--- title: Test2 Re-voice Post-edit normalizer 31/3/2564 subtitle: date: วันพุธที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 13.49 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) นะคะ ท้าย ๆ คาบ ดูสไลด์ตามไป สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ มีใครเข้า classroom ไม่ได้ไหมคะ s d i d e s s พอดีครูสอนวิชานี้หลายห้องนะคะ ก็จะมีตั้งชื่อชั้นเรียนแยกกันไปนะคะ วันนี้เราพูดถึงเรื่องของ interaction นะคะ ภาษาไทยก็คือการปฏิสัมพันธ์นะคะ ตามชื่อวิชาของเรานะคะ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ เราพูดถึงมนุษย์พูดถึงบริบทนะคะ สภาพแวดล้อมนะคะ ของการทำงานที่มีมนุษย์ที่มีคอมพิวเตอร์ ในกระบวนการทำงานไปแล้วนะคะ พูดถึงกระบวนการทำงานเรียนรู้รอบรู้นะคะการถ่ายทอด ก็คือเกี่ยวกับมนุษย์นะคะ การประมวลผลนี้ไปแล้วนะคะ เราพูดถึงเทคโนโลยีไปแล้วด้วยนะคะ ในคราวที่แล้วในคราวนี้ยังอยู่ในเฟสของมนุษย์กับคอมพิวเตอร์อยู่นะคะ ก็คืออยู่ในส่วนตามตัวแดง ๆ ของ sci นะคะ ก็คือภาพนี้วันนี้จะพูดถึงเรื่องของการออกแบบอินพุต เอาต์พุตนะคะ โดยใช้หลักการโอโคโนมินะคะซึ่งตัว input และ output นี่เราจะเรียกว่าส่วนต่อประสานนะคะ ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการคอมพิวเตอร์กราฟิก เหมือนกันนะคะ ยังอยู่ในรูปนี้อยู่นะ ในไดอะแกรม hci นี่ค่ะ คราวนี้นะคะ ตัว Content นะคะ ที่จะพูดถึงวันนี้ ก็จะมีทั้งนิยามนะคะ ของการปฏิสัมพันธ์ ก็คือความหมายนั่นล่ะนะคะ ปฏิสัมพันธ์คืออะไรบ้างมีแบบจำลองนะคะ ที่เราถือเป็นตัวหลักนะคะ ของงานปฏิสัมพันธ์นะคะมีโมเดลนั่นแหละ มีแบบจำลองของใครบ้างนะคะ หลักของตรรกยะศาสตร์หรือโอโคโนมินะคะ และอีกคำหนึ่งเป็นคำใหม่เราน่าจะยังไม่เคยได้ยินก็คือกระบวนแบบนะคะ ที่เราจะใช้ในส่วนของ interaction นะคะ หรือส่วนต่อประสานนะคะ แล้วสุดท้ายครูก็จะสรุปให้ ว่าเราเรียนอะไรไปบ้างนะคะ และจะมีแบบฝึกหัดให้ทำมีงานให้ทำนะคะอันนี้มาดูนิยามของการปฏิสัมพันธ์ก่อนนะคะ (อาจารย์) หัวข้อขึ้นมาค่ะ เพราะว่าในนี้มีงานให้เราด้วย 2 งานนะคะึ้นมาค่ะ เพราะว่าในนี้มีงานให้เราด้วย 2 งานนะคะ ท้ายๆคาบค่ะ ดูสไลด์ตามไปสวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ มีใครเข้า classroom ไม่ได้ไหมคะ s c i d s s พอดีครูสอนวิชานี้หลายห้องนะคะ ก็จะมีตั้งชื่อ ชั้นเรียนแยกกันไปนะคะ วันนี้ เราพูดถึงเรื่องของ interaction นะคะ ภาษาไทยก็คือการปฏิสัมพันธ์นะคะ ตามชื่อวิชาของเรานะคะ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์นะคะ เราพูดถึงมนุษย์พูดถึงบริบทนะคะ สภาพแวดล้อมของการทำงานที่มีมนุษย์ที่มีคอมพิวเตอร์ในกระบวนการทำงานไปแล้วนะคะ พูดถึงกระบวนการเรียนรู้รับรู้นะคะ การถ่ายทอดก็คือเกี่ยวกับมนุษย์นะคะ การประมวลผลนี้ไปแล้วนะคะ เราพูดถึงเทคโนโลยีไปแล้วด้วยนะคะ ในคราวที่แล้วในคราวนี้นะคะ ยังอยู่ในเฟสของมนุษย์กับคอมพิวเตอร์อยู่นะคะ ก็คืออยู่ในส่วนตาม ตัวไดอะแกรมของ sci นะคะ ก็คือภาพนี้วันนี้จะพูดถึงเรื่องของส่วนของการออกแบบอินพุต เอาต์พุตนะคะ โดยใช้หลักการอบรมนะคะ ซึ่งตัว input และ output นี่เราจะเรียกว่าส่วนต่อประสานนะคะ ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการคอมพิวเตอร์กราฟิกเหมือนกันนะคะ ยังอยู่ในรูปในไดอะแกรม sci นี่ค่ะ คราวนี้นะคะ ตัว Content นะคะ ที่จะพูดถึงวันนี้ก็จะมีทั้งนิยามนะคะ ของการปฏิสัมพันธ์ก็คือความหมายนั่นแหละนะคะ ปฏิสัมพันธ์คืออะไรบ้างมีแบบจำลองที่เรา ถือเป็นตัวหลักนะคะ ของงานปฏิสัมพันธ์นะคะ มีโมเดลนั่นแหละนะคะ มีแบบจำลองของใครบ้างนะคะ หลักของการยศาสตร์หรือโอโคโนมิอีกนะคะ และอีกคำหนึ่งนะคะ เป็นคำใหม่แล้วน่าจะยังไม่เคยได้ยิน ก็กระบวนแบบนะคะที่เราจะใช้ในส่วนของ interaction นะคะ ในส่วนต่อประสานนะคะ และสุดท้ายนะคะ ครูก็จะสรุปให้ว่าเราเรียนอะไรไปบ้างนะคะ แล้วก็มีแบบฝึกหัดให้ทำมีงานให้นะคะ คราวนี้มาดูนิยามของการปฏิสัมพันธ์ก่อนนะคะ การปฏิสัมพันธ์คืออะไรนะคะ ก็คือการติดต่อสื่อสารระหว่าง user กับ ระบบงนะคะ ก็คือผู้ใช้กับระบบนะคะ โดยติดต่อผ่านการที่เราเรียกว่าส่วนต่อประสานนะคะ ซึ่งถ้าเป็นมนุษย์กับมนุษย์ที่เราจะเรียกการสนทนากันนะคะ แต่พอเป็นระบบนี้ เราไม่สามารถคุยกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงนะคะ เราจะติดต่อกับคอมพิวเตอร์กับระบบคอมนี่ผ่าน...ส่วนคอมผ่านส่วนที่เรียกว่าส่วนต่อประสานหรือเราจะเรียกว่าผ่านตัวกลางนะคะ ส่วนต่อประสาทเราจะเรียกว่าตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับตัวระบบเองนะคะ ส่วนต่อประสานเราจะเริ่มใช้เมื่อไหร่เราจะเริ่มใช้เมื่อผู้ใช้ป้อนคำสั่งนะคะ หรือการออกคำสั่งนั้นให้ตัวต่อประสานและหน้าที่หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของตัวต่อประสานที่จะดำเนินการต่อผู้ใช้ดังนั้นนะคะ จึงสรุปได้ว่าการสื่อสารระหว่างคนนี่ระหว่างมนุษย์หรือผู้ใช้กับระบบนี่เป็นแบบการสื่อสารที่เราเรียกว่า indirect language ก็คือเราเรียกว่าภาษาทางอ้อมเพราะเราไม่ได้คุยกับคอมพิวเตอร์ทางตรงเหมือนมนุษย์เพราะเราไม่ได้คุยกับคอมพิวเตอร์ทางตรงเหมือนมนุษย์กับมนุษย์ ก็คือสื่อสารโดยตรงแต่ของเรานะคะ สื่อสารผ่านส่วนต่อประสานเราเรียกว่า indirect นะคะ คราวนี้แบบจำลองการปฏิสัมพันธ์มีแบบจำลองหลัก ๆ อยู่ 2 ตัวนะคะ อันแรกเลยก็คือแบบจำลองที่เราพูดถึงก็คือแบบของ norman นะคะ เป็นต้นกำเนิดของคนที่คิดเกี่ยวกับทฤษฎีเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์นะคะ โดยก่อนที่เราจะพูดถึงแบบจำลองนะคะ เราจะต้องรู้จักในสามส่วนนี่ก่อนนะคะ คำศัพท์เวลาที่เราจะสร้างส่วนต่อประสาน เราจะต้องรู้คำศัพท์ก่อนนะคะ เราค่อยเรียนรู้แบบจำลองว่ามีกระบวนการอะไรบ้างนะคะ แล้วก็ตอบราคา ของการปฏิสัมพันธ์มีอะไรบ้าง โดยนะคะ ส่วนที่เกี่ยวข้องมีอยู่ 4 คำนะคะ อันนี้เราต้องมีความเข้าใจในคำศัพท์ 4 คำนี้ก่อนนะคะ ก่อนที่เรา จะไปสร้างส่วนต่อประสานในการปฏิสัมพันธ์นะคะ คำแรกก็คือโดเมนนะคะ โดเมนคืออะไรนะคะ keyword ที่สำคัญของ Content นะคะ อาจารย์จะทำไฮไลท์สีเหลืองไว้ให้ให้นักศึกษาไปอ่านสอบจับประเด็นนะคะ ไปสรุปเนื้อหาอีกทีนะคะ เราสังเกตตัวที่เป็นไฮไลท์สีเหลืองนะคะ เป็นตัวหนังสือสีเหลืองเป็น keyword ที่สำคัญ ของ พารากราฟนะคะ พารากราฟนะคะ เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญของเรื่องนั้นนะคะ อย่างโดเมนเนม มันก็คือขอบเขตสโคปของงานน่ะค่ะ เจอขอบเขตของการทำงานนะคะ ซึ่ง เวลาเราศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะต้องมีสโคปหรือขอบเขตของงานให้ชัดเจนนะคะ เช่นโดเมนของกราฟิกดีไซน์นะคะ กราฟิกดีไซน์โดเมนหมายถึงเราจะศึกษาขอบเขตของการออกแบบงานกราฟิกนะคะ ยกตัวอย่างคืองานกราฟฟิก ก็เช่น การศึกษารูปทรงต่างๆรวมถึงการวาดพื้นผิวให้กับวัตถุอันนี้คือโดเมนของกราฟิกดีไซน์นะคะ ส่วนผลลัพธ์นะคะ หรือเป้าหมาย Goal นี่ค่ะ ก็คือสิ่งที่นักศึกษาต้องทำให้เสร็จทำให้สำเร็จนะคะ อย่างเช่นถ้าเป็นกราฟิกดีไซน์โดเมนนะคะ เป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่เราต้องการจัดการรูปทรงต่างๆก็คือการสร้างนะคะ กำหนดเป้าหมายไว้ก่อน ในเรื่องของการดีไซน์นะคะ ในเรื่องของการดีไซน์นะคะ แล้วก็กำหนดเป้าหมายไว้ ว่าเราต้องการ สร้างรูปทรงสามเหลี่ยมสีแดงเป็นสีแดงล้วน บนผืนผ้าใบอันนี้คือเป้าหมายเป้าหมายปลายทางหรือผลลัพธ์ที่เราต้องการ ต้องการได้นะคะ แล้วงานที่ต้องทำมีอะไรบ้าง นะคะ แล้วงานที่ต้องทำมีอะไรบ้าง นะคะ task ก็คืองานหรือการปฏิบัตินะคะ เพื่อทำให้ ภารกิจของเราสำเร็จนะคะ ตอนนี้ ผลลัพธ์ที่เราต้องการก็คือการสร้างรูปทรง สามเหลี่ยมสีแดง สีแดงล้วนนะคะ ไม่มีสีอื่นมาคั่นนะผืนผ้าใบงานที่ต้องทำก็คือ เลือกเครื่องมือสำหรับเติมนะคะ เติมสีพอเติมแล้วแล้วก็เลือก รูปทรงสามเหลี่ยมแล้วเอาไปเติมสีนะคะ อันนี้คืองานที่ต้องทำนะคะ สุดท้ายสิ่งสำคัญนะคะ อีกสักหนึ่งที่สำคัญ ที่เราลืมไม่ได้คือ injection นะคะ intention หมายถึง เจตนาในการสร้างงานหรือความตั้งใจจริงที่เราจะทำให้งานสำเร็จ ตามเป้าหมาย4 คำศัพท์นี้นะคะ แปลคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์นะคะ เราต้องรู้แปลคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์นะคะ เราต้องรู้ ทั้งสี่เรื่องนี้นะคะ เวลาที่เราสร้างงานปฏิสัมพันธ์นะคะ คราวนี้เรามาดูแบบจำลองของนอร์แมนบ้าง แบบจำลองของนอร์แมนมีอยู่ 7 ขั้นตอนการทำงานนะคะ เราเรียกว่าวงจรการปฏิสัมพันธ์นะคะ interactive Cycle นะคะ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ๆก็คือเราเรียกว่าexecutionมาถึงขั้นตอนการดำเนินงานนะคะ กลับขั้นตอนการประเมินEvolution นะคะ ทำแล้วก็ประเมินมี 2 ขั้นตอนใหญ่ โดยนะคะ ดยนะคะ การทำแบบจำลองนอร์แมนมานี่ เพื่ออธิบายว่า ทำไมบางระบบมาถึงใช้งานยาก วางระบบ ทำไมบางระบบมันถึงมีความซับซ้อนนะคะ ทั้งๆที่ การทำงานการทำงานมันก็มีแค่ 2 ส่วน ก็คือไม่เป็นส่วนการดำเนินงานก็เป็นส่วนของการประเมินนะคะ ม่เป็นส่วนการดำเนินงานก็เป็นส่วนของการประเมินนะคะ แต่แบบจำลองนอร์แมนจะมาอธิบายนะคะ ให้แล้ว ให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้นหลักการทำงานของระบบงานบางส่วนฟังงานนี้ มันถึงยาก มันถึงมีขั้นตอนซับซ้อนหลายขั้นตอนบางงานทำไมมันง่ายนะคะ นะคะ rakuten ก็คือการกำหนดรูปแบบนะคะ ให้กับผู้ใช้นะคะ งานบ้างงานนี่ผู้ใช้มีความต้องการที่จะทำแต่ไม่สามารถทำผ่านระบบได้นะคะ แต่อีกงานหนึ่งนะคะ ผู้ใช้คาดหวังว่าจะเห็น สิ่งนี้นะคะ หรือความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้รือความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้แต่ตัวระบบไม่สามารถตอบสนองผู้ใช้ได้นักศึกษาเคยเห็นงานทีู่้ใช้ได้นักศึกษาเคยเห็นงานที่เอาเราก็ได้ นักศึกษาเป็นผู้ใช้อยู่แล้วนะคะ เป็นผู้ใช้ระบบ มีไหมคะ ที่เราต้องการเห็นระบบ แบบนี้ หรือ ต้องการเห็นวิว ของระบบรูปแบบหนึ่งแต่สิ่งที่เราเห็นเป็นอีกแบบหนึ่ง อันนี้เราเรียกความคาดหวังนะคะ เคยมีระบบที่เราอยากเข้าไปหรือเข้าไปจัดการได้มากกว่านี้ แต่โดยสิทธิ์ที่เราได้นี่ คือทำได้เท่านี้ มีระบบแบบนี้ เคยใช้งานระบบ ไหน ที่เราคาดหวังไหมคะ ว่าถ้าเกิดเราใช้ระบบนี้นะคะ มันจะต้องได้ 1 2 3 4 แต่พอไปใช้งานจริงๆ แล้วมาใช้งานได้แค่ 1 หรือเรามีสิทธิ์เข้าใช้งานได้แค่ 1 อย่างเอาอย่างนี้ระบบของมหาวิทยาลัยเคยเข้าไปดูเกรดผ่านระบบไหมคะ เคยในระบบนั้นเราทำอะไรได้บ้างระบบบริหารการศึกษานะคะ นักศึกษาจะเข้าไปได้ในปีของนักศึกษาเองนะคะ เวลาเข้าไปเราแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของตัวเองได้ไหมคะ ได้ไหมเอ่ยข้อมูลส่วนตัวของเราเองเช่นชื่อผิดนามสกุลผิดที่อยู่เบอร์โทรได้ไหมคะ ได้แล้วเราอยากแก้เองได้ไหมคะ คือมันข้อมูลเรานะแต่เราอยากออกเอง แต่เราให้สิทธิ์แต่เขาให้สิทธิ์เราแค่เรียกดู อันนี้คือความคาดหวังของเราคือเข้าไปแล้วเราอยากแก้ไขเราก็ทำไม่ได้ อันนี้เราก็เห็นแค่มันเบอร์เก่าข้อมูลเก่าเราต้องไปติดต่อนะคะ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในฝ่ายแก้ไขอีก Step 1พอเราเข้าไปดูเห็นบอกตัวเองแล้ว ดูเกรดได้ไหมคะ ดูเกรดตัวเองได้ไหมคะ ดูเกรดเพื่อนได้ไหมคะ ไม่ได้อยากดูเกรดเพื่อนได้ไหมคะ อยากเห็นเกรดเพื่อนไหมอยากเห็นเกรดเพื่อนถามว่า แล้วเราอยากให้เพื่อนเห็นเกรดเราไหมคำตอบเดียวกันนะคะ เราอยากจะเห็นเกรดหรือข้อมูลคนอื่นแต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นเห็นข้อมูลเรา ผลก็ออกมาแค่เราดูได้แค่ข้อมูลเราก็ดูได้แล้วนะคะ ดูได้แค่ข้อมูลตรงนี้แก้เกรดได้ไหม วิชานี้ตั้งใจมากเลย ทำไมถึงได้แค่ Bทำไมถึงไม่ได้ A อย่างนี้ค่ะ แก้ไม่ได้ค่ะ เพราะชีวิตเราคือแค่เรียกดูนะคะ อันนี้คือ แบบจำลองนอร์แมนอาจารย์จะมาอธิบายส่วนนี้ล่ะส่วนที่ว่า ทำไมบางระบบมันเหมือนง่ายๆนะ เห็นแล้วแต่แกไม่ได้อย่างนี้ค่ะ หรืออยากดูสโคปกว้างขึ้นแต่เราก็ดูได้แค่นี้นะคะ อันนี้คือแบบจำลองนอร์แมนจะอธิบายอธิบายระบบ ทำไมบางระบบ ถึงเป็นวิวแบบนี้วิวแต่ละคนจะเป็นแบบนี้คราวนี้นะคะ มีอธิบายเพิ่มนะคะ การลงมือทำจริงๆนะคะ ก็คือเอบาวกับบิล นี่ก็คือขยายความนะคะ ก็คือแบบจำลองของนอร์แมนความเป็นจริงแล้วนะคะ ในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับระบบนี่เราสามารถเฉพาะเจาะจงลงไปได้ เป็น 4 ส่วนหลักๆนะคะ ส่วนแรกก็คือผู้ใช้ส่วนที่ 2 เป็น inputนะคะ ส่วนที่ 3เป็นตัวระบบเอง และส่วนที่ 4ก็คือ outputนะคะ ซึ่งสิ่งที่นักศึกษาจะต้องทำความเข้าใจก็คือใน 4 ส่วนนี้นะคะ จะมีภาษานะคะ ที่ใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ต่างกันถ้าเป็นตัวระบบเองนะคะ ตัวระบบหลักนี่เราจะใช้ core language นะคะ ก็คือระบบจะใช้ภาษาแกนนะคะ ส่วนของ การปฏิบัติ การทำงานนะคะ การใช้ระบบอันนี้ผู้ใช้จะใช้ภาษาที่เรียกว่าภาษาภารกิจ หรือภาษาในการทำงานหรือเราจะเรียกว่า languageส่วนในการรับข้อมูลและแสดงผล input output นี่เราจะเรียก Interface ก็คือส่วนต่อประสานซึ่งจะเป็นส่วนปฏิสัมพันธ์ ที่นักศึกษาจะต้องดีไซน์เพราะเราเป็นเอกเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ นักศึกษาสามารถดีไซน์โดยใช้หลักการของการปฏิสัมพันธ์ได้ด้วย นะคะ อีกหัวข้อหนึ่งนะคะ เรารู้แล้วส่วนที่เราต้องทำก็คือส่วน Interfaceหรือส่วนของการสร้างส่วนต่อประสานนะคะ เราจะสร้างแบบไหนนะคะ จำคำนี้ได้ไหมเอ่ยการยศาสตร์หรือ ergonomicsเคยได้ยินไหมคะ เคยพูดไปตอนบทที่ 1ในdiagramของ sci นะคะ มี economic อยู่ภาษาไทยแปลว่า การยศาสตร์นะคะ หมายถึง การศึกษาถึงลักษณะทางกายภาพของคนนะคะ บางทีเราจะศึกษาในscope ของ Human Factorก็คือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ กับ การใช้งานระบบนี่แหละ นะคะ ก็เลยมีตัวอย่างนะคะ นอกจากเราจะศึกษามนุษย์แล้วเราก็จะศึกษาdevices ต่างๆ ที่มาอำนวยความสะดวกในการทำงานนะคะ ในที่นี้นะคะ เราเป็นเอกทางด้านคอมพิวเตอร์นะคะ เอกเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ใน field ของคอมพิวเตอร์นะคะ กูก็เลยเลือกรูปภาพที่เป็น เกี่ยวข้องกับพวกเรานะคะ อย่างเช่นการใช้งาน การนั่งการยืนนะคะ อันนี้คือลักษณะทางกายภาพที่มองเห็นได้หันหน้าแบบไหน ควรยืนแบบไหน มือต้องวางแบบไหนหน้าจอกับหน้าเรากับสายตานี้ค่ะ ต้องอยู่ระดับไหนห่างกันเท่าไรรวมถึงการออกแบบ เก้าอี้ อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ การออกแบบเมาส์ ออกแบบคีย์บอร์ด ก็มีเยอะนะคะ มีหลายอุปกรณ์เหมือนกันนะคะ ที่ใช้หลักการ ergonomic ในการออกแบบเพื่อ ให้เหมาะสมกับ สรีระหรือกายภาพ ของแต่ละคนนะคะ คราวนี้นะคะ หัวใจสำคัญของบทนี้ก็คือinteraction Style นะคะ ภาษาไทยใช้คำว่ากระบวนแบบปฏิสัมพันธ์นะคะ หมายถึงอะไรเอ่ยตำบลกระบวนแบบนะคะ พูดถึงที่ไปที่มาก่อนถ้าพูดถึงการปฏิสัมพันธ์นะคะ ภาษาง่ายๆที่เราใช้ก็คือ คำสนทนาการพูดคุยกันถ้าเป็นการปฏิสัมพันธ์แบบมนุษย์ 1 คือคนหนึ่งคนต่ออีกคนสองคนนะคะ แต่ละคนเวลาติดต่อสื่อสารกันก็คือใช้การสนทนากันแต่เวลาที่มนุษย์คนหนึ่งสื่อสารกับระบบคอมพิวเตอร์นี่ จะผ่าน ส่วนที่เรียกว่า Interface หรือส่วนต่อประสานนะคะ คือเราเรียกไดอะรอกราคาซึ่งDunlopจะมีหลากหลายรูปแบบมากราคา เราสามารถเลือกใช้ได้ เพราะ ตัวนี้นะคะ เน้น สอนตอนปี 3 เทอม 2 นี่ให้นักศึกษาเอาตัว ความรู้ที่ได้ในวิชานี้ ในเรื่องนี้ไปประยุกต์ใช้ในวิชาโครงงานคอมพิวเตอร์นะคะ ไปใช้ในการออกแบบนะคะ เรามาดูกระบวนแบบประกัน อันนี้เป็นตัวอย่าง จะมีตั้งแต่กระบวนแบบเก่า ๆ เลยนะคะ นนี้เป็นตัวอย่าง จะมีตั้งแต่กระบวนแบบเก่า ๆ เลยนะคะ จนถึงกระบวนแบบที่มียังมีใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่จริง ๆ มีเยอะกว่านี้อีกนะคะ ครูทำสัญลักษณ์เยอะ ที่ยกตัวอย่างมานะคะ เช่น Command LINE Interface นะคะ เป็นกระบวนแบบ ในการสร้าง ส่วนต่อประสานนะคะ ภาษาไทยใช้คำว่า ส่วนต่อประสานที่เป็นแบบบรรทัดคำสั่งนะคะ หรือส่วนต่อประสานที่เป็นเมนูนะคะ หรือส่วนต่อประสานที่เป็นเมนูนะคะ เราเรียกเมนู Interface Natural Language นะคะ หรือเป็นแบบ Query Interfacecoffin w i m p Point and Click ที่ได้ไม่ชัดนั่นนะคะ Direct question Answer web Navigation ตรงและอื่น ๆ เราสามารถเลือก รูปแบบส่วนส่วนต่อประสานต่อไปนี้กล่าวมานี่ไปใช้ในงานเราได้อันนี้ยังไม่หมดนะคะ ครูยกตัวอย่างให้ดู ให้เราพอนึกภาพออกว่าเราจะว่าเราจะสร้างระบบขึ้นมานี่นักศึกษาจะต้องมีความรู้ทางด้านการดีไซน์พวกสอนต่อประสารนนี้ด้วยมีอธิบายนะคะ ให้บางส่วน เช่น ส่วนต่อประสานที่เป็นแบบบรรทัดคำสั่งนะคะ เราเรียกว่า Command LINE Interface นะคะ เป็นอย่างไรนะคะ ก็คือ การสร้าง Interface ที่เราสามารถบอก และแสดงคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทราบได้โดยตรง นะคะ โดยการป้อนโดยการป้อน ป้อนคำสั่งหรือฟังก์ชันคีย์นะคะ คือการป้อนนี้เราอาจจะป้อนเป็นตัวอักษรเดียวนะคะ หรือเป็นตัวย่อนะคะ หรือเป็นข้อความเป็นคำยาว ๆ เป็นประโยคยาว ๆ แต่มันจะต้องถูกรูป แบบของคำสั่งเขาเรียกซินแทคน่ะต้องถูก เราไม่สามารถพิมพ์คำที่เราคิดได้ทั้งหมด้องถูก เราไม่สามารถพิมพ์คำที่เราคิดได้ทั้งหมด มันจะมีคำบังคับ ว่าให้ใช้คำไหนสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้บ้างนะคะ ข้อดีของ Command line คือ คำสั่งที่เราป้อนเข้าไปนี่ มันจะเข้าถึงตัวระบบได้โดยตรงไม่ต้องผ่านการแปลงนะคะ คอมพิวเตอร์รับรู้ได้เลยทำงานได้เร็วนะคะ ไม่ต้องผ่านการแปลงนะคะ คอมพิวเตอร์รับรู้ได้เลยทำงานได้เร็วนะคะ เพราะว่าคำสั่งโดยตรง เหมือนเราอยากฝากหรืออยากคุยกับเพื่อนมือนเราอยากฝากหรืออยากคุยกับเพื่อน เราก็คุยกับเพื่อนโดยตรงเลย อันนี้ก็คือรับรู้กัน แต่ถ้าเกิดเรา คุยกับเพื่อนคนนี้ แต่ฝากไปถึงเพื่อนอีกคนหนึ่ง อันนี้คือมันก็จะช้าออกไป โดยกระบวนการเดินทางของสารที่รับไปนะคะ อันนี้ก็เหมือนกันถ้าเราใช้ Command line เราสามารถสั่งคอมพิวเตอร์ ภายใต้คำสั่งโดยตรงแต่ข้อเสียของมัน คือ เราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับคำสั่งที่เราจะป้อนให้กับระบบนะคะ ว่าคำไหนบ้างที่สามารถสั่งได้และคอมพิวเตอร์เข้าใจนะคะ ยกตัวอย่างระบบที่ใช้ระบบ Command LINE นะคะ เช่น พวก วินโดวส์ ก็มีค่ะ แต่เป็นโหมดของ Command นะ ที่สั่งงานเป็นหน้าจอสีดำนะคะ แล้วก็พิมพ์คำสั่งเป็นคำน่ะนะคะ ยูนิตนี่ยูนิตไม่มีอินเตอร์เฟสเลยนะคะ เป็นระบบCommand Lineหรือระบบปฏิบัติการ dos ก็เป็น Command LINE นะคะ หน้าตาของคอมมานไลน์ก็จะเป็นแบบนี้นะคะ เป็นหน้าจอสีดำ สีน้ำเงิน แล้วแต่นะคะ แต่ตัวหนังสือนะคะ คำสั่งก็จะเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ ะคะ คำสั่งก็จะเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ นะคะ เราสามารถโต้ตอบกับระบบได้เราก็พิมพ์คำสั่งเข้าไปนะคะ อย่างเมื่อก่อนที่ครูเคยใช้งานระบบดอสนี้ค่ะะคะ เราสามารถโต้ตอบกับระบบได้เราก็พิมพ์คำสั่งเข้าไปนะคะ อย่างเมื่อก่อนที่ครูเคยใช้งานระบบดอสนี้ค่ะ อย่างเช่นครูอยากรู้ว่าไดร์ฟ C มีข้อมูลอะไรเก็บอยู่บ้างมันก็จะมีคำบังคับนะคะ เช่นเดียวอย่างนี้ค่ะ เป็นการขอดู Drive Cว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง อันนี้มีการใช้ข้อมูลคำสั่งแบบ Command LINE นะคะ แต่ในทาง fdi นี่นะคะ เรามองว่าคอมมานไลน์เป็นข้อด้อยของการปฏิสัมพันธ์แบบที่ใช้หลักการของ hciทำไมถึงเรียกว่า คอมมานไลน์เป็นข้อด้อยค่ะ เราคิดว่าเพราะเหตุใดในการออกแบบระบบโดยใช้หลักการ sci นี่ Command line ถึงเป็นจุด อ่อนหรือ เป็นรูปแบบโบราณ เป็นวิธีเก่าที่ไม่นิยมใช้ถ้าใช้หลักการ scr ในการออกแบบนักศึกษาคิดว่า เป็นเพราะอะไรเอ่ย ถ้าเราออกแบบระบบมา 1 ระบบ ให้ผู้ใช้นี่ เราจะเลือก ให้ผู้ใช้ติดต่อกับเราผ่านตัวคำสั่งอย่างนี้ไหมให้พิมพ์คำสั่งถ้าพิมพ์ผิดระบบก็จะตอบกลับมาว่าBlack Commandแปลว่า คุณพิมพ์คำสั่งผิดคำสั่งนี้มันผิด นะคะ อาจจะผิดในตัวคำสั่งเองหรือผิดรูปแบบ ก็ต้องพิมพ์ให้ถูกต้อง ทั้งเว้นวรรคทั้งพิมพ์ตัวใหญ่ ตัวเล็ก เหมือนการเขียนโค้ด ที่เป็นแบบ Structure นะคะ เขียนถ้ามันผิดมันก็รันไม่ได้เหมือนกันนะคะ อันนี้ถือเป็นข้อด้อยของhci นะคะ เพราะอะไรเพราะมันใช้งานยากไงระบบของเราที่ใช้หลักการ sci ก็คือผู้ใช้สามารถ ไม่ต้องจดจำอะไรค่ะ สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ สวยงาม แต่พอเป็นคอมมที่หน้าจอแบบนี้สวยงามไหมยุ่งยากในการจดจำคำสั่งนะคะ ก็เลยมองว่ามันใช้งานยาก คราวนี้ก็จะมีรูปแบบของเมนู ...หรือเมนู Interface นะคะ ถ้าพูดถึงเมนูก็คือกลุ่มของทางเลือกนะคะ มันจะปรากฏบนหน้าจอ วินโดวส์ นะหน้าต่างหน้าจอของเรานี่เวลาที่เราเข้าระบบไป ตัวเลือกจะต้องสามารถมองเห็นได้ทั้งหมดัวเลือกจะต้องสามารถมองเห็นได้ทั้งหมด ไม่ซ้อนทับกันะต้องสามารถมองเห็นได้ทั้งหมด ไม่ซ้อนทับกัน เวลาเราออกแบบเมนูนะคะ แล้วการใช้ทำเมนูมันจะเป็นข้อความน่ะค่ะ คำแต่ต้องสื่อความหมายด้วยนะคะ โดยหลักการของการใช้เมนูนะคะ จะใช้หลักการจำนี่น้อยแต่ใช้หลัก การรู้จำ นะคะนะคะ เขาเรียก recongเนี่ยมากเราไม่จำเป็นต้องไปท่องจำนะคะ ว่าเมนู คำนี้คืออะไร แปลว่าอะไรราคา เมนูไฟล์อย่างนี้ค่ะ หรือเมนูออกแบบ เมนูมุมมองนี่เราไม่ต้องท่องจำแต่เราจะเรียนรู้ก็คือการรู้จำได้เองอ่านคำเมนูสั้น ๆ เราจะรู้เลยว่า ตรงนี้แล้ว มันจะมีอะไรออกมาอย่างนี้ค่ะ รงนี้แล้ว มันจะมีอะไรออกมาอย่างนี้ค่ะ ซึ่งการใช้งานเมนูก็คือใช้เมาส์เลื่อนแล้วก็คลิกนะคะ เลื่อนลูกศรนะคะ ในหน้า ในคีย์บอร์ดนะบนหน้าจอแล้วก็คลิกนะคะ อันนี้คือการใช้งานเมนูนะคะ เมนูมี 2 แบบ ในการสร้าง Interfaceของเมนูก็คือเมนูที่เป็นแบบครูดเมนูค แปลว่าอะไรเอ่ยคลิกแล้วไหลขึ้นหรือลงดาวคือลง นะคะ เราคิดเมนูปุ๊บเช่น คลิกเมนูในตัวอย่าง ในภาพนี้มันก็จะมีคำสั่งเมนูย่อยลงมาอันนี้คือ True downเราสามารถใช้รูปแบบนี้ในการดีไซน์ระบบงานเราได้นะคะ มีแบบหนึ่งคือ Pop Up Pop Up menu คือคลิกขวานะคะ คลิกขวาในโปรแกรมไหนก็ได้ แล้วมันจะมีคำสั่งลัดขึ้นมา อันนั้นก็คือเมนูเหมือนกันแต่เป็นแบบ Pop Up นะคะ ได้ที่ไหนก็ได้ค่ะ ใน เวิร์ด Excel PowerPoint หรือโปรแกรมอื่นอาจารย์เรียกว่าเมนูแบบ Pop Upคลิกขวาบนพื้นที่ว่างคขวาบนTitle Barนะคะ มันก็จะขึ้นเด้งขึ้นมานะคะ ไม่มีหัวมีท้ายอะไรนะคือเด้งขึ้นมาเลยนะคะ อันนี้เราเลือกเมนูที่เป็นแบบ pop up นะคะ ต่อไปนะคะ กระบวนแบบ ที่เรียกว่า Natural Language นะคะ คือภาษาธรรมชาตินะคะ ภาษาธรรมชาติ ภาษาที่ใช้ในการติด ต่อ ระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์นะคะ ซึ่งถ้าพูดถึงภาษาธรรมชาติซึ่งถ้าพูดถึงภาษาธรรมชาติผู้ใช้จ๊ะคุ้นเคยนะคะ เราสามารถใช้ภาษาธรรมชาติในการสั่งงานระบบได้เรียกว่า โดยถ้าเราพัฒนาระบบนะคะ ที่ให้ระบบเรียนรู้การ Speedหมายถึงระบบเรียนรู้การรู้จำเสียงพูดแล้วระบบก็จะโต้ตอบกับเราได้อันนี้เราเรียกภาษาธรรมชาตินะคะ บางทีเราจะเรียก การพิมพ์ภาษาธรรมชาติคือเหมือนเราพิมพ์ภาษาพูดนะแล้วคอมพิวเตอร์ก็เข้าใจอันนี้คือภาษาธรรมชาตินะคะ หรือบางทีเราเรียกว่า ภาษาที่มนุษย์ใช้ในการโต้ตอบนะคะ แต่ความยาก ของการสร้างภาษาธรรมชาติในการติดต่อระบบก็คือมันจะมีปัญหาเรื่องความคลุมเครือของเสียงคือการออก ออกเสียงนะคะ ถ้ามันไม่ชัดระบบจะไม่เข้าใจไม่สามารถทำงานได้ตามคำสั่งเสียงที่เราออกไปนะคะ ตามคำสั่งเสียงที่เราออกไปนะคะ มาแล้วออกเสียงไม่ชัด เหมือนเราคุยกันนิ เพื่อนก็จะงงว่าเราพูดอะไร เคยใช้คำสั่งในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ไหมคะ