(ครูณัฐทิยา) สวัสดีคุณครูที่อยู่ปลายทางนะคะ และนักเรียนที่อยู่ปลายทางด้วยนะคะ วันนี้ค่ะ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะคะ กับรายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ นะคะ โดยพบกับคุณครูณัฐทิยา เนียมสะอาด หรือเด็ก ๆ จะเรียกว่า "คุณครูฝ้าย" ก็ได้นะคะ (ครูอรอนงค์) และคุณครูอรอนงค์ สุดสาครนะคะ หรือว่า "ครูแอร์" ค่ะ สำหรับเนื้อหาในวันนี้ค่ะครูฝ้าย เด็ก ๆ อยากจะทราบแล้วค่ะ ว่าวันนี้นั้นเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องอะไรค่ะ (ครูณัฐทิยา) ดีเลยนะคะคุณครูแอร์ และก็เด็ก ๆ นะคะ ถ้าเด็ก ๆ อยากจะทราบแล้วใช่ไหมคะ เราไปดูกันเลยดีกว่านะคะ ว่าวันนี้นะคะ เราจะมีกิจกรรม หรือเรื่องอะไรที่เราจะได้เรียนรู้นั่นเองค่ะ และนี่นะคะ คือเรื่องที่เราจะเรียนรู้กันในวันนี้นะคะ ก็คือเรื่องดินและปุ๋ยนั่นเองค่ะ เรามาดูจุดประสงค์การเรียนรู้ กันเลยดีกว่านะคะ (ครูอรอนงค์) สำหรับจุดประสงค์ในวันนี้นะคะ ที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้กับครูแอร์และครูฝ้ายนะคะ จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๓ ข้อค่ะ เรามาดูในส่วนของข้อที่ ๑ กันเลยนะคะ ก็คืออธิบายประเภทของดิน และปุ๋ยชนิดต่าง ๆ ได้ค่ะ ข้อที่ ๒ เลือกใช้ดินและปุ๋ย ให้เหมาะสมกับต้นพืชได้ และข้อที่ ๓ นะคะ เห็นความสำคัญของการเลือกใช้ดินและปุ๋ยค่ะ (ครูณัฐทิยา) ค่ะ และนี่ก็คือจุดประสงค์การเรียนรู้ ในวันนี้นะคะ สำหรับต่อไปนั้นนะคะ คุณครูก็จะมีคำถามนะคะ มาฝากกับเด็ก ๆ นะคะ ซึ่งคำถามของเรานะคะเด็ก ๆ มาช่วยคุณครูในการอ่านด้วยค่ะ คำถามค่ะ ดินและปุ๋ยนะคะ มีลักษณะเป็นอย่างไรค่ะ อีกครั้งหนึ่งนะคะ ดินและปุ๋ยมีลักษณะเป็นอย่างไรค่ะ เด็ก ๆ ลองสังเกตสิคะ ว่าดินที่ตนเองเคยสัมผัสนะคะ หรือเคยเห็นนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรนะคะ และปุ๋ยที่ตนเองเคยใช้นะคะ หรือเคยสัมผัสหรือเห็นบุคคลอื่น ๆ นะคะ ที่ใช้นั้นนะคะ มีลักษณะเป็นอย่างไรคะ ตอนนี้นะคะ ให้เด็ก ๆ นั้นยกมือตอบกับครู... คุณครูที่อยู่ปลายทางเลยนะคะ เด็ก ๆ ตอบกันมาแล้วค่ะคุณครูแอร์ (ครูอรอนงค์) ค่ะ (ครูณัฐทิยา) ได้ยินเสียงดังฟังชัดมาก ๆ เลยนะคะ เรามาปรบมือให้กับเด็ก ๆ หน่อยนะคะ ที่เป็นผู้กล้าในวันนี้ค่ะ (ครูอรอนงค์) ได้ค่ะ [เสียงปรบมือ] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาฟังความคิดเห็น ของคุณครูแอร์กันบ้างนะคะ ว่าดินและปุ๋ยนั้น มีลักษณะเป็นอย่างไรกันนะคะเด็ก ๆ (ครูอรอนงค์) ค่ะ สำหรับดินและปุ๋ย ของครูแอร์นะคะ ครูแอร์คิดว่าเอาอย่างแรกก่อนนะคะเด็ก ๆ ก็คือในส่วนของดินค่ะ ลักษณะของดินที่ครูแอร์เคยเห็นนะคะ ก็จะเป็นลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลค่ะ หรือว่าเป็นผุยผง แบบคล้าย ๆ ทรายก็เคยเห็นนะคะ ซึ่งดินที่ครูแอร์เคยเห็นนั้น จะมีอยู่หลายประเภทด้วยกันนะคะ ที่เคยเห็นเลยก็จะมีดินร่วน ดินเหนียว แล้วก็ดินทรายค่ะ ในส่วนของปุ๋ยค่ะ ที่ครูแอร์เคยเห็นนะคะ ก็จะเป็นปุ๋ยก้อน ๆ ค่ะ จะได้เป็นปุ๋ยคอกนั่นเองนะคะ แล้วก็เป็นปุ๋ยเม็ดค่ะ ซึ่งปุ๋ยเม็ดนั้นก็จะมีลักษณะเป็นหลากหลายสีนะคะ อันนี้ก็คือลักษณะของดินและปุ๋ย ที่ครูแอร์เคยพบเห็นในชีวิตประจำวันค่ะ (ครูณัฐทิยา) ค่ะ และนี่นะคะ ก็คือลักษณะที่คุณครูแอร์ได้เคยพบเห็นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของดินและปุ๋ย และเด็ก ๆ ล่ะคะ เห็นแบบคุณครูแอร์หรือเปล่าคะ (ครูอรอนงค์) มีเด็กกระซิบมาบอกว่า เห็นคล้ายกับของครูแอร์เลยค่ะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) เยี่ยมมาก ๆ เลยนะคะ เอาล่ะค่ะ ฉะนั้นนะคะ ตอนนี้เด็ก ๆ คงอยากจะรู้แล้วล่ะค่ะ ว่าดินนั้นมีทั้งหมดกี่ประเภทใช่ไหมคะ รวมไปถึงปุ๋ยด้วยนะคะ คงกำลังจะตื่นเต้นและตอนนี้คงจะเตรียมสมุด กันมาแล้วใช่ไหมคะ เพื่อที่จะจดบันทึกใช่หรือไม่ เก่งมาก ๆ เลยนะคะ เอาล่ะค่ะ และนี่นะคะ ก็คือดินและปุ๋ยที่เป็นปัจจัยสำคัญนะคะ ต่อการเจริญเติบโตของพืชนั่นนะคะ ซึ่งการปลูกพืชนะคะ ให้ได้ผลดีนั้น เราจะต้องรู้จักคุณสมบัติของดินและปุ๋ยด้วยนะคะ และในส่วนของดินนะคะ ก็จะมีประเภทนะคะ เยอะแยะมากมายเลยทีเดียวเชียวนะคะ ที่จะมาใช้สำหรับการปลูกพืชนะคะ เรามาดูในส่วนของ ประเภทที่ ๑ กันเลยดีกว่านะคะ อันนี้นะคะ เด็ก ๆ สังเกตเห็นแล้วนะคะ ทราบแล้วใช่ไหมคะ ว่ามันคือดินอะไรคะ มันก็คือดินเหนียวนั่นเองนะคะ เห็นแล้วก็จะมีลักษณะของความมันด้วยนะคะ แล้วก็เงาด้วยนะคะ (ครูอรอนงค์) เป็นก้อนเลยนะคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วคุณครูแอร์นะคะ ก็จะมีลักษณะเห็นดังภาพได้เลยนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วนะคะ ในส่วนของดินเหนียวนะคะ ก็จะเป็นดินที่มีช่องว่างนะคะ ระหว่างเนื้อดินนี่ ค่อนข้างที่จะเล็กนะคะ แล้วก็เนื้อดินนี่ ละเอียดนะคะ ฉะนั้นนะคะ เนื้อดินก็สามารถที่จะอุ้มน้ำได้ดีนะคะ กว่าดินชนิดอื่น ๆ ด้วย เพราะเนื้อดินนี่ จับตัวเป็นก้อนนะคะ ค่อนข้างที่จะเหนียวนะคะ แล้วก็ไม่สามารถที่จะระบายน้ำได้นะคะ เมื่อดินแห้งนะคะ ถ้าดินแห้งดินก็จะมีความแห้ง แล้วก็แตกเป็นแฉก ๆ นะคะ เรียกว่าเขาเรียกว่าเวลาที่เหมือนดินนะคะ เขาก็จะแบบ... คือมันจะไม่เหมือนกับดินร่วนนะคะ ก็คือมันจะแตกต่างกัน เอาแบบนี้ง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือดินเหนียวนี่ จะแตกระแหง แต่เมื่อไรที่เราเอาน้ำใส่นะคะ เขาก็จะกลับมาเหนียวเหมือนเดิมนั่นเองค่ะ ซึ่งดินเหนียวนี้นะคะ ก็จะเหมาะกับการปลูกพืช พืชชนิดหนึ่งนะคะ ซึ่งตอนนี้ค่ะ ให้เด็ก ๆ นั้นทายดูสิคะ ว่าพืชที่เหมาะกับดินเหนียวนั้นคือพืชอะไรคะ น่าจะเคยเห็นกันแล้วนะคะ ในภูมิภาคหรือในแถบ ๆ บ้านของเรานะคะ หรือในประเทศไทยนั้นก็มีปลูกพืชชนิดนี้ค่ะ นั่นก็คืออะไรคะ เห็นจากในภาพแล้วนะคะ ก็คือการทำนาข้าวนั่นเองนะคะ ซึ่งดินชนิดนี้นะคะ เหมาะแก่การปลูกข้าวหรือการทำนาข้าวนะคะ เพราะเขานี่ จะอุ้มน้ำได้ดีนั่นเองค่ะ น้ำก็จะขังอยู่ในบริเวณของทุ่งนานะคะ และข้าวก็จะเจริญเติบโตต่อไปนั่นเองค่ะ และต่อไปนะคะ ดินก็ยัง... ดินเหนียวก็ยังเหมาะกับการนำมาปลูกอะไรคะ อันนี้นะคะ เป็นดอกไม้ที่ใช้ ในการบูชาพระนั่นเองนะคะ นั่นก็คือดอกบัวนะคะ ซึ่งบัวนี่ก็จะขึ้นอยู่ในบริเวณที่เป็นดินเหนียวนะคะ แล้วก็อยู่ในน้ำด้วยเช่นกันนะคะ เพราะอย่างที่ทราบกันดี ว่าดินเหนียวอุ้มน้ำได้ดีนั่นเองค่ะ สำหรับต่อไปนั้นจะเป็นดินอะไรกันคะ ไปดูเลยค่ะ (ครูอรอนงค์) สำหรับดินต่อไปนะคะเด็ก ๆ ก็จะเป็นในส่วนของดินร่วนนั่นเองค่ะ ซึ่งดินร่วนนั้นจะปลูกอะไรได้บ้างนะคะเด็ก ๆ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ ดินร่วนนะคะ เป็นดินที่มีช่องว่างค่ะ ระหว่างเนื้อดินไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไปนะคะ เนื้อดินโปร่งมีธาตุอาหารที่พืชต้องการค่ะ สามารถที่จะเก็บน้ำนะคะ แล้วก็ระบายน้ำได้ดีนะคะ ทำให้ดินนั้นมีความชุ่มชื้น จึงเหมาะกับการปลูกพืชนั่นเองค่ะ สำหรับพืชที่ดินร่วนนิยมปลูกนะคะ ก็ได้แก่นี่เลยค่ะเด็ก ๆ สิ่งที่เด็ก ๆ ได้เห็นอยู่บนจอนะคะ ก็เป็นพืชผักสวนครัวนะคะ ประเภทต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งได้แก่ ผักคะน้านะคะ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักชีค่ะ พืชชนิดนี้เด็ก ๆ จะใช้ดินร่วนในการปลูกนั่นเองค่ะ ต่อไปเลยค่ะ ปลูกอะไรได้อีก ก็คือไม้ดอก ไม้ประดับนั่นเองนะคะ ต่อไปเลยค่ะครูฝ้าย สิ่งนี้นะคะเด็ก ๆ คะ คิดว่าเป็นอะไรคะ เป็นผลไม้นั่นเองนะคะ ซึ่งผลไม้นั้น ก็จะใช้ดินร่วนในการปลูกเช่นเดียวกันค่ะ (ครูณัฐทิยา) สำหรับต่อไปนั้นนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของดินทรายนั่นเองนะคะ ซึ่งดินทรายนะคะ เห็นจากภาพแล้วนะคะ เด็ก ๆ ลองมองจากทางด้านซ้ายนะคะ จรดไปทางด้านขวาค่ะ และมองจากด้านบนลงด้านล่างนะคะ จะเห็นว่าทรายนั้น มีความเป็นเม็ดเล็ก ๆ ใช่ไหมคะ เป็นอนุภาคเม็ดเล็ก ๆ นั่นเองนะคะ ซึ่งทรายนี้ก็สามารถนำไปใช้ กับพืชได้ด้วยเช่นกันนะคะ แต่ก่อนที่เราจะใช้นั้นนะคะ เราต้องไปรู้ก่อนว่าเขานี่ มีลักษณะอุ้มน้ำหรือไม่ หรือไม่อุ้มน้ำหรืออย่างไรนะคะ ไปดูกันเลยค่ะ และนี่นะคะ ก็คือดินทรายนะคะ ดินทรายนั้นเป็นดินที่มีทรายปนอยู่มากนะคะ จึงมีเนื้อหยาบร่วน มีช่องว่างระหว่างเนื้อดินใหญ่ ระบายน้ำได้ง่าย เก็บน้ำไม่ได้นะคะ จึงไม่เหมาะกับการปลูกพืชที่เป็นผักสวนครัวนะคะ แต่ว่านะคะ เจ้าดินทรายนี้นะคะ จะเหมาะกับการปลูกพืชชนิดหนึ่งนะคะ นั่นก็คือ... เห็นไหมคะ คือพืชอะไรคะ ก็คือพืชที่เรียกว่า "แคคตัส" นะคะ หรือ "กระบองเพชร" นั่นเองนะคะ ซึ่งก็สามารถนำมาปลูกพืชเหล่านี้ได้นะคะ (ครูอรอนงค์) เพราะว่าเป็นพืชที่ไม่ต้องใช้น้ำ ใช่ไหมคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ใช่ค่ะ เขาจะไม่ค่อยต้องการน้ำ มากเท่าไรนะคะ (ครูอรอนงค์) ใช้เพียงเล็กน้อยนะคะ (ครูณัฐทิยา) ใช้เพียงเล็กน้อยนั่นเองนะคะ ซึ่งเขาจะอยู่ได้ดีกับดิน ที่เป็นลักษณะดินทรายนั่นเองนะคะคุณครูแอร์ (ครูอรอนงค์) ต่อไปเลยนะคะเด็ก ๆ มาดูดินประเภทต่อไป ก็คือประเภทที่เท่าไรแล้วคะ ประเภทที่ ๔ นั่นเองนะคะ เรามาดูกันเลยค่ะ ดินร่วนปนทรายนั่นเองค่ะ สำหรับดินร่วนปนทรายนี้นะคะ ก็จะมีลักษณะของดินร่วนและดินทรายผสมกันนะคะ สามารถเก็บน้ำได้พอสมควรค่ะ จึงสามารถใช้ปลูกพืชได้นะคะ เรามาดูกันนะคะ ว่าพืชที่ใช้ปลูกนั้นมีอะไรบ้างนะคะ นี่เลยค่ะเด็ก ๆ ก็คือพืชอะไรคะ เราเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เด็ก ๆ จำได้ไหมเอ่ย ภาพที่ขึ้นอยู่บนจอเรียกว่าพืชอะไรคะ พืชไร่นั่นเองค่ะ เก่งมาก ๆ เลยค่ะเด็ก ๆ ปรบมือให้ตนเองหน่อยค่ะ [เสียงปรบมือ] (ครูอรอนงค์) เยี่ยมมาก ๆ เลยนะคะ เด็ก ๆ ของเราค่ะ ดินร่วนปนทรายนะคะ ก็สามารถที่จะปลูกมันสำปะหลังนะคะ อ้อย แล้วก็สับปะรดนั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วนะคะ และสำหรับต่อไปนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของประเภทของปุ๋ยนั่นเองนะคะ เมื่อสักครู่ดินไปแล้วนะคะ ตอนนี้เราก็จะเข้าสู่ปุ๋ยนั่นเองนะคะ ซึ่งปุ๋ยนะคะ เราจะมารู้จักปุ๋ยกันนะคะ ปุ๋ยนะคะ เป็นปุ๋ยที่ได้จากซากพืช ซากสัตว์นะคะ หรือมูลของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ นะคะ สามารถแบ่งออกเป็น ๔ ชนิดด้วยกันนะคะ (ครูอรอนงค์) อันนี้ก็คือในส่วนของปุ๋ยอินทรีย์ ใช่ไหมคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วนะคะ ในส่วนของปุ๋ยอินทรีย์นั้นนะคะ ก็คือปุ๋ยที่ได้จากซากพืช ซากสัตว์นั่นเองนะคะ ไปดูค่ะ ประเภทที่ ๑ นะคะ ก็คือปุ๋ยคอกนะคะ ปุ๋ยคอกอันนี้นะคะ ก็ได้มาจากมูลสัตว์นะคะ เช่น มูลอะไรได้บ้างนะคะ ที่เราสามารถนำมาทำปุ๋ยคอกคะ ก็จะได้แก่ มูลควายนะคะ หรือเรียกว่า "มูลกระบือ" นั่นเองนะคะ และต่อไปค่ะ ก็จะเป็นมูลวัวนะคะ มูลไก่เป็นต้นค่ะ ซึ่งเจ้าปุ๋ยคอกนี่นะคะ สามารถที่จะนำไปใส่ต้นไม้ได้ด้วยนะคะ อาจจะเป็นพืชสวนก็ได้นะคะ เป็นพวกผักสวนครัวนะคะ ที่มีระยะการเติบโต ไปสักค่อนข้างปานกลางแล้วนะคะ ก็สามารถที่จะใส่ลงไปได้นั่นเองค่ะ (ครูอรอนงค์) ต่อไปนะคะเด็ก ๆ เรามาดูปุ๋ยประเภทที่ ๒ นะคะ เรายังอยู่ในหัวข้อของปุ๋ยอินทรีย์กันอยู่นะคะ ปุ๋ยประเภทที่ ๒ เลยค่ะ ก็คือปุ๋ยพืชสดนั่นเองนะคะ ซึ่งจะได้จากการไถกลบนะคะ พืชลงไปในดินนะคะ สำหรับในนาข้าวนะคะเด็ก ๆ ส่วนมากนะคะ เขาก็จะปลูกปอเทืองค่ะ ครูฝ้ายรู้จักไหมคะ (ครูณัฐทิยา) ทราบดีค่ะคุณครูแอร์ ที่จะมีดอกสีเหลือง ๆ (ครูอรอนงค์) ใช่แล้วค่ะครูฝ้าย ถ้าเราเก็บผลผลิตจากปอเทืองแล้วนะคะ เราก็จะทำการไถกลบแบบนี้ค่ะ เพื่อเป็นปุ๋ยให้กับนาข้าวของเรานั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ก็คือว่าเวลาที่ ปลูกข้าวเสร็จแล้วใช่ไหมคะ หลังจากนั้นน้ำแห้งอะไรเรียบร้อย ก็จะปลูกปอเทือง (ครูอรอนงค์) ใช่ค่ะ โดยการหว่านเมล็ดพืชลงไปค่ะ (ครูณัฐทิยา) แล้วก็มีการไถกลบนั่นเอง ดีมาก ๆ เลยนะคะคุณครูแอร์ แล้วคุณครูฝ้ายก็ทราบอีก ๑ อย่างค่ะ ที่เขาจะใช้ใบก้ามปูใช่ไหมคะ ที่ว่าเป็นปุ๋ยพืชสดอีก ๑ ชนิด ที่สามารถที่จะทำให้เป็นปุ๋ยกับต้นไม้ได้ โดยเอานำใบก้ามปูที่เป็นยังสด ๆ อยู่ แล้วก็ร่วงจากต้นแบบนี้ค่ะ แล้วไปทำเป็นปุ๋ยนั่นเองใช่ไหมคะ (ครูอรอนงค์) อันนี้ก็แล้วแต่พื้นที่ ของใครที่มีนะคะ ก็สามารถที่จะนำไปทำเป็นปุ๋ยได้นั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วค่ะเด็ก ๆ และเด็ก ๆ ล่ะคะ ที่บ้านมีปุ๋ยพืชสดอะไรบ้างคะ ที่เคยใช้กัน ลองสำรวจดูนะคะ ต่อไปค่ะ ก็จะเป็นปุ๋ยอีกประเภทหนึ่งนะคะ ซึ่งจะเรียกว่าปุ๋ยหมักนั่นเองนะคะ ซึ่งปุ๋ยหมักนะคะ ก็ได้จากการหมักซากพืชนะคะ กับมูลสัตว์บางชนิดนะคะ แล้วทิ้งไว้ระยะหนึ่งจึงนำไปใช้นั่นเองนะคะ ซึ่งจะนำไปใช้ในการใส่พืชสวนต่าง ๆ หรือพืชไร่ก็ได้เช่นกันนะคะ อาจจะเป็นปาล์มน้ำมัน ยางพารานะคะ หรือผลไม้ชนิดอื่น ๆ นะคะ ก็ได้เช่นกันนะคะ (ครูอรอนงค์) ต่อไปเลยนะคะ เป็นประเภทที่ ๔ นะคะ ก็คือปุ๋ยชีวภาพนั่นเองค่ะ ปุ๋ยชีวภาพนี้นะคะ ก็จะได้จากการหมักซากพืชนะคะ ผสมกับกากน้ำตาลนะคะ เมื่อสักครู่จะเป็นซากพืชกับมูลสัตว์ใช่ไหมคะ (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วค่ะครูแอร์ (ครูอรอนงค์) ครูฝ้ายนะคะ ต่อไปนะคะ จะใช้ซากพืชกับผสมกับกากน้ำตาลนะคะ แล้วก็ทิ้งไว้ระยะหนึ่งค่ะ ก็จะสามารถที่จะนำไปใช้ได้นะคะ ปุ๋ย ๒ ประเภทที่เราคุยกันเมื่อสักครู่นะคะ ก็จะเป็นปุ๋ยที่ค่อนข้างที่จะใช้เวลา ในการหมักนั้นนานพอสมควรนะคะ (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วนะคะ และอีกอย่าง ยังเป็นปุ๋ยที่เป็นปุ๋ยธรรมชาติด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อไปนั้นนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของปุ๋ยนะคะ ซึ่งจะเป็นปุ๋ยเกี่ยวกับปุ๋ยเคมีนะคะ หรือปุ๋ยทางวิทยาศาสตร์นั่นเองนะคะ จะเรียกกันว่า "ปุ๋ยอนินทรีย์" นะคะ สำหรับปุ๋ยที่เป็นธรรมชาติ จะเรียกว่า "อินทรีย์" นะคะ แต่เมื่อไรที่เป็นเคมีและวิทยาศาสตร์ จะเรียกว่า "อนินทรีย์" นะคะ และสำหรับปุ๋ยอนินทรีย์นะคะ หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์นะคะ ซึ่งจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ปุ๋ยเคมี" จะได้จากการสังเคราะห์แร่หิน หรือสารเคมีออกมาในรูปของของเหลวนะคะ ซึ่งแบบนี้นะคะ สามารถที่จะแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด ด้วยกันนั่นเองนะคะ จะเรียกว่าปุ๋ยที่เป็น "ปุ๋ยเดี่ยว" นั่นเองนะคะ ซึ่งปุ๋ยเดี่ยวนะคะ เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักนะคะ เป็นองค์ประกอบเพียงธาตุเดียวนั่นเองนะคะ เป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการนั่นเองค่ะ ซึ่งนะคะ ก็ธาตุอาหารเหล่านั้น ก็อาจจะได้แก่ฟอสฟอรัสนะคะ หรืออาจจะเป็นไนโตรเจนต่าง ๆ นะคะ ที่พืชต้องการในการเจริญเติบโตนั่นเองนะคะ (ครูอรอนงค์) ต่อไปนะคะเด็ก ๆ เรามาดูประเภทที่ ๒ กันเลยค่ะ ประเภทที่ ๒ นะคะ ก็คือปุ๋ยผสมนะคะ เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักเป็นองค์ประกอบ ตั้งแต่ ๒ ธาตุขึ้นไปนั่นเองนะคะ เด็ก ๆ สังเกตในรูปภาพเลยนะคะ ถ้าเราอยากรู้ว่าเป็นปุ๋ยผสมหรือว่าปุ๋ยเดี่ยวนะคะ เราก็สังเกตที่ภาพค่ะ เพราะว่าถ้าเป็นปุ๋ยผสมนี่ จะมีสีที่หลากหลายนะคะ จะมี ๒ สีขึ้นไปนั่นเองค่ะ แต่ว่าถ้าเป็นปุ๋ยเดี่ยวนั้น ปุ๋ยจะมีลักษณะเป็นสีเดียวนั่นเองค่ะ อันนี้ก็คือให้เด็ก ๆ ได้คิดวิเคราะห์นะคะ ครูฝ้ายคะ หลังจากที่... เผื่อว่ามีบางคนจะไปซื้อปุ๋ยนะคะ ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ หรือว่าผู้ปกครองนั่นเองค่ะ (ครูณัฐทิยา) ใช่ค่ะ และปุ๋ยเหล่านี้ก็ยังมีธาตุอาหาร ทั้งอาหารหลัก และก็อาหารรองด้วยใช่ไหมคะ ซึ่งอาหารหลัก ก็อย่างที่เด็ก ๆ ทราบกันดีแล้วนะคะ จะมีในส่วนของ NPK นะคะ ซึ่งจะมีฟอสฟอรัสนะคะ มีไนโตรเจนนะคะ แล้วก็มีในส่วนของ โพแทสเซียมต่าง ๆ นั่นเองนะคะ รวมไปถึงถ้าเป็นธาตุอาหารรองนะคะ เด็ก ๆ นะคะ ก็จะเคยเห็นว่า จะมีในส่วนของเหล็กนะคะ หรือสังกะสี แมงกานีสต่าง ๆ นะคะ แมกนีเซียมต่าง ๆ นะคะ ที่จะมาช่วยในการนะคะ บำรุงต้นไม้นะคะ เพราะเด็ก ๆ อาจจะเคยเห็นแล้ว ว่าคุณพ่อคุณแม่ของเด็ก ๆ นั้นนะคะ เวลาที่คุณพ่อคุณแม่ใส่ต้นไม้นะคะ นำปุ๋ยลงไปนะคะ ๑ ชนิด คุณพ่อก็จะใส่อีก ๑ ชนิดนั่นลงไปนะคะ ก็คือการผสมปุ๋ยนั่นเองนะคะ เพื่อที่จะเร่งทั้งใบนะคะ ทั้งดอก ทั้งผล ให้มีรสชาติหวานอะไรแบบนี้นั่นเองค่ะ และวันนี้นะคะคุณครูแอร์ เราก็มาในส่วนของนะคะ เราก็นำสื่อของจริงต่าง ๆ นั้น มาให้กับเด็ก ๆ ได้ดูใช่ไหมคะ ซึ่งก็จะเป็นในส่วนของดินและก็ปุ๋ยนั่นเองนะคะ เด็ก ๆ พร้อมกันหรือยังคะ เด็ก ๆ บอกว่าพร้อมกันแล้วค่ะ ไปดูกันเลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) และนี่ก็คือสื่อของจริงนะคะ ที่เราได้นำมาให้กับเด็ก ๆ ได้ดูนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของดินและปุ๋ยนั่นเองนะคะ เดี๋ยวตอนนี้ค่ะ จะให้เด็ก ๆ นั้น มาช่วยกันทายนะคะ ว่าดินที่เราเห็นนี้คือดินอะไรนั่นเองค่ะ ซึ่งจะอยู่ด้านหน้าของคุณครูนี่เองนะคะ (ครูอรอนงค์) เริ่มอันแรกเลยนะคะครูฝ้ายคะ ดินชนิดที่ ๑ ค่ะเด็ก ๆ (ครูณัฐทิยา) ชนิดนี้เลยค่ะ เห็นกันหรือยังคะ สีแบบนี้คุ้นหรือยังคะ ว่าเป็นดินอะไรคะ นี่ ตอนนี้เด็ก ๆ ตอบกันได้แล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาเฉลยกันเลยดีกว่าค่ะ สำหรับอันนี้นะคะ ก็คือ... คืออะไรคะ ดินร่วนนั่นเองนะคะ (ครูอรอนงค์) เฉลยนะคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) เฉลยกันเลยนะคะ คือดินร่วนนะคะ ซึ่งถ้าเอามือสัมผัสนั้นนะคะ จะค่อนข้างที่จะนิ่มใช่ไหมคะ แล้วก็มีความร่วนนั่นเองค่ะ ต่อไปกันเลยค่ะ อันนี้ค่ะ นี่เป็นเม็ด ๆ นะคะเด็ก ๆ แล้วก็มีสีแบบนี้เลยค่ะ ออกน้ำตาลอ่อน ๆ นะคะ อย่างนี้เลยค่ะ นะคะ แล้วก็เป็นอนุภาคเม็ด ๆ เล็ก ๆ นะคะ เรียกว่าดินอะไรคะเด็ก ๆ มีคนยกมือตอบแล้วค่ะ (ครูอรอนงค์) เสียงดังมากเลยค่ะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ชัดเจนมาก ๆ เลยนะคะ เฉลยกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ (ครูอรอนงค์) นั่นก็คือ (ครูณัฐทิยา) ดินทรายนั่นเองนะคะ ปรบมือดีกว่านะคะ [เสียงปรบมือ] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูณัฐทิยา) ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะเด็ก ๆ อีกดินอีกประเภทหนึ่งนะคะ นี่ค่ะ ลองมองสิคะ เห็นเป็นดินอะไรคะ มีทั้ง... (ครูอรอนงค์) ดินชนิดที่ ๒ เลยนะคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วนะคะ แล้วก็มีคล้ายกับดินชนิดที่ ๑ ด้วยใช่ไหมคะคุณครูแอร์นะคะ นั่นก็คือดินอะไรคะ ใครตอบได้แล้วบ้าง ตอบกันดังเลย ดินร่วนปนทรายนั่นเองค่ะ ถูกต้องแล้วนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวมาดูอีกประเภทกันดีกว่านะคะ ว่าจะเป็นอะไรนะคะ (ครูอรอนงค์) ก็คือประเภทที่ ๔ นั่นเองนะคะ นี่เลยค่ะ (ครูณัฐทิยา) ซึ่งถ้านำมาปั้นเป็นก้อนนะคะ ก็สามารถที่จะขึ้นรูปได้ด้วย แล้วก็มีลักษณะอุ้มน้ำด้วยค่ะ มันคือดินอะไรคะ (ครูอรอนงค์) ตอบเสียงดังค่ะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ดังฟังชัดมาก ๆ เลยนะคะ เฉลยกันมาแล้วค่ะ ได้ยินว่าดินเหนียวนั่นเองใช่ไหมคะ มาดูที่เฉลยกันดีกว่า (ครูอรอนงค์) จะใช่หรือเปล่าเด็ก ๆ (ครูณัฐทิยา) ใช่หรือไม่ใช่คะ ใช่นะคะ ถูกต้อง เยี่ยมมาก ๆ เลยค่ะ และนี่นะคะ ก็คือดินนั่นเองค่ะ สำหรับต่อไปนั้นเป็นอะไรนะคะคุณครูแอร์ (ครูอรอนงค์) เป็นในส่วนของปุ๋ยค่ะ ซึ่งปุ๋ยที่เราเอามาให้เด็ก ๆ ดูในวันนี้นะคะครูฝ้าย ดูสิคะ เยอะแยะมากมายเลยนะคะ (ครูณัฐทิยา) มีทั้งอินทรีย์ แล้วก็อนินทรีย์ด้วยใช่ไหมคะ ในนี้นะคะ (ครูอรอนงค์) แต่จะเริ่มฝั่งไหนกันก่อนดีคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) เดี๋ยวเราจะเริ่มทางด้านนี้กันเลย (ครูอรอนงค์) ฝั่งครูแอร์นะคะ ได้เลยค่ะ เรามาดูปุ๋ยชนิดที่ ๑ กันเลยนะคะ นี่เลยค่ะ (ครูณัฐทิยา) เห็นแล้วใช่ไหมคะ อันนี้ก็คือเป็นเม็ด ๆ นะคะ ใส่ผักสวนครัวก็ได้นะคะ ใส่ผลไม้ก็ได้ค่ะ (ครูอรอนงค์) อันนี้ก็คืออัดเม็ดมา เรียบร้อยแล้วนะคะ (ครูณัฐทิยา) อัดเม็ดมาเรียบร้อยแล้วนะคะ ซึ่งก็จะใช้ในส่วนของมูลสัตว์ต่าง ๆ นะคะ ในการทำ (ครูอรอนงค์) เรียกว่าปุ๋ยอะไรคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ปุ๋ยอะไรเอ่ย ปุ๋ยคอกนั่นเอง (ครูอรอนงค์) เพราะว่าเด็ก ๆ เห็นเฉลยแล้ว (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วเด็ก ๆ เห็นเฉลยแล้วใช่ไหมคะ แต่เราก็มาดูกันว่ามันคืออะไรน่ะนะ สำหรับต่อไปค่ะ อันนี้ค่ะ เป็นลักษณะเป็นใบไม้นะคะ แต่เขาแห้งไปแล้วนะคะ ที่จริงเขาก็สด ๆ อยู่นั่นล่ะนะคะ ซึ่งก็จะเป็นปุ๋ยอีกประเภทหนึ่งนะคะ ที่สามารถทำให้เจ้าใบนี้นะคะ เป็นปุ๋ยสามารถสลายตัวเองได้นะคะ ไปทับถมไปบนดินก็อีกสักพักก็จะเป็นปุ๋ยนั่นเองค่ะ ซึ่งจะเรียกว่า อะไรเอ่ย มีชื่อบอกแล้วใช่ไหมคะ (ครูอรอนงค์) ใช่ค่ะ (ครูณัฐทิยา) ก็คือปุ๋ยพืชสดนั่นเองนะคะ ซึ่งทำมาจากใบก้ามปูนะคะ ซึ่งเป็นใบก้ามปูนั่นเอง นี่ถูกต้องนะคะ ถ้าสมมติถ้าเราไม่มีใบก้ามปู เราก็จะใช้ใบอะไรได้อีกนะคะคุณครูแอร์ (ครูอรอนงค์) ใบอะไรก็ได้ค่ะครูฝ้าย ที่สามารถร่วงหล่นลงพื้นนะคะ แล้วก็สามารถที่จะนำไปทำเป็นปุ๋ย ได้เช่นเดียวกันค่ะ (ครูณัฐทิยา) หรือว่าจะเป็น เจ้าปอเทืองนั่นก็ได้ใช่ไหมคะ ถูกต้องค่ะ ไปดูต่อไปกันดีกว่านะคะ (ครูอรอนงค์) นี่เลยค่ะ อย่างที่ ๓ ของเรานะคะ (ครูณัฐทิยา) นี่ค่ะ เห็นกันหรือยังคะ เห็นแล้วค่ะ เด็ก ๆ บอกว่าเห็นแล้วนะคะ ซึ่งตรงนี้ค่ะ จะใช้พืชในการหมักนะคะ ซึ่งก็จะเรียกว่า "ปุ๋ยหมัก" นั่นเองนะคะ เห็นชื่อได้ชัดเลย สำหรับต่อไปนั้นนะคะ ก็เป็นอันนี้เลยนะคะ (ครูอรอนงค์) จะมีความชื้น ๆ นิดหนึ่ง (ครูณัฐทิยา) ใช่ค่ะ จะมีความชื้นนิดหนึ่งนะคะ ซึ่งเนื่องจากเขาน่ะ ผสมกากน้ำตาลลงไปนั่นเองค่ะ ก็จะเรียกว่า "ปุ๋ยชีวภาพ" นะคะ มีลักษณะแบบนี้ค่ะ (ครูอรอนงค์) เก่งมากนะคะเด็ก ๆ ของเรา ต่อไปเลยนะคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) นี่เลยค่ะ ต่อไปนะคะ นี่ก็ยังเป็นที่จริงก็เป็นปุ๋ยคอกชนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าเป็นมูลของสัตว์ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนนั่นเองค่ะ ก็สามารถไปใส่พวกต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ผักผลไม้ก็ได้นะคะ แบบนี้เองนะคะ จะเห็นว่าเป็นลักษณะของนะคะ นี่เลย (ครูอรอนงค์) จะเป็นผง ๆ นิดหนึ่งนะคะ ต่อไปเลยค่ะครูฝ้าย ครูแอร์เอื้อมไม่ถึงนะคะ (ครูณัฐทิยา) ต่อไปนะคะ มาทางด้านนี้กันนะคะ เด็ก ๆ จะเห็นว่ามีสีขาวทางนี้ใช่ไหมคะ ซึ่งอันนี้ก็คือปุ๋ยเดี่ยวนั่นเองใช่ไหมคะ ซึ่งจะเป็นธาตุอาหารเดี่ยวนั่นเองนะคะ (ครูอรอนงค์) เพราะว่ามีสีเดียวนะคะครูฝ้าย สังเกตง่าย ๆ เลย (ครูณัฐทิยา) แล้วก็เป็นธาตุอาหารเดียวนั่นเองค่ะ สำหรับต่อไปค่ะ สุดท้ายของเราแล้วนะคะเด็ก ๆ ทางนี้ค่ะ แบบนี้เลยค่ะลูก เห็นไหมคะ เด็ก ๆ เห็นไหมเอ่ย นี่เห็นหรือยังคะ อันนี้จะเรียกว่า "ปุ๋ยอนินทรีย์" ที่เป็นปุ๋ยผสมนั่นเองนะคะ ซึ่งก็มีธาตุอาหารนะคะ ตั้งแต่ ๒ ธาตุขึ้นไปนั่นเองหรือมากกว่านั้นนะคะ ซึ่งอันนี้นะคะ จะใช้ในการใส่ผักผลไม้ก็ได้ค่ะ และต่อไปอันนี้ค่ะ คุณครูใช้ในการใส่พวกต้นไม้ แคคตัสต่าง ๆ นะคะ หรือกล้วยไม้ต่าง ๆ นะคะ ก็จะเป็นปุ๋ยผสมได้เหมือนกันนะคะ ซึ่งเป็นสูตร ๑๓-๑๓-๒๑ นั่นเองค่ะ ซึ่งจะเรียกว่า "ปุ๋ยผสมนั่นเอง" ค่ะ ซึ่งนี่ก็คือนะคะ ในส่วนของดินและก็ปุ๋ยนะคะ แล้วก็ในส่วนของปุ๋ยนั้น ก็จะมีทั้งธรรมชาติและไม่ธรรมชาตินั่นเองนะคะ ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้นั่นเองนะคะ ให้เหมาะกับการเพาะปลูกด้วยนะคะ และในส่วนของดินก็เช่นกันใช่ไหมคะ ว่าจะปลูกพืชอะไรนะคะ ก็ควรที่จะดูให้ถูกต้อง ให้เหมาะกับคุณสมบัตินั้น ๆ เองค่ะ (ครูอรอนงค์) ครูฝ้าย เด็ก ๆ ของเรานั้น ได้ความรู้ไปเยอะแยะมากมายเลยนะคะ ในเรื่องของดินแล้วก็ปุ๋ยนั่นเองค่ะ มีกิจกรรมไหมคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ต่อไปเราไปดูในส่วนของกิจกรรม กันเลยดีกว่านะคะ [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูอรอนงค์) สำหรับบทบาทของนักเรียน ที่อยู่ปลายทางนะคะ นักเรียนนั้นจะต้องทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง ในวันนี้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ นี่เลยนะคะ ให้นักเรียนทำใบงานที่ ๒ ค่ะ เรื่อง ดินและปุ๋ย นั่นเองนะคะ เชื่อว่าวันนี้เด็ก ๆ จะต้องทำได้อย่างแน่นอนนะคะ เพราะว่าครูแอร์กับครูฝ้าย ได้ให้ความรู้ให้กับเด็ก ๆ ไปได้แน่นเลยทีเดียวนะคะ คือยัดเนื้อหาไปเต็มที่เลยค่ะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วนะคะ และในส่วนของครูปลายทางนะคะ ต้องขอความอนุเคราะห์คุณครูปลายทางด้วยนะคะ ในการแจกใบงานที่ ๒ เรื่อง ดินและปุ๋ย ค่ะ และให้คำแนะนำให้คำปรึกษากับนักเรียน ขณะทำใบงานด้วยนะคะ ตอนนี้ค่ะ ถ้าเด็ก ๆ นั้น ได้ในส่วนของใบงานแล้วนะคะ ก็ให้เขียนชื่อกันไว้นะคะ แต่ว่าอย่าส่งเสียงดังนั้นเองนะคะ พูดคุยกันเบา ๆ นั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราจะไปดูว่าในส่วนของใบงานเรานั้น จะให้ทำอะไรนะคะเด็ก ๆ และนี่นะคะ ก็คือใบงานของเรานั่นเองค่ะ โดยที่จะให้เด็ก ๆ นั้นนะคะ วาดภาพต้นพืชมา ๑ ชนิดนะคะ พร้อมกับบอกว่าดินนั้นเหมาะสมอย่างไรนะคะ และบอกว่าการปลูกและใช้ปุ๋ยอะไร ในการดูแลรักษาต้นพืชนั่นเองนะคะ ซึ่งก็จะมีในส่วนของนะคะ สี่เหลี่ยมหรือช่องสี่เหลี่ยมแบบนี้นะคะ ให้เด็ก ๆ นั้นวาดภาพลงไปนั่นเองค่ะ (ครูอรอนงค์) แค่ ๑ ต้นใช่ไหมคะครูฝ้าย (ครูณัฐทิยา) ถูกต้องแล้วค่ะ เลือกต้นไม้ที่ตนเองสนใจมา ๑ ต้น (ครูอรอนงค์) หลังจากที่เด็ก ๆ วาดภาพเสร็จแล้วนะคะ ต่อไปค่ะ ก็จะมีอีก ๑ หัวข้อนะคะ ให้เด็ก ๆ เขียนค่ะ นี่เลยค่ะ ก็คือบอกชื่อของต้นพืชนะคะ ว่าพืชที่เด็ก ๆ วาดนั้นเป็นพืชของอะไรนั่นเองค่ะ แล้วก็ดินที่ใช้นะคะ เป็นดินอะไรค่ะ และอย่างสุดท้ายค่ะ ปุ๋ยที่ใช้นะคะ เป็นปุ๋ยของอะไร แล้วก็เหตุใดนะคะ เด็ก ๆ จึงใช้ปุ๋ยชนิดนี้นั่นเองค่ะ และนี่ก็คือกิจกรรมที่เด็ก ๆ จะได้ทำกันในวันนี้นะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กิจกรรมยากไหมคะ เด็ก ๆ บอกว่าไม่ยากเลยนะคะ ตอนนี้ถ้าเด็ก ๆ พร้อมแล้วนะคะ สามารถลงมือทำกิจกรรมได้เลยค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] (ครูอรอนงค์) ตอนนี้นะคะเด็ก ๆ ก็หมดเวลาในการทำกิจกรรมแล้วนะคะ เป็นอย่างไรคะ ทำเสร็จหรือยังคะ มีหลายคนนะคะ ทำเสร็จแล้วนะคะ แต่ว่าบางคนก็ยังทำไม่เสร็จนะคะ แต่ว่าไม่เป็นไรค่ะ ครูแอร์อนุญาตให้นักเรียน กลับไปทำเป็นการบ้านได้นะคะ ต่อไปค่ะ ครูแอร์ก็จะเฉลยใบงานนะคะ เดี๋ยวจะไปดูว่านักเรียนที่อยู่ต้นทางนั้น จะวาดภาพสวยเท่ากับนักเรียน ที่อยู่ปลายทางหรือไม่นะคะ เดี๋ยวเราไปดูในส่วนของใบงานกันเลยค่ะ และนี่นะคะ ก็จะเป็นตัวอย่างของเพื่อน ๆ ที่อยู่ต้นทางนะคะเด็ก ๆ เพื่อน ๆ ก็จะวาดรูปนะคะ ก็คือผักอะไรคะ เด็ก ๆ พอจะทายได้ไหมคะ มีหลายคนดูลักษณะของใบแล้วนะคะ มีลักษณะเป็นใบมน ๆ ใช่ไหมคะ แล้วก็มีลำต้นสีเขียวนะคะ เรียกว่าผักอะไรคะ "ผักคะน้า" นั่นเองนะคะ เราไปดูด้านล่างกันก่อนนะคะ ว่าเพื่อน ๆ นั้นจะเขียนอะไรบ้างนะคะ จะใช้ดินอะไร และว่าใช้ปุ๋ยอะไรนั่นเองค่ะ นี่เลยค่ะ ชื่อต้นพืชนะคะ ก็คือต้นผักคะน้านั่นเองนะคะ ดินที่ใช้ก็คือดินร่วนค่ะ ปุ๋ยที่ใช้นะคะ ก็คือปุ๋ยคอกนะคะ เหตุผลที่ใช้ค่ะ เพราะจะทำให้ต้นพืชของเรานั้น เจริญเติบโตได้ดีนะคะ แล้วก็มีธาตุอาหารที่จำเป็นค่ะ อันนี้ก็คือคำตอบของเพื่อน ๆ ที่อยู่ต้นทางนั่นเองค่ะ เป็นอย่างไรคะ คล้าย ๆ กับของนักเรียน ที่อยู่ปลายทางหรือเปล่าคะ ถ้าคล้ายกันนะคะ ก็เก่งมาก ๆ เลยนะคะ ทั้งเด็ก ๆ ที่อยู่ต้นทาง แล้วก็นักเรียนที่อยู่ปลายทางนะคะ ถ้าทำเสร็จแล้วค่ะ เด็ก ๆ อย่าลืมเขียนชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ให้เรียบร้อยนะคะ แล้วก็นำผลงานค่ะ ไปส่งให้กับคุณครูที่อยู่ปลายทางได้เลยค่ะ ต่อไปนะคะ เราก็ไปดูในส่วนของ การสรุปบทเรียนกันเลยนะคะ ว่าวันนี้นั้นเราจะสรุปบทเรียน ได้ว่าอย่างไรไปกันเลยค่ะ (ครูณัฐทิยา) สำหรับการสรุปบทเรียนในวันนี้นะคะ สิ่งที่เราได้ในวันนี้นะคะ ไม่ทราบว่าจะตรงกันหรือเปล่านะคะ แต่คุณครูคิดว่าคุณครูเชื่อว่านะคะ เด็ก ๆ ได้รับความรู้ไปเต็มที่แน่นอนค่ะ เราไปดูในบทสรุปของเรากันเลยดีกว่านะคะ (ครูอรอนงค์) ค่ะ สำหรับสรุปบทเรียน ของเราในวันนี้นะคะครูฝ้าย ครูแอร์ก็จะสรุปได้ว่า ดินนะคะ เป็นทรัพยากรธรรมชาติ เกิดขึ้นจากการผุพังของหินและแร่ธาตุนะคะ ซึ่งมนุษย์ใช้ในการปลูกพืช ดังนั้นการปลูกพืชเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้ดินสูญเสียแร่ธาตุอาหารนะคะ จึงทำให้ต้องใช้ปุ๋ยปรับปรุงดิน และธาตุอาหารให้แก่ต้นพืชนั่นเองค่ะครูฝ้าย นี่ก็คือบทสรุปของครูแอร์ในวันนี้ค่ะ (ครูณัฐทิยา) ใช่แล้วนะคะ และนี่ก็คือบทสรุปนั่นเองนะคะเด็ก ๆ และสำหรับบทเรียนในครั้งต่อไปนั้น เราจะเรียนรู้กันในเรื่องอะไร เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ ซึ่งนะคะ เราก็จะเรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่องของการขยายพันธุ์พืช แบบต่าง ๆ นั่นเองนะคะ และสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องเตรียมนะคะ นั่นก็คือใบงานที่ ๓ และใบความรู้ที่ ๓ เรื่อง การขยายพันธุ์พืชแบบต่าง ๆ นั่นเองค่ะ และสิ่งที่จะต้องนำมาใช้ ในการฝึกปฏิบัติในครั้งต่อไปนะคะ ก็คือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช แบบอาศัยเพศนั่นเองนะคะ ก็คือการเพาะเมล็ดนะคะ ซึ่งสิ่งที่จะต้องเตรียมนะคะ ก็จะได้แก่ เมล็ดพืชนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดผัก ดอกไม้นะคะ หรือพืชไม้ประดับต่าง ๆ ก็ได้เช่นกันนะคะ ต่อไปค่ะ ก็จะเป็นในส่วนของเครื่องมือ ที่ใช้ในการปลูกนะคะ เช่น ช้อนปลูกเป็นต้นนะคะ และต่อไปนะคะ เราจะใช้ภาชนะสำหรับปลูก หรือกรณีนะคะ บางคนมีแปลงสำหรับปลูกนะคะ เราก็สามารถที่จะเตรียมแปลงปลูกนั้นได้นะคะ ซึ่งเราจะต้องพักดินอยู่ที่ ๗-๑๕ วันนั่นเองนะคะ และต่อไปค่ะ สำหรับสิ่งที่จะต้องเตรียมนะคะ ก็คือดินร่วนนั่นเอง ซึ่งจะเป็นกรณีที่ใช้กับภาชนะปลูกนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ และตอนนี้นะคะ เวลาของเรานั้นนะคะ ก็หมดลงแล้วนะคะ ฉะนั้นแล้ว คุณครูฝ้ายและคุณครูแอร์ ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]