ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่สำคัญของไทยเลยนะครับผลผลิตมากกว่า 90% นำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์รู้ไหมครับว่าในอุตสาหกรรมนี้มีการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นวัตถุดิบถึง 34 เปอร์เซ็นต์ ว้าวมากกว่าวัตถุดิบชนิดอื่นๆเลยนะครับ ที่สำคัญความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นสูงทุกปีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับในขณะที่ปัจจุบันนี้ผลผลิตที่เราผลิตได้อย่างน้อยกว่าความต้องการใช้ดังนั้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้นะครับ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถปลูกได้ทั้งต้นฤดูฝนปลายฤดูฝนและในฤดูแล้ง แต่เกษตรกรมักปลูกโดยอาศัยน้ำฝนช่วงต้นฤดูฝนมากที่สุดทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินไปราคาจึงต่ำรวมถึงผลผลิตก็มีคุณภาพตามเพราะเมล็ดมีความชื้นสูงเนื่องจากเก็บเกี่ยวในช่วงที่ยังมีฝนอยู่ ส่วนในฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วเป็นฤดูที่เกษตรกรไม่คิดจะปลูกกันเลยใช่ไหมล่ะครับส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตรกรไม่เคยปลูกและคิดว่าพื้นที่ของตัวเองไม่เหมาะที่จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพราะปัญหาขาดแคลนน้ำแต่ถ้าเทียบกันแล้วข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องการน้า น้อยกว่าข้ามรู้ไหมครับว่าปริมาณน้ำที่ใช้ในการปลูกข้าวนาปรัง 1 ไร่ สามารถปลูกข้าวโพดได้ 2-3 ไร่ สืบเนื่องจากการที่ภาครัฐได้เห็นความสำคัญของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นะคะก็เลยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานยกร่างยุทธศาสตร์ขึ้นมาคณะทำงานนี้ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และก็เกษตรกรที่เกี่ยวข้องในการผลิตและการตลาด ข้าวโพดเหลืองสาขาคณะทำงานนี้ก็จะมีการประชุมปรึกษาหารือกันว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นี่ มันมีปัญหาในเรื่องของการผลิตและการตลาดอย่างไรในส่วนของการผลิตนี้เราก็เพราะว่าในปัจจุบันเนี่ย การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เนี่ยมันจะมีอยู่ 3 ช่วงนะคะช่วงต้นฝนเนี่ยซึ่งเกษตรกรจะเพาะปลูกประมาณเดือนเมษายนพฤษภาคมแล้วก็ไปเก็บเกี่ยวในช่วงกรกฎาคมสิงหาคม สิงหาคมกันยายนซึ่งส่วนตรงนี้ก็จะมีค่อนข้างเยอะประมาณ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วส่วนของปลายฝนนี่ก็จะปลูกประมาณช่วงกรกฎาคมสิงหาคมก็จะไปเก็บเกี่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายนธันวาคมซึ่งตรงนี้ก็จะมีอยู่ประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนเล็กน้อยนะคะก็จะเป็นการปลูกในช่วงของต้น ฤดูแล้งหลังนา ช่วงนี้จะมีประมาณนิดเดียวค่ะมีประมาณ 3 ไร่ หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง พื้นที่การปลูกข้าวโพดของเรานะคะอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านไร่ ซึ่งใน 7 ล้านไร่นี้นี่ก็จะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ อยากอยู่กับศิระไร่บางส่วนนี้ก็มีการบุกรุกทำลายป่าเพราะฉะนั้นเนี่ยการลดพื้นที่ป่านี้เราจะต้องหาพื้นที่ที่เข้ามาทดแทนพื้นที่ตรงนี้เพื่อทำให้ผลผลิตของเรานี่เพียงพอใช้ภายในประเทศคณะทำงานนี่นะคะยกร่างยุทธศาสตร์นี้ก็ได้เห็นว่าพื้นที่ปลูกข้าวโพดหลังจากนา เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมากแต่จัดสวน 5% นี้ยังมันยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เราสามารถที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกซึ่งการผลิตนี้เราก็มีเป้าหมายนะคะว่าจะปรับสัดส่วนของการผลิตข้าวโพดต้นฤดูฝนปลายฝนและฤดูแล้งนี่ นับเป็น 3535 แล้วก็ 30 ถ้าเราเปรียบเทียบการปลูกข้าวโพดหลังนากับการปลูกข้าวโพดนาปรังเราพบว่าการปลูกข้าวโพดหลังนานี่ จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า การปลูกข้าวนาปรังนะครับภาครัฐก็อยากจะเชิญชวนเกษตร ตะกอนนะครับ ที่เคยปลูกข้าวนาปีตามด้วยข้าวนาปรัง มาปลูกเป็นข้าวนาปี การเลี้ยงสัตว์ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นนะคะ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นทางเลือกที่ดีในการปลูกทดแทนการทำนาปรังในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะปลูกได้โดยช่วงเวลาลงมือปลูกที่เหมาะสมคือเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมเท่านั้นถ้าเลยเดือนธันวาคมไปแล้วจะไปออกดอกในช่วงอากาศร้อนจัดทำให้ไม่ติดเมล็ดควรหลีกเลี่ยงครับ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะใช้น้ำน้อยกว่าข้าวแต่พื้นที่ที่สามารถปลูกในฤดูแล้งหลังนาได้อย่างไรก็จะต้องมีน้ำนะครับ ถ้าเกษตรกรมีพื้นที่เหมาะสมก็ปลูกเลยครับเพราะการปลูกข้าวโพดฤดูแล้งหลังนาขายได้ราคาดีกว่าฤดูอื่นนะครับ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้เวลาปลูกแค่ 110 ถึง 120 วันหรือประมาณ 4 เดือนเท่านั้นเองครับเริ่มต้นด้วยการไถกลบตอซังพรวนหน้าดินให้ละเอียดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้ทำร่องน้ำระหว่างและรอบแปลงหากดินแห้งควรให้น้ำเพื่อให้ดินมีความชื้นก่อนหยอดเมล็ดพร้อมใส่ปุ๋ยรองพื้นหลังจากปลูกได้ 20 วันให้กำจัดวัชพืช ท้องใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 1 อายุประมาณ 50 ถึง 55 วันให้ใส่ปุ๋ยแต่งหน้า ครั้งที่ 2 ตลอดช่วงการปลูกต้องให้น้ำสม่ำเสมอประมาณ 10-14 วันต่อครั้งทั้งนี้ในช่วงที่เขาโพดอายุ 55 15 วันห้ามขายน้ำเป็นอันขาด สุดท้ายก็เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 4 เดือนครับ เกษตรกรคนไหนสนใจมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้วยกมือขึ้น พี่อยากรู้จังเลยเอาราคาไปใช้พื้นที่นาของตัวเองให้คุ้มค่าด้วยการปลูกข้าวโพดกันดีกว่าครับ