถ้าเป็นคนลาวก็เป็นภาษาลาว เป็นภาษาเขมรเป็นต้น ลดค่าใช้จ่ายนะครับ จะต้องซื้อนะครับ บางคนก็จ่ายเฉพาะค่าอบรมก็เซฟลงไปเยอะนะครับ ก็ไม่ต้องเสียเยอะ จะให้ดูตัวอย่างนะครับ แป๊บหนึ่งนะครับ เราจะลดค่าใช้จ่ายลงได้เยอะนะครับ ค่า... นี่ ตัวนี้ครับ Open Source ไม่ใช่ศัตรู Microsoft ไม่ใช่ศัตรูเข้าใจว่า Open Source คือศัตรูของเขานะ สไลด์นี้ใช้มาเกือบ 7-8 ปีนะครับ ผมสอนวิชาระบบปฏิบัติการเล่าให้พวกเราฟังนิดหนึ่งนะ บริษัท microsoft ส่งโปรแกรมลิขสิทธิ์มาให้ผมอยู่หลายชุดเลยนะครับ เพราะเขาไปเห็นสไลด์แล้ว เห็นผมไปบรรยาย ไปสอนหลายที่เราไม่ต้องง้อ อย่าไปใช้เลย Microsoft เพราะว่า Microsoft ใช้แล้วเสียสตางค์ ไมโครซอฟท์ตกใจไปบอกว่าไม่ให้ใช้ Microsoft เพราะผมบอกว่าถ้าเราใช้ Open Source เราจะไม่ต้องเสียสตางค์เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ เพราะอะไรครับ เพราะ Microsoft ปัจจุบันนี้นะครับ เขาจะไม่เก็บเงินกับสถาบันการศึกษา คือใช้ฟรี ถึงใช้ฟรีเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าสถาบันการศึกษาระดับประถมมัธยมศึกษาก็ตาม เขาก็จะใช้โปรแกรม Microsoft ในการสอนเป็นหลักนะครับ พอใช้เป็นหลัก เท่ากับว่า บริษัทไมโครซอฟท์ ไม่ต้องจ้างคนไปเป็น Trainer ก็คือไม่ต้องจ้างคนไปสอนใช้โปรแกรมเขา เพราะสถาบันการศึกษาทุกทีสอนให้ใช้ Microsoft หมดนะครับ แต่พอ Opensoureเริ่มพัฒนาขึ้นมามากมาย คนก็เริ่มไม่ค่อยใช้ Microsoft โดยเฉพาะบริษัทห้างร้านที่จำเป็นต้องใช้ Microsoftโดยที่เขาไม่ได้ใช้สตางค์ในการซื้อ ดังนั้น หลายองค์กรก็เริ่มหันมาใช้ Microsoft ยอดขายของ Microsoft ก็ตกลงไปนะครับ พอเขาเห็นอย่างนี้ ในสถาบันการศึกษาแม้แต่ราชภัฏสกลนครของเราก็ต้องจ่ายเงินลิขสิทธิ์ให้กับ Microsoft นะครับ ปีนี้ก็ประมาณเกือบ 4 ล้าน ไม่เสียเลยเพราะเราใช้ Open Source บ้างไม่ได้ใช้บ้างนะคับ ผมเองก็เคยไปนำเสนอว่าอย่าไปใช้เลย Microsoft เสียดายสตางค์ 300,000-400,000 เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ปรากฎว่า ไม่ได้นะครับ ปัจจุบันเขาบังคับให้ใช้นะครับ ทำงานได้เหมือน Microsoft ไหม ผมว่า ณ ปัจจุบันนี้บางตัวทำงานได้ดีกว่านะครับ เดี๋ยวถ้าอย่างไรเราเข้ามาเรียนในห้องแล็ฐ เดี๋ยวอาจารย์พ่อจะพาดูว่ามันดีกว่าจริงหรือเปล่านะครับ ก็ค่อย ๆ ว่ากันไป ซึ่งไปบรรยายอย่างนี้ Microsoft ร้องจ๊ากเลยครับ อาจารย์พิเชนทร์ ซึ่งก็ปัจจุบันเครื่องอาจารย์พ่อก็ใช้ปกติ ใช้อะไรก็ตอบตรง ๆ ครับ ว่าใช้ Microsoft ที่เป็นลิขสิทธิ์ ไม่ได้เสียสตางค์ครับ เพราะเขาให้เรามาฟรี อีกอันหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิด Open Source ไม่ใช่ Freeware Freeware คือ โปรแกรมที่ให้ใช้ฟรี ๆ ก็จะมีคำอยู่ นะครับ ที่เราจะเจอกันบ่อย ๆ Shareware/Demo ถ้า Shareware นี่ก็คือรุ่นปกติให้ใช้ฟรีเลยครับ แต่ถ้าคุณอยากใช้งานเต็มที่ คุณต้องเสียสตางค์ นี่คือประเภท Shareware เวลาที่เราไปดาวน์โหลดโปรแกรมอะไรมาก็แล้วแต่ เราจะต้องรู้ด้วยว่า มันเป็นโปรแกรมประเภทไหนเช่น Freeware ไหม หรือว่า Shareware หรือ Open Source อีกอันหนึ่ง ก็คือ Freeware อันนี้ให้ใช้ฟรี แก้ไขไม่ได้ไม่มี Source ใช้อย่างเดียวนะครับ ส่วน Free Software ก็คือให้มาเต็มที่เลยครับ ก็คือให้ฟรี มี Source แก้ไขได้ ส่วน Open Source ฟรีหรือบางทีเสียสตางค์ แล้วก็มี Soure Code ให้ด้วยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจากประสบการณ์ของพ่อเองนะครับ ที่สอนมาปีนี้ก็เข้าปีที่ 24 นะครับ ที่คลุกคลีกับไอ้วงการซอร์ฟแวร์มานี้ ของฟรีไม่มีในโลกนะครับ นี่เป็นเรื่องจริง ที่เขาบอก Freeware มันให้เราใช้ฟรีอยู่ครับ แต่สักระยะหนึ่งไอ้ตัว ฟรีแวร์นั่นล่ะครับ ตัวดีเลยยกตัวอย่าง เช่น โปรแกรมที่เกี่ยวกับ Antiนะครับ มันบอกว่าเป็นโปรแกรม Antivirus ฟรีนะครับ เราก็โหลดมาใส่เครื่องเรา วันดีคืนดีมันก็จะกลายเป็นไวรัสตัวฉกาจฉกรรจ์ที่ทำร้ายเครื่องเรานะครับ ยกตัวอย่างเมื่อวานนะครับ รุ่นพี่เราปี 4 นะครับ ก็ทำโปรเจ็กจะเสร็จแล้วนะครับ เครื่องเปิดมาไม่ได้ ก็ให้พี่ปุ้ยกู้คืนให้ได้แล้ว ก็เป็นอุทาหรณ์ไว้ว่าถ้าเราทำงานข้อมูลอะไรก็แล้วแต่ ณ ปัจจุบันนะครับ เราอย่าเก็บไว้ในเครื่องอย่างเดียวให้เราโยนขึ้นคลาวน์ไว้เลย หรือว่าโยนขึ้น One Drive เราน่ะ ที่เราได้พื้นที่ฟรีมาตั้ง 1 TB นะครับ ก็ฝากพวกเราไว้ด้วยอย่าชะล่าใจนะครับมาดูนะครับ ว่าเราคุ้นเคยไหม Open Source ในท้องตลาด ณ ปัจจุบันมีเยอะแยะมากกว่านี้นะครับ ผมยกตัวอย่างมาให้ดูเฉย ๆ นะครับเทียบกับ Windows เดี๋ยวเราเรียนวิชาพวกเกี่ยวกับเครือข่ายเราก็จะได้เรียน Linux นะครับ ฟรีเลย ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อบนวินโดว์Fire Fox ก็ที่มาแทน IE นะครับ Internet Explorer นะครับ หรือพวก Chrome โอเพนท์ เทียบเท่ากับ Microsoft Office Arpache ก็เป็นเว็บเซอร์เวอร์ซึ่งพอเราเรียนพวกฐานข้อมูลต่าง ๆ เราคงได้ใช้นะครับ พวก MY SQL เราคงได้ใช้นะครับ ปี 2 ปี 3 เราก็ค่อย ๆ ศึกษาทีละตัวนะครับ คราวนี้มาดูนะครับ เริ่มต้นจาก Opensoue(นักศึกษาชาย) อาจารย์ครับ Linux นี่ส่วนใหญ่คนเขียนโปรแกรมเขาใช้ใช่ไหมครับ เขาจะพูดถึง Linux กันบ่อยเลยครับ (อาจารย์พิเชนทร์) เป็น Open Source ลูก หมายความว่าพอเราพัฒนาปุ๊บเราอยากพัฒนาฟังก์ชัน ออฟชันเราสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าของต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมด้วยนะครับ เดี๋ยวเราปี 2 ปี 3 เดี๋ยวพาลุยนะครับ เราจะดู Open Source ว่าเขาให้มาอย่างนี้นะครับ ถ้าเกิดเราไม่พอใจ เราตามแต่พัฒนา นึกออกไหม แต่ถ้าเป็น Windows Windows แก้ไขได้ไหม แก้ไขได้ไหมครับ แก้ไม่ได้นะวินโดว์นะครับ แต่พวก Linux เขาพัฒนาอะไรต่าง ๆ นะครับ โอเคไหม ใครถามไม่รู้เมื่อกี้ ไม่ได้แสดงตัว พงศ์ภรณ์ครับ (อาจารย์พิเชนทร์) โอเค ๆ นึกออกนะ ส่วนการจะพัฒนาได้เราต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมด้วยนะ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ อะไรมาก็ไม่ได้ เดี๋ยวค่อยว่ากันนะครับ รอผ่านไปสัก 1 ปี ปีที่ 2 ก็เริ่มว่ากันอีกทีหนึ่งในสไลด์นี้ คือ เขาให้ดูว่าถ้าเราใช้ Windows ก็จะมีแอป(พลิเคชัน)มาให้นะครับ ต้องเสียสตางค์นะครับ ถ้าใช้ Opensoure ก็จะไม่ต้องเสียสตางค์นะครับ นี่ตัวอย่าง Firefox มีใครใช้บ้างเอ่ย Firefox เขาบอก Firefox เป็นเว็บเบราว์เซอร์ที่เร็วที่สุดในโลก เขาว่านะ เขาว่านะแต่ถามว่าเครื่องอาจารย์พ่อมีไหม มีครับ แต่ไปใช้ Chrome นะครับ ไม่ค่อยใช้ Firefox แต่เร็วกว่าจริงครับ ถ้าเราลองเปรียบเทียบระหว่าง Chrome กับ firefox เร็วกว่าเยอะOpenOffice นะครับ ถ้าเข้ามาในแล็บเดี๋ยวจะเปิดให้ดู เดี๋ยวจะพาลงด้วยนะครับ Open Office พวกนั้นนะครับ จะพาเราลงด้วย mambo, Joomla! นี่ก็เป็น Open Source นะครับ ต่อไปเราไม่ต้องมานั่งเขียนโค้ด เรามีโปรแกรมช่วย Joomla นะครับ เดี๋ยวปี 2 ปี 3 ทุกอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดเราต้องได้ทำนะครับ ในฐานะเราเรียนเอกทางด้านนี้นะครับ นี่ครับ เขาเปรียบเทียบสไลด์นี้นะครับ ถ้าเราฝั่งซ้ายมือนะ ถ้าเราใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นลิขสิทธิ์ค่าใช้จ่ายประมาณ 53,000 นะครับ ฮาร์ดแวร์ 30,000 Windows 7,900 ฝั่งนี้ Windows 7,900 Office 15,000 ใช้ OpenOffice ฟรีเลยครับ อยู่ 15,000 แต่ถ้าเราไม่ใช้ Windows XP Pro เราก็ตัดไปอีก 7,900 นะครับ ก็จะตกประมาณ 50,000-55,800 อย่างนี้นะครับ จะเห็นว่าถ้าเราใช้แบบลิขสิทธิ์อย่างนี้นะครับ เสียสตางค์เยอะนะครับ ตัวนี้เขาจะมี Windows XP มาให้นะครับแต่ถ้าเราบอกเราไม่เอาหรอก Windows xp เราจะไปใช้ เช่น Linux หรือจะใช้โปรแกรม Thai Linux ฟรีเลย 7,900 ก็ตัดออกไป นี่คือตัวอย่างค่าใช้จ่ายเวลาที่เราใช้งานจริงอาจารย์ครับ ถ้าเราถือโน้ตบุกไปเขาอยากจะดูว่าเครื่องเรามีลิขสิทธิ์ไหมนะครับ พวกเราคิดว่าขอดูได้ไหม ถามใครเอ่ย ใครตอบได้บ้าง ถ้าเราหิ้วโน้ตบุ๊กใส่สะพายบ่าไปนี่ แล้วอยู่ ๆ มีคนมาบอกผมเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท Microsoft ขอดูเครื่องคุณมีไลน์เซน เขาทำได้ไหม มีใครจะตอบได้ไหมครับ มีไหม ลองตอบให้ฟังสักคนสิ ทำได้ไหมเอ่ย ทำได้ไหมเอ่ย ไข่มุก ๆ อยู่ไหม กดไมค์ด้วยลูก ไข่มุก เปิดจอด้วย อยู่หรือเปล่า เงียบไปเลยพี่ไข่มุก เงียบไปเลยถามพี่แฝดก็ได้ ถามพี่แฝด พี่อี๊ดถามพี่แฝดหน่อย ถามเมื่อกี้ว่า ถ้าพี่แฝดสะพายโน้ตบุ๊กสพายโน้ตบุกไปแล้วมีเจ้าหน้าที่บริษัท ไมโครซอฟต์มาขอดูหน่อยเครื่องน้องใช้ Windows แท้หรือเปล่า ถามพี่แฝดว่า พี่แฝดคิดว่า เขาทำได้ไหม (ล่าม) พี่แฝดบอกว่าดูได้ครับ ผมยอมรับให้เขาดูได้ครับ (อาจารย์พิเชนทร์) อ๋อ ใจดีจังเลยพี่แฝด จริง ๆ นะครับ เราก็ต้องให้เขาดูนะครับ ไม่ให้ดูไม่ได้นะครับ ต้องให้ดู แต่ถ้าเป็นเมืองไทยจริง ๆ เขาก็คงไม่ทำกันขนาดนั้นนะครับ เช่น ถ้ามาถามผมหิ้วโน้ตบุ๊กไป ผมขอดู ผมก็ไม่ให้ดูนะครับ ทางกฎหมายเขาให้ดู ในลักษณะทางกฎหมายนะครับ ซึ่งเดี๋ยวก็จะมีการเพิ่มทักษะให้พวกเราด้วย เกี่ยวกับกฎหมายทางด้าน เราต้องได้เรียนนะครับ อะไรทำไม่ได้ อะไรละเมิดลิขสิทธิ์ อะไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ ว่ากันไปอีกทีหนึ่งนะครับ คราวนี้นะครับ เขาบอกการนำ Open Source ไปใช้ในองค์กร ทุกองค์กรนะครับ ถ้าเราจะเอาอะไรเข้าไปเปลี่ยนแปลง Open Source นี่เข้าไปใช้ในองค์กรเริ่มมาจากระดับผู้บริหาร ซึ่งจะเอามาใช้ในมหาวิทยาลัยต้องเริ่มจากนู่น อธิการบดี หรือจะเอามาใช้กับประเทศไทยนะครับ ก็ต้องเริ่มตั้งแต่โน่นเลยครับ นายกรัฐมนตรีนะครับ ทุกอย่างนะครับ จะต้องเริ่มถ้าผู้บริหารระดับสูงไม่เอากับเราด้วย มันก็ไม่ขึ้นนี่คือหลักการของมันนะครับ และในการนำ Open Source เข้ามาใช้ในองค์กร หรือจะเปลี่ยนแปลงในองค์กร เราจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เราจะไม่เปลี่ยนแปลงคดีนะครับ เราจะไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า เราจะไม่ปุ๊บปั๊บเลย เราจะค่อยเป็นค่อยไปองค์กรเขาก็จะไม่ยอมรับนะครับ และอีกอันหนึ่งก็คือต้องเตรียมทีมซัพพอร์ตหรือเทรนด์นิ่งให้พร้อมถ้าเราจะเอาไปใช้ในองค์กร ผู้บริหารระดับระดับสูงโอเคแล้ว จะต้องมีทีมงานซัพพอร์ต มีทีมงานเทรนนิ่ง โปรแกรมอย่างนี้นะ และที่สำคัญนะครับ จะต้องมีแคมเปญส่งเสริมการใช้นะครับ อันนี้เล่าประสบการณ์จริงให้ฟัง ในมหาวิทยาลัยให้เรา อธิการฯ ว่าทำไมเราต้องไปเสียเงินไป Microsoft Office Microsoft Windows ปีละ 3,000,000-4,000,000 ทำไมเราไม่ใช้ Open Soure Open Office ผู้บริหารระดับสูงก็บอก จะไม่ใช่ได้อย่างไร องค์กรใช้มาเป็น 10-20 ปี ผมก็เสนอแนะว่า 1. ค่อยเป็นค่อยไปครับ 2 เตรียมทีมงาน Training ให้แคมเปญส่งเสริมการใช้ ส่งเสริมอย่างไร เช่น เช่น ถ้าใคร พอค่อยเป็นค่อยไปแล้ว ถ้าใครไม่ใช้ลงโทษนะครับ ลงโทษมันจะรุนแรงไปสำหรับคนไทย ก็เลยบอกอธิการว่าไม่ต้องให้รางวัล ถ้าใครหันมาใช้ Open Source Open Office ให้รางวัล ปีนั้นให้ 2 ขั้น แต่ถ้าใครไม่ใช้ ไม่ให้ 2 ขั้น ผมบอกอธิการฯ ว่าเดี๋ยวทุกคนก็ใช้หมด เพราะทุกคนอยากได้ของท่าน นี่คือตัวอย่างนะครับ ถ้าเราจะนำ Open Source ไปใช้ในองค์กรนะครับ แต่ถามว่า ณ ปัจจุบันนี้ ราชภัฎเราใช้ Open Source ไหม คำตอบคือไม่นะครับ เขาไปใช้ Microsoft นะครับ ซึ่งปีนี้ก็ทราบข่าวว่าเสียอยู่ประมาณ 4,000,000 บาทต่อปีนะครับนี่ตัวอย่าง Open Source นะครับ Joomla หน้าตาเป็นแบบนี้นะครับ จากที่อาจารย์แม่สอนพวกเราเมื่อชาวว่าทำไมมันมีภาษาอังกฤษจังเลย เพราะต้นกำเนิดมันมาจากภาษาอังกฤา เราจะอะไรก็แล้วแต่นะครับ ดังนั้นนักศึกษาในยุคใหม่นะครับ สกิลหนึ่งที่เขาต้องการจะให้เรียนรู้ ก็คือสกิลของภาษานะครับ ทักษะทางภาษาจะเห็นว่า เขาบังคับให้เรียนภาษาอังกฤษตั้ง 4-5 วิชา เพราะมันจำเป็นนะครับ หน่วยงานของรัฐนะครับ ที่มีการส่งเสริมให้ใช้ Opensoure นะครับ อันนี้ไปแล้วนะครับ ไม่มีแล้วนะครับปัจจุบัน โดนยุบเปลี่ยนชื่อแล้วไปแล้ว แล้วก็ NECTEC นี่ไงที่เราใช้บริการ ล่ามออนไลน์ พี่การ์ตูนตอนนี้นะครับ ก็มาจาก NECTEC นี่ล่ะครับ องค์กรเหล่านี้ก็เป็นองค์กรส่งเสริมนะครับ Open Source ที่เราสอน ๆ กันอยู่ ออนไลน์นี่ล่ะครับ ที่พี่ ๆ เขาทำการพัฒนาส่งเสริมจากโปรแกรมที่มีอยู่ทำให้เราสามารถที่เราจะนะครับ เรียนด้วยกันได้ ณ ปัจจุบัน นี่คือเรื่องของ Open Source นะครับ และสิ่งสุดท้ายนะครับ สุดท้ายนะครับ ผมมักจะย้ำกับนักศึกษาเสมอว่าคนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้าเราเป็นคนดีนะครับ เราก็ทำอะไรก็ได้นะครับ แต่ถ้าเราเราไม่ใช่คนดีนะครับ เราก็จะทำแต่สิ่งที่ไม่ดีนะครับ ผมจึงย้ำกับพวกเราเสมอว่าเรียนที่ราชภัฏสกลนครนะครับ ในห้องเรียนพิเศษ ก็คือห้องที่เราเรียนมาปัจจุบันนี้ อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ไม่ได้มีความมุ่งหวังให้พวกเราเป็นคนเก่งอย่างเดียวนะครับ แต่มีความมุ่งหวังและมีเจตนาที่ดี นะครับ เพราะถ้าเราเป็นคนดีแล้วนะครับ เราก็จะสามารถที่จะเรียนรู้อะไรสิ่งที่... ได้เสมอนะครับ ส่วนคนเก่ง อาจจะไม่ใช่คนดีก็ได้นะครับ เพราะบางคนเก่งแต่เห็นแก่ตัวนะครับ บางคนเก่ง ไปโกงคนนั้น คนนี้ ดังนั้นถ้าใครถามว่าจบจากราชภัฏสกลนคร เอกเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ห้องเรียนพิเศษ เขาเน้นอะไรคุณ ให้พวกเราตอบเต็มปากเต็มคำเน้นการเป็นคนดี เพราะอาจารย์พ่อบอกว่าคนดีสำคัญกว่าทุกสิ่งนะครับ ถ้าเราเป็นคนดี เราก็สามารถคิดดีทำดี แล้วก็เรียนรู้ในสิ่งที่ดี ๆ นะครับ ทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ นี่คือสิ่งที่อาจารย์พ่อ อาจารย์แม่ตั้งปฏิทาเอาไว้นะครับ จึงได้เกิดห้องเรียนเหล่านี้เกิดขึ้นนะครับ หลายคนมาถามทำไมห้องนี้เรียนแล้วห้องนี้ไม่เห็นเก่งเลย ไม่เห็นทำโน่น ทำนี่เลย ผมก็ตอบไปเหมือนกันว่าในเมื่อห้องนี้เขาไม่มีความครบ 32 แล้วคุณจะเอาอะไรกันนักกันหนา แต่เราก็มีสกิลของเรา เราต้องเป็นคนดี แต่ผมเชื่อว่าในพื้นฐานของการเป็นคนดีเราก็จะเก่งเองครับ ตอนนี้แฝดอาจจะบอกว่าพี่แฝดจะบอกว่า เอ๊ะ เรียนจะเทอมหนึ่งแล้วยังไม่ได้อะไรเลย แต่ไม่ต้องตกใจลูก เพราะเพิ่งเรียน นะครับ เรายังไม่เจอหน้ากันเลยนะครับ เดี๋ยวเทอมหน้าเจอกันเราก็ค่อยมาเราไม่ใช่เราจะเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวนะ หลังเลิกเรียนไม่เข้าใจ นัดกันมาเสาร์อาทิตย์ 4 ปี แฝดอย่าเพิ่งรีบร้อน ทุก ๆ ด้วยนะครับ เราจะมีกิจกรรมร่วมกันเสมอนะครับ แล้วในเทอมหน้านะครับ ก็ถ้าเราออกนอกพื้นที่ได้ ข้าง ๆ บ้านเรานี่ล่ะ ม.เกษตร ก็ถ้าเขาให้ไปได้เยอะ ก็วางแผนไว้ว่าจะพาไปโน่นเลยครับ ม. มศ ม. ขนะครับ ราชภัฏอุดรฯ ที่เป็นเครื่ข้างนอกเปิดหูเปิดตาอยู่ในห้องเรียนมันเบื่อนะครับ หลายคนบอกอาจารย์พ่อเบื่อจังเลย อาจารย์พ่อก็จะบอกว่า อาจารย์พ่อก็เบื่อเหมือนกัน อยู่ในบ้านนะครับ บางทีคุยไปคุยมาเวลาอาจารย์แม่เจ้าสอนนะ อาจารย์พ่อเดินทาง ก็นึกออกไหมครับ เหมือนอาจารย์พ่อคุยแล้วอาจารย์นึกว่าคุยกับอาจารย์แม่จริง ๆ นะครับ บางทีน้องเจ้าอยู่ในบ้าน บอกพ่อพูดอะไรนะ พ่อไม่ได้พูดกับเจ้า พ่อพูดกับพี่เจ้าในจอ เห็นไหมครับ สังคมต้องเปลี่ยน วันนี้พี่แฝดใส่เสื้อเหลืองเหมือนพ่อเลย เสื้อเหลืองคอเขียวฃเหมือนกันเลย (ล่าม) น้องแฝดบอกว่าใช่ครับ ใส่เสื้อเหมือนกัน (อาจารย์พิเชนทร์) ครับ ก็ฝากพวกเราไว้นะครับ อดทนนะครับ เดี๋ยวเจอกันนะครับ ครับ วันนี้ก็มีอะไรสงสัยไหมครับ พี่ไข่มุกมาหรือยัง เงียบเลยไข่มุก ปิดจอเงียบ ปิดเสียงเงียบ ไม่ใช่ผลอยหลับหรือ (นักศึกษาหญิง) ยังอยู่ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เออ เมื่อกี้ถามไม่เห็นตอบ เดี๋ยวเทอมหน้าเดี๋ยวเทอมหน้านะจะพาทำกิจกรรม หารายได้ครับ ค่อยว่ากันนะครับ ครับสัปดาห์นี้มีใครจะถามอะไรเพิ่มเติมไหม ถามได้ ๆ มีไหมครับ ใครมีคำถามไหมเงียบเลย แฝดอยากถามอะไร แฝดจะถามอะไร (ล่าม) แฝดยกมือค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) แฝดจะถาม แฝดบอกว่าแฝดบอกว่าเมื่อเช้านี้ค่ะ อาจารย์แม่สอนเรื่องของพิมพ์สัมผัสแล้วก็น้องได้ลองฝึกแล้ว ยากครับ ทำไม่ได้ครับ ยังต้องมองแป้นอยู่เลย แต่ผมก็จะฝึกต่อไป (อาจารย์พิเชนทร์) ธรรมดาครับพี่แฝดเวลาพิมพ์สัมผัสน่ะ มันเริ่มมันจะยาก เพราะเราไม่เคยทำ เราต้องฝึกทุกวัน ๆ แรก ๆ อาจจะมองบ้าง พยายามไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ช้า ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป อย่าไปรีบร้อนเพราะว่าแฝดยังไม่เคยมาพิมพ์ ยิ่งเราไปฝึกพิมพ์กับโน้ตบุ๊กยิ่งยากเพราะคีย์มันชิดกัน มันจะไม่เหมือนคีย์บอร์ดทั่ว ๆ ไป ถ้าแฝดมาเจอคีย์บอร์ดธรรมดา หรือไม่ก็แฝดไปซื้อคีย์บอร์ดธรรมดามาต่อเข้าไปโน้ตบุ๊กมันจะง่ายกว่าพิมพ์คีย์บอร์ดในโน้ตบุกลองดูนะ ลองดู สมัยก่อนอาจารย์พ่อก็ฝึกไปด้วยร้องไห้ไปด้วยนี่ล่ะ ร้องไห้ไปพิมพ์ไป ร้องไห้ไปถามว่าทุกวันนี้อาจารย์พ่อพิมพ์สัมผัสได้นะ แต่ไม่เร็ว พี่แฝดลองดูนะ ฝากพี่แฝดด้วยว่าลองซื้อคีย์บอร์ดธรรมดา ต่อเข้ากับโน้ตบุ๊กตัวละ 100 กว่าบาท แล้วพิมพ์ มันจะง่ายกว่าในโน้ตบุ๊กนะครับ เพราะคีย์บอร์ดมันจะใหญ่กว่า กว้างกว่าลองดูตั้งใจครับ ว่าง ๆ นะครับ ก็พิมพ์วันละครึ่งชั่วโมง ไม่เกินเดือน 2 เดือน พอพิมพ์สัมผัสเป็นแล้ว มันเลือกไม่ได้หรอกครับ มันเป็นไปโดยอัตโนมัติเพราะวิชาความรู้อยู่ที่ตัวเราใครก็มาจี้มาปล้นเอาไม่ได้นะครับ โอเคนะ มีคนอื่นอีกไหมครับ มีใครอยากจะถามไหมคนอื่นว่าอย่างไร เงียบเลย มีไหมครับ ไข่มุกมีอะไรจะถามไหมลูกไม่มี คนอื่นว่าอย่างไรครับ ไม่มีนะ ไม่มีแสดงว่าเข้าใจ ก็สัปดาห์นี้คงพอแค่นี้ ค่อย ๆ เรียนรู้ไปนะครับ อาจารย์พ่อก็จะพยายามหาอะไรมาเล่าสู่กันฟังจะไม่เน้นวิชาการมากนะครับ เพราะว่าวิชาของด้านทางเราเป็นวิชาปฏิบัตินะครับ เหมือนสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์พ่อก็พาเพื่อนในมหาวิทยาลัยเข้ามาทำการเตรียมเครื่องนะครับ ในห้องแล็บของเรา ต่อไปเวลาไปเขียนโปรแกรมกับอาจารย์แม่เจ้าจะได้ไม่ช้า ทำการล้างเครื่องให้มันทำงานได้เร็วขึ้นตื่นตาตื่นใจกันไปนะครับ ก็ส่วนที่เหลือก็ค่อย ๆ เข้ามากัน ครับ ถ้าไม่มีใครถามอีกแล้ว ก็วันนี้ก็พอแค่นี้นะครับ เจอกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีทุกคนครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) สวัสดีครับ ๆ