[เสียงดนตรี] (คุณจีรชาตา) สวัสดีค่ะ ติดตามทันข่าว 16.00 น. กับดิฉัน จีรชาตา เอี่ยมรัศมี นะคะ มีความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุปาวัตถุ คล้ายระเบิดเข้าไปในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบถามแล้วนะคะ ให้ความบอกว่าทำไปเพราะว่าความคึกคะนองค่ะ ตำรวจภูธรสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นำเยาวชนชาย 5 คน พร้อมผู้ปกครองมาสอบถามต่อหน้าครูฝ่ายปกครอง โรงเรียนวัดโยธินประดิษฐ์ หลังจากทั้งหมดขี่จักรยานยนต์ ไปที่ถนนหน้าโรงเรียนย่านตำบลสำโรง แล้วใช้ไฟจุดวัตถุคล้ายระเบิด ปาเข้าไปในรั้วโรงเรียน จนเกิดเสียงดังก่อนหลบหนี เยาวชนทั้ง 5 อ้างว่าไม่ได้มีความบาดหมาง กับโรงเรียนหรือว่าเจตนาจะทำร้ายนักเรียน แต่ที่ทำไปก็เพราะว่าคึกคะนองค่ะ โดยชักชวนกันขี่รถผ่านโรงเรียน สบโอกาสก็เลยจุดประทัด โยนข้ามรั้วเข้าไปในโรงเรียนก่อนหลบหนี กระทั่งตำรวจตามตัวมาที่บ้าน เบื้องต้นผู้อำนวยการโรงเรียน มอบให้นายณัฐวุฒิ จันทร์กิมฮะ ครูชำนาญการประจำโรงเรียน เข้าไปพูดคุยปรับทัศนคติ กับกลุ่มเยาวชนและผู้ปกครอง โดยไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะว่าไม่มีใครบาดเจ็บ ทรัพย์สินก็ไม่ได้เสียหาย ก่อนที่กลุ่มเยาวชนจะขอโทษ แต่ว่าตำรวจก็บันทึกประวัติ เอาไว้เป็นหลักฐานนะคะ ถ้าพบว่าก่อเหตุซ้ำอีก จะถูกลงโทษ ส่วนผู้ปกครองก็จะถูกดำเนินคดี ฐานปล่อยปละละเลยเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนกรณีที่เยาวชนชายอายุ 15 ปี ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเยาวชนพิการครึ่งซีก บริเวณสี่แยกไฟแดงที่นครพนม เมื่อปลายเดือนธันวาคมนะคะ วันนี้เข้ามามอบตัวกับตำรวจแล้ว ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บ ก็ดีขึ้นตามลำดับค่ะ เยาวชนชายอายุ 15 ปี ผู้ก่อเหตุใช้มีดฟันนายจิรวัฒน์ ไพรี หรือว่าบูม อายุ 17 ปี ผู้พิการครึ่งซีก บริเวณสี่แยกไฟแดง บ้านน้อยหนองเค็ม เขตเทศบาลเมืองนครพนม เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ผู้ที่ถูกกระทำก็บาดเจ็บสาหัสนะคะ ตอนนี้คนที่ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว เป็นคนสุดท้าย หลังจากที่เยาวชนชายอีก 2 คน ที่ร่วมกันทำร้ายนายจิรวัฒน์ ผู้ปกครองพาเข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้ค่ะ พลตำรวจตรี ธนาชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมเปิดเผยว่า ตำรวจจะสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อหน้าสหวิชาชีพ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาพยายามฆ่า อยู่ระหว่างการสอบสวนพิจารณาเพิ่มเติม ว่าเข้าข่ายหรือไม่ นอกจากนี้ตำรวจยังตรวจสอบประวัติ กลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และประสานกับผู้นำกลุ่มชุมชนท้องถิ่น ให้ตรวจสอบดูแล ทำประวัติกลุ่มวัยรุ่นที่สร้างปัญหาสังคม รวมถึงมั่วสุมยาเสพติด ป้องกันการก่อเหตุซ้ำ ส่วนอาการบาดเจ็บของนายจิรวัฒน์ ล่าสุดอาการดีขึ้นตามลำดับค่ะ แพทย์ที่ทำการรักษา อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับคู่กรณีมาก่อน และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ข่าวการทำร้ายนายจิรวัฒน์หรือว่าบูม อายุ 17 ปี ที่เป็นผู้พิการครึ่งซีกจนบาดเจ็บสาหัส ก็มีการเผยแพร่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์กัน อย่างกว้างขวางเลยนะคะ เพราะว่านายจิรวัฒน์ก็เป็นผู้ที่สู้ชีวิต หารายได้จากการขายนมเปรี้ยว อยู่บนสี่แยกไฟแดง ส่งเสียตัวเองเรียน ก็มีคนแชร์เรื่องราวนี้เป็นจำนวนมากค่ะ (ผู้สื่อข่าวชาย) มันเป็นมีดแบบไหน คล้าย ๆ... (คุณจีรชาตา) พนักงานสอบสวนตำรวจภูธร เมืองสงขลา อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุใช้ปืนพกสั้น จ่อยิงอดีตสารวัตรทหารจนเสียชีวิตนะคะ ที่มีสาเหตุมาจากความไม่พอใจและขัดแย้งกัน ในเรื่องของไก่ชนที่เลี้ยงไว้ค่ะ นายประมุข จิตรจันทร์ ผู้ต้องหาประกบยิงศีรษะ จ่าสิบเอกเรวัต เรืองช่วย อดีตสารวัตรทหารเพื่อนบ้าน เสียชีวิตคาม้านั่งหินอ่อน บริเวณคอกเลี้ยงไก่ชนหลังบ้าน พื้นที่บ้านบ่อระกำ ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา เมื่อคืนวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา เรื่องของเรื่อง ก็คือไก่ชนของผู้เสียชีวิต ขันเสียงดัง ก็เลยทำให้นายประมุขไม่พอใจ แล้วก็มีปัญหาที่สุนัข 2 ตัว ที่เคยไปกัดไก่ของผู้เสียชีวิตตายถูกวางยา นายประมุขคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของผู้เสียชีวิต ผู้ที่ก่อเหตุไปมอบตัวกับตำรวจเมื่อค่ำวานนี้ค่ะ ตำรวจแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เที่ยงคืนที่ผ่านมาค่ะ นายประมุขที่เป็นผู้ต้องหา ซึ่งถูกส่งตัวไปดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้รับการประกันตัวออกไปแล้วนะคะ ญาติยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 600,000 บาท เพราะว่าผู้ต้องหาเข้ามอบตัว พร้อมอาวุธของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ประกอบกับผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนศพของจ่าสิบเอกเรวัต ญาติตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองเปล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จะฌาปนกิจวันที่ 13 มกราคมนี้ค่ะ พ่อของจ่าสิบเอกเรวัต บอกว่าไม่เห็นด้วยที่ตำรวจให้ผู้ต้องหาประกันตัว เพราะว่านี่เป็นคดีอุทฉกรรจ์ ผู้ต้องหาไตร่ตรองก่อนจะลงมือ ก็เกรงว่าญาติพี่น้องหรือพยานอาจจะไม่ปลอดภัย อาจจะต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะว่าผู้ต้องหาอาจจะมายุ่งเหยิงกับพยาน หลังจากนี้จะรวบรวมญาติพี่น้อง ไปยื่นเรื่องคัดค้านให้ถอนประกันตัว ลูกสาวของจ่าสิบเอกเรวัต ก็บอกว่าได้ทำการคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองสงขลาแล้ว แต่ว่าได้รับคำตอบบอกผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ก็เลยอยู่ในข่ายที่จะได้รับการประกันตัวได้ แต่ทางญาติของผู้เสียชีวิต บอกว่าควรจะมีสิทธิ์ได้รับรู้ก่อนเช่นเดียวกันค่ะ มิจฉาชีพงัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาค่ะ คาดว่าน่าจะเป็นคนเดียว กับที่เคยก่อเหตุก่อนหน้านี้มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ตำรวจยังจับตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ค่ะ พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจหลักฐาน ไปตรวจสอบศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลพิมาย ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของผู้ก่อเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบ หลังจากได้รับแจ้งจากครูว่า เมื่อประมาณ 7 โมงเช้าวันนี้ค่ะ ผู้ก่อเหตุงัดประตู แล้วก็รื้อค้นสิ่งของภายในห้องเรียน ตรวจสอบพบว่าฝากั้นห้องเรียน ด้านนอกกับกระจกหน้าต่างห้อง มีร่องรอยถูกทุบทำลาย มีการรื้อค้นตามลิ้นชัก สิ่งของกระจัดกระจาย ครูศูนย์เด็กเล็กก็เล่าว่า แม่บ้านประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่เข้ามาทำความสะอาด พบว่าประตูห้องเรียนไม่ได้ล็อกค่ะ มีสิ่งของกระจัดกระจาย ก็เลยแจ้งให้เข้ามาตรวจสอบ หลังการตรวจสอบเบื้องต้น ตำรวจคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนเดิม เพราะว่าเมื่อ 4 เดือนก่อน เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ มาแล้วถึง 2 ครั้งค่ะ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ครูที่ดูแลศูนย์เด็กเล็ก ก็ทำเรื่องเสนอของบประมาณ ติดตั้งกล้องวงจรปิด ไปที่เทศบาลตำบลพิมายแล้ว แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ เชื่อว่าผู้ต้องเหตุ... ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนเดียวกัน อาจจะต้องการเงิน เพราะว่าของอย่างอื่นไม่มีอะไรสูญหายค่ะ ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไม่เพียงแต่จะเผชิญ กับการระบาดของ COVID-19 ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากเท่านั้นนะคะ ตอนนี้ก็เผชิญกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 10 ปีค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์อย่างเนื้อหมู เนื้อไก่ค่ะ เจ้าของเขียงหมูตลาดใหม่นาเกลือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก็เปิดเผยถึงราคาเนื้อหมูนะคะ ว่าขายหมูมามากกว่า 20 ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลย ที่มีการปรับราคาสูงเป็นประวัติการณ์ ราคาขายแพงขึ้น ตามต้นทุนที่รับมาก็แพงแล้วค่ะ จากเดิมขายกิโลกรัมละ 150 บาท ตอนนี้อยู่ที่ 200 กว่าบาทแล้ว ก็ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วน ไม่มีกำลังซื้อไปประกอบอาหารรับประทาน ก็ทำให้การจำหน่ายเนื้อหมูตอนนี้เงียบเหงานะคะ ส่วนสาเหตุก็คาดว่า น่าจะมาจากหมูตายจำนวนมาก แบบที่ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงกันด้วยค่ะ (คุณมะลิ) ก็ยังไม่รู้เลยนี่ ก็ยังไม่รู้เลยจะสู้ไปอีกแค่ไหน เพราะว่าเข้าเนื้อทุกวันนี้ทำก็เข้าเนื้อแล้ว ส่งลูกค้าปรับไม่ทัน ลูกค้าไปก็ร้อง คือสู้ราคาไม่ไหวกัน ส่วนสถานการณ์ราคาเนื้อไก่ ตรวจสอบแม่ค้าขายเนื้อไก่ตลาดเดียวกัน พบว่าเนื้อไก่สดปรับขึ้นราคาอีก กิโลกรัมละ 20 บาทนะคะ ลูกค้าก็ลดปริมาณการซื้อลง ส่วนอาหารตามสั่งบางร้าน เขาปิดขายชั่วคราวไปแล้ว เพราะว่ารับต้นทุนไม่ไหวจริง ๆ เช่นเดียวกับแผงขายไข่ไก่ ที่วันนี้ปรับขึ้นอีกแผงละ 6 บาทค่ะ ราคาหน้าร้านวันนี้ ไข่ไก่เบอร์ 0 อยู่ที่ 120 บาทต่อแผง เบอร์ 1 อยู่ที่ 198 บาท เบอร์ 2 ขาย 98 บาท ต่อแผงนะคะ เบอร์ 3 93 บาทต่อแผง ไข่ไก่เบอร์ 4 ขาย 90 บาทต่อแผง แต่ที่ราชบุรีค่ะ ผู้ประกอบการร้านค้าบางส่วน อย่างร้านขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห่งหนึ่ง ขายชามละร้อยนะคะ ก็มีทั้งไข่ไก่ต้มสุก มีเนื้อหมูเด้ง ลูกชิ้นเหมือ... ลูกชิ้นหมูให้เกือบ 10 ลูก เจ้าของยืนยันบอกว่าจะขายราคาเดิม เหตุผล ก็คือเลือกมีกำไรน้อย ดีกว่าไม่มีลูกค้ามาอุดหนุนเลยค่ะ ทางด้านของกรมการค้าภายใน สั่งตรึงราคาเนื้อไก่ไป 6 เดือนนะคะ แล้วก็ให้ทางกรมปศุสัตว์และผู้เลี้ยง เร่งเพิ่มปริมาณการผลิตภายใน 45 วัน ให้เพียงพอกับความต้องการค่ะ ส่วนไข่ไก่ขอให้ชะลอการปรับขึ้นราคา ให้พิจารณาเหตุผล เพราะตอนนี้ปริมาณไข่ไก่เอง ก็ไม่ได้ขาดตลาด รวมทั้งเตรียมของบกลาง มาดูแลค่าครองชีพประชาชนด้วยค่ะ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ก็ระบุถึงราคาไข่ไก่ ที่สมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่ ขออภัยนะคะ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ขอปรับขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์ม ฟองละ 20 สตางค์ เดิม 2 บาท 80 สตางค์ ก็ขึ้นเป็น 3 บาท บอกว่าตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้ปรับขึ้น แล้ววันนี้จะมีการหารือกับผู้เลี้ยงอีกครั้ง ถึงต้นทุนที่อ้างว่าสูงขึ้น ทั้งนี้ในกรมการค้าภายใน ก็จะหารือกับผู้เลี้ยงไก่ไข่ ถึงเหตุผลในการปรับราคา เพราะดูในแง่ปริมาณไข่ไก่ก็ยังมีเพียงพอ แต่ว่าก็ต้องมาดูเรื่องต้นทุน ว่าสอดคล้องหรือไม่ค่ะ (วัฒนศักย์) แล้วปริมาณไข่ไก่เอง ก็ยังไม่ได้เกิดภาวะ ที่ขาดตลาดหรืออะไรนะครับ แต่ก็ต้องเห็นใจพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงไก่ไข่ด้วยนะครับ เพราะว่า... เพราะว่าก่อนหน้านี้นี่ ช่วงที่เกิด Panic Buying นะครับ เราก็ได้มีการขอให้ผู้เลี้ยงเองนะครับ เพิ่มกำลังการเลี้ยงไก่หรือไก่ไข่นะครับ เข้าไปในระบบนะครับ ตอนนี้ ไข่ที่อยู่ในระบบ ก็อยู่ระหว่างที่จะต้องปลดออกมานะครับ ซึ่งตรงนี้เองก็คงจะต้องดูเหตุและผลนะครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นนี่ ก็ต้องดูว่าราคาที่จะเหมาะสมนั้น ควรจะเป็นเท่าไร (คุณจีรชาตา) ส่วนเนื้อไก่ขอความร่วมมือผู้เลี้ยง ให้ร่วมกำหนดราคาจำหน่ายไก่ มีชีวิตหน้าฟาร์มแล้วก็ราคาจำหน่ายปลีก ชิ้นส่วนไก่สดเป็นเวลา 6 เดือนค่ะ จะไปสิ้นสุดที่เดือนมิถุนายนนี้ ไก่มีชีวิตหน้าฟาร์ม ราคา 33 บาท 50 สตางค์ ต่อกิโลกรัม ไก่สดรวมและไม่รวมเครื่องใน จะอยู่ที่ 60-65 บาท ต่อกิโลกรัม น่องติดสะโพก เนื้อน่อง สะโพก 60-65 บาท ต่อกิโลกรัม เนื้ออก 65-70 บาท ต่อ กิโลกรัม และให้กรมปศุสัตว์ และผู้เลี้ยง เร่งเพิ่มปริมาณการผลิตด้วยค่ะ (วัฒนศักย์) ถึงราคานี้นะครับ ซึ่งเราก็ได้คุยกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ว่าจะขอเป็นระยะเวลา 6 เดือนนะครับ นี่ก็จะเป็นราคาที่ที่พูดคุยกันนะครับ แล้วส่วนในระยะยาวนั้นนะครับ ก็ขอให้กรมปศุสัตว์นะครับ แล้วก็ผู้เลี้ยงนะครับ ไปเพิ่มการผลิตนะครับ อ่า ปริมาณไก่นะครับ ให้มากเพียงพอนะครับ ซึ่งตรงนี้เองก็คิดว่าจะเป็นการ ช่วยแบ่งเบาภาระพี่น้องประชาชนนะครับ ให้ลงมาได้นะครับ (คุณจีรชาตา) การเลี้ยงไก่ จะใช้เวลา 45 วันนะคะ ส่วนราคาเนื้อหมูที่เพิ่มสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาระยะสั้น ก็คือจำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 150 บาท ผ่านจุดจำหน่ายกว่า 600 จุด ก็จะขายถึงสิ้นเดือนนี้นะคะ และหลังจากนี้จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด ของบกลางมาดูแลค่าครองชีพประชาชน ใช้ดูแลทั้งระบบเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค ซื้อสินค้าได้ในราคาถูกค่ะ ซึ่งเรื่องของหมูแพงก็เป็นปัญหาใหญ่นะคะ ที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังอนุมัติงบกลางปี 2565 กว่า 570 ล้านบาท ไปเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อย รวมทั้งป้องกันโรคระบาด ในพื้นที่ห้าสิบหกจังหวัดด้วยค่ะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับกลางวงประชุม ครม. นะคะ ให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ไขปัญหาราคาเนื้อหมูแพงทั้งระบบ รวมถึงโรคระบาดอหิวาห์แอฟริกาในหมู หรือว่า ASF ค่ะ ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทุกปัญหา โดยเฉพาะปัญหาความไม่เข้าใจกัน ถึงกรณีมีหนังสือแจ้งโรคระบาดหมู ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งในที่ประชุม ครม. เพื่อชี้แจงถึงปัญหาราคาหมูแพงในวันพรุ่งนี้ค่ะ และขณะนี้อยู่ระหว่าง การรวบรวมข้อมูลรายละเอียด ยอมรับบอกว่าได้รับงบประมาณ ในการแก้ปัญหาโรคระบาดหมู อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม. อนุมัติงบกลาง ปี 2565 เป็นรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนกว่า 574 ล้านบาท ใช้ในการป้องกันโรคอหิวาห์แอฟริกาในหมู และโรคระบาดร้ายแรงในหมูหรือหมูป่า พร้อมชดเชยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ที่ถูกทำลายระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง15 ตุลาคม 2564 ในพื้นที่ 56 จังหวัดค่ะ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำเนินการตรวจสอบและสำรวจโรค ตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล พร้อมชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ ที่สำคัญต้องลดความเดือดร้อน ของเกษตรกรเจ้าของฟาร์มหมู และผู้ค้ารายย่อย โดยเฉพาะผู้บริโภคด้วยค่ะ นายกยังสั่งให้สอบข้อเท็จจริง กรณีที่ภาคีคณบดีสัตวแพทย์ ทำหนังสือแจ้งการระบาดของ ASF ไปยังอธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่ก็กล่าวอ้างมาบอกว่าไม่ได้รับนะคะ ก็ให้ไปทำความจริงให้กระจ่างด้วยค่ะ ซึ่งล่าสุดค่ะ คุณผู้ชมคะ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มีการแถลงบอกว่าพบตัวอย่าง เชื้อโรคอหิวาห์แอฟริกาในหมูหรือว่า ASF แล้ว 1 ตัวอย่าง แต่ยืนยันนะคะ ว่านี่ไม่ได้เป็นการระบาด ไปฟังบางส่วนของการแถลงค่ะ (นายสัตวแพทย์สรวิศ) เรายังไม่มีการ พูดว่าระบาดนะครับ คือเราพบจุดนะครับ เป็นไปครบจุด เพราะฉะนั้น เราต้องควบคุมนะครับ ซึ่งตรงนี้นี่ ตามกฎหมาย ของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ 2558 นี่ เราดำเนินการนี่ เพื่อประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการควบคุมนะครับ ซึ่งตรงนี้นี่นะครับ กรมปศุสัตว์นี่นะครับ ได้ดำเนินการในเรื่องตรงนี้มาตลอด โดยความร่วมมือนะครับ ของทุกภาคส่วนนะครับ เพื่อที่จะให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของเรานี่ เป็นไปได้ต่อไปในอนาคตนะครับ (คุณจีรชาตา) ไม่ได้ยอมรับว่ามีการระบาด ของโรคแอฟริ... อหิวาต์แอฟริกาในหมู หรือว่า ASF ในประเทศไทยนะคะ แต่เรียกได้ว่านี่เป็นครั้งแรก ที่นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้แจงถึงการตรวจสอบโรคนี้ค่ะ ข้อมูลระบุบอกว่าเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างจากฟาร์มหมู 10 แห่ง โรงฆ่าสัตว์ 2 แห่งในราชบุรีและนครปฐม ช่วงวันที่ 8 และ 9 มกราคม เก็บมารวม 309 ตัวอย่าง ผลวิเคราะห์โดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ พบผลบวกเชื้อ ASF 1 หนึ่งตัวอย่าง จากตัวอย่างพื้นผิวสัมผัส บริเวณโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่ง จากจังหวัดนครปฐมค่ะ หลังจากนี้จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปหาแหล่งที่มาของสุกร และควบคุมโรคโดยเร็ว ตามข้อมูลระบาดวิทยา รวมทั้งร่วมพิจารณา เพื่อประกาศเขตโรคระบาด และการเคลื่อนย้ายสัตว์ต่อไป รวมไปถึงเรื่องของการชดใช้ราคาสุกร ที่ถูกทำลายด้วย ย้ำนะคะ ว่าทางกรมมีการเฝ้าระวังโรคนี้ มีการยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี 2562 พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปกปิด เกี่ยวกับการระบาดของโรคระบาดในสุกรค่ะ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว พวกเขาเตรียมทวงถามความรับผิดชอบ ในกรณีการปกปิดข้อมูลการระบาด ของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู ผ่านญัตติในสภานะคะ ยื่นคำขาดด้วยว่าถ้าไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบ คงจะต้องเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ตามกฎหมายค่ะ พรรคเพื่อไทยนำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เตรียมนำเรื่องการปัญหาหมูแพง เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และจะดำเนินการกฎหมายกับคนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเห็นว่าปัญหาหมูแพง และการระบาดของโรคอหิวาห์แอฟริกาในหมู หรือว่า ASF นั้น เป็นปัญหาที่จะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลได้ค่ะ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. พะเยา พรรคเพื่อไทย ระบุว่าเตรียมจะนำเรื่องเข้าสภา ตั้งแต่เดือนธันวาคมแล้ว แต่เกิดการระบาดของ COVID สายพันธุ์ Omicron เสียก่อน ก็เลยชะลอออกไป พร้อมกับชี้ว่ากระทรวงเกษตร มีหนังสือถึงเลขาธิการ ครม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2564 ขออนุมัติงบกลางไปใช้ในการป้องกัน แก้ปัญหาโรคอหิวาห์แอฟริกาในหมู จากนั้นสำนักเลขาธิการ ครม. ตอบกลับอนุมัติงบ 574 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 แสดงว่ามีความเสียหายจริง และยังพบว่าก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน 2562 นายกฤษฎา บุญราช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศปัญหาการระบาด ของอหิวาต์แอฟริกาในหมู เป็นวาระแห่งชาติแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการใด ๆ และยังนิ่งเฉย ทั้ง ๆ ที่มีหนังสือของภาคี คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ไปถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์แล้ว พรรคเพื่อไทย เตรียมดำเนินการตั้งกระทู้ถามสด ยื่นญัตติด่วน รวมถึงยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นะคะ และหากว่ายังไม่มีคนที่แสดงความรับผิดชอบ ก็จะยื่นเป็นญัตติแสดงอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ดำเนินการตามกฎหมายด้วยค่ะ สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงติด COVID-19 นะคะ หลังจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ ไปพบ Cluster การติดเชื้อในชุมชนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อกัน ระหว่างคนในครอบครัวค่ะ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอเมืองบึงกาฬ ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงนะคะ แล้วก็กลุ่มที่มีอาการ เพื่อที่จะตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่โรงเรียนบ้านนาเจริญ ตำบลหนองเลิง หลังบ้านนาเจริญและชุมชนใกล้เคียง ไปพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รวมกว่าร้อยคน ก็ทำให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดเพิ่ม ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ เป็นการติดเชื้อหลังเทศกาลปีใหม่ ที่มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และเกิดการติดเชื้อกันภายในครอบครัว ขณะที่สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา ประกาศให้คนที่เดินทางไปใช้บริการ ร้านตะวันแดงมหาชน ณ โคราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม ถึง 4 มกราคม ที่ผ่านมา ให้กักตัว สังเกตอาการ 14 วันนะคะ และให้ตรวจ ATK ถ้าหากว่ามีไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ ก็ให้ไปตรวจหา COVID-19 ทันที หลังจากพบพนักงานภายในร้านตะวันแดง ติดเชื้อ COVID-19 4 คน หลังพบพนักงานติดเชื้อ ผู้ประกอบการปิดบริการ ตั้งแต่วันที่ 10-16 มกราคม เพื่อฆ่าเชื้อค่ะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนยังคงเดินทาง ไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ กันอย่างต่อเนื่อง โดยเป็น 1 ใน 3 จุดหลักในเขตเทศบาล ที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น จัดให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติด COVID-19 เข้าไปตรวจ ถ้าเกิดว่าผลตรวจแบบ ATK เป็นบวก ก็ให้แยกออกและตรวจ RT-PCR เพื่อยืนยันอีกครั้ง ก่อนจะแยกกักตัวและเข้าสู่กระบวนการรักษา ขณะเดียวกันมีการจัดตั้ง เป็นศูนย์แยกกักตัวชุมชนหรือว่า CI ค่ะ ก็ใช้โรงพละศึกษา 2 แห่ง ดูแลกลุ่มผู้ติด COVID-19 มีเจ้าหน้าที่ มีทีมแพทย์ของเทศบาลนครเชียงใหม่ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนที่ห้างสรรพสินค้า Tops Plaza อำเภอเมืองพิจิตร บริการฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลพิจิตร มีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 3 เป็น Pfize หรือ AstraZeneca กันคึกคักนะคะ หลังยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์ Omicron ค่ะ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพและใกล้เคียง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 มกราคมค่ะ ประชาชนสามารถไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายได้นะคะ ซึ่งทาง สปสช. จัดชุดตรวจ ATK ให้บริการประชาชน ถ้าเกิดว่าผลบวกไม่มีอาการก็ให้กักตัวที่บ้านค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าอาการแย่ลง ก็จะส่งต่อไปรักษาที่สถานพยาบาล ตั้งเป้าจะตรวจวันละ 1,000 คนค่ะ ประชาชนทยอย เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยชุดตรวจ ATK ที่ทาง สปสช. ร่วมกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดให้บริการตั้งแต่วันนี้ ไปถึงวันที่ 21 มกราคม วันละ 1,000 คนค่ะ ประชาชนเห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี เพราะว่าต้องตรวจหาเชื้อทุก ๆ 3 วัน ตามมาตรการป้องกันโรคของสถานประกอบการ โดยจะนำผลตรวจที่ได้ไปยืนยันค่ะ (ผู้เข้ารับการตรวจหญิง) เพราะว่า ในหลาย ๆ ที่นี่ค่ะ การตรวจหรืออะไรอย่างนี้ มันก็ค่อนข้างที่จะ... เขาเรียกว่าอะไร เข้าถึงยากค่ะ ในหลาย ๆ ชุมชน ตามสถานหมู่บ้านเล็ก ๆ อะไรอย่างนี้ ตามต่างจังหวัดก็อยากให้มีเหมือนกันค่ะ ค่ะ ก็คาดหวังมากค่ะ อยากให้มีแบบอย่างนี้บ่อย ๆ (คุณจีรชาตา) ตรวจกันที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะนะคะ ตลอดทั้งวัน มีคนไปรับการตรวจ 638 คน ปรากฏว่าพบผลเป็นบวก ก็คือติดเชื้อ 21 คน เจ้าหน้าที่ก็จะให้แยกตัวออกไปอีกโซนหนึ่ง เฉพาะกลุ่มติดเชื้อ ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว ถ้าเกิดว่าไม่มีอาการอะไรก็จะให้ไปกักตัวที่บ้าน แต่ถ้าเกิดว่าอาการแย่ลงค่ะ ก็จะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล มีอยู่คนหนึ่งนะคะ พอทราบผลตรวจเจ้าหน้าที่แนะนำ ก็ขึ้นรถโรงพยาบาลไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ะ ส่วนคนที่กักตัวที่บ้าน และไม่สะดวกจะเดินทางเองเมื่อทราบผล เจ้าหน้าที่จัดรถทหารให้ 2 คัน Stand by รับส่งด้วยเหมือนกัน เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการเดินทาง โดยรถสาธารณะ ทั้งนี้ทีมแพทย์จะคอยวินิจฉัยนะคะ ว่าจำเป็นจะต้องได้รับยา กลับไปด้วยหรือเปล่า ภายในซองจะมีรายละเอียด แนบไปให้อีกทีว่าต้องรับประทานยากี่เม็ด เป็นเวลากี่วัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของคนที่ติดเชื้อ รวมถึงอาการด้วยค่ะ กองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพจัดการฝึก Cobra Gold เตรียมนัดหารือกับประเทศที่เข้าร่วมในการฝึก และสังเกตการณ์อีก 27 ประเทศ ในวันที่ 13 มกราคมนี้นะคะ เพื่อที่จะสรุปการจัดการฝึก CobraGold 2022 ในประเทศไทย ที่เตรียมฝึกกันแบบเต็มรูปแบบ ในโอกาสครบรอบ 41 ปี ซึ่งอาจจะลดระดับเป็นการฝึก ในที่ตั้งแบบออนไลน์ค่ะ ก่อนหน้านี้มีรายงานออกมา ว่าการหารือร่วมอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับไทย ที่จะจัดการฝึกแบบ Cobra Gold 2022 ในโอกาสครบ 41 ปี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม พร้อมกำหนดพิธีเปิด 22 กุมภาพันธ์นี้ จะแบ่งการฝึกเป็น 3 ระดับนะคะ ตามวงรอบการฝึกแบบ Heavy Year ระดับที่ 1 คือฝึกเต็มรูปแบบ จัดกำลังหลัก 7 ประเทศ ก็คือไทย สหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย อีก 2 ประเทศ ก็คือจีนกับอินเดีย เข้าร่วมฝึกในโครงการช่วยเหลือประชาชน ร่วมกับประเทศสังเกตการณ์อีก 20 ประเทศ ระดับที่ 2 จะเป็นลักษณะ ของการลดขนาดกำลังเข้าร่วม ระดับที่ 3 ก็คือลดกำลังฝึกแบบออนไลน์ค่ะ แต่เมื่อมีสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์ Omicron ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่เวลานี้ อีกทั้งสหรัฐฯ เองก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวัน วันละหลายแสนคน ก็ต้องทบทวนการฝึก Cobra Gold อีกครั้ง เบื้องต้นไทยกับสหรัฐฯ นัดหารือ ร่วมกับประเทศที่เข้าร่วมการฝึก และสังเกตการณ์อีก 27 ประเทศ ในวันที่ 13 มกราคมนี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปถึงกรอบการฝึก Cobra Gold 2022 ค่ะ มีรายงานว่ากองบัญชาการกองทัพไทย โดยพลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นได้ข้อสรุป เสนอต่อที่ประชุมร่วมกับมิตรประเทศ คือลดระดับการฝึก ในสถานที่ตั้งแบบออนไลน์เท่านั้น ไม่มีการนำกําลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาฝึกภาคสนาม แต่ถ้าหากมีความจำเป็น ต้องนำกําลังพลเข้ามาในประเทศไทย จะต้องปฏิบัติตามมาตรการ ของ ศบค. อย่างเคร่งครัดค่ะ โดยเฉพาะการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ในวันแรกที่เดินทางเข้าประเทศ ก่อนตรวจซ้ำในวันที่ 5 ถึงวันที่ 6 รวมถึงมาตรการกักตัว 14 วันด้วยค่ะ ติดตามสถานการณ์ในต่างประเทศนะคะ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยนะคะ ว่าการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย เพื่อหาแนวทางผ่อนคลายความตึงเครียด ในวิกฤตยูเครน ยังไม่มีความคืบหน้าเลยค่ะ เนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาเปิดเผยนะคะ ว่าการหารือระหว่างเวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กับเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศรัสเซีย นานกว่า 8 ชั่วโมง ที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ ยังไม่มีความคืบในการแก้ปัญหา อย่างเป็นรูปธรรมค่ะ เนื่องจากการหารือในครั้งนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของกระบวนการทางการทูตเท่านั้น โดยรัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือว่าเนโท รับประกันว่าจะไม่ขยายอิทธิพล ไปทางฝั่งตะวันออกของยุโรป ขณะที่สหรัฐอเมริกาย้ำจุดยืน ว่าไม่สามารถยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าวได้ ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย กับชาติตะวันตกทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยูเครน เปิดเผยว่ารัสเซียระดมกำลังพล มากกว่า 100,000 นาย ประชิดพรมแดน เพื่อเตรียมบุกยูเครนภายในเดือนมกราคมนี้ค่ะ ทั้งหมดคือทันข่าว 16.00 น. วันนี้นะคะ อีกสักครู่ติดตามชม รายการยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ช่วงนี้ดิฉันและทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]