--- title: Revoice_วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศขั้นพื้นฐาน_150364 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2564 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) อีกบทหนึ่งก็คือบทที่ 6 นะคะแต่ว่า ตัวที่ครูดึงออกมานี่มันแยกออกมาจากตัวสไลด์ สไลด์เดิมนะคะอันนี้บทที่ 5 แต่ว่า เราจะเหลือเนื้อหาอีก 2 เรื่องนะคะ ก็คือเรื่องของการสืบค้นข้อมูลกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเรื่องของการสื่อสารข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายนะคะ ของเรื่องนั้นครูเข้าไป 1 บทนะคะ อีกเรื่องก็คือจริยธรรมนะคะเราต้องเรียนเนื้อหาให้ครอบใน Content ที่จะสอบ Final นะคะ ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเปรียบ เราจะไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นนะคะ เดี๋ยวครูอัพสไลด์ให้ทุกบทเลยนะคะ วันนี้พูดถึง information Technology นะคะ มีอะไรบ้าง หัวข้อที่เราจะเรียนนะคะพูดถึงข้อมูลคราวที่แล้วเราพูดถึงข้อมูลและสารสนเทศนะคะแต่วันนี้เราจะพูดถึงเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะพอดีก่อนหน้านี้ ของเราจะเป็นหลักสูตรเดิมจะเป็นสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะแต่ของเรานี่จะเป็น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ แต่ตัว Content ข้างในนะคะ เราจะเรียนวิชาพวกแกน วิชาคอมนะครับเป็นหลักนะนะครับเป็นหลักนะ ก็จะมีพูดถึงเนื้อหาองค์ประกอบนะคะ ของระบบสารสนเทศ มันมีคำว่าสารสนเทศกับ information เต็มก็คือระบบสารสนเทศนะคะ ประเภทของระบบนะคะบทบาทของ บทบาทของ สารสนเทศในปัจจุบันนะคะ แล้วก็การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศก็คือไอทีนะคะกับการพัฒนาประเทศ นโยบาย ถ้าเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนี่เราจะเรียกว่า ICT นะคะ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่มีอะไรต่อนี้เขาเรียกว่าไอทีinformation Technology แต่ถ้าเกิดว่ามีคำว่าสื่อสารเข้ามา Communication คือ ICT นะคะ มีผลกระทบต่อสุขภาพนะคะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต 2020 แต่ตอนนี้เรา 2021 เนื้อหายังเป็นตัวนี้อยู่เพราะเรายังใช้เทคโนโลยีแนวนโยบายน่ะของปี 2020 อยู่ คราวนี้เรามาดูความหมายตรงนี้ก่อนนะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศมาจาก เป็นการผสมคำนะคะระหว่างคำว่าเทคโนโลยีและคำว่าสารสนเทศเข้าด้วยกันนะคะเรียกว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเรียกว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเทคโนโลยีหมายถึงอะไรนะคะ เทคโนโลยีกับนวัตกรรม 2 คำนี้นะคะเราต้องแยกให้ออก เพราะความหมายมัน ความหมายในการใช้งานนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิงนะคะ โดยชัดมากกว่าเกมนี้เรียกว่า innovation เรียกว่านวัตกรรม Րแต่ถ้าเกิดว่าเข้าเกณฑ์แบบนี้เราเรียกว่าเทคโนโลยีนะคะ ฉะนั้นในข้อสอบนะคะ บทนี้ก็มีข้อสอบ บทนี้น่าจะมี 7 ข้อนะคะ riot Gamesนะคะ t Games นะคะสิ่งต่อไปนี้นะคะ ที่มันมีคุณสมบัติแบบนี้เป็นเทคโนโลยีไหมหรือเป็นนวัตกรรมหรือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์อะไรอย่างนี้ค่ะเขาจะให้แยกอะไรอย่างนี้ค่ะเขาจะให้แยกให้เลือกจากความหมายที่เขาให้มาถ้าเกิดใครได้จดข้อนี้ มาสู่แนวทางการปฏิบัติ หรือมาประยุกต์ในขั้นตอนการทำงาน มาสร้างวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือขึ้นมานะคะ เพื่อให้การใช้ชีวิตของมนุษย์นี่ สะดวกสบาย มากยิ่งขึ้นนะคะง่ายๆก็คือ ตราบใดที่เรามีการศึกษาค้นคว้าทำวิจัยนะคะสิ่งที่ได้จากการวิจัยคือองค์ความรู้ 1สิ่งที่ได้จากการวิจัยคือองค์ความรู้ 1 เรานำองค์ความรู้นี้คือความรู้จากงานวิจัยนี้เราเรียกว่านวัตกรรม องค์ความรู้คือสิ่งใหม่ๆนะคะที่ค้นพบอันนี้คือนวัตกรรมถ้าเรานำองค์ความรู้นี้นะคะไปประดิษฐ์ที่ค้นพบอันนี้คือนวัตกรรมถ้าเรานำองค์ความรู้นี้นะคะไปประดิษฐ์ หรือไปสร้างวัสดุอุปกรณ์อะไรสักอย่างหนึ่งขึ้นมาสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาใหม่นะเราก็ยังเรียกว่า innovation อยู่ขึ้นมาสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาใหม่นะเราก็ยังเรียกว่า innovation อยู่ เรียกว่า นวัตกรรมอยู่นะคะจนกว่าว่าอุปกรณ์ตัวนี้จะได้รับการยอมรับจนกว่าว่าอุปกรณ์ตัวนี้จะได้รับการยอมรับ ก็คือมีการซื้อแนวคิดมีป้ายผลิตแล้วก็ขาย มีใช้กันอย่างทั่วไป มันจะเปลี่ยนจากนวัตกรรมนะคะ เพราะนวัตกรรมคือสิ่งใหม่ไม่ซ้ำกับใครในโลก แต่ถ้าเกิดเป็นเทคโนโลยีคือ innovation ไปเป็นเทคโนโลยีนะคะ แต่วิธีได้การได้มาไม่เหมือนกัน เช่นจักรพันธ์ ค้นพบหลักการทำอะไรดีล่ะผลิตพัดลมส่วนตัวพัดลมแบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เดินไปที่ไหนก็สามารถใช้พัดลมตัวนี้สมมุตินะคะได้ก็ยินดี ตอนที่จักรพันธุ์ค้นพบตอนแรกมีเราจะเรียกว่านวัตกรรมค่ะ โดยใช้หลักการอะไรก็ช่างในโลกนี้แต่ไม่ซ้ำกับใครนะคะ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนนะคะ เราค้นพบตัวนี้ อันนี้ที่ได้สิ่งประดิษฐ์ตัวนี้ เราจะเรียกว่า คราวนี้พอวันหนึ่ง จักรพันธ์ทำขาย ทำพัดลมตัวนี้พัดลมส่วนตัวนี้ขาย แล้วก็มีคนซื้อนะคะใช้ทั่วไปที่ไหนก็เห็นพัดลมตัวนี้ พัดลมตัวนี้จากนวัตกรรมเราเรียกว่าเทคโนโลยี เมื่อมีคนยอมรับแล้วมีคนใช้แบบแพร่หลายแล้วเราจะไม่เรียกว่านวัตกรรมนะคะ จุดเปลี่ยนมันจะหยุดตรงนี้นะคะ คราวนี้พอสารสนเทศนะคะอันนี้พูดไปแล้วนะคะก็คือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับคนสิ่งของเหตุการณ์จะเป็นความลับ หรือจะไม่เป็นความลับก็แล้วแต่นะคะแต่สิ่งนี้จะต้องผ่านกระบวนการ นะคะจัดการก็คือ manage ผ่านการปลุกเสกโดยกระบวนการไหนก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับว่าตัวข้อมูลที่มีนี่มันต้องใช้กระบวนการใดในการโปรเซส เราก็ได้เป็นสารสนเทศออกมานะคะ คราวนี้พอนำมารวมกันนะคะ information Technology หรือเรื่องย่อว่า IT คืออะไรก็คือการนำเอาเทคโนโลยีนี้แหละมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศนะคะทำให้สารสนเทศนี่มีประโยชน์และสามารถใช้งานได้อย่างเต็มทำให้สารสนเทศนี่มีประโยชน์และสามารถใช้งานได้อย่างเต็ม เต็มเขาเรียก เต็มประสิทธิภาพของสารสนเทศตัวนี้เราจะเรียกว่าการใช้เทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มนะคะให้กับสารสนเทศการใช้เทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มนะคะให้กับสารสนเทศยกตัวอย่าง เช่น เราใช้เครื่องคอมพิวเตอร์นี้มาจัดเก็บข้อมูล ตอนแรกเราเก็บไว้เป็นไฟล์ไว้ที่เครื่องเรานะคะ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีการจัดเก็บแบบให้คนอื่นแชร์คนข้อมูลด้วยข้อมูลด้วย โดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่กรอกข้อมูลครั้งเดียวและก็แชร์ไปได้ และก็แชร์ไปได้อันนี้คือสารสนเทศ มันก็จะกระจายออกไปเพิ่มมากขึ้นเขาเรียกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มนะคะหรือเรามีการเก็บข้อมูลเอาไว้ก้อนหนึ่งเขาเรียกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มนะคะหรือเรามีการเก็บข้อมูลเอาไว้ก้อนหนึ่ง แล้วเรามีการดึง Report ออกมาจากข้อมูลที่เราเก็บ แทนที่เราจะเก็บเอาไว้เฉยๆนะคะ ใครมาก๊กรอกข้อมูลกรอกข้อมูลอย่างนี้ค่ะเรานะเก็บเอาไว้แล้วมีการนำตัวข้อมูลที่เราเก็บนี้ เอาไปสร้างเป็นรายงานตามความต้องการของผู้ใช้อันนี้คือเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ คราวนี้เรามาดูองค์ประกอบของระบบสารสนเทศบ้างนะคะมี 5 องค์ประกอบหลัก ถ้าในโจทย์นะคะในข้อสอบนี้ถามว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของระบบสารสนเทศแปลว่า ใน 4 ซอยนั้นมันก็จะมี 3 Choice ที่เป็นและอีกซอยนึงที่ไม่เป็นใน 4 ซอ นั้นมันก็จะมี 3 Choice ที่เป็นและอีกช้อยส์นึงที่ไม่เป็นซึ่งองค์ประกอบของสารสนเทศมันมี 5 นะคะ อันแรกก็คือต้องมีคนพลากรที่ทำงานนะคะ ในระบบสารสนเทศมีการใช้ฮาร์ดแวร์ ก็คือเราจะใช้ความเครื่องคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ ก็คือโปรแกรมชุดคำสั่งที่ควบคุมโปรแกรมให้ทำงานมีข้อมูล ที่บันทึกเข้าไปนะคะ แล้วก็มีกระบวนการที่เป็นระบบอันนี้คือ 5 องค์ประกอบของระบบสารสนเทศนะคะ ก็คือถ้าเราพูดถึงระบบนี่มันจะต้องมีองค์ประกอบมากกว่าหนึ่งอย่างอยู่แล้ว ในร่างกายเรามีระบบอะไรบ้างคะ ตอบมาคนละ 1 ระบบห้ามซ้ำกัน ระบบทางเดินหายใจ ระบบปัสสาวะ ระบบทางเดินอาหาร อะไรนะ ระบบขับเหงื่อนี้มีไหม ระบบขับของเสือ อ ก็คือไม่ใช่แค่เหงื่อ นอกก็จะมีอย่างอื่นระบบหมุนเวียนโลหิตมีอีกไหมคะ ระบบปัสสาวะ ระบบประสาทต้องอันนี้คือระบบค่ะ พอเป็นระบบมันก็จะมีการทำงานร่วมกันของหลายๆส่วนนะ เอาอย่างนี้ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยส่วนประกอบอะไรบ้าง เวลาเรียงลำดับนี้เราต้องเรียงตั้งแต่จุดเริ่มต้นนะไปจนถึงจุดสุดท้ายระบบย่อยอาหารเริ่มจากจุดไหนคะะ ไปจนถึงจุดสุดท้ายระบบย่อยอาหารเริ่มจากจุดไหนคะ1 วันนะคะบดเคี้ยวอาหาร บดเคี้ยวอาหาร น้ำละลายก็มาอยู่ในกระบวนการบดเคี้ยวเสร็จแล้วอย่างไรต่อหลอดอาหาร คือฟัน ปากฟันนี่แหละ บดเคี้ยวอาหารก็ไหลผ่านหลอดอาหารลงไปเสร็จหรือยังไปถึงกระเพาะอาหารกระเพาะทำอะไรบ้างคะ ก็จะมีดูดซึมนะมีระบบย่อยนู่นนี่นั่นเพิ่มเพราะว่าในกระเพาะเรา จะมีกรดในการย่อยนะคะ มีย่อยไขมันย่อยแป้งย่อยโปรตีนย่อยอะไรก็ว่าไปนะคะหมดหรือยังระบบย่อยอาหาร หมดหรือยังระบบย่อยอาหาร แล้วมันก็จะมีกากใยนะคะที่ดูดซึมไม่ได้ ขับไปที่ส่วนของลำไส้นะคะ ก็ต่อไปเป็นระบบค่ะ ถ่ายอะไรต่อไปอีก ฉะนั้นถ้าเราได้ยินคำว่า System หรือระบบนี่ แปลว่ามันจะต้องมีการทำงานร่วมกันของหลายๆส่วนนะคะ ระบบของสารสนเทศเหมือนกัน ก็จะมี 5 องค์ประกอบหลักนี้ คราวนี้เรามาดูประเภทนะคะของระบบสารสนเทศบ้าง สรุปแปล ต่อค่ะ ประเภทของระบบสารสนเทศนะคะมีอยู่ 6 ประเภทนี้ นักศึกษาจะต้องจับประเด็นให้ได้ว่าแต่ละระบบมันมีจุดเด่นอย่างไรนะคะอย่างระบบแรกนะคะทาน section sekumpul อย่างระบบแรกนะคะทาน section sekumpulS\\System นะคะ เราเรียกยอว่าระบบ gps ระบบการประมวลผลข้อมูลนะคะเ เ ราจะเรียกว่าข้อมูลรายวันข้อมูลประจำวันหรืองานรูทีนก็ได้ เดี๋ยวขออธิบายว่าเป็นอย่างไรประเภทที่ 2 ของระบบสารสนเทศนะคะ ก็คือออฟฟิศ automation System นะคะ ระบบ OS นะคะ หรือระบบระบบสำนักงานอัตโนมัตินะคะ 3 นะคะ ก็จะเป็นระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการนะคะ เมเนจเม้นท์ information System หรือเรียกว่าระบบ mis นะคะ 4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เราฟังจากชื่อระบบนะ สนับสนุนการตัดสินใจแปลว่ามีข้อมูลให้ข้อมูลน่าเชื่อถือและเพียงพอพอที่จะ ตัดสินใจได้อันนี้คือระบบ dss นะคะ ผ้าก็คือระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง ก็คือระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง ถ้าเป็น dss นี่จะเป็นผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง จะพอเป็นระดับสูงนี่ assassination System นะคะ AIS เป็นสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูงนะคะโดยเฉพาะะ โดยเฉพาะสุดท้ายเป็นระบบ artificial intelligence System ก็คือระบบผู้เชี่ยวชาญนะคะเรามาดูลักษณะเด่นนะคะของแต่ละระบบ เรามาดูลักษณะเด่นนะคะของแต่ละระบบ อันนี้คือระบบประมวลผลข้อมูลรายวันหรือระบบ ประมวลผล งานแบบ Routine นะคะ รูปทีมก็คืองานที่เป็นประจำทุกวันทีมก็คืองานที่เป็นประจำทุกวัน แต่ละหน่วยงานจะมีงาน Routine ที่แตกต่างกันนะคะ เช่น ถ้าเป็นงานธุรกิจห้างสรรพสินค้านี่งานรูทีนของเขาที่เวลาเราไปห้างที่เราเห็นเขาทำอย่างนี้เขาทำอะไรคะ เคยไป big c Makro Lotusโรบินสัน โรบินสัน ไหมคะ เวลาเราไปทุกครั้งเลยเขาก็จะทำอันนี้เขาทำอะไรเขาทำอะไรเขาทำอะไรบ้างขึ้นอยู่กับแผนกนะ แคชเชียร์ทำอะไรคะ เชียร์คิดเงินคิดเงิน ค่าสินค้าไปทีไรเขาก็คิดเงินใช่ไหมมีแผนกไหนอีก มีแผนกไหนอีก จัดของ ขึ้นเชลล์นะคะ เซลล์ แม่บ้าน มีอะไรอีกที่เราเห็น รปภ อันนี้คืองานรูทีนค่ะ แคชเชียร์งานรูทีนของเขาก็คือคิดเงินคำนวณเงินของค่าสินค้าแต่ถ้าเป็น พนักงานที่จัดสินค้าคงคลังเขาปอรับผิดชอบส่วนนั้นส่วนพนักงานขายก็เชียร์ขายอันนี้คืองานรูทีนนะคะ รับผิดชอบส่วนนั้น ส่วนพนักงานขายก็เชียร์ขายอันนี้คืองานรูทีนนะคะ คราวนี้วนกลับมาถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเราล่ะ งานรูทีนคืออะไร นักศึกษาก่อนนักศึกษาถือเป็นองค์ประกอบของมหาลัยไหมคะ (นักเรียนหญิง) เป็นงานรูทีนทำนักศึกษาคือเรียนหนังสือค่ะ ทุกวันมาก็ต้องเรียน โดยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแล้ว ผู้สอนจะสอนแบบไหนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ บรรยายปฏิบัติลงตามพื้นที่ก็แล้วแต่ ให้เกิดการเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้อาจารย์ที่ 2 มีงานรูทีนคืออะไรคะ สอนนะคะ สอน มีประชุมมีทำวิจัยอันนี้คือคุยงาน มีอีกไหมคะองค์ประกอบนัตสึ เมียศึกษามีอาจารย์ นัdsศึกษามีอาจารย์เจ้าหน้าที่ก็แล้วแต่ว่าเจ้าหน้าที่จะหยุดแผนกไหนนะ ถ้าการเงินก็เก็บเงินปลายทางนะคะ เพราะหน้าที่ทะเบียนเขาก็ไม่เก็บเงินนะ เจ้าหน้าที่ทะเบียนทำอะไรบ้าง ก็มีเก็บข้อมูลคีย์ข้อมูลเปลี่ยนแปลงเพิ่มถอนรายวิชานะคะอันนี้คืองานรูทีนแต่ละฝ่ายมันจะแตกต่างกันนะคะ โดย Step ของการทำงานก็คือรวบรวมข้อมูลค่ะประมวลผล นำเสนอข้อมูลนะคะแล้วก็เก็บ อันนี้คือลักษณะงานรูทีนเห็นไหมคะ เก็บไว้เป็นฐานข้อมูลนะคะ คราวนี้ถ้าเป็นระบบสำนักงานอัตโนมัติล่ะเป็นอย่างไร เป็นอย่างไรฟั ฟังจากชื่อระบบนี้เราคิดว่ามันต้องเป็นระบบรูปแบบไหนเอ่ย ลองทายดู สำนักงานเป็นอย่างไรคะ ก็ต้องใหญ่นะ คนเยอะไหมก็จะมีคนหลายๆแผนกนะคะใ ในสำนักงาน ทุกคนก็ทำงาน คราวนี้ถ้าเป็นสำนักงานอัตโนมัติล่ะ ต้องมีคนไหม ยังต้องมีคนอยู่มีอะไรอีก มีเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ช่วยให้การทำงานนั้นมันเร็วขึ้น เครื่องมืออุปกรณ์ที่ช่วยให้การทำงานนั้นมันเร็วขึ้นมันมี มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างนี้ค่ะ มันอะไรล่ะมันขึ้นอยู่กับลักษณะงานว่าสำนักงานที่ทำน่ะเป็นสำนักงานประเภทไหน ว่าสำนักงานที่ทำน่ะเป็นสำนักงานประเภทไหน แต่ในสำนักงานนั้นนะคะจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือมีซอฟต์แวร์มีให้ครบนะคะsupport การทำงาน จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีซอฟต์แวร์ มีให้ครบนะคะ support การทำงานนะคะ อันนี้เราเรียกว่าระบบสำนักงานอัตโนมัตินะคะร รวมไปถึงพวกระบบเครือข่ายระบบฐานข้อมูลด้วย ก็เป็นส่วนประกอบของระบบนี้ด้วยเหมือนกันนะคะ ต่อไป mismis ก็คือระบบที่นำข้อมูลจากระบบ mis ก็คือระบบที่นำข้อมูลจากระบบ การประมวลผลข้อมูลรายวันน่ะมาสร้างเป็นรายงาน เราเรียกระบบ fmis นะคะmis นะคะ ในมหาวิทยาลัยเรานี้ มีระบบ mis เยอะเคยรู้ไหมอะไรบ้างคือระบบ mis เคยรู้ไหมอะไรบ้างคือระบบ mis เราจะสามารถใช้ระบบms อะไรได้บ้างในมหาวิทยาลัยตรวจสอบตลาดตัวเองได้ไหมคะms อะไรได้บ้างในมหาวิทยาลัยตรวจสอบตลาดตัวเองได้ไหมคะ แก้ไขได้ไหม ดูได้อย่างเดียว ดูเกรดได้ไหม ประเมินผู้สอนได้ไหม ทำอะไรได้อีก ก่อนจบก็จะมีจบกรอกข้อมูลภาวะ การมีงานทำอย่างนี้ค่ะ คือติดต่อรับผิดชอบส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาเอม อันนี้คือระบบ mis นะคะอาจารย์ก็จะมีระบบส่งเกรดออนไลน์นะคะ เว็บไซต์อาจารย์มีระบบ elearning มีระบบ มีหลายระบบให้เลือกใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ มีเยอะกว่านั้นอีกค่ะ เช่น ระบบจองห้องประชุมนะคะ ระบบจองรถจองสถานที่นั่นนี่อันนี้คือระบบ mis นะคะ ก็คือเอาข้อมูลจากระบบประมวลผล tps น่ะ มาสร้างเป็นรายงานในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการของผู้ใช้นะคะ อันนี้คือ mis คราวนี้ถ้าเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจต้องเป็นอย่างไร ฟังจากชื่อระบบ แปลว่าระบบนี้เป็นอย่างไรคะต้องมาช่วยนะต้องมีข้อมูลสารสนเทศให้เรา ต้องมาช่วยนะต้องมีข้อมูลสารสนเทศให้เรา พอสมควรเราถึงจะตัดสินใจได้อันนี้คือระบบนี้นะคะเช่น เช่น เราสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้เองเลย ว่าเราควรจะเรียกเรียนสาขาไหนเขาต้องมีข้อมูลให้ใช่ไหมคะ สาขาเรียนกี่หน่วย เรียนวันอะไร วิชาอะไร เดือนแล้วแล้วต่อไปจะทำงานอะไร เรารู้เรามีความสนใจออก เช่น เราอยากเรียนคอมพิวเตอร์ แต่เราไม่รู้ว่าในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครนี้มีคอมพิวเตอร์เอกอะไรบ้าง ไหนบอกครูมาซิ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครสาขาคอมพิวเตอร์นี้มีเอกอะไรบ้าง 1ใ. คอมพิวเตอร์ธุรกิจคณะไหนคะวิทยาการจัดการนะคะ 2. นวัตกรรมและคอมพิวเตอร์ศึกษา อยู่คณะไหนคะ ครุศาสตร์33 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล วิทยาการคอมวิทยาการคำนวณ มีอีกไหมคะ ioc ไม่รู้ใช่ไหมล่ะ คณะมีเอกนี้ค่ะคณะอุตสาหกรรมมีเอก i o tมีเอกนี้ค่ะคณะอุตสาหกรรมมีเอก i o t อินเทอร์เน็ต ติงไม่จำเป็นต้อง Robot อย่างเดียวอะไรก็ได้ที่เราสามารถทำให้สิ่งนั้นน่ะvvผ่านมือถือก็ได้ค่ะผ่านตัวคลื่นสัญญาณอื่นก็ได้ ผ่านมือถือก็ได้ค่ะ ผ่านตัวคลื่นสัญญาณอื่นก็ได้ คือทำให้อุปกรณ์ตัวนั้นน่ะฉลาด มันทำงานได้แบบอัตโนมัติ เราจะเรียกไอโอที internet of Thing ก็คือเอาเครือข่าย เข้าไปช่วยในการทำงานของ อุปกรณ์ตัวนั้นนะคะเช่น เช่น ปกติแอร์นี่ถ้าเราอยากเปิดแอร์เราก็ต้องกดรีโมทนะแต่ถ้าเป็นอินเทอร์เน็ต ถ้าเราอยากเปิดแอร์เราก็ต้องกดรีโมทนะ แต่ถ้าเป็นอินเทอร์เน็ต สิ่งของแอร์นี่ มันจะเปิดเองแบบอัตโนมัติ ปรับอุณหภูมิเองตามอุณหภูมิในห้องอย่างนี้ค่ะ เช่นมี 2 คนมันก็ปรับอุณหภูมิเท่านี้นะเพื่อให้อยู่สบาย เพื่อให้อยู่สบายคนเพิ่มขึ้น ถ้าอุณหภูมิเท่าเดิม จะเย็นไหม อุณหภูมิก็จะลดลดลง เพื่อปรับให้อุณหภูมิในห้องนี้ มันเท่าเดิม ฉะนั้นอันนี้คือระบบอัตโนมัตินะคะ ที่พูดถึงนี้คือถ้าพูดถึงว่า a i o ที่นะคะก็คือเรียนแล้วเราจะสามารถไปสร้างสิ่งเหล่านี้ได้นะคะa i o ที่นะคะ ก็คือเรียนแล้วเราจะสามารถไปสร้างสิ่งเหล่านี้ได้นะคะ มันพ่วงอยู่กับเอกทางอิเล็กน่ะ อิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าเราจะต้องมีความรู้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยและเราจะต้องมีความรู้ทางด้านไฟฟ้าด้วยแล้วก็มาประดิษฐ์คนอุปกรณ์ต่างๆนะคะและเราจะต้องมีความรู้ทางด้านไฟฟ้าด้วยแล้วก็มาประดิษฐ์คนอุปกรณ์ต่างๆนะคะ เห็นไหมแค่นี้ก การที่เราเรียกจะมาเรียนคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครนี่ จะมาเรียนคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครนี่ เราต้องมีข้อมูลพวกนี้ก่อนเพื่อ เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าเราจะเรียกเอกอะไรดีคอมธุรกิจดีไหมหรือเรียนนวัตกรรมคอมดีไหม คอมธุรกิจดีไหม หรือเรียนนวัตกรรมคอมดีไหม เรียนไอโอทีดีไหม เรียนวิทยาการคอมหรือเรียนไอทีอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือถ้าเรามีระบบที่รวบรวมข้อมูลพวกนี้ให้ดีไหม เราแค่กรอกข้อมูลเข้าไป เช่น ระบบอาจจะถามว่า เรามีความสนใจคอมพิวเตอร์ทางด้านไหน จักรพันธ์บอกว่า ชอบเล่นเกม สมมุตินะคะ หรือจักรพันธ์อาจจะบอกว่า ชอบงานด้านกราฟิกอย่างนี้ค่ะ มันก็จะแอดซายให้ว่าการชอบคอมพิวเตอร์นี้ เราชอบด้านไหน ชอบเขียนโปรแกรมไหม ชอบทางกราฟฟิกห หรือทางด้านเครือข่าย หรือชอบทางด้านการทางพวกสรรพสิ่งให้มันมีให้มันฉลาดน่ะ ก็คือเรียนไอโอทีหรือเราจะชอบไปทางธุรกิจ เอาคอมพิวเตอร์ไปใช้ในงานธุรกิจอย่างนี้ค่ะ ฉะนั้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจ คราวนี้ซึ่งต่างกันกับระบบสารสนเทศ สำหรับผู้บริหารระดับสูง อย่างเช่น ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเรานะคะ ของมหาวิทยาลัยเรานี่กำลังตัดสินใจว่าจะสร้างตึกดีไหม ความคิดของนักศึกษาคิดว่าการสร้างตึกใหม่ตึกเรียนใหม่ 1 ตึกนี้ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างให้ผู้บริหาร หนึ่งมีงบประมาณไหม มีงบแล้วสร้างเลยไหม 2.มีพื้นที่ไหม เหมาะสมไหม 3. รูปแบบอาคารเป็นแบบไหนสถาปัตย์ สถาปัตยกรรมเอารูปแบบไหนดี พอหรือยัง มีงบมีพื้นที่มีรูปแบบ นักศึกษาเกี่ยวกับการ สร้างตึกไหม จำนวนของนักศึกษา ลดลงเรื่อยๆสร้างตึกไหม เราจะสร้างทำไมล่ะนะ แต่ถ้าเกิดนักศึกษาคือมียอดแบบขึ้น ดูแล้วสถานที่น่าจะไม่พออย่างนี้ค่ะ อันนี้คือระบบสารสนเทศนะคะสำหรับผู้บริหาร มีงบมีอะไรทุกอย่างมีพื้นที่พร้อมคนที่จะใช้ล่ะ มีอะไรทุกอย่าง มีพื้นที่พร้อม คนที่จะใช้ล่ะนักศึกษามีเพิ่มใหม่นะคะ มีนักศึกษาเพิ่มขึ้น OK เราจะสร้างตึกให้นักศึกKษา ตั้งใจเรียนอีกระบบหนึ่งนะคะ เราเรียกว่าระบบ artificial intelligence System อันนี้คือระบบของผู้บริหารระดับสูงเหมือนกันแต่ว่าเป็นระบบที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ปัญหานะคะศึกษากลยุทธ์ ศึกษากลยุทธ์ วางแผนกลยุทธ์ต่างๆนะคะ ที่เรียกว่าระบบe xpert System นี่คืออย่างสมมุติว่า ครูทำวิจัยอย่างหนึ่งกู ก็เก็บข้อมูลมาเลย จังหวัดสกลนครมีอาชีพอะไรบ้างอย่างนี้ค่ะ ครูไปเก็บทำผ้าคราม ทำนา ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง มีอย่างอื่นอีกไหมคะ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงหมูกู เก็บข้อมูลมาแล้ว กูกูก็เก็บไว้ในฐานข้อมูลนะคะตอนที่ครูไปถามปู่ย่าตาทวดที่เขามีทำอันนี้กูก็ทำหมดผ่านไป 5 ปีมีคนอยากทำอยากทำต่อยอดนะคะเขาสามารถเอาข้อมูลที่ครูเก็บไว้นี่จากที่ครูลงพื้นที่ไปสอบถามบ้านโน้นบ้านนี้มานี่เอาไปต่อยอดได้เลยนะคะแผนที่เขาต้องไปเก็บข้อมูลอีกนะคะ ระบบตัวนี้ค่ะ เราจะเรียกว่าระบบผู้เชี่ยวชาญมีให้แล้วเราต่อยอดให้เลยเราจะไปวิเคราะห์ข้อมูลอะไรที่มีนะคะก็คือเราไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการลงในการลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่อีกนะคะOKคราวนี้เรามาดูบทบาทนะคะของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันเขาบอกว่าฝนที่มันเกิดขึ้นคือ 1การเปลี่ยนเป็นสังคมที่เป็นสารสนเทศนะคะ หมายถึงอะไรคะ 1. เปลี่ยนเป็นสังคมสารสนเทศ แปลว่า ข้อมูลทุกอย่างมีประโยชน์มากกว่า แค่เก็บหรือบางข้อมูลยังไม่เก็บ เอาง่ายสุดตอนนี้รัฐบาลกำลังเก็บข้อมูลอะไรจากประชาชนอยู่ ภาษีน่ะ เขาทำอยู่แล้วค่ะพอ covid มานี่รัฐบาลได้ข้อมูลไปเยอะเลยกินนักศึกษาคิดดีๆนะnขนาดพ่อแม่เรานอนอยู่บ้านนี่nเรายังอยากกรอกข้อมูลให้รับเลยnเราว่ารัฐบาลข้อมูลเก็บข้อมูลอะไรบ้างnข้อมูลพื้นฐานถูกไหมคะnร้านค้าเล็กๆน้อยๆ รัฐบาลต้องใช้คนลงเก็บไหมไม่ต้องค่ะ เขาทำอย่างไรแค่ประชาสัมพันธ์โครงการเราไปค่ะ ทุกคนที่คิดว่าเข้าข่ายนี้ให้ไปลงทะเบียน ลงทะเบียนไหม เราลงทะเบียนไหม คือการให้ข้อมูลกับรัฐบาลไหม ต่อไปจากนี้ไปนี่แหละ พอหมดโครงการโควิดไปนี่รัฐบาลจะมีคลังข้อมูลของเราเยอะ ร้านค้าเล็กๆน้อยๆที่มี Appกระเป๋าตังค์ กระเป๋าตังค์น่ะ เขาจะเก็บภาษีแล้วทีนี้เตรียมตัวไว้ ถามว่าทำแบบนี้ฉลาดไหม ถ้าให้คนลงไปเก็บเราจะบอกข้อมูลที่เป็นจริงไหม คุณทำการค้าเดือนหนึ่ง ได้กำไรเท่านั้น เท่านี้ ก็ไม่รู้ล่ะ ก็ตอบมั่วไป แต่พอให้ตอบผ่านระบบเน็ตที่ไหน มีนี่รู้หมดไปหาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มาซื้ออินเทอร์เน็ต มาใช้ออกสมาร์ทโฟนใหม่ เขามันสแกนใบหน้าไม่ได้ อันนี้คือวิธีการเก็บข้อมูลอันชาญฉลาดของรัฐบาล อย่าคิดว่าประเทศเรารัฐบาลไม่ฉลาดนะคะ ฉลาดล้ำลึกเลยทีนี้ ร้านค้าเล็กน้อยนี่รัฐบาลมีข้อมูลหมดเลยค่ะ เพราะร้านไหนก็สแกนจ่ายได้ใช่เปล่า covid ไปนี่แหละ อันนี้คือการเปลี่ยนเป็นสังคมสารสนเทศ เราเห็นผู้เฒ่าผู้แก่แถวบ้านเราไหม ได้สตางค์ สแกนจ่ายอะไรซื้ออะไรกันก็ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้เศรษฐกิจเฟื่องฟูมาก ร้านค้าเล็กน้อยอยู่ตรงไหนก็สแกนจ่ายได้ใช่ไหมอันนี้คือเปลี่ยนเป็นสังคมสารสนเทศนะคะแบบทางอ้อมเราไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำอยู่ๆ พ่อก็ได้มือถือใหม่ เพราะว่ามือถือเดิมมันสแกนไม่ได้ค่ะ คราวนี้การทำงานที่ไร้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่แปลว่าอะไรคะ ตอนนี้ถ้าเรามีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำงานที่ไหนก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องทำงานในหน่วยงาน องค์กรไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ใหญ่โต ขอแค่มีที่ประชุมเล็กๆน้อยๆ ขอแค่มีงานส่งเขาที่ไหนก็ได้เศรษฐกิจ ก็เชื่อมโยงกันนะคะ ตลาดหลักทรัพย์นี่ไม่ต้องพูดถึงนะคะ รวมถึงระบบภูมิสารสนเทศนะคะก็คือการทำพิกัดแผนที่โลกน่ะนะคะ เคยใช้งานแผนที่โลกไหมคะ วันดีคืนดีไม่ได้กลับบ้านเมื่อไหร่ เดือนแล้ว คิดถึงหลังคาบ้าน ก็เข้าไปส่องมีไหมคะ เข้าไปส่องดูหลังคาบ้านยังอยู่ดี จริงๆแล้วเป็นข้อมูลเมื่อ 4 ปีที่แล้วอย่างนี้ค่ะ เขาไม่ได้เอาเปรียบปีนะคะ ข้อมูลพวกนี้แต่เราก็อุ่นใจนะ ถนนเส้นนี้คุ้นๆอย่างนี้ค่ะ ทางกลับบ้านนะ กลับไปก็เหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะนะคะ คราวนี้ท่าทางด้านเศรษฐกิจเอาใกล้ตัวเรา เช่น ระบบธนาคารจะได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ใกล้ๆหน่อย แต่จริงๆไม่ต้องยกตัวอย่างธนาคารก็ได้ แต่ตอนนี้เราเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจดีมาก มีโครงการใหม่เข้ามานี่สมัครหมดทุกโครงการเลย พอสิ้นปีมาหรือยัง เดี๋ยวได้จ่ายภาษีนะคะ ก็โครงการใหม่ แถมผ่านได้หมด ได้ทุกโครงการเลย คำว่าใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับด้านเศรษฐกิจนะคะ เช่น เอาหน่วยงานใกล้ตัวทางด้านการเงิน ก็ธนาคาร ตอนนี้ธนาคารอยู่ที่ไหนคะ ธนาคารอยู่ในมือถือนี่ค่ะ ใช่ไหมคะ E-Banking สะดวกไหม 5 ทุ่มยังมีคนโทรมายืมสตางค์ เมื่อก่อนมีไหม ไม่มีนะ ครูก็ว่าอย่างนั้นล่ะ มือลั่นค่ะ สั่งของเอา เสียตังค์ไปแล้ว มีไหมคะ มีแบบมือลั่น โอน โอนสตางค์ให้คนอื่น แบบนี้มีไหมคะ อย่ามือลั่นบ่อยนะคะ เศรษฐกิจมันจะเดี๋ยวเศรษฐกิจมันจะย่ำแย่ลง เศรษฐกิจเรานี่ล่ะคะ ตอนนี้เริ่มแย่แล้วใช่ไหม อย่ามีโลกหลายใบนะคะ มันก็จะดูย่ำแย่นะคะ เหมือนจะเข้าตัวเองนะ คราวนี้อันนี้เป็นตัวอย่างเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจนะคะ ก็คือพ่อหลวงของเราร.9 นะคะ ให้ยืมเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงในความคิดของนักเรียน จะคืออะไรตอบมาคนละอย่างอย่าง เศรษฐกิจพอเพียง ห้ามซ้ำกัน ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงทำอย่างไรแบ่งใช้ แบ่งใช้อะไร แต่สตางค์พูดถึงเงินใช่ไหมคะ การบริหารจัดการเงินนะ แบ่งกินแบ่งใช้มีเรื่องอื่น เศรษฐกิจพอเพียง หมดแล้วหรือ เศรษฐกิจพอเพียงนี้ แต่เรื่องเงินหรืออะไร อีกการทำเกษตร เกษตรแบบไหน ทำนาอย่างเดียวไหม ไม่ใช่นะคะ ทำเกษตรแบบผสมผสานเป็นอย่างไรคะ เกษตรแบบผสมผสาน รู้ว่าครูไม่ได้ใช้สตางค์น่ะ ฟังแล้วก็คือ แล้วคราวนี้ถ้าถามว่า เศรษฐกิจพอเพียงเราต้องปลูกอะไรปลูกสิ่งที่เราจะกินน่ะเลี้ยงสิ่งที่เราจะทานไม่ต้องซื้อนะคะ อันนี้คือเศรษฐกิจพอเพียงนะคะ จักรพันธ์นี้ห่างไกลจากคำนี้มากเพราะว่ามีโลกหลายใบคราวนี้พอพูดถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ กับการพัฒนาประเทศในด้านสังคมล่ะ เขาก็เลยพูดถึงคนที่มีความสุขด้านต่างๆนะคะ เป็นการลดช่องว่างทางการศึกษาก่อนนะคะ ได้สั่งก็คือการอยู่ร่วมกันมันไม่ได้แตกต่างกันน่ะ คนปกติกับคนที่มีความบกพร่องก็เป็นคนเหมือนกันนะ ก็อยู่ด้วยกันใช้ชีวิตร่วมกันเรียนหนังสือร่วมกันทำงานด้วยกันได้นะคะ เข้าถึงระบบการศึกษาได้เหมือนกันนะคะ โอเคแล้วก็จะมีหลายโครงการนะคะของพระเทพก็มีนะคะเรียนออนไลน์นะคะอยู่ที่บ้านก็เรียนได้ค้นคว้าเองได้ไม่ต้องรอให้ต้องเดินทางมานี่ค่ะฉะนั้นการตาอันนี้พูดไปแล้วนะคะ มีหลายเราสามารถไปเรียนรู้ได้ผ่านระบบเครือข่าย หรือของคือตอนนี้การเรียนหนังสือมันเรียนได้ตลอดเวลานะ จักรพันธ์นอนไม่หลับ มาเรียนหนังสือค่ะ มาเรียน เกิดอยากรู้ว่า python นี้มันเขียนอย่างไรอ่ะค่ะ ตื่นขึ้นมาศึกษานะคะ 02:00 น 03:00 น. ผ่านไป อันนี้ครูมโนเอานะคะ ถ้าเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศกับงานทางด้านสาธารณสุขล่ะ เวลาเราไปโรงพยาบาลล่าสุดนี้ เมื่อนานแค่ไหนแล้วคะ 3-4 ปี แต่ว่ามีคนไม่ค่อยไป อาทิตย์สองอาทิตย์นี้ล่ะไปโรงพยาบาลมาเราเห็นความแตกต่างของบริการต่างๆที่เกิดขึ้นใหม่คะหรือไปเมื่อไหร่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละต่างอย่างไรเอ่ย มีเครื่องสแกนอุณหภูมิค่ะ อันนี้ไปตลาดก็มีค่ะ ไม่ต้องไปโรงพยาบาล เซเว่นก็มีอะไรอีก ที่ต่างตึกเพิ่มขึ้นไหม มีหมอ มีเครื่องไม้เครื่องมือเพิ่มขึ้นไหมคะ คือเวลาไปไหนให้สังเกต พวกเรานี่เป็นเด็ก ให้สังเกตว่ามีอะไรเพิ่มขึ้นอะไรเกิดเปลี่ยนแปลงอะไร เพิ่มอย่างนี้ค่ะ ถ้าพูดถึงด้านสาธารณสุขก็คือเครื่องไม้เครื่องมือนะคะวิทยาการทางด้านการรักษานะคะ มันจะพัฒนาไปได้ไกลนะคะ ตอนนี้เมื่อก่อนนี่สมัยครูเด็กๆ ถ้าครูเป็นโรคอะไรนะ ภูมิคุ้มกันบกพร่องน่ะ ตายอย่างเดียว อะไรคือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคอะไรชนิดนึงมันจะติดต่อทางเขาก็ว่าไป 1 2 3 4 5 นะคะ ตอนนี้ถ้าเป็นโรคนั้นน่ะมันก็มียานะคะ ทางเลือก ทางน้ำเหลืองอย่างนี้นะ แหม พูดแบบนี้ดูฉลาดขึ้นมาเลย การแพทย์ทางไกลนะคะ ชาลินีซีน หมายถึงเวลาที่เขามีการรักษานี่ เขาสามารถรักษาผ่านระบบทางไกลได้นะคะ ไม่ต้องใช้หมอ ที่นี่แต่เขาก็จะมีเครือข่ายของอาจารย์หมอน่ะ หลายที่ช่วยกันรักษาคนไข้ได้นะคะ ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาตินะคะ ใกล้ตัวเราก็คือจีโอกราฟฟิกโปรโมชั่น M นะคะ เคยใช้ Google map ไหมใช้ทำอะไรเอ่ย หาทางกลับบ้านไม่เจอ ทำไมน่าสงสารจังเลย ไม่ได้หาบ้านอื่นใช่ไหม หาบ้านตัวเองเลย มีใครใช้ไม่เป็นไหมคะเหมือนจะหัวเราะมีไหมคะโดน Google Map หลอก พาไปทางลัด อันนั้นคือ Geographic นะคะ information ก็คือการเก็บแล้วก็ประมวลผลข้อมูลทางภูมิศาสตร์นะคะการกำหนดตำแหน่งบนโลกแบบนี้นะคะเป็นข้อมูลทางด้าน Geographicนะคะเป็นภาพประมาณนี้เคยใช้โปรแกรมนี้ไหมคะฝั่งนี้ ฝั่งโน้นคือดาวเทียมนะคะ ถ่ายรูปมา ฝั่งนี้คือเรา พอตอบ ว่าหาพื้นที่ หาทางกลับบ้าน ก็เลยไปไม่เป็นเลย เพราะเราไม่เคยไปนะ หาทางกลับบ้านตัวเองนี่ มันอาการน่าเป็นห่วงเลยนะ บางคนกลับบ้านปีละครั้ง เหมือนจะเป็นใครสักคนหนึ่ง ไม่รู้ล่ะนะคะ อันนี้คือตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี ทางด้านสิ่งแวดล้อมนะคะสำรวจโน่นนี่นั่น คราวนี้เรามาดูนโยบายสารสนเทศ และการสื่อสารนะคะ ข้อแตกต่างระหว่างนโยบายปี 2020 นะคะ 2 ปีก่อนนะคะ ประเทศไทยนี่ปี 2563 จะมีการพัฒนานะคะ ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมนะคะ โดยมีเงื่อนไขของ ict 2020 นี่ มีเป้าหมายหลักคือ 1. การปรับโครงสร้างพื้นฐาน ICT นะคะ หรือ หรือโครงสร้างพื้นฐาน ให้มันมีความเร็วสูงน่ะ แล้วก็กระจายอย่างทั่วถึงนะคะ เป็นแบบ Broadband ครูก็เคยได้เป็นผู้ไปตรวจตรวจระบบนะคะ บอร์ดแบนนี่แหละของภาคอีสานนะคะ ถ้าเลือกตรวจของเฉพาะอีสานตอนบน 8 จังหวัด ตรวจได้ 2 ปี ไปทุกที่ค่ะ ทุกอำเภอนะคะ ที่มีการติดตั้งนะคะ อันนี้โครงสร้างพื้นฐานทางด้าน ICT นี่ค่ะ ก็คือไปติดจุดรับสัญญานะคะ มันจะมีทั้ง WiFi แล้วก็จุดรับสัญญาณของโทรศัพท์มือถือนะคะ เหตุผลที่มีโครงการนั้น เพื่อปรับโครงสร้างคืน พื้นฐาน ICT ให้มีการกระจายอย่างทั่วถึง พื้นที่ห่างไกลก็ยังมีการมีความสามารถใช้งานได้นะคะ เพิ่มบทบาทความสำคัญของอุตสาหกรรมนะคะ ทางด้าน ICT นี่ ระบบเศรษฐกิจนะคะ อันนี้เป็นนโยบายตอนนี้เขาปรับแล้วนะคะ 2021 เขาบอกว่า ตอน 2020 นี่ พอข้อสอบเขาถาม 2020 นะคะ ยกระดับความพร้อมด้าน ICT โดยรวมของประเทศนะคะ คำว่า ยกระดับความพร้อมด้าน ICT คือ อะไร ก็คือพอดีเครือข่ายถึงทุกที่นี่ เราก็ต้องมีอุปกรณ์ในการรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยทุกภาคส่วน ก็จะให้ความสำคัญนะคะ ตอนนี้อย่างง่ายสุดเลยโครงการของรัฐบาลต่างๆ ที่เราไปลงทะเบียนนี่ มันจะมีกระบวนการใช้ ICT ตั้งแต่แรกเลย ตั้งแต่การลงทะเบียนเราจะรู้ดีมาก ครูไม่เคยรู้เลย ว่าช่วงไหนมีโครงการอะไร โครงการไหนจะหมดอายุเมื่อไหร่ วันไหนเงินโอนเข้าเงินออกเนี่ย เราจะรู้อันนี้คือการใช้งานทางด้าน ICT นะคะ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คราวนี้เรามาดูผลกระทบนะคะ ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อสุขภาพบ้าง คือมันไม่ได้มีแค่ด้านบวกนะคะ เที่ยวที่ตอบมาก็คือด้านบวกนะคะ ถ้านั้นก็ดีด้านนี้ก็ดีอย่างนี้ค่ะ คราวนี้ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ผลกระทบจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ก่อน ผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง ใช้คอมพิวเตอร์นานๆเป็นอย่างไรคะเรา ปวดตา ปวดหลัง ไหล่ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อนะ มีอะไรอีกไหมคะ ปวดหัวไหม มีหลายอาการนะคะ ทั้งระบบประสาท ระบบดวงตา ระบบกล้ามเนื้อนะคะ ฉะนั้นเราควรมีการขยับร่างกายทุก เราควรมีการเปลี่ยนอิริยาบถ เวลาทำงานต้องอยู่หน้าจอคอม 3-4 ชั่วโมงมันนานไป มีการพักสายตาหันหน้าไปทางอื่นบ้าง หรือไปทำอย่างอื่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือลุกไปดื่มน้ำ ไปทำอะไรธุระ แล้วก็กลับมาทำงานต่ออย่างนี้ค่ะ อย่านั่งที่เดิมนะคะ ทั้งวัน ตอนแรกนี่มันจะเริ่มจากอาการปวดนี่ล่ะค่ะ ปวดตา ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ต่อไปมันจะลามมาซึ่งระบบที่รุนแรง นาทีนี้เป็นโรคที่แรงขึ้นนะคะ เช่น เบื่อ เครียด โรคเริ่มมาเยอะ ทีนี้ก็เลยมีการใช้มีวิธีการนะคะ การใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยนะคะ เช่น ถ้าเราปวดตา แสบตา น้ำตาไหล ควรทำอย่างไรนะคะ ก็คือกลับหน้าจอนะหน้าจอควรห่างจากหน้าเรากี่ฟุต ไม่ต่ำกว่า 2 ฟุต ตอนนี้ 2 ฟุตไหม บางคนนี่หน้ากับจอจะชนกันอยู่แล้ว มือถือเหมือนกันนะคะ ไม่ ไม่ได้หมายเฉพาะคอมพิวเตอร์นะคะ บางคนนี่เป็นโรคติดสมาร์ทโฟนเป็นไหมคะ อาการเป็นอย่างไร ก่อนนอนก็ต้องมองมันเสียก่อน บางคนก็ติดบางคนก็ติด Social Media [เสียงหัวเราะ] ทำไมครูเว้นวรรคนานไปหรือ ติดโซเชียลมีเดียนะคะ มีความรู้สึกเหมือนจะมีใครส่งอะไรมาหาตลอดเวลา ดูมีความสำคัญนะ ต้องดูตลอดนะคะ ว่าก่อนนอนก็ต้องดูว่ามีใครส่งอะไรมาบ้าง สิ่งแรกที่จะคว้าไปหาก็คือโทรศัพท์ ขนาดนาฬิกาปลุกยังใช้โทรศัพท์เลยนะคะ อันนี้เป็นโรคนะคะ ฉะนั้นเวลาใช้โทรศัพท์ วันหนึ่งเราใช้โทรศัพท์นานแค่ไหนคะ กูก็ว่ามากกว่า 8 ชั่วโมงจริง ใช้เกือบตลอดเวลาเลยขนาดตอนนี้ยังใช้อยู่เลย ครูพูดอยู่นี่ยังใช้โทรศัพท์อยู่เลย คราวนี้ลองนึกง่ายๆซิ ถ้าโทรศัพท์หายทีนี้ ยังไม่หายแล้วกัน เอาแบบหาไม่เจอน่ะ เราจะทนได้นานแค่ไหน มันจะเป็นแบบโลก ชนิดหนึ่ง ชีวิตจะดูวุ่นวายขึ้นมาทันที อันนี้ถือว่าเป็นโรคแล้วนะ เป็นโรคชนิดหนึ่งแล้วนะพยายามนะ อย่าติดโทรศัพท์ให้มันมากนะคะ หรือจะแบ่งเวลาทำอย่างอื่น ด้วยพักสายตาด้วย บางคนนี่ไม่รู้อะไรอยู่ในโทรศัพท์จังเลย พวกนี้นะคะเป็น วิธีการแนะนำนะคะ การใช้คอมพิวเตอร์รวมถึงพวกสมาร์ทโฟนนี่แหละ ให้ปลอดภัยนะคะ อย่างที่ครูบอกไป ว่าควรมีการพักสายตา พักอิริยาบถนะคะ ทุกระยะ ซักอย่างน้อยทำงานไป 30 นาที ก็ลุกจากที่นะคะ ขยับตัวไปทำอย่างอื่น แล้วกลับมาทำงานต่อ สายตาก็ควรพักสายตานะคะ เพราะว่าถ้าพวกหลอดประสาทตา พวกนี้ถ้ามันเสียไปแล้วนี่มันรักษายากนะคะ อันนี้เป็นลิงค์ที่เกี่ยวข้องนะคะ ถ้าเราสนใจก็คลิกไปดู ดูได้นะคะ ตัวนี้เป็นเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตนะคะ นี้ก็เป็นเทคโนโลยีแล้วล่ะ เราก็ใช้งานอยู่ OK หมดนี้ มีเนื้อหาประมาณนี้ค่ะ มีคำถามไหม ถามมาไม่เคยสงสัยอะไรเลย อยากเชื่ออยู่ ตั้งใจเรียนจังเลย ข้อสอบวันนี้บอกไปประมาณ 5 ข้อ ทั้งความหมายนะคะ แล้วก็ประเภทของระบบนะคะ ทั้ง 5 6 เพจนั้นแหละ จำลักษณะเด่นของแต่ละประเภทได้แล้วใช่ไหม อ๋อ นี่คืออะไรครูพูดไปก็เหมือนเล่านิทานนะ ก็ฟังลอยๆไปเรื่อยๆ งานทำอันนี้ให้เสร็จค่ะ 2 4 6 7 ข้อ จะได้ไม่ต้องมีการบ้านนะคะ ข้อ 1 มีกี่คำถาม ให้บอกความหมายของ เทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อเดียว คำถามเดียว ข้อ 2 มีกี่คำถาม ถามว่า ระบบสารสนเทศมีกี่ส่วน ถ้าใครตอบมาแค่มีกี่ส่วนแล้ว ก็ไม่ตอบว่าอะไรบ้าง ครูจะหักคะแนนไป ตอบให้ครบทุกคำถามขอ ข้อนะคะ ก็ทำลงมือทำได้เลยค่ะ ทำให้เสร็จก่อนกลับ เราจะได้ไม่ต้องมีการบ้านนะคะ คำถามไม่มีค่ะ เรียนเข้าใจดีมาก แต่อย่าให้ครูถามคืน ทำแบบฝึกหัดค่ะ วันนี้ใครไม่มาเอ่ย มีใครไม่มาไหมคะ ทวีรัตน์มาไหม ไหน ทวีรัตน์ OK จักรพันธ์ สิตาพร กลอนพจน์ นราวิชญ์ OK อานุภาพ ค่ะ ทศทิศ พัทธนันท์ ศศิกานต์ (นักเรียนหญิง) มาค่ (อาจารย์) นันทนา ปรเมศ กันตวิชญ์ ผกามาศ (นักเรียนหญิง) มาค่ะ (อาจารย์) กิตติชัยไปไหนเอ่ย เขาไม่เคยมาเรียนวิชาครูเลยนะ นี่อ้าวหรอ OK น่าจะไม่แล้ว จุฑารัตน์ OK คนเมื่อกี้ใช่ไหม ดำรงศักดิ์ OK สอนจาก (นักเรียนชาย) มงคลมาครค่ะ (อาจารย์) ธีรพลค่ะ อัษฎาวุธ