--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ ระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม (ปี1) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2564 เวลา 13.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์พิเชนทร์) เป็นอย่างไรบ้าง COVID หนักไหม (ล่าม) ยังเยอะอยู่เลยค่ะ นี่ยังไปไหนไม่ได้เลยค่ะ ฉีดครบหรือยังวัคซีน (ล่าม) วัคซีนเยอะเลยค่ะ ทางนี้ ทาง อ. แม่ได้ฉีดไหมคะ (อาจารย์พิเชนทร์) ผมไม่ฉีดครับ อ. แม่ฉีดไปแล้ว 2 เข็ม (ล่าม) อ๋อ อ. แม่ได้ฉีดไปแล้ว ฉีดอะไรไปคะ ซิโนแวค หรือว่า Asztar (อาจารย์พิเชนทร์) ผมแซวอยู่ บอกเขาฉีดเยี่ยวหมาให้ มันไม่เวิร์ก ได้ยินเสียงไหม ยังไม่เข้ามา ช่วงเช้ายังขาดไปเยอะหรือเปล่า 2 คนหรอ คนเดียว (ล่าม) ตอนนี้มหาวิทยาลัยเลื่อนไปถึงสิ้นเดือนเลยใช่ไหมคะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) ใช่ ๆ (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เป็นคำสั่งของจังหวให้สถาบันการศึกษาทุกระดับ จะต้องเลื่อนไปถึงสิ้นเดือน (ล่าม) อ๋อค่ะ ทางสกลนครก็เพิ่มขึ้นทุกวัน (ล่าม) เพิ่มขึ้นทุกวัน กรุงเทพฯ ก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน (อาจารย์พิเชนทร์) มาจากกรุงเทพฯ นี่ล่ะ รับมาจากกรุงเทพฯ แล้วก็มหาวิทยาลัยก็เป็นโรงพยาบาลสนาม (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) โรงพยาบาลสนาม ก็อยู่หน้ามหาวิทยาลัยเลยน่ากลัว เด็ก ๆ หลายคนก็เซ็งแล้ว เซ็ง เบื่อตอนนี้เซ็งเบื่อ ก็ต้องฝากบอกเด็ก ๆ ด้วยว่าต้องอดทนนะครับ อดทนเอา เพราะว่าตอนนี้มันเป็น (ล่าม) เหมือนตอนนี้เสียง อ. พ่อเบาค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เบาหรอ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เดี๋ยวลองเดี๋ยวนั่น สงสัยจะได้ซื้อใหม่ใหญ่มาใช้ (ล่าม) ได้ยินเสียล่ามไหมคะ (อาจารย์พิเชนทร์) ได้ยิน ๆ (ล่าม) ทางล่ามไม่ค่อยได้ยินเสียง (ล่าม) อ. พ่อ เปิดในคอมฯ ได้ไหมคะ ฮัลโหลได้ยินไหม เสียงเบาหรือเปล่า (ล่าม) ฮัลโหลค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ได้ยินอยู่นะ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) โอเคนะ สงสัยต้องไปเอาไมค์ใหญ่มาใช้แล้ว ปกติก็เสียงดังอยู่แล้วนะ พอดีจังหวัดเขาประกาศเลื่อน ก็ให้มหาวิทยาลัยเปิดเปิดนะครับ เพราะมันระบาดไม่หยุด วัคซีนก็ฉีดได้ไม่ทั่วถึง (ล่าม) แล้วอย่างนี้ อ. พ่อ ต้องลงของพวกทรู พวก DTAC ไหมคะ ที่เป็นของซิม (อาจารย์พิเชนทร์) ไม่ ๆ ก็รอไปเรื่อย ๆ ก็รักษาตัวเองไม่ไปไหน ก็พยายามอยู่บ้านให้ได้มากที่สุดแต่ทางสกลนครก็เพราะว่าพื้นที่มันเป็นพื้นที่โปร่ง พื้นที่โล่ง (ล่าม) อ๋อค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) มันไม่แออัดเหมือนแถวกรุงเทพฯ (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ไปก็อยู่ห่าง ๆ กัน ไปตลาดก็รีบซื้อรีบกลับ (ล่าม) อ๋อ (อาจารย์พิเชนทร์) คือ จริง ๆ ประชาชนเขาระวังตัวกันอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก (ล่าม) ค่ะ แต่มันจะมีคนเดินทางจากกรุงเทพฯ มาแล้วก็กักตัว ออกมาจากบ้านแล้วก็แพร่เชื (อาจารย์พิเชนทร์) ไปแพร่เชื้อไม่รับผิดชอบ ตอนเรียนก็ไม่อยากจะให้เด็ก ๆ เคลียดนะครับ ก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าวิชานี้จะประเมินผลโดยไม่สอบ (ล่าม) อันนี้ใกล้สอบหรือยังคะ (อาจารย์พิเชนทร์) นี่มันก็เข้าไปเดือนที่ 2 แล้วนะนี่ ปกติสิ้นเดือนแต่ก็คงต้องดูก่อน ๆ อาจจะไม่สอบหรอก ดูไป ดูพฤติกรรมไป เพราะวิชาเรามีวิชาปฏิบัติ บรรยายไปเด็ก ๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกบางทีน่ะ เอาไปอ่านเองยิ่งแล้วเลย (ล่าม) เขา (อาจารย์พิเชนทร์) อ่านเองก็ไม่ได้ แต่ถ้าได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยมันก็ไม่ค่อยมีปัญหาหรอก เราก็จะ (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) เสถียรนะครับ มันก็จะโอเคมากขึ้น เพราะตอนนี้โรงเรียนโสตฯ ก็ประสานมาแล้วว่าปีหน้าจะเปิดหรือเปล่า (ล่าม) ค่ะ ส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยรับจากโสตไหนบ้างคะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) เราจะรับจากร้อยเอ็ด อุดรฯ มุกดาหาร แล้วก็มีขอนแก่น แล้วก็มีโรงเรียน (ล่าม) แต่ อ. พ่อ ก็มีเครือข่ายอยู่แล้วใช่ไหมคะ (อาจารย์พิเชนทร์) มี ๆ แล้วก็มีโรงเรียนสอนคนตาบอดอยู่ขอนแก่น ขอนแก่นเขาจะส่งมาให้ทุกปี ทีนี้มาจากชลบุรีด้วยพี่ตี๋หรือเปล่า สันติภาพหรือเปล่า (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ ครั้งที่แล้วสอนเยอะไหมครับ ไม่ต้องซีเรียสใจเย็น ๆ ไปสอบมาครับ (อาจารย์พิเชนทร์) อยู่กับอาจารย์พ่อ สบาย ๆ นะครับ ไม่ต้องซีเรียส เดี๋ยวเราเจอกัน มีกิจกรรมให้ทำเยอะเรายังมีเทคโนโลยีที่ต้องใช้ร่วมหลายตัวอยู่นะครับ ก็พูดค้างไว้เมื่อกี้โรงเรียนโสตติดต่อมาแล้ว 3-4 โรง ว่าเราจะเปิดหรือเปล่า กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเปิดหรือเปล่า นะครับ เปิดก็ดีนะ พี่การ์ตูนนะ (ล่าม) คะ (อาจารย์พิเชนทร์) เปิดก็ดีนะ พี่การ์ตูนจะได้มีน้อง ๆ มาทุกรุ่นทุกปีเลย พี่การ์ตูนจะได้มีงานทำ จะได้ไม่ว่าง (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) จะได้เจอกันทุกปี ส่งกันจนจบนะ (อาจารย์พิเชนทร์) นั่นน่ะสิ เพราะว่าโรงเรียนโสตเขามองว่าเรานี่ ดูแลลูก ๆ เขาดี (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ปีนี้ ก็เล่าให้พี่การ์ตูนฟัง ก็จะไม่รับนะ ก็จะไม่เปิดนะ แต่ดูแล้วจะปิดทำไมก็ไม่รู้ หลักสูตรเปิดแล้ว ก็มาตั้งใจว่าสัก 10 คน ก็ได้มา 15-16 คน ก็โอเค (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ปีหน้าก็ต้องดูก่อน ดูให้มันหมดเทอมนี้ก่อน เพราะเทอมหน้าเด็กเขาจะหาที่เรียนละ คุณครูเขาแจ้งมาว่า รุ่นนี้เด็กเขาจบเยอะ เด็ก ม. 6 เยอะว่าอย่างนั้น (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ก็แต่เราก็ดีลกันไว้อยู่ เราก็มีเครือข่าย (ล่าม) ยังดีค่ะ พ่อมีเครือข่าย (อาจารย์พิเชนทร์) เครือข่ายหลายคนที่จบไปแล้ว ไม่ได้เรียนก็อยากมา (ล่าม) ค่ะ แต่เรื่องแบบนี้อยู่ที่ผลผลิตของเราจริง ๆ นะ ลูก ๆ ของเรามีงานทำ เห็นประสิทธิภาพจริง ๆ (อาจารย์พิเชนทร์) ใช่ จบแล้วเขามีงานทำ เวลามาเรียนน่ะ (ล่าม) ใช่ ใช่ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) แต่ผมคิดว่าหลังจาก COVID นี่ (ล่าม) ทะลักแน่ ๆ (อาจารย์พิเชนทร์) ทะลักแน่ ๆ แล้วงานก็จะเยอะ เขาก็จะรับเราเข้าไปทำงานเยอะมาก (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ตอนนี้ที่นิคมอุตสาหกรร ที่อุดร (ธานี)นี่ กำลังสร้าง (ล่าม) ค่ะ อ. พ่อ (อาจารย์พิเชนทร์) เขาก็ติดต่อว่าขอสัก 50-100 คนได้ไหมต่อปี จะผลิตที่ไหนล่ะ 500-600 คน ผลิตได้เยอะขนาดนั้น เขาจะขยายมาที่อีสานเขา บอกภาคกลางหมดแล้ว อุตส่าห์มาค่อนข้างเยอะ มากันค่อนข้างเยอะ วันนี้ ใครอยู่หอในนะ สั่ง อ. แม่ สั่งลำไย มา กี่กิโล 5 โลหรือเปล่า ใครว่างก็มาเอา (ล่าม) ลำใบ ลูก หวาน กินได้นะ เดินไปที่บ้านอาจารย์ (อาจารย์พิเชนทร์) ถ้าใครอยู่หอในนะ (ล่าม) ที่หอพักได้เลย พร้อม (อาจารย์พิเชนทร์) แฝดมาแล้วนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เดี๋ยวว่าง ๆ นะครับ ว่าง ๆ เดี๋ยวจะทำขนมจีนเลี้ยง (ล่าม) ทำขนมจีน รู้เปล่า ขาวน่ะ (อาจารย์พิเชนทร์) ใครอยู่แถวนี้ แวะมาทานได้นะครับ (ล่าม) พรุ่งนี้ทำ ๆ ไปบ้านพ่อแม่ ไปได้กิน (อาจารย์พิเชนทร์) โอเคนะ เข้ามาเยอะแล้วนะครับ ตอนนี้ก็ให้เราเพิ่มเติมนะครับ เล็กน้อยนะครับ ดูให้เรียบร้อย คราวที่แล้วจัดการ Process วันนี้ก็จะให้ดูเรื่องของการจัดการ CPU นะครับ การจัดการ Processor นะครับ การจัดการ Processer CPU ถือว่าตัวนี้เป็นหัวใจสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ หน้าที่ที่สำคัญอันหนึ่งนะครับ ของระบบปฏิบัติการ ก็คือการจัดการ Processer นะครับ อันนี้ คือ รูปแบบ ว่าทำไมต้องจัดการ Processor Processor นี่เราเรียกว่า "CPU" นะครับ เรียกสั้น ๆ ว่า "CPU" จะเห็นว่า รูปนี้คือ สถานะของ Process รูปของสถานะของ Process สถานะพร้อม พร้อมแล้ว run แล้วเกิดติดขัด เหตุผลว่าทำไมนะครับ เราถึงต้องจัดการ Processor หรือจัดการ CPU นะครับ คือ เนื่องจากว่า CPU นั้นนะครับ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของคอมฯ ในการเปลี่ยนสถานะของ CPU นั้นนะครับ เขาถือว่าเป็นค่าใช้จ่าย พี่การ์ตูนเห็นสไลด์อยู่นะ สไลด์เลื่อนหรือเปล่า โอเคอยู่ไหม (ล่าม) สไลด์ไม่มาค่ะ สไลด์ไม่ขึ้นค่ะ สไลด์ไม่ขึ้นค่ขึ้นไหมครับ (ล่าม) มาแล้วค่ะ ๆ (อาจารย์พิเชนทร์) โอเค การจัดการ CPU มีค่าใช้จ่ายของระบบ ก็คือเรื่องของเวลานะครับ เวลาที่จะทำให้ตัว Process นี่เข้ามาใช้งาน CPU โดยต้องมีการจัดการนะครับ ซึ่งเวลาที่เสียไปกับ CPU นั้นก็จะมีดังนี้นะครับ 1. เก็บค่า Register และสถานะของเครื่องไว้ใน PCB นะครับ 2 คัดเลือก Process ในสถานะพร้อมให้มาครอบครอง CPU นะครับ สุดท้าย ก็คือ ถ้า Register คือ ข้อ 1 เก็บเสร็จ พอเก็บเสร็จมันหมดก็โหลดค่าเก็บไว้ 3 งานที่ทำให้ตัวของ CPU เสียเวลานะครับ ดังนั้นนะครับ เรามาดูว่าเมื่อ Process นะครับ เมื่อ Process ที่เข้ามาเพื่อจะรอไปครอบครอง CPU หรือที่เราเรียกว่า "สถานะ Run" นั้น หน้าที่ของ OS นะครับ ว่าเราจะจัดการอย่างไรนะครับ ซึ่งหน้าที่ของการจัดสรร CPU นั้น เราเรียกว่า "การจัดคิวในระยะสั้น" นะครับ โดยหน้าที่ของตัวจัดการระยะสั้น ก็คือเลือกเอา Process ที่พร้อมและเหมาะสมที่สุด เข้ามาครอบครอง CPU หรือเข้าไป Run นั่นเอง ดูรูปนะครับ นี่คือหน้าที่ของมันนะครับ ดังนั้นตัวของตัวปฏิบัติการแต่ละตัวมีการออกแบบ ให้ตัวจัดคิวระยะสั้นมีความเสถียร มีความยืดหยุ่นนะครับ ซึ่งวิธีการคัดเลือกว่า Process ไหน ที่จะเข้ามาครอบครอง CPU ก่อนหรือหลัง วิธีที่ใช้ในปัจจุบันก็มีดังนี้นะครับ แบบ FCFF ก็คือหมายความว่า Process ไหน มารอคิวก่อน ก็จะได้ครอบครอง CPU ก่อน ตามลำดับเวลานะครับ โดยไม่มีระยะเวลาควอนตัมนะครับ ตัวถ้าเกิดสถานะติดขัดขึ้น ก็กลับมาพร้อมนะครับ แล้วก็และก็เข้ามาใหม่ การจัดคิวแบบ FCFS นะครับ ก็คือใครเข้ามาก่อนก็ได้ก่อนนะครับ โดยไม่มีเวลาควอนตัมนะครับ ที่กำหนดว่า โปรเซสนั้นเข้ามาครอบครอง CPU ได้มากน้อยขนาดไหน เช่น ถ้าเกิดว่าระบบ Quantum 5 วินาที นั่นแสดงว่า Process เข้ามา 5 วินาทีนะครับ แต่ในการจัดคิวระยะสั้นแบบ FCFS นั้นนะครับ ไม่มีการกำหนดเวลาควอนตัมนะครับ ซึ่งการจัดคิวแบบ FCFS ก็เลยมีข้อเสียนะครับ ก็คือมันรอนาน รอนาน เนื่องจากว่าไม่มีเวลาควอนตัมจับนะครับ แต่ข้อดีก็คือมันจัดการง่ายนะครับ ก็ลักษณะของการจัดคิวแบบ Round Robin นะครับ RR เมือนกมาก่อนเข้าก่อนนะครับ แต่ต่างกันตรงที่ว่าเวลาเราเข้าไปครอบครอง CPU แบบในตัวจัดคิวแบบ Row robin จะมีเวลาควอนตัมจับนะครับ ถ้า Process ใด เข้าไปครอบครอง CPU แล้ว รอแล้วก็เข้าไปใหม่นะครับ เป็นการวนรอบนะครับ เหมือนเราเขียนโปรแกรม เดี๋ยวสักพักเราคงได้เขียนโปรแกรมนะครับ ว่าลักษณะของการวนรอบหรือ looการจัดคิวระยะสั้นแบบที่ 3 นะครับ เป็นการจัดคิวแบบลำดับความสำคัญ หมายความว่าลำดับคp ต่างเช่น Process อยู่ต้นคิวถ้ามีความสำคัญมากที่สุดก็เข้าไปก่อน น้อยกว่าก็ถอยไปให้ Process ที่มีความสำคัญมากกว่า เข้าไปครอบครอง CPU แทน นี่คือกแบบลำดับสำคัญนะครับ ตัออย่างในรูปนี้นะครับ เราจะเห็นว่า ตัวจัดคิวนะครับ Process A, B, C, D, E นะครับ เขาว่าลำดับความสำคัญ A = 10, B = 8 นะคนะครับ เช่นนะครับ A เท่ากับ 10 B = 8 นี่คือลำดับความสำคัญนะครับ นี่คือเรียงตามลำดับความสำคัญนะครับ เวลาคิวก็จะเป็น A, B, C, D ตามลำดับความสำคัญ แต่มาต...ดังนั้น มันจะต้องมาจัดคิวใหม่ เรียงตามลำดับความสำคัญ เมื่อ E เข้ามาต่อคิวปุ๊บ Process E ก็จะมาแทรกระหว่าง Process B กับ C นะครับ ระดับความสำคัญนะครับ คราวนี้เรามาดูว่า ว่า Processs ไหนมีความสำคัญมากกว่ากัน เราก็มีวิธีการพิจารณาว่า Process ใดจะมีความสำคัญน้อยกว่า มีความสำคัญมากกว่านะครับ โดยมีหลักพิจารณาดังนี้นะครับ 1. ผู้ใช้ กำหนดเองผู้ใช้กำหนดเองนะครับ เช่น เราเป็นผู้ใช้ เราก็จะกำหนดเองว่าใครจะสำคัญ หรือเราเป็นผู้เขียนโปรแกรมอย่างนี้ เราก็จะกำหนดว่า Process ไหนเรากมากน้อยหรือเขายกตัวอProcess ของ User นะครับ จะมีความสำคัญน้อยกว่า Admin นะครับ นี่คือผู้ใช้นะครับ จะดูว่าผู้ใช้เป็นลำดับไหน นี่คืออันที่ 1 ที่เป็นวิธีการพิจารณาว่า Process ใดสำคัญมากน้อยกว่ากันนะครับ อันที่ 2 นะครับ หลักการพิจารณาที่ 2 นะครับ คือ ประเภท ประเภทของ Process นะครับ เช่น ถ้า Process อยู่ในหมวดแบตช์นะครับ มักจะมีความสำคัญมากกว่าน้อยกว่าโหมดแบตช์เป็นอย่างไรครับ ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่า เอาแฝดแล้วกันนะครับ ผมเดินไปหาแฝดนะครับ แล้วกำปั้นตุบเลยนะครับ ใส่แฝด ต่อยแฝดเลย ถ้าแฝดเป็น ิProcess ประมวลผลแบบแบแฝดก็จะคิดคำนวณว่าเป็นลำดับว่าอาจารย์พ่อมาต่อยผมทำไม ต่อยตรงตานะครับ เดินกลับบ้าน พอถึงบ้านถึงเจ็บ ลักษณะของการทำงานในโหมด Batch เป็นขั้นเป็นตอนนะครับ หรือเอาตัวอย่างที่เราเห็นชัดเจนเช่น เกม นะครับ มีใครไม่คยเล่นเกมไหมครับ เช่น เกม เกมยิงจรวด บอกถ้า Process นั้นอยู่ในโหมดแบตช์ โหมดแบตช์ เช่น อาจารย์พ่อยิงจรวดจากเครื่องเรานะ ไปใส่เครื่องพี่แฝดอยู่บ้าน นะครับ จรวดที่ยิงออกไปถ้าอยู่ในโหมดแบตช์ ก็ใช้เวลาสัก 3 วัน ว่ามันโดนแฝดหรือเปล่า หรือแฝดหลบได้หรือเปล่า นี่คือโหมด Batch นะครับ เมื่อ 3 วันผ่านไป พี่แฝดก็ยิงจรวดกลับมาใส่ผมอีก 3 วันก็จะรู้ว่าจะโดนผมหรือเปล่า หรือผมหลบได้ นั่นคือลักษณะการทำงานในโหมดแบตช์นะครับ ส่วนโหมดโต้ตอบตัวอย่างเดียวกันเมื่อกี้ ถ้าเป็นเกม ยิงปุ๊บ เหมือน Process ประเภทนี้มันจะให้ความสำคัญมากกว่านะครับ ซึ่งลักษณะดังนี้ว่าเราจะเขียนโปรแกรมในลักษณะไหนนะครับ หลักกการพิจารณาอันที่ 3 นะครับ ว่า Process ใดสำคัญมากกว่า Process ใดนะครับ ยอมจ่ายเงินเพิ่ม จ่ายสตางค์เพิ่ม สำคัญเลยนะครับ ลักษณะแบบนี้ หลายคนบอก เอ๊ะ มันเป็นอย่างไรนะครับ เราอาจจะเคยใช้งานเว็บไซต์นะครับ เราอาจจะได้เห็นบ้าง พอเราไปดูบางเว็บไซต์นะครับ มีรูปเครื่องหมายกากบาทสีแดงบ้าง เป็นรูปกรอบสี่เหลี่ยมบ้าง ตรงนั้นเขาไม่ได้จ่ายสตางค์ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เราเขียนโปรแกรมนะครับ เขียนโปรแกรมเสร็จ เราเขียนเว็บไซต์ ออกแบบสวยงาคราวนี้เราจะเอาขึ้นเพื่อโชว์ชาวโลกให้รู้ว่านี่คือเว็บไซต์ของเรา ซึ่ง พอเราจะเอาไปโชว์นั้นนะครับ เราต้องเอาไปฝากไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ใดเซิร์ฟเวอร์หนึ่งนะครับ บังเอิญว่าเราไม่มีสตางค์ เราก็ไปใช้ของฟรีนะครับ เราก็ไปอัปโหลดขึ้นของฟรี เวลาเราแสดงผลออกมานั้นนะครับ เว็บไซต์เราก็จะไม่ได้ดั่งใจนึกนะครับ รูปภาพที่เราใส่ไว้สวยงามมันอาจจะไม่แสดงผลออกมาก็ได้ เราจะเห็นว่า บางเว็บไซต์ที่เราเปิดเข้าไปนะครับ เปิดมาปั๊บนะครับ มีรูปสี่เหลี่ยม แล้วก็มีเครื่องหมายกากบาทสีแดง เราคงเคยเห็นนะ แต่ถ้าเมื่อใดปุ๊บ เราฝากไปเซิร์ฟเวอร์ที่เรายอมจ่ายสตางค์ เช่น ปีละ 100 ปีละ 1,000 เขียนขึ้นมานะครับ จะปรากฏโชว์ทุกอย่างในเว็บไซต์เราเลยนะครับ เดี๋ยวพอเราเรียนการเขียนโปรแกรมบนเว็บ ตอนนี้ยังมองไม่เห็นภาพนะครับ อันที่ 4 นะครับ หลักการพิจารก็คือ ระยะเวลาที่ Process เข้าอยู่ในระบบProcess ใดก็แล้วแต่ที่อยู่ในระบบนาน ๆ OS จะถือว่าเป็น Process ที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ นะครับ เราจะเห็นว่า Process ที่อยู่ในโลกนาน ๆ นั้นนะครับ ก็คืออยู่ใน Process ของ OS นะครับ ระบบปฏิบัติการ มันเข้าอยู่ในระบบเลยนะครับ ทุกอย่าง พวก Antivirus พวกนี้ก็อยู่ในระบบเรา ก็คือว่าเป็น Process ที่มีลำดับความสำคัญ คราวนี้มาดูตัวจัดคิวระยะสั้นแบบที่ 4 นะคแบบ SJN นั้นนะครับ เป็นการจัดคิวแบบเลือกเวลาแบบน้อยที่สุด นั่นหมายความว่า Process ใดก็แล้วแต่ คือการต่อคิว เช่น Process A, B, C, D การจัดคิวแบบ SJN ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด นั่นก็คือว่าใครใช้เวลาน้อยที่สุด จะคัดเลือกเข้ามาก่อนนะครับ โดยวิธีการนี้นะครับ จะทำให้ Process ที่ต้องการเวลาน้อยนะครับ ก็จะทำให้คิวของ Process ลดลงนะครับ แต่นะครับ ผลเสียก็มีนะครับ ถ้าการจัดคิวแบบ SJN บอกว่าเป็นการเลือกเอา Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุดเข้ามา บังเอิญว่า Process A, B, C, D, E Process E ต้องการใช้เวลา 1 ชั่วโมง บังเอิญว่า A, B, C, D ต้องการใช้ 2 วินาที 3 วินาที 4 วินาที เห็นไหมครับ ว่าจะเกิดผลเสียอะไรขึ้น ใช้เวลามากที่สุด แทบจะไม่ได้เข้ามา ในระบบเราเลยนี่คือข้อเสียของการจัดระบบ SJNแต่จะต่างกันตรงที่ว่าการจัดคิวแบบ SRT จะจัดแบบเหลือเวลาน้เหลือเวลาน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างเช่น เรามีเวลาควอนตัมตั้งไว้ นะครับ 5 วินาที Process A ต้องการ 1 วินาที Process A ต้องการ 2 วินาที Process C ต้องการ 3 ต้องการ 5 วินาทีนะครับ ถามว่าถ้าเป็นการเลือกจัดคิวแบบ SRT จัดคิวแบบ SRT จะเลือก Process ใดเข้าก่อน คำตอบ ก็คือจะเลือกเอา Process E ที่ใช้เวลา 5 วินาที และเวลา ควอนตัมกำหนดไว้ 5 วินาที นั่นแสดงว่าเวลา Process E เข้าไปครอบครอง CPU แล้ว จะเหลือเวลา คือ 0 นะครับ แต่ถ้าเป็นแบบ SJN เขาต้องการเวลาน้อยที่สุด SJN จากตัวอย่างจะเลือกเอา Process A ที่ใช้เวลา 1 วินาที นี่คือข้อแตกต่างกัน กับ SRT นะครับ การจัดคิวระยะสั้นแบบที่ 6 นะครับ ก็คือการจัดคิวแบบหลายระดับ การจัดคิวแบบหลายระดับนั้นนะครับ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน CPU ให้เต็มที่นะครับ อย่าลืมว่า คอมพิวเตอร์ของเรานั้นมี CPU แค่ตัวเดียว ต้องทำงานกับ Process มากหลากหลายเลยนะครับ ดูรูปรูปข้างบนเป็นการจัดคิวแบบ 1 ระดับ แบบ RR นะครับ B ลอาจจะเป็นการจัดคิวแบบ FCFS C อาจจะเป็นการจัดคิวแบบลำดับความสำคัญนี่คือแบบ 1 ระแบบที่ 6 เรา ก็คือเป็นการจัดคิวแบบหลายละนะครับ เห็นไหมครับ ว่าคิวที่ 1 เป็นการจัดคิวแบบ เป็นการจัดคิวแบบ Round Robin ก็ได้ FCFS ก็ได้ คือ คิวที่ 1 คิวที่ 2 นะครับ คิวที่ 3 นะครับ คิวที่ N ก็คือ คิวที่ 2, 3, 4, 5, 6, 7 นะครับ ไปเรื่อย ๆ นะครับ จะเห็นว่าการจัดคิวเข้าไปทำงานที่ CPU ได้ จึงเกิดการทำงานแบบ Multi Programming เข้าไปตามคิว เข้าไปแบบแรกเข้าไปแค่คิวเดียว นี่คือการจัดคิวแบบหลายระดับนะครับ หัวข้อต่อมานะครับ หัวข้อการจัดคิวในระยะยาวนะครับ เมื่อกี้เราพูดถึงการจัดคิวแบบในระยะสั้นนะครับ ซึ่งการจัดคิวในระยะยาว ซึ่งการจัดคิวในระดับงานไม่ใช่การจัดคิวแบบในระดับ ในระดับ Process นะครับ หมายความว่า แต่ต้องจบนะครับ จะไม่ย้อนกลับมาใหม่ นะครับ ส่วนการจัดคิวระบะสั้นเป็นการจัดคิวแบบระดับ Process อาจจะย้อนกลับมา กลับไปก็ได้นะครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมีสถานะ Processการจัดคิวในระยะยาว ก็คือมีการจัดคิวเหมือนกันกับการจัดคิดระยะสั้น มีการจัดคิวแบบ CSS ในระยะยาวนะครับ จะไม่เกิดขึ้นกับการจัดคิวแบบ Rond Robin หรือแบบ RR นะครับ ไม่จบกลับมาใหม่ ไม่จบกลับมาใหม่ ๆ ในระยะยาวนั้นจะต้องจบนะครับ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ ถ้าถามเดี๋ยวนี้ ออนไลน์ตอบไม่ได้ผลเท่าไรนะ นะครับ ลองหลายครั้งแล้วนะครับ ก็ให้พวกเราอดทนนะครับ เดี๋ยวเจอกันนะครับ มันเป็นประเทศทั่วโลกนะครับไม่ได้เป็นเฉพาะเรานะครับ คราวนี้มาดูหัวข้อต่อมานะครับ ระบบหลาย CPU หรือระบบหลาย Processor นะครับ ความหมายก็คือเป็นระบบคำว่า Processor จึงหมายความว่าเป็น CPU เท่านั้นเป็น CPU เท่านั้นในที่นี้ เราจะหมายถึงเฉพาะตัว CPU เท่านั้นนะครับ ซึ่งเราสามารถแบ่งแยกระบบคดังนี้นะคะ1. ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท SISD นะครับ Single ซิงเกิล หมายความว่า หมายความว่าคอมพิวเตอร์นะครับ มี CPU ตัวเดียวนะครับ มีคำสั่งตัวเดียวนะครับ ทำงานทั่ว ๆ ไปก็คือ เหมือน Notebook เรา เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในห้องแล็บ ก็คือการทำงานโดยมี CPU ตัวเดียว มีคำสั่ง 1 คำสั่ง มีคำสั่ง 1 คำสั่ง มีข้อมูลชุดเดียว ที่เราเรียกคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ว่า "คอมพิวเตอร์ประเภท SI SDแล้วดูรูปประกอบ เห็นไหมครับ มี CPU ตัวเดียวนะครับ มีข้อมูล นะครับ 1 ข้อมูล 1 ข้อมูล มีคำสั่ง 1 คำสั่ง แล้วก็ประมวลผลออกมาเลย นี่คือลักษณะของการทำงานคอมพิวเตอร์แบบ SISD ระบบคอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 เป็นระบบคอมพประเภทที่ 2 นะครับ ก็คือคอมพิวเตอร์ประเภท MISD Multiple นะครับ 2 นะครับ ทำงานพร้อมกันครับ มากกว่า 1 ตัว เราเรียกการทำงานว่า "เป็นการทำงานแบบขนาน" นะครับ ขนานกันคู่กันนะครับ ซึ่ง Processer CPU แต่ละตัวนั้นจะมำคำสั่งเป็นของตัวเอง แต่ใช้ข้อมูลชุดเดียวนะครับ ดูรูปประกอบ ก็คือมี CPU หลายตัวครับ มีตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 PA ก็คือตัวที่ 4, 5, 6, 7, 8 ตัวที่ 5 6 7 8 MISD นะครับ จะมีคำสั่งเป็นของตัวเองนะครับ คำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 แต่ใช้ข้อมูลชุดเดียวตัวอย่างการคำนวณนะครับ เขาบอกว่าค่า x หาฟังก์ชัน X เขาบอกว่า ถ้าเป็น คอมพิวเตอร์แบบ SISD นะครับ มันก็จะหาอย่างไรครับ มันก็จะหาอย่างไรครับ มันก็จะหาทีละขั้นตอน ทีละคำสั่งนะครับ โดยถ้าเป็นคำสั่งแบบ SISD อันที่ 1 หาค่า X กำลัง 2 พอหาค่า x กำลัง 2 เสร็จ ให้คูณผลลัพธ์จาก X กำลัง 2 ด้วย 2 แล้วค่อยเพิ่มค่าผลลัพธ์ที่ได้ด้วย 4 นี่คือการคำนวณคอมพิวเตอร์แบบ SISD นะครับ หลายคนอาจจะงงทำไมหา x ยกกำลัง 2 ก่อนแล้วถึงบวกนะครับ อันนี้เป็นวิชาอาจารย์แม่เจ้าสอนนะครับ คอมพิวเตอร์จะต้องคำนวณจากอะไรก่อนหน้า-หลัง หลักการเขียนโปรแกรม จำได้หรือเปล่าไม่รูนะเวลาเราเขียนโปรแกรมนะครับ บางทีเราใช้โจทย์เดียวกันนะครับ เราไม่รู้ว่าลำดับการประมวลผล การคำนวณคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร เราก็จะเขียนโปรแกรมผิดพลาด ถ้าเกิดเป็นคอมพิวเตอร์ประเภท MISD จะไม่คำนวณแบบนี้นะครับ จะเป็นการคำนวณที่ใช้ CPU ทั้งหมด ในที่นี้คือมี 3 คำสั่ง นะครับ ก็คือ CPU ตัวที่ 1 x ยกกำลัง 2 นะครับ CPU ตัวที่ 2 CPU ตัวที่ 3 + 4 แล้วก็จะได้ผลลัพธ์ออกมานะครับ ก็เหมือนเรา ช่วยกันนะครับ หลาย ๆ คนเข้ามาช่วย เช่น ก็คือเราคนเดียวล่ะครับ คิดคนเดียวทำคนเดียว ประเภท ก็คือมี CPU 5 ตัวลักษณะคล้าย ๆ กันคราวนี้มาดูระบบคอมพิวเตอร์ประเภทที่ 3 ก็คือคอมพิวเตอร์ประเภท SIMD ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการทำงานหลายตัวพร้อมกันนะครับแต่มีคำสั่งคำคำสั่งเดียวนะครับ มีข้อมูลเป็นของตัวเอง ที่ตรงกับข้ามแบบ SIMD เมื่อกี้นะครับ ดูรูปนะครับ คอมพิวเตอร์ประเภท SIMD เห็นไหมครับ จะมีคำสั่งแค่คำสั่งเดียวนะครับ แต่มีข้อมูลของใครของมันนะครับ เป็นชุด ๆ มาเลยนะครับ CPU ก็หลายตัว นะครับ ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ตัวที่ n ตัวที่ 4 ตัวที่ 5 ก็ว่าไปนะครับ นี่คือคอมพิวเตอร์ประเภท SIMD นะครับ คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 4 นะครับ ประเภทสุดท้ายของเรา ก็คือคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MIMD นะครับ Multiple นะครับ Multiple เลย ก็คือลักษณะของ SIMD นัน้นะครับ การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ ก็คือมี CPU ทำงานช่วยกันหลายตัว แต่ละตัวนั้นมีคำสั่งเป็นของตัวเอง มีข้อมูลเป็นของตัวเอง และการทำงาน Excuse งานก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกันนะครับ นึกภาพก็คือเอาคอมพิวเตอร์ประเภทที่ 1 มารวมกันเข้าหลายตัว ก็จะหลายเป็นระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MIMD นะครับ เช่น คอมพิวเตอร์พี่แฝดอยู่บ้านก็มีคำสั่งเป็นของตัวเอง จะทำอะไรก็ทำงานเอง แต่เวลาทำงานเชื่อมต่อกัน ในลักษณะของระบบ ที่รูปภาพนะครับ ก็คือระบบเครือข่ายนะครับ SIMDMIMD นะครับ เช่น ผมมีคอมพิวเตอร์อยู่บ้าน ก็ทำงานของใครของมัน แต่พอจะทำงานร่วมกัน ช่วยกันเราก็เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายนะครับ นี่คือลักษณะของ คอมพิวเตอร์ ก็คือมี CPU หลายตัวทำงาน ข้อมูลใคร ข้อมูลมันนะครับ งานใครงานมัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกันนะครับ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ประเภทนี้คือ ผมต้องการที่จะทำงานร่วมกับพี่แฝดนะครับ ติดต่อสื่อสารพี่แฝด พี่แฝดก็ไม่ต้องมาหาผมหรอก อยู่บ้านนั่นล่ะ ติดต่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์เรียกว่า MIMD นะครับ คราวนี้ในระบบการทำงานหลาย CPU นั้นนะครับ จุดประสงค์หลัก ๆ ในการสร้างระบบ CPU ให้ตัวของ CPU นี่นะครับ หรือ Processor ทำงานร่วมกันนะครับ แต่สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ MIMD ที่เรากล่าวไปเมื่อกี้ มีการทำงานต่อกัน ก็คือเครื่องใครเครื่องมัน ทำงานร่วมกัน เราก็เชื่อมต่อโดยระบบอินเทอร์เน็ตของเรานะครับ เครือข่ายของเรานะครับ เขาบอกว่าดังนั้นนะครับ การทำงานหลายระบบ จะต้องมีการควบคุมการทำงานโดยอันดับแรก ก็คือเน้นที่การติดต่อกันนะครับ ซึ่งการติดต่อส่วนใหญ่ ก็คือส่งข้อมูลให้กันนะครับ ซึ่งการตัดต่อกัน การส่งข้อมูลให้กัน ในระบบหลาย Processor นะครับ เราเรียก "การเชื่อมโยงนะครับ ถ้าเขาถามว่าการเชื่อมโยงในระบบหลาย Processor คืออะไร เราก็ตอบไม่ได้ว่า เป็นการที่ทำให้ CPU ที่ทำงานด้วยกันหลาย ๆ ตัวนั้น สามารถทำงานร่วมกันได้ แบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภทย่อย เป็นข